Share

บทที่ 4

Penulis: หูหลัวเป่ย
วันรุ่งขึ้นหลังงานเลี้ยงต้อนรับ เผยเหยี่ยนก็มาที่เรือนข้างของข้าในเวลากลางวัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่ง

ตอนเขามาถึง ข้ากำลังนั่งบดสมุนไพรอยู่ใต้ชายคาระเบียง

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ข้าก็วางสากตำยา ลุกขึ้นยืน พลางประสานมือไว้ข้างเอว แล้วยอบกายคำนับเขาอย่างนอบน้อมเป็นที่สุด

“คารวะท่านโหวเจ้าค่ะ”

ฝีเท้าของเผยเหยี่ยนชะงักลงเล็กน้อย

เขามองท่าทีที่เคร่งครัดตามธรรมเนียมของข้าจนเกินไป คิ้วก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะคลายออกในเวลาไม่นาน

เขาเดินมาหยุดตรงหน้าข้า หยิบกล่องไม้จื่อถานประดับผ้าแพรอันประณีตใบหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นมาตรงหน้าข้า

“เมื่อวานในงานเลี้ยง เจ้าต้องทนรับความคับข้องใจไม่น้อยเลย” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงมาก แฝงความหมายปลอบประโลมอยู่บ้าง “กำไลหยกขาวมันแพะคู่นี้ เป็นของที่ไทเฮาเคยพระราชทานให้ในปีนั้น เนื้อหยกมีความโปร่งใสแวววาวเป็นอย่างยิ่ง ข้าเห็นว่าเมื่อวานข้อมือของเจ้าดูว่างโล่ง หากสวมสิ่งนี้แล้วจะต้องดูดีแน่”

ข้ามิได้ยื่นมือไปรับ แต่กลับถอยหลังไปครึ่งก้าว งอเข่าทั้งสองข้าง แล้วคุกเข่าลงตรงๆ บนแผ่นหินเย็นเฉียบ

“ข้าน้อยขอบพระคุณท่านโหวที่ประทานให้เจ้าค่ะ” ข้ายกมือทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะ หงายฝ่ามือขึ้น แล้วทำพิธีคำนับขอบพระคุณอย่างถูกต้องตามแบบแผนที่สุด พร้อมแสดงความนอบน้อมต่ำต้อยที่สุด

เหนือศีรษะของข้าเงียบงันอยู่นาน ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา

ข้าก้มหน้าลง จึงมองเห็นเพียงรองเท้าหุ้มแข้งสีดำขลับของเผยเหยี่ยนที่มีลวดลายดิ้นทองละเอียดแฝงอยู่

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด เขาจึงยื่นมือออกมาอย่างฉับพลัน คว้าข้อมือข้าไว้แน่น แล้วกระชากข้าขึ้นจากพื้น

เขาออกแรงมาก บีบเสียจนข้ารู้สึกเจ็บอยู่บ้าง

“เสิ่นฉือ เจ้ากำลังทำอันใด?” น้ำเสียงของเผยเหยี่ยนเผยความตกตะลึงปนโกรธเกรี้ยวจนยากจะปิดบัง “ก็แค่กำไลคู่หนึ่ง ไยเจ้าถึงต้องคำนับข้าเป็นการใหญ่ถึงเพียงนี้? ตกลงเจ้ากำลังแง่งอนอะไรข้ากันแน่?”

ข้อมือของข้าแดงจากการถูกเขาบีบ แต่ข้ากลับมิได้ดิ้นขัดขืนแม้แต่น้อย

ข้าเงยหน้าขึ้น มองเขาด้วยแววตานอบน้อม “ท่านโหวกล่าวเช่นนี้ ข้าน้อยมิบังอาจรับไว้เจ้าค่ะ เมื่อผู้เป็นนายประทานสิ่งของให้ อนุย่อมต้องคุกเข่าคำนับขอบพระคุณ นี่เป็นกฎของจวนโหว ทั้งยังเป็นหน้าที่อันพึงกระทำ ข้ามิบังอาจแสดงอาการแง่งอนเจ้าค่ะ”

