เข้าสู่ระบบ
เด็กสาววัย 17 ปี นั่งร้องไห้น้ำตาไหลไม่หยุดอยู่หน้าโลงศพ 2 โลง เธอร้องไห้ไม่หยุด ร้องจนตาบวม ร้องแทบขาดใจเหมือนจะเป็นลม ท่ามกลางแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน ธารินทร์ ชายวัยกลางคนทนดูไม่ไหว สะกิดภรรยา พากันเดินไปหาเด็กสาวแล้วประคองให้ลุกขึ้นมานั่งเก้าอี้พลางกอดปลอบใจ
“เข้มแข็งไว้นะลูก ลุงกับป้ารู้ว่าหนูเสียใจ แต่ร่างกายหนูจะไม่ไหวเอานะ” ธารินทร์จับมือเด็กสาวเอาไว้แน่น ขณะที่จิตราภรณ์กอดและลูบแผ่นหลังที่สะท้านขึ้นลงตามแรงสะอื้นไปมา ก่อนจะหยิบยาดมขึ้นมาจ่อจมูกของเธอเอาไว้
“หนูไม่เหลือใครแล้ว พ่อกับแม่หนู... อึก... ฮือ...” กานต์สินีตัดพ้อ ธารินทร์เม้มริมฝีปากแน่น สงสารเด็กสาวจับใจ เขาเคยเห็นเธอตอนเป็นเด็กตัวจ้อย ขณะนั้นเธอสดใสร่าเริง เติบโตมาอย่างดี พ่อกับแม่ของเธอเป็นเพื่อนสนิทของเขา
ปรีชา มัทธภณตระกูล เป็นหมอโรคหัวใจที่เก่งอันดับต้นๆ ของประเทศ ส่วนศศิกานต์ ภรรยาของปรีชา เป็นเจ้าของสำนักงานบัญชี สองสามีภรรยาประกอบอาชีพสุจริต สั่งสอนลูกสาวคนเดียวมาเป็นอย่างดี เลี้ยงดูอย่างมีคุณภาพ เพียงข้ามคืนที่ทั้งคู่เดินทางกลับจากต่างจังหวัด เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกเบรกแตกพุ่งเข้าชนรถเก๋งของสองสามีภรรยาพังยับเยิน ทั้งคู่เสียชีวิตคาที่ สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับลูกสาวคนเดียวเป็นอย่างมาก ตอนนี้กานต์สินีเหมือนนกน้อยที่กำลังฟันฝ่ากับพายุฝน ไม่มีญาติ ไม่มีที่พึ่ง เหลือเพียงตัวคนเดียว
“ใครบอกว่าเฟย์ไม่เหลือใคร เฟย์ยังเหลือลุงกับป้าอยู่นี่ไง ลุงกับป้าสัญญาว่าจะดูแลเฟย์เหมือนลูกสาวแท้ๆ เลย เฟย์ไม่ต้องกลัวนะ”
“ฮือ...” กานต์สินียังคงร้องไห้อยู่อย่างนั้น จนกระทั่งถึงเวลาที่พระมาสวดพระอภิธรรมศพ เธอปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแล้วประคองสติลุกขึ้นไปทำหน้าที่ของตัวเอง จนกระทั่งจบงานศพคืนแรก ธารินทร์และจิตราภรณ์พากานต์สินีกลับบ้าน คืนนั้นทั้งคู่นอนที่บ้านของกานต์สินีเพราะเป็นห่วง กลัวว่าเธอจะอยู่คนเดียวไม่ได้
จิตราภรณ์คอยดูหลานสาวนอกไส้อย่างใกล้ชิด รอให้เธออาบน้ำเข้านอนเรียบร้อยแล้วจึงลงมาที่ห้องรับแขก ธารินทร์นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ที่โซฟา เมื่อเห็นภรรยาเดินลงมาเขาจึงเอ่ยปากถาม
“หนูเฟย์หลับแล้วเหรอ”
“ค่ะ คงจะเหนื่อยและเพลียมาก ร้องไห้จนตาบวมไปหมด”
“น่าสงสารเหลือเกิน เพิ่งจะอายุ 17 ต้องมาเสียทั้งพ่อเสียทั้งแม่ไปพร้อมๆ กัน” ธารินทร์พูดจบแล้วถอนหายใจ จิตราภรณ์เอื้อมมือไปกุมมือหนาของสามี ก่อนจะเริ่มปรึกษาหารือ
“เรื่องหนูเฟย์เราจะเอายังไงดีคะ ตอนนี้หนูเฟย์ก็ไม่เหลือใครแล้ว”
