Partager

บทที่1

last update Date de publication: 2024-12-14 02:04:38

บทที่1

หมึกที่ถูกฝนอย่างใจเย็นและพู่กันอันเก่าที่ถูกหยิบเอาขึ้นอย่างมั่นคงแสดงให้เห็นว่ายามนี้มือที่กำลังจรดพู่กันลงบนหนังสือสำคัญแผ่นตรงหน้าได้คิดมาอย่างดีและถี่ถ้วนแล้ว นางตัดสินใจดีแล้ว

อันที่จริงนางควรจะรู้ตั้งแต่ที่สตรีผู้นั้นเข้ามาพักอยู่ที่จวนแห่งนี้แล้ว และก็ควรมั่นใจในความรู้สึกของตัวเองได้ตั้งนานแล้ว การที่สตรีผู้นั้นได้เข้าไปอยู่ในที่ที่นางไม่เคยได้เข้าไปนั่นก็เป็นสิ่งที่บอกชัดแล้ว ว่ากำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในจวนแห่งนี้

มิรู้ว่าหวงอิ่งจื่อทนให้คนตระกูลฟ่านกระทำหมิ่นเกียรติและดูแคลนอยู่เช่นนี้ทำไม ทำดีไม่มีใครเห็นนั่นก็ปวดใจมากพออยู่แล้ว แต่หนักหนากว่านั้นคือการไม่ได้ทำอะไรสักอย่างก็ยังโดนกลั่นแกล้งและใส่ร้าย นางอยู่นางไม่สู้ก็ยิ่งทำให้พวกเขาเหล่านั้นได้ใจ

“เฮ้อ” ริมฝีปากซีดเซียวถอนลมหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า

จนถึงตอนนี้ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้อีกแล้ว ไม่มีจริง ๆ ต่อให้พยายามมากมายแค่ไหน ในเมื่อไม่มีใครสนใจจะมองหรือสังเกตุเห็นความพยายามทั้งหมดของนางก็ไร้ประโยชน์ ช่างเสียเวลายิ่งนัก

“ทั้งเรือนอวี้ฟาน และหัวใจของท่านมันไม่เคยเป็นที่สำหรับข้าเลย” หวงอิ่งจื่อลงชื่อของตนเองลงในตอนท้ายของหนังสือหย่า นัยน์ตากลมโตมองไปรอบ ๆ ห้องที่อยู่เดียวดายมานานนับปี

“เคยคิดว่าห้องนี้ยามไม่มีท่านมันช่างเงียบเหงา แต่มิรู้เลยว่ายามที่ท่านกลับมา สถานที่แห่งนี้จะสร้างความเจ็บปวดให้ทั้งกายและใจของข้าเช่นนี้” แม้ว่านี่ดูเหมือนจะเป็นการคร่ำครวญและอาลัยอาวรณ์ แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นเพียงแค่คำที่นางใช้แสดงความสมเพชตนเองต่างหาก

“ลาก่อน”

ร่างเพรียวบอบบางของสตรีเดินไปยังกองข้าวของเล็กน้อยที่เตรียมเอาไว้ แม้หนทางข้างหน้าจะยากลำบาก แต่ก็ยังดีกว่าอยู่อย่างไร้ตัวตนที่นี่ และอย่างน้อยท่านย่าจะได้ไม่ต้องเป็นอันตรายเพราะการแก่งแย่งที่ไม่จำเป็นในจวนแห่งนี้ด้วย

ขาดนางไปสักคน ทุกสิ่งทุกอย่างคงดีขึ้น

“ในเมื่อที่นี่ไม่มีใครต้องการข้าแล้วข้าก็ไม่ควรอยู่อีกต่อไป” หวงอิ่งจื่อก้าวเท้าออกจากเรือนนอนของตน ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนวันแรกที่นางเดินเข้ามา มันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปมากนัก เพราะนางไม่เคยได้รับข้าวของอะไรที่เหมาะสมกับคำว่าฮูหยินท่านแม่ทัพเลยแม้แต่น้อย

