LOGINเมื่อสิ่งสุดท้ายที่รินลดาพอจะให้เขาได้ อาจไม่ใช่หัวใจอีกต่อไป แต่เป็น “ชีวิต” ของเธอเอง เพราะเธอรู้ดีว่าตราบใดที่เธอยังอยู่ เขาจะไม่มีวันหยุดทำร้ายตัวเองด้วยความแค้น เขาใช้ทั้งร่างกายและจิตใจของเธอเป็นที่ระบายอารมณ์นั้นทั้งหมด บทรักที่แสนรุนแรงคืนแล้วคืนเล่า ถ้อยคำที่กรีดลึกลงในหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนวันหนึ่ง...เธอไม่เหลืออะไรให้เขาอีก นอกจากร่างที่กำลังแตกสลาย กับลมหายใจสุดท้ายของชีวิต และในคืนที่เธอยืนอยู่บนริมขอบตึก ลมแรงจนแทบหายใจไม่ออก รินลดายิ้มทั้งน้ำตา ก่อนกระซิบแผ่วเบา ราวคำลาจากโลกใบนี้ “ชีวิตนี้…ฉันขอชดใช้ให้คุณแล้วนะ” และเมื่อเสียงหัวใจของรินลดาหยุดลงในคืนนั้น โลกของ ‘วิกเตอร์’ พลันพังทลาย เขาเพิ่งรู้ว่าชัยชนะบนกองซากศพของความรักนั้นว่างเปล่าเพียงใด หากปาฏิหาริย์มีจริง...เขาจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อกลับไปแก้ไขในสิ่งที่สายเกินไปได้หรือไม่? หรือโชคชะตาจะบังคับให้เขาต้องเป็นฝ่ายถูก ‘จองจำ’ ในนรกที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นเองตลอดกาล!
View Moreสายลมบนดาดฟ้าตึกเวิร์ลดอมกรรโชกแรงกว่าที่รินลดาคิด มันพัดกระชากเส้นผมยาวสลวยจนปลิวปะทะใบหน้าซ้ำๆ แต่เธอกลับนิ่งงัน ผิวแก้มที่เย็นชากลายเป็นเพียงความรู้สึกนอกกาย เมื่อเทียบกับพายุความเจ็บปวดที่กำลังฉีกกระชากหัวใจเธออยู่ภายใน
เธอยืนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ระหว่างการเป็น ‘จำเลย’ และการเป็น ‘คนตาย’
เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่ที่ยังคงหมุนต่อไปอย่างไม่แยแส ถนนสายยาวเต็มไปด้วยแสงไฟจากรถยนต์ที่เคลื่อนตัวราวกับสายเลือดที่หล่อเลี้ยงเมืองนี้... โดยไม่รู้เลยว่า ‘หัวใจ’ ของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะหยุดเต้นลงช้าๆ ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
เบื้องหลังของเธอ รองเท้าส้นสูงคู่สวยถูกถอดวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ... มันดูเรียบร้อยเสียจนใจหาย ราวกับเจ้าของกำลังบอกลาภาระอันหนักอึ้ง และเตรียมตัวเดินทางไกลไปสู่ความสงบชั่วนิรันดร์
“ที่นี่สินะ... ที่ที่คุณประกาศว่าลดาคือฆาตกร” เธอกระซิบแผ่วเบา รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากซีดเซียว
ปลายเท้าเล็กขยับเข้าใกล้ขอบปูนเย็นเฉียบอีกนิด ลมตีชายกระโปรงแนบไปกับเรียวขาที่สั่นเทา เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าปอด แต่มันกลับแตกสลายอยู่ในอกที่หนักอึ้งราวกับถูกหินพันตันกดทับไว้
“ฉันพยายามแล้ว... พยายามที่สุดแล้วนะ”
เธอเคยเป็นเมียที่ไร้ที่ติ ยอมเป็นกระสอบทรายทางอารมณ์ ยอมถูกความเย็นชาของเขากัดกินเพียงเพื่อหวังว่าสักวัน ‘น้ำแข็ง’ ในใจของวิกเตอร์จะละลาย แต่สุดท้าย... สิ่งเดียวที่มลายหายไปกลับเป็นตัวตนของเธอเอง
“ถ้าลดาตาย... ความแค้นของคุณจะจบลงใช่ไหม”
ในวินาทีที่เธอกำลังจะสละทิ้งทุกอย่าง แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อคลุมที่วางทิ้งไว้ข้างหลังก็ดังขึ้น แสงสว่างวาบท่ามกลางความมืดมิดพร้อมชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้หัวใจที่เกือบหยุดนิ่งกระตุกวูบ
‘คุณวิกเตอร์’
ชื่อที่เคยเป็นทุกลมหายใจ ชื่อที่เธอเคยเฝ้ารอให้เขาโทรหาบัดนี้กลับมาในวันที่สายเกินไป ปลายนิ้วขยับตามสัญชาตญาณคล้ายจะเอื้อมไปรับสาย แต่สุดท้ายมือกลับตกลงข้างลำตัวอย่างสิ้นหวัง
“มันสายไปแล้ว...”