“เราต้องรับอุปการะเลี้ยงดูจนกว่าเฟย์จะเรียนจบ เสียแต่ว่าตอนนี้ไม่เหมาะที่จะให้เฟย์ตามไปอยู่ที่ชิลีด้วย ตอนนี้เฟย์ใกล้เรียนจบม.ปลายแล้ว ต้องให้เฟย์เรียนให้จบก่อน ส่วนจะเรียนปริญญาตรีที่ไทยหรือต่างประเทศค่อยว่ากันอีกที จริงๆ แล้วเรื่องค่าใช้จ่ายไม่ใช่ปัญหา พ่อกับแม่ของเฟย์วางแผนชีวิตไว้ดีมาก เงินจากประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิต ทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่ ให้เฟย์ใช้ทั้งชีวิตก็ยังใช้ไม่หมด แต่สิ่งที่เราต้องคอยดูแลคือตอนนี้เฟย์กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ กำลังเป็นวัยรุ่น ต้องการคนที่จะดูแลไม่ให้ใครมารังแก คอยเป็นที่ปรึกษาในเรื่องต่างๆ” ธารินทร์พูดในสิ่งที่ตัวเองคิด
“แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะคะ จะพาไปอยู่ชิลีด้วยก็ไม่ได้ เอ๊ะ! อย่าบอกนะคะว่า...”
“อืม... คงต้องให้เจ้าธามช่วยดูแลน้องไปก่อน” ธารินทร์ถอนหายใจ เขาคิดมาตลอดทางกลับบ้านว่าจะเอายังไงกับเรื่องนี้ดี แต่นี่น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้
“คุณก็รู้ว่าลูกชายคนเล็กเราหัวดื้อแค่ไหน อย่าว่าแต่ให้มาดูแลเฟย์เลย ดูแลตัวเองได้หรือเปล่ายังไม่รู้!” จิตราภรณ์พูดเสียงสะบัดพลางเอามือขึ้นกอดอก แม้ว่าเธอจะรักลูกชายคนเล็กมาก แต่ด้วยความหัวรั้นดื้อด้านพูดไม่รู้ฟังทำให้เธอเหนื่อยหน่ายใจ แม้ว่าจะมีบ้านหลังใหญ่อยู่ใจกลางกรุงเทพ แต่เจ้าลูกชายตัวดีก็เลือกซื้อบ้านออกมาอยู่แยกต่างหาก ไม่ยอมอยู่ร่วมกับพ่อแม่ แล้วแบบนี้จะให้ฝากฝังหลานสาวนอกไส้ได้ยังไง
“ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่ใช่ว่าผมไม่คิด ผมก็คิดเหมือนกันกับคุณนั่นแหละ” ธารินทร์พูดเมื่อเห็นว่าภรรยาของตัวเองเงียบไป
“อย่างเจ้าธามจะไปดูแลใครได้ ดูแลตัวเองยังไม่ได้เลย”
“คุณก็พูดเกินไป ลูกชายคนเล็กของเราน่ะ ถึงแม้จะดื้อรั้นเอาแต่ใจ แต่ก็เป็นคนเก่ง เฉลียวฉลาดอยู่ เสียดาย... ถ้าเจ้าธารอยู่กรุงเทพ คงไม่ต้องลำบากใจอย่างนี้” ธารินทร์พูดถึงลูกชายคนโตที่แสนจะพูดง่ายมีเหตุผล
เขามีลูกชายสองคน แต่ละคนนิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว คนโตนิ่งสุขุม เป็นนักการทูต ทำงานในสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน ส่วนคนเล็กเรียนจบปริญญาโทจากอเมริกาได้ไม่นาน พอกลับถึงไทยก็ซื้อบ้านเลย เป็นนักธุรกิจ ทำธุรกิจหลายอย่าง อีกทั้งยังเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น นิสัยใจร้อน มุทะลุ กล้าได้กล้าเสีย ถึงจะนิสัยอย่างนั้น ตอนนี้ไม่เหลือใครให้ช่วยเหลือนอกจากเจ้านี่แล้ว
“นั่นน่ะสิคะ พรุ่งนี้เราลองไปคุยกับลูกดู ถ้าขอร้องดีๆ ไม่ได้ ก็คงต้องบังคับ!”
