Se connecterป้าพรสังเกตสีหน้าเปียที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็คิดได้ว่าเธอคงจะแอบชอบคุณหมอแน่ๆ เพราะตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเป็นปีๆ ก็ไม่เคยเห็นเด็กสาวมีอาการแบบนี้มาก่อน เธอดูเสียอาการมากเมื่อมีคนพูดถึงคุณหมอที่ชื่อ 'คริส'
"เปีย" ป้าพรเรียกเธอ
"จ่ะป้า"
"เป็นอะไร"
"เปล่านี้จ๊ะ" เธอพยายามเก็บสีหน้าให้เป็นปกติ แต่ทว่าคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนมีเหรอจะดูไม่ออก
"อยากเดินตลาดนัดอยู่อีกไหม"
"เดินจ่ะเดิน"
เปียเดินดูของตามร้านต่างๆ กับป้าพรแล้วก็ต้องสะดุดกับของสิ่งหนึ่ง ของสิ่งนั้นที่เธอหยิบขึ้นมาก็คือกิ๊ฟติดผม ทั้งสีและลายของกิ๊ฟนั้นมันช่างน่ารักจริงๆ อย่างว่าเธอเป็นผู้หญิง ของน่ารักๆ แบบนี้ก็อยากจะได้เป็นธรรมดา
เด็กสาวหยิบกิ๊ฟที่ติดอยู่บนแผงสองชิ้นแล้วเอาขึ้นมาทาบกับเส้นผม
"ชอบเหรอเปีย"
"ก็...จ่ะ มันน่ารักดี"
"เอาไหมล่ะ"
"ไม่ดีกว่าจ่ะ มันน่ารักเกินไป ไม่เหมาะกับเปียหรอก" เธอวางกิ๊ฟลงไว้ที่เดิม แต่ทว่าป้าพรกลับหยิบกิ๊ฟที่เธอเพิ่งวางลงไปบนกระบะแล้วยื่นให้คนขายใส่ถุง
"ฉันเอาอันนี้ เท่าไหร่"
"ยี่สิบบาทค่ะ" ป้าพรยื่นเงินแบงก์ยี่สิบให้กับคนขาย
"ป้าซื้อทำไม" เธอถาม
"ซื้อให้เรานั่นแหละ โตเป็นสาวขนาดนี้แล้ว รักสวยรักงามบ้างเถอะเรา"
"เปียก็อยากรักสวยรักงามอยู่หรอกจ่ะ แต่ดูสารรูปเปียสิ" เธอก้มมองดูตัวเองก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
"เห้อ คิดมากอีกแล้ว เอาไป" ป้าพรถอนหายใจยาวแล้วยื่นถุงที่มีกิ๊ฟให้กับเธอ
"ขอบคุณนะจ๊ะป้า ป้าใจดีกับเปียตลอดเลย ไม่เหมือน..." เธอนึกถึงคนที่ให้กำเนิดเธอมา ขนาดว่าเธอเป็นลูกในใส้แท้ๆ ยังไม่แยแสเธอเลยสักนิด แต่กับป้าพร ญาติก็ไม่ใช่แต่กลับเอ็นดูเธอเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่ง
"ป้าล่ะสงสารเราจริงๆ เลย" มือของป้ายกขึ้นจับศีรษะเล็กของเด็กสาวอย่างนึกสงสารจับใจ
