เข้าสู่ระบบหลังจากที่สัมภาษณ์งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว รินรดาก็รีบเดินออกมาจากบริษัททันที ใครจะไปคิดล่ะว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ ถ้าไม่ได้เจอกันก่อนหน้านี้ และเธอก็ไม่ทำตัวยั่วยวนเขาแบบนั้นไปก่อนตอนนี้จะไม่รู้สึกอายเลย
“คุณหนูจะไปไหนต่อครับ จะกลับเลยไหม” คนขับรถที่ยืนรออยู่ด้านนอกเอ่ยถาม เมื่อเห็นเจ้านายเดินกลับมา “ฉันอยากไปเดินห้าง ยังไม่อยากกลับตอนนี้” ในใจคิดว่าอัคนีจะต้องรออยู่ที่บ้านแน่ๆ เธอก็เลยยังไม่อยากกลับตอนนี้ นานๆ ได้ออกมาข้างนอกทั้งที เที่ยวให้สบายใจจะดีกว่า . . ห้างใหญ่กลางเมือง “ตามสบายนะ อยู่กับฉันชิลๆ เดินช็อปจนเบื่อแล้วเดี๋ยวจะโทรหา” “ครับคุณหนู” ห้างใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย แต่พอขึ้นไปสูงขึ้นเรื่อยๆ คนก็เริ่มน้อยลง ด้านบนจะเป็นโซนสำหรับขายของแบรนด์เนมต่างๆ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้าและกระเป๋า รวมทั้งเสื้อผ้าสำหรับเด็กด้วย รินรดาเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้ไปเรื่อย เพราะไม่รู้จะทำอะไร และก็ไม่รู้จะซื้อของพวกนี้มาทำไมด้วย ถึงมันจะสวย หรูหราก็เถอะ และขณะที่กำลังเดินเล่นอยู่เงียบๆ คนเดียวนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นใครบางคนด้วยความบังเอิญ ‘อัคนี’ กำลังเดินอยู่กับผู้หญิงคนนึง และมากกว่านั้นเขากำลังจูงแขนเด็กผู้ชายคนนึงด้วย นี่หรือเปล่านะเด็กที่เขาต้องการจะรับมาเป็นลูก อัคนีหันมาสบตากับภรรยาที่อยู่อีกฟากหนึ่งพอดี เขาทำสีหน้าเหมือนคนที่กำลังตกใจ ในขณะที่รินรดามองกลับด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง “เฮอะ!” รินรดาสบถออกมาเบาๆ พร้อมกับเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ ไม่รู้ว่าจะต้องมาเจออะไรกันตอนนี้ โลกมันจะกลมอะไรนักหนา เธอไม่ได้อยากเจอเขากับผู้หญิงของเขาเลยด้วยซ้ำ ตอนแรกยังอยู่ที่บ้านอยู่เลยนี่ออกมาตั้งแต่ตอนไหน . . #สักพักต่อมา ครืด ครืด ครืด .... สายเรียกเข้า >> ถึงแม้จะเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกชื่อเอาไว้แต่รินรดาก็รู้ดีว่านี่เป็นเบอร์ของใคร “ค่ะ” ( เธออยู่ไหน ฉันกำลังจะกลับแล้ว มากลับด้วยกัน ) “ฉันมาของฉันเอง ฉันก็กลับของฉันเองได้ ไปดูแลผู้หญิงของคุณเถอะไม่ต้องมายุ่งกับฉัน” ( นี่... ) ตู๊ด !!! เธอกดวางสายก่อนที่เขาจะพูดอะไรจบซะอีก เบื่อจะคุย เป็นผู้ชายที่อารมณ์ต่างขั้วสุดๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เหมือนกับคนบ้า! หมับ..! “อ๊ะ?” “เธอจะไปไหน?” เพิ่งจะกดวางสายไปเมื่อกี้เองแท้ๆ แต่ตอนนี้เขากลับยืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว แถมไม่มีผู้หญิงคนนั้นกับลูกแล้วด้วย “ปล่อยฉันนะ!” รินรดาสะบัดแขนออกอย่างแรงจนมือของเขาหลุดไป “ไปไหนมา?” “จะมาถามเซ้าซี้ทำไมเนี่ย บอกแล้วไงว่ามันเรื่องของฉัน” “ฉันก็ไม่ได้อยากถามหรอกนะ แต่กลัวเธอจะไปทำอะไรไม่ดี แล้วมันเสื่อมเสียมาถึงตระกูลของฉัน บอกแล้วไงจะทำอะไรก็หย่าให้ก่อน” “ไม่หย่า!” รินรดาตอกกลับอย่างหนักแน่น เธอมองหน้าของเขานิ่งๆ ไม่พูดอะไร แต่กำลังทำสงครามกับเขาจากสายตาแข็งกร้าว ให้เขาได้รู้ว่าเธอไม่ได้อ่อนแอ และก็ไม่ได้ยอม “กลับบ้าน” “อย่ามาจับ! มากับใครก็ไปกับคนนั้น ฉันมาของฉัน ฉันก็กลับของฉันเองได้!” “อย่าดื้อรินรดา ฉันไม่ได้ใจดี” “แล้วเคยใจดีด้วยหรอ?” “เธอนี่มัน เถียงเก่งอะไรขนาดนี้!” “.....” “เรย์คะ มาทางนี้หน่อยค่ะ” เสียงใสๆ ของผู้หญิงดังขึ้น ทำให้อัคนีรีบหันกลับไปมอง และรินรดาก็ใช้โอกาสนี้เดินหนีออกมาจากสถานการณ์ตรงนี้เหมือนกัน เขาหันกลับมาอีกทีก็ไม่เจอภรรยาแล้ว เธอเดินหายออกไปไหนก็ไม่รู้ มองไม่เห็นไปแล้ว “มีอะไรหรือเปล่า?” “พอออก้าอยากเล่นเกมกับคุณน่ะค่ะ คุณยังว่างหรือเปล่าคะ ต้องตามเธอไปไหม?” หมายถึงรินรดาที่เพิ่งจะเดินหนีออกไป เธอเห็นและรู้ทุกอย่าง “ไม่หรอก ออก้าครับอยากเล่นเกมอะไร” “อยากเล่นเกมคีบตุ๊กตาครับ ออก้าอยากได้ตุ๊กตา เอาตัวใหญ่ๆ เลย” “ฮ่ะฮ่ะ โอเคครับ เดี๋ยวลุงเล่นให้นะ” “เย้ๆๆ เอาตัวใหญ่ๆ เลยนะครับ ออก้าชอบตุ๊กตามากเลย” “ได้เลยครับผม ออก้าคอยดูนะ เดี๋ยวลุงจะคีบตัวใหญ่ๆ ขึ้นมาให้ดู” “ครับคุณลุง” ********* รินรดาไม่ได้เดินออกไปไหนไกล เธอหลบอยู่ตรงมุมตามร้านนั่นแหละ และตอนนี้ก็กำลังมองภาพคนทั้งสามคนที่กำลังมีความสุขอยู่ด้วยกัน รอยยิ้มแบบนั้น สายตาที่มองแบบอ่อนโยน เธอไม่เคยได้สัมผัสมันเลย จะบอกว่าตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแล้ว ก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก เวลารักมันก็รักง่ายและเธอก็รักเขามาเนิ่นนาน จะให้เลิกรักหักดิบเลยคงทำยาก เห็นภาพแบบนี้แล้วแน่นอนว่ามันก็ทำให้ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเธอรู้สึกเจ็บปวดอยู่แล้ว กับคนอื่นเขาแสดงออกอย่างอ่อนโยน แต่กับเธอที่เป็นคนใกล้ตัว กลับทำเหมือนกับว่าเธอคือศัตรูตัวฉกาจอย่างนั้น ถ้ารู้ว่ามันจะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก เธอจะไม่เปิดใจรักเขาเลย จะไม่ให้ความรักเข้ามาแทรกแซงระหว่างความสัมพันธ์แบบนี้เลย “ดูอะไรอยู่ครับ”เวลาต่อมาในช่วงยามเย็น ณ บ้านหลังใหญ่ของจอมทัพอ้อมขวัญกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกที่จอมทัพซื้อมาให้เธอนั่งและนอนผ่อนคลายอย่างมีความสุข มือน้อยๆ ลูบท้องใหญ่ของตัวเองไปด้วย อีกไม่นานสมาชิกหนึ่งชีวิตในนี้ก็จะลืมตาดูโลกแล้ว มันยิ่งทำให้เธอตื่นเต้นที่จะได้เห็นลูกตัวน้อย อยากจะรู้จริงๆ ว่าจะหน้าตาเหมือนกับใครฟึบ ฟึบ ฟึบ ~เสียงรองเท้าเสียดสีกับพื้น จอมทัพเดินออกมาจากในบ้านพร้อมแก้วน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว ก่อนจะวางลงบนโต๊ะเล็กข้างตัวภรรยา"ดื่มหน่อยครับ""ขอบคุณค่ะ"จอมทัพย่อตัวลงนั่งข้างๆ ภรรยาอย่างระมัดระวัง ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะวางลงที่ท้องใหญ่ของเธอ และเหมือนเจ้าตัวน้อยจะรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่อบอุ่นนี้ เขาดิ้นเบาๆ เหมือนตอบรับผู้เป็นพ่อ"ดิ้นแรงจังเลยนะครับ ลูกพ่อ""เหมือนลูกจะจำคุณได้นะ"อ้อมขวัญพูดขึ้นยิ้มๆ ทุกครั้งที่จอมทัพมาจับท้อง ลูกจะดิ้นแรงทุกครั้งเลย ราวกับว่าเขารู้ได้ว่านี่คือพ่อของเขา"เมื่อไหร่จะออกมาเล่นกับพ่อล่ะครับหืม..""ออกตามกำหนดดีกว่านะคะฉันว่า" เธอแทรกขึ้นถึงจะอยากเห็นหน้าลูกในท้องแค่ไหน แต่ก็อยากให้ลูกคลอดออกมาตามกำหนดมากกว่า เขาจะได้แข็งแรง"อ่า ผมพูดผิดไปสินะครับ งั้นพ่อข
@เวลาต่อมา ท้องของอ้อมขวัญเริ่มนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัดเสื้อผ้าหลายชุดเริ่มใส่ไม่ได้ จนสุดท้ายจอมทัพต้องเป็นคนพาเธอไปซื้อชุดสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง และเธอก็ต้องยอมจำใจให้เขาซื้อให้ คนในบ้านและญาติๆ สนิทต่างพากันตื่นเต้นกับสมาชิกตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ และที่สำคัญตอนนี้จอมทัพจัดการเรื่องที่เธอเอาแต่กังวลมาอยู่แรมปีเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างลงตัวด้วยดี พ่อแม่ของจอมทัพเข้าใจและไม่ได้ตั้งคำถาม เพราะตอนนี้เธอก็มีลูกกับเขาจริงๆ แล้ว อีกไม่นานก็จะคลอด @เช้าวันนั้นอ้อมขวัญตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้มีนัดกับคุณหมอตรวจร่างกายประจำเดือน ก่อนออกไปก็ต้องกินข้าวตามปกติ ซึ่งไม่กินไม่ได้เลย จอมทัพคัดค้านหัวชนฝาเพราะกลัวว่าเธอจะหิว กลัวเธออ่อนแอ กลัวลูกไม่แข็งแรง เช้านี้โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมนูที่แม่บ้านตั้งใจทำ ข้าวต้มปลา ไข่ตุ๋น ปลาย่าง ผัดผัก และซุปเห็ดร้อนๆ กลิ่นอาหารหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน อ้อมขวัญกำลังนั่งตักข้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยในขณะที่จอมทัพเพิ่งเดินลงมาจากชั้นบน ไปหาหมอแท้ๆ แต่แต่งตัวหล่อปานจะไปเที่ยวเมืองนอก "พี่ครับ" "ลงมาแล้วเหรอ ฉันหิวน่ะ ก็เลยไม่ได้รอ"
