LOGINกานต์สินีทยอยเก็บเสื้อผ้าตัวเองใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ระหว่างที่พับผ้า น้ำตาของเธอไหลออกมาไม่หยุด ไม่คิดไม่ฝันว่าชีวิตนี้จะต้องย้ายออกจากบ้านอันแสนอบอุ่นไปอยู่บ้านคนอื่น จริงอยู่ที่บ้านหลังนี้กลายเป็นมรดกหลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิต แต่คุณลุงกับคุณป้าเห็นว่าคงไม่เหมาะที่จะให้เธออยู่บ้านหลังนี้คนเดียว จึงให้เธอย้ายไปอยู่บ้านของธันเมธ ลูกชายคนเล็กของพวกเขา รอให้เธอเรียนจบม.ปลายแล้วค่อยย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศ
ความโดดเดี่ยวทำให้คนดีๆ แทบจะกลายเป็นคนบ้า ตั้งแต่พ่อกับแม่เสียชีวิต เธอกินอะไรไม่ลงเลย ดวงตาบวมเป่งจากการร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน แม้จะพยายามประคับประคองสติ แต่ก็ทำได้ไม่ดีนัก ธารินทร์กับจิตราภรณ์มองดูเด็กสาวด้วยความสงสาร
“มีอะไรให้ป้าช่วยไหมลูก”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเก็บเสร็จแล้ว” เธอบอกก่อนจะปิดกระเป๋าเสื้อผ้า ธารินทร์มองเด็กสาวที่สวมชุดสีดำแล้วเม้มริมฝีปากแน่น ได้แต่ภาวนาขอให้ลูกชายคนเล็กรักและเอ็นดูเธอก็พอ ชีวิตของเธอไม่เหลือใครแล้ว
“งั้นเราไปกันเถอะ รีบไปเก็บของ เดี๋ยวตอนเย็นต้องไปจัดการงานศพอีก”
“ค่ะ”
ธารินทร์ขับรถพาเธอไปยังบ้านหลังหนึ่ง อยู่ในหมู่บ้านหรูหราในกรุงเทพ ที่นี่อยู่ไม่ห่างจากโรงเรียนของเธอเท่าไหร่นัก เมื่อรถเลี้ยวเข้าไปในบ้าน เธอกวาดสายตามองรอบๆ บ้าน เห็นสระน้ำขนาดกลางอยู่ข้างๆ บ้านหลังนี้มีสองชั้น ไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป ธารินทร์ลากกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตเข้าไปในบ้าน เธอเดินตามเข้าไปติดๆ
“ธาม!” ธารินทร์ตะโกนเรียกลูกชาย ครู่เดียวเขาก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งลงมาจากชั้นสอง กานต์สินีเห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ กางเกงสแล็คสีดำเดินลงมา ผมเผ้าของเขาดูยุ่งๆ ขณะที่เขาเองก็มองเธอเช่นเดียวกัน
ดวงตาคมของชายหนุ่มไล่สายตามองเด็กสาว ชั่วแว๊บเกิดความสงสารขึ้นมาทันที ใบหน้าของเธอดูหม่นหมองจนไม่เหลือเค้าโครงความน่ารัก ดวงตาที่กลมโตอยู่แล้วบวมเป่ง แพขนตายาวเปื้อนคราบน้ำตา ดูแล้วสะบักสะบอมพอสมควร เขาเม้มริมฝีปากกลืนคำพูดที่คิดว่าจะพูดออกไป
“นี่เฟย์ ลูกสาวของเพื่อนสนิทพ่อเอง เฟย์... นี่พี่ธาม คนที่จะดูแลเฟย์จนเรียนจบม.ปลาย” ธารินทร์แนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน กานต์สินียกมือไหว้ผู้ที่อายุมากกว่าด้วยความนอบน้อม รู้สึกเกรงใจเขาเหลือเกิน แต่ว่าตอนนี้เธอเองก็ไม่มีที่พึ่ง ธันเมธดึงหน้าตึง เบือนสายตาไปทางอื่น ทำท่าทางหงุดหงิดรำคาญให้หญิงสาวได้เห็น กานต์สินีเห็นอาการท่าทีของเขาก็รู้ทันทีว่าเขาเองคงไม่เต็มใจให้เธออาศัยอยู่ที่นี่เท่าไหร่นัก
“เฟย์มารบกวนพี่ธามแล้ว...”
