Masukร่างสูงเพรียวก้าวเดินไปรอบๆ เรือนหลังเก่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเขา พลางคิดถึงเรื่องหญิงสาวจอมวายร้ายที่ต้องการรูปวาดคณิกาชายจากหอลู่ไป๋เซ่อ
“แผ่นดินนี้มีหญิงแพศยาจิตวิปริตถึงเพียงนั้น” เขารำพึงรำพันในใจ ก่อนหัวเราะออกมา
หากอีกฝ่ายต้องการภาพวาดดังกล่าว ย่อมหมายความว่าชายงามล่มเมืองอย่างเขาคงเป็นที่หมายตาของนาง
ฉีหยางซิ่วทิ้งเรื่องหญิงผู้นั้นไว้เบื้องหลัง เขาก้าวไปข้างหน้าพร้อมใคร่ครวญถึงความหลังที่ผ่านมา
นับแต่ก้าวเข้ามาในตระกูลฉี เขารู้สึกอดสูยิ่ง หมู่ตึกเทพเซียนอักษร
นั้น ฉีเจียนหลิวได้ครอบครองไว้ ก่อนส่งตัวเขาให้มาอยู่ที่นี่จนกลายเป็นคุณชายไม่เอาไหน ไร้ซึ่งบุญวาสนา หลายครั้งยังถูกคนของอีกฝ่ายหยามเกียรติ
สุดท้ายฉีหยางซิ่วทนไม่ไหวจึงก้าวออกไปสู่โลกภายนอก ปลอมแปลงตนเองเป็นคนไร้ชื่อ และเริ่มทำการค้าด้วยการใช้ศิลปะประจำตระกูลหากิน ด้วยการวาดภาพเริงรมย์ปลุกกำหนัดผู้คน
ในอึดใจต่อมา ฉีหยางซิ่วต้องแปลกใจที่มีบ่าวรับใช้หญิงก้าวเข้ามายังเรือนเล้าหมู
“เจ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร”
เขาถามอย่างสงสัย แม้เรือนซอมซ่อจะอยู่ด้านหลังสุดของตระกูลฉี แต่ก็ไม่เปิดให้คนภายนอกเข้าออกอย่างย่ามใจ
“เงินและอำนาจอย่างไรล่ะเจ้าคะ บ่าวถึงมายืนอยู่ตรงหน้าท่าน...คุณชายเรือนเล้าหมู”
หญิงรับใช้วัยกลางคนรู้สึกรังเกียจชายผู้นี้มิน้อย การกระทำของเขาเป็นที่น่าขายหน้า กระนั้น คำสั่งจากผู้เป็นนายก็มิกล้าขัด
“สภาพเยี่ยงเจ้าร่ำรวยได้ถึงปานนั้น”
ฉีหยางซิ่วมองประเมินอีกฝ่าย ปกติตระกูลฉีมีคนรับใช้ดูแลเกือบทุกจุด เว้นแต่เรือนของเขาซึ่งถูกปล่อยปละละเลย ส่วนพวกสมุนของฉีเจียนหลิวไม่ค่อยย่างกรายมาที่นี่ เว้นแต่นายของมันสั่งการ เหตุนี้จึงทำให้หญิงรับใช้ชั้นต่ำเข้ามาพูดจาโอหังกับเขาถึงที่นี่
“อย่าเพิ่งบันดาลโทสะสิคุณชาย นายของบ่าวเพียงแต่เห็นว่า ด้วย
เกียรติของท่าน อย่างไรเสียก็ไม่ควรมาทนอยู่ในเรือนหลังนี้ จึงต้องการเจรจาการค้าด้วย”
“ฮึ นายเจ้าเป็นใครกัน ถึงได้นึกเห็นใจผู้อื่น”
“นายของบ่าวเป็นคนที่คุณชายสมควรเจรจาด้วยที่สุดในใต้หล้านี้”
ฉีหยางซิ่วเลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง มองสาวใช้อย่างดูแคลน นางรู้สึกเสียหน้าอยู่มากแต่ยังยืนหยัดทำหน้าที่ตนต่อ
“คุณหนูเพ่ยเพ่ยให้บ่าวมาเชิญท่านไปที่ ห้างซือเชี่ยน มีงานสำคัญให้ทำ” นางเอ่ยถึงห้างการค้าอันดับต้นๆ ของเมืองจิ่นสือ
“จำเป็นด้วยหรือที่ข้าต้องออกจากเรือนอันโอ่โถง เพื่อไปรับใช้คุณหนูของเจ้า”
หญิงรับใช้เบ้ปากอย่างขัดเคืองใจ ด้วยรู้ถึงความยิ่งทะนงในตัวของคุณชาย
“หากท่านยังอยากมีหัวอยู่บนบ่า จงรีบตามข้าไปพบคุณหนูเพ่ยเพ่ย” หญิงรับใช้หมดความอดทนจึงกล่าววาจาโง่เง่าข่มขู่
“ฮ่าๆ ๆ ท่าทางคุณหนูของเจ้า คงนิยมชมชอบชายงาม แต่กลัวถูกครหาจึงอยากให้ข้าวาดรูปหนุ่มๆ ไว้ให้เชยชมในห้องนอน ใช่หรือไม่”
ฉีหยางซิ่วประเมินว่าคนที่อยากได้รูปชายงามจากหอคณิกาชายคงเป็นหญิงอ้วนดำอัปลักษณ์ กลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยว หาผู้ชายมาสู่ขอมิได้
“ต่ำช้า! ท่านกล่าววาจาเช่นนี้ สักวันจะต้องมิตายดี” นางรับใช้ตวาดใส่
คราวนี้ฉีหยางซิ่วเดือดดาล เขาจ้องอีกฝ่ายเขม็ง เตรียมไล่ไปให้พ้นๆ
หน้า ทว่ามีเสียงหวานไพเราะขัดขึ้นเสียก่อน
“โปรดระงับโทสะด้วยคุณชาย บ่าวรับใช้ของข้าปัญญาทึบ เมื่อกลับไป ข้าจะโบยมันสักร้อยทีเพื่อให้หลาบจำ”
เจ้าของน้ำเสียงคือสาวงามนางหนึ่ง นางมีเครื่องหน้าจิ้มลิ้ม เรือนร่างอวบอิ่ม แต่เอวคอดเล็ก และกลิ่นตัวก็หอมเหมือนมีมวลบุปผาโอบคลุมร่าง หาใช่สตรีอัปลักษณ์อย่างที่เขาคาดคิด
“ที่ต้องรบกวนท่าน เป็นเพราะ...อยากทำการค้าด้วย หากท่านเห็นดี ข้าจะเป็นผู้ออกทุนพร้อมจัดหาสาวงาม และชายหนุ่มมาเป็นแบบ รวมถึงลูกค้า ส่วนกำไร เรามาแบ่งกันอย่างยุติธรรม”
“ข้อเสนอของคุณหนูน่าสนใจ แต่ข้าเกรงว่าจะรับไว้มิได้”
ฉีหยางซิ่วประเมินอีกฝ่าย นางคงมีอายุมากกว่าเขาราวๆ 5 ปีเห็นจะได้ กระนั้นก็ดูโตเป็นผู้ใหญ่มาก และยังเป็นลูกสาวของตระกูลซือ หากขัดใจคงจะนำภัยใหญ่หลวงมาสู่ตน
“แล้วเหตุใด คุณหนูถึงสนใจภาพวาดพวกนี้ มิกลัวมันทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรอกหรือ”
“ทำการค้าย่อมต้องกล้าเสี่ยง ยิ่งเสี่ยงมากเท่าไร ผลลัพธ์ยิ่งหอมหวาน”
นางว่าแล้วก็ก้าวเข้ามาใกล้เขา มองอีกฝ่ายด้วยสายตาหยาดเยิ้ม ก่อนกล่าวว่า
“ในเมื่อคุณชายคือทายาทตัวจริงของตระกูลฉี แล้วจะไม่ให้ข้าสนใจอยากทำการค้า ได้อย่างไร”
คำกล่าวทิ้งท้ายของนางทำให้ทั้งฉีหยางซิ่ว และคนที่กำลังนอนฝันอยู่อีกภพหนึ่งตั้งคำถามในใจ
หลังจากเหตุการณ์ในยามบ่ายวันนั้นที่บ้านโบราณใกล้ทะเลบัวแดง วีรินทร์ได้พบเรื่องประหลาดตามมาไม่หยุดหย่อน ซึ่งทั้งหมดหล่อนสรุปความได้ว่าเป็นเพราะรูปวาดเปลือยของสาวงามบนผืนผ้าไหม!!