เรื่องราวที่จบลงอย่างปวดร้าวนี่มันเริ่มราวกับนิยายที่ในเมืองหลวงชอบเขียนขาย ชีวิตยากไร้ของสตรีผู้หนึ่งถูกบุรุษสูงศักดิ์ฉุดรั้งให้พ้นจากความทุกข์ยาก เนื้อเรื่องทำนองนี้ถูกเขียนเพราะเป็นที่นิยมและขายดี สตรีทุกนางต่างอยากเจอเทพบุตรในฝันดั่งในนิยาย

หวงอิ่งจื่อเป็นบุตรสาวคนเดียวของตระกูลหวง

แม้ว่าตระกูลหวงท่านพ่อของนางจะไม่ได้มีตำแหน่งยิ่งใหญ่ในกองทัพ แต่ท่านพ่อก็เป็นถึงคนสนิทของนายกองที่มีฝีมือ แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เพราะเกิดในตระกูลชาวบ้าน แต่เพราะฝีมือก็พาให้ท่านพ่อของนางเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ท่านพ่อของนางไม่ใช่ตระกูลขุนนางจึงไม่สามารถรับตำแหน่งอะไรได้นอกจากทหารชั้นประทวน และถึงแม้จะสิ้นชีพที่ชายแดน ความสามารถก็เป็นที่ประจัก จนนายกองคนนั้นนำข่าวของบิดามาบอกถึงกระท่อมที่นางใช้เป็นที่พักเพียงลำพังยามที่บิดาออกศึก

“นี่เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ข้านำมาจากท่านลุงหวง” มือของหวงอิ่งจื่อสั่นเมื่อยามเอื้อมออกไปรับดาบของบิดาของตัวเอง “ข้าขอโทษ เป็นเพราะข้า บิดาของเจ้าจึงต้องสิ้นลมหายใจ” เสียงทุ้มเจือไปด้วยความสำนึกผิดเต็มหัวใจ

หวงอิ่งจื่อส่ายหน้าเบา ๆ

“ท่านพ่อจากไปอย่างสมเกียรติแล้ว” รอยยิ้มพร้อมน้ำตาที่ไหลลงมาช่างไม่เข้ากันนั่น แต่มันกลับน่ามองยิ่งนัก

“ข้ารับปากกับพ่อเจ้าเอาไว้หนึ่งเรื่อง และเรื่องนั้นเกี่ยวกับเจ้า”

หวงอิ่งจื่อเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่นางเพิ่งเคยเห็นเขาเป็นครั้งแรก

“กลับไปตระกูลข้าเถอะ ข้าสัญญากับบิดาเจ้าว่าจะดูแลเจ้า รับเจ้าเป็นภรรยา”

แม้ว่าดวงตาสวยจะเบิกโตเมื่อได้ฟังคำสั่งเสียสุดท้ายที่บิดาฝากเอาไว้ ท่านฝากนางเอาไว้กับบุรุษตรงหน้านี้ แม้จะไม่เคยพบกันมาก่อนแต่นี่อาจเป็นหนทางเดียวที่นางมี

สุดท้ายแล้วชีวิตของหวงอิ่งจื่อก็ดำเนินไปแบบนั้น ในวันที่นางสูญเสียเสาหลักในชีวิตไป ก็มีเสาอื่นมาทดแทน เพียงแต่สิ่งที่รอคอยหวงอิ่งจื่ออยู่มันไม่ได้สวยงามเหมือนกับบทละครที่ใช้แสดงกันในโรงงิ้ว สตรียากไร้อย่างนางไม่ได้ถูกดึงให้กลายเป็นหงส์อย่างในบทละคร

พิธีเรียบง่ายอย่าได้หวังถึงสินสอดหรือสินเดิม ทุกอย่างล้วนไม่มีทั้งสิ้น เพียงแค่หาชุดสีมงคลมาจัดพิธีไหว้ฟ้าดินยกน้ำชา มีแม่สื่อตามธรรมเนียมก็ถือว่าเป็นบุญของนางแล้ว

