Masukบทที่ 109ดวงใจอยู่ในต้าเหอ (ตอนจบ) ดาบทมิฬอาบโลหิตจนชุ่มโชก ทว่าความมุ่งมั่นของผู้ใช้ลับให้คมดาบยังไม่ทื่อ ทุกการตวัดฟันคือการปลิดชีพ ทหารแคว้นหย่งร่วงกราวราวกับใบไม้ แต่ก็ยังไม่เท่าทหารแคว้นชิงเหอ แคว้นแห่งการค้าอันสงบสุขไร้การศึกมานานฝีมือเป็นรองแคว้นหย่งที่ชนะสงครามมาหลายสนามอย่างชัดเจน ถึงกระนั้น เงามรณะก็ยังค้ำจุนพวกเขาอยู่ เป็นดั่งพายุทมิฬที่ไม่เคยล้มและพัดเอาความตายไปสู่กองทัพแคว้นหย่ง ปลุกขวัญกำลังใจทหารแคว้นชิงเหอ แม่ทัพเย่หว่านอวี่มิได้ค้ำจุนเพียงผู้ใต้บังคับบัญชา แต่เขายืนหยัดต่อสู้อย่างกล้าหาญในศึกที่จะแพ้ไม่ได้ เนื่องจากมีคนรอเขาอยู่ที่อีกฟากฝั่งของขอบฟ้า ซูเยว่หยาหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เขาฝืนตัวเองให้กลับมานั่งตัวตรง ผ่อนลมหายใจแสนอึดอัดให้กลับมาเป็นจังหวะปกติ ดวงตาเฉียบแหลมปรือขึ้นเล็กน้อยก็หลับลงไปใหม่ ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งรอบด้านก็มีแต่สีเขียว เขาเห็นสีเขียวจนจะอาเจียนออกมาเป็นคลอโรฟิลด์อยู่แล้ว สีเขียวเหล่านั้นนำมาซึ่งพลังชีวิตเอ่อท้นท่วมร่าง ในช่วงแรกนั้นพลังชีวิตเหล่านี้เข้ามาเติมเต็มร่างกลวงเปล่าจนทำให้รู้สึกดี แต่หลังจากนั้นพลังชีวิตพวกนี้ก็ไหลบ่าเข้ามาในร่างอ
บทที่ 108งานแต่งที่เอิกเกริกที่สุดในเมืองหลวง งานรื่นเริงนอกพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดที่เมืองหลวงต้าเหอต้องจารึก นอกจากจะเป็นการแสดงถึงความฟุ่มเฟือยจากกำลังเงินของแคว้นแห่งการค้าแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงว่าต้าเหอมิได้หวาดกลัวสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น สาขาใหญ่แห่งสำนักหอสดับอักษรสร้างเสร็จสิ้นและขั้นการกลั่นกรองร่างกายของซูเยว่หยาจบลง นั่นคือฤกษ์ยามมงคลที่เสียงสวรรค์แห่งต้าเหอกำหนดขึ้นโดยไม่สนซินแส ใช่แล้ว นี่เป็นงานของหรวนอิน ก็ต้องจัดแบบหรวนอิน! ขบวนเจ้าสาวแห่อย่างเอิกเกริกออกจากเรือนสกุลหรวน นางรำนางสังคีตที่สนิทสนมกับเจ้าสาวต่างก็มาร่วมร่ายรำบรรเลงดนตรีประกบขบวนดั่งรถแห่ เจ้าบ่าวผู้หล่อเหลาขี่ม้าสีขาวปลอดโดยมีเจ้าสาวรูปงามนั่งซ้อนอยู่ด้านหน้า ในอ้อมแขนของเจ้าสาวอุ้มผีผาบรรเลงเพลงแสนไพเราะเคล้าคลอไปกับบรรยากาศ ที่แปลกที่สุดคือบิดาฝ่ายเจ้าสาวที่ควรจะยืนส่งลูกอยู่ในเรือนกลับอยู่บนรถม้านำหัวขบวน โปรยเงินแจกทานด้วยใบหน้าอิ่มสุข สาขาใหม่ของสำนักหอสดับอักษรเปิดชั้นล่างให้ประชานทั่วไปสามารถเข้าร่วมงานได้ แน่นอนว่าเจ้าสาวระดับทายาทเศรษฐีตระกูลหรวนย่อมต้องมีเงินจ่ายเลี้ยงคนทั้งเมืองหลวง แม้เม
