LOGIN
เปลวไฟเบื้องหน้าชายหนุ่มกำลังเผาไหม้ภาพวาดและหนังสือ
ชุนกง[1] ศิลปะต้องห้ามในยุคสมัยโบราณเมื่อเกือบ 800 ปีก่อน ถึงฝีมือหนุ่มรูปงามล่มเมืองนามว่า ฉีหยางซิ่ว จะหาผู้ใดเทียบเท่าได้ในใต้หล้า กระนั้นมันก็มิถูกยอมรับ อีกทั้งการกระทำดังกล่าวเป็นอาญาต่อแผ่นดิน หากผู้ใดครอบครองมีโทษให้ริบทรัพย์ หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นถูกตัดหัวเสียบประจานไว้หน้าประตูเมือง ส่วนผู้สร้างสรรค์ศิลปะอันต่ำช้าอัปมงคล ต้องจบชีวิตลงด้วยการถูกแยกร่างออกเป็นห้าส่วน!!ภาพวาดหญิงและชายคณิกาในอิริยาบถไร้อาภรณ์ ถูกมองอย่าง
เหยียดหยาม หากแต่ยังมีกลุ่มคนที่คลั่งไคล้จนเกิดการซื้อขายอย่างลับๆ ในราคาสูงลิบ โดยเฉพาะผลงานจากปลายพู่กันของฉีหยางซิ่ว ผู้ที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นบุรุษชั่วช้า
ทว่าเมื่อภาพเหล่านี้เป็นที่ต้องการของตลาดก็เกิดความโลภและผลประโยชน์ จากศิลปะงดงามกลายเป็นภาพอาถรรพ์ มีคนสร้างเรื่องหลอกลวงและอ้างว่าปีศาจกำลังพิโรธจนเกิดเรื่องสยองขวัญแพร่สะพัดไปทั่วเมืองจิ่นสือ
หลังจากเศรษฐีผู้หนึ่งที่ครอบครองรูปนางคณิกาจากหอเตี๋ยฮวา กลายเป็นศพถูกควักหัวใจ ส่วนนางผู้เป็นแบบให้ฉีหยางซิ่ววาดได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ก่อนมีคนพบตุ๊กตาหิมะที่ด้านบนมีศีรษะมนุษย์เสียบไว้ ซึ่งผู้เคราะห์ร้ายคือหญิงงามเริงเมืองคนนั้น
ทั้งที่เป็นเรื่องเขย่าขวัญสั่นประสาท แต่กลับสร้างชื่อเสียงแก่คุณชายไร้เกียรติอย่างฉีหยางซิ่วให้มีตัวตนในฐานะของ เฟิ่งหวงสีแดงเพลิง ศิลปินเทวดาผู้รังสรรค์ผลงานที่หาใครเทียบได้ในใต้หล้า
ฉีหยางซิ่วยืนมองการไหม้ของสิ่งอันเป็นที่รักแล้วใจหาย เขา
เก็บภาพเหล่านี้มาหลายปีนับแต่ล่วงรู้ว่าฉีเจียนหลิวคิดทำลายมัน เขานำภาพวาดอันสำคัญใส่กล่องไม้แล้วนำไปเก็บไว้ในพื้นที่ลับตาคน ทว่ายังมีภาพส่วนหนึ่งที่ถูกทำลายไปในตอนที่เรือนเล้าหมูถูกเผา จวบจนได้กลับมาเยือนหมู่ตึกเทพเซียนอักษรอีกครั้ง จึงระลึกถึงความหลังเลยนำสมบัติล้ำค่าเหล่านั้นออกมาเชยชมทว่าบ่อยครั้งที่เขาตกเข้าไปอยู่ในภวังค์ ราวกับภาพวาดดูดเขาหลุดเข้าไปในโลกเร้นลับ และนั่นเป็นเหตุให้คู่ชีวิตบ่นน้อยใจ
“หรือผู้น้อยไม่งดงามพอให้สามีเรียกหา” น้ำเสียงเง้างอน พร้อมการแสดงออกของภรรยาทำให้เขาตัดสินใจเลือกคนที่มีเนื้อหนังแทนรูปวาดสุดรักและหวงแหน
“ข้าผู้เป็นสามีย่อมเห็นว่าเจ้าสำคัญกว่าผู้ใด เพียงแต่...บางครั้งอดคิดถึงอดีตมิได้” เพราะชีวิตเขาก้าวผ่านเรื่องราวมากมายที่น้อยคนจะพานพบ ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นจากรูปวาด มันคือเหตุผลที่ทำให้เขาถวิลหาช่วงเวลาเหล่านั้น
“ทุกอย่างผ่านมาแล้ว จะดีหรือร้าย อย่าจดจำมันเลย ในเมื่อวันนี้ ท่านพี่มีข้า เพียงแค่นี้มิเพียงพอหรือ”
ด้วยถ้อยคำตัดพ้อของภรรยา เขาจึงบอกต่อนางผู้เป็นที่รักว่าจะจัดการรูปภาพเหล่านั้นให้สาบสูญ
ภาพวาดทั้งบนกระดาษและผืนผ้าไหมนับพัน ค่อยๆ ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้ เมื่อเห็นดังนั้นก็ใจหาย ทั้งหมดคือช่วงเวลาที่ทำให้เขาได้ค้นพบความสามารถที่แท้จริงของตน มิใช่คุณชายไร้ค่าที่อาศัยอยู่ในเรือนเล้าหมู รอคอยเศษเงินจากตระกูลฉีที่ยามนั้นถูกพี่ชายต่างมารดาครอบครอง
ฉีหยางซิ่วสลัดความคิดในอดีตทิ้ง ก่อนร้องหาคู่ชีวิต
“ภรรยาที่รัก เจ้ามัวทำการใดถึงไม่ออกมาพบหน้าสามีรูปงาม”
“โปรดรอประเดี๋ยว ผู้น้อยกำลังยุ่ง” นางร้องตอบเสียบหอบเหนื่อย
“เอ ไหนเจ้าเร่งเร้าให้ข้าทำลายพวกมัน เหตุใดถึงเอาแต่หมกตัวอยู่ในครัว...” คนเป็นสามีถามเสียงติดจะเข้มงวดสักหน่อย ส่งผลให้หญิงสาวที่หมู่นี้เดินเหินลำบากต้องทิ้งงานในมือ ก่อนสั่งสาวใช้ทำหน้าที่แทนตน
นางเคลื่อนตัวออกจากครัวใหญ่อย่างระมัดระวัง มิได้คล่องแคล่วเหมือนก่อนหน้า สองขาตรงไปหาสามีกลัวเขาจะหาเหตุผลมาอ้าง และหยุดทำลายรูปวาดแสนน่าชิงชังเหล่านั้น
ณ ลานโล่งใกล้ๆ ด้านข้างเรือนครัว ร่างสูงสง่ายืนอย่างผ่าเผย แสงแดดอ่อนๆ ทาบทับผู้เป็นสามีนาง เขามิใช่นักรบผู้เกรียงไกร มิใช่ชายในราชสำนัก หรือจอมยุทธ์ผู้เก่งกาจ เป็นเพียงชายธรรมดาผู้หนึ่งที่มีสิ่งพิเศษซ่อนอยู่ในรูปโฉมอันงดงามที่สะกดสายตาทุกคนในใต้หล้า
“...ข้าร้อนใจจะแย่ เหตุใดยังมัวชักช้า เดี๋ยวข้าเปลี่ยนใจมิทำลายพวกมัน จะเป็นเจ้าที่เสียใจ”
