All Chapters of สืบรักข้ามภพ : Chapter 1 - Chapter 10

20 Chapters

1

เปลวไฟเบื้องหน้าชายหนุ่มกำลังเผาไหม้ภาพวาดและหนังสือ ชุนกง[1] ศิลปะต้องห้ามในยุคสมัยโบราณเมื่อเกือบ 800 ปีก่อน ถึงฝีมือหนุ่มรูปงามล่มเมืองนามว่า ฉีหยางซิ่ว จะหาผู้ใดเทียบเท่าได้ในใต้หล้า กระนั้นมันก็มิถูกยอมรับ อีกทั้งการกระทำดังกล่าวเป็นอาญาต่อแผ่นดิน หากผู้ใดครอบครองมีโทษให้ริบทรัพย์ หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นถูกตัดหัวเสียบประจานไว้หน้าประตูเมือง ส่วนผู้สร้างสรรค์ศิลปะอันต่ำช้าอัปมงคล ต้องจบชีวิตลงด้วยการถูกแยกร่างออกเป็นห้าส่วน!!ภาพวาดหญิงและชายคณิกาในอิริยาบถไร้อาภรณ์ ถูกมองอย่างเหยียดหยาม หากแต่ยังมีกลุ่มคนที่คลั่งไคล้จนเกิดการซื้อขายอย่างลับๆ ในราคาสูงลิบ โดยเฉพาะผลงานจากปลายพู่กันของฉีหยางซิ่ว ผู้ที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นบุรุษชั่วช้าทว่าเมื่อภาพเหล่านี้เป็นที่ต้องการของตลาดก็เกิดความโลภและผลประโยชน์ จากศิลปะงดงามกลายเป็นภาพอาถรรพ์ มีคนสร้างเรื่องหลอกลวงและอ้างว่าปีศาจกำลังพิโรธจนเกิดเรื่องสยองขวัญแพร่สะพัดไปทั่วเมืองจิ่นสือหลังจากเศรษฐีผู้หนึ่งที่ครอบครองรูปนางคณิกาจากหอเตี๋ยฮวา กลายเป็นศพถูกควักหัวใจ ส่วนนางผู้เป็นแบบให้ฉีหยางซิ่ววาดได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ก่อนมีคนพบตุ๊ก
Read more

2

เรือนเก่าหลังงามขนาดสองชั้นเป็นส่วนผสมระหว่างสถาปัตย-กรรมไทยโบราณและตะวันตก ดูหรูหราให้ความคลาสสิก มันปลูกอยู่ในพื้นที่จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือใกล้ทะเลสาบบัวแดงตัวบ้านและพื้นที่โดยรอบถูกใจวีรินทร์สาวอวบเป็นที่สุด เรือนหลังนี้แต่เดิมเป็นของสมใจ นางเป็นหญิงชราอายุเฉียดร้อยปี เดินเหินไม่สะดวก อาศัยรถเข็นแทนขาสมใจนั้นเป็นคนหัวแข็งแต่ไหนแต่ไรมา นางเคยประกาศว่าจะไม่ยอมย้ายไปไหน ด้วยมีความผูกพันกับบ้านและบุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งนับวัน นางยิ่งบ่นเพ้อถึงใครต่อใครเรื่อยเปื่อย พลอยให้ลูกหลานหวาดกลัวไปตามๆ กัน“เขาจะกลับมา ฉันรู้ ฉันมั่นใจ คุณย่าเคยบอกไว้ เมื่อดอกบัวแดงบานเต็มทะเลสาบ เขาจะกลับมา”นั่นคือเสียงสุดท้ายที่วีรินทร์ได้ยิน ก่อนที่สมใจจะป่วย ถูกหามส่งโรงพยาบาลเพราะปัญหาสุขภาพเรื้อรังจากนั้นวีรินทร์ก็หาเหตุผลร้อยแปดเพื่อกล่อมลูกหลานของนางเพื่อขอซื้อบ้าน หญิงสาวไม่ได้กดราคาอีกฝ่าย แต่อย่างไร หล่อนให้ตามเกณฑ์เหมือนทุกรายที่ผ่านมา เพียงแต่ พรรณสิริลูกสาวคนสุดท้องหญิงชราร้อนเงิน อยากไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศกับสามีฝรั่งหนุ่มรุ่นคราวลูก วีรินทร์จึงได้เรือนหลังนี้สมปรารถนาหลังจากวีริ
Read more