“รบกวนอะไรกัน ไม่รบกวนหรอก ธามเขาเต็มใจจะให้เฟย์อยู่ที่นี่ เฟย์อยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องคิดอะไรมากนะ ถ้าเรียนจบม.ปลายแล้วพ่อกับแม่จะทำเรื่องย้ายไปอยู่ต่างประเทศให้ ถึงตอนนั้นเฟย์ก็เลือกเอาว่าจะไปอยู่ชิลีกับป้า หรือจะไปอยู่อังกฤษกับพี่ธาร” จิตราภรณ์รีบพูด ไม่อยากให้หญิงสาวคิดอะไรไปมากกว่านี้ กานต์สินีพยักหน้าน้อยๆ ก้มหน้าก้มตาอย่างเจียมตัว
“เอาของขึ้นไปเก็บเถอะ จะได้ไปวัดกัน” ธันเมธบอกหญิงสาว เขาเดินตรงไปหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นไปบนชั้นสอง เธอเดินตามไปติดๆ เขาตรงไปเปิดประตูห้องนอนแล้วเริ่มแนะนำเธอ
“นี่คือห้องนอนของเธอ อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องนอนพี่ ห้องไม่ได้ใหญ่มาก พออยู่ได้ไหม”
“ได้ค่ะ” เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องแล้วตอบ ต่อให้ห้องเล็กกว่านี้เธอก็อยู่ได้ ด้วยความที่บ้านของเขาอยู่ในหมู่บ้าน ขนาดของห้องนอนจึงไม่กว้างขวางเท่าห้องของเธอ ภายในห้องนอนมีห้องน้ำ สะดวกครบครัน ส่วนเฟอร์นิเจอร์ในห้องเป็นแบบบิวต์อิน ทั้งหมดเป็นสีขาว ดูสะอาดตา มีชุดเครื่องนอนสีชมพูอ่อนลายดอกไม้เล็กๆ ดูหวานละมุน
“พี่ไม่รู้ว่าเธอชอบแบบไหน เมื่อวานเลยไปเลือกชุดเครื่องนอนสีชมพูมา คิดว่าเป็นผู้หญิงคงชอบอะไรหวานๆ แบบนี้ล่ะมั้ง ถ้าไม่ชอบเครื่องนอนลายนี้ก็ค่อยไปซื้อใหม่” ธันเมธยกมือขึ้นเกาหัวแบบเซ็งๆ ด้วยความที่รับปากพ่อกับแม่เอาไว้ว่าจะดูแลเธออย่างดี เมื่อวานจึงต้องไปห้างสรรพสินค้าเพื่อเลือกซื้อเครื่องนอน ข้าวของเครื่องใช้มาให้
“เฟย์ชอบค่ะ ไม่ต้องซื้อใหม่แล้วค่ะ”
“โอเค กินข้าวมาหรือยังล่ะ”
“เฟย์ไม่หิวค่ะ”
“ไม่หิวก็ต้องกิน จะปล่อยให้ตัวเองอดแบบนี้ไม่ได้” ธารินทร์เดินเข้ามาในห้อง ได้ยินบทสนทนาพอดี เขาตักเตือนเด็กสาวด้วยความเป็นห่วง
“หนูไม่หิวจริงๆ ค่ะ”
“กินสักสองสามคำก่อนเถอะ เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไป อย่าลืมสิว่าเฟย์จะต้องจัดการงานศพคุณพ่อคุณแม่ให้เรียบร้อย ทำเพื่อท่านทั้งสองเป็นครั้งสุดท้าย จะปล่อยให้ร่างกายทรุดโทรมไร้เรี่ยวแรงไม่ได้” จิตราภรณ์เตือนสติ กานต์สินีจึงต้องไปกินข้าวตามที่ลุงกับป้าบอก ธันเมธสั่งอาหารมาหลายอย่าง เห็นสภาพของเธอแล้วเวทนาเหมือนกัน เธอพยายามฝืนกิน แต่ก็กินได้ไม่มากเท่าไหร่นัก เมื่อกินเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงไปวัด จัดการเรื่องงานศพต่อ เมื่อพิธีสวดพระอภิธรรมศพจบลง ธันเมธพาเธอกลับบ้านด้วย คืนนี้จะเป็นคืนแรกที่เธออยู่กับเขาในบ้านหลังนี้