สตรีนางนั้นสูดลมหายใจลึก ก่อนส่งค้อนวงใหญ่ให้เขา “มิได้เด็ดขาด ท่านให้สัญญาแล้ว เมื่อครู่ข้าติดงานในครัว” นางว่าพร้อมกับใช้หลังมือเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก
“ยังจะต้องทำสิ่งใด ข้าบอกแล้ววางมือเสียบ้าง” กล่าวจบก็มองเนื้อตัวภรรยา ก่อนวางสีหน้าขึงขัง พร้อมส่งเสียงเข้มกว่าเดิม “เฮ้อ...หากเจ้ายังกินไม่หยุดเช่นนี้ ข้าจะมีอนุให้เจ้าสักสองสามคนเป็นอย่างไร”
ภรรยาทำหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะส่งเสียงแหลมๆ แสดงออกถึงความขัดใจ
“ท่านพี่กล่าวเช่นนั้น คิดดีแล้วหรือ หากท่านมีอนุเมื่อไร ผู้น้อยภรรยาก็จะ...” นางว่าแล้วก็แสร้งบีบน้ำตา และส่งเสียงสะอื้นไห้ กิริยาเช่นนั้นน่ารักน่าชังเป็นที่สุด
“การมีอนุของข้า เป็นสิ่งที่เจ้าเคยพร่ำบอกให้กระทำมิใช่หรือ ไยถึงต้องร้องห่มร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ”
เขาก้าวมาหา โอบกอดนางผู้เป็นที่รักอย่างถวิลหา พร้อมใช้จมูกโด่งสวยสูดกลิ่นกายหอมเคล้ากินเหงื่อจางๆ ก่อนกระทำการซุกซนหนักด้วยการใช้ริมฝีปากสีสดขบเบาๆ บนลำคอระหง จนร่างในอ้อมกอดสะดุ้งเฮือก ก่อนส่งเสียงอู้อี้ประท้วงอย่างขัดเขิน
“ผู้น้อยแค่ลองใจท่าน ถึงต้องตาย ผู้น้อยมิอาจใช้สามีร่วมกับสตรีนางใด แม้แต่คนในรูปวาด!”
นางว่าพร้อมมองผลงานชั้นเยี่ยมของเขาซึ่งอยู่ในเปลวเพลิง และน้ำเสียงแสดงความหึงหวงชัดแจ้ง
“ขี้หึง เอาแต่ใจ...และยังบ้าอำนาจ...” เขาเย้าแหย่ ก่อนบีบปลายจมูกเชิดรั้นของนางด้วยความมันเขี้ยว
นางหยุดแสดงอาการกระเง้ากระงอด แล้วเอ่ยถามสิ่งที่ชอบฟังจากเสียงทุ้มเข้ม
“ใช่ ผู้น้อยเป็นเช่นนี้ สามียังจะรักหรือไม่”
“ข้าขี้คร้านจะตอบเจ้าวันละร้อยหน รัก...สิ รักมาก รักเสียจนอยากต่อขา เติมแขนให้ลูกน้อย เสียเดี๋ยวนี้”
“อุ๊ย สามี...วาจาท่านสัปดนนัก ท้องข้าใหญ่โตถึงเพียงนี้จะทำ
เช่นนั้นได้อย่างไร”
แม้อยากเอาอกเอาใจเขา แต่ในเวลานี้นางไม่กล้าร่วมเตียงกับหนุ่มรูปงาม เกรงว่าตนเองจะเป็นฝ่ายอดใจไม่ไหว โผเข้าไปรุกเร้าเขาหนักจนส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์
“รู้สิ แต่ข้าคิดถึงเจ้า คิดถึงรสจูบและสองมือนี้ยามที่เราใกล้ชิดกันอย่างลึกซึ้ง...”