3

หนังตาวีรินทร์ที่หนักอึ้งอยู่แล้วทำงานอย่างเป็นอัตโนมัติ หล่อนเป็นคนหลับง่ายตั้งแต่ไหนแต่ไร ยิ่งมีอาการไข้รุมเร้ายิ่งทำให้ง่วงหนักดังนั้น ไม่นานหลังจากล้มตัวลงนอนจึงถูกดังเข้าสู่ภวังค์พิศวง!!นางรำในชุดบางเบาอวดความงามพร้อมจอมยุทธ์ที่ร่ายรำเพลงดาบ ฉากต่อสู้ดุเดือดฉายขึ้นพร้อมเสียงผีผาหวานซึ้งสลับเสียงกลองดังทุ้มในใจ ก่อนตัดมายังใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มผมยาวสีดำราวกับน้ำหมึก เป็นตอนนั้นที่หล่อนนึกขำตนเอง สุดท้ายก็พ่ายแพ้แก่ชายงาม แถมเป็นชายงามที่เพียงแค่แรกเห็นหน้า หัวใจก็กระตุกไหวเสียงนักเล่านิทานพเนจรดังขึ้น มันอยู่ในชุดคลุมยาว ปกปิดใบหน้ามิดชิด เสียงมันแหบพร่าหากมีเสน่ห์ชวนฟัง“ถึงเวลาของเจ้าเสียที ข้ารอคอยมานานเหลือเกิน”วีรินทร์ยังสับสนต่อทุกสรรพสิ่งรอบตัว ก่อนหันมาสนใจเสียงที่เอ่ยทัก“รอหนู...รอทำไมคะ”มันหัวเราะเสียงน่าเกลียด ก่อนเอ่ยถึงชายงามผู้นั้น และเรื่องราวสุดโลดโผนของอีกฝ่าย“คุณชายผู้ต่ำต้อย อาศัยอยู่ในเรือนเล้าหมูข้างโรงเก็บฟืนร้าง ใครจะรู้ว่าภายนอกที่เหมือนคนไม่เอาถ่าน เนื้อแท้เขาคือผู้ที่สร้างสรรค์ศิลปะชั้นเยี่ยม ผ่านภาพวาดสาวงามในหอหูเตี๋ยฮวา”วีรินทร์ตั้งใจฟังสิ่
Read more

4

ร่างสูงเพรียวก้าวเดินไปรอบๆ เรือนหลังเก่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเขา พลางคิดถึงเรื่องหญิงสาวจอมวายร้ายที่ต้องการรูปวาดคณิกาชายจากหอลู่ไป๋เซ่อ“แผ่นดินนี้มีหญิงแพศยาจิตวิปริตถึงเพียงนั้น” เขารำพึงรำพันในใจ ก่อนหัวเราะออกมาหากอีกฝ่ายต้องการภาพวาดดังกล่าว ย่อมหมายความว่าชายงามล่มเมืองอย่างเขาคงเป็นที่หมายตาของนางฉีหยางซิ่วทิ้งเรื่องหญิงผู้นั้นไว้เบื้องหลัง เขาก้าวไปข้างหน้าพร้อมใคร่ครวญถึงความหลังที่ผ่านมานับแต่ก้าวเข้ามาในตระกูลฉี เขารู้สึกอดสูยิ่ง หมู่ตึกเทพเซียนอักษรนั้น ฉีเจียนหลิวได้ครอบครองไว้ ก่อนส่งตัวเขาให้มาอยู่ที่นี่จนกลายเป็นคุณชายไม่เอาไหน ไร้ซึ่งบุญวาสนา หลายครั้งยังถูกคนของอีกฝ่ายหยามเกียรติสุดท้ายฉีหยางซิ่วทนไม่ไหวจึงก้าวออกไปสู่โลกภายนอก ปลอมแปลงตนเองเป็นคนไร้ชื่อ และเริ่มทำการค้าด้วยการใช้ศิลปะประจำตระกูลหากิน ด้วยการวาดภาพเริงรมย์ปลุกกำหนัดผู้คนในอึดใจต่อมา ฉีหยางซิ่วต้องแปลกใจที่มีบ่าวรับใช้หญิงก้าวเข้ามายังเรือนเล้าหมู“เจ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร”เขาถามอย่างสงสัย แม้เรือนซอมซ่อจะอยู่ด้านหลังสุดของตระกูลฉี แต่ก็ไม่เปิดให้คนภายนอกเข้าออกอย่างย่ามใจ“เงินและอำนาจ
Read more

