LOGIN2 เดือนผ่านไปในที่สุดความฝันของธันเมธก็เป็นจริง กานต์สินีตั้งครรภ์ได้ 8 สัปดาห์แล้ว เธอมีอาการแพ้ท้อง ทั้งขมปากขมคอ อยากกินของเปรี้ยวตลอดเวลา ง่วงนอนทั้งวัน ธันเมธเฝ้าประคบประหงมเป็นอย่างดี คอยซื้ออาหารบำรุงมาให้ คอยเอาอกเอาใจไม่ห่าง ขณะที่ธารินทร์และจิตราภรณ์มาเยี่ยมลูกสะใภ้บ่อยๆ รวมถึงเพื่อนๆ ของธันเมธด้วย“สวัสดีจ้าเฟย์” ทีปกรส่งเสียงมาแต่ไกล เธอนอนหนุนตักธันเมธอยู่บนโซฟา ได้ยินเสียงเรียกจึงตื่นขึ้น“ไอ้ทอย มึงเบาๆ หน่อยได้ไหมวะ เมียกูตื่นแล้วเนี่ย!” ธันเมธหันไปดุเพื่อน“อ๊ะ! โทษทีๆ ไม่รู้ว่านอนอยู่”“คนท้องง่วงนอนตลอดเวลาอยู่แล้ว เฟย์ต้องพักผ่อนเยอะๆ นะ ไม่ต้องสนใจพวกพี่ เดี๋ยวพวกพี่เข้าครัวทำกับแกล้มกันเบาๆ” ปณิธานบอกอย่างเกรงใจ นอกจากพวกเขาแล้วยังมีพ่อกับแม่ของธันเมธอยู่ในบ้านด้วย“ไม่เป็นไรค่ะ เฟย์ตื่นแล้ว เดี๋ยวไปช่วยพี่ทำ...”“ไม่ต้องเลย ท้องอ่อนๆ อยู่จะไปยืนทำกับข้าวนานๆ ได้ยังไง นอนอยู่นี่แหละ ถ้านอนไม่หลับก็ไปนอนที่ห้อง” ธันเมธดุ ธารินทร์เห็นลูกชายออกอาการเป็นห่วงเมียแล้วก็หันไปยิ้มกับจิตราภรณ์“แต่เฟย์ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ เฟย์ปกติดี”“ปกติดีก็ไม่ได้...”“เอาล่ะๆ เฟย์ไม่ต้
งานแต่งงานของธันเมธและกานต์สินีถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเป็นลูกชายเอกอัครราชทูต ประกอบกับตัวธันเมธเองเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ที่มีคอนเนกชันมากมาย ทำให้มีคนมาร่วมงานจำนวนมาก งานเช้าเป็นพิธีสงฆ์ ส่วนตอนค่ำเป็นพิธีฉลองมงคลสมรส กานต์สินีสวมชุดเจ้าสาวสีขาวลายลูกไม้ฟูฟ่องสวยงาม ขณะที่ธันเมธเองก็สวมชุดเจ้าบ่าวดูหล่อเหลามากในสายตาคนมองธันวา เพื่อนของธันเมธทั้ง 5 คน และกิรณา บงกช ภูผา รวมถึงเพื่อนรุ่นเดียวกันสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของกานต์สินี คอยช่วยอำนวยความสะดวกให้กับแขกในงาน คนที่ยิ้มไม่หุบตั้งแต่เช้าจรดค่ำไม่ใช่เจ้าบ่าวเจ้าสาว แต่เป็นธารินทร์และจิตราภรณ์ ดีใจที่ลูกชายคนเล็กสุดดื้อรั้นจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา อีกทั้งลูกสะใภ้ยังเป็นผู้หญิงที่ดีมากอีกด้วย เมื่อถึงเวลาเข้าห้องหอ กานต์สินีและธันเมธก้มลงกราบเท้าบิดามารดาอย่างนอบน้อม ธารินทร์และจิตราภรณ์ลูบศีรษะลูกๆ ด้วยความเอ็นดู น้ำตาคลอ“ถึงตอนนี้พ่อกับแม่คงไม่ต้องกำชับให้ธามดูแลน้องให้ดีๆ แล้ว เพราะที่ผ่านมาธามทำได้ดีมาก พ่อกับแม่อยากให้ธามเสมอต้นเสมอปลายกับน้องแบบนี้ตลอดไป ชีวิตคู่คือการเรียนรู้ การดูแลเอาใจใส่ ให้อภัยซึ่งกันและกัน” ธารินทร์บอกกับทั้
