LOGINบางสิ่งที่เกิดมาคู่กัน แม้จะอยู่ห่างไกล แต่โชคชะตาจะนำพาให้มาพานพบ นางคือผู้ที่ชะตาชักนำให้เดินทางข้ามเส้นแบ่งกาลเวลา เพราะค้นพบกำไลหยกปริศนาสองวงโดยมิได้ตั้งใจ นางต้องเอาตัวรอดจากองค์ชายห้าแห่งแคว้นจ้าว จึงต้องสร้างข่าวลือขึ้นมา แต่แล้วนางกลับถูกจับยัดใส่เกี้ยวเจ้าสาว ของจอมมารจ้าววังเมฆาอัคคีโดยที่นางมิได้เต็มใจ จอมมารที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัวเช่นเขา กลับรับนางเอาไว้อย่างยินดียิ่ง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่านางมิใช่เจ้าสาวของเขา เมื่อไม่มีทางเลือกนางจึงได้ทำพันธสัญญาร่วมกันระหว่างนางกับเขา โดยที่นางมิรู้เลยว่าพันธสัญญานั้นจะย้อนคืนมา ร้อยรัดหัวใจนางจนมิอาจแยกจาก!
View Moreท่ามกลางผู้คนมากมายซึ่งเดินสวนกันในท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง หญิงสาวร่างสูงโปร่งพร้อมกระเป๋าเดินทาง ก้าวออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ใบหน้าภายใต้แว่นตาสีชากวาดมองไปยังป้ายภาษาจีน ทั้งนี้ก็เพื่อมองหาชื่อของตัวเอง ในบรรดาป้ายชื่อมากมาย
หลังจากที่กลับไปยังบ้านเกิดได้ไม่ถึงเดือน ‘จิรวรรณ ไป๋’ หญิงสาวลูกครึ่งไทย-จีนวัยยี่สิบสี่ปี ซึ่งเพิ่งจะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จำต้องกลับมาที่ประเทศจีนอีกครั้ง เพราะได้รับการแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ ‘ไป๋ฮุ่ยหวง’ บิดาบังเกิดเกล้า
นานมาแล้วพ่อกับแม่ของหญิงสาวแยกทางกันด้วยดี ‘อัญชลี’ มารดาของหญิงสาวแต่งงาน และมีครอบครัวใหม่ที่อบอุ่น ส่วนบิดาของหญิงสาวย้ายกลับมาอยู่ที่จีน
นับจากแยกทางกับมารดา หญิงสาวก็ไม่ได้ติดต่อกับบิดาบ่อยนัก ทั้งที่มาเรียนอยู่ที่จีน เพราะทางครอบครัวของไป๋ฮุ่ยหวงไม่ค่อยพอใจในการแต่งงานของบิดามารดาของตนแต่แรก ทำให้จิรวรรณไม่ค่อยคุ้นเคยกับญาติๆ ฝ่ายบิดาเท่าที่ควร จนกระทั่งบิดามาจากไป หญิงสาวจึงได้รับข่าวจากญาติของบิดาซึ่งติดต่อไปให้มาร่วมงานศพ
จิรวรรณเดินเข้าไปสะกิดชายวัยกลางคนที่ถือป้ายชื่อของตน จากนั้นรถคันหรูก็วิ่งออกมาจากท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง กระทั่งชั่วโมงต่อมาคฤหาสน์หลังงามก็ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ ภาพบรรยากาศการพบกันของญาติๆ ในละครน้ำเน่าปรากฏขึ้นในหัว และแล้วมันก็เป็นความจริง ความเย็นชาของทุกคนในบ้านทำให้แทบจะถอนหายใจออกมาดังๆ
แน่ละสิก็คฤหาสน์หลังนี้มันกลายเป็นของหญิงสาวอย่างถูกต้อง หลังจากที่งานศพเสร็จสิ้น และญาติฝ่ายบิดาก็ไม่มีทางที่จะเห็นด้วย
การมาครั้งนี้แม้ไม่ได้ต้องการรับสิ่งใด เพราะต้องการหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย เพียงคิดว่าอย่างน้อยก็ต้องมาร่วมงานศพ ทว่าทนายของตระกูลไป๋ยืนยันว่าคฤหาสน์หลังนี้ต้องเป็นของหญิงสาวเท่านั้น
