Se connecterอยากรับใช้คุณหมอ
น่าแปลกที่ตื่นเช้ามาแล้วพ่อกับแม่เธอไม่อยู่ที่บ้าน บ้านที่อยู่ในสลัมมีสภาพแวดล้อมที่น่าอึดอัด ผู้คนตะโกนโหวกเหวกโวยวายจนน่ารำคาญ
ที่ที่เธออยู่มีทั้งบ่อน คนติดยา ผู้เสพ ผู้ขาย เรียกได้ว่าแหล่งมั่วสุมเลยก็ว่าได้ และการจะออกจากบ้านในแต่ละวันของเปีย เธอต้องคอยระแวงรอบตัวอยู่ตลอด ยิ่งเวลาตกกลางค่ำกลางคืนเธอจะมองสิ่งรอบตัวอย่างระมัดระวัง เจอคนเมาก็รีบเดินหลบหนีไปอีกทาง พวกวัยรุ่นแถวนี้เป็นพวกขี้ยาขี้เหล้ากันทั้งนั้น
เปียเธอไม่มีเพื่อนที่ไหนเลย ตั้งแต่จบมัธยมม.หก เพื่อนๆ ในห้องเรียนเธอก็ไม่ค่อยกล้าสุงสิงกับใครมาก จะมีก็เพียงแค่เรย์เพื่อนผู้ชายในห้องที่ชอบเดินเข้ามาคุยกับเธอ แต่ทว่าตั้งแต่เรียนจบเธอก็ไม่ได้เจอเพื่อนผู้ชายคนนั้นอีกเลย
การติดต่อสื่อสารกับเพื่อนสำหรับเธอมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเธอไม่มีเครื่องมือสื่อสารใดๆ ก็เธอมันยากจนนี่ จะเอาเงินจากไหนไปซื้อของแพงๆ พวกนี้ได้
เปียเดินทางมาถึงร้านอาหารก็เริ่มลงมือทำงานทันที เงินสามร้อยห้าสิบบาทที่ได้มาเมื่อวานเธอติดไว้ในกระเป๋าสตางค์ของเธอใส่ไว้ใบเล็กเป็นอย่างดี
"เปีย เสิร์ฟโต๊ะเจ็ด"
"จ่ะป้า"
...
"น้องคะ สั่งอาหารค่ะ"
"ค่ะ ค่ะ"
...
"เปีย ถามลูกค้าโต๊ะห้าหน่อย หมูกรอบหมด หมูชิ้นได้หรือเปล่า"
"จ่ะป้า"
...
วันนี้ลูกค้าเข้าร้านเยอะไม่ขาด ป้าเจ้าของร้านก็ทำอาหารจนมือเป็นระวิง ส่วนเธอก็วิ่งรับออเดอร์โต๊ะนั้น เสิร์ฟโต๊ะนี้ไม่ได้พัก จนกระทั่งเวลาบ่ายโมง ของทุกอย่างในร้านหมดเกลี้ยง ข้าวเที่ยงเธอก็ไม่ได้ทาน ดีที่ว่าเธอได้ทานข้าวเช้าก่อนแล้วจากร้านที่เธอทำงานนี่แหละ แต่ทว่าวันนี้อาหารทุกอย่างหมดเกลี้ยง มื้อเย็นวันนี้เธอก็คงอดไปตามระเบียบเพราะไม่มีกับข้าวเหลือให้เธอเอากลับไปทานที่บ้าน
"เปีย ค่าจ้างวันนี้ป้าให้เพิ่มนะ" ป้าเจ้าของร้านอาหารยื่นเงินจำนวนสี่ร้อยห้าสิบบาทให้กับเธอ
"ขอบคุณจ้ะป้าพร" เธอยิ้มแล้วรับเงินจากมือของป้าเจ้าของร้าน
"ร้านขายดีหมดเกลี้ยงเลย" ป้าพรยิ้มร่า
"จ่ะป้า วันนี้ขายดีมาก"
"กลับเลยก็ได้นะเปีย ไม่มีอะไรแล้ว ที่เหลือป้าจัดการเอง"
"ยังไม่กลับหรอกจ่ะป้า ขออยู่นั่งเล่นที่ร้านก่อนได้ไหม" จะให้เธอกลับไปตอนนี้ เธอก็ไม่รู้จะไปไหน แต่จะให้เธอกลับไปที่บ้านเธอก็ไม่รู้จะทำอะไรอีก อยู่นั่งเล่นนั่งคุยเป็นเพื่อนป้าพรยังจะดีกว่า