5

วีรินทร์เก็บภาพวาดบนผืนผ้าไหมไว้ในห้องนอน หล่อนมักมองดูรูปวาดด้วยความสนใจ แต่มิใช่รูปสาวอวบเปลือยกาย หญิงสาวกำลังนึกถึงคนวาดหนุ่มน้อยผู้นั้นซึ่งมีนามว่า ฉีหยางซิ่ว คิดแล้วพลอยเกิดอาการหึงหวงหล่อนอยากรู้ว่าเหตุการณ์ต่อจากวันนั้นจะเป็นเช่นไร แม่สาวทรงเสน่ห์ในรูปภาพยั่วยวนเขามากแค่ไหนถึงได้กลายเป็นแบบให้อีกฝ่ายวาด และสุดท้ายภาพก็โผล่มาหลอกหลอนผู้คนจนถึงวันนี้เมื่อคิดไปคิดมา หล่อนก็อยากเป็นนางแบบให้เด็กหนุ่มได้ใช้สายตาคมๆ โลมเลียเรือนร่างอวบอัดของตนลงบนผืนผ้าไหมบ้าง จากนั้น...คงจะมีกิจกรรมสุดหวามบนเตียงไม้ โดยมีเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดประกอบจังหวะหญิงสาวหัวเราะอยากสุขสมใจอยู่ประเดี๋ยวก็ต้องหยุด เมื่อหูแว่วได้ยินเสียงทุ้มๆ ของใครคนหนึ่งเรียกขานคนรักของเขา เสียงนั้นคล้ายเจาะจงมาที่หล่อน“เจ้าอยู่หนใด...”เป็นเวลาเช้าตรู่ที่สาวอวบมีนัดกับลูกค้าใจกลางเมืองหลวง หลังจากใส่บาตรที่หน้าบ้านเรียบร้อย จิตใจก็ปลอดโปร่ง หล่อนฮัมเพลงเข้าไปในห้องน้ำ สระผมยาวสลวยด้วยความเพลิดเพลิน สักพักรู้สึกคล้ายมีสายตาใครบางคนจับจ้องจากทางด้านหลัง...สาวอวบเอื้อมมือไปปิดฝักบัว ยามนั้นไอน้ำอุ่นทำให้ห้องน้ำอบอ้าวเล็กน้อย
Read more

6

ณ เมืองจิ่นสือเกือบ 3 ปีแล้วที่รูปภาพเหล่าสาวงามหุ่นอวบอัดแห่งยุคซึ่งไร้อาภรณ์พร้อมเรื่องราวสุดหวามหวิวถูกถ่ายทอดผ่านฝีมือฉีหยางซิ่ว ผู้ใช้ฉายา เฟิ่งหวงสีแดงเพลิง (ขนนกหงส์ฟ้า)นอกจากภาพวาด เขาได้ขยายผลงานแต่งหนังสือชุนกง รวมถึงตำรากามสูตรซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดลับๆ ของชายหนุ่มทุกเพศทุกวัย โดยฉากหน้าเขาคือคุณชายซึ่งถูกถีบหัวส่งให้มาอยู่ในเรือนหลังเล็กที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเล้าหมูดังนั้น ฉีหยางซิ่วจึงกลายเป็นคุณชายผู้ต่ำต้อย คือคนที่ไร้ซึ่งเกรียติและศักดิ์ศรี สุดท้ายจึงถูกหลงลืมแต่ใครจะรู้ว่าอีกด้านหนึ่งของฉีหยางซิ่ว หรือ เฟิ่งหวงสีแดงเพลิง เขาได้ถ่ายทอดศิลปะสุดมหัศจรรย์ซึ่งปลุกไฟราคะของชายหนุ่มทั้งแผ่นดินให้ลุกโชน ต้นแบบสาวงามที่อวดทรวดทรงองค์เอวชวนให้สิเน่หา ส่วนหนึ่งคือนางโลมชื่อดังในหอคณิกากระนั้น ฉีหยางซิ่วมิใช่ชายรักสนุกที่จะมีสัมพันธ์กับหญิงสาวไม่เลือกหน้า แต่การที่ไม่ค่อยมีเพื่อนมาตั้งแต่เด็กเพราะเติบโตอยู่ที่ผาไร้นามทำให้เขาเก็บตัวกระทั่งย้ายมาอยู่ที่ เมืองจิ่นสือ โลกเขาก็เปิดกว้าง ทุกครั้งที่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตา เขาจึงเลือกที่ไปเที่ยวเตร่ในหอนางโลม นั่นทำให้เขาได้พบ
Read more

