FAZER LOGINในตอนที่แฟนหนุ่มถูกฉันทำร้ายจิตใจจนบอบช้ำ และไปเรียนต่อต่างประเทศจนเข้าสู่ปีที่แปด ในที่สุดเขาก็พาแฟนสาวคนใหม่กลับมาบ้านเพื่อพบผู้ใหญ่ และในที่สุดฉันก็ถูกโรงพยาบาลตัดสินโทษตายเช่นกันว่า การต่อสู้กับโรคมะเร็งตลอดแปดปีประสบความล้มเหลว ฉันสามารถกลับบ้านไปรอความตายได้แล้ว เมื่อเห็นฉันนั่งอยู่บนรถเข็นโดยมีแม่คอยพยุงไว้ มุมปากของหลี่ซือก็ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน “อ้าว ไม่เจอกันตั้งแปดปี ทำไมเธอถึงตกอับขนาดนี้ล่ะ กระทั่งเดินก็ยังเดินไม่เป็นแล้ว” เมื่อได้ยินน้ำเสียงรังเกียจของเขา ฉันเพียงแต่ดึงแขนเสื้อโค้ทขนเป็ดลงมาอย่างสงบ เพื่อบดบังรอยเข็มที่ปักอยู่ยิบย่อยเต็มหลังมือ “ไม่เป็นไรหรอก แค่เดินสะดุดล้มจนกระดูกหักเท่านั้นเอง” หลี่ซือยิ้มเย้ยหยันขึ้นมาอีกครั้ง “ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันกำลังจะแต่งงานเร็วๆ นี้แล้ว เธอมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้คู่หมั้นของฉันหน่อยสิ” ฉันเพียงแค่ยิ้มให้อย่างสงบเช่นเดิม “ไม่ดีกว่า ฉันกำลังจะต้องเดินทางไปที่ที่ไกลแสนไกลในเร็วๆ นี้แล้ว” หลังจากพูดจบ ฉันก็ตบหลังมือของแม่เบาๆ เพื่อเป็นสัญญาณให้ท่านรีบเข็นฉันกลับบ้าน
Ver maisหลี่ซือปรายสายตามองตามรอยเลือดที่ลากเป็นทางยาวเหยียดบนพื้นบ้าน ก่อนจะเอ่ยปาก “ได้สิ ฉันจะปล่อยเธอไป”หลังจากนั้น เขาถึงได้ยอมพาถังหว่านเดินทางไปยังกรมกิจการพลเรือนเพื่อจดทะเบียนหย่า ทั้งยังยอมแบกรับหนี้สินทั้งหมดเอาไว้เอง แล้วปล่อยให้ถังหว่านจากไปนี่คือความเมตตากรุณาครั้งสุดท้ายในชีวิตของเขานับจากนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของเขาก็พังทลายลงไม่มีชิ้นดี วันๆ เอาแต่หมกตัวดื่มเหล้าอยู่ในบ้าน จนแม่ของเขาต้องคอยมาคุกเข่าอ้อนวอนเขาอย่างขื่นขมทุกวัน วิงวอนขอร้องให้เขาเลิกทำลายชีวิตตัวเองเสียทีแต่ทุกครั้งหลี่ซือกลับเอาแต่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่นิ่งสนิท“นี่ไม่ใช่สิ่งที่แม่ต้องการมาตลอดหรอกเหรอ สภาพของลูกชายผู้แสนดีที่ยอมให้แม่ควบคุมไปตลอดชีวิตไงล่ะ”“แม่ดูสิ ตอนนี้ผมเชื่อฟังคำพูดของแม่ขนาดไหน ผมกำลังอยู่เคียงข้างแม่นะ อยู่เคียงข้างแม่เพื่อรอวันถูกทุบตีจนตายทั้งเป็นไปด้วยกัน”ในที่สุดแม่ของหลี่ซือก็หวาดกลัวขึ้นมาจับใจเธอเริ่มร่ำไห้โฮ พลางร้องห่มร้องไห้วิงวอนขอให้เขาปล่อยเธอไปทีแต่หลี่ซือกลับเพียงแค่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เย็นชา“ร้องไห้แล้วมันมีประโยชน์อะไรงั้นเหรอ? ตอนที่หลินซวงร้องไห้ ทำไ
“เฮ้อ ทั้งหมดมันเป็นเพราะยัยหลินซวงนั่นที่ไม่ดีเอง วันนั้นถ้าหล่อนไม่มาอ่อยหลี่ซือของเรา มีหรือที่หลี่ซือของเราจะโดนมันหลอกจนหัวปั่นขนาดนี้ ยังดีที่ตัวมันเองดันเป็นมะเร็งตายไปซะได้ ตอนนั้นฉันเลยแกล้งหลอกมันไปว่า ให้เห็นแก่ปากท้องและอนาคตของหลี่ซือหน่อย มันถึงได้ยอมถอนตัวและบอกเลิกกับหลี่ซือไปเอง”“ก็ต้องชมว่าเธอฉลาดจริงๆ นั่นแหละที่รู้ความคืบหน้าแล้วรีบติดต่อมาหาฉัน ทำให้ฉันส่งการ์ดแต่งงานของหลินซวงไปให้หลี่ซือได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นแล้วหลี่ซือมีหรือจะยอมแต่งงานกับเธอ วางใจเถอะ หลี่ซือเป็นลูกชายฉัน นิสัยของเขาฉันย่อมรู้ดีที่สุด