"ได้สิ แล้วพ่อแม่เราตอนนี้เป็นยังไง"
"ก็เหมือนเดิมจ่ะป้า อย่างที่รู้ๆ" เปียถอนหายใจแล้วนั่งลงบนเก้าอี้พลาสติกเป็นที่นั่งสำหรับให้ลูกค้าทานข้าว
ทำไมชีวิตของเธอมันถึงได้แย่แบบนี้ จนบางครั้งเธอนึกคิดอยากจะฆ่าตัวตาย มีพ่อแม่ก็เหมือนไม่มี ทุกวันนี้ใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว พึ่งใครไม่ได้นอกจากพึ่งพาตัวเองเท่านั้น
แต่บางครั้งก็นึกขอบคุณตัวเองเช่นกันที่เธอยังอดทนมาจนถึงอายุสิบเก้าปี แค่เธอมีชีวิตได้ถึงทุกวันนี้ถือว่ายังเป็นบุญกับเธอมากแล้ว
"ป้าล่ะสงสารจริงๆ ถ้าป้ามีเงินมากพอก็คงส่งเราเรียนมหาวิทยาลัยไปนานแล้ว" ป้าพรเจ้าของร้านอาหารตามสั่งเอ่ยปากบอกความในใจ เปียเธอเล่าให้ป้าเจ้าของร้านฟังทุกเรื่อง เธอสงสารเด็กคนนี้มาก แต่ก็นับถือใจเธอมากเหมือนกัน อายุเพียงเท่านี้แต่ต้องมาเจอเรื่องที่โคตรแย่ ใจเธอมันสู้จริงๆ
"เอาอย่างนี้ พรุ่งนี้ป้าพาเราไปสมัครเรียนดีไหม ลองคุยเรื่องขอทุนการศึกษากับทางมหาวิทยาลัยดูก่อน"
"จริงเหรอจ๊ะป้าพร" เปียดีดตัวลุกขึ้นฉับพลันทันทีที่ป้าเจ้าของร้านที่เธอทำงานเอ่ยปากจะเป็นคนพาเธอไปสมัครเรียน
"ว่าแต่นี่มันเดือนอะไร ช่วงนี้เด็กมหาวิทยาลัยเขาเปิดเทอมกันหรือยัง"
"เดือนมีนาจ่ะป้า ยังไม่เปิด เปียดีใจมากๆ เลย" เธอยิ้มหวานให้กับผู้ใหญ่ที่ใจดี และดีกับเธอมากกว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่เสียอีก
เด็กสาวโผเข้ากอดป้าเจ้าของร้านด้วยความดีใจสุดขีด เธอกำลังจะมีชีวิตใหม่
"เออ เออ พอแล้วป้าอึดอัด ตัวก็มีแต่เหงื่อกันทั้งคู่" ป้าจับเธอผละออกแล้วมองเด็กสาวที่น่าสงสาร
"เปีย รู้ตัวไหมว่าจริงๆ แล้วเราเป็นคนสวยมากนะ ถ้า..." ป้าถอนหายใจแล้วไล่สายตามองตั้งแต่เสื้อผ้าที่เธอใส่ไปจนถึงรองเท้าที่มันเยินมาก
เด็กคนนี้ถ้าเนื้อตัวสะอาดสะอ้าน แปลงโฉมเธอเสียใหม่ เธอเป็นคนที่สวยมากเลยล่ะ
"เปียน่ะเหรอสวย ไม่หรอกจ่ะ สภาพแบบนี้ป้ามองว่าสวยได้ยังไงกัน"
"เอาเป็นว่าสวยนั่นแหละ งั้นก็ช่วยป้าเก็บร้านหน่อยก็แล้วกัน อ้อเก็บเสร็จเราจะไปเดินเล่นตลาดนัดข้างๆ โรงพยาบาลไหม มีของมาขายด้วย"
"เหรอจ๊ะ งั้นรีบเก็บให้เสร็จดีกว่า" แค่ได้ยินคำว่าโรงพยาบาลเปียออกอาการดีใจจนเก็บไว้ไม่อยู่ เธอแอบหวังว่าจะได้เจอคุณหมอที่เป็นถึงรองประธาน แค่ได้เห็นหน้าก็ยังดี