7

1 ปีต่อมาความตายอย่างเป็นปริศนาของเหล่าคณิกาทั้งหญิงชาย กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญต่อผู้คนในเมืองจิ่นสือ ผืนดินที่มีห้าขุนเขาไหมงามล้อมรอบ หลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดจากการทำเรื่องชั่วช้า ด้วยการมีภาพเขียนชุนกงเป็นต้นเหตุกล่าวกันว่า วิญญาณปีศาจในภาพเขียนเหล่านั้นร่วมหลับนอนทำบัดสีกับผู้ที่ครอบครอง จากนั้นพวกเขาก็กลายเป็นศพถูกควักหัวใจ ส่วนคนที่เป็นแบบในภาพวาดนั้นต่างได้รับเคราะห์กรรมเลวร้ายมิต่างกัน ต่างถูกตัดหัว ควักลูกตา ก่อนถูกนำไปทิ้งตามจุดต่างๆ ในเมืองจนเป็นที่อกสั่นขวัญแขวน เรื่องนี้กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญครึกโครมไปทั่ว“คุณชายกำลังตกอยู่ในอันตราย ปีศาจร้ายกำลังออกอาละวาด มันสร้างความตื่นกลัวให้ผู้คน และท่านตกอยู่ในอาญาบ้านเมือง”“ปีศาจ เจ้าเชื่ออย่างนั้นหรืออาเพ่ย” ฉีหยางซิ่วถามสาวงามเขาแทบไม่คาดคิดว่านางก็พลอยตื่นตระหนกไปกับข่าวลือ แม้จะมีศีรษะของเหยื่อและร่างที่ถูกควักหัวใจให้พบเห็น แต่โลกนี้จะมีปีศาจได้อย่างไร คนอย่างเขาไม่มีวันเชื่อ!!“หากไม่ใช่ฝีมือของมัน คุณชายจะให้ข้าคิดเป็นอื่นอย่างงั้นหรือ” นางว่าแล้วก็ยกมือทาบหน้าอก ดวงหน้าขาวซีดไร้สีเลือด “รูปของข้า แม้จะไม่มีชายใด
Read more

8

ฉีหยางซิ่วแค้นจนแทบกระอักเลือด ดวงตาเขาประหนึ่งมีลูกไฟปะทุออกมา แต่ตอนนี้เขาจะทำสิ่งใดได้ แม้แต่หลุดออกจากพันธนาการของสมุนเจียนหลิวก็มิอาจกระทำ“คุณชาย ถ้ายังอยากมีดวงตาสวยๆ มองดูสาวงาม และโลกใบนี้ต่อไป ก็รีบบอกมาว่า รูปวาดคุณหนูเพ่ยเพ่ยอยู่ที่ใด”คราวนี้ชายหนุ่มแจ้งใจถึงความต้องการของมัน“น้ำหน้าอย่างเจ้าไม่มีวันหาพบ” เขาตอบเสียงเย็นหลี่เปียวกระตุกยิ้มขึ้นคราหนึ่ง ก่อนสั่งคนของมันลากบ่าวรับใช้ของฉีหยางซิ่วไปที่ลานโล่ง“รูปนั้นอยู่ที่ใด”ฉีหยางซิ่วหลับตา เขาไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้เสี้ยววินาทีต่อมา ใบหูข้างหนึ่งของเต่าน้อยก็ถูกฟันฉับ ก่อนร่วงลงสู่พื้นดิน เลือดสดๆ ไหลอาบร่างมัน พร้อมเสียงแผดร้องโหยหวน“ท่านมันเป็นคนไร้ศักดิ์ศรี บ่าวรับใช้ที่จงรักภักดียังไม่คิดจะยื่นมือเข้าช่วย”หลี่เปียวว่าและส่งสัญญาณให้ลูกสมุนใช้มีดสั้นควักลูกตาเต่าน้อย ฉีหยางซิ่วไม่กล้าลืมตาดูภาพตรงหน้าทั้งที่บ่าวของเขาร้องขอให้ช่วยชีวิต ตอนนี้เขาเป็นเพียงคุณชายผู้ไม่เอาไหน ไร้ซึ่งเกียรติและวรยุทธ์“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านเป็นเยี่ยงนี้ ถึงได้ตกยาก ไม่มีบุญวาสนา”สิ้นเสียงนั้น สมุนอีกคนจ่อมีดเข้าไปยังเบ้าตาเต่าน้อย แต่
Read more