//////////
“ผมไม่รับเลี้ยงใครทั้งนั้นแหละ อย่ามายุ่งกับผม!” เสียงชายหนุ่มดังขึ้นทันควันหลังจากธารินทร์พูดจบ ธารินทร์กับจิตราภรณ์หันมามองหน้ากันแล้วถอนหายใจ
“ลูกก็อย่าใจร้ายใจดำกับน้องเลย น้องน่าสงสาร เป็นเด็กผู้หญิงตัวคนเดียวจะใช้ชีวิตได้ยังไง เสียทั้งพ่อเสียทั้งแม่ไปพร้อมๆ กัน น้องไม่เหลือใครแล้วนะ” จิตราภรณ์เกลี้ยกล่อมลูกชาย
“ญาติห่างๆ ของเขาล่ะ ไม่มีแล้วเหรอไง”
“ไม่มีแล้ว น้องเหลือตัวคนเดียวแล้ว”
“อายุตั้ง 17 เริ่มดูแลตัวเองได้แล้วมั้ง บ้านก็มี ทำไมต้องมาอยู่บ้านผมด้วย ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็แค่โทรบอกผม เดี๋ยวผมดูแลให้เอง แต่จะให้มาอยู่บ้านเดียวกัน ผมไม่เอาด้วยหรอก ที่ผมซื้อบ้านมาอยู่คนเดียวเพราะผมต้องการความเป็นส่วนตัว” ธันเมธทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างแรง ธารินทร์ส่ายหน้าระอา
“ทำไมพ่อจะไม่รู้ว่าแกซื้อบ้านเพราะจะเอาสาวๆ มานอนกก บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าน้องมาอยู่ด้วย แกห้ามพาผู้หญิงมานอนที่บ้านหลังนี้” ธารินทร์ออกคำสั่ง
“เดี๋ยวๆ คุณพ่อเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผมยังไม่ได้บอกเลยนะว่าจะให้น้องเขามาอยู่บ้านผม”
“ที่พ่อมาคุยเรื่องนี้ ไม่ได้ต้องการถามความสมัครใจ แต่บอกให้แกรับรู้ไว้เฉยๆ ไม่ว่ายังไงแกก็ต้องคอยดูแลเฟย์ พ่อขอเวลาแกไม่นาน อีกไม่ถึงปีเฟย์ก็เรียนจบม.ปลายแล้ว ระยะเวลาสั้นๆ ให้น้องมาอยู่ด้วยไม่ได้เหรอไง”
“ถ้าน้องเรียนจบม.ปลายแล้วคุณพ่อจะให้น้องไปไหน”
“พ่อจะให้น้องทำเรื่องไปเรียนต่อปริญญาตรีต่างประเทศ จะชิลีหรืออังกฤษก็ได้ ตัวพ่อกับแม่อยู่ชิลี ยังไงก็ดูแลเฟย์ได้ แต่ถ้าเฟย์จะเลือกเรียนที่อังกฤษ พ่อก็จะฝากให้ธารช่วยดูแล ยังไงซะธารก็ไม่พูดยากเหมือนแกหรอก”
“ผมรู้ว่าพี่ธารเป็นลูกชายคนดี ลูกชายสุดที่รัก ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณพ่อคุณแม่ แต่ถึงยังไงผมก็ไม่ยอม” ธันเมธยืนกรานเหมือนเดิม
“แม่ขอร้องลูกสักครั้ง แม่สงสารน้องเขา ช่วยดูแลน้องเขาในระยะเวลาสั้นๆ แค่นั้นเอง หลังจากนี้ลูกจะทำอะไรก็ตามใจลูก แม่จะไม่บังคับ ไม่มายุ่งวุ่นวายกับลูกอีก” จิตราภรณ์ขอร้อง พอเห็นผู้เป็นแม่มีหน้าเครียดน้ำตาเริ่มคลอหน่วยก็ทำให้เขาใจอ่อน