"ดีใจอะไรขนาดนั้น ทำอย่างกับไม่เคยเดินตลาดนัดไปได้"
"เคยอะเคยจ่ะ แต่เปียอยาก...ไปเจอหน้าใครบางคน" ปลายประโยคเธอพูดเสียงแผ่ว แล้วหันมาเก็บเก้าอี้ขึ้นวางไว้บนโต๊ะทีละตัว ทีละตัว
หลังจากที่เก็บร้านเสร็จเรียบร้อย ป้ากับเธอก็พากันเดินมาถึงหน้าโรงพยาบาล
"ต้องเดินทะลุเข้าไปทางด้านหลังนู่นน่ะ"
เมื่อทั้งสองคนเดินมาถึงโซนที่เป็นตลาดนัดใกล้ๆ กับตึกโรงพยาบาล "เขาเริ่มทยอยเก็บกันแล้ว แต่ทำไมเขาเก็บไวจังล่ะ" เธอถามป้าอย่างสงสัย
"เขาขายกันช่วงเช้าถึงเที่ยงเท่านั้นแหละเปีย ขายพวกพยาบาล คนไข้ที่มาใช้บริการที่นี่เป็นหลัก ตอนเย็นไม่มีใครเดินหรอก"
"เหรอจ๊ะ แล้วเมื่อวานตอนค่ำเปียเดินผ่านเห็นตลาดนัดมาเปิดใหม่ด้วย"
"นั่นมันตลาดตอนกลางคืน"
"แล้วมันต่างกันยังไงกับตอนเช้าล่ะป้า"
"เอาเป็นว่าเขาขายตามเวลาและสถานที่ อย่าถามมากนักเลย อยากเดินดูอะไรก็ดูไป"
"จ่ะ" เปียไม่ซักไซร้ถามต่อให้มากความ และก็น้อยครั้งที่เธอจะได้เดินตลาดนัด แต่ก็ได้แค่เดินไม่มีเงินซื้อของหรอก
"อ่าวป้า ทำไมมาเดินตลาดนัดได้ล่ะ ไม่ขายข้าวเหรอวันนี้" โซล พยาบาลผู้ช่วยถามเสียงใส เธอคือคนที่คอยรับใช้คุณหมอคริส
"ขายดี ของหมดเกลี้ยงเลย ก็เลยพาเจ้าเปียมาเดินเล่นเสียหน่อย"
"อ่อ งั้นตามสบายจ่ะ ฉันขอตัวไปซื้อกาแฟให้คุณหมอคริสก่อน"
"ใครนะคะ" ปากเล็กของเด็กสาวเอ่ยถามอย่างลืมตัวทันทีที่ได้ยินชื่อคนที่เธออยากจะเจอ
"คุณหมอคริสจ่ะ ทำไมเหรอ" โซลถามเด็กสาวกลับ
"เอ่อ... ปะ เปล่าจ่ะ"
"อืม งั้นฉันไปก่อน"
เปียเม้มปากแน่น อยากจะเป็นคนบอกเหลือเกินว่าเธอขออาสาไปซื้อกาแฟให้คุณหมอแล้วเป็นคนขึ้นเอาไปให้ด้วยตัวเองจะได้ไหม แต่ตอนนี้มันไม่ใช่หน้าที่ของเธอแล้ว เธอเป็นแค่เพียงเด็กสาวเสิรฟ์ข้าวในร้านอาหารตามสั่งเพียงเท่านั้น ส่วนคุณหมอก็มีพยาบาลที่คอยเรียกใช้อยู่แล้ว
'เปียจะมีวาสนาได้รับใช้คุณหมอบ้างไหมคะ'
"แต่งงาน?" เสียงเล็กเอ่ยถาม มองทุกคนที่ยืนอยู่ที่ด้านล่างรวมไปถึงผู้ชายตรงหน้า "ชาเนสก็ร่วมมือกับพี่ด้วยเหรอ" "ใช่จ่ะ" ชาเนสเดินถือเวลเจ้าสาวนำมาเสียบไว้ที่ผมของเธอ"ยินดีด้วยนะ" ชาเนสอวยพรก่อนจะเดินกลับลงไปที่ชั้นล่าง แต่กับเธอที่ยังยืนทำหน้างง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแบบไม่ทันได้ตั้งตัว "เปียพร้อมที่จะเป็นเจ้าสาวและภรรยาของพี่ไหม" คริสค่อยๆนั่งคุกเข่าลงช้าๆพร้อมกับกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินที่ถืออยู่ในมือแล้วเปิดฝากล่องด้านในเป็นแหวนเพชรเม็ดโตแสงระยิบระยับแทงตา เนื้อเพชรช่างงามเหมาะสมกับคนงามๆตรงหน้ เขาสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษเมื่อหนึ่งเดือนก่อนเพื่อนำมาเซอร์ไพรส์กับเธอในวันวาเลนไทน์ "พี่คริส...ทุกคน" เปียคลายยิ้มมองหน้าแฟนหนุ่มและทุกคนที่เป็นครอบครัวของเธอนับตั้งแต่ได้เหยียบเข้ามาอยู่ในบ้านทวีพัฒนา"พร้อมจะเป็นสะใภ้แม่ได้หรือยัง" ลดาตะโกนถามขึ้นมา"ค่ะ คุณแม่" เธอตอบกลับ "สวมแหวนให้น้องเลยลูก" ลดายิ้มตะโกนบอกลูกชายด้วยความรู้สึกดีใจและตื้นตันใจ แหวนเพชรเก้ากะรัตค่อยๆถูกสวมใส่อย่างบรรจงที่นิ้วนางข้างซ้ายของแฟนสาวที่เขารักสุดหัวใจ "ขอบคุณนะคะพี่คริส" เขาลุกขึ้นแล้วสวมกอดเธอสุดที่รักที่เ
ตอนพิเศษ 3 หนึ่งปีต่อมา เปียทำงานที่สายการบินครบเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม การทำงานยังถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี ถึงแม้จะมีปวดหัวกับผู้โดยสารบ้าง แต่เธอก็สามารถรับมือได้ด้วยความอ่อนน้อม และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะมีเหนื่อย มีท้อไปบ้าง แต่เพราะเธอรักในอาชีพแอร์โฮสเตสเมื่อเธอโอกาสจึงอยากที่จะทำให้เต็มที่ ให้สมกับที่เธอเหน็ดเหนื่อยทุกหยาดหยด และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้คือแฟนหนุ่มของเธอ เขาสนับสนุนเธอในทุกๆเรื่องอย่างเต็มที่ คอยเป็นกำลังใจ เป็นแรงผลักดันให้เธอได้มีวันนี้วัด "เปียทำความฝันได้สำเร็จแล้วนะคะ" เธอยืนพูดอยู่หน้า อัฐิพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอพร้อมกับปักธูปลงในกระถางและพวงมาลัยวางไว้ตรงหน้าอัฐิ เธอใส่ชุดยูนิฟอร์มของสายการบินมาไหว้พ่อแม่ของเธอ มือเล็กเอื้อมไปจับรูปพ่อแม่ที่ติดอยู่หน้าอัฐิ เมื่อหลายวันก่อนเธอฝัน ฝันว่าพ่อแม่ของเธอมาหาแล้วก็มาบอกลา "พ่อกับแม่ขอโทษนะลูก" ประโยคนี้เป็นเสียงของผู้เป็นแม่ ทั้งสามคนโอบกอดกันในความฝัน แต่เธอรู้สึกและสัมผัสได้ว่าท่านมีอยู่จริงถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ฝันก็ตามเปียจึงขอให้คริสพาเธอมาที่วัดเพื่อมาไหว้พ่อแม่ของเธอ และบอกเล่าเรื่องรา