@หลายเดือนต่อมาอ้อมขวัญกำลังหลับสนิทช่วงนี้เธอหลับง่ายกว่าปกติ อาจเพราะร่างกายเริ่มปรับตัวกับการตั้งครรภ์ หรืออาจเป็นเพราะเหนื่อยจากการทำงานและการวิตกกังวลมาตลอดหลายวันแต่แล้ว... ความรู้สึกหนึบๆ อุ่นๆ ที่น่องทำให้เธอค่อยๆ ขมวดคิ้ว เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังกดลงบนกล้ามเนื้อเบาๆจากน่อง.. ไล่ขึ้นมาที่ต้นขา.. ก่อนจะวนกลับลงไปที่ข้อเท้าอีกครั้ง ทุกอย่างวนเวียนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในที่สุด"อื้อ..." อ้อมขวัญครางเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียเธอกะพริบตาอยู่สองสามครั้งเพื่อปรับสายตาแล้วก็ต้องชะงัก เพราะเห็นจอมทัพกำลังนั่งอยู่ปลายเตียงชายหนุ่มสวมเพียงเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงนอนธรรมดา มือทั้งสองกำลังนวดน่องของเธออย่างเบามือ สีหน้าตั้งใจราวกับกำลังทำงานสำคัญอยู่อ้อมขวัญรีบดันตัวลุกขึ้นนั่งทันที"จอมทัพ...""ตื่นแล้วเหรอครับ" จอมทัพเงยหน้าขึ้นมองภรรยาทันที"คุณทำอะไรคะ" เธอถามพร้อมกับหลุบสายตาลงมองขาตัวเอง ก่อนจะมองมือของเขาด้วย"นวดขาไงครับ""ฉันเห็นว่านวด" เธอหลุดหัวเราะทั้งที่ยังง่วงอยู่ เพราะตื่นขึ้นมากลางดึก "แต่ทำไม...""พี่ละเมอน่ะครับ" จอมทัพปล่อยมือจาก
#เวลาผ่านไปร้านคาเฟ่เปิดใหม่ของอ้อมขวัญ คือสถานที่ที่ถูกเลือกนัดพบระหว่างเธอและเพื่อนสนิทอย่างรินรดา เพื่อปรับทุกข์ และสารภาพบางอย่างที่ตอนนี้แม้แต่เธอเองก็ยังหาทางออกไม่ได้เลย"แกโอเคมั้ยเนี่ยอ้อม ทำไมทำหน้าแบบนั้น""ไม่รู้ดิ ไม่รู้ว่าต้องโอเคมั้ย" อ้อมขวัญตอบหน้าเศร้า คิดถึงเรื่องนั้นทีไรก็เครียดจนทำอะไรไม่ได้ทุกทีเลย"มันเรื่องอะไร ไหนลองเล่าซิ""เรื่องที่ฉันแต่งงานกับจอมทัพ...""มันก็โอเคแล้วไม่ใช่เหรอ หรือว่าทะเลาะกัน?""เปล่า ไม่ได้มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรอก"เธอยกมือขึ้นกุมขมับตัวเอง มันโอเคแล้วทุกอย่างจริงๆ ยกเว้นเรื่องเดียวที่โกหกมาตลอด และตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่ามันไม่ใช่ความจริง ถึงจอมทัพจะบอกให้เธอเลิกคิดถึงเรื่องนี้ แต่มันก็อดไม่ได้อยู่ดี"อ้อม...""ฉันทำพลาดจริงๆ นะริน"".....""เพราะความปากพล่อยของตัวเอง ดึงคนอื่นให้เข้ามาเดือดร้อนด้วย ตอนนี้ก็ยังต้องมาเจอเรื่องน่าหนักใจอีก มันเป็นเวรกรรมจริงๆ สินะ""อย่าคิดแบบนั้นสิอ้อม แกกำลังท้องนะ คิดบวกเข้าไว้"รินรดาพยายามปลอบใจเพื่อนสนิทไม่ให้คิดมาก เพราะตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว ถ้าเอาแต่เครียดแบบนี้มันจะส่งผลกระทบถึงลูกได้
ณ บ้านของจอมทัพ"อึก พี่ครับ ผมไม่ไหวแล้วครับ!" จอมทัพทำท่าทางพะอืดพะอมเหมือนจะอ้วก คนตัวโตวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีพร้อมกับเอามือปิดปากแน่น"ไหวมั้ยคุณ" อ้อมขวัญตามหลังมาติดๆ มือบางลูบหลังสามีเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง นับวันอาการแพ้ท้องของเขาก็หนักขึ้น จากที่ตอนแรกแค่เบื่ออาหาร ตอนนี้ทั้งอาเจียน ทั้งกินอะไรไม่ได้ เหม็นไปหมดเลย"ไหว ไหวครับ อืม..." จอมทัพทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรง"ไปนั่งข้างในดีกว่านะ เดี๋ยวหายาดมให้""ครับ"เธอประคองสามีที่ตัวโตกว่ามากให้กลับมานั่งในห้องนอน ก่อนจะรีบหายาดมมาให้กับเขา"โอเคมั้ยคุณ""โอเคครับ โอเคมาก"เขายิ้มตอบรับคำพูดของตัวเอง ทั้งๆ ที่อาการของเขาดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่ามันไม่โอเคเอาซะเลย จะมาพูดว่าโอเคมากๆ ได้ยังไงกันก๊อก ก๊อก ก๊อก ~เสียงเคาะประตูที่ด้านนอก ก่อนที่จะมีคนเข้ามา ซึ่งก็เป็นแม่บ้านนั่นเอง"คุณจอม คุณอ้อมคะ มีของมาส่งค่ะ""คะ ของอะไรคะ?""ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ พวกเขากำลังขนของลงให้ค่ะ จะให้ขนไปไว้ที่ไหนคะ""เดี๋ยวฉันลงไปดูค่ะ""ผมลงไปด้วยครับ"จอมทัพรีบเสนอตัวขึ้นมาทันที ก่อนที่เธอและเขาจะลงไปที่ด้านล่างด้วยกัน ซึ่งตอนนี้ของที่ว่ากำลังถูกขนลงมา
#โรงพยาบาลเอกชน ...ห้องพักพิเศษ จอมทัพตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการงัวเงียหลังตื่นนอน กลิ่นยาคลุ้งภายในห้องทำให้เขาค่อยๆ ฝืนตัวเองให้ลืมตาขึ้นมอง “พี่ครับ” เสียงแหบแห้งดังขึ้นอย่างแผ่วเบา อ้อมขวัญที่กำลังจัดเตรียมอะไรต่อมิอะไรอยู่ภายในห้องอย่างเงียบๆ ก็หันไปมองด้วยความตกใจ “คุณ! ฟื้นแล้วหรอ?” “ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ” “เรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยคุย ให้หมอตรวจอาการก่อนนะ” อ้อมขวัญพูดก่อนจะกดปุ่มสีแดงตรงหัวเตียง แล้วบอกกับพยาบาลเวรว่าสามีของเธอนั้นฟื้นขึ้นมาแล้ว “เป็นยังไงบ้าง ยังเวียนหัวอยู่ไหม”“อืม ครับ”แกร๊ก ~ ไม่ถึง 5 นาทีคุณหมอและพยาบาลก็พากันเดินกรูเข้ามาภายในห้องพัก เตียงผู้ป่วยของจอมทัพค่อยๆ ปรับระดับขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เขาไม่ต้องรู้สึกเวียนหัวมาก “ร่างกายอ่อนแอเพราะพักผ่อนน้อยนะครับ หมอให้น้ำเกลือแล้ว อาการน่าจะค่อยๆ ดีขึ้นครับ ต่อไปก็ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้อีกนิดนะครับ”“ผมแค่พักผ่อนน้อยเหรอครับ?”“ครับ”“ผมนึกว่า จะเป็นอะไรไปมากกว่านั้นซะอีก”“ไม่มีอะไรอันตรายน่ากลัวครับ หมอตรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ไม่ต้องกังวลไปนะครับ ไม่มีอะไรร้ายแรงอย่างแน่นอน” ไม่ใช่แค่คนรอบตัว
![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