“แก้มอุ่นเห็นจริงๆ นะเฮียปอง ยัยอ้วนในรูปนั่น มันเคลื่อนไหวได้ บางวันส่งเสียงหัวเราะ บางวันร้องห่มร้องไห้ มะ มันต้องเป็นผีที่ออกมาจากภาพวาดผืนนั้นแน่นอน”
คนไม่เชื่อเรื่องวิญญาณร้ายกำลังกลืนน้ำลายตัวเอง และเล่าถึงเรื่องเขย่าขวัญเป็นฉากๆ ให้พี่ชายฟัง
วิรินทร์ทำธุรกิจซื้อขายบ้านและที่ดินเก่ามาหลายปี ประสบกับเรื่องลึกลับมามาก แต่หนนี้ไม่ธรรมดา หญิงสาวในภาพวาดออกมาตามเขย่าขวัญหล่อนไม่หยุด ทั้งที่ตอนแรกนึกว่าเป็นวิญญาณเฮี้ยนที่ล่องลอยอยู่ในบ้าน แต่ตอนนี้หล่อนมั่นใจแล้วว่า นางโผล่ออกมาจากรูปวาดบนผืนผ้าไหม ซึ่งอยู่ในหีบไม้โบราณที่ถูกซ่อนไว้ที่ผนังบ้าน!
“ยัยอ้วนที่กำลังอาละวาดเนี่ย แกหมายถึงสาวจีนโบราณในรูปวาด หรือว่าเป็นตัวแกกันแน่ หา...”
ปองคุณผู้เป็นพี่ชายแขวะสาวอวบไปหนึ่งหน เขาเห็นรูปวาดหญิงงามนั้นเพียงครั้งเดียว ตอนแรกนึกว่าน้องสาวอุตริให้ใครวาดรูปเจ้าหล่อนเปลือยกาย เลียนแบบโรสในหนังเรื่องไทนานิค
“อร๊าย คนในรูปสิยะ อย่างแก้มอุ่นนี่อวบพองาม แต่ยายช้างน้ำในรูปนั่น ตูดก็งอน นมก็ใหญ่ แถมท่าทางคลั่งจัด อย่างกับสามีไม่ยอมชวนขึ้นเตียง บอกตามตรง สภาพนาง ผู้ชายที่ไหนเห็นแล้วจะมีอารมณ์”
สาวอวบจำได้ดี ผู้หญิงปากแดงเถือก ซึ่งมีทรงผมสุดประหลาดล้ำคิดจะเลี้ยงต้อยเด็กหนุ่มผิวขาวละเอียดผู้งดงาม และยังเจรจาการค้ากับเขาอีกด้วย ท่าทางอย่างนั้นมองเผินๆ เหมือนตนยามหว่านเสน่ห์ใส่ผู้ชายมิผิดเพี้ยน
“ใครจะมีอารมณ์อย่างนั้นหรือ ถามได้ก็คนที่วาดสิเว้ย ดูสิ สายตาผู้หญิงหยาดเยิ้มขนาดนั้น และท่าทางนางก็ชวนสยิว โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจ โดดเด้งสะดุดตา!”