"ถ้าป้าเป็นแม่ของหนูก็คงจะดีกว่านี้" ดวงตาสวยน้ำตารื้นขอบตา ป้าพรจึงดึงเธอเข้ามากอดแล้วลูบหลังเพื่อปลอบเธอ
"ยังไงเปียก็มีป้านะลูก ป้าก็คงจะช่วยเราเท่าที่ได้"
"แค่นี้ก็เป็นพระคุณมากแล้วจ่ะ ฮึก~" เธอร้องไห้ออกมา นึกขอบคุณป้าพรมากๆ ที่ดีกับเธอเหลือเกิน
ป้าผละกอดเด็กสาวออกแล้วเช็ดน้ำตา "มีอีกอย่างที่ป้าอยากจะช่วยเรา ไหนๆ วันนี้เรายังมีเวลาว่างอยู่อีกหลายชั่วโมง" ป้าพรยกยิ้มมองหน้าเด็กสาวที่มีใบหน้าสวย ถึงเนื้อตัวจะมอมแมม ผมเพ้าจะยุ่งเหยิง ถ้าขัดสีฉวีวรรณเธอเสียหน่อย หนุ่มๆ คงได้ตรอมเด็กคนนี้มากแน่ๆ
"ป้าจะไปไหนต่อเหรอจ๊ะ"
"ไปร้านสะดวกซื้อว่าจะซื้อของสักหน่อย" บอกจบป้าพรจูงมือเด็กสาวไปซื้อของเพื่อแปลงโฉมเธอ
ของที่จะใช้ขัดผิวเธอก็ไม่มีอะไรมาก เป็นเครื่องประทินผิวของคนรุ่นเก่าที่ใช้กันมารุ่นต่อรุ่น แต่ถ้าพูดถึงสมัยนี้คงไม่มีเด็กคนไหนใช้ของพวกนี้กันแล้ว คร้านจะพาเธอเข้าคลินิกป้าพรก็คงไม่มีเงินลงทุนให้เธอขนาดนั้น พวกสูตรโบราณแบบนี้แหละคือของดี เห็นผลลัพธ์ความสวยเหมือนกัน ไม่ต้องไปเสียเงินแพงๆ เข้าคลินิกอะไรพวกนั้นหรอก
"ซื้อมาทำไมเหรอจ๊ะ" เปียถามสิ่งที่วางตรงหน้าเธอ มีทั้งดินสอพอง ขมิ้น มะขาม น้ำผึ้ง ล้วนเป็นแบบซองทั้งหมด หลังจากซื้อของพวกนี้เสร็จป้าก็พาเธอกลับมาที่ร้านและบอกให้เธอไปเปลี่ยนชุดใส่ผ้าถุงแทน แล้วผ้าถุงที่เปียต้องใส่ก็เป็นของป้าพรนั่นแหละ ก็ตึกที่ขายอาหารตามสั่งป้าพรก็ใช้เป็นที่ซุกหัวนอน ดีที่ค่าเช่าไม่แพงมาก ก็พอมีพอกิน อีกอย่างป้าพรแกก็ตัวคนเดียว ไม่มีสามีหรือลูก
"ไม่รู้อีกเหรอไงว่าจะทำอะไร"
"ก็..." ของพวกนี้เธอก็พอจะรู้สรรพคุณอยู่หรอก
"อยากสวยให้คุณหมอสนใจหรือเปล่าล่ะ" ป้าพรแหย่ถาม ทำเอาเด็กสาวเบิกตากว้างอย่างตกใจ ดวงตาสวยล่อกแล่กไปมา ใบหน้ากลับขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะเธอกำลังเขิน
"อะ อะไรกันจ๊ะป้า" นี่ป้ารู้หรอกเหรอ แล้วรู้ได้ยังไง หรือว่าตอนที่เจอพยาบาลสาวคนนั้นแล้วเธอดันลืมตัว...