หนุ่มรูปงามกุมมือของภรรยาแน่น ยามอยู่ในที่ลับตานางทำให้เขาเพลิดเพลินใจจนลืมผู้หญิงทุกคน มือยาวเรียวนี้ แม้จะสากอยู่มาก หากสร้างความรัญจวนใจให้เขาสุขสม
“ในหัวท่านมีแต่เรื่องสัปดน ข้าคิดแล้วว่าสุดท้ายต้องแต่งงานกับคนไม่เอาไหน”
นางไม่อยากกล่าวโทษเขา ควรโทษตัวเองมากกว่า ที่ตอนแรกตั้งใจจับเขาเป็นตัวประกัน หากสุดท้ายกลับตกหลุมรักคุณชายตัวลามก แถมตอนนี้นางยังอุ้มท้องลูกของเขาด้วย
“เอาเช่นนี้ ข้าไม่รับอนุก็ได้ แต่คืนนี้เจ้าต้องให้ข้านอนร่วมเตียง”
ภรรยาสาวทำตาโต ก่อนอ้าปากกว้างด้วยตกใจ กระนั้น ในหัวก็คิดถึงเรื่องราววาบหวิวยามอยู่บนเตียงกับหนุ่มรูปงาม เขานับว่าเป็นผู้ชายที่รู้จักเอาอกเอาใจ และนางนั้นหลงใหลร่างกายนี้จนแทบไม่อยากให้เขาอยู่ใกล้ใคร แม้กระทั่งชายตามองหญิงอื่น
“หากให้สามีเคียงคู่ร่วมเตียง ท่านต้องรับปากว่าจะไม่ทำบัดสีต่อหน้าลูกในท้อง” นางกล่าวจบใบหน้าพลันแดงซ่าน
“ฮ่าๆ ๆ...แต่มันคงดีกว่าให้ข้าทำบัดสีกับรูปภาพ หรืออนุมิใช่หรือ”
หญิงตั้งครรภ์ถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือกใหญ่ ดูเหมือนนางไม่มีทางเลือกอื่น
“เฮ้อ...หากให้ท่านทำบัดสีกับรูปภาพหรือสตรีนางอื่น! ผู้น้อยภรรยาขอรับหน้าที่นั้นเองเสียดีกว่า”
รอยยิ้มกว้างเผยบนดวงหน้าขาวอมชมพูของผู้เป็นสามี ก่อนที่เขาจะดึงร่างนางผู้เป็นที่รักเข้ามาใกล้ เป็นตอนนั้นที่นางรู้สึกว่าใจเต้นระรัวเร็ว ด้วยความแข็งขันจากร่างกายสามีกำลังรุกเร้าร่างกายนาง
“ตอนนี้ยังไม่มืดค่ำ แต่ข้าอยากชวนเจ้านอนกลางวันจะได้หรือไม่ภรรยา”
เมื่อได้ยินถ้อยคำที่สามีร้องขออย่างอ่อนหวาน มีหรือฉีฮูหยินจะปฏิเสธ
ฉีหยางซิ่วสุขใจ หัวเราะร่า เขากระชับอ้อมกอดแน่นกว่าเดิม เป็นตอนนั้นที่จู่ๆ ฝนฟ้าก็เทลงมา ทั้งคู่จึงต้องรีบหลบเข้าไปในบ้าน
เสียงหัวเราะของสามีภรรยาที่หยอกเย้ากันดังพอให้เป็นที่อิจฉาของผู้ได้ยิน หนึ่งในนั้นคือผู้ซึ่งฉวยภาพวาดบนผืนผ้าไหมจากกองไฟซึ่งกำลังมอดลงเพราะห่าฝนซึ่งเทกระหน่ำ
มันเป็นรูปวาดของหญิงสาว ซึ่งใบหน้าเลอโฉมหาผู้ใดเทียบ
ร่างอวบอัดเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งสุดมหัศจรรย์ และใน 800 ปีต่อมา รูปวาดเดียวกันนี้เดินทางข้ามกาลเวลามาสู่ยุคปัจจุบัน!!