เผยเหยี่ยนจ้องข้าเขม็ง เขาคงอยากเห็นร่องรอยของความน้อยใจหรือความขุ่นเคืองประชดประชันในแววตาข้าสักนิด แม้แต่ความเคียดแค้นที่อดกลั้นไว้ก็ยังดี

ทว่าเขากลับไม่พบสิ่งใดเลย

ในแววตาของข้ามีเพียงความเคารพยำเกรงและความเชื่อฟังต่อผู้มีฐานะเหนือกว่า โดยไม่มีสิ่งอื่นเจือปน

“อาฉือ เจ้าอย่าทำเช่นนี้เลย” จู่ๆ เขาก็ผ่อนน้ำเสียงให้อ่อนลง ราวกับกำลังอ้อนวอน “คำพูดของเหล่าฮูหยินผู้มีบรรดาศักดิ์เมื่อวาน เจ้าอย่าเก็บมาใส่ใจเลย ในใจข้า เจ้ายังคงเป็นผู้ที่ร่วมผูก…”

“ท่านโหวโปรดระวังวาจาด้วย”

ข้าเอ่ยขัดคำพูดของเขาอย่างสงบ ทั้งยังกล่าวเตือนด้วยความหวังดีว่า “คุณหนูผู้เป็นญาติมีชาติกำเนิดสูงส่ง อีกทั้งยังเป็นญาติผู้น้องของท่านโหว ฐานะอันทรงเกียรติของภรรยาร่วมผูกผมผู้เป็นนายหญิงแห่งจวน ย่อมมีเพียงนางเท่านั้นที่คู่ควร ส่วนข้าน้อยเป็นเพียงหมอหญิงบ้านนอกผู้ทึ่มทื่อ ได้ท่านโหวเมตตาให้ข้าวกินสักคำก็นับว่าโชคดียิ่งแล้ว ไหนเลยจะกล้ามีความคิดเกินฐานะแม้แต่น้อย?”

คำพูดนั้นข้ากล่าวจากใจจริง หาได้มีน้ำเสียงประชดประชันแม้แต่น้อย

เพราะหลังจากเข็มที่สามปักลงไป ในความทรงจำของข้ายามนี้ ข้าก็เป็นเพียงหมอบ้านนอกที่เขาพากลับจวนมาด้วยโดยไม่คิดอะไรมาก การได้เป็นอนุนับว่าข้าเอื้อมสูงเกินฐานะของตนจริงๆ

เผยเหยี่ยนซวนเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง กล่องไม้จื่อถานหุ้มแพรที่บรรจุกำไลหยกไว้ตกลงพื้นดัง “ปั้ก” กำไลหยกขาวเนื้อมันแพะชั้นเยี่ยมกลิ้งออกมาเปื้อนดิน

ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

สตรีตรงหน้าที่เอ่ยแทนตัวว่าข้าน้อยไม่ขาดปากผู้นี้ แม้แต่แววตายามมองเขาก็ยังสะท้อนถึงการแบ่งลำดับฐานะอย่างเคร่งครัด มิใช่อาฉือของเขาเลยแม้แต่น้อย

อาฉือของเขานั้น ยามเขาป่วย นางจะแย่งจอกสุราไปจากเขาอย่างเด็ดขาด ยามค่ำคืนที่หิมะตก นางจะโอบกอดเขาเพื่อคลายหนาวด้วยกัน และขอบตาของนางจะแดงเรื่อเพราะคำสาบานเพียงประโยคเดียวของเขา

แต่บัดนี้ สิ่งที่มีชีวิตชีวาเหล่านั้นกลับหายไปจากตัวข้าจนหมดสิ้น

“เจ้า...” ลูกกระเดือกของเผยเหยี่ยนขยับอย่างฝืดฝืนครั้งหนึ่ง น้ำเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย “เจ้าเป็นอันใดกันแน่? หรือว่าเจ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหน?”

