LOGIN#หลายวันผ่านไป
หลังจากที่เราทะเลาะกันแบบไม่ลงเอยวันนั้น ฉันก็แทบจะไม่ได้เจอหน้าเขาอีกเลย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก อยู่บ้านเดียวกันฉันแทบจะไม่เห็นหน้าเขาเลยด้วยซ้ำที่ผ่านมา แต่ก็ช่างเถอะ มันไม่ใช่เวลาที่จะต้องมาคิดแล้ว ตอนนี้ฉันมีเรื่องสำคัญที่จะต้องทำมากกว่า ฉันเดินลงมาหลังจากที่เตรียมตัวเสร็จเรียบร้อย พร้อมกับมือถือซองเอกสารลงมาด้วย “นั่นเธอจะไปไหน?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ฉันเหลือบตาไปมองเขาเล็กน้อย แต่ไม่ได้ตอบอะไร “......” “ฉันถามเธอไม่ได้ยินหรือไง!?” คุณอัคนีเดินตามออกมา เขาขึ้นเสียงใส่ฉันขณะที่ฉันกำลังยืนใส่รองเท้าส้นสูงอยู่ “ไปธุระค่ะ มีเรื่องต้องทำ” ฉันตอบกลับพร้อมกับถอนหายใจแรง “ธุระอะไร?” “ฉันไม่จำเป็นต้องรายงานคุณ” “แต่ฉันมีสิทธิ์ที่จะต้องรู้ ในฐานะที่เป็นผัวของเธอ” “ฉันไม่บอก” ต่อให้เขาจะใช้อำนาจ ใช้สิทธิ์ความเป็นอะไรก็แล้วแต่ที่เขาอยากจะอ้าง ฉันก็ไม่มีวันยอมให้เขาได้ใจอีกแล้ว ต่อจากนี้เขาจะต้องรู้ว่า ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมแล้ว “คุณหนูจะไปไหนครับ?” “ฉันจะออกไปข้างนอก ขึ้นรถเดี๋ยวบอกว่าจะไปไหน” “เชิญครับคุณหนู” “ขอบใจ” ฉันเข้าไปนั่งในรถจากนั้นคนขับรถส่วนตัวของฉันก็พาออกไปจากบ้านที่แสนอึดอัดนี้ “ตกลงคุณหนูจะไปที่ไหนครับ” “ไปบริษัทTK” “คุณหนูมีธุระหรอครับ?” “เปล่าหรอก คนรู้จักของฉันแนะนำมา ที่นั่นเขารับสมัครพนักงานน่ะ” “คุณหนูจะไปทำงานหรอครับ?” “ใช่” ฉันตอบสั้นๆ และมั่นใจมาก เพราะต่อจากนี้ฉันจะต้องมีงานทำ จะต้องเลี้ยงตัวเองให้ได้ ต่อให้จะมีหุ้นบริษัทที่ถืออยู่แต่ฉันก็รู้สึกว่ามันยังไม่พออยู่ดี ฉันต้องได้ทำงาน ต้องเลี้ยงตัวเองให้ได้ ใครต่อใครจะได้ไม่มองว่าฉันเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้เรื่อง ให้แต่ผู้ชายเลี้ยง ************ ไม่นานนักก็มาถึงบริษัทที่ว่า คนรู้จักของฉันแนะนำมาว่า ที่นี่กำลังเปิดรับสมัคร จริงๆ ฉันสมัครออนไลน์ไปแล้วล่ะ ตอนนี้แค่มาสัมภาษณ์ตามนัดเท่านั้นเอง “รอฉันอยู่ข้างล่างนี่แหละ ไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ แต่เสร็จแล้วจะรีบลงมานะ” “ครับคุณหนู” หลังจากคุยกับคนขับรถส่วนตัวเสร็จสรรพแล้ว ฉันก็เดินเข้าไปในบริษัทด้วยความมั่นใจ “ฉันมีนัดสัมภาษณ์ค่ะ” บอกกับพนักงานที่อยู่โซนบริการต้อนรับ “ขึ้นลิฟท์ไป ชั้นที่ห้าเลยนะคะ นั่งรอหน้าห้องสัมภาษณ์ได้เลยค่ะ” “ขอบคุณค่ะ” ฉันขึ้นไปด้านบนตามที่พนักงานแนะนำ จากนั้นก็นั่งรออยู่ที่หน้าห้องสัมภาษณ์ มีคนมารอสัมภาษณ์ร่วมกับฉันไม่กี่คนหรอก เหมือนเขาคัดรับคนไม่มาก ไม่ได้ทำงานนาน แอบตื่นเต้นเหมือนกันแฮะ ผ่านไปสักพักใหญ่.... “คุณรินรดา เชิญเข้าห้องสัมภาษณ์ได้เลยค่ะ” “ค่ะๆ” ตอนแรกก็ว่าตื่นเต้นแล้วนะ พอถูกเรียกชื่อเข้าไปด้านในมันตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูกเลย แต่...