INICIAR SESIÓNมะเร็งกระดูกระยะสุดท้าย หมอถามผมว่ายอมรับการผ่าตัดแขนและขาหรือไม่ ผมชะงักไปชั่วขณะ ลังเลอยู่นานก่อนจะส่งข้อความหาเฉินจือ ภรรยาของผม “การผ่าตัดตัดแขนขาจะทำให้ผมมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกหนึ่งปี คุณอยากให้ผมผ่าตัดไหม?” ก่อนที่ผมจะเข้าห้องผ่าตัดเพียงหนึ่งนาที ในที่สุดโทรศัพท์ก็ดังขึ้น 【ขอให้ร่ำรวย】 เหมือนกับทุกข้อความที่ผมส่งหาเธอตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอตอบกลับมาด้วยอั่งเปาซองหนึ่ง ผมวางโทรศัพท์ลง ได้แต่เงียบงัน นับตั้งแต่คืนวันแต่งงานที่ผมยืมเงินเธอสองล้านห้าแสน เธอก็ปักใจเชื่อว่าผมเป็นพวกเกาะผู้หญิงกินตามที่เพื่อนเธอพูด ดังนั้นตอนที่ผมบาดเจ็บสาหัสเพราะช่วยเธอจนต้องเข้าโรงพยาบาล เธอจึงส่งอั่งเปามาให้ผม ตอนที่ผมขอร้องให้เธอไปร่วมงานศพของพ่อ เธอก็ส่งอั่งเปามาให้ผม ครึ่งปีก่อน ผมได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งกระดูกจากพันธุกรรม อีกไม่นานผมคงต้องเป็นเหมือนพ่อ มีท่อระโยงระยางเต็มร่างกาย แขนขาไม่ครบถ้วนและนอนรอความตายอยู่บนเตียงผู้ป่วย ผมสติแตกจนส่งข้อความเสียงยาวถึงเก้าสิบเจ็ดข้อความไปหาเธอ และได้รับอั่งเปากลับมาเก้าสิบเจ็ดซอง
Ver másห้าปีต่อมา เฉินจืออายุสี่สิบปีระหว่างการเจรจาธุรกิจครั้งหนึ่ง จู่ๆเธอก็หมดสติไปผลตรวจออกมาว่าเป็นมะเร็งกระดูกระยะสุดท้ายหมอมองประวัติการรักษา แล้วกวาดสายตามองหญิงสาวที่จอนผมเริ่มมีหงอกแซมและแววตาเฉยชาไร้ชีวิตคนนี้พร้อมกับถอนหายใจออกมาบางทีนี่อาจเป็นชะตากรรมก็ได้?“ฉันรู้ว่าฉันไม่มีทางรอดแล้ว”เฉินจือพูดอย่างสงบนิ่ง ในแววตายังมีความรู้สึกปล่อยวางอยู่เล็กน้อย“โรคเดียวกับสามีและพ่อตาของฉันเลยค่ะ” หมอพยักหน้า “ก็ดีเหมือนกัน”เฉินจือยิ้มออกมา แต่รอยยิ้มนั้นมีความอบอุ่นที่แท้จริงปรากฏขึ้นมาเล็กน้อย “ในที่สุดก็จะได้สัมผัสว่าเขาเจ็บปวดมากแค่ไหนแล้ว” เธอไม่ได้รับการรักษาแบบหักโหม เพียงแต่ประคับประคองและบรรเทาความเจ็บปวดเท่านั้น เธอส่งต่องานในบริษัทและนำทรัพย์สินส่วนใหญ่เข้าสู่กองทุน เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งกระดูกให้ได้มากขึ้นส่วนตัวเธอกลับปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามนั้นเพราะสำหรับเธอแล้ว ความตายไม่ได้หมายถึงจุดสิ้นสุดแต่มันหมายถึงการได้พบกันอีกครั้งต่างหากเมื่อกลับถึงบ้าน เธอสั่งให้คนเปลี่ยนเตียงในห้องนอนใหญ่เป็นเตียงผู้ป่วย แล้วนอนลงโดยมีโกศใส่อัฐิของโจวเยว่และจ
กู้เยว่ชิงถูกจับเข้าคุกเขาหลบหนีเพราะกลัวความผิด แต่ไม่อาจสู้เฉินจือได้เลย เพียงไม่กี่วันก็ถูกจับตัวกลับมา เพราะเหตุนี้ เขาจึงถูกตัดสินเพิ่มโทษอีกสองปี จนกระทั่งถูกใส่กุญแจมือ เขาถึงได้ตระหนักอย่างแท้จริงว่าช่วงเวลาแสนสุขของเขาจบลงแล้วสิ่งที่รอเขาอยู่ต่อจากนี้ คือขุมนรกที่ไม่มีวันสิ้นสุดห้าปีต่อมาเฉินจืออายุสามสิบห้าปีแล้ว ในแวดวงธุรกิจเธอเย็นชาและเด็ดขาดกว่าเดิม อีกทั้งตัดขาดกับพ่อแม่ไปนานแล้วเธออาศัยอยู่เพียงในบ้านหลังที่เคยใช้ชีวิตแต่งงานกับโจวเยว่ช่วงเวลาสั้นๆการจัดวางทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม หนังสือที่เขาอ่านค้างไว้ยังคงวางเปิดอยู่บนโซฟาที่เดิมเธอไม่เคยแต่งงานอีกเลย