เขายื่นมือออกมา หมายจะแตะหน้าผากข้า

แต่ข้ากลับเบี่ยงศีรษะอย่างนอบน้อมอีกครั้ง เพื่อหลบเลี่ยงการสัมผัสของเขา

“ข้าน้อยสบายดีทุกอย่าง ขอบคุณท่านโหวที่เป็นห่วงเจ้าค่ะ” ข้าก้มลงเก็บกำไลหยกที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ใช้ผ้าเช็ดหน้าบรรจงเช็ดดินออก ก่อนใส่กลับลงในกล่องแพรแล้วยื่นคืนให้เขา “ของล้ำค่าเช่นนี้ ข้าน้อยมีฐานะต่ำต้อย ไม่คู่ควรจะสวมใส่จริงๆ ท่านโหวโปรดนำไปมอบให้คุณหนูผู้เป็นญาติเถิดเจ้าค่ะ”

เผยเหยี่ยนไม่รับไว้

เขามองข้าที่ก้มหน้าก้มตาอย่างนอบน้อมโดยไม่กล่าวอะไรสักคำ ก่อนจะหันตัวกลับอย่างฉับพลันแล้วเดินออกจากลานเรือนข้างไป แทบไม่ต่างจากคนที่กำลังหนีอย่างลนลาน

ข้ามองแผ่นหลังของเขาที่ดูมีท่าทีลนลานอยู่บ้าง ก่อนละสายตากลับมาอย่างเรียบเฉย วางกล่องแพรลงบนโต๊ะหินตามสะดวก แล้วหยิบสากตำยาขึ้นมาอีกครั้ง

สมุนไพรยังต้องตำให้แหลก ข้าไม่มีเวลามาคาดเดาความคิดของท่านโหว

เพราะถึงอย่างไร สำหรับอนุที่รู้จักเจียมตัวและประพฤติตนอยู่ในกรอบ สิ่งที่ต้องห้ามที่สุดก็คือการบังอาจคิดจะอ่านใจผู้เป็นนายให้ออก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สิบสามเข็มตัดรัก ท่านโหวอย่าหวังได้ใจคืน   บทที่ 23

    นี่เป็นฤดูใบไม้ผลิปีที่ห้าที่ข้าใช้ชีวิตอยู่ ณ ปั้นเซี่ยถังในเมืองกูซูข้านั่งอยู่หลังโต๊ะหน้าร้าน ปิดสมุดบัญชีที่เพิ่งตรวจนับรายการเสร็จลงข้อศอกของข้าเผลอไปกระทบหีบยาเก่าที่วางอยู่ตรงมุมโต๊ะจนเกิดเสียงดังแผ่วเบา ข้าจึงปลดตะขอทองแดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ สายตาหยุดอยู่ที่ช่องลับเล็กๆ ตรงชั้นล่างสุดของหีบยาภายในช่องนั้น เข็มเงินเล่มที่สิบสามนอนสงบนิ่งอยู่เยี่ยนสวินเคยถามข้าว่า กลัวหรือไม่ว่าความทรงจำที่หวนคืนมาเหล่านั้นจะกลับมาทิ่มแทงข้าอีกครั้งในวันข้างหน้าคำตอบของข้าในตอนนั้นคือ ข้าไม่กลัวและความจริงก็คือ ข้าทำได้อย่างที่พูดไว้ตลอดห้าปีมานี้ ข้าใช้ชีวิตอยู่กับความทรงจำทั้งหมดในอดีต ทั้งความรัก ความแค้น การทรยศหักหลัง และห้วงเวลาที่ชีวิตแขวนอยู่ระหว่างความเป็นกับความตาย ในเมืองเล็กๆ ของเจียงหนานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายชีวิตผู้คนแห่งนี้ ข้าใช้ชีวิตอย่างมีสติรู้เท่าทันและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวายิ่งกว่าครั้งไหนๆในที่สุดข้าก็เข้าใจว่า การปล่อยวางใครสักคนอย่างแท้จริง ไม่ใช่การพยายามสุดชีวิตเพื่อลืมเขา และไม่ใช่การจมอยู่กับความแค้นจนตั้งใจไม่ข้องเกี่ยวกันอีกชั่วชีวิตหากแต่เป็นการที่ต่