ความรู้สึกโดดเดี่ยวตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้ ทำให้หญิงสาวคิดถึงเมืองไทย ยังดีที่มี ‘หยูจิ้ง’ แม่บ้านเก่าแก่ของตระกูล ที่คุยอย่างเป็นมิตร ทั้งยังดูแลเรื่องต่าง ๆ รวมไปถึงการพาหญิงสาวไปยังห้องพัก
คฤหาสน์หลังนี้มีพื้นที่กว้างขวาง ซึ่งห้องที่หยูจิ้งจัดเอาไว้ให้หญิงสาวเป็นห้องที่อยู่ชั้นบนสุด คาดว่าน่าจะเป็นห้องที่ดีที่สุดในบ้าน เพราะได้ยินเสียงกระแนะกระแหนดังมาเข้าหูอยู่ไม่ขาดสาย และเจ้าของเสียงก็คือ ‘ไป๋ฮุ่ยเหอ’ ที่มีศักดิ์เป็นน้าสาวของจิรวรรณ
“ห้องนี้คุณท่านเตรียมเอาไว้ให้คุณหนูนานแล้วค่ะ คุณท่านหวังเอาไว้เสมอว่าคุณหนูจะย้ายมาอยู่ที่นี่” หยูจิ้งเอ่ยยิ้มๆ “นี่เป็นบันทึกของคุณท่าน และนี่กุญแจห้อง กุญแจเซฟรหัสเปิดเซฟอยู่ในนี้ค่ะ” หยูจิ้งยัดทุกอย่างใส่มือของจิรวรรณ
“ทำไมจะต้องมีกุญแจห้องละคะ”
“ห้องนี้มีข้าวของมากมายค่ะ คุณหนูเข้าไปเปิดดูก็จะรู้เอง” หยูจิ้งอยากจะพูดเต็มทีว่ามีข้าวของที่มีคนคอยจ้องตาเป็นมัน แต่นางก็ไม่ได้พูดออกมา “ตามสบายนะคะ เวลาอาหารเย็นคือหกโมง พรุ่งนี้เช้าตอนเก้าโมงคือเวลาฝังศพ ป้าจะเข้ามาเรียกตอนแปดโมง”
“ขอบคุณค่ะ” จิรวรรณเอ่ยขอบคุณยิ้มๆ
เมื่อหยูจิ้งปิดประตูหญิงสาวก็มองไปรอบๆ ห้องอย่างเหนื่อยใจ ครอบครัวของบิดาร่ำรวยมากทั้งยังเป็นตระกูลเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง ดังนั้นญาติๆ จึงไม่ยอมรับมารดาของหญิงสาวที่เป็นชาวต่างชาติ
จิรวรรณเปิดบันทึกของบิดาอ่าน และพบจดหมายที่เขียนด้วยลายมือถูกพับสอดเอาไว้ภายใน ที่สำคัญจดหมายฉบับดังกล่าวยังจ่าหน้าซองถึง ‘อวี้หลัน’ ซึ่งเป็นชื่อจีนของหญิงสาว
‘อวี้หลัน พ่อคิดถึงลูกเหลือเกิน พ่อยกทุกอย่างที่พ่อเพียรสร้างมาให้ลูกสาวคนเดียวของพ่อ อย่าได้คิดยกมันให้คนอื่นหรือว่าปฏิเสธ มันควรจะเป็นของลูก พ่อรักลูกและหวังว่าลูกจะมีชีวิตที่ดี’
‘ไป๋ฮุ่ยหวง’
จิรวรรณนั่งอ่านสมุดบันทึกของบิดาอยู่ครู่ใหญ่ ทั้งยังพบว่าบันทึกนี้ คล้ายกับว่าไป๋ฮุ่ยหวงจดเอาไว้เพื่อให้หญิงสาวอ่านโดยเฉพาะ มันมีทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนต่างๆ ของบ้าน มุมโปรด หนังสือเล่มโปรด หรือแม้กระทั่งจำนวนตัวเลขของบัญชีธนาคาร ซึ่งตัวเลขมันก็น่าตกใจเอามากๆ
หลังจากอาบน้ำเสร็จหญิงสาวเหลือบไปเห็นกุญแจเซฟ แต่ยังไม่ทันได้เปิด หยูจิ้งก็มาเรียกลงไปข้างล่างเสียก่อน เพราะไป๋ฮุ่ยหมิงมาพบทั้งยังขอย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้
…ไม่ใช่เฉพาะตัวเขา แต่เป็นทั้งครอบครัว เรื่องนี้ทำให้หยูจิ้งกับไป๋ฮุ่ยหมิงโต้เถียงกันอย่างรุนแรง กระทั่งหญิงสาวที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ เกิดรำคาญขึ้นมา
“ถ้าจะย้ายเข้ามาอยู่ถาวรเกรงว่าคงจะไม่ได้หรอกค่ะ แต่หากคุณลุงยังหาบ้านใหม่ไม่ได้ หนูก็จะให้ย้ายเข้ามาอยู่ชั่วคราว แต่ได้แค่สองเดือนนะคะ” หญิงสาวยื่นคำขาด ในขณะที่หยูจิ้งไม่เห็นด้วย ตอนแรกจิรวรรณไม่รู้ว่าทำไม แต่พอกลับเข้าห้องแล้วเปิดตู้เซฟก็เข้าใจทันที
ตู้เซฟขนาดใหญ่ถูกเติมเต็มเอาไว้ด้วยชุดเครื่องเพชร ไม่เท่านั้นยังมีของมีค่าที่จัดแบ่งเอาไว้เป็นสัดส่วน เรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
…ข้าวของมากมายขนาดนี้จะให้เอาไปทำอะไร ใส่หรือ ใส่ไปไหนละ ยังไม่ทันทำอะไรต่อหยูจิ้งก็เข้ามาอีก “คราวนี้ใครคะป้า” จิรวรรณเดินตามหยูจิ้งออกมา
“ล็อกห้องด้วยค่ะคุณหนู อย่าลืมนะคะ ไปไหนมาไหนทุกครั้งล็อกห้องเสมอ จนกว่าคนพวกนี้จะย้ายออกไปหมด”
“แหมป้าคะ” จิรวรรณเบ้หน้า
เขาไม่ได้บอกจิรวรรณว่าทั้งสองใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกันและสุนิสาก็พูดคล่องปร๋อ งานนี้ทั้งพี่สาวของเขากับน้องสาวของจิรวรรณชนะใสๆ เลยทีเดียว“วรรณครับผมมารับ กลับไปกับผมนะ ผมจะมาตกลงขอหมั้นคุณกับคุณน้า ผมไม่ได้เร่งรัดนะครับ แต่ผมคิดว่าผมไม่ได้ชอบคุณอย่างเดียวซะแล้ว ผมคิดว่าผมรักคุณ และผมเองก็คิดว่าคุณน่าจะชอบผมบ้าง…หรือเปล่า”“มะ หมั้นหรือคะ” หญิงสาวมองเขาคล้ายไม่อยากจะเชื่อ“คือ ผมข้ามขั้นตอนไปหรือเปล่า ผมหมายถึง เอ่อ...” เพราะรู้ว่าตนเองทำอะไรรวบรัด จางหย่วนหมิงจึงพูดไม่ถูก“หมิง” จิรวรรณเรียกชื่อเขาเบาๆ “คุณกำลังตื่นเต้นอยู่หรือคะ” จิรวรรณมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อของเขาแล้วยิ้มออกมา แม้จะเขินอาย ทว่าเมื่อมองเห็นความลนลานของเขา หญิงสาวกลับคิดว่าเขาน่ารักจริงๆ“ผม...” เขามองใบหน้ายิ้มแย้มของจิรวรรณแล้วนิ่งไปเล็กน้อย รอยยิ้มอ่อนโยนเผยออกมา หลังจากที่เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “วรรณ ผมรักคุณ แต่งงานกับผมนะครับ” ครั้งนี้เขาเอ่ยออกมาชัดถ้อยชัดคำ“ค่ะ” หลังจากมองหน้าเขาแล้วเงียบไปครู่ใหญ่ จิรวรรณก็ยิ้มสดใสให้เขาจางหย่วนหมิงรีบก้มลงไปค้นกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะล้วงแหวนเพชร
“ผมไม่มีความลับ”บรรยากาศการฟาดฟันกันด้วยถ้อยคำระหว่างเขากับพี่สาว ทำให้จิรวรรณเห็นอีกด้านของเขา เพราะแม้ว่าทั้งสองดูจะประชดกันไปมาด้วยคำพูด ทว่ามันก็แสดงออกมาชัดเจนว่าทั้งสองคนรักและสนิทสนมกันมากแค่ไหนตลอดมื้ออาหารจิรวรรณรู้สึกเพลิดเพลินมาก เพราะจางเยวี่ยหลิงเอาแต่ชวนพูดโน่นคุยนี่อยู่ตลอดเวลา ผิดกับจางหย่วนหมิงที่ดูอารมณ์ไม่ดีกระทั่งจบมื้ออาหารลง“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่พี่สาวของผมเสียมารยาท ถึงจะดูเขาเป็นคนพูดมากและไม่ค่อยสนใจในมารยาทเท่าไร แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายนะครับ” จางหย่วนหมิงเอ่ยขึ้น ในตอนที่ทั้งสองกำลังเดินมายังที่จอดรถที่อยู่ด้านหน้าโรงแรม“ฉันรู้ค่ะ ที่จริงคุณไม่ต้องขอโทษก็ได้ ฉันสนุกมากเลยที่ได้พบพี่เยวี่ยหลิงวันนี้” จิรวรรณตอบด้วยรอยยิ้ม ทั้งยังก้าวเข้าไปนั่งบนรถเมื่อเขาเปิดประตูให้ ทั้งสองเข้าไปนั่งในรถทว่าจางหย่วนหมิงกลับนึกขึ้นมาได้ว่าหญิงสาวมีเรื่องอยากจะถามเขา“วรรณมีเรื่องจะถามผมไม่ใช่เหรอครับ”“เอ๋ อ้อ ตอนนี้ไม่ต้องแล้วละค่ะ ไม่สงสัยแล้ว”หญิงสาวยิ้มสดใสเมื่อคิดถึงเรื่องที่เธอเข้าใจผิดจางเยวี่ยหลิง รอยยิ้มนั้นทำให้จางหย่วนหมิงนิ่งไป เขายื่นมือออกมาแตะแก้มของห