รอยยิ้มจางๆ ที่เปื้อนน้ำตาคือสิ่งสุดท้ายที่เธอเหลือไว้ให้กับโลกใบนี้ รินลดาหลับตาลง ภาพวันที่เขาจดทะเบียนสมรสกับเธอด้วยแววตาเกลียดชังไหลผ่านสมองเป็นภาพสุดท้าย
เธอกางแขนออกช้าๆ รับสัมผัสจากลมแรงที่พยายามฉุดรั้งร่างของเธอไว้เป็นครั้งสุดท้าย
“ชีวิตนี้... ฉันขอชดใช้ให้คุณแล้วนะ”
เสียงนั้นจมหายไปในอากาศพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนของโทรศัพท์ที่หยุดลง... ร่างบอบบางเอนตัวไปข้างหลัง ปล่อยให้แรงดึงดูดพาทุกความเจ็บปวดดิ่งลงสู่เบื้องล่าง เหลือไว้เพียงความเงียบงันที่ยะเยือกยิ่งกว่าราตรีกาล
“ลดา!!!”
เสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่งของวิกเตอร์ดังกึกก้องไปทั่วดาดฟ้าตึกที่ว่างเปล่า เขาพุ่งตัวเข้าหาขอบตึกอย่างคนเสียสติ มือหนาไขว่คว้าหาเพียงอากาศที่ว่างเปล่า ลมหายใจของเขาขาดช่วงไปพร้อมกับร่างที่ร่วงหล่น สายตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยอคติบัดนี้สั่นระริกขณะจ้องมองลงไปยังเบื้องล่าง... ที่ซึ่งร่างเล็กที่เขาเพิ่งด่าทอไปเมื่อเช้า นอนนิ่งสงบอยู่ท่ามกลางวงล้อมของแสงไฟจากรถฉุกเฉิน
เขาวิ่งลงมาข้างล่างด้วยฝีเท้าที่แทบจะล้มลุกคลุกคลาน ไม่เหลือคราบมาเฟียผู้ทรงอำนาจที่เคยสง่างาม วิกเตอร์ฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่เข้าไปด้วยสภาพใบหน้าที่ซีดเผือด แข้งขาของเขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่
ทันทีที่เห็นร่างของรินลดาใกล้ๆ วิกเตอร์กระแทกเข่าลงกับพื้นปูนที่นองไปด้วยเลือดอย่างไม่สนความเจ็บปวด แรงกระแทกนั้นดังพอๆ กับเสียงหัวใจของเขาที่กำลังแตกละเอียด
“ลดา... ลืมตาสิ ฉันบอกให้ลืมตาไง!”
เขาช้อนร่างที่ไร้วิญญาณขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอม มือหนาที่สั่นเทาพยายามจะเช็ดคราบเลือดออกจากใบหน้าซีดเผือดของเธออย่างบ้าคลั่ง ทว่ายิ่งเช็ด เลือดสีแดงฉานกลับยิ่งเปรอะเปื้อนไปตามมือนิ้วของเขา ตอกย้ำความจริงที่ว่าเขาเองคือคนลงมือฆ่าเธอด้วยความใจร้าย
“เธอจะทิ้งฉันไปแบบนี้ไม่ได้! กลับมาให้ฉันลงโทษเดี๋ยวนี้... ลดา!”
น้ำเสียงที่เคยเฉียบขาดบัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือจนฟังไม่เป็นศัพท์ วิกเตอร์ซบหน้าลงกับไหล่เย็นชืดของเธอ ปล่อยให้น้ำตาที่เขาเคยกักเก็บมาตลอดชีวิตไหลรินอาบแก้ม ร่างสูงใหญ่สั่นสะท้านจากการสะอื้นไห้จนดูน่าสมเพช เขาพร่ำเรียกชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางความเงียบงันของความตายที่ไม่มีวันโต้ตอบกลับมา
“ลดา...ฮึก...ฮือ...”