"ป้าไม่แซวแล้ว เสียเวลาสวย ไปขัดตัวที่ห้องน้ำดีกว่าไป"
ผ่านไปสามชั่วโมง หลังจากที่ป้าพรพอกตัวให้เธอแล้วเสร็จก็พอกทิ้งไว้ เมื่อครบเวลาก็ให้เธอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
เด็กสาวที่มีผิวคล้ำใบหน้าที่คล้ายดำแดดก็เริ่มดูนวลมาก แต่ทว่าเนื้อตัวเธอมันออกจะติดเหลืองไปนิดเพราะขมิ้นที่ใช้ทา ป้าพรบอกว่าเดี๋ยวมันจะจางไปเอง แล้วผิวเราก็จะกระจ่างใสมากขึ้น และย้ำว่าให้ทำเป็นประจำจะยิ่งเห็นผลเร็วด้วย
ของที่ป้าพรใช้สามารถหาซื้อได้ตามมินิมาร์ททั่วไป ยิ่งเป็นแบบซองใช้งานง่ายไม่เลอะเทอะ และราคาก็ไม่แพง
"ขอบคุณนะจ๊ะป้า แล้ว...เปียต้องกลับบ้านเนื้อตัวสีแบบนี้เหรอ" เธออายก็จากสีของขมิ้นนี่แหละทำให้เนื้อตัวเธอมันติดเหลืองเหมือนคนเป็นโรค
"เอาน่าก็แค่ไม่กี่วัน ว่าแต่พ่อกับแม่เราวันนี้จะมาไหม" ป้าพรถาม รู้สึกเป็นห่วงเด็กสาวขึ้นมา
"ไม่รู้เหมือนกันจ่ะ เมื่อวานเปียก็ไม่ได้เจอพ่อกับแม่เลย"
"สาธุ" ป้ายกมือไหว้ท่วมหัว "อย่ามาเลย ไปๆ กันเสียให้พ้นก็ดี"
"ป้าขอโทษนะลูกที่ป้าพูดแบบนี้ ถ้าเราไม่ไหวจริงๆ จะมาอยู่กับป้าชั่วคราวก็ได้นะ"
"ขอบคุณมากจ่ะ แต่อย่าดีกว่ารบกวนป้าเปล่าๆ"
"แล้วแต่เราก็แล้วกัน แล้วนี่จะกลับเลยไหม"
"กลับเลยจ่ะ"
เช้าในวันต่อมา
"ไอเปียเอ้ย ไอเปียอยู่ไหม" เสียงตะโกนลั่นจากหญิงสาวที่ยืนเรียกเธออยู่ที่ประตูหน้าบ้าน
"จ่ะ จ่ะ มีอะไร"
"พ่อแม่เอ็งติดคุก ไม่รู้เรื่องเลยเหรอไอเปีย" หญิงสาวที่อยู่ข้างบ้านเธอชื่อภาทาบข่าวมาบอก
เปียได้แต่ส่ายหัวไปมา
"ไปประกันตัวพ่อแม่หน่อยไป"
"ต้องใช้เงินเท่าไหร่เหรอ แล้วพ่อกับแม่อยู่สถานีตำรวจไหน"
"ก็แถวนี้แหละมีอยู่ที่เดียว เรื่องเงินประกันฉันไม่รู้หรอก ก็แค่มาบอกให้รู้" บอกจบภาก็เดินกลับเข้าไปในบ้านของเธอที่อยู่ติดกัน
เปียรีบเดินไปสถานีตำรวจแล้วขึ้นไปยังโรงพัก "สวัสดีค่ะคุณตำรวจ พอดีฉันมาประกันตัวพ่อกับแม่"
"พ่อแม่ชื่ออะไร"
"พ่อชื่อภพแม่ชื่อสายค่ะ แล้วเงินประกัน..."