9

“เจ้าล่วงรู้ความลับดีเช่นนี้ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าได้ตายสมใจ อยู่อย่างทรมานต่อไปเถอะ และคอยดูข้าเป็นประมุขของขุนเขาไหมงาม”“ฮึ ท่านอาจะไม่มีวันได้เสวยสุข หากข้ามีชีวิตอยู่ ท่านมิอาจครอบครองสิ่งใดที่เป็นของตระกูลฉี...”สิ้นคำประกาศนั้น เจียนหลิวก็เตรียมใช้มีดสั้นกรีดใบหน้าฉีหยางซิ่วดวงตาคมของชายหนุ่มจ้องเขม็งอีกฝ่าย แม้จะกลัวอยู่มาก แต่เขาไม่ยอมให้มันเห็นน้ำตา“ดี! ข้าชอบคนกล้าหาญ ฉะนั้นจงอยู่ในโลกนี้ด้วยใบหน้าสยดสยอง และดูความรุ่งโรจน์ของข้าด้วยดวงตาเพียงข้างเดียว”มีดสั้นในมือฉีเจียนหลิวเตรียมกดลงบนแก้มชายหนุ่ม ฉีหยางซิ่ว แค้นใจหนัก ตลอดเวลา หากเขาตั้งใจฝึกฝนวรยุทธ์จากท่านปู่ฉีหย่งชางคงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้“ร้องสิ ร่ำร้องเหมือนบิดาของเจ้าที่ขอชีวิตข้าก่อนตาย!”ฉีหยางซิ่วเดือดดาลจัด มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น แต่ยิ่งออกแรงต่อต้านคนของฉีเจียนหลิวก็ยิ่งใช้กำลังต่อเขาเมื่อมีดสั้นกดลงบนแก้มฉีหยางซิ่ว ยามนั้นเหมือนโลกจะกลั่นแกล้งให้เขาเป็นของเล่นของฉีเจียนหลิว และมันหัวเราะเสียงดังด้วยความสาแก่ใจที่ทำให้เขาตกต่ำถึงเพียงนั้น“ถ้าเจ้ากล้าหาญจริง ก็ฆ่าข้าเสียเถิด มิเช่นนั้นหากข้ารอดพ้นวันนี้
Read more

10

ตั้งแต่รุ่งสาง เขากับนางโจรรูปโฉมอัปลักษณ์ซึ่งมีปานแดงบนซีกหน้าด้านซ้าย กำลังหลบหนีกลุ่มชายชุดดำที่มีอาวุธครบมือ คนเหล่านั้นสวมหน้ากากประหลาดเป็นรูปโครงกระดูก พิศแล้วประหนึ่งผีร้ายที่โผล่ออกมาจากหลุมศพ!นางควบอาชาโลหิตตัวโตบึกบึนไปตามทางแคบๆ พาฉีหยางซิ่วหนีจากทหารของเมืองจิ่นสือมาได้ ก็ถูกไล่ล่าจากกลุ่มคนที่มากด้วยฝีมือ พวกมันคือมือสังหารของฉีเจียนหลิวฉีหยางซิ่วอ่อนหัดด้านบู๊ ถึงจะเคยฝึกปรืออยู่บ้างแต่ความที่มีนิสัยเกียจคร้าน วรยุทธ์จึงไม่ก้าวหน้า และการที่ไม่ค่อยได้ออกแรงหนักๆ เมื่อต้องเร่งรีบเดินทางไกล เขาจึงขอหยุดพักบ่อยครั้ง แต่นางโจรกลับเร่งเร้าให้เขาบ่ายหน้าไปให้ถึงเขตแดนป่าไผ่ ก่อนจะเข้าไปสู่สถานที่ลับซึ่งมีกองกำลังของผู้เฒ่าถานซ่อนอยู่ ซึ่งในอดีต ผู้เฒ่าถานเป็นผู้ติดตามปรมาจารย์ฉีหย่งชางหนุ่มรูปงามนั่งบนหลังมาโดยมีนางโจรประกบอยู่ด้านหลังเป็นเวลาร่วมสองชั่วยาม และรู้สึกปวดเบาจนกลั้นไม่ไหว แม้นางโจรจะใช้วาจาข่มขู่และกำลังบีบบังคับ แต่เขาไม่ทนได้อีกต่อไป จึงท้าว่าหากนางขืนน้ำใจเขาไปมากกว่านั้น เขาจะปล่อยปัสสาวะรดหลังม้า!!“เจ้าไม่ใช่ลูกผู้ชาย”นางว่าแล้วก็สะบัดหน้าหนีจากชายหนุ
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status