ชายวัยกลางคนตกตะลึงกับสิ่งที่เขาพบ เวลานี้ต้องติดต่อสาวอวบอย่างเร่งด่วน เพราะหล่อนคือทางออกเดียวในเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะปิดเครื่องหนี ประตูเดียวที่จะทำให้เขารอดพ้นสถานการณ์สยองเกล้าจึงถูกปิดตายร่างผอมสูงนั่งกอดเข่าแผ่นหลังชิดกับตู้เก็บของใต้โต๊ะทำอาหาร เขาหนาวสั่นประหนึ่งกำลังจับไข้ เสียงห่าฝนข้างนอกยังดังไม่หยุด ในบางครั้งฟังแล้วเหมือนเสียงหัวเราะจากผีร้ายเขายกมือปิดหู ไม่อยากรับรู้สิ่งใด แต่เสียงแปลกๆ ชวนหลอนยังแทรกพายุด้านนอกมาให้ได้ยินมันดังแกรกกราก และตามด้วยเสียงตุบๆ ก่อนจะมีเสียงกรีดร้องแหลมเล็กเหตุการณ์ทั้งหมดจะไม่มีวันเกิดขึ้น หากเขาไม่หลงคารมเจ้าของบริษัท วี.พี.รักคุณ...วีรินทร์ผู้หญิงหุ่นอวบอัดจอมปลิ้นปล้อน หล่อนมีดวงหน้าจิ้มลิ้ม หน้าอกไซส์มหึมา เห็นแล้วก็อยากฉุดขึ้นเตียง แต่ในความเป็นจริง หล่อนคือนางมารจิ้งจอก หลอกล่อจนเขาเห็นดีเห็นงามไปด้วย สุดท้ายจึงทุ่มเงินก้อนสุดท้ายที่เก็บหอมรอมริบมานาน ซื้อบ้านหลังเก่ากลางป่าใกล้ทะเลสาบบัวแดงซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทั้งหมดจะไม่มีปัญหาใด หากบ้านหลังนี้จะไม่มีสิ่งลึกลับซ่อนอยู่!!หลายเดือนก่อน“สบายใจได้ค่ะ แก้มอุ่
ฉีหยางซิ่วมองนางโจรซึ่งถือกระบี่ปลายหักไว้มั่น สายตานางกวาดหาเสียงฝีเท้านับสิบซึ่งกำลังกรูเข้ามา“เจ้ามันโง่เขลา พวกนั้นมันไม่มีทางทำร้ายข้า มันเพียงต้องการตัวข้าเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง ตอนนี้เจ้าควรหนีเอาตัวรอดเสีย ไม่อย่างนั้นอาจไม่ทันการณ์”นางโจรหันหน้ากลับมามองคุณชาย ดวงตานางแดงก่ำ หากไม่มีน้ำตาสักหยด“สัญญากับข้าได้ไหม ไม่ว่าอย่างไร อย่าให้คนชั่วพวกนั้นจับตัวได้”“ห่วงตัวเองบ้าง ชีวิตเจ้าก็สำคัญไม่ต่างกับชีวิตของข้า...หงเซ่อ”ดวงหน้าฉาบด้วยเลือดเผยรอยยิ้มซีดเซียว จากนั้นนางก็ถีบตัวลอยขึ้นเหนือพื้น แล้วกระโจนเข้าใส่ชายชุดดำด้วยความว่องไว วิทยายุทธ์นางดุดัน อีกทั้งการเข้าห้ำหั่นศัตรูก็แข็งแรง และห้าวหาญราวกับบุรุษมากกว่าจะเป็นสตรีฉีหยางซิ่วแม้ไม่ถนัดด้านบู๊สักเท่าไรทั้งที่เขาคือทายาท พู่กันปลิดวิญญาณ กระนั้นก็เป็นคนหัวไวจึงเอาตัวรอดเก่ง เขาพยายามช่วยเหลือนางโจรทุกวิถีทาง แต่ศัตรูล้อมหน้าล้อมหลังและมีจำนวนมากเสียจนเขาเพลี่ยงพล้ำ ล้มลุกคลุกคลานจนเนื้อตัวเคล็ดขัดยอก และภาพวาดที่อยู่ในย่ามก็หล่นกระจัดกระจายชายหนุ่มห่วงภาพเหล่านั้นจับใจ มันมิใช่ภาพสาวงามยั่วยวนตัณหาให้ลุ่มหลงอย่างที่