“เริ่มหิวแล้วค่ะ”“ใกล้ๆ มีร้านอร่อย เดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกันนะ” ธันเมธพูดพลางเอามือลูบไปที่เอวบาง เธอหยัดกายขึ้นมองชายหนุ่มเอามือวางไว้บนหน้าอกแกร่ง ลูบไล้เล่นๆ แล้วก็เอ่ยปากถาม“ได้ค่ะ เดี๋ยวเฟย์ไปจัดเสื้อผ้าใส่ตู้ก่อนนะคะ”“อย่าเพิ่งไปสิ...” เขารั้งตัวเธอไว้ กานต์สินีมองเขาอย่างระแวง“จะทำอะไรคะ”“ทำอะไรดีน้า... ให้ทายว่าพี่จะทำอะไร” ว่าแล้วเขาก็พลิกตัวเธอนอนลง ร่างกำยำเป็นฝ่ายคร่อมเรือนร่างบางเอาไว้ กานต์สินีหัวเราะคิก เอาแขนโอบรัดรอบคอชายหนุ่ม ผงกหัวขึ้นมาจูบปากเขาเบาๆ“ไม่เหนื่อยเหรอคะ เดินทางตั้งไกลแทนที่จะนอนพัก”“เหนื่อย แต่อยากเอา จบไหม” ชายหนุ่มพูดไปตามตรง กานต์สินียิ้มกว้าง โน้มคอเขาลงมาจูบอย่างรู้งาน ธันเมธลูบไปตามร่างกายของหญิงสาว ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นๆ จนร่างบางเปล่าเปลือย จากนั้นเขาค่อยถอดเสื้อผ้าของตัวเองจนเหลือแต่กางเกงขายาว กานต์สินีนำหน้าอกอวบไปไว้ที่ใบหน้าของเขา ให้เขาดูดกลืนเต้าทรวงอวบอัด เขาดูดเสียงดังจ๊วบสลับกันทั้งสองข้าง ใช้นิ้วมือสอดเข้าไปในช่องทางสวาท ขยับข้อมือกับดูดกลืนหน้าอกพร้อมกันจนเธอพรักพร้อม ค่อยถอดกางเกงสอดกายเข้าหาเธอทันทีเธอนอนหงายอ
“อยากไปประเทศไหน” เขาถามต่อ กานต์สินีเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจ“พี่ธามไม่ห้ามเฟย์เหรอคะ”“พี่จะห้ามทำไม ในเมื่อเฟย์อยากไป อีกอย่าง... การได้ไปเรียนต่อต่างประเทศจะทำให้เฟย์มีโอกาส มีอนาคตที่ดี” ธันเมธพูดอย่างเป็นผู้ใหญ่ กานต์สินียิ้มกว้างหอมแก้มเขาฟอดใหญ่“ขอบคุณมากนะคะที่เข้าใจเฟย์ เฟย์อยากไปเรียนต่อแคนาดาค่ะ”“แอบศึกษาดูลู่ทางไว้แล้วใช่ไหม” เขาหยิกจมูกเธออย่างหมั่นเขี้ยว“ก็นิดหน่อยค่ะ แต่ถ้าเฟย์ไปอยู่ที่แคนาดาจริงคงคิดถึงพี่ธาม...”“พี่จะไปหาเฟย์บ่อยๆ ไม่ต้องห่วง พี่ไม่ทำให้เฟย์เหงาหรอก”“พี่จะไปยังไงคะ พี่มีงานที่ต้องทำ...” เธอเอียงคอถาม เขาก้มลงจูบปากเธอเบาๆ“พี่มีวิธีก็แล้วกัน เฟย์ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม”“ดีแล้วค่ะ”“ได้... ถ้าอย่างนั้นพี่จะช่วยจัดการเรื่องเอกสารและการสมัครเรียนให้ แต่มีข้อแม้นะ...” เขาพูดค้างจ้องตาเธอนิ่ง กานต์สินีนั่งเกร็งไปหมด จู่ๆ เขาก็เข้าสู่โหมดเคร่งขรึม“อะไรเหรอคะ”“เรียนจบปริญญาโทแล้วต้องแต่งงานกับพี่ ห้ามเลี้ยวห้ามเหลวไหลห้ามแอบมีกิ๊ก!” เขาออกคำสั่ง กานต์สินีหัวเราะออกมาทันที“โธ่... เฟย์จะไปมีคนอื่นได้ยังไงล่ะคะในเมื่อเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ต่อ