“แค่ระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้นนะครับ”
“ใช่ รบกวนแกไม่ถึงปีหรอก” ธารินทร์ตอบ คิ้วเข้มที่ขมวดขึงเริ่มคลายออก
“โอเค ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยืนยันแบบนี้ก็ได้ ผมให้น้องมาอยู่ด้วยก็ได้”
“ถ้าน้องมาอยู่กับแก พ่อขออะไรหน่อยได้ไหม”
“ทำไมคุณพ่อขอผมเยอะจัง ขอให้น้องมาอยู่บ้านผมแล้วยังจะขออะไรอีก”
“พ่อขอให้แกรักและเอ็นดูเฟย์เหมือน ‘น้องสาว’ แท้ๆ ห้ามคิดเป็นอย่างอื่น ห้ามทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ”
“นี่คุณพ่อกำลังคิดอะไรอยู่ อย่างผมเนี่ยนะจะไปทำอะไรน้องเขา ผมไม่มีทางทำเรื่องอย่างว่ากับลูกสาวเพื่อนสนิทคุณพ่อคุณแม่หรอก ผู้หญิงสาวๆ สวยๆ มีให้เลือกตั้งเยอะแยะ!” ธันเมธแทบสบถออกมาเมื่อรู้ความคิดของบิดา ธารินทร์ได้ยินแบบนี้แล้วก็ถอนหายใจโล่งอก
“คิดได้แบบนี้ก็ดี พ่อจะได้สบายใจ”
2 เดือนผ่านไปในที่สุดความฝันของธันเมธก็เป็นจริง กานต์สินีตั้งครรภ์ได้ 8 สัปดาห์แล้ว เธอมีอาการแพ้ท้อง ทั้งขมปากขมคอ อยากกินของเปรี้ยวตลอดเวลา ง่วงนอนทั้งวัน ธันเมธเฝ้าประคบประหงมเป็นอย่างดี คอยซื้ออาหารบำรุงมาให้ คอยเอาอกเอาใจไม่ห่าง ขณะที่ธารินทร์และจิตราภรณ์มาเยี่ยมลูกสะใภ้บ่อยๆ รวมถึงเพื่อนๆ ของธันเมธด้วย“สวัสดีจ้าเฟย์” ทีปกรส่งเสียงมาแต่ไกล เธอนอนหนุนตักธันเมธอยู่บนโซฟา ได้ยินเสียงเรียกจึงตื่นขึ้น“ไอ้ทอย มึงเบาๆ หน่อยได้ไหมวะ เมียกูตื่นแล้วเนี่ย!” ธันเมธหันไปดุเพื่อน“อ๊ะ! โทษทีๆ ไม่รู้ว่านอนอยู่”“คนท้องง่วงนอนตลอดเวลาอยู่แล้ว เฟย์ต้องพักผ่อนเยอะๆ นะ ไม่ต้องสนใจพวกพี่ เดี๋ยวพวกพี่เข้าครัวทำกับแกล้มกันเบาๆ” ปณิธานบอกอย่างเกรงใจ นอกจากพวกเขาแล้วยังมีพ่อกับแม่ของธันเมธอยู่ในบ้านด้วย“ไม่เป็นไรค่ะ เฟย์ตื่นแล้ว เดี๋ยวไปช่วยพี่ทำ...”“ไม่ต้องเลย ท้องอ่อนๆ อยู่จะไปยืนทำกับข้าวนานๆ ได้ยังไง นอนอยู่นี่แหละ ถ้านอนไม่หลับก็ไปนอนที่ห้อง” ธันเมธดุ ธารินทร์เห็นลูกชายออกอาการเป็นห่วงเมียแล้วก็หันไปยิ้มกับจิตราภรณ์“แต่เฟย์ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ เฟย์ปกติดี”“ปกติดีก็ไม่ได้...”“เอาล่ะๆ เฟย์ไม่ต้