เขากอดร่างของเธอไว้แน่น... แน่นราวกับจะใช้ไออุ่นจากร่างกายตัวเองฉุดรั้งวิญญาณของเธอกลับมาจากเงื้อมมือยมทูต แต่มือเล็กๆ ที่เคยพยายามเอื้อมมาเช็ดน้ำตาให้เขาในวันวาน บัดนี้กลับตกข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง
“ฉันไม่เชื่อ...เธอไม่มีทางทิ้งฉันไป...ได้โปรดอย่าทิ้งฉันไว้กับความรู้สึกนี้...”
น้ำตาของปีศาจหยดลงบนใบหน้าไร้สีเลือดของเธอเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ความปวดร้าวที่บีบคั้นอยู่ในอกมันรุนแรงเสียจนเขาอยากจะหยุดหายใจไปเสียตรงนั้น ความสะใจที่เห็นเธอพ่ายแพ้หายไปสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าที่กัดกินจิตวิญญาณ
“ลดา! ฉันบอกให้เธอกลับมา!”
“พี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณลดา... ขอบคุณที่เป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่ฉุดพี่ขึ้นมาจากหลุมดำ ขอบคุณที่มอบครอบครัวที่พี่ไม่เคยกล้าฝันถึงให้กับพี่…”วิกเตอร์บรรจงจูบหน้าผากเมียรักอย่างแสนรัก ราวกับจะประทับตราสัญญาไว้ชั่วนิรันดร์ ก่อนจะค่อยๆ ผละใบหน้าออกมาสบตา แววตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยอย่างโหยหา ราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว“พี่รักลดาที่สุดเลยนะครับ”“วันนี้...สามีของลดาปากหวานจังเลยนะคะ” รินลดาหยอกเย้ากลับพลางยิ้มเขิน“ลดาก็รู้... ว่าพี่ปากหวานจริงๆ”ไม่พูดเปล่าวิกเตอร์โน้มใบหน้าเข้าไปจูบปิดปากอิ่มอย่างรักใคร่และแสนหวาน ริมฝีปากหยักค่อยๆ บดขยี้อย่างเร่าร้อนโหยหา“อืมม..”“อืออ..” รินลดาจูบตอบรับอย่างลืมตัว แขนเรียวเสลาเลื่อนขึ้นคล้องคอหนา ร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความวาบหวาม ไม่ต่างจากความรู้สึกของวิกเตอร์ที่มือหนาเริ่มลูบไล้อกอวบอย่างรุกราน บีบขยำด้วยอารมณ์รักที่พุ่งสูงขึ้นตามแรงอารมณ์ทว่า...ในจังหวะที่โลกทั้งใบกำลังจะมีเพียงแค่เขาสองคน เสียงเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความสงสัยก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน“พ่อกัดแม่เหรอฮับ!”“เอ๊ะ! เอ๊ะ!” ฮันเตอร์ยืนจ้องมองคุณพ่อตาเขม็งพร้อมกับลลินน
“มีปัญหาอะไรกับเมียและลูกชายฉันหรือเปล่า!?”น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตดังขึ้นจากด้านหลังของเอก ชายหนุ่มจอมตื๊อถึงกับสะดุ้งสุดตัวพลางรีบหันไปมอง ก่อนจะพบกับร่างสูงใหญ่กำยำของ วิกเตอร์ ที่ยืนตระหง่านอยู่ ในอ้อมแขนแกร่งอุ้ม ลลิลตัวน้อย ที่กำลังทำตาแป๋ว แต่ออร่ารอบตัวคุณพ่อมาเฟียบัดนี้กลับดำทะมึนจนน่าขนลุก สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์จ้องเขม็งไปที่เอกราวกับจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ“ใครมันช่างกล้ามายุ่งกับเมียสุดที่รักของพี่ได้”“พี่ลดาเป็นอะไรไหมครับ”ทว่าความน่ากลัวไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เพราะด้านหลังของวิกเตอร์ยังมี ปีเตอร์ และ ณภัทร ที่ยืนกอดอกทำหน้ายักษ์ขนาบข้าง