พี่ชายหล่อนว่าแล้วก็มองเข้าไปรูปภาพ แต่แรก เขาอยากนำออกไปแร่ขายในตลาดมืดแต่วีรินทร์ไม่ยอม และยืนยันว่าจะเก็บเอาไว้จวบจนเกิดเรื่อง
“และถ้ามันเป็นรูปชวนหลอนขนาดนี้ แกจะเก็บเอาไว้ทำไม”
สาวอวบถอนลมหายใจแรงๆ ออกมาหนึ่งเฮือก ก่อนจะมองไปยังภาพวาด แล้วอ้อมแอ้มตอบว่า…
“ก็นอกจากยายอวบในรูป ยังมีของดีโผล่มาให้แก้มอุ่นฝันหวานถึงเจ้าบ่าวในอนาคตด้วย”
ปกติหญิงสาวไม่นิยมชมชอบหนุ่มน้อย แต่เขาคนนั้นช่างมีเสน่ห์ดึงดูดเหลือเกิน
วีรินทร์คิดไปถึงใบหน้างดงามของบุรุษผมยาว ผิวขาวจัด ริมฝีปาก
สีแดงสด เรือนกายเขาน่าสัมผัส น้ำเสียงก็ทุ้มเข้ม และมีรอยยิ้มแสนเกียจคร้าน ซึ่งกระชากหัวใจหล่อนได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเห็น
ปองคุณมองหน้าน้องสาวด้วยความฉงน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
“ฮ่าๆ ๆ แกนี่มันอยู่กับของโบราณเกินไปแล้วใช่ไหม และยังคิดเป็นตุเป็นตะไปเรื่อย เชื่อเฮียนะนังหนู ทั้งชาตินี้ และชาติก่อน...ไม่มีผู้ชายที่ไหนเขาจะชอบผู้หญิงปลิ้นปล้อน กะล่อน และอ้วนตัวเป็นตุ่มอย่างแกแน่”
วีรินทร์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง หล่อนเชื่อว่าตนเองไม่ได้บ้า หลายวันที่ผ่านมา หล่อน...พบเด็กหนุ่มคนนั้น กับภาพวาดสุดล่อแหลมของเขา แม้จะเป็นในฝันแต่ก็เหมือนจริงเหลือเกิน
“อีเฮียปองไม่รู้อะไร อย่าทำมาเป็นพูดดี แก้มอุ่นเสน่ห์แรงจะตาย และมีดีพอที่จะทำให้ผู้ชายตายคาอก!”
ปองคุณหัวเราะออกมาพรืดใหญ่ เขาดูแลน้องสาวคนนี้มาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย รู้จักหล่อนดีกว่าใคร จึงอดไม่ได้ที่จะฉุดคนที่กำลังหลงตัวเองให้ยอมรับความจริง
“เฮียว่าแล้ว ทำไมแกถึงหายหน้าหายตาไปหลายวันตั้งแต่เก็บรูปลามกนั่นมา...”