และทันทีที่จบพิธีฟ่านเฉิงเฉิงก็ต้องเดินทางไปชายแดนอีกครั้งไม่แม้แต่จะบอกกล่าวหรือเอ่ยคำร่ำลาฮูหยินที่เพิ่งแต่งเข้าจวน แม้นางเองจะรู้ว่าฟ่านเฉิงเฉิงไม่ได้มีใจรักให้นาง ด้วยเพราะการกระทำที่ค่อนข้างเมินเฉย และสีหน้าไม่พอใจของคนในครอบครัวของเขา แต่หวงอิ่งจื่อก็คิดแล้วว่าหน้าที่ของนางคือสะใภ้ของสกุลฟ่าน ต่อให้ฟ่านเฉิงเฉิงจะอยู่ตรงนี้หรือไม่ นางก็ควรจะดูแลทุกคนให้ดีเยี่ยงสะใภ้ที่ควรปฎิบัติต่อครอบครัวสามี

แม้จะคิดเช่นนั้นแต่ในความเป็นจริงกลับทำได้ยากยิ่งนัก

“เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ก็ทำไม่ได้ หากลูกชายข้ากลับมาเจ้าจะทำสิ่งที่ควรทำได้อย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงกล่าวตำหนิทุกสิ่งของแม่สามีทำให้หวงอิ่งจื่อต้องลอบถอนหายใจ แต่นี่มันก็เป็นเพียงเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำก็เท่านั้น แม้จะเดาว่าต้องเป็นเช่นนี้ แต่นางก็ไม่เคยชินเสียที

“เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะปรับปรุง”

“ปรับปรุง ปรับปรุงอย่างนั้นเหรอ” เสียงของฟ่านหลันหวีดร้องเมื่อหวงอิ่งจื่อเอ่ยโต้ตอบ แม้ว่าจะไม่ใช่น้ำเสียงประชดประชัน แต่ถึงกระนั้นฟ่านหลันก็ไม่พอใจ

“พอแล้วพอแล้ว เจ้าก็เลิกว่ากล่าวนางเสียที อิ๋งจื่อ เดี๋ยวเจ้าก็ตามไปนวดย่าที่เรือนหน่อย” หวงอิ่งจื่อรีบพยักหน้ารับคำ เพราะนางรู้ดีว่านี่คือการช่วยเหลือของผู้มีอาวุโสที่สุดในตระกูลฟ่าน

“ท่านย่าที่จริงท่านแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรมากนัก” เมื่อเดินเข้ามาในเรือนนอนของเหล่าฮูหยินหวงอิ๋งจื่อก็รีบแก้ต่างให้มารดาสามี

คนมีอายุได้ฟังก็ถอนหายใจยาว

“เจ้าทนได้ แต่ข้าทนไม่ได้ ที่นางเป็นเช่นนี้คงเพราะเป็นห่วงเฉิงเฉิง อย่าได้โกรธเคืองนางเลยนะ”

หวงอิ่งจื่อพยักหน้าอีกครา หากจะมีใครในตระกูลฟ่านดีกับนางก็คงเป็นสตรีสูงวัยตรงหน้านี่ หากแม่สามีของนางคิดแบบท่านย่าได้สักนิดก็คงดี ถ้าหากทุกคนในจวนสกุลฟ่านแห่งนี้เป็นแบบแม่สามี นางคงจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างยากลำบากเสียแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สุดทางยื้อ ไปเถิดข้าปล่อยมือท่านแล้ว   บทที่30