งานแต่งงานของธันเมธและกานต์สินีถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเป็นลูกชายเอกอัครราชทูต ประกอบกับตัวธันเมธเองเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ที่มีคอนเนกชันมากมาย ทำให้มีคนมาร่วมงานจำนวนมาก งานเช้าเป็นพิธีสงฆ์ ส่วนตอนค่ำเป็นพิธีฉลองมงคลสมรส กานต์สินีสวมชุดเจ้าสาวสีขาวลายลูกไม้ฟูฟ่องสวยงาม ขณะที่ธันเมธเองก็สวมชุดเจ้าบ่าวดูหล่อเหลามากในสายตาคนมองธันวา เพื่อนของธันเมธทั้ง 5 คน และกิรณา บงกช ภูผา รวมถึงเพื่อนรุ่นเดียวกันสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของกานต์สินี คอยช่วยอำนวยความสะดวกให้กับแขกในงาน คนที่ยิ้มไม่หุบตั้งแต่เช้าจรดค่ำไม่ใช่เจ้าบ่าวเจ้าสาว แต่เป็นธารินทร์และจิตราภรณ์ ดีใจที่ลูกชายคนเล็กสุดดื้อรั้นจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา อีกทั้งลูกสะใภ้ยังเป็นผู้หญิงที่ดีมากอีกด้วย เมื่อถึงเวลาเข้าห้องหอ กานต์สินีและธันเมธก้มลงกราบเท้าบิดามารดาอย่างนอบน้อม ธารินทร์และจิตราภรณ์ลูบศีรษะลูกๆ ด้วยความเอ็นดู น้ำตาคลอ“ถึงตอนนี้พ่อกับแม่คงไม่ต้องกำชับให้ธามดูแลน้องให้ดีๆ แล้ว เพราะที่ผ่านมาธามทำได้ดีมาก พ่อกับแม่อยากให้ธามเสมอต้นเสมอปลายกับน้องแบบนี้ตลอดไป ชีวิตคู่คือการเรียนรู้ การดูแลเอาใจใส่ ให้อภัยซึ่งกันและกัน” ธารินทร์บอกกับทั้
“เริ่มหิวแล้วค่ะ”“ใกล้ๆ มีร้านอร่อย เดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกันนะ” ธันเมธพูดพลางเอามือลูบไปที่เอวบาง เธอหยัดกายขึ้นมองชายหนุ่มเอามือวางไว้บนหน้าอกแกร่ง ลูบไล้เล่นๆ แล้วก็เอ่ยปากถาม“ได้ค่ะ เดี๋ยวเฟย์ไปจัดเสื้อผ้าใส่ตู้ก่อนนะคะ”“อย่าเพิ่งไปสิ...” เขารั้งตัวเธอไว้ กานต์สินีมองเขาอย่างระแวง“จะทำอะไรคะ”“ทำอะไรดีน้า... ให้ทายว่าพี่จะทำอะไร” ว่าแล้วเขาก็พลิกตัวเธอนอนลง ร่างกำยำเป็นฝ่ายคร่อมเรือนร่างบางเอาไว้ กานต์สินีหัวเราะคิก เอาแขนโอบรัดรอบคอชายหนุ่ม ผงกหัวขึ้นมาจูบปากเขาเบาๆ“ไม่เหนื่อยเหรอคะ เดินทางตั้งไกลแทนที่จะนอนพัก”“เหนื่อย แต่อยากเอา จบไหม” ชายหนุ่มพูดไปตามตรง