Masukบทที่ 6.1 ความจริงก็คือความจริง
ข้าแง้มประตูออกไปมองภายน
บทที่ 4 แนบชิดจนไร้ช่องว่างโหวหลัวข่ายลุกขึ้นช้อนขาข้างหนึ่งของหญิงสาว ปลายนิ้วเขาสัมผัสได้ถึงปลอกมีดที่ถูกรัดไว้ในจุดลับเขาสบตากับสหายสนิท ถึงแม้รู้จุดประสงค์ของนางดี แต่ก็ยังไม่มีความคิดหวาดระแวง ชายหนุ่มจับท่อนเอ็นถูไถอาบน้ำหวาน ผ่าร่องกลางที่เปียกแฉะ ทั้งจากฝีมือของเขาเอง และเป็นความเสียวที่หญิงสาวมีอยู่“อื้อ~” ฟ่านปิงส่งเสียงครางเบา ๆเมื่อปลายแก่นเนื้อเข้าสู่ช่องทางรัก นางเผลอกัดริมฝีปากลดทอนความเสียว ถึงกระนั้นเพราะภายในสมองมันขาวโพลนไปนานแล้ว สาวงามจึงเพียงแค่แอ่นสะโพกตอบรับสัมผัสนั้นชายหนุ่มรอให้ภายในปรับสภาพตามขนาดของเขาได้ดี แล้วจึงค่อย ๆดันให้เข้าที่ไปเรื่อย ๆ ขนาดของมันทั้งยาวและใหญ่ จนฟ่านปิงรู้สึกโหวงภายในช่วงท้องน้อย ลามไปยังหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะผสมกับความคิดที่ถูกปั่นจนแตกกระเจิงผ้าปิดตาที่ชื้นจากเหงื่อผุดทำให้พอมองเห็นเคล้าลางของร่างแกร่ง นางมองเห็นขาตนเองพาดอยู่บนบ่าของเขา ท่าทางเช่นนี้ช่างน่าอายนัก แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งที่อยู่ภายใน หญิงสาวก็เผลอตอดรัดอย่างลืมตัว
บทที่ 3ลืมวิธีการหายใจไปเสียแล้วโหวหลัวข่ายดันร่างแบบบางไปทางโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลมากนัก หญิงสาวที่แทบตัวอ่อนระทวยทำได้เพียงเอนแผ่นหลังไปตามแรงนุ่ม ถึงกระนั้นจินหลิวหยางที่ปลดเปลื้องพันธนาการของตนเองออกไปก็ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยชายหนุ่มผู้ที่มีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้าคม ค่อย ๆถูท่อนเอ็นบนริมฝีปากอิ่ม มองพวงแก้มใสค่อย ๆขึ้นสีจากเดิมด้วยความขวยเขิน ถึงกระนั้นเพียงแค่สัมผัสเบา ๆจากปลายลิ้นเล็ก ความเป็นชายของเขาก็แทบแข็งคัดเสียจนปวดหนึบ“เจ้าเพิ่งปลดปล่อยไปเองนะ” หลัวข่ายบ่นอุบ มีแต่เขาที่ยังฝืนกลั้น“หึ ๆเพราะเจ้ามันอ่อนต่างหากเล่า” หลิวหยางเย้ยหยัน แต่มิวายกลั่นแกล้งหญิงสาวบนโต๊ะสูงหลัวข่ายส่ายหน้าเอือมระอา พลันโน้มใบหน้ามาสำรวจโพรงรัก อันที่จริงก่อนหน้านี้มันแฉะเรียบร้อยแล้ว ถึงกระนั้นเขาไม่อยากให้คนงามต้องรู้สึกเจ็บปวด สองมือดันสะโพกกลมให้แยกออกจากกัน จนเผยให้เห็นผ้าคาดปิดทางรักบาง ๆที่แทบไม่ช่วยอันใด“สวยมาก” หลัวข่ายพึมพำเสียงหวาน สร้างความอับอายให้หญิงสาวได้มากโข“พวกท่านข้าว่า..