เมื่อมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่ธันเมธทำคือพาเธอมานั่งที่ห้องรับแขกเพื่อทำข้อตกลงในการอยู่ร่วมกัน ตอนนี้บิดามารดาของเขากลับไปนอนบ้านตัวเอง ปล่อยให้เธอมาอยู่ที่นี่คนเดียวแล้ว ถึงคราวที่เขาจะต้องพูดกับเธออย่างตรงไปตรงมา
“เฟย์... เธอมาอยู่กับพี่ที่นี่ พี่ขอทำข้อตกลงกับเฟย์หน่อยนะ” เขาเข้าเรื่อง กานต์สินีเม้มริมฝีปากตัวเองแน่น
“ค่ะ”
“ระหว่างที่เฟย์กับพี่อยู่ด้วยกัน พี่ขอให้เฟย์อยู่ในส่วนของตัวเอง อย่ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของพี่ จริงๆ แล้วพี่เป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง เพราะฉะนั้นอย่าเดินเพ่นพ่าน ห้ามเข้าห้องนอน ห้ามเข้าห้องทำงานของพี่ โอเคไหม”
“ค่ะ” เธอตอบรับอย่างว่าง่าย ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น
“พี่จ้างแม่บ้านสัปดาห์ละ 1 วัน ปกติพี่จะสั่งอาหารมากินที่บ้าน หรือไม่ก็กินจากข้างนอกมาแล้ว พี่ไม่ค่อยทำอะไรกินเอง ถ้าเฟย์จะใช้ห้องครัวก็ใช้ได้เลย ใช้เสร็จก็ทำความสะอาดให้เรียบร้อย ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ใช้ได้ตามสบาย จะเปิดทีวี จะดูหนัง จะเล่นเกม ทำได้หมด ไม่ต้องเกรงใจ สระว่ายน้ำก็ใช้ได้ ลงเล่นน้ำได้ ที่นี่มีห้องออกกำลังกายเล็กๆ เฟย์เข้าไปใช้ได้ตามสะดวก ใช้เสร็จแล้วเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย พี่ไม่ชอบให้บ้านสกปรก อยู่แล้วช่วยดูแลเรื่องความสะอาดด้วย อ้อ... ถ้ามีอะไรก็มาเคาะห้องพี่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือไม่ก็โทรหาพี่ เรามาแลกเบอร์ แลกคอนแทกกัน” เขายื่นโทรศัพท์มาด้านหน้า กานต์สินีแลกเบอร์โทร แลกไลน์กับเขา แต่ดูเหมือนจะยังไม่พอ เขาให้เธอแลกเฟซบุ๊ก ไอจี ติ๊กต็อก X และบัญชีโซเชียลทั้งหมดด้วย แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่เธอก็ไม่ได้โต้แย้ง ยอมให้เขาแอดทุกอย่าง
“นี่ก็ดึกมากแล้ว เธอไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ”
“ค่ะ”