“หมายความว่าไง” สาวอวบถามเสียงเข้ม สีหน้าสีตาเอาเรื่องน่าดู
“หึๆ ก็เพราะวันๆ เอาแต่ฝันเปียก จนไม่มีแรงโผล่หน้ามาให้ใครเห็นน่ะสิ”
เมื่อสิ้นคำพูดนั้น วีรินทร์ก็กรี๊ดลั่น ก่อนส่งกำปั้นอวบๆ ซัดใส่แผ่นหลังพี่ชายจนเขาร้องโอดโอย
เมื่อทะยานออกไปถึงลำแสงสีขาว หล่อนก็รู้สึกระบมไปทั้งร่าง ความเจ็บแปลบเล่นงานตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณหัวไหล่ และปวดหน่วงๆ ที่ขมับซ้ายยามนั้นหูได้ยินเสียงฟ้าลั่นดังกึกก้องติดต่อกันยาวนาน วีรินทร์หวาดกลัวจับใจ หล่อนนอนขดตัวด้วยความหนาวเหน็บ ก่อนรู้สึกว่าลำคอแห้งผากจึงยื่นมือสะเปะสะไป หวังจะคว้าขวดน้ำบนหัวเตียงที่มักวางไว้มาดื่มหญิงสาวออกแรงสุดกำลัง ยื่นมือขวาออกไปข้างหน้า และรับรู้ได้ถึงความเย็นรอบๆ กาย และเป็นจังหวะเดียวกันที่แสงสว่างหนึ่งปรากฏเบื้องหน้า พร้อมเสียงแผดก้องจากท้องฟ้า“เฮ้อ ฉิบหายแล้ว ฟ้าทำไมมาผ่าตรงนี้”หญิงสาวสบถเสียงดังออกไป ไม่กี่วินาทีจากนั้น สัมผัสหนึ่งก็ไล้ที่หลังมือเป็นสัมผัสนุ่มนวลเปี่ยมด้วยความห่วงใย“เจ้า...ฟื้นแล้ว สวรรค์ยังเมตตา!”เสียงทุ้มต่ำฟังไม่คุ้นหู ทั้งสำเนียงก็แปลกประหลาด แต่หล่อนกลับเข้าใจ“ใช่...คนอย่างแก้มอุ่นจะตายง่ายๆ ได้ยังไง”หญิงสาวเอ่ยแล้วก็ปรับสายตาเพื่อมองใครคนนั้น แต่มันก็ไม่อาจกระทำได้ง่ายๆ“ข้าดีใจที่เจ้ารอดตาย ต่อจากนี้ไป ข้าจะดีกับเจ้าให้มาก ข้าสัญญา...หงเซ่อ!”วีรินทร์นึกฉงนที่ได้เสียงทุ้มๆ คุ้นหู กระทั่งพบดวงหน้าขาวใสของบุรุษผู้ห
วีรินทร์อยู่ไม่เป็นสุขตั้งแต่รู้ว่ามีวิญญาณจากรูปภาพตามติด แต่หล่อนพยายามมีสติให้มาก ด้วยเกรงว่าจะทำให้การเจรจากับบุนซูไม่ประสบผลสำเร็จ เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่าทีหล่อนเลยออกจะประหลาดสักหน่อย ประหลาดล้ำจนบุนซูผิดสังเกตในขากลับ วีรินทร์เรียกลูกน้องที่สำนักงานประจำสาขาต่างจังหวัดนำรถตู้มารับหล่อนกลับพร้อมบุนซูหนุ่มหล่อรัดเข็มขัดให้ตัวเองเสร็จสรรพ แล้วหันมามองสาวสวย“ไปใกล้ๆ แค่นี้เองค่ะ และน้องรูปหล่อนี่ขับรถนิ่มมาก แม็คเป็นมือดีของบริษัท คุณบุนซูไม่ต้องห่วง ปลอดภัยถึงที่หมายแน่นอน” หล่อนเอ่ยจบก็ยื่นมือไปตบบ่าแม็คบุนซูยักไหล่น้อยๆ ก่อนเอ่ยว่า“ถ้าวันนี้ไม่สะดวกไปดูบ้านหลังนั้น เรากลับเข้าไปพักในตัวเมืองแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ดีไหมครับ”“แก้มอุ่นเกรงใจค่ะ ไม่อยากให้คุณต้องเสียงานหลายวัน”“โอ้ ไม่ต้องห่วงครับ ผมมีน้องเขย และน้องสาวช่วยงานอยู่ทางนั้น ตอนนี้เคลียร์คิวว่างยาวเกือบอาทิตย์เลย เพราะตั้งใจมาดูบ้าน และทำเรื่องอื่นๆ ให้เรียบร้อย” เขาว่าพร้อมมองรอบรถตู้ ท่าทางออกจะพิลึกสักหน่อย วีรินทร์จึงอดลูบต้นแขนตนเองไม่ได้“บางทีแก้มอุ่นคง คิดมากไป...” หล่อนยอมรับถึงความเครียดที่เกาะกินใจ“ยังไง
ลู่เหลียนมองหลานชายรูปงามอยู่พักหนึ่ง ก่อนกล่าวเสียงเรียบๆ ขึ้น“ชายหญิงไม่ควรอยู่ด้วยกันตามลำพัง เจ้าคงลืมข้อห้ามนี้กระมัง”ลู่เหลียนเป็นพี่สาวแท้ๆ ของมารดาฉีหยางซิ่ว หลายปีก่อน นางเลี้ยงดูเขาราวกับเป็นลูกในไส้ เพราะน้องสาวเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาหลังจากทารกน้อยลืมตาดูโลกได้ไม่นาน“ข้าไม่สนใจกฎเกณฑ์เหลวไหลพวกนั้น ชีวิตคนสำคัญกว่าอื่นใด” ฉีหยางซิ่วตอบเสียงขุ่น พลางมองดวงหน้าซึ่งอัปลักษณ์ด้วยปานแดงปื้นใหญ่ครึ่งหน้าซีกซ้าย“เฮ้อ เจ้าเป็นอย่างนี้ไง ชีวิตถึงไม่สงบสุขเสียที”ลู่เหลียนว่าแล้วก็หันไปตักยาสมุนไพรใส่ชาม นางให้ลูกน้องไปหาหมอตำแยชื่อดัง อีกฝ่ายก็จัดยาขนานใหญ่สำหรับนางโจร เสียเงินไปมากโข แต่ผลลัพธ์ที่ได้ยังไม่น่าพอใจเมื่อสงบอารมณ์ฉุนเฉียวลง เขาก็เอ่ยเสียงเบาด้วยความสำนึกผิด“ขออภัยที่ทำให้ท่านป้าต้องเดือดร้อน แต่จิตใจข้า คงยากจะบังคับขู่เข็ญ และนางก็ช่วยให้ข้าพ้นภัยร้ายจนมีชีวิตถึงวันนี้” เขาเอ่ยจบจึงหันไปมองหงเซ่ออีกหนนางโจรยังนอนหายใจแผ่วเบา ดวงหน้านั้นซีดขาวราวซากศพ และขับให้ปานแดงอัปลักษณ์ดูน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมฉีหยางซิ่วอดหลับอดนอนดูอาการนางโจรมาหลายวัน ทั้งที่เมื่
ดังนั้น นอกจากสารพัดยาที่ช่วยทำให้น้องชายคึกคักที่เขากว้านซื้อจากสำนักหมอชื่อดังมากิน ชายหนุ่มจำต้องพึ่งภาพวาดชุนกงของฉีหยางซิ่ว เพื่อกระตุ้นความคึกคักให้ตนเอง เพราะภรรยาผู้นี้ไม่ยินยอมให้เขามีบ้านเล็กบ้านน้อย แม้แต่สาวใช้ นางก็เลือกคนที่มีรูปร่างและหน้าตามิต่างกับตน“ทำเรื่องชั่วช้า ยังคิดว่าตนเป็นผู้ประเสริฐ”เสียงของมันลอยตามลมมาเข้าหูฉีหยางซิ่ว แม้จะขัดเคืองใจอยู่มาก แต่เขาไม่นำมาใส่ใจ มือยังเคลื่อนไหวอย่างว่องไว จนก่อเกิดเป็นรูปภาพผู้หญิงที่ดูแปลกตา มิใช่หญิงสาวหุ่นสะท้านใจ แต่เป็นผู้หญิงที่ร่างแบบบาง“นั่นมัน!”