ตั้งแต่รุ่งสาง เขากับนางโจรรูปโฉมอัปลักษณ์ซึ่งมีปานแดงบนซีกหน้าด้านซ้าย กำลังหลบหนีกลุ่มชายชุดดำที่มีอาวุธครบมือ คนเหล่านั้นสวมหน้ากากประหลาดเป็นรูปโครงกระดูก พิศแล้วประหนึ่งผีร้ายที่โผล่ออกมาจากหลุมศพ!นางควบอาชาโลหิตตัวโตบึกบึนไปตามทางแคบๆ พาฉีหยางซิ่วหนีจากทหารของเมืองจิ่นสือมาได้ ก็ถูกไล่ล่าจากกลุ่มคนที่มากด้วยฝีมือ พวกมันคือมือสังหารของฉีเจียนหลิวฉีหยางซิ่วอ่อนหัดด้านบู๊ ถึงจะเคยฝึกปรืออยู่บ้างแต่ความที่มีนิสัยเกียจคร้าน วรยุทธ์จึงไม่ก้าวหน้า และการที่ไม่ค่อยได้ออกแรงหนักๆ เมื่อต้องเร่งรีบเดินทางไกล เขาจึงขอหยุดพักบ่อยครั้ง แต่นางโจรกลับเร่งเร้าให้เขาบ่ายหน้าไปให้ถึงเขตแดนป่าไผ่ ก่อนจะเข้าไปสู่สถานที่ลับซึ่งมีกองกำลังของผู้เฒ่าถานซ่อนอยู่ ซึ่งในอดีต ผู้เฒ่าถานเป็นผู้ติดตามปรมาจารย์ฉีหย่งชางหนุ่มรูปงามนั่งบนหลังมาโดยมีนางโจรประกบอยู่ด้านหลังเป็นเวลาร่วมสองชั่วยาม และรู้สึกปวดเบาจนกลั้นไม่ไหว แม้นางโจรจะใช้วาจาข่มขู่และกำลังบีบบังคับ แต่เขาไม่ทนได้อีกต่อไป จึงท้าว่าหากนางขืนน้ำใจเขาไปมากกว่านั้น เขาจะปล่อยปัสสาวะรดหลังม้า!!“เจ้าไม่ใช่ลูกผู้ชาย”นางว่าแล้วก็สะบัดหน้าหนีจากชายหนุ
“เจ้าล่วงรู้ความลับดีเช่นนี้ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าได้ตายสมใจ อยู่อย่างทรมานต่อไปเถอะ และคอยดูข้าเป็นประมุขของขุนเขาไหมงาม”“ฮึ ท่านอาจะไม่มีวันได้เสวยสุข หากข้ามีชีวิตอยู่ ท่านมิอาจครอบครองสิ่งใดที่เป็นของตระกูลฉี...”สิ้นคำประกาศนั้น เจียนหลิวก็เตรียมใช้มีดสั้นกรีดใบหน้าฉีหยางซิ่วดวงตาคมของชายหนุ่มจ้องเขม็งอีกฝ่าย แม้จะกลัวอยู่มาก แต่เขาไม่ยอมให้มันเห็นน้ำตา“ดี! ข้าชอบคนกล้าหาญ ฉะนั้นจงอยู่ในโลกนี้ด้วยใบหน้าสยดสยอง และดูความรุ่งโรจน์ของข้าด้วยดวงตาเพียงข้างเดียว”มีดสั้นในมือฉีเจียนหลิวเตรียมกดลงบนแก้มชายหนุ่ม ฉีหยางซิ่ว แค้นใจหนัก ตลอดเวลา หากเขาตั้งใจฝึกฝนวรยุทธ์จากท่านปู่ฉีหย่งชางคงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้“ร้องสิ ร่ำร้องเหมือนบิดาของเจ้าที่ขอชีวิตข้าก่อนตาย!”ฉีหยางซิ่วเดือดดาลจัด มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น แต่ยิ่งออกแรงต่อต้านคนของฉีเจียนหลิวก็ยิ่งใช้กำลังต่อเขาเมื่อมีดสั้นกดลงบนแก้มฉีหยางซิ่ว ยามนั้นเหมือนโลกจะกลั่นแกล้งให้เขาเป็นของเล่นของฉีเจียนหลิว และมันหัวเราะเสียงดังด้วยความสาแก่ใจที่ทำให้เขาตกต่ำถึงเพียงนั้น“ถ้าเจ้ากล้าหาญจริง ก็ฆ่าข้าเสียเถิด มิเช่นนั้นหากข้ารอดพ้นวันนี้
