LOGINเมื่อสิ่งสุดท้ายที่รินลดาพอจะให้เขาได้ อาจไม่ใช่หัวใจอีกต่อไป แต่เป็น “ชีวิต” ของเธอเอง เพราะเธอรู้ดีว่าตราบใดที่เธอยังอยู่เขาจะไม่มีวันหยุดทำร้ายตัวเองด้วยความแค้น และในคืนที่เธอยืนอยู่บนริมขอบตึก ลมแรงจนแทบหายใจไม่ออก เธอยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนกระซิบเบา ๆ “ชีวิตนี้…ฉันขอชดใช้ให้คุณแล้วนะ”
View Moreลมบนดาดฟ้าแรงกว่าที่เธอคิด มันพัดเส้นผมยาวปลิวปะทะใบหน้า จนแก้มเย็นชาไปหมด แต่เธอไม่ยกมือปัดออก ดวงตาคู่นั้นเหม่อมองออกไปไกล…ไกลกว่าตึกสูงระฟ้าที่เรียงตัวอยู่เบื้องล่าง ไกลกว่าถนนที่มีไฟรถวิ่งเป็นสายยาวเหมือนโลกทั้งใบยังคงหมุนต่อไปโดยไม่รู้เลยว่า หัวใจของใครบางคนกำลังหยุดลงช้า ๆ
รองเท้าของเธอวางอยู่ข้างหลังเรียงคู่กันเรียบร้อยเหมือนคนที่เตรียมตัวจะจากไป…อย่างสงบปลายเท้าเล็กขยับเข้าใกล้ขอบปูนเย็นเฉียบอีกนิด ลมตีชายกระโปรงแนบขา เธอสูดลมหายใจลึก แต่ลมหายใจนั้นกลับสั่นราวกับแตกเป็นเสี่ยง ๆ อยู่ในอก“ขอโทษนะ…”
เสียงเบาหวิวจนแทบไม่เป็นคำ หลุดออกจากริมฝีปากซีด ไม่รู้ว่าเธอพูดกับลม กับฟ้า หรือกับใครบางคนที่ไม่อยู่ตรงนี้เปลือกตาหลับลงช้า ๆ ภาพมากมายไหลผ่านความคิดเหมือนกระจกที่แตกร้าว วันที่เขายื่นมือช่วยพ่อเธอ วันที่เขาบอกคำว่า ‘แต่งงาน’ ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ วันที่เธอยืนอยู่ข้างเขาในบ้านหลังใหญ่ แต่กลับรู้สึกเล็กกว่าคนรับใช้คนหนึ่ง และวันที่เขามองเธอ…เหมือนเธอไม่มีตัวตน“ฉันพยายามแล้วนะ…”
มุมปากอิ่มสั่นเบาๆ เธอพยายามเป็นภรรยาที่ดี พยายามอดทน พยายามเชื่อว่า วันหนึ่งน้ำแข็งในหัวใจเขาจะละลายแต่สุดท้าย สิ่งเดียวที่ละลาย…คือหัวใจของเธอเอง“ฮึก..” หยดน้ำใสไหลผ่านหางตา ปลิวหายไปกับลมก่อนจะตกถึงพื้น
เธอเงยหน้าขึ้น มองท้องฟ้ามืดสนิท คืนนี้ไม่มีดาว ไม่มีแสงใดตอบกลับมา เหมือนชีวิตของเธอที่ไม่มีที่ว่างให้ยืนอีกต่อไป“ถ้าฉันไม่อยู่…คุณคงไม่ต้องเจ็บเพราะความแค้นอีกแล้วใช่ไหม…”
คำถามนั้นไม่มีคำตอบ มือเล็กกำแน่น ก่อนจะคลายออกช้า ๆ เหมือนคนที่ยอมแพ้กับบางสิ่งมานานแล้วเสียงหัวใจเต้นดังอยู่ในหู ตุบ…ตุบ…ตุบ…แล้วหยุดชะงัก เมื่อเสียงโทรศัพท์สั่นขึ้นจากกระเป๋าเสื้อคลุมที่เธอวางไว้ด้านหลัง เธอหันไปมอง หน้าจอสว่างวาบท่ามกลางความมืด ชื่อที่แสดงอยู่ทำให้ลมหายใจเธอสะดุด“คุณ…”
ปลายนิ้วขยับ เหมือนจะเอื้อมไป แต่สุดท้ายมือกลับตกลงข้างตัว รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นทั้งน้ำตา“สายไปแล้ว…”
ลมพัดแรงขึ้นอีกครั้ง ราวกับพยายามฉุดรั้ง ราวกับโลกทั้งใบกำลังเรียกชื่อเธอ แต่เธอกลับรู้สึกเบาเหลือเกินเบาเหมือนคนที่วางทุกอย่างลงแล้ว“ชีวิตนี้…ฉันขอชดใช้ให้คุณแล้วนะ”