    บทที่30ยามนี้คู่รักเมืองท่าอย่างแม่ทัพฟ่านเฉิงเฉิงและฮูหยินทำให้เหล่าชาวบ้านและทหารอิจฉาไปตาม ๆ กัน แต่เพราะอาหารที่นาน ๆ ที่หญิงสาวที่เคยเปิดร้านอาหารทำแจกคนในเมืองก็ทำให้ทุกคนร่วมยินดีไปกับความรักครั้งนี้ด้วย แม้ว่าจะยังอยากกินอาหารฝีมือหญิงสาวอยู่ก็ตาม“อิ่งจื่อตอนนี้ข้ามีแต่ตัวแล้วนะ เจ้าจะต้องเป็นคนดูแลข้า” ฟ่านเฉิงเฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกเพราะทั้งชื่อบ้านและเงินต่าง ๆ ของเขา รวมถึงตั๋วเงินที่มีล้วนเป็นชื่อของหญิงสาวหมด นั่นก็เพราะเขาทั้งสองอยากเผื่อเอาไว้เพื่ออนาคตของเฉิงหย่ง และที่สำคัญท่านแม่ของเขาจะได้ไม่หวังเงินทองลาภยศอีกที่จริงเท่าที่มีอยู่ที่เมืองหลวงก็ไม่เรียกว่าน้อย ตระกูลฟ่านถือว่าได้ว่าเป็นกูลขุนนางฐานะปานกลาง ไม่รู้เป็นเพราะท่านแม่ละโมบไปหรือเปล่าถึงทำให้เรื่องราวดูวุ่นวายและในที่สุดเมื่อเฉิงหย่งเริ่มโตขึ้นอีกนิดและพูดจารู้เรื่องฟ่านเฉิงเฉิงและอิ่งจื่อก็จะบุตรชายไปหาท่านทวด แม้จะช้าไปแต่ทั้งสองคนก็มีคำอธิบายที่ชัดเจน อย่างไรการพาเด็กเล็กเดินทางทางเรือหากเกิดอะไรขึ้นคงลำบากอากาศชื้นอย่างไรก็ไม่ดีต่อเด็กน้อย“ท่านย่า ท่านแม่ ไม่ได้พบกันเสียนานนะเจ้าคะ” ท่านย่ายัง

  • สุดทางยื้อ ไปเถิดข้าปล่อยมือท่านแล้ว   บทที่29

    บทที่29หลังจากวันนั้นกลายเป็นหวงอิ่งจื่อที่ยังทำหน้าหนาอยู่ที่บ้านของแม่ทัพต่อไป คำนั้นเป็นเพียงคำที่นางตำหนิตนเองในใจ นางไม่ได้พูดอะไรให้ชัดกับฟ่านเฉิงเฉิงนัก และอีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดอะไรกับนางทั้งนางและเขาทำเหมือนกับว่านางและเขาอาศัยอยู่เช่นนี้ด้วยกันมานานแแล้ว หวงอิ่งจื่อเข้ามาช่วยดูเรื่องอาหารและค่าใช้จ่ายในบ้าน เพราะเขาส่งสมุดให้นางจัดการ นางก็ไม่ปฏิเสธบอกให้หาแม่นมมาเลี้ยงดูลูกนางก็ไม่ปฏิเสธ หรือแม้แต่นอนที่ห้องนอนเดียวกับเขา หวงอิ่งจื่อก็ไม่ปฏิเสธ ทั้ง ๆ ที่มันคือทุกอย่างที่ฟ่านเฉิงเฉิงหวังแต่เขากลับรู้สึกไม่ถูกต้องอย่างไรก็ไม่รู้ยามนี้เฉิงหย่งอยู่ในความดูแลของแม่นมถึงสองสามคน เพราะนี่คือสิ่งที่อยู่ในใจของฟ่านเฉิงเฉิงมาโดยตลอด เขาอยากเลี้ยงดูลูกชายให้ดีที่สุด แต่ก่อนหน้านี้กลับทำอะไรไม่ได้สักอย่างและเพราะอย่างนั้นจึงทำให้ฟ่านเฉิงเฉิงและหวงอิ่งจื่อได้มีเวลาของตน พวกเขากลับมานอนร่วมเตียงกันอย่างเงียบ ๆ แม้จะไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าเอื้อมมือกอดและโอบเอวเอาไว้หลวม ๆ แต่มันก็เกินฝันสำหรับเขาจริง ๆร้านอาหารของแม่นางหวงที่ปิดลงสร้างความวุ่นวายไม่น้อย แต่อาหารที่นางทำเลี้ยงเหล่าทหารหรือ