2 เดือนผ่านไปในที่สุดความฝันของธันเมธก็เป็นจริง กานต์สินีตั้งครรภ์ได้ 8 สัปดาห์แล้ว เธอมีอาการแพ้ท้อง ทั้งขมปากขมคอ อยากกินของเปรี้ยวตลอดเวลา ง่วงนอนทั้งวัน ธันเมธเฝ้าประคบประหงมเป็นอย่างดี คอยซื้ออาหารบำรุงมาให้ คอยเอาอกเอาใจไม่ห่าง ขณะที่ธารินทร์และจิตราภรณ์มาเยี่ยมลูกสะใภ้บ่อยๆ รวมถึงเพื่อนๆ ของธันเมธด้วย“สวัสดีจ้าเฟย์” ทีปกรส่งเสียงมาแต่ไกล เธอนอนหนุนตักธันเมธอยู่บนโซฟา ได้ยินเสียงเรียกจึงตื่นขึ้น“ไอ้ทอย มึงเบาๆ หน่อยได้ไหมวะ เมียกูตื่นแล้วเนี่ย!” ธันเมธหันไปดุเพื่อน“อ๊ะ! โทษทีๆ ไม่รู้ว่านอนอยู่”“คนท้องง่วงนอนตลอดเวลาอยู่แล้ว เฟย์ต้องพักผ่อนเยอะๆ นะ ไม่ต้องสนใจพวกพี่ เดี๋ยวพวกพี่เข้าครัวทำกับแกล้มกันเบาๆ” ปณิธานบอกอย่างเกรงใจ นอกจากพวกเขาแล้วยังมีพ่อกับแม่ของธันเมธอยู่ในบ้านด้วย“ไม่เป็นไรค่ะ เฟย์ตื่นแล้ว เดี๋ยวไปช่วยพี่ทำ...”“ไม่ต้องเลย ท้องอ่อนๆ อยู่จะไปยืนทำกับข้าวนานๆ ได้ยังไง นอนอยู่นี่แหละ ถ้านอนไม่หลับก็ไปนอนที่ห้อง” ธันเมธดุ ธารินทร์เห็นลูกชายออกอาการเป็นห่วงเมียแล้วก็หันไปยิ้มกับจิตราภรณ์“แต่เฟย์ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ เฟย์ปกติดี”“ปกติดีก็ไม่ได้...”“เอาล่ะๆ เฟย์ไม่ต้
งานแต่งงานของธันเมธและกานต์สินีถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเป็นลูกชายเอกอัครราชทูต ประกอบกับตัวธันเมธเองเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ที่มีคอนเนกชันมากมาย ทำให้มีคนมาร่วมงานจำนวนมาก งานเช้าเป็นพิธีสงฆ์ ส่วนตอนค่ำเป็นพิธีฉลองมงคลสมรส กานต์สินีสวมชุดเจ้าสาวสีขาวลายลูกไม้ฟูฟ่องสวยงาม ขณะที่ธันเมธเองก็สวมชุดเจ้าบ่าวดูหล่อเหลามากในสายตาคนมองธันวา เพื่อนของธันเมธทั้ง 5 คน และกิรณา บงกช ภูผา รวมถึงเพื่อนรุ่นเดียวกันสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของกานต์สินี คอยช่วยอำนวยความสะดวกให้กับแขกในงาน คนที่ยิ้มไม่หุบตั้งแต่เช้าจรดค่ำไม่ใช่เจ้าบ่าวเจ้าสาว แต่เป็นธารินทร์และจิตราภรณ์ ดีใจที่ลูกชายคนเล็กสุดดื้อรั้นจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา อีกทั้งลูกสะใภ้ยังเป็นผู้หญิงที่ดีมากอีกด้วย เมื่อถึงเวลาเข้าห้องหอ กานต์สินีและธันเมธก้มลงกราบเท้าบิดามารดาอย่างนอบน้อม ธารินทร์และจิตราภรณ์ลูบศีรษะลูกๆ ด้วยความเอ็นดู น้ำตาคลอ“ถึงตอนนี้พ่อกับแม่คงไม่ต้องกำชับให้ธามดูแลน้องให้ดีๆ แล้ว เพราะที่ผ่านมาธามทำได้ดีมาก พ่อกับแม่อยากให้ธามเสมอต้นเสมอปลายกับน้องแบบนี้ตลอดไป ชีวิตคู่คือการเรียนรู้ การดูแลเอาใจใส่ ให้อภัยซึ่งกันและกัน” ธารินทร์บอกกับทั้