“รู้ใจพี่จังเลยนะ” เขาเปรยเสียงแผ่ว เอามือคลึงเนื้อนวลกลางร่าง“เฟย์รู้ว่าพี่ธามชอบชุดนี้มากที่สุด อ่าส์...” เธอร้องครางเบาๆ ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งแล้วเป็นฝ่ายเริ่มจูบเขาก่อน เธอกำลังให้รางวัลตอบแทนที่เขาจัดงานวันเกิดให้เธอ หลังจากจูบจนพอใจเขาก็เริ่มพูดในสิ่งที่คิดไว้นานแล้ว“เฟย์... วันหยุดนี้เราไปสำนักงานเขตกันนะ”“ไปทำไมคะ” เธอเอียงคอถามอย่างน่ารัก“ไปจดทะเบียนสมรสกัน”“อะไรนะคะ!” เธออุทานด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง“อายุ 18 ปี บรรลุนิติภาวะแล้ว จริงๆ ตามกฎหมายเฟย์สามารถแต่งงานได้แล้ว แต่พี่อยากให้เฟย์เรียนให้จบปริญญาตรีก่อน ระหว่างรอให้ทุกอย่างพร้อม พี่อยากจดทะเบียนสมรสกับเฟย์”“เฟย์รู้สึกว่ามันยังเร็วไป”“ถามว่าเร็วไหม มันก็เร็วจริงๆ นั่นแหละ แต่พี่มาคิดดูดีๆ แล้ว เฟย์ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย เฟย์อยู่ตัวคนเดียว ถ้าหากวันใดวันหนึ่งเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นมาจะทำยังไง พี่ไม่ได้แช่งนะ ถ้าเฟย์เกิดอุบัติเหตุต้องผ่าตัดด่วน ถ้าเฟย์ป่วยหนัก ต้องหาคนเซ็นรับรอง เราจะทำยังไง พี่อยากดูแลเฟย์ไม่ให้ขาดตกบกพร่องทั้งเรื่องความรักและการใช้ชีวิตคู่ รวมถึงสิทธิ์ทางกฎหมายต่างๆ ส่
เธอดึงเสื้อชั้นในลงจนเห็นยอดปทุมถันสีชมพูเปล่ง ธันเมธครอบครองยอดอกของเธอเต็มอุ้งปาก ดูดเลียสลับกันสองข้าง กานต์สินีเสียวซ่านนัก เธอบดเบียดกายเข้าหาความแข็งขึงที่อยู่ภายใต้กางเกงยีนส์ของเขา“อู้ว... ขึ้นขย่มหน่อย” ชายหนุ่มปลดเข็มขัดและกระดุมกางเกงออก งัดความเป็นชายออกมาสาวระรัว กานต์สินีถลกกระโปรงขึ้น ถอดกางเกงในตัวเองออกแล้วสอดกายเข้าหาแท่งเนื้ออุ่นร้อนของเขาทันที“อ๊าส์...”“ใส่ชุดนักศึกษาแล้วเสียวจัง กลับมาจากมหาวิทยาลัยแล้วมาให้พี่เอาทุกวันเลยได้ไหม” เขาหรี่ตามองเธออย่างเร่าร้อน เธอพยักหน้ารับ“อื้อ... อ๊ะๆๆๆ ได้ค่ะ” เธอโยกกายขึ้นลงสลับกับบดเบียดกายเข้าหา ผมยาวสยายของเธอสะบัดไปด้านหลัง ยิ่งทำให้เธอดูเซ็กซี่มากไปกว่าเดิม ธันเมธลูบไล้หน้าอก ดูดกลืนความนุ่มหยุ่นขณะที่เธอขยับโยกไม่พัก เขาปล่อยให้เธอโยกจนเสร็จแล้วค่อยกระแทกกายสวนขึ้นไปจนเต้านมกระเพื่อมขึ้นลงอย่างน่ากลัว เธอหวีดร้องเสียงดังลั่นก่อนจะเกร็งกระตุกสะท้านไหววาบเขาจับเธอคุกเข่าบนโซฟาเป็นท่าด็อกกี้ สอดกายเข้าทางด้านหลัง ถลกชายกระโปรงไปถึงเอวแล้วซอยไม่ยั้ง เธอร้องครางเสียงหลง ร้องจนเขาแทบทนไม่ได้ ยามที่เธอเสร็จไปอีกครั้ง เขาพลิ