บทที่ 107กลั่นกรองร่างกาย คนป่วยผู้ฝืนสังขารร้องไห้จนเป็นลมในอ้อมอกของฮองเฮา เป็นเรื่องน่าอับอายที่สุดของซูเยว่หยาในขณะนี้ และยังทำให้เขาไม่ได้บอกลาเย่หว่านอวี่อีกต่างหาก บัดนี้ แม่ทัพเย่ต้องเตรียมทัพและวางแผนการรบสำหรับศึกสงคราม ไม่มีเวลาว่างมาดูเกอที่ติดอยู่ในอ่างแช่น้ำ ใช่แล้ว หลังจากซูเยว่หยาตื่นขึ้นมาเขาก็อยู่ที่ตำหนักหนิงซีแล้ว ไม่ใช่แค่เขา สหายทั้งสามและหมอเทวดากับเยี่ยเหยาก็อยู่ด้วย หลังจากตรวจชีพจรและใช้วิชาแพทย์ที่แยบยลจนคนธรรมดามองไม่ออกแล้ว หมอเทวดาอี้ถวนก็ได้ข้อสรุปว่า “รักษาไม่ได้” “หา? ท่านเป็นหมอเทวดานะ จะรักษาไม่ได้ได้อย่างไรกัน?!” “ใจเย็น หรวนอิน ฟังที่หมอเทวดาจะพูดให้จบก่อน” เยี่ยเหยารีบห้ามหรวนอินที่แทบจะพุ่งไปเขย่าตัวหมอเทวดาที่หาตัวยากเย็นแสนเข็ญอยู่รอมร่อ คุณชายสงบลงได้ หมอเทวดาจึงพูดต่อ “ร่างกายที่มีมาแต่กำเนิด ไม่ใช่สิ่งที่จะแก้ไขได้ด้วยยา สมุนไพร หรือการฝังเข็ม หากจะรักษาให้หายมีแต่จะต้องเปลี่ยนร่างใหม่” “เปลี่ยนร่างใหม่?!” เจียงซีเฉินร้องตามด้วยความตกใจ ”หมายถึงย้ายวิญญาณสู่ร่างอื่นอย่างนั้นรึ?“ เจียงลี่หยางถามด้วยความเคร่งเครียด นี่แทบจะแปลได้ว่า
บทที่ 106สมปรารถนา เสียงฮือฮาดังกระหึ่มอีกครั้ง ครึ่งหนึ่งเต็มไปด้วยการก่นด่าคู่รักที่เห็นแก่ตัวไร้ใจทำเพื่อชาติ เสนาบดีซูก็โมโหจนแทบจะเป็นลมอยู่แล้ว มีเพียงคนบนบัลลังก์ที่เผยรอยยิ้มหลังจากนิ่งเงียบรับฟังมานาน “ดี ฉู่กงกง เอาพระราชโองการมา” “พ่ะย่ะค่ะ” ฉู่กงกงเข้าหลังฉากกั้นหลังบัลลังก์หยิบม้วนกระดาษหุ้มผ้าสีทองออกมากาง “แม่ทัพเย่หว่านอวี่ซื่อสัตย์กล้าหาญ รับใช้บ้านเมืองและฮ่องเต้ด้วยความภักดี มีผลงานใหญ่หลวงในการปราบกบฏกู้หลิน ฮ่องเต้มีพระประสงค์พระราชทานให้แม่ทัพเย่หว่านอวี่กับบุตรชายคนรองในภรรยาเอกของเสนาบดีซูเหลียงฉุน ซูเยว่หยา แต่งงานเป็นสามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว และมอบยศเก้ามิ่งให้กับซูเยว่หยาจากคุณงามความดีในศึกปราบกบฏกู้หลิน” การก่นด่ากลายเป็นการร้องด้วยความตกใจ ขุนนางเกินครึ่งหยิบป้ายประจำตำแหน่งขึ้นมาร้องท้วง แต่ทั้งหมดนั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจของซูเยว่หยาเลยสักนิด “การปราบกบฏครั้งนั้นมีเพียงท่านที่ไม่ได้เลื่อนยศ ไม่ได้รับมอบทรัพย์สิน พระราชโองการที่หยิบมาจากที่เก็บไม่ได้เพิ่งเขียนขึ้นอึดใจก่อน แม่ทัพเย่ ท่านมีอะไรจะพูดให้ข้าฟังหรือไม่?” เย่หว่านอวี่ยกยิ้มเศร้าสร้อย “เ
บทที่ 105คำสารภาพ ซูเยว่หยารู้ดี นี่คือโอกาสสุดท้ายในชีวิตของเขาแล้ว กำลังรบของต้าเหออ่อนด้อยกว่าต้าหย่งมาก อีกทั้งแคว้นหย่งยังได้ขวัญกำลังใจจากการเพิ่งยึดดินแดนไปได้ถึงสองครั้งติด หากสามารถรวมต้าเหอที่เป็นดั่งศูนย์กลางการค้า มีเม็ดเงินหมุนเวียนตลอดเวลาเป็นส่วนหนึ่งได้ แคว้นหย่งก็จะทั้งยิ่งใหญ่และร่ำรวย กลายเป็นมหาอำนาจที่ไม่มีใครสามารถล้มลงได้ ทางออกที่ดีที่สุดของต้าเหอในตอนนี้จึงเป็นการสงบศึก ทำทุกวิถีทางให้ต้าหย่งถอนทัพออกไป หากฮ่องเต้ไม่อนุญาตให้เขาพูด ขุนนางพวกนั้นคงจับเขามัดยัดใส่รถม้าส่งตัวให้แคว้นหย่งสังเวยเพื่อชาติโดยไม่ต้องหารือแล้ว “ฝ่าบาท พระองค์ทรงทราบดีอยู่แล้วว่าสารสงบศึกนี้เป็นกับดัก กระหม่อมนั้นร่างกายอ่อนแอ แค่ออกจากที่กำบัง ต้องลมฝนนานหน่อยก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอด การเดินทางข้ามแคว้นสำหรับกระหม่อมคือทางตายที่ไม่มีทางรอดไปได้ อย่างไรก็ต้องป่วยตายในสักวันหนึ่ง หากตายในแผ่นดินแคว้นหย่งทางนั้นก็สามารถอ้างว่าเป็นเพราะอาการป่วยของกระหม่อมได้ แต่หากตายในแผ่นดินแคว้นชิงเหอของเรา ทางแคว้นหย่งก็จะอ้างว่าเราจงใจสังหารว่าที่ฮองเฮา ทำลายการเชื่อมสัมพันธ์ เป็นข้ออ้างชั้นดีให้ต้
บทที่ 104แต่งงานสงบศึก ท้องพระโรงวุ่นวายไปด้วยเสียงถกเถียงของเหล่าขุนนาง แต่วันนี้พวกเขาไม่ได้โต้แย้งกันเอง กลับกัน ขุนนางทั้งหลายต่างก็กำลังเร่งหารือถึงเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นกะทันหันอย่างเคร่งเครียด “ทูลฝ่าบาท เรือจู่โจมของแคว้นหย่งแล่นมาปิดทางเข้าน่านน้ำของต้าเหอเราแล้วพ่ะย่ะค่ะ!“ “หอสังเกตการณ์รายงานว่าเห็นเรือหอคอยลอยคอยท่าอยู่ไกล ๆ บนนั้นเต็มไปด้วยพลธนูและเครื่องดีดหินพ่ะย่ะค่ะ“ “ชายแดนเมืองสู่ที่ติดกับแคว้นหย่งถูกตีแตกแล้วพ่ะย่ะค่ะ!