  • สุดทางยื้อ ไปเถิดข้าปล่อยมือท่านแล้ว   บทที่28

    บทที่28“พวกท่านว่าอย่างไรนะ” ใบหน้าของเสวี่ยลู่แสดงท่าทางกังวลอย่างเห็นได้ชัด ส่วนทหารเหล่านั้นก็ทำตัวไม่ถูกแล้ว“แม่นางหวง” ทุกคนตกใจ เพราะท่านแม่ทัพย้ำเอาไว้แล้วว่าไม่ว่าครั้งนี้เจ้าตัวจะทำสำเร็จหรือไม่ ก็ต้องไม่ให้ภรรยาได้รู้“เล่ามาให้หมด เล่ามาเดี๋ยวนี้!” ท่าทางสุขุมเงียบนิ่งที่ปกติทุกคนเคยได้เห็นจากแม่นางหวงเปลี่ยนไปในทันที จนทหารตรงนั้นที่เคยแม้กระทั่งพนันกันว่าแม่นางหวงไม่ได้มีใจให้ท่านแม่ทัพต้องเปลี่ยนใจ เพราะยามนี้นางตั้งสติไม่อยู่ด้วยซ้ำเรื่องราวตั้งแต่ต้นยันจบถูกเล่าให้กับหญิงสาวได้ฟังเพราะมีลูกน้องออกเรือไปช่วยชาวประมงที่เรือล่ม แน่นอนว่าช่วยกลับมาได้บ้าง แต่ก็มีบางส่วนที่ช่วยไม่ได้ และคาดว่าจะมีบางส่วนติดอยู่ที่เกาะเล็ก ๆ ด้วย แม่ทัพฟ่านจึงออกเรือไปช่วยค้นหาคนรอด แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข่าวกลับมา นั่นคือสิ่งที่หวงอิ่งจื่อได้ฟัง“ที่จริงมีไต้ก๋งเรือหลายลำบอกให้ทำใจแล้ว แต่พวกเราก็ยังพยายามหากันอยู่“หวงอิ่งจื่อได้ฟังก็ทรุดตัวลง นางเอ่ยถามเสียงเครือ“แล้วทำไมไม่บอกข้า”ทหารทุกนายตรงนั้นปิดปากเงียบ “ท่านแม่ทัพแจ้งเอาไว้ว่าไม่ควรทำให้แม่นางหวงหนักใจ และหากเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ

  • สุดทางยื้อ ไปเถิดข้าปล่อยมือท่านแล้ว   บทที่27

    บทที่27ฟ่านเฉิงเฉิงคิดว่าตนเองได้พูดสิ่งที่อยากพูดไปหมดแล้วจริง ๆ เป็นอิ่งจื่อต่างหากที่ยังคงไม่ไว้ใจเขาที่เหลือก็คงรอแค่เวลาเท่านั้นแล้ว“อิ่งจื่อ ข้ารู้ว่าทำให้เจ้าเจ็บปวดแต่เจ้าคิดบ้างไหมว่านี่เราก็เจ็บปวดกันทั้งคู่ หากเจ้าบอกว่าไม่คิดอะไรกับข้าเลยข้าไม่เชื่อหรอก” ชายหนุ่มเอ่ยสิ่งที่คิด แต่ก็ใช่มันตรงกับความรู้สึกในใจของหญิงสาว“ข้ากลัว ข้าไม่อยากรู้สึกเช่นนั้นอีกแล้ว” ฟ่านเฉิงเฉิงเข้าใจแต่เขาไม่คิดว่าการทำเช่นนี้หญิงสาวทำอยู่ถูกต้อง “แม้ว่าก่อนหน้านี้ข้าและครอบครัวจะเป็นคนทำผิดกับเจ้าก็จริง แต่เจ้าเคยนึกบ้างไหมว่าเฉิงหย่งเขาไม่ผิด ทำไมถึงต้องรับผลกระทำของเรา ข้ายินดีจะแก้ไขทุกอย่างที่ทำให้เจ้ากังวล เช่นนั้นแล้วไม่ลองคิดดูหน่อยหรือ” และคำตอบของหวงอิ่งจื่อคือการเดินจากไปฟ่านเฉิงเฉิงส่ายหน้าให้กับตนเอง เสื้อที่อีกฝ่ายยัดใส่มือเขาทำให้จิตใจชุ่มชื้นขึ้น แต่มันก็เป็นเพียงแค่นั้นไม่มีอะไรเลย“ข้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว” ฟ่านเฉิงเฉิงเข้าไปลาอีกฝ่ายเขาคิดว่าตอนนี้เขาไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับหญิงสาวจริง ๆหวงอิ่งจื่อมองคนที่เดินจากไปด้วยจิตใจที่สั่นไหว นางเดินกลับไปดูลูกชาย ที่จริงนางเข้าใจทุกอย่