บทที่ 2 เล้าโลม[มุมมองบุคคลที่ 3]ฝ่ามือเรียวยาวเคลื่อนคล้อยตามพวงแก้มสีแดงระรื่น กลิ่นกายหญิงสาวช่างแสนหอมหวานนักเมื่อจมูกคมสันคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง ชายหนุ่มในอาภรณ์สีดำขรึมดุจสาธารไร้ก้นบึ้ง โหวหลัวข่าย ระบายยิ้มกว้าง เมื่อเสียงหายใจของคนในฝ่ามือกำลังรวยรินจินหลิวหยาง ในอาภรณ์สีขาวสะอาดเองก็ไม่น้อยหน้า เขาสูดดมกลิ่นจากเส้นผมที่สยายเต็มแผ่นหลัง ชำเลืองมองเครื่องประดับระย้าจนส่องแสงแวววาวประกายต้องแสงเทียน นิ้วมือเรียวยาวนวดคลึงหัวไหล่มน ไล้ฝ่ามือจนวนเวียนเหนือทรวงอกคนทั้งคู่นึกสำราญใจเมื่อลูกกวางน้อยผู้ซ่อนเขี้ยวเล็บระบายลมหายใจเบาหวิว หญิงสาวอยากคว้ามีดที่ซ่อนไว้ออกมาคว้านลูกตาพวกเขานัก แม้มือของทั้งคู่ไม่หยาบโลนแลดูแล้วราวกับบัณฑิตหนุ่ม แต่สำหรับนางก็ยังต้องทำตามภารกิจที่วางไว้“อึก... ท่านทั้งสองช่างรีบร้อนเสียจริง เรามานั่งคุยกันก่อนดีหรือไม่” หลี่ฟ่านปิงกล่าว พลางยกมือขึ้นกุมมือทั้งสอง “เรามานั่งเสวนากันสักประเดี๋ยวเถอ
บทที่ 1 การร่ายรำก่อนเริ่มท่วงทำนองข้ามีนามว่า ‘หลี่ฟ่านปิง’ น้องสาวร่วมสาบานของท่านแม่ทัพไฉ และเป็นน้องสาวแท้ ๆของหัวหน้ากองโจรเล่อคุน แล้วเหตุไฉนข้าถึงกำลังแนะนำตัวเล่าในยามนี้ข้าที่มีตำแหน่งถึงท่านรองแม่ทัพฝ่ายซ้าย ได้รับหน้าที่ให้มาสอดแนมกองโจรแห่งหนึ่ง พวกเขาถูกหมายหัวสงสัยถึงโอกาสเป็นกบฏยึดแผ่นดิน ข้าจึงจำเป็นต้องลอบเข้ามาภายในชุมโจรแห่งนี้ แต่ช่างหาโอกาสประชิดตัวหัวหน้าพวกมันได้ยากเย็นยิ่งนักยิ่งรู้ว่ากองโจรปกครองโดยหัวหน้าถึงสองคน และหาได้มีผู้ใดเคยพบหน้าได้ง่าย ๆไม่ ข้าที่เป็นเพียงสาวใช้ภายในเรือนเล็ก ก็ยิ่งหาโอกาสพบได้ยากกว่า ถึงกระนั้นสวรรค์ยังคงมีเมตตาต่อผู้จงรักภักดีเช่นข้าและเพราะเช่นนั้นข้าในยามนี้จึงสวมชุดเป็นนางระบำสีแดงฉาน อวดสัดส่วนรูปร่างที่มากเกินความพอดี แม้ชุดพวกนี้ช่างเปิดเผยเนื้อหนังมังสา ข้านั้นก็หาได้สนใจไม่ เมื่อใดที่ได้เปิดโปง เมื่อนั้นข้าถึงได้ควักลูกตาเจ้าพวกใจหยาบช้าเช่นพวกมัน“ฟ่านปิง สีแดงช่างเหมาะกับเจ้ายิ่งนั