น้ำเสียงมันกราดเกรี้ยว และก้าวเข้ามาใกล้เขาอีกนิด มือของมันยื่นออกมาหมายจะช่วงชิงรูปวาดของเขาไป“เจ้าสนใจรูปพวกนี้ด้วยหรือ ฮ่าๆ ๆ”คนถูกถามถลึงตาใส่ ก่อนทำมารยาททรามด้วยการถุยน้ำลายลงพื้น แต่ฉีหยางซิ่วไม่ถือสาด้วยรูปวาดชุนกงของเขาเป็นสิ่งน่าอัศจรรย์ ลายเส้นอ่อนช้อยงดงาม ถึงจะผิดศีลธรรมอยู่มาก แต่การเป็นคุณชายที่ตกต่ำ ไร้ตึกสวยงามและบริวารรับใช้ เขาจำต้องหาทางเลี้ยงดูตนเอง ด้วยหวังว่าสักวันจะลืมตาอ้าปากได้“คนลามก! บุรุษเยี่ยงเจ้าสมควรถูกตัดหัวและเสียบประจาน ข้าไม่ควรเชื
3 ปีก่อนหงเซ่อมีร่างผอมบางมิต่างจากเด็กผู้ชาย และใบหน้าที่มีปานแดงครึ่งซีกหน้าด้านซ้าย ทำให้มันดูอัปลักษณ์เกินใครในฤดูใบไม้ร่วงปีนั้น อากาศเย็นสบายกำลังดี ฉีหยางซิ่วพบร่างหนึ่งนอนซุกอยู่ข้างกองไม้ใกล้โรงเก็บฟืนร้าง และปานแดงบนใบหน้ามันทำให้เขาตกใจแทบสิ้นสติ กระนั้นยังรวบรวมความกล้า ใช้กิ่งไม้เขี่ยร่างที่หายใจรวยรินดูด้วยความสงสารระคนเวทนาเมื่อมันค่อยๆ ลืมตา เขาจึงโล่งใจก่อนจะเรียกเด็กรับใช้มาช่วย แต่มันเปล่งเสียงแหบแห้งข่มขู่ดุจหมาจิ้งจอกน้อย เห็นแล้วเขาก็ไม่มีความเกรงกลัวอันใด ด้วยรู้ว่าตนพอจะรับมือไหว“เป็นผู้ใดแอบส่งตัวเจ้ามาลอบทำร้ายข้า” เขาถามนอกจากไม่ตอบ มันยังครางขู่ทั้งที่เนื้อตัวมีบาดแผลเต็มไปหมด“บัดซบ คิดว่าเก่งแค่ไหน ถึงได้ตำตัวอวดดี”มันส่งเสียงครางตอบโต้ขึ้นทีหนึ่ง ก่อนวูบหลับไปฉีหยางซิ่วนึกสงสาร กลัวว่าวันดีคืนดี คนของฉีเจียนหลิวจะโผล่มาพบมันเข้า จึงกลั้นใจลากมันไปซ่อนในเรือนพักของเขาหนุ่มรูปงามดูแลคนที่ได้รับบาดเจ็บอยู่หลายวัน จนเริ่มคุ้นเคย กระนั้น ถ้อยคำที่ออกจากปากอีกฝ่ายก็มีเพียงการขออาหาร พร้อมขึงตาดุ ราวกับเห็นเขาเป็นศัตรู“ข้าช่วยชีวิตเจ้าแท้ๆ เหตุใด ถึงยั
วีรินทร์ต้องหัวหมุนอีกหน เมื่อบุนซูขอนัดพบหล่อนที่ทะเลบัวแดง สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อประจำอำเภอแห่งนั้น ทั้งที่อยากปิดจ๊อบอย่างเร่งด่วนเพราะได้ข่าวว่าลูกค้าเก่านายมานพ ซึ่งนอนแบ็บอยู่ในโรงพยาบาลส่งคนมาก่อกวนแถวๆ บ้านเก่าหลังงามซึ่งหล่อนตั้งใจขายให้บุนซูความรีบร้อนในตอนลงรถด้วยใกล้เวลานัดหมายเต็มแก่ หล่อนจึงปิดประตูรถทับนิ้วโป้งของตัวเองวีรินทร์ร้องโหยหวน สีหน้าสีตาบิดเบี้ยว