ตอนพิเศษ 2หนึ่งเดือนต่อมา คริสตีสนิทกับเพื่อนร่วมงานของเธอที่ชื่อชาเนส เพื่อฝากฝังให้เธอช่วยดูแลแฟนสาวและกันท่าพวกหนุ่มๆ ที่มาตามจีบLineชาเนส : send pictureชาเนส : เปียบอกว่าเป็นเพื่อนสมัยเรียนค่ะชื่อเรย์คริสเปิดดูข้อความของชาเนสที่เป็นเพื่อนร่วมงานของเธอ กำลังนั่งคุยกันอยู่ที่ร้านกาแฟในสนามบินคริส : ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับชาเนส : ก็ในสนามบินนี่แหละค่ะ ยังนั่งคุยกันอยู่คริส : ขอบคุณครับมือหนากดที่รายชื่อโทรศัพท์แล้วต่อสายโทรหาแฟนสาวในทันที เพื่อตามให้เธอกลับบ้าน"ฮัลโหล กลับหรือยัง" คริสเอ่ยเสียงเข้ม"ยังค่ะ พอดีเปียเจอเรย์ที่สนามบินก็เลยนั่งคุยกัน พี่คริสผ่าตัดคนไข้เสร็จแล้วเหรอคะ""อืม แล้วจะคุยกันอีกนานไหม""อีกพักค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ เจอกันที่บ้าน""เปีย เปีย..." เขาโดนเธอตัดสายทิ้งในขณะที่กำลังจะพูดต่อว่าให้เธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้"คืนนี้เตรียมตัวโดนทำโทษได้เลย" เขาเค้นคำขู่ กล้าดียังไงมาตัดสายเขาไปดื้อๆ ไม่บอกเขาสักคำว่าอยู่กับเพื่อนสมัยมัธยมที่มันเคยชอบเธอก็แล้วใครมันจะนั่งอยู่เป็นสุขได้ คริสร้อนใจลุกขึ้นจากเก้าอี้ถอดชุดกาวน์แขวนไว้ที่ราวก่อนจะหยิบสัมภาระทุกอย่างเดินออกจากห้อ
ตอนพิเศษ 1 สองปีต่อมา ร่างบางนั่งอยู่บนที่นอนหลังจากอาบน้ำเสร็จ เปียหยิบไอแพดขึ้นมาแล้วเข้าเปิด mail วันนี้เป็นวันประกาศผลการคัดเลือกว่าเธอจะผ่านการสอบสัมภาษณ์และได้เป็นแอร์โฮสเตสในสายการบินที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งของประเทศไทยหรือไม่"เปียตื่นเต้นจังเลยค่ะพี่คริส" เธอหันไปบอกแฟนหนุ่มที่นั่งลุ้นไปพร้อมๆกับเธอ คริสเองก็อยากให้เธอได้เป็นแอร์โฮสเตสตามความฝัน อีกใจก็ไม่อยากให้เป็นแล้ว และเท่าที่เขาค้นหาจากในเว็บบ้างล่ะ คนรอบตัวบ้างล่ะ จะต้องมีบินในประเทศและต่างประเทศแล้วแต่ตามตารางบินที่เขาจัดสรร แล้วถ้าเกิดมีหนุ่มๆมาจีบเธอเข้าล่ะ พวกนักบิน สจ๊วตหรือแม้กระทั่งผู้โดยสารเพศชาย เปียเธอเริ่มเข้าสู่วัยทำงานเต็มตัว เขาไม่สามารถไปนั่งเฝ้าเช้า-เย็น เทียวรับ-ส่งเธอเหมือนตอนเรียนมหาวิทยาลัยได้อีก คิดแล้วมันก็กลุ้มใจ เขาไม่อยากห่างเธอนานๆ นับวันเปีบยิ่งโตก็ยิ่งสวย เดินไปไหนกับเธอผู้ชายก็แทบจะเหลียวหลังไปตามๆกัน จนเขารู้สึกหงุดหงิด แต่เขาเองก็ต้องพยายามทำใจ เพราะเคยให้คำมั่นสัญญาไว้ว่าจะส่งเธอให้ถึงฝั่งฝัน และตอนนี้เขาเกือบทำสำเร็จแล้ว เหลืออีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น "เปียกดดูเลยนะคะ" คริสจึงพยัก
ช่วงค่ำ บริเวณใกล้ๆ ที่พักมีตลาดนัดคนเดิน คริสจึงขับรถพาเธอไปเดินชมตลาดและซื้อของกินจุกจิกไปตามทาง"เปียอยากทานไส้กรอกค่ะ" เธอชี้ คริสจึงก้มกระซิบบอกเธอใกล้ๆ ด้วยน้ำเสียงชวนขนลุกซู่"ไส้กรอกพี่มันใหญ่กว่านี้อีก" ใบหน้าหล่อโน้มขึ้นมองหน้าสวยของแฟนสาวที่กำลังยืนเขิน"ขอโทษนะคะ พอดีเพื่อนอยากได้เบอร์ของคุณค่ะ" เสียงผู้หญิงจากทางด้านซ้ายเดินเข้ามาขอเบอร์จากคริสโดยอ้างว่าเพื่อนให้มาขอ"ไม่ได้หรอกค่ะ แฟนเขายืนอยู่ตรงนี้" น้ำเสียงติดห้วนแสดงให้อีกคนรู้ว่าเธอไม่พอใจ ก็เธอเนี่ยคือแฟนของเขา"เอ่อ...ขอโทษค่ะ" ผู้หญิงที่เดินเข้ามาขอเบอร์ยิ้มเจื่อนเอ่ยขอโทษก่อนจะเดินออกไป"หันมาหน่อยค่ะ" เธอสั่ง ดวงตาสวยช้อนขึ้นมองแฟนหนุ่ม "ปลดกระดุมเยอะขนาดนี้ไม่ถอดเสื้อเดินเลยล่ะคะ" เธอประชดแฟนหนุ่มแล้วติดกระดุมให้เขา แถมเสื้อเชิ้ตที่เขาใส่บางจนเห็นเนื้อใน หุ่นของเขามันเซ็กซี่มาก สาวที่เดินผ่านไปมาก็เอาแต่มองเขา เธอสังเกตรอบข้างทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้อะไร จนกระทั่งผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาเพื่อขอเบอร์ เธอหวงในใจอยากตะโกนบอกเหลือเกิน เอาเบอร์รองเท้าเธอไปก่อนไหมคะ แต่มันก็ไม่สุภาพ ดีที่ผู้หญิงคนนั้นยอมถอยออกไป"หวงเหร
ตอนที่ 50 ค่ำคืนพิเศษ END เมื่อเดินทางมาถึงที่พัก พนักงานต้อนรับเดินมาบริการถึงตัวรถ พร้อมกับช่วยยกกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบเข้าไปที่ด้านใน คู่รักทั้งสองคนจับมือกันเดินไปที่ล็อบบี้เพื่อเช็คอินกับพนักงานเมื่อได้ห้องพักแล้วเรียบร้อย พนักงานผู้หญิงนำทางเดินไปยังที่พักพูลวิลล่าแบบส่วนตัว สถานที่ตกแต่งด้วยดีไซน์สุดหรู บรรยากาศเงียบสงบ สถานที่พักติดทะเลเป็นหาดส่วนตัวเห็นทรายสีขาวกับน้ำทะเลสีใส ไม่ว่าใครมาที่ภูเก็ตก็ต้องเลือกสถานที่แห่งนี้เป็นที่พัก เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน"สวยมากๆ เลยค่ะ""พี่ดีใจที่เปียชอบ" คริสเดินเข้าไปหาร่างบางที่ยืนมองวิวทะเลที่อยู่ตรงด้านหน้า สองแขนวาดโอบแฟนสาวเข้าหาตัว ปากหนาเคลื่อนกดจูบไปที่ซอกคอขาวคริสจับตัวเธอหมุนให้หันมาสบตากับเขา "หิวหรือยัง" มือหนายกขึ้นปัดป่ายเส้นผมของเธอไปมา"หิวแล้วค่ะ พี่คริสหิวหรือยังคะ""พี่หิวแล้ว แต่ไม่ใช่หิวข้าวนะ..." คริสส่งสายตาอันเย้ายวนอย่างไม่ปิดบัง ว่าเขาต้องการอะไรแก้มขาวนวลขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอรู้ว่าคุณหมออยากจะทำอะไรกับเธอในตอนนี้ "ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ" เปียจับมือลากคุณหมอให้ออกจากห้องเพื่อทานข้าว ไม่อยากชักช้าไปกว่า
"นั่นแหละเด็กดี" เปียรับช่อดอกไม้จากมือพี่คริส พร้อมกับเรียกเขาด้วยสรรพนามใหม่"แล้วนั่นกล่องอะไรคะ" เธอถาม คริสหยิบกล่องขึ้นมาแล้วเปิด มันเป็นสร้อยคอสีเงินสลักเป็นรูปผู้ชายและผู้หญิงนั่งจับมือกันอยู่บนพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว"สวยไหม" เขาชูสร้อยขึ้นมาตรงหน้า"สวยค่ะ""สร้อยเส้นนี้ฉันซื้อให้กับเธอในวัน
ตอนที่ 49 สวีทหนึ่งสัปดาห์ต่อมา คริสเร่งเคลียร์งานทุกอย่างให้ทันก่อนวันเสาร์ เพราะเขาจะพาเธอไปเที่ยวทะเลที่ภาคใต้ คริสจองที่พักพูลวิลล่าแบบส่วนตัวด้วยราคาที่แพงที่สุดในตัวจังหวัด เขาอยากเซอร์ไพรส์แฟนสาว และต้องการสร้างบรรยากาศที่แสนจะโรแมติกให้กับคนที่ขารักเธอผู้เป็นที่รักและกล่องดวงใจบนโลกใบนี
ตอนที่ 25สมัครเรียน สามวันต่อมา ในช่วงครึ่งวันเช้าคริสไม่มีงานเร่งด่วน เขาจึงไปขออนุญาตกับป้าพรว่าจะพาเธอไปสมัครเรียนมหาวิทยาลัยแต่ทว่าเธอเองก็ต้องมีรูปติดบัตรนักศึกษา และก็ต้องใส่ชุดนักศึกษาถ่ายด้วย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะแถวมหาวิทยาลัยมีร้านถ่ายรูปและมีชุดนักศึกษาขาย ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยเอกช
ตอนที่ 11ไปอยู่บ้านฉันเปียจะบอกคุณหมออย่างไรว่าบ้านของเธอเป็นสลัม ก็เธออายนี่น่า แล้วคุณหมอเองก็ดูตั้งใจมากๆ ที่จะพาเธอออกจากชีวิตเซ็งเคร็งนี้ แต่คุณหมอรู้เรื่องของเธอดีแล้วอย่างนั้นเหรอถึงได้ชักชวนเธอไปอยู่ที่บ้าน อยากจะถามเหลือเกินว่าช่วยเธอไปทำไม ใจดีกับเธอทำไม แล้วกับการที่คุณหมอดีกับเธอแบบนี