บทที่ 7.3 ภายในอ่างน้ำร้อน“มาสิ” เขกยักคิ้วอีกครั้ง ข้าแทบหยิบธนูมาไล่ยิงอีกฝ่ายให้ราวกับกำลังล่าสัตว์ที่ช่วงชิงผลผลิตนักถึงกระนั้นข้าก็เคลื่อนตัวไปอยู่เหนือเขาใช้ฝ่ามือที่สั่นระริกจับแก่นเนื้อนั้นให้เข้าไปภายในช่องทางรัก แต่มันช่างยากนักเมื่อข้ามองไม่เห็นว่าควรเข้าตรงใด มันจึงแลดูข้ากำลังใช้แก่นเนื้อเขาถูวนยังเนินสาว ข้ากลั้นใจใช้มืออีกข้างช่วยให้สอดเข้าไปง่ายมากขึ้นเข้าไปได้เพียงแค่ปลายเท่านั้น เพราะมันช่างรัดแน่น ข้ากลั้นใจดันสะโพกให้ลงไปในคราเดียว เป็นครั้งแรกที่เหมือนรู้สึกเสียวจนสุดขีด นี่คือเหตุผลที่อีกฝ่ายไม่ยอมใส่เข้าไปง่าย ๆเช่นนั้นหรือ ข้ากลืนน้ำลายอยากขยับขึ้นแต่ความรู้สึกที่ถูกผสานจนเป็นหนึ่งเดียว ทำให้ข้าไม่กล้าขยับ ทำได้เพียงส่ายสะโพกเป็นวงกลมบดเบียดอีกฝ่ายให้ภายในตอดรัดแน่นยิ่งบดเบียดมากเท่าใด เสียงคำรามอีกฝ่ายยิ่งดังชัดมากขึ้นเท่านั้น ข้าหอบหายใจจับขอบอ่างทั้งสอง และถูวนอยู่แบบนั้นเมื่อชินกับความเสียดท้องได้แล้ว“เจ้ากำลังกลั่นแกล้งข้า” เล่อคุนขบฟันแน่น ข้าไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงเช่นใด
บทที่ 7.2 ภายในอ่างน้ำร้อนอันที่จริงข้ายืนกรานไปอาศัยอยู่ภายในจวนท่านแม่ทัพไฉแล้ว แต่เขาเป็นต้องลักพาตัวข้ามานอนซุกอยู่ภายในจวนตนเองเสียทุกที สุดท้ายข้าเลยจำใจยอมมาอยู่กับเขาให้รู้แล้วรู้รอด อย่างไรเสียข้าคงไม่คิดแต่งกับผู้ใดอีกแล้ว“หลันเอ๋อร์~” เล่อคุนผลักประตูเข้ามาในยามที่กำลังปลดชุด เขาระบายยิ้มหวานแล้วปิดประตูลงกลอน ก่อนย่างสามขุมเข้ามาใกล้ “ให้ข้าช่วยถูหลังเจ้าดีหรือไม่”“บอกแล้วอย่างไรว่าอย่าเข้าห้องตอนข้ากำลังอาบน้ำ” ข้ากลืนน้ำลาย รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดี“แล้วตอนนี้เจ้ากำลังทำสิ่งใด” เล่อคุนเอ่ยพร้อมเลิกคิ้ว“กะ ก็ปลดชุด” ข้ารู้ชะตากรรมของตนเองในทันที ใช่ว่าแผนนี้อีกฝ่ายไม่เคยใช้เสียหน่อย“เพราะฉะนั้นแล้วถือได้ว่าข้ายังไม่ผิดคำสาบาน” เล่อคุนส่งเสียงหัวเราะเบา ๆเมื่อเขาเข้าใกล้ตัวข้าแล้ว เขาปลดชุดตนเองจนเผยให้เห็นถึงแก่นกายที่ชูชันแข็งขื่นข้ากลืนน้ำลายดังอึก อยากพุ่งตัวขึ้นเตียงนอนแล้วหลับไปในทันที แต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเล่อคุนปลดชุดข้าในทีเผลอก่อนอุ้มข้าเข้าไปยังอ่างน้ำร้อนที่ควันลอยคละคล