"คนละห้าร้อยบาท" ตำรวจตอบกลับเธออย่างนึกรู้ว่าเธอจะถามอะไร
"สองคนก็พันนึง"
"ใช่" เปียหยิบกระเป๋าสตางค์ใบเล็กขึ้นมา ก่อนออกจากบ้านเธอหยิบเงินที่มีจำนวนเพียงแปดร้อยบาทใส่ลงในกระเป๋าสตังค์ใบเล็กของเธอ เงินจำนวนนี้ก็คือค่าแรงทั้งสองวันที่ได้มา
"เอ้ย ไอเปียมันมาประกันตัวแล้วโว้ย ฉันกับพ่อแกติดอยู่ในคุกมาสองวันแล้ว ไม่รู้หรือไงวะ" แม่ของเธอตะโกนลั่นเมื่อเห็นหน้าลูกสาว
"เพิ่งรู้แม่ เปียก็รีบมาเลย" เธอบอกกลับก่อนจะหันมาคุยกับคุณตำรวจ "ฉันมีอยู่แค่เท่านี้จ่ะ ขาดอีกสองร้อยฉันเอามาให้เย็นนี้ได้ไหม รอฉันทำงานได้เงินมาก่อน"
"คงจะไม่ได้ ไม่งั้นก็คงปล่อยได้แค่คนเดียว ส่วนอีกคนก็ค่อยมาประกันตอนเย็น เราจะเลือกใครออกมาก่อน"
"สองคนเลยไม่ได้เหรอ เย็นนี้ฉันจะเอาเงินที่เหลือมาให้ไง"
"ไม่ได้" ตำรวจขึ้นเสียงแข็งใส่
"เอ่อ...ฉันเอาแม่ออกมาก่อนก็ได้จ่ะ"
"เห้ย แล้วพ่อเอ็งล่ะไอเปีย ทำงานงกๆ ไม่มีเงินเลยหรือไงวะ"
"จะมีได้ยังไง พ่อกับแม่เอาเงินที่เปียทำงานไปเล่นการพนันหมด" เธอตะโกนกลับ ทำเอาคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ติดคุกถึงกับชี้หน้าลูกสาวผ่านกรงขัง
"แหนะไอลูกคนนี้ ปากดี เดี๋ยวกูออกไปได้ก่อน มึงโดนกูกระทืบแน่ไอเปีย" พ่อของเธอตะโกนขู่ เปียได้แต่ยืนหน้าซีดเผือดเธอกลัวว่าถ้าพ่อเธอออกจากคุกแล้วเธอจะโดนกระทืบอย่างที่พ่อว่าจริงๆ
เธอมาช่วยแล้วแท้ๆ ยังมาพูดจาแย่ๆ กับเธอต่อหน้าคนนับสิบ ก็เงินมันมีไม่พอจะให้ทำยังไง
"เห้ย ไอคริสว่าไงวะ มาทำอะไร"
"มาหาแกนั่นแหละ อยากชวนทานข้าว ว่างไหม"
"แล้วไม่บอกกันก่อนวะ ฉันทานข้าวมาแล้ว"
"งั้นก็ไปนั่งเป็นเพื่อนหน่อยสิ"
เสียงนี้เธอรู้สึกคุ้นมาก แถมชื่อก็เหมือนกันอีกต่างหาก เปียจึงหันไปมองตามเสียงว่าใช่คนที่เธอคิดไว้หรือเปล่า
"คุ คุณหมอ~" เปียยืนอ้าปากค้าง มองคุณหมอที่เธอแอบปลื้มด้วยความตกใจ ทำไมเธอจะต้องมาเจอคุณหมอในสถานการณ์ที่น่าอายแบบนี้ด้วย
"ไอเปีย ไหนเงิน" สายแม่ของเธอถามหลังจากโดนปล่อยตัวแล้วแบมือเพื่อขอเงินจากลูกสาว
"เงินอะไรแม่"
"อ่าว ไปทำงานมางกๆ ไม่มีเงินติดตัวเลยหรือไงวะ"
"เงินจำนวนที่เหลือนี้เปียต้องเก็บรวบรวมไว้ประกันตัวพ่อเย็นนี้"
"โอ๊ย หงุดหงิดเว้ย งั้นเอามาร้อยนึงจะไปซื้อเหล้ากินแก้เซ็ง" แม่เธอหยิบแบงก์สีแดงออกจากมือของลูกสาว แล้วเดินลงจากสถานีตำรวจไป
"แม่ นั่นมันเงินเอาไว้ประกันตัวพ่อนะ" เธอตะโกนไล่หลัง แล้วรีบเดินตามแม่ลงไป แต่ทว่าสองเท้าเล็กกลับหยุดชะงักเมื่อรู้สึกว่าคุณหมอกำลังมองมาที่เธอ