“คุณแม่ให้ป้าจิ้งไปตามวรรณหรือคะ”“จ้ะ แม่มีเรื่องจะถามหน่อย”“เรื่องอะไรหรือคะ” “เรื่องลูกกับหมอจาง” “เอ๋” “ลูกชอบเขาหรือเปล่า” “เอ่อ” “เขาโทรมาหาแม่วันนี้ ทั้งยังขออนุญาตพาลูกออกไปกินข้าวนอกบ้าน ลูกจะว่ายังไง” “เขาว่าอย่างนั้นหรือคะ” จิรวรรณขมวดคิ้ว เพราะเมื่อเช้าเขาเองก็โทรหาตน แต่ไม่เห็นจะบอกเลยว่าจะพาไปข้างนอก“เขาบอกแม่ว่าเขาชอบลูกทั้งยังจริงใจกับลูก ดังนั้นจึงขออนุญาตไปมาหาสู่ ทั้งยังอยากจะพาลูกออกไปข้างนอกบ้าง ลูกเองก็โตจนป่านนี้แล้วเขายังจะขออนุญาตแม่อีก แม่ก็ว่าเขาเป็นคนดี เห็นเขาโทรหาลูกแม่บ่อยๆ แม่ก็รู้ว่าเขาชอบพอในตัวลูก แต่ยังไงแม่ก็อยากจะให้ลูกตัดสินใจเอง”“ค่ะ” ใบหน้ายุ่งยากของจิรวรรณทำให้อัญชลียิ้มออกมา “มีอะไรก็ถามเขาไปตรงๆ สิลูก” “เอ๋” จิรวรรณสะดุ้งคล้ายเด็กถูกจับได้ว่าทำความผิด “ลูกสงสัยไม่ใช่เหรอว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เย็นนี้ออกไปพบเขาก็ถามเขาเสียสิจะได้รู้ความจริง” อัญชลียิ้มอย่างอ่อนโยน นางหรือจะไม่รู้ว่าจิรวรรณยังติดใจภาพที่เห็
“ขอโทษค่ะ” จิรวรรณหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ก่อนที่จะดันตัวเองออกไปจากเขา หญิงสาวพบว่าเขาใช้เพียงแขนข้างเดียวก็โอบรัดร่างของตนเอาไว้ได้แล้ว“นี่ครับ” เขายื่นช่อดอกทิวลิบให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะ”ในขณะที่คนทั้งสองกำลังยืนสนทนากันอยู่นั้น ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาสองคู่กำลังแอบสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ อัญชลีกับหยูจิ้งที่ยืนแอบอยู่มุมห้องก็ส่ายหน้าช้าๆ อย่างขัดใจ“โธ่ลูกสาวฉัน เขามาหาถึงบ้าน แทนที่จะไว้ตัวกลับพุ่งเข้าหาเขาซะนี่” อัญชลีกระซิบเสียงเบา“คุณหมอจางดูท่าจะชอบคุณหนูมากนะเจ้าคะ” หยูจิ้งกระซิบเสียงเบาเพราะเกรงว่าจางหย่วนหมิงและจิรวรรณจะได้ยิน“ยังไม่รู้หรอกต้องดูกันไปก่อน แต่การที่เขารับปากทันทีที่เอ่ยชวนนี่ก็มีความเป็นไปได้อยู่” อัญชลีเอ่ยสองวันก่อนนางได้พบจางหย่วนหมิงโดยบังเอิญในตอนที่กำลังเดินซื้อของกับหยูจิ้ง นางขอโทษขอโพยเขาที่บุตรสาวเสียมารยาทในวันที่ออกมาจากโรงพยาบาลในตอนที่จะแยกจากกัน เขาคล้ายจะเอ่ยถามอะไร แต่ก็ยับยั้งเอาไว้ อัญชลีจึงคิดที่จะเปิดโอกาสให้เขาเสียหน่อย จึงลองชวนเขามาทานอาหารที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋ไม่คาดว่าเขาจะรับปากทันที คล้ายกับกลัวว่านางจะเปลี่ยนใจ จนกระทั่งวันนี







![พันธะสวาทจอมเวทย์ [18+, พีเรียดอีโรติก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