  • สิบสามเข็มตัดรัก ท่านโหวอย่าหวังได้ใจคืน   บทที่ 22

    “ที่เขาดีกับข้าตอนอยู่ชนบท ก็เพราะเวลานั้นเขาตกจากฐานะอันสูงส่งที่เคยได้รับการเทิดทูน เปรียบเสมือนพยัคฆ์ตกที่ราบจนสิ้นอำนาจ เขาต้องการใครสักคนที่รักเขาหมดทั้งหัวใจและสามารถดูแลเขาได้ มาเป็นที่พักพิงให้เขาหลบลมพายุ”ข้าละสายตาจากที่อื่น แล้วมองสบตาเยี่ยนสวินตรงๆ“แต่ข้าไม่เหมือนเขา ข้าเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของหุบเขาแพทย์ สิ่งที่ข้าร่ำเรียนมาคือการใช้วิชาแพทย์ช่วยเหลือผู้คน สิ่งที่ข้ายึดถือคือสรรพชีวิตล้วนเสมอภาคกัน สิ่งที่ข้าต้องการคือความรักที่มีเพียงเราสองคนไปชั่วชีวิตและต่างฝ่ายต่างเคารพให้เกียรติกัน คือคู่ครองที่สามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันได้ มิใช่การเป็นเพียงบริวารในเรือนในที่ต้องคอยดูสีหน้าผู้อื่นเพื่อดำรงชีวิต และวิงวอนขอความเมตตาจากผู้เป็นนาย”วิหคกับมัจฉามิอาจร่วมทาง นับแต่นี้ขุนเขาสายน้ำก็มิอาจพาให้พบพานกันอีก“หากข้ามิได้สูญเสียความทรงจำ และฝืนทนใช้ชีวิตอยู่ในจวนโหวต่อไปทั้งอย่างนั้น ต่อให้ท้ายที่สุดเขายอมส่งเหล่าสตรีในเรือนหลังออกไปจนหมดเพื่อข้าจริงๆ และมอบตำแหน่งภรรยาเอกให้ ข้าก็คงเหี่ยวเฉาอยู่ในโลกสี่เหลี่ยมแคบๆ แห่งนั้น กลายเป็นสตรีผู้เต็มไปด้วยความคับแค้นจนไม่เหลือ

  • สิบสามเข็มตัดรัก ท่านโหวอย่าหวังได้ใจคืน   บทที่ 21

    เพิ่งพ้นยามอู่ของวันรุ่งขึ้นได้ไม่นาน รถม้าคันหนึ่งที่ปราศจากตราสัญลักษณ์ใดๆ ก็แล่นฝ่าม่านฝนมาจากสุดถนนสายยาวรถม้าหยุดลงหน้าปั้นเซี่ยถัง เยี่ยนสวินก้าวลงมาจากรถเสื้อคลุมยาวสีขาวอมฟ้าอ่อนที่เขาสวมอยู่ยับเล็กน้อย บนข้อมือมีรอยแดงสองรอยจากการถูกตรวนเหล็กกล้ารัด ทว่าจังหวะย่างก้าวของเขายังคงสงบนิ่งไม่เร่งร้อนเช่นเดิมส่วนที่ปลายถนนอีกด้านหนึ่ง ขบวนรถม้าขนาดใหญ่ซึ่งมีเหล่าองครักษ์เกราะดำคอยคุ้มกัน กำลังค่อยๆ หันหัวม้ากลับ แล้วเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปทางเมืองหลวงรถม้าไม้จื่อถานคันใหญ่ที่อยู่ตรงกลางขบวน มีม่านรถปิดสนิท แต่ข้ารู้ว่าเผยเหยี่ยนกำลังนั่งอยู่ภายในรถคันนั้นสุดท้ายเขาก็ยังรักตัวกลัวตาย และยิ่งหวงแหนหน้าตาและศักดิ์ศรีในฐานะอู่อันโหว หลังจากข้าใช้ “บุญคุณช่วยชีวิต” ขีดเส้นแบ่งระหว่างเราจนขาดสะบั้น เขาก็ไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะกลับมาพบหน้าข้าอีกสักครั้ง จึงหอบเอาศักดิ์ศรีและความยึดติดที่แตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี ซมซานกลับไปยังโลกแห่งลาภยศชื่อเสียงของเขาเมื่อเสียงกีบม้าทึบหนักค่อยๆ ห่างไกลออกไป ก้อนหินมหึมาที่กดทับหัวใจข้ามาตลอด ในที่สุดก็ถูกบดจนแหลกสลายสิ้น“ข้ากลับมาแล้ว”เยี่

  • สิบสามเข็มตัดรัก ท่านโหวอย่าหวังได้ใจคืน   บทที่ 20

    เผยเหยี่ยนกำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างเมื่อเขาเห็นข้าผลักประตูห้องรับรองส่วนตัวให้เปิดออก ดวงตาของเขาก็พลันฉายแววปีติยินดีอย่างล้นเหลือ เขาคิดว่าข้ายอมอ่อนข้อแล้ว“อาฉือ ในที่สุดเจ้าก็…”“เผยเหยี่ยน”ข้าเอ่ยปากขัดจังหวะเขา เพียงข้าเอ่ยชื่อเขาสองพยางค์นั้น สีหน้าของเผยเหยี่ยนก็เปลี่ยนไปในพริบตาเขาจ้องดวงตาของข้าเขม็ง ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้นขึ้น เพราะในแววตาของข้า เขามองเห็นความรู้สึกอันซับซ้อนที่ห่างหายไปนาน ความรู้สึกที่มีเพียงภรรยาผู้เคยร่วมผูกผมเป็นคู่ครองกันเท่านั้นจึงจะมี“เจ้า…เจ้านึกออกแล้วหรือ?” น้ำเสียงของเผยเหยี่ยนสั่นเครือ ดวงตาทั้งสองแดงก่ำเขาถลาเข้ามาหาข้าอย่างซวนเซ หมายจะโอบกอดข้า “อาฉือ ผลของการฝังเข็มของเจ้าคลายลงแล้วใช่หรือไม่? เจ้าจำทุกอย่างได้แล้วใช่ไหม!”“ใช่ ข้าจำทุกอย่างได้แล้ว”ข้าจ้องมองเขาอย่างเงียบงัน ด้วยแววตาสงบนิ่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“ข้าจำรอยแผลเป็นที่ท่านมีเพราะปกป้องข้าจากหมาป่าในวันที่หิมะตกหนักได้ และจำได้เช่นกันว่าท่านปล่อยมือข้าเพื่อหว่านหว่าน ข้าจำรั้วไม้ไผ่ที่ท่านทำให้ข้าในเจียงหนานได้ และจำโซ่ตรวนเย็นเยียบเส้นนั้นในคราวที่ท่านกักบริเวณข