ตามมาด้วยลูกน้องชุดดำอีกนับสิบชีวิตที่เดินเรียงแถวตามมาเป็นพรวน ทุกคนสวมแว่นดำและจ้องตรงมาที่เอกเป็นจุดเดียว จนชายหาดที่เคยสว่างไสวดูเหมือนแดนประหารขึ้นมาถนัดตา“เอ่อ... คือ... ผม...” เอกหน้าซีดเผือดจนไม่มีสีเลือด ท่าทางยโสเมื่อครู่หายวับไปกับตา เมื่อรู้ตัวว่ากำลังล่วงเกินผู้หญิงของเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลเข้าให้แล้ว“ป่อฮับ! คุงน้าคนนี้เขาจะขอเบอร์คุงแม่ฮับ ฮันเตอร์บอกว่าไม่โอเคเขาก็ไม่ฟัง!” ลูกชายตัวน้อยรีบฟ้องคุณพ่อทันทีพลา
“หึๆ... ดีมากครับลูกชาย สมกับที่เป็นลูกพ่อจริงๆ” วิกเตอร์ยิ้มอย่างพึงพอใจ แววตาคมกริบฉายความภูมิใจที่เห็น ‘เงา’ ของตัวเองสะท้อนอยู่ในตัวลูกชายคนโตที่พร้อมจะกลายเป็นบอดี้การ์ดเบอร์หนึ่งของบ้าน รินลดาที่ยืนพิงกรอบประตูแอบฟังบทสนทนาของสองหนุ่มต่างวัยอยู่นานก้าวเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มสดใสที่ทำให้ห้องทั้งห้องดูสว่างไสวขึ้นมาทันตา เธอเดินเข้าไปหาหัวใจทั้งสามดวงของเธอ ก่อนจะโน้มตัวลงจูบหน้าผากกว้างของสามีและลูกชายทั้งสองคนอย่างรักใคร่ สัมผัสที่อ่อนโยนทำเอาฮันเตอร์ที่กำลังทำหน้าดุถึงกับยิ้มแฉ่งออกมาทันที “ปกป้องแม่กับน้องแล้ว อย่าลืมดูแลคุณพ่อด้วยนะครับฮันเตอร์ ดูสิ... พ่อเขาเหนื่อยป้อนนมน้องจนเหงื่อตกเลย” รินลดาเย้าสามีพลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยไรผมให้วิกเตอร์เบาๆ วิกเตอร์เงยหน้าสบตาเมียรัก แววตาที่เคยดุดันบัดนี้มีเพียงกระแสความอบอุ่นที่อาบไล้ไปทั่วหัวใจ เขาขยับกายให้รินลดานั่งลงข้างๆ พลางผ่อนลมหายใจออกมาอย่างมีความสุข รินลดาคลี่ยิ้มหวานก่อนจะโน้มตัวลงไปช้อนอุ้มลูกสาวตัวน้อยที่อิ่มนมจนตาแป๋วขึ้นมาไว้ในอ้อมอกแทน “มาค่ะ...ลดาช่วยเอง” ทันทีที่สัมผัสได้ถึงอ้อมกอดที่คุ้นเคย ลลิลน้อยก็ยิ้มร่าจนเ
เสียงทุ้มที่เคยทรงพลังบัดนี้กลับสั่นพร่าและขาดช่วง วิกเตอร์ยกมือขึ้นกุมขมับพลางซบหน้าลงกับไหล่บางของรินลดาอย่างหมดแรง ท่าทางที่ดูอ่อนแอลงกะทันหันของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ทำเอาคนเป็นเมียถึงกับใจหายวาบ “พี่วิกเตอร์! เป็นอะไรไปคะ หน้าซีดมากเลยค่ะ” รินลดาร้อนรนรีบลุกขึ้นยืนจัดแจงเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความกังวลเมื่อเห็นสามีที่เคยแข็งแกร่งดั่งภูผากลับดูอ่อนแรงลงกะทันหัน เธอเตรียมจะก้าวเดินออกไปตามคนข้างนอกมาช่วย “พี่วิกเตอร์รอลดาแป๊บนึงนะคะ ลดาจะไปเรียกคนมา...” ทว่าไม่ทันที่จะได้ก้าวไปไหน มือหนาที่ยังพอมีแรงก็รีบคว้าข้อมือบางไว้แน่น สายตาของเขาอ้อนวอนราวกับจะบอกว่าอย่าทิ้งเขาไปไหนในเวลานี้ “อย่าไปนะลดา... อึก... ถ้าหนูไป พี่ต้องอาการหนักกว่านี้แน่ๆ” “จะบ้าเหรอคะ! ถ้าลดาไม่ไปเรียกหมอหรือคนมาช่วย พี่นั่นแหละจะแย่กว่าเดิมนะคะ!” รินลดาเถียงกลับเสียงหลง พยายามจะแกะมือเขาออกด้วยความเป็นห่วงจนตัวสั่น “ไม่... มันจะไม่แย่... พี่รู้ว่าอะไรจะรักษาพี่ได้... พี่ขอกิน ‘นม’ หน่อย...” ไม่พูดเปล่า มือหนาจัดการกระชากร่างบางให้กลับมานั่งแหมะลงบนตักแกร่งอย่างรวดเร
reviews