เปียหันไปมองนิ่งแล้วก้มหน้าเล็กน้อยเป็นการทักทาย ก่อนที่จะรีบเดินออกจากสถานีตำรวจ
ทำไมเธอถึงไม่เจอคุณหมอในสถานการณ์ที่มันดีกว่านี้ แย่ แย่ที่สุดเลย
คริสหันมองตามเด็กสาวที่เหมือนจะมีเนื้อตัวที่สะอาดสะอ้านมากขึ้น แล้วเมื่อกี้เขาได้ยินที่เธอพูดคุยกับแม่...พ่อเธอติดคุกงั้นเหรอ เขาคิดในใจก่อนจะโดนเพื่อนที่เป็นตำรวจทักถาม
"มองอะไรคริส รู้จักเด็กคนนั้นเหรอ"
"ไม่รู้จัก" เขาตอบเพื่อนเสียงเรียบ แล้วกอดคอเพื่อนตำรวจให้ไปทานข้าวเป็นเพื่อนเขา
"แต่งงาน?" เสียงเล็กเอ่ยถาม มองทุกคนที่ยืนอยู่ที่ด้านล่างรวมไปถึงผู้ชายตรงหน้า "ชาเนสก็ร่วมมือกับพี่ด้วยเหรอ" "ใช่จ่ะ" ชาเนสเดินถือเวลเจ้าสาวนำมาเสียบไว้ที่ผมของเธอ"ยินดีด้วยนะ" ชาเนสอวยพรก่อนจะเดินกลับลงไปที่ชั้นล่าง แต่กับเธอที่ยังยืนทำหน้างง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแบบไม่ทันได้ตั้งตัว "เปียพร้อมที่จะเป็นเจ้าสาวและภรรยาของพี่ไหม" คริสค่อยๆนั่งคุกเข่าลงช้าๆพร้อมกับกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินที่ถืออยู่ในมือแล้วเปิดฝากล่องด้านในเป็นแหวนเพชรเม็ดโตแสงระยิบระยับแทงตา เนื้อเพชรช่างงามเหมาะสมกับคนงามๆตรงหน้ เขาสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษเมื่อหนึ่งเดือนก่อนเพื่อนำมาเซอร์ไพรส์กับเธอในวันวาเลนไทน์ "พี่คริส...ทุกคน" เปียคลายยิ้มมองหน้าแฟนหนุ่มและทุกคนที่เป็นครอบครัวของเธอนับตั้งแต่ได้เหยียบเข้ามาอยู่ในบ้านทวีพัฒนา"พร้อมจะเป็นสะใภ้แม่ได้หรือยัง" ลดาตะโกนถามขึ้นมา"ค่ะ คุณแม่" เธอตอบกลับ "สวมแหวนให้น้องเลยลูก" ลดายิ้มตะโกนบอกลูกชายด้วยความรู้สึกดีใจและตื้นตันใจ แหวนเพชรเก้ากะรัตค่อยๆถูกสวมใส่อย่างบรรจงที่นิ้วนางข้างซ้ายของแฟนสาวที่เขารักสุดหัวใจ "ขอบคุณนะคะพี่คริส" เขาลุกขึ้นแล้วสวมกอดเธอสุดที่รักที่เ
ตอนพิเศษ 3 หนึ่งปีต่อมา เปียทำงานที่สายการบินครบเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม การทำงานยังถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี ถึงแม้จะมีปวดหัวกับผู้โดยสารบ้าง แต่เธอก็สามารถรับมือได้ด้วยความอ่อนน้อม และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะมีเหนื่อย มีท้อไปบ้าง แต่เพราะเธอรักในอาชีพแอร์โฮสเตสเมื่อเธอโอกาสจึงอยากที่จะทำให้เต็มที่ ให้สมกับที่เธอเหน็ดเหนื่อยทุกหยาดหยด และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้คือแฟนหนุ่มของเธอ เขาสนับสนุนเธอในทุกๆเรื่องอย่างเต็มที่ คอยเป็นกำลังใจ เป็นแรงผลักดันให้เธอได้มีวันนี้วัด "เปียทำความฝันได้สำเร็จแล้วนะคะ" เธอยืนพูดอยู่หน้า อัฐิพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอพร้อมกับปักธูปลงในกระถางและพวงมาลัยวางไว้ตรงหน้าอัฐิ เธอใส่ชุดยูนิฟอร์มของสายการบินมาไหว้พ่อแม่ของเธอ มือเล็กเอื้อมไปจับรูปพ่อแม่ที่ติดอยู่หน้าอัฐิ เมื่อหลายวันก่อนเธอฝัน ฝันว่าพ่อแม่ของเธอมาหาแล้วก็มาบอกลา "พ่อกับแม่ขอโทษนะลูก" ประโยคนี้เป็นเสียงของผู้เป็นแม่ ทั้งสามคนโอบกอดกันในความฝัน แต่เธอรู้สึกและสัมผัสได้ว่าท่านมีอยู่จริงถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ฝันก็ตามเปียจึงขอให้คริสพาเธอมาที่วัดเพื่อมาไหว้พ่อแม่ของเธอ และบอกเล่าเรื่องรา
ตอนพิเศษ 2หนึ่งเดือนต่อมา คริสตีสนิทกับเพื่อนร่วมงานของเธอที่ชื่อชาเนส เพื่อฝากฝังให้เธอช่วยดูแลแฟนสาวและกันท่าพวกหนุ่มๆ ที่มาตามจีบLineชาเนส : send pictureชาเนส : เปียบอกว่าเป็นเพื่อนสมัยเรียนค่ะชื่อเรย์คริสเปิดดูข้อความของชาเนสที่เป็นเพื่อนร่วมงานของเธอ กำลังนั่งคุยกันอยู่ที่ร้านกาแฟในสนามบินคริส : ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับชาเนส : ก็ในสนามบินนี่แหละค่ะ ยังนั่งคุยกันอยู่คริส : ขอบคุณครับมือหนากดที่รายชื่อโทรศัพท์แล้วต่อสายโทรหาแฟนสาวในทันที เพื่อตามให้เธอกลับบ้าน"ฮัลโหล กลับหรือยัง" คริสเอ่ยเสียงเข้ม"ยังค่ะ พอดีเปียเจอเรย์ที่สนามบินก็เลยนั่งคุยกัน พี่คริสผ่าตัดคนไข้เสร็จแล้วเหรอคะ""อืม แล้วจะคุยกันอีกนานไหม""อีกพักค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ เจอกันที่บ้าน""เปีย เปีย..." เขาโดนเธอตัดสายทิ้งในขณะที่กำลังจะพูดต่อว่าให้เธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้"คืนนี้เตรียมตัวโดนทำโทษได้เลย" เขาเค้นคำขู่ กล้าดียังไงมาตัดสายเขาไปดื้อๆ ไม่บอกเขาสักคำว่าอยู่กับเพื่อนสมัยมัธยมที่มันเคยชอบเธอก็แล้วใครมันจะนั่งอยู่เป็นสุขได้ คริสร้อนใจลุกขึ้นจากเก้าอี้ถอดชุดกาวน์แขวนไว้ที่ราวก่อนจะหยิบสัมภาระทุกอย่างเดินออกจากห้อ
ตอนพิเศษ 1 สองปีต่อมา ร่างบางนั่งอยู่บนที่นอนหลังจากอาบน้ำเสร็จ เปียหยิบไอแพดขึ้นมาแล้วเข้าเปิด mail วันนี้เป็นวันประกาศผลการคัดเลือกว่าเธอจะผ่านการสอบสัมภาษณ์และได้เป็นแอร์โฮสเตสในสายการบินที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งของประเทศไทยหรือไม่"เปียตื่นเต้นจังเลยค่ะพี่คริส" เธอหันไปบอกแฟนหนุ่มที่นั่งลุ้นไปพร้อมๆกับเธอ คริสเองก็อยากให้เธอได้เป็นแอร์โฮสเตสตามความฝัน