กานต์สินียิ้มกว้าง โน้มคอเขาลงมาจูบอย่างรู้งาน ธันเมธลูบไปตามร่างกายของหญิงสาว ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นๆ จนร่างบางเปล่าเปลือย จากนั้นเขาค่อยถอดเสื้อผ้าของตัวเองจนเหลือแต่กางเกงขายาว กานต์สินีนำหน้าอกอวบไปไว้ที่ใบหน้าของเขา ให้เขาดูดกลืนเต้าทรวงอวบอัด เขาดูดเสียงดังจ๊วบสลับกันทั้งสองข้าง ใช้นิ้วมือสอดเข้าไปในช่องทางสวาท ขยับข้อมือกับดูดกลืนหน้าอกพร้อมกันจนเธอพรักพร้อม ค่อยถอดกางเกงสอดกายเข้าหาเธอทันทีเธอนอนหงายอ
“อยากไปประเทศไหน” เขาถามต่อ กานต์สินีเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจ“พี่ธามไม่ห้ามเฟย์เหรอคะ”“พี่จะห้ามทำไม ในเมื่อเฟย์อยากไป อีกอย่าง... การได้ไปเรียนต่อต่างประเทศจะทำให้เฟย์มีโอกาส มีอนาคตที่ดี” ธันเมธพูดอย่างเป็นผู้ใหญ่ กานต์สินียิ้มกว้างหอมแก้มเขาฟอดใหญ่“ขอบคุณมากนะคะที่เข้าใจเฟย์ เฟย์อยากไปเรียนต่อแคนาดาค่ะ”“แอบศึกษาดูลู่ทางไว้แล้วใช่ไหม” เขาหยิกจมูกเธออย่างหมั่นเขี้ยว“ก็นิดหน่อยค่ะ แต่ถ้าเฟย์ไปอยู่ที่แคนาดาจริงคงคิดถึงพี่ธาม...”“พี่จะไปหาเฟย์บ่อยๆ ไม่ต้องห่วง พี่ไม่ทำให้เฟย์เหงาหรอก”“พี่จะไปยังไงคะ พี่มีงานที่ต้องทำ...” เธอเอียงคอถาม เขาก้มลงจูบปากเธอเบาๆ“พี่มีวิธีก็แล้วกัน เฟย์ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม”“ดีแล้วค่ะ”“ได้... ถ้าอย่างนั้นพี่จะช่วยจัดการเรื่องเอกสารและการสมัครเรียนให้ แต่มีข้อแม้นะ...” เขาพูดค้างจ้องตาเธอนิ่ง กานต์สินีนั่งเกร็งไปหมด จู่ๆ เขาก็เข้าสู่โหมดเคร่งขรึม“อะไรเหรอคะ”“เรียนจบปริญญาโทแล้วต้องแต่งงานกับพี่ ห้ามเลี้ยวห้ามเหลวไหลห้ามแอบมีกิ๊ก!” เขาออกคำสั่ง กานต์สินีหัวเราะออกมาทันที“โธ่... เฟย์จะไปมีคนอื่นได้ยังไงล่ะคะในเมื่อเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ต่อ
“รู้ใจพี่จังเลยนะ” เขาเปรยเสียงแผ่ว เอามือคลึงเนื้อนวลกลางร่าง“เฟย์รู้ว่าพี่ธามชอบชุดนี้มากที่สุด อ่าส์...” เธอร้องครางเบาๆ ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งแล้วเป็นฝ่ายเริ่มจูบเขาก่อน เธอกำลังให้รางวัลตอบแทนที่เขาจัดงานวันเกิดให้เธอ หลังจากจูบจนพอใจเขาก็เริ่มพูดในสิ่งที่คิดไว้นานแล้ว“เฟย์... วันหยุดนี้เราไปสำนักงานเขตกันนะ”“ไปทำไมคะ” เธอเอียงคอถามอย่างน่ารัก“ไปจดทะเบียนสมรสกัน”“อะไรนะคะ!” เธออุทานด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง“อายุ 18 ปี บรรลุนิติภาวะแล้ว จริงๆ ตามกฎหมายเฟย์สามารถแต่งงานได้แล้ว แต่พี่อยากให้เฟย์เรียนให้จบปริญญาตรีก่อน ระหว่างรอให้ทุกอย่างพร้อม พี่อยากจดทะเบียนสมรสกับเฟย์”“เฟย์รู้สึกว่ามันยังเร็วไป”“ถามว่าเร็วไหม มันก็เร็วจริงๆ นั่นแหละ แต่พี่มาคิดดูดีๆ แล้ว เฟย์ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย เฟย์อยู่ตัวคนเดียว ถ้าหากวันใดวันหนึ่งเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นมาจะทำยังไง พี่ไม่ได้แช่งนะ ถ้าเฟย์เกิดอุบัติเหตุต้องผ่าตัดด่วน ถ้าเฟย์ป่วยหนัก ต้องหาคนเซ็นรับรอง เราจะทำยังไง พี่อยากดูแลเฟย์ไม่ให้ขาดตกบกพร่องทั้งเรื่องความรักและการใช้ชีวิตคู่ รวมถึงสิทธิ์ทางกฎหมายต่างๆ ส่
เธอดึงเสื้อชั้นในลงจนเห็นยอดปทุมถันสีชมพูเปล่ง ธันเมธครอบครองยอดอกของเธอเต็มอุ้งปาก ดูดเลียสลับกันสองข้าง กานต์สินีเสียวซ่านนัก เธอบดเบียดกายเข้าหาความแข็งขึงที่อยู่ภายใต้กางเกงยีนส์ของเขา“อู้ว... ขึ้นขย่มหน่อย” ชายหนุ่มปลดเข็มขัดและกระดุมกางเกงออก งัดความเป็นชายออกมาสาวระรัว กานต์สินีถลกกระโปรงขึ้น ถอดกางเกงในตัวเองออกแล้วสอดกายเข้าหาแท่งเนื้ออุ่นร้อนของเขาทันที“อ๊าส์...”“ใส่ชุดนักศึกษาแล้วเสียวจัง กลับมาจากมหาวิทยาลัยแล้วมาให้พี่เอาทุกวันเลยได้ไหม” เขาหรี่ตามองเธออย่างเร่าร้อน เธอพยักหน้ารับ“อื้อ... อ๊ะๆๆๆ ได้ค่ะ” เธอโยกกายขึ้นลงสลับกับบดเบียดกายเข้าหา ผมยาวสยายของเธอสะบัดไปด้านหลัง ยิ่งทำให้เธอดูเซ็กซี่มากไปกว่าเดิม ธันเมธลูบไล้หน้าอก ดูดกลืนความนุ่มหยุ่นขณะที่เธอขยับโยกไม่พัก เขาปล่อยให้เธอโยกจนเสร็จแล้วค่อยกระแทกกายสวนขึ้นไปจนเต้านมกระเพื่อมขึ้นลงอย่างน่ากลัว เธอหวีดร้องเสียงดังลั่นก่อนจะเกร็งกระตุกสะท้านไหววาบเขาจับเธอคุกเข่าบนโซฟาเป็นท่าด็อกกี้ สอดกายเข้าทางด้านหลัง ถลกชายกระโปรงไปถึงเอวแล้วซอยไม่ยั้ง เธอร้องครางเสียงหลง ร้องจนเขาแทบทนไม่ได้ ยามที่เธอเสร็จไปอีกครั้ง เขาพลิ