รอให้เขากลับมาบ้านก่อนแล้วเธอค่อยโยนความผิดทุกอย่างมาที่ฉัน จากนั้นก็เอาเด็กในท้องเข้าไปร้องไห้ฟูมฟายบีบน้ำตาอ้อนวอนเขาหน่อย ฉันรับรองเลยว่าหลังจากนี้เขาจะยอมอยู่กินกับเธออย่างสงบเสงี่ยมแน่นอน”“ส่วนยัยหลินซวงนั่นน่ะ ในเมื่อหล่อนตายไปแล้ว เธอก็อย่าไปถือสาหาความกับคนตายเลย แต่เธอนี่ก็นับว่าร้ายไม่เบาจริงๆ ตอนนั้นฉันก็แค่แนะลู่ทางให้เธอไปไม่กี่คำ เพื่อให้เธอไปเสี้ยมให้หลินซวงกับหลี่ซือผิดใจกัน คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะดึงดันจนทำให้ยัยหลินซวงนั่นต้องตายไปจริงๆ แต่ก็ดี
ทว่าต่อให้ตอนนั้นเขาจะเอ่ยปากถามออกไป หลินซวงก็คงไม่มีวันยอมบอกเขาอยู่ดีไม่ใช่รึไง ในเมื่อนิสัยของหลินซวงภายนอกดูอ่อนหวานนุ่มนวล แต่ลึกๆ ในใจกลับเป็นคนเด็ดเดี่ยวเด็ดขาด หากลองได้ปักใจเชื่อหรือตัดสินใจอะไรลงไปแล้ว จะไม่มีวันยอมหันหลังกลับอย่างเด็ดขาดยกตัวอย่างเช่น ตอนสอบกลางภาคสมัยอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ครั้งนั้น หลินซวงปวดท้องโรคกระเพาะอย่างรุนแรงจนแทบจะลุกจากเตียงไม่ไหว แต่เพื่อไม่ให้เขาต้องพลาดการสอบปลายภาคเพราะมัวแต่เป็นห่วงเธอ จึงแกล้งทำเป็นว่าไม่เป็นอะไรฝืนร่างกายไปที่สนามสอบ แถมยังดึงดันเดินไปส่งเขาจนถึงห้องเรียนด้วยตัวเอง หลังจากนั้นเมื่อเห็นว่าเขาเข้าห้องสอบอย่างปลอดภัยแล้ว เธอถึงยอมปล่อยให้ตัวเองหมดสติล้มฟุบลงไปที่หน้าห้องสอบอย่างหมดห่วงส่วนลึกในอกพลันบังเกิดความปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาถี่ๆโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยามที่ภาพเหตุการณ์ตอนที่เขาเป็นคนลงมือผลักหลินซวงจนล้มคว่ำในร้านอาหารผุดขึ้นมาในหัวตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เขาไม่เคยกล้าที่จะหวนนึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะอย่างไรเสีย ในคืนที่เขากลับมาบ้านแล้วบังเอิญพบกับหลินซวง ถังหว่านก็เคยร้องห่มร้องไห้บ
จนกระทั่งถึงคืนก่อนวันแต่งงาน เขาใช้ปลายนิ้วที่สั่นเทาพยายามติดต่อหาหลินซวงเป็นครั้งสุดท้ายทว่าคิดไม่ถึงเลยว่า หลินซวงไม่เพียงแต่จะบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเขา แม้กระทั่งในไลน์ เธอก็ยังลบเขาเข้าบัญชีดำไปเสียแล้วเพราะฉะนั้น คู่หมั้นคนนั้นของหลินซวง มันถึงได้สำคัญมากมายขนาดนั้นเลยงั้นสินะ?สำคัญเสียจนทำให้หลินซวงไม่อยากแม้แต่จะเป็นเพื่อนกับเขาอีกต่อไปแต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยเขาก็จะได้ตัดใจเสียที ตั้งหน้าตั้งตาแต่งงานกับถังหว่าน และทำหน้าที่ในบทบาทของคนเป็นพ่อให้ดีที่สุดในวันแต่งงาน ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตาที่หมุนวน เขาเอาแต่สอดส่ายสายตาค้นหาร่างของหลินซวงไปทั่วทั้งงาน ทว่าหลินซวงไม่ได้มา และแม่ของหลินซวงก็ไม่ได้มาเช่นกันยามที่มองไปยังที่นั่งซึ่งเดิมทีควรจะเป็นของครอบครัวหลินซวง แต่บัดนี้กลับถูกจับจองด้วยญาติสนิทมิตรสหายคนอื่นในอกก็พลันเกิดความเจ็บปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาถี่ๆ อีกระลอก จนกระทั่งสิ้นสุดพิธีแต่งงานและเข้าสู่ช่วงเดินขอบคุณตามโต๊ะครั้นเมื่อเขาเดินเข้าไปหาเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายที่โต๊ะตัวหนึ่ง และเพิ่งจะยกแก้วเหล้าขึ้นเตรียมจะชนแ