  • สิบสามเข็มตัดรัก ท่านโหวอย่าหวังได้ใจคืน   บทที่ 19

    ท้ายที่สุด เผยเหยี่ยนก็ฉีกหน้ากากอ่อนโยนสุภาพที่สวมอยู่นั้นทิ้งจนได้เมื่อรู้ตัวว่าไม่ว่าจะแสร้งทำตัวน่าสงสารเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้คนนอกที่สูญสิ้นแม้กระทั่งสายใยผูกพันอย่างข้าหวั่นไหวได้ อู่อันโหวผู้กุมกำลังทหารจำนวนมหาศาลและเด็ดขาดยามลงมือฆ่าฟันผู้นั้น ในที่สุดก็เผยเขี้ยวเล็บออกมาคืนหนึ่งที่ฝนตกในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง เหล่าองครักษ์เกราะดำกระแทกประตูใหญ่ของปั้นเซี่ยถังจนเปิดออกอย่างรุนแรงเมื่อคิดจะยัดเยียดความผิดให้ผู้ใดแล้ว ไฉนจะหาข้อกล่าวหามาไม่ได้ เผยเหยี่ยนใช้ข้อหาเท็จว่า “ให้ที่ซุกซ่อนนักโทษคดีร้ายแรงของราชสำนัก” จับกุมเยี่ยนสวินทันทีเยี่ยนสวินมิได้ขัดขืน เพียงแต่ขณะถูกคุมตัวข้ามธรณีประตูออกไป เขามองข้าด้วยสายตาลึกซึ้ง ก่อนขยับริมฝีปากบอกข้าโดยไร้เสียงว่า “อย่ากลัว รอข้านะ”เผยเหยี่ยนสวมเสื้อคลุมปักลายมังกรสีดำสนิท ก้าวเหยียบสมุนไพรที่ถูกย่ำจนแหลกเกลื่อนพื้น ก่อนเดินมาหยุดตรงหน้าข้า“อาฉือ ข้าให้โอกาสเจ้าไปแล้วนะ” เขามองข้าอย่างวางอำนาจ แววตาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นอย่างบ้าคลั่งและความโหดเหี้ยม “ไม่ว่าเจ้าจะลืมข้าหรือเห็นว่าข้าน่ารำคาญก็ช่าง ขอเพียงเจ้ายอมกลับเมืองหลวงไปกับข้

  • สิบสามเข็มตัดรัก ท่านโหวอย่าหวังได้ใจคืน   บทที่ 18

    เขาอ้าปากเหมือนจะตอบตกลง แต่ลำคอกลับราวกับถูกผ้าขี้ริ้วก้อนหนึ่งอุดไว้ ไม่ว่าอย่างไรก็เปล่งเสียงไม่ออก“อาฉือ…” ผ่านไปพักใหญ่ เขาจึงเค้นเสียงออกมาได้อย่างยากลำบาก พร้อมคำแก้ตัวที่ฟังไร้น้ำหนักอย่างยิ่งว่า “สถานการณ์ในราชสำนักยังไม่มั่นคง ฝ่าบาททรงต้องการข้า อีกอย่าง…อีกอย่าง หากข้าสูญสิ้นอำนาจ กลายเป็นเพียงสามัญชนธรรมดา ข้าจะเอาอะไรมาปกป้องเจ้า? แล้วข้าจะเอาอะไรทำให้เจ้ามีชีวิตที่สุขสบายได้?”ข้ามองท่าทีที่อ้างเหตุผลอย่างสวยหรูของเขา ก่อนพยักหน้าอย่างรู้ทัน“ท่านโหวพูดมีเหตุผล”ข้าไม่รู้สึกโกรธที่เขาทำให้ข้าผิดหวังเลยแม้แต่น้อย กลับเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการชั่งน้ำหนักได้เสียของเขา “เกียรติยศและฐานะอันสูงส่งของอู่อันโหว สำคัญกว่าอนุที่ถูกทอดทิ้งคนหนึ่งมากนักจริงๆ เมื่อครู่ข้าก็เพียงเอ่ยขึ้นมาลอยๆ เพื่อลองใจเท่านั้น ท่านโหวอย่าได้ถือเป็นจริงเป็นจังเลย”ท่าทีของข้าที่ไม่ประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังดูมีเหตุมีผลและเข้าอกเข้าใจ กลับเปรียบเสมือนฝ่ามือที่ตบฉาดลงบนใบหน้าเผยเหยี่ยนอย่างแรงเขาคงหวังให้ข้าระเบิดโทสะ กล่าวหาว่าเขาหลอกลวง กล่าวหาว่าเขาตัดใจจากอำนาจและอิทธิพลไม่ได้ เพราะมีเพียง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status