  • สุดทางยื้อ ไปเถิดข้าปล่อยมือท่านแล้ว   บทที่26

    บทที่26หวงอิ่งจื่อคอยสังเกตุฟ่านเฉิงเฉิง อีกฝ่ายดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บ แต่กลับไม่ได้แสดงออกมากนัก และก็ยังคอยมาช่วยเหลือนางเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ดูเจ็บปวดบาดแผลแท้ ๆ“หากเจ็บก็พักบ้างเถอะ” ฟ่านเฉิงเฉิงส่ายหน้า “จะพักได้อย่างไร เจ้าต้องเหนื่อยทั้งทำงานทั้งเลี้ยงลูก ข้าช่วยอะไรได้บ้างก็อยากช่วย” และแม้ฟ่านเฉิงเฉิงอยากจะถามหญิงสาวว่าท่านย่าเขียนมาว่าอย่างไร แต่เขาก็ปิดปากเงียบเอาไว้“เลือดท่านออก” หวงอิ่งจื่อทักอีกฝ่ายเมื่อเห็นเสื้ออีกฝ่ายชุ่มไปด้วยเลือด “เดี๋ยวค่อยกลับไปทำแผลก็ได้”หญิงสาวถอนหายใจ ถึงนางจะไม่อยากให้อีกฝ่ายอยู่ที่นี่ ทั้งเพราะไม่อยากให้ความหวังอีกคนและไม่อยากทำให้ตัวเองใจอ่อน แต่จะไล่คนที่เลือดชุ่มเช่นนั้นกลับไปโดยไม่ทำอะไรเลยคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก“ทำแผลที่นี่ก็ได้” แววตาของฟ่านเฉิงเฉิงเปลี่ยนเป็นสดใสจนหวงอิ่งจื่อรู้สึกว่านางเป็นคนโหดร้ายเสียอย่างนั้น“แต่ข้าไม่มีชุดเปลี่ยน” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเสียงเบา“ข้ามี” ไปอาบน้ำก่อนเถอะ แล้วเดี๋ยวข้าจะทำแผลให้”ฟ่านเฉิงเฉิงอาบน้ำด้วยจิตใจที่ค่อนข้างสับสน เขารู้ว่าหวงอิ่งจื่อหนีเขามาและนางก็ไม่ได้เอาอะไรมามากนัก เพราะขนาดชุดหลายชุ

  • สุดทางยื้อ ไปเถิดข้าปล่อยมือท่านแล้ว   บทที่25

    บทที่25ไม่นึกเลยว่าเรื่องจะกลายเป็นเช่นนี้ได้ ทั้ง ๆ ที่ควรเป็นนางไม่ใช่หรืออย่างไรที่ร้องไห้คร่ำครวญที่ต้องตกระกำลำบากนานนับปี แต่ทำไมคนที่มีท่าทางเช่นนั้นกลับเป็นฟ่านเฉิงเฉิงไปได้“ฟ่านเฉิงเฉิง” หวงอิ่งจื่อเอ่ยชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียหนักใจ “ฟังข้าหน่อยเถอะ ถึงจะไม่อยากฟัง หากได้ฟังทั้งหมดแล้วยังไม่ยกโทษให้ก็บอกข้าหน่อยว่าข้าควรทำเช่นไร” เพราะสายตาที่เว้าวอนหวงอิ่งจื่อที่อุ้มลูกอยู่จึงพยักหน้าเบา ๆ“ข้าอาจจะไม่ใช่คนที่พูดจาชัดเจนนัก แต่ก่อนที่จะออกจากบ้านมาข้าได้คุยกับท่านแม่แล้ว ที่จริงข้าเองก็ไม่ได้กลับที่ตระกูลฟ่านเท่า ๆ กับเจ้า” คำนั้นทำให้หวงอิ่งจื่อตกใจ แต่เมื่อนึกว่าอีกฝ่ายอาจจะให้หลีซูเหยาจัดการเรื่องในจวนใบหน้าของหญิงสาวก็แอบบึ้งตึง“แล้วท่านย่าใครจะดูแล”“ท่านแม่เป็นสะใภ้หน้าที่ดูแลท่านย่าก็ควรเป็นของท่านแม่ตั้งแต่ตน ก่อนออกจากบ้านมาข้าคุยกับท่านแม่แล้ว นางเข้าใจผิดหลาย ๆ เรื่องแต่...”“บางเรื่องท่านแม่ก็เลือกที่จะเชื่อเช่นนั้นใช่หรือไม่” หวงอิ่งจื่อถามออกไปตรง ๆ บ้าง เพราะนางรู้ดีว่าที่จากมาส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะแม่ของสามี“อิ่งจื่อ ข้ายอมใช้แซ่เจ้า เป็นหวงก็ได้ หากจะได้อ