หล่อนเซแซดไปไปหาที่นั่ง ความรู้สึกปวดหนึบยังตามมาเล่นงานไม่หยุด จึงผลุนผลันเข้าไปในห้องน้ำหวังใช้น้ำช่วยลดอาการปวด แต่วันนี้อากาศเย็นจัดหล่อนจึงสะดุ้งโหยงรีบผละออกจากสายน้ำเย็นแทบไม่ทันสาวอวบก้าวลิ่วๆ ตรงไปรอลูกค้าหนุ่มหล่อที่ห้องพักเก๋ไก๋แบบโฮมสเตย์ของชาวบ้านซึ่งมีร้านกาแฟอยู่ด้านหน้า นั่งรออยู่สักพักใหญ่ก็พบว่าสถานที่แห่งนี้มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ทั้งที่ไม่ใช่วันหยุด สองข้างทางมีร้านขายอาหารเช้าง่ายๆ ของท้องถิ่น ที่น่าสนใจเห็นจะเป็นสายบัวเชื่อมกับข้าวจี่ พร้อมเผือกย่าง กล้วยปิ้ง และหมูปิ้งซึ่งมีกลิ่นหอมชวนให้ลิ้มลองความที่หิวและยังไม่มีอาหารตกถึงท้อง หล่อนจึงสั่งมารับประทานสองสามอย่างกระทั่งเวลาผ่านไปราวครึ
บุนซูอยู่เมืองไทยมาเกือบสองปีแล้ว ความที่เป็นหนุ่มโสดครบเครื่องทำให้เขาเป็นที่ต้องตาต้องใจสาวๆ แต่ชายหนุ่มชอบเป็นฝ่ายเลือกคนรักด้วยตนเองมากกว่าที่จะให้ผู้หญิงกระโดดเข้าใส่กระนั้นเขาก็มีความลับชวนสยองขวัญที่ทำให้ผู้หญิงต้องขยาด นั่นก็คืออดีตภรรยาทั้งสามล้วนตายโหง!!ชายหนุ่มหยุดคิดอะไรครู่หนึ่ง เมื่
เสียงแกรกๆ ดังสลับ เสียงดังตุบๆ ดังจากชั้นบนอย่างถี่กระชั้น ยามนั้น สติของชายวัยกลางคนแทบจะกระเจิงหาย“ลูกช้างขอร้อง อย่าทำอะไรลูกเลย หากการเข้ามาอยู่ที่นี่รบกวน ‘ท่าน’ ก็เป็นเพราะลูกช้างไม่ทราบมาก่อน ถ้าท่านจะเล่นงานใคร ขอให้ไปลงที่นังช้างแก้มอุ่น ตุ๊ต๊ะโน่นเลย ลูกช้างกลัวแล้ว เข็ดแล้วจริงๆ ต่อไปจ
ชายวัยกลางคนตกตะลึงกับสิ่งที่เขาพบ เวลานี้ต้องติดต่อสาวอวบอย่างเร่งด่วน เพราะหล่อนคือทางออกเดียวในเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะปิดเครื่องหนี ประตูเดียวที่จะทำให้เขารอดพ้นสถานการณ์สยองเกล้าจึงถูกปิดตายร่างผอมสูงนั่งกอดเข่าแผ่นหลังชิดกับตู้เก็บของใต้โต๊ะทำอาหาร เขาหนาวสั่นประหนึ่งกำลังจับไข้ เสียงห
ฉีหยางซิ่วมองนางโจรซึ่งถือกระบี่ปลายหักไว้มั่น สายตานางกวาดหาเสียงฝีเท้านับสิบซึ่งกำลังกรูเข้ามา“เจ้ามันโง่เขลา พวกนั้นมันไม่มีทางทำร้ายข้า มันเพียงต้องการตัวข้าเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง ตอนนี้เจ้าควรหนีเอาตัวรอดเสีย ไม่อย่างนั้นอาจไม่ทันการณ์”นางโจรหันหน้ากลับมามองคุณชาย ดวงตานางแดงก่ำ หากไม่มีน้ำ