“ รายงานความคืบหน้าถึงสถานการณ์และกำลังของศัตรูถูกส่งขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่ละเรื่องยิ่งทำให้เหล่าขุนนางระส่ำระส่าย เหงื่อออกจนต้องเช็ดมือกับเสื้อผ้าจนชุดขุนนางที่รักษาอย่างดีชุ่มไปหมด ซื่อไห่ฮ่องเต้ตั้งใจฟังทุกรายงานโดยยังคงความสงบเยือกเย็นไว้ ”แคว้นหย่งเพิ่งรบชนะแคว้นตวนและชนเผ่าซาหนี่ว์ มู่เฉินฮ่องเต้กำลังอยู่ในช่วงเรืองอำนาจ กองทัพบกของแคว้นหย่งมีมากกว่าต้าเหอที่สงบไร้ภัยคุกคามมาอย่างยาวนานกว่าแสนนาย ตอนนี้ถึงขนาดฝึกฝนกองทัพเรือขึ้นมาเพื่อยึดน่านน้ำจากเจ้าแห่งสายน้ำอย่างต้าเหอ แสดงตนว่าไม่เกรงกลัวผู้ใดทั้งนั้น” เฉินอ๋องผู้ไร้ซึ่งรอยยิ้มประดับใบห
บทที่ 10โฉมสะคราญแห่งต้าเหอวีถูกพากลับจวนด้วยรถม้าสีดำทะมึนที่มีโครงสร้างปกปิดแน่นหนาจนเหมือนถูกขังอยู่ในคุกเคลื่อนที่เสียมากกว่า ทุกย่างก้าวที่ม้าควบวิ่ง ภาพความทรงจำของเหตุการณ์ในลักษณะนี้ของร่างต้นก็ค่อย ๆ หลั่งไหลออกมามากขึ้นแต่น่าแปลก โจวม่านที่เป็นคนรับใช้ประจำกายตั้งแต่เด็กควรจะมารับและนั
บทที่ 9แรงบันดาลใจของหรวนอิน“คุณชายหรวนอินมาแล้ว!”“คุณชายหรวน เชิญทางนี้เจ้าค่ะ”“วันนี้คุณชายหรวนจะเล่นเพลงอะไร? ข้ารอฟังไม่ไหวแล้ว”“คุณชายหรวนได้โปรดเล่นเพลงเหมือนเมื่อสามวันก่อนอีกครั้งให้ข้าได้ฟังทีเถอะ”พฤกษ์โดนดึงไปทางนู้นที ดันไปทางนี้ทีจนเดินเป็นเส้นตรงไม่ได้ ไม่ว่าจะผ่านไปทางไหนในหอสุร
บทที่ 8เสียงสวรรค์แห่งต้าเหอ“ย้อนกลับไปเดี๋ยวนี้นะ! ข้ายังไม่ได้คุยกับสหายเลย” พฤกษ์ร้องโวยวายอยู่ในรถม้าคันงามที่เร่งความเร็วเสียโคลงเคลงไปหมด“พ่อของเจ้าสั่งว่าให้รีบพาเจ้าออกมาจากเรือนของหญิงทรงเจ้าให้เร็วที่สุด อย่าให้ผู้ใดรู้เห็น คนจะลือกันได้ว่าเจ้าเป็นบ้าจนต้องไปหาคนทรง”หญิงสาวสวมชุดขาวเก
บทที่ 7ความสุขของวั่งซีเฉินเสียงผักและเนื้อถูกหั่นสับเคล้าคลอไปกับเสียงกระทบกันของกระทะและตะหลิว รวมไปถึงเสียงไฟร้อนฉ่ากับน้ำเดือดปุดส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายออกมาจากห้องครัว ฟุ้งกำจายไปทั้งเรือนลามไปครอบคลุมทั้งตรอกอันเป็นความเคยชินของคนที่นี่ไปเสียแล้วเพื่อสนับสนุนความชอบของบุตรชายคนเล็กที่วั่งฉวน







![10 Years ago [10 ปีที่แอบรัก] (BL- Mpreg)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)