อีกใจก็ไม่อยากให้เป็นแล้ว และเท่าที่เขาค้นหาจากในเว็บบ้างล่ะ คนรอบตัวบ้างล่ะ จะต้องมีบินในประเทศและต่างประเทศแล้วแต่ตามตารางบินที่เขาจัดสรร แล้วถ้าเกิดมีหนุ่มๆมาจีบเธอเข้าล่ะ พวกนักบิน สจ๊วตหรือแม้กระทั่งผู้โดยสารเพศชาย เปียเธอเริ่มเข้าสู่วัยทำงานเต็มตัว เขาไม่สามารถไปนั่งเฝ้าเช้า-เย็น เทียวรับ-ส่งเธอเหมือนตอนเรียนมหาวิทยาลัยได้อีก คิดแล้วมันก็กลุ้มใจ เขาไม่อยากห่างเธอนานๆ นับวันเปีบยิ่งโตก็ยิ่งสวย เดินไปไหนกับเธอผู้ชายก็แทบจะเหลียวหลังไปตามๆกัน จนเขารู้สึกหงุดหงิด แต่เขาเองก็ต้องพยายามทำใจ เพราะเคยให้คำมั่นสัญญาไว้ว่าจะส่งเธอให้ถึงฝั่งฝัน และตอนนี้เขาเกือบทำสำเร็จแล้ว เหลืออีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น "เปียกดดูเลยนะคะ" คริสจึงพยัก
ช่วงค่ำ บริเวณใกล้ๆ ที่พักมีตลาดนัดคนเดิน คริสจึงขับรถพาเธอไปเดินชมตลาดและซื้อของกินจุกจิกไปตามทาง"เปียอยากทานไส้กรอกค่ะ" เธอชี้ คริสจึงก้มกระซิบบอกเธอใกล้ๆ ด้วยน้ำเสียงชวนขนลุกซู่"ไส้กรอกพี่มันใหญ่กว่านี้อีก" ใบหน้าหล่อโน้มขึ้นมองหน้าสวยของแฟนสาวที่กำลังยืนเขิน"ขอโทษนะคะ พอดีเพื่อนอยากได้เบอร์ของคุณค่ะ" เสียงผู้หญิงจากทางด้านซ้ายเดินเข้ามาขอเบอร์จากคริสโดยอ้างว่าเพื่อนให้มาขอ"ไม่ได้หรอกค่ะ แฟนเขายืนอยู่ตรงนี้" น้ำเสียงติดห้วนแสดงให้อีกคนรู้ว่าเธอไม่พอใจ ก็เธอเนี่ยคือแฟนของเขา"เอ่อ...ขอโทษค่ะ" ผู้หญิงที่เดินเข้ามาขอเบอร์ยิ้มเจื่อนเอ่ยขอโทษก่อนจะเดินออกไป"หันมาหน่อยค่ะ" เธอสั่ง ดวงตาสวยช้อนขึ้นมองแฟนหนุ่ม "ปลดกระดุมเยอะขนาดนี้ไม่ถอดเสื้อเดินเลยล่ะคะ" เธอประชดแฟนหนุ่มแล้วติดกระดุมให้เขา แถมเสื้อเชิ้ตที่เขาใส่บางจนเห็นเนื้อใน หุ่นของเขามันเซ็กซี่มาก สาวที่เดินผ่านไปมาก็เอาแต่มองเขา เธอสังเกตรอบข้างทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้อะไร จนกระทั่งผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาเพื่อขอเบอร์ เธอหวงในใจอยากตะโกนบอกเหลือเกิน เอาเบอร์รองเท้าเธอไปก่อนไหมคะ แต่มันก็ไม่สุภาพ ดีที่ผู้หญิงคนนั้นยอมถอยออกไป"หวงเหร
ตอนที่ 50 ค่ำคืนพิเศษ END เมื่อเดินทางมาถึงที่พัก พนักงานต้อนรับเดินมาบริการถึงตัวรถ พร้อมกับช่วยยกกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบเข้าไปที่ด้านใน คู่รักทั้งสองคนจับมือกันเดินไปที่ล็อบบี้เพื่อเช็คอินกับพนักงานเมื่อได้ห้องพักแล้วเรียบร้อย พนักงานผู้หญิงนำทางเดินไปยังที่พักพูลวิลล่าแบบส่วนตัว สถานที่ตกแต่งด้วยดีไซน์สุดหรู