เสียงนั้นจมหายไปในความสูงเสียดฟ้า และในวินาทีเดียวกันนั้นเอง โทรศัพท์ที่ยังคงสั่นอยู่…หยุดลง เหลือเพียงความเงียบ ที่หนักอึ้งกว่าท้องฟ้ายามค่ำคืน..แนะนำตัวละคร
หน้าตาอ่อนโยน สวย สะอาดตา เรียบร้อย ดวงตาใส แต่ลึก ๆ เหมือนคนเก็บความเศร้าไว้ตลอดเวลา เป็นคน ‘ทน’ มากกว่าพูด รักแล้วทุ่มทั้งใจ ไม่คิดเผื่อเจ็บ เชื่อในบุญคุณ เชื่อว่าการตอบแทนคือสิ่งถูกต้อง
ความรักของเธอ บริสุทธิ์และไม่หวังผล พร้อมเสียสละแม้ไม่มีใครเห็นค่า
“ฉันเจ็บได้…ถ้ามันทำให้คุณหยุดเจ็บ”
อายุ: 30 ปี
หล่อคม ดวงตานิ่งเย็น เด็ดขาด ฉลาด วางแผนเก่ง บุคลิกสุขุม เงียบ แต่กดดันคนรอบข้างโดยไม่ต้องใช้เสียงดัง เวลามองใครเหมือนมองทะลุเข้าไปในจิตใจ
ใช้ ‘เหตุผลและความแค้น’ ขับเคลื่อนชีวิต ทำร้ายคนอื่นได้ ถ้าเชื่อว่ามันคือความยุติธรรม
“ถ้าเธอคือคนที่ทำให้ฉันเจ็บ…เธอก็ต้องรู้ว่าความเจ็บมันเป็นยังไง”
กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ ในห้องเย็นจัดที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างพิเศษ โดยมีเจ้าของห้องอย่าง รินลดานอนนิ่งอยู่บนเตียง ผ้าขาวคลุมร่างเล็กไว้เรียบร้อยราวกับกำลังหลับสนิท วิกเตอร์สวมใส่เสื้อคลุมกันหนาวอย่างดี นั่งอยู่ข้างเตียง หลังตรง สองมือประสานกันแน่น สายตาจับจ้องใบหน้าเธอโดยไม่กะพริบ เขาไม่รู้ว่านั่งอยู่ตรงนี้นานแค่ไหน เวลาเหมือนหยุดเดินตั้งแต่วินาทีที่เครื่องมือในห้องฉุกเฉินหยุดส่งเสียง บนโต๊ะข้างเตียง มีถุงเล็ก ๆ วางอยู่ ของใช้ส่วนตัวของเธอที่เจ้าหน้าที่ส่งมาให้ แหวน ต่างหูคู่เล็ก สายตาเขาหยุดที่แหวน แหวนแต่งงาน เขาหยิบมันขึ้นมาช้า ๆ แสงไฟสะท้อนผิวโลหะบาง ๆ นั้น ภาพหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวทันที *****
แสงไฟสีขาวในห้องฉุกเฉินสว่างจ้า มันส่องให้เห็นทุกอย่างชัดเจน ชัดจนไม่มีที่ว่างให้หลบความจริง ร่างของรินลดานอนนิ่งอยู่บนเตียงเข็น ผ้าสีขาวคลุมถึงอก เส้นผมที่เคยปลิวตามลมตอนอยู่บนดาดฟ้า บัดนี้แนบชื้นกับขมับเล็ก ๆ ของเธอ วิกเตอร์ยืนอยู่ข้างเตียง ตัวตรงไหล่ผาย สีหน้าเรียบสนิท เหมือนผู้กุมอำนาจคนเดิม ที่ไม่เคยพลาด ไม่เคยเสียอะไรและไม่เคยควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ แต่ทว่าครั้งนี้ปลายนิ้วที่วางอยู่ข้างลำตัว…สั่นเล็กน้อย เจ้าหน้าที่เข็นเตียงฝ่าเข้าไปผ่านประตูบานเลื่อนเขตฉุกเฉิน ล้อเหล็กเสียดกับพื้นกระเบื้องจนเกิดเสียงครืด ๆ ยาวต่อเนื่อง เสียงนั้นดังกลบลมหายใจที่เร่งร้อนของคนรอบข้าง ไฟนีออนเหนือศีรษะสาดแสงขาวจัด ไล่ตามร่างบนเตียงที่ถูกพาเคลื่อนผ่านทางเดินแคบอย่างไม่หยุดยั้ง “เตรียมห้องกู้ชีพ!” เสียงสั่งการดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความวุ่นวาย แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่เคลื่อนไหวสวนกันไปมาอย่างเป็นระบบ เสื้อกาวน์ปลิวตามจังหวะเร่งรีบ วิกเตอร์เดินตามหลังเตียงไปไม่ห่าง ราวกับภาพตรงหน้าเป็นเพียงอีกหนึ่งสถานการณ์ที่เขาคุ้นเคย อีกหนึ่งปัญหาที่รอการจัดการ เขาเดินตามเตียงไปทุกฝีก้าว รักษาระยะห่างเดิมไว้ ส