ไม่มีผู้ชายคนไหนอยู่ข้างกาย และไม่เคยข้องเกี่ยวกับความสัมพันธ์รักๆใคร่ๆกับใครอีกคนในแวดวงต่างรู้กันดีว่า ประธานเฉินมี “รักแรก” ที่จากไปตั้งแต่ยังสาวอยู่ในใจและไม่มีใครแตะต้องเรื่องนี้ได้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่า สำหรับเธอแล้วนั่นคือฝันร้ายที่ไม่มีวันหลุดพ้นเธอกลายเป็นคนพูดน้อยและเงียบขรึมทุกปีในวันครบรอบวันเสียชีวิตและวันเกิดของโจวเยว่ เธอจะหายตัวไปหลายวันเธอจะพาอัฐิของเขาไปยังสถานที
เฉินจือตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาล เข็มยังคงปักอยู่บนหลังมือทันทีที่ความทรงจำกลับคืนมา เธอก็ผุดลุกขึ้นนั่งแล้วกระชากเข็มออก“เขาอยู่ไหน? โจวเยว่อยู่ไหน!”เธอตะโกนเสียงดังด้วยดวงตาแดงก่ำผู้ช่วยพิเศษกับทนายเดินเข้ามามีสีหน้าเคร่งเครียด“ร่างของคุณโจวอยู่ที่ห้องเก็บศพของโรงพยาบาล ตำรวจสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย”ผู้ช่วยพิเศษพูดเสียงเบา “จำเป็นต้องให้ญาติเซ็นยินยอม......” “ฉันเป็นภรรยาของเขา! ฉันจะเซ็น! ฉันจะพาเขากลับบ้าน!”เฉินจือดิ้นรนจะลุกลงจากเตียงทนายความยื่นซองเอกสารให้ “ประธานเฉินครับ มีบางเรื่องที่คุณจำเป็นต้องรู้ก่อน”ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เธอสั่งให้ผู้ช่วยไปตรวจสอบก่อนออกมาเฉินจือเปิดซองด้วยมือที่สั่นเทารายงานการสืบสวน รูปถ่าย รายการเดินบัญชีธนาคาร สำเนาประวัติการรักษา...หลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนผูกมัดแน่นหนาดั่งขุนเขา หลักฐานทั้งหมดแสดงให้เห็นว่ากู้เยว่ชิงสกัดกั้นข้อความอย่างไร และปลอมแปลงหลักฐานเพื่อใส่ร้ายว่าโจวเยว่เป็นนักต้มตุ๋นอย่างไรประวัติการรักษาที่แท้จริงของพ่อโจวเยว่ รวมถึงเรื่องราวที่เขาเลี้ยงดูลูกชายจนเติบโตมาอย่างยากลำบากประวัติการรักษาทุกครั้ง
เฉินจือจ้องมองประโยคที่โจวเยว่ส่งหาเธอบนหน้าจอโทรศัพท์ “ผมได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งกระดูกเหมือนพ่อแล้ว” เสียงวิ้งๆ ดังก้องอยู่ในหู เธอนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นขึ้นมาได้ทันที ตอนนั้นเธออยู่ที่บ้านของกู้เยว่ชิง ชายหนุ่มถือโทรศัพท์ของเธอไว้ ขณะที่หัวเราะแล้วพูดว่า“พี่เยว่มาขอเงินคุณอีกแล้วเหรอ? เดี๋ยวผมช่วยส่งอั่งเปาตอบกลับไปให้ เขาต้องดีใจแน่ๆ!”จากนั้น...ก็ไม่มีอะไรต่อจากนั้นอีกเธอไม่เคยแม้แต่จะอ่านข้อความที่เขาพูดอย่างละเอียดด้วยซ้ำหรือว่าเขาจะเป็นมะเร็งกระดูกจริงๆ? แต่กู้เยว่ชิงก็สืบมาแล้วนี่...... อีกทั้งพ่อแม่ของเธอก็เอาแต่บอกว่า ผู้ชายคนนี้เป็นนักต้มตุ๋นที่ออกหากินไปทั่วคอยหลอกผู้หญิงรวยๆเมื่อก่อนเธอก็ไม่เชื่อ แต่ทำไมมันถึงได้ประจวบเหมาะขนาดนั้น พอแต่งงานกันปุ๊บ พ่อเขาก็ต้องเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดด่วนด้วยเงินก้อนโตทันที?เฉินจือรู้สึกปวดหัวจนแทบจะระเบิด เธอไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะเชื่อใครดี แต่สิ่งที่เธอรู้ดียิ่งกว่าคือ เธอไม่อาจสูญเสียโจวเยว่ไปได้นิ้วมือของเฉินจือสั่นเทาขณะเลื่อนหน้าจอขึ้นไปดู อั่งเปามากมายเรียงแน่นเต็มหน้าจอ สีแดงสดแสบตาจนน่าขัดใจตอนเข