  • สุดทางยื้อ ไปเถิดข้าปล่อยมือท่านแล้ว   บทที่6

    บทที่6“พี่สาวข้าต้องขอบคุณมากเรือนที่ท่านจัดเอาไว้ให้นั้นดีมากเจ้าค่ะ ข้านอนหลับสบายหลังจากไม่ได้หลับอย่างไม่ต้องกังวลเช่นนี้มานาน” หลีซูเหยาที่เดินมาพร้อมกับผู้นำตระกูลอย่างฟ่านเฉิงเฉิงเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม มือเรียวที่จับคล้องอยู่ที่แขนแข็งแรงของชายหนุ่มทำให้ใบหน้าของหวงอิ่งจื่อเปลี่ยนไปและสิ่งเหล

  • สุดทางยื้อ ไปเถิดข้าปล่อยมือท่านแล้ว   บทที่5

    บทที่5หวงอิ่งจื่อทำทุกสิ่งที่ภรรยาควรทำ แต่ดูเหมือนความห่างไกลอีกทั้งระยะทางและเวลาทำให้หญิงสาวกับสามีดูเหินห่างและเย็นชาต่อกันมากขึ้นทุกวันเทียนทุกเล่มในเรือนถูกดับลงไปแล้ว และตอนนี้หวงอิ่งจื่อก็นอนอยู่เคียงข้างคนที่เรียกได้ว่าสามีแต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ในนามเท่านั้น จึงทำให้ยามนี้ที่ต้องมานอนอยู่

  • สุดทางยื้อ ไปเถิดข้าปล่อยมือท่านแล้ว   บทที่4

    บทที่4“เจ้าขาดเหลืออะไรก็บอกนางนะลูก” ทันทีที่ฟ่านเฉิงเฉิงเดินไปยังทิศทางเรือนนอนของตัวเองที่อยู่ร่วมกับหวงอิ่งจื่อ แม่สามีก็เร่งมาบอกสำทับสิ่งที่ควรกระทำในการอยู่ที่ตระกูลนี้กับแม่นางหลีซูเหยาในทันทีหวงอิ่งจื่อได้แต่ยืนนิ่ง แน่นอนว่าการต้อนรับแขกของสามีควรเป็นเรื่องของฮูหยินอย่างนาง เพียงแต่ปกติ

  • สุดทางยื้อ ไปเถิดข้าปล่อยมือท่านแล้ว   บทที่3

    บทที่3“นี่คือหลีซูเหยานางเป็นสหายของข้า เจ้าก็จัดหาที่อยู่ให้นางด้วย เรือนอวี้ฟางก็แล้วกัน” หวงอิ่งจื่อมองคนตรงหน้าพลางกะพริบตาปริบ ๆ ไม่รู้จะรับคำหรือจะพูดว่าอย่างไรดีแทนที่เขาจะถามว่านางเป็นอย่างไร หรือบอกเรื่องของตนเองที่ผ่านมาบ้าง กลับให้นางดูแลคนที่เพิ่งมาเสียอย่างนั้น ทุกการกระทำของฟ่านเฉิง

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status