“ถ้ากูไม่ได้สั่ง!” คำพูดหลุดออกมาเอง สะท้อนความจริงที่น่ากลัวที่สุด เพราะเขาเป็นคนควบคุมชีวิตเธอทุกอย่าง ทุกลมหายใจ ทุกความเจ็บปวด และความตายครั้งนี้ อยู่นอกเหนือคำสั่งของเขา นั่นคือสิ่งที่เขารับไม่ได้ที่สุด “นายครับ—” ศักดิ์รีบเข้ามาจับแขนเขาไว้ วิกเตอร์สะบัดออกทันที ดวงตาแดงจัดด้วยความโกรธ หายใจแรงเหมือนสัตว์ที่กำลังเสียบางอย่างไปโดยไม่เข้าใจ เขาเดินตรงไปยังลิฟต์ ดวงตาจ้องตัวเลขที่ค่อย ๆ ลดระดับลงอย่างเชื่องช้า แต่หัวใจกลับกระวนกระวายราวกับกำลังถูกบีบคั้น และทันทีที่ลิฟต์ถึงชั้นล่างสุด ประตูก็เปิดออก วิกเตอร์ไม่ลังเล ก้าวเท้าเร็วขึ้นจนเกือบเป็นการวิ่ง เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังสะท้อนก้องไปตามทางเดิน ขณะลมหายใจของเขาหนักขึ้นทุกก้าวที่สาวเท้าไปข้างหน้า ปลายทางเริ่มปรากฏแสงไฟวูบวาบ เสียงผู้คนอื้ออึงปะปนกับเสียงวิทยุสื่อสารที่ดังแทรกมาเป็นระยะเท้าใหญ่เร่งจังหวะเร็วขึ้นอีก ก่อนที่ร่างสูงจะชะงักนิ่งลงกะทันหัน เมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัด วิกเตอร์จ้องมอง ร่างเล็กที่คุ้นตานอนนิ่งอยู่บนพื้น ผมยาวกระจาย ชุดที่เธอใส่เมื่อเช้ายังอยู่เหมือนเดิม เลือดสีเข้มซึมออกมาเงียบ ๆ ใต้ตัวเธอ เสียงรอบตัวหา
ระหว่างรถแล่นผ่านถนนที่ไฟจราจรเริ่มติด เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเคลื่อนไหวช้ากว่าปกติ ภาพในหัววนกลับมาอีก เธอวางถ้วยชาให้เขาตอนเช้า มือบางสั่นเล็กน้อย ดวงตาแดงแต่ยังคงยิ้มบางๆ “คุณอย่าทำงานจนลืมพักนะคะ” “เรื่องของเธอหรือไง” เขาไม่ได้มองหน้าเธอด้วยซ้ำ เธอมันคนเสแสร้ง พยายามเรียกร้องความสนใจ แต่ทำไมตอนนี้…ความรู้สึกบางอย่างมันกำลังบีบแน่นในอกจนหายใจไม่สุด “วิกเตอร์มึงเป็นอะไร” เขาพูดเตือนสติตัวเองพลางหลับตาลงช้า หยิบมือขึ้นมามองชื่อผู้หญิงแสแสร้งที่ติดต่อยากเย็น และกำลังทำตัวมีปัญหา “โอเค…ครั้งนี้การเรียกร้องความสนใจของเธอมันได้ผล” ในที่สุดนิ้วแกร่งก็ขยับกดโทรออกอีกครั้ง ทว่าปลายสายยังคงเงียบงันไม่มีการตอบรับ มือหนากำโทรศัพท์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความโกรธค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นมา รถจอดกะทันหันหน้าอาคารสูง วิกเตอร์ก้าวลงมาด้วยฝีเท้าที่เร็วเกินกว่าจะคิด ศักดิ์วิ่งเข้ามารออยู่ก่อนแล้ว สีหน้าของลูกน้องไม่สู้ดีนัก “เธอขึ้นไปนานแล้วครับ…” เขาหยุดหายใจไปเสี้ยววินาที ก่อนเอ่ยต่อเสียงต่ำ “แต่เราไม่พบเธอ” เขาไม่รอฟังต่อ คิ้วเข้มขมวดแน่นก่อนจะหันหลังเดินตรงไปยังลิฟต์บริการทันที ระหว่างทาง เสียงห