ฉีหยางซิ่วแค้นจนแทบกระอักเลือด ดวงตาเขาประหนึ่งมีลูกไฟปะทุออกมา แต่ตอนนี้เขาจะทำสิ่งใดได้ แม้แต่หลุดออกจากพันธนาการของสมุนเจียนหลิวก็มิอาจกระทำ“คุณชาย ถ้ายังอยากมีดวงตาสวยๆ มองดูสาวงาม และโลกใบนี้ต่อไป ก็รีบบอกมาว่า รูปวาดคุณหนูเพ่ยเพ่ยอยู่ที่ใด”คราวนี้ชายหนุ่มแจ้งใจถึงความต้องการของมัน“น้ำหน้าอย่างเจ้าไม่มีวันหาพบ” เขาตอบเสียงเย็นหลี่เปียวกระตุกยิ้มขึ้นคราหนึ่ง ก่อนสั่งคนของมันลากบ่าวรับใช้ของฉีหยางซิ่วไปที่ลานโล่ง“รูปนั้นอยู่ที่ใด”ฉีหยางซิ่วหลับตา เขาไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้เสี้ยววินาทีต่อมา ใบหูข้างหนึ่งของเต่าน้อยก็ถูกฟันฉับ ก่อนร่วงลงสู่พื้นดิน เลือดสดๆ ไหลอาบร่างมัน พร้อมเสียงแผดร้องโหยหวน“ท่านมันเป็นคนไร้ศักดิ์ศรี บ่าวรับใช้ที่จงรักภักดียังไม่คิดจะยื่นมือเข้าช่วย”หลี่เปียวว่าและส่งสัญญาณให้ลูกสมุนใช้มีดสั้นควักลูกตาเต่าน้อย ฉีหยางซิ่วไม่กล้าลืมตาดูภาพตรงหน้าทั้งที่บ่าวของเขาร้องขอให้ช่วยชีวิต ตอนนี้เขาเป็นเพียงคุณชายผู้ไม่เอาไหน ไร้ซึ่งเกียรติและวรยุทธ์“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านเป็นเยี่ยงนี้ ถึงได้ตกยาก ไม่มีบุญวาสนา”สิ้นเสียงนั้น สมุนอีกคนจ่อมีดเข้าไปยังเบ้าตาเต่าน้อย แต่
1 ปีต่อมาความตายอย่างเป็นปริศนาของเหล่าคณิกาทั้งหญิงชาย กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญต่อผู้คนในเมืองจิ่นสือ ผืนดินที่มีห้าขุนเขาไหมงามล้อมรอบ หลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดจากการทำเรื่องชั่วช้า ด้วยการมีภาพเขียนชุนกงเป็นต้นเหตุกล่าวกันว่า วิญญาณปีศาจในภาพเขียนเหล่านั้นร่วมหลับนอนทำบัดสีกับผู้ที่ครอบครอง จากนั้นพวกเขาก็กลายเป็นศพถูกควักหัวใจ ส่วนคนที่เป็นแบบในภาพวาดนั้นต่างได้รับเคราะห์กรรมเลวร้ายมิต่างกัน ต่างถูกตัดหัว ควักลูกตา ก่อนถูกนำไปทิ้งตามจุดต่างๆ ในเมืองจนเป็นที่อกสั่นขวัญแขวน เรื่องนี้กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญครึกโครมไปทั่ว“คุณชายกำลังตกอยู่ในอันตราย ปีศาจร้ายกำลังออกอาละวาด มันสร้างความตื่นกลัวให้ผู้คน และท่านตกอยู่ในอาญาบ้านเมือง”“ปีศาจ เจ้าเชื่ออย่างนั้นหรืออาเพ่ย” ฉีหยางซิ่วถามสาวงามเขาแทบไม่คาดคิดว่านางก็พลอยตื่นตระหนกไปกับข่าวลือ แม้จะมีศีรษะของเหยื่อและร่างที่ถูกควักหัวใจให้พบเห็น แต่โลกนี้จะมีปีศาจได้อย่างไร คนอย่างเขาไม่มีวันเชื่อ!!“หากไม่ใช่ฝีมือของมัน คุณชายจะให้ข้าคิดเป็นอื่นอย่างงั้นหรือ” นางว่าแล้วก็ยกมือทาบหน้าอก ดวงหน้าขาวซีดไร้สีเลือด “รูปของข้า แม้จะไม่มีชายใด