บรรยากาศเงียบสงบ สถานที่พักติดทะเลเป็นหาดส่วนตัวเห็นทรายสีขาวกับน้ำทะเลสีใส ไม่ว่าใครมาที่ภูเก็ตก็ต้องเลือกสถานที่แห่งนี้เป็นที่พัก เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน"สวยมากๆ เลยค่ะ""พี่ดีใจที่เปียชอบ" คริสเดินเข้าไปหาร่างบางที่ยืนมองวิวทะเลที่อยู่ตรงด้านหน้า สองแขนวาดโอบแฟนสาวเข้าหาตัว ปากหนาเคลื่อนกดจูบไปที่ซอกคอขาวคริสจับตัวเธอหมุนให้หันมาสบตากับเขา "หิวหรือยัง" มือหนายกขึ้นปัดป่ายเส้นผมของเธอไปมา"หิวแล้วค่ะ พี่คริสหิวหรือยังคะ""พี่หิวแล้ว แต่ไม่ใช่หิวข้าวนะ..." คริสส่งสายตาอันเย้ายวนอย่างไม่ปิดบัง ว่าเขาต้องการอะไรแก้มขาวนวลขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอรู้ว่าคุณหมออยากจะทำอะไรกับเธอในตอนนี้ "ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ" เปียจับมือลากคุณหมอให้ออกจากห้องเพื่อทานข้าว ไม่อยากชักช้าไปกว่า
"นั่นแหละเด็กดี" เปียรับช่อดอกไม้จากมือพี่คริส พร้อมกับเรียกเขาด้วยสรรพนามใหม่"แล้วนั่นกล่องอะไรคะ" เธอถาม คริสหยิบกล่องขึ้นมาแล้วเปิด มันเป็นสร้อยคอสีเงินสลักเป็นรูปผู้ชายและผู้หญิงนั่งจับมือกันอยู่บนพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว"สวยไหม" เขาชูสร้อยขึ้นมาตรงหน้า"สวยค่ะ""สร้อยเส้นนี้ฉันซื้อให้กับเธอในวัน
ตอนที่ 49 สวีทหนึ่งสัปดาห์ต่อมา คริสเร่งเคลียร์งานทุกอย่างให้ทันก่อนวันเสาร์ เพราะเขาจะพาเธอไปเที่ยวทะเลที่ภาคใต้ คริสจองที่พักพูลวิลล่าแบบส่วนตัวด้วยราคาที่แพงที่สุดในตัวจังหวัด เขาอยากเซอร์ไพรส์แฟนสาว และต้องการสร้างบรรยากาศที่แสนจะโรแมติกให้กับคนที่ขารักเธอผู้เป็นที่รักและกล่องดวงใจบนโลกใบนี
ตอนที่ 25สมัครเรียน สามวันต่อมา ในช่วงครึ่งวันเช้าคริสไม่มีงานเร่งด่วน เขาจึงไปขออนุญาตกับป้าพรว่าจะพาเธอไปสมัครเรียนมหาวิทยาลัยแต่ทว่าเธอเองก็ต้องมีรูปติดบัตรนักศึกษา และก็ต้องใส่ชุดนักศึกษาถ่ายด้วย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะแถวมหาวิทยาลัยมีร้านถ่ายรูปและมีชุดนักศึกษาขาย ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยเอกช
ตอนที่ 11ไปอยู่บ้านฉันเปียจะบอกคุณหมออย่างไรว่าบ้านของเธอเป็นสลัม ก็เธออายนี่น่า แล้วคุณหมอเองก็ดูตั้งใจมากๆ ที่จะพาเธอออกจากชีวิตเซ็งเคร็งนี้ แต่คุณหมอรู้เรื่องของเธอดีแล้วอย่างนั้นเหรอถึงได้ชักชวนเธอไปอยู่ที่บ้าน อยากจะถามเหลือเกินว่าช่วยเธอไปทำไม ใจดีกับเธอทำไม แล้วกับการที่คุณหมอดีกับเธอแบบนี