“เริ่มหิวแล้วค่ะ”“ใกล้ๆ มีร้านอร่อย เดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกันนะ” ธันเมธพูดพลางเอามือลูบไปที่เอวบาง เธอหยัดกายขึ้นมองชายหนุ่มเอามือวางไว้บนหน้าอกแกร่ง ลูบไล้เล่นๆ แล้วก็เอ่ยปากถาม“ได้ค่ะ เดี๋ยวเฟย์ไปจัดเสื้อผ้าใส่ตู้ก่อนนะคะ”“อย่าเพิ่งไปสิ...” เขารั้งตัวเธอไว้ กานต์สินีมองเขาอย่างระแวง“จะทำอะไรคะ”“ทำอะไรดีน้า... ให้ทายว่าพี่จะทำอะไร” ว่าแล้วเขาก็พลิกตัวเธอนอนลง ร่างกำยำเป็นฝ่ายคร่อมเรือนร่างบางเอาไว้ กานต์สินีหัวเราะคิก เอาแขนโอบรัดรอบคอชายหนุ่ม ผงกหัวขึ้นมาจูบปากเขาเบาๆ“ไม่เหนื่อยเหรอคะ เดินทางตั้งไกลแทนที่จะนอนพัก”“เหนื่อย แต่อยากเอา จบไหม” ชายหนุ่มพูดไปตามตรง กานต์สินียิ้มกว้าง โน้มคอเขาลงมาจูบอย่างรู้งาน ธันเมธลูบไปตามร่างกายของหญิงสาว ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นๆ จนร่างบางเปล่าเปลือย จากนั้นเขาค่อยถอดเสื้อผ้าของตัวเองจนเหลือแต่กางเกงขายาว กานต์สินีนำหน้าอกอวบไปไว้ที่ใบหน้าของเขา ให้เขาดูดกลืนเต้าทรวงอวบอัด เขาดูดเสียงดังจ๊วบสลับกันทั้งสองข้าง ใช้นิ้วมือสอดเข้าไปในช่องทางสวาท ขยับข้อมือกับดูดกลืนหน้าอกพร้อมกันจนเธอพรักพร้อม ค่อยถอดกางเกงสอดกายเข้าหาเธอทันทีเธอนอนหงายอ
“อยากไปประเทศไหน” เขาถามต่อ กานต์สินีเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจ“พี่ธามไม่ห้ามเฟย์เหรอคะ”“พี่จะห้ามทำไม ในเมื่อเฟย์อยากไป อีกอย่าง... การได้ไปเรียนต่อต่างประเทศจะทำให้เฟย์มีโอกาส มีอนาคตที่ดี” ธันเมธพูดอย่างเป็นผู้ใหญ่ กานต์สินียิ้มกว้างหอมแก้มเขาฟอดใหญ่“ขอบคุณมากนะคะที่เข้าใจเฟย์ เฟย์อยากไปเรียนต่อแคนาดาค่ะ”“แอบศึกษาดูลู่ทางไว้แล้วใช่ไหม” เขาหยิกจมูกเธออย่างหมั่นเขี้ยว“ก็นิดหน่อยค่ะ แต่ถ้าเฟย์ไปอยู่ที่แคนาดาจริงคงคิดถึงพี่ธาม...”“พี่จะไปหาเฟย์บ่อยๆ ไม่ต้องห่วง พี่ไม่ทำให้เฟย์เหงาหรอก”“พี่จะไปยังไงคะ พี่มีงานที่ต้องทำ...” เธอเอียงคอถาม เขาก้มลงจูบปากเธอเบาๆ“พี่มีวิธีก็แล้วกัน เฟย์ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม”“ดีแล้วค่ะ”“ได้... ถ้าอย่างนั้นพี่จะช่วยจัดการเรื่องเอกสารและการสมัครเรียนให้ แต่มีข้อแม้นะ...” เขาพูดค้างจ้องตาเธอนิ่ง กานต์สินีนั่งเกร็งไปหมด จู่ๆ เขาก็เข้าสู่โหมดเคร่งขรึม“อะไรเหรอคะ”“เรียนจบปริญญาโทแล้วต้องแต่งงานกับพี่ ห้ามเลี้ยวห้ามเหลวไหลห้ามแอบมีกิ๊ก!” เขาออกคำสั่ง กานต์สินีหัวเราะออกมาทันที“โธ่... เฟย์จะไปมีคนอื่นได้ยังไงล่ะคะในเมื่อเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ต่อ
“รู้ใจพี่จังเลยนะ” เขาเปรยเสียงแผ่ว เอามือคลึงเนื้อนวลกลางร่าง“เฟย์รู้ว่าพี่ธามชอบชุดนี้มากที่สุด อ่าส์...” เธอร้องครางเบาๆ ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งแล้วเป็นฝ่ายเริ่มจูบเขาก่อน เธอกำลังให้รางวัลตอบแทนที่เขาจัดงานวันเกิดให้เธอ หลังจากจูบจนพอใจเขาก็เริ่มพูดในสิ่งที่คิดไว้นานแล้ว“เฟย์... วันหยุดนี้เราไปสำนักงานเขตกันนะ”“ไปทำไมคะ” เธอเอียงคอถามอย่างน่ารัก“ไปจดทะเบียนสมรสกัน”“อะไรนะคะ!” เธออุทานด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง“อายุ 18 ปี บรรลุนิติภาวะแล้ว จริงๆ ตามกฎหมายเฟย์สามารถแต่งงานได้แล้ว แต่พี่อยากให้เฟย์เรียนให้จบปริญญาตรีก่อน ระหว่างรอให้ทุกอย่างพร้อม พี่อยากจดทะเบียนสมรสกับเฟย์”“เฟย์รู้สึกว่ามันยังเร็วไป”“ถามว่าเร็วไหม มันก็เร็วจริงๆ นั่นแหละ แต่พี่มาคิดดูดีๆ แล้ว เฟย์ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย เฟย์อยู่ตัวคนเดียว ถ้าหากวันใดวันหนึ่งเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นมาจะทำยังไง พี่ไม่ได้แช่งนะ ถ้าเฟย์เกิดอุบัติเหตุต้องผ่าตัดด่วน ถ้าเฟย์ป่วยหนัก ต้องหาคนเซ็นรับรอง เราจะทำยังไง พี่อยากดูแลเฟย์ไม่ให้ขาดตกบกพร่องทั้งเรื่องความรักและการใช้ชีวิตคู่ รวมถึงสิทธิ์ทางกฎหมายต่างๆ ส่
เธอดึงเสื้อชั้นในลงจนเห็นยอดปทุมถันสีชมพูเปล่ง ธันเมธครอบครองยอดอกของเธอเต็มอุ้งปาก ดูดเลียสลับกันสองข้าง กานต์สินีเสียวซ่านนัก เธอบดเบียดกายเข้าหาความแข็งขึงที่อยู่ภายใต้กางเกงยีนส์ของเขา“อู้ว... ขึ้นขย่มหน่อย” ชายหนุ่มปลดเข็มขัดและกระดุมกางเกงออก งัดความเป็นชายออกมาสาวระรัว กานต์สินีถลกกระโปรงขึ้น ถอดกางเกงในตัวเองออกแล้วสอดกายเข้าหาแท่งเนื้ออุ่นร้อนของเขาทันที“อ๊าส์...”“ใส่ชุดนักศึกษาแล้วเสียวจัง กลับมาจากมหาวิทยาลัยแล้วมาให้พี่เอาทุกวันเลยได้ไหม” เขาหรี่ตามองเธออย่างเร่าร้อน เธอพยักหน้ารับ“อื้อ... อ๊ะๆๆๆ ได้ค่ะ” เธอโยกกายขึ้นลงสลับกับบดเบียดกายเข้าหา ผมยาวสยายของเธอสะบัดไปด้านหลัง ยิ่งทำให้เธอดูเซ็กซี่มากไปกว่าเดิม ธันเมธลูบไล้หน้าอก ดูดกลืนความนุ่มหยุ่นขณะที่เธอขยับโยกไม่พัก เขาปล่อยให้เธอโยกจนเสร็จแล้วค่อยกระแทกกายสวนขึ้นไปจนเต้านมกระเพื่อมขึ้นลงอย่างน่ากลัว เธอหวีดร้องเสียงดังลั่นก่อนจะเกร็งกระตุกสะท้านไหววาบเขาจับเธอคุกเข่าบนโซฟาเป็นท่าด็อกกี้ สอดกายเข้าทางด้านหลัง ถลกชายกระโปรงไปถึงเอวแล้วซอยไม่ยั้ง เธอร้องครางเสียงหลง ร้องจนเขาแทบทนไม่ได้ ยามที่เธอเสร็จไปอีกครั้ง เขาพลิ