พอได้ไปนั่งในห้องสัมภาษณ์เท่านั้นแหละ จะเรียกว่าบรรยากาศมันน่าอึดอัดก็คงใช่ หัวใจของฉันมันเต้นแรงจนแทบจะทะลุอกออกมา พยายามกลั้นหายใจเป็นจังหวะเพื่อควบคุมความตื่นเต้นของตัวเอง แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าของฉัน คือคนที่เจอที่คลับเมื่อตอนนั้น “ตอนแรกเห็นแค่ชื่อ ไม่คิดว่าจะเป็นคุณจริงๆ นะครับ” “ยะ อย่าทำเป็นรู้จักกันสิคะ เดี๋ยวเขาก็หาว่าฉันได้งานเพราะเส้นสายหรอก” “ฮ่ะฮ่ะ” เขาหัวเราะออกมา ก่อนจะเอนหลังพิงกับพนักพิงอย่างสบายๆ ต่างจากฉันที่เกร็งจนแทบจะฉี่ราดอยู่แล้ว “กลัวอะไรล่ะครับ ผมดูแล้ว โปรไฟล์คุณก็ดี ผลการเรียนก็โอเค แค่ไม่มีประสบการณ์การทำงาน แต่ผมว่าเรื่องแบบนี้มันสอนกันได้” “ค่ะ” “ช่วยบอกผมหน่อยสิครับ ว่าทำไมถึงอยากทำงาน?” “ฉันอยากมีงานทำค่ะ อยากเลี้ยงตัวเองได้ ฉันอยากยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง” “อ๋อ... อย่างนั้นเหรอครับ” “......” โอ้ยยย! จะถามอะไรนักหนาเนี่ย นี่มันไม่ใช่การถามแบบสัมภาษณ์งานแล้วนะ เขาถามซักไซ้เรื่องราวต่างๆ นานาที่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับงานเลย จนฉันอึดอัดไปหมดแล้ว “แล้วสามีของคุณล่ะครับ เขาอนุญาตให้ทำงานเหรอครับ?” พอเขาพูดจบฉันก็เงยหน้าขึ้นมองทันที ฉันไม่คิดว่าจะได้เจอกับเขาอีกไง ถึงได้บอกไปว่าฉันแต่งงานแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องมาหวังจะเจออะไรกับฉันอีก “ค่ะ... เขาอนุญาต” ฉันตอบกลับ ก่อนจะเม้มปากเข้าหากันแน่น มันเป็นความรู้สึกอะไรก็ไม่รู้ แต่บอกได้คำเดียวว่า มันโคตรอึดอัดเลย “การทำงานกับผม มันไม่ค่อยเป็นเวลานะครับ แน่ใจนะครับว่าจะทำได้” “ไม่เป็นเวลานี่ คือยังไงหรอคะ ฉันไม่เข้าใจ?” “ผมเรียกเมื่อไหร่ก็ต้องมา มีงานด่วนคุณก็ต้องมาไม่มีแต่ ผมสั่งงานอะไรทุกอย่างต้องเรียบร้อยในวันถัดไป ถ้าคุณโอเคกับกฎข้อนี้ ผมจะรับคุณเข้าทำงาน” “......” กฎที่เขาตั้งขึ้นมามันก็ดูแปลกนะ แต่นี่เป็นโอกาสเดียวที่ฉันจะได้เข้าทำงานที่นี่ จะรอไปสมัครที่อื่นก็ไม่รู้ว่าใครเขาจะรับหรือเปล่า และจะต้องรออีกนานเท่าไร “ฉันโอเคค่ะ” “หึหึ คุณนี่ไม่เหมือนกับตอนที่เจอที่คลับเลยนะครับ” “ตอนนั้นฉันคงเมา ไม่มีสติค่ะ” ฉันตอบไปแบบลวกๆ ก้มหน้ามองตักของตัวเอง เพราะเขาเอาแต่พูดเรื่องพวกนี้เนี่ยแหละ ฉันถึงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นคุยกับเขาเลย “คุณพร้อมเมื่อไหร่ก็มาเริ่มงานได้เลยนะครับ เป็นเลขาของผม และผมก็หวังว่า... สามีของคุณจะไม่มีปัญหานะครับ” “ค่ะ ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ” ฉันเงยหน้าขึ้นตอบอย่างมั่นใจ เพราะต่อให้เขาจะอยากมีปัญหา ฉันก็คงปล่อยเขาไปแหละ คนแบบเขาก็เหมือนพวกหมาบ้า เที่ยวไล่กัดคนนั้นคนนี้ไปทั่ว “เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ?” “ก็... คงงั้นมั้งครับ หรือคุณจะนั่งอยู่ตรงนี้ ให้ผมมองหน้าคุณนานกว่านี้อีกหน่อยก็ได้” “เอ่อ... ถ้าสัมภาษณ์เสร็จแล้ว ฉันคงต้องขอตัวกลับก่อน” “เชิญครับ” “ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ” ฉันรีบลุกแล้วเดินออกมาเลย ใครจะไปคิดล่ะว่าผู้ชายทรงเจ้าชู้ที่เจอในคลับวันนั้น จะกลายมาเป็นเจ้านายของฉันในวันนี้ ฉันมองไม่ออกเลยว่าหน้าตาเด็กๆ แบบเขา จะเป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่แบบนี้ได้เวลาต่อมาในช่วงยามเย็น ณ บ้านหลังใหญ่ของจอมทัพอ้อมขวัญกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกที่จอมทัพซื้อมาให้เธอนั่งและนอนผ่อนคลายอย่างมีความสุข มือน้อยๆ ลูบท้องใหญ่ของตัวเองไปด้วย อีกไม่นานสมาชิกหนึ่งชีวิตในนี้ก็จะลืมตาดูโลกแล้ว มันยิ่งทำให้เธอตื่นเต้นที่จะได้เห็นลูกตัวน้อย อยากจะรู้จริงๆ ว่าจะหน้าตาเหมือนกับใครฟึบ ฟึบ ฟึบ ~เสียงรองเท้าเสียดสีกับพื้น จอมทัพเดินออกมาจากในบ้านพร้อมแก้วน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว ก่อนจะวางลงบนโต๊ะเล็กข้างตัวภรรยา"ดื่มหน่อยครับ""ขอบคุณค่ะ"จอมทัพย่อตัวลงนั่งข้างๆ ภรรยาอย่างระมัดระวัง ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะวางลงที่ท้องใหญ่ของเธอ และเหมือนเจ้าตัวน้อยจะรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่อบอุ่นนี้ เขาดิ้นเบาๆ เหมือนตอบรับผู้เป็นพ่อ"ดิ้นแรงจังเลยนะครับ ลูกพ่อ""เหมือนลูกจะจำคุณได้นะ"อ้อมขวัญพูดขึ้นยิ้มๆ ทุกครั้งที่จอมทัพมาจับท้อง ลูกจะดิ้นแรงทุกครั้งเลย ราวกับว่าเขารู้ได้ว่านี่คือพ่อของเขา"เมื่อไหร่จะออกมาเล่นกับพ่อล่ะครับหืม..""ออกตามกำหนดดีกว่านะคะฉันว่า" เธอแทรกขึ้นถึงจะอยากเห็นหน้าลูกในท้องแค่ไหน แต่ก็อยากให้ลูกคลอดออกมาตามกำหนดมากกว่า เขาจะได้แข็งแรง"อ่า ผมพูดผิดไปสินะครับ งั้นพ่อข
@เวลาต่อมา ท้องของอ้อมขวัญเริ่มนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัดเสื้อผ้าหลายชุดเริ่มใส่ไม่ได้ จนสุดท้ายจอมทัพต้องเป็นคนพาเธอไปซื้อชุดสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง และเธอก็ต้องยอมจำใจให้เขาซื้อให้ คนในบ้านและญาติๆ สนิทต่างพากันตื่นเต้นกับสมาชิกตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ และที่สำคัญตอนนี้จอมทัพจัดการเรื่องที่เธอเอาแต่กังวลมาอยู่แรมปีเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างลงตัวด้วยดี พ่อแม่ของจอมทัพเข้าใจและไม่ได้ตั้งคำถาม เพราะตอนนี้เธอก็มีลูกกับเขาจริงๆ แล้ว อีกไม่นานก็จะคลอด @เช้าวันนั้นอ้อมขวัญตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้มีนัดกับคุณหมอตรวจร่างกายประจำเดือน ก่อนออกไปก็ต้องกินข้าวตามปกติ ซึ่งไม่กินไม่ได้เลย จอมทัพคัดค้านหัวชนฝาเพราะกลัวว่าเธอจะหิว กลัวเธออ่อนแอ กลัวลูกไม่แข็งแรง เช้านี้โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมนูที่แม่บ้านตั้งใจทำ ข้าวต้มปลา ไข่ตุ๋น ปลาย่าง ผัดผัก และซุปเห็ดร้อนๆ กลิ่นอาหารหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน อ้อมขวัญกำลังนั่งตักข้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยในขณะที่จอมทัพเพิ่งเดินลงมาจากชั้นบน ไปหาหมอแท้ๆ แต่แต่งตัวหล่อปานจะไปเที่ยวเมืองนอก "พี่ครับ" "ลงมาแล้วเหรอ ฉันหิวน่ะ ก็เลยไม่ได้รอ"
@หลายเดือนต่อมาอ้อมขวัญกำลังหลับสนิทช่วงนี้เธอหลับง่ายกว่าปกติ อาจเพราะร่างกายเริ่มปรับตัวกับการตั้งครรภ์ หรืออาจเป็นเพราะเหนื่อยจากการทำงานและการวิตกกังวลมาตลอดหลายวันแต่แล้ว... ความรู้สึกหนึบๆ อุ่นๆ ที่น่องทำให้เธอค่อยๆ ขมวดคิ้ว เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังกดลงบนกล้ามเนื้อเบาๆจากน่อง.. ไล่ขึ้นมาที่ต้นขา.. ก่อนจะวนกลับลงไปที่ข้อเท้าอีกครั้ง ทุกอย่างวนเวียนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในที่สุด"อื้อ..." อ้อมขวัญครางเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียเธอกะพริบตาอยู่สองสามครั้งเพื่อปรับสายตาแล้วก็ต้องชะงัก เพราะเห็นจอมทัพกำลังนั่งอยู่ปลายเตียงชายหนุ่มสวมเพียงเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงนอนธรรมดา มือทั้งสองกำลังนวดน่องของเธออย่างเบามือ สีหน้าตั้งใจราวกับกำลังทำงานสำคัญอยู่อ้อมขวัญรีบดันตัวลุกขึ้นนั่งทันที"จอมทัพ...""ตื่นแล้วเหรอครับ" จอมทัพเงยหน้าขึ้นมองภรรยาทันที"คุณทำอะไรคะ" เธอถามพร้อมกับหลุบสายตาลงมองขาตัวเอง ก่อนจะมองมือของเขาด้วย"นวดขาไงครับ""ฉันเห็นว่านวด" เธอหลุดหัวเราะทั้งที่ยังง่วงอยู่ เพราะตื่นขึ้นมากลางดึก "แต่ทำไม...""พี่ละเมอน่ะครับ" จอมทัพปล่อยมือจาก
#เวลาผ่านไปร้านคาเฟ่เปิดใหม่ของอ้อมขวัญ คือสถานที่ที่ถูกเลือกนัดพบระหว่างเธอและเพื่อนสนิทอย่างรินรดา เพื่อปรับทุกข์ และสารภาพบางอย่างที่ตอนนี้แม้แต่เธอเองก็ยังหาทางออกไม่ได้เลย"แกโอเคมั้ยเนี่ยอ้อม ทำไมทำหน้าแบบนั้น""ไม่รู้ดิ ไม่รู้ว่าต้องโอเคมั้ย" อ้อมขวัญตอบหน้าเศร้า คิดถึงเรื่องนั้นทีไรก็เครียดจนทำอะไรไม่ได้ทุกทีเลย"มันเรื่องอะไร ไหนลองเล่าซิ""เรื่องที่ฉันแต่งงานกับจอมทัพ...""มันก็โอเคแล้วไม่ใช่เหรอ หรือว่าทะเลาะกัน?""เปล่า ไม่ได้มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรอก"เธอยกมือขึ้นกุมขมับตัวเอง มันโอเคแล้วทุกอย่างจริงๆ ยกเว้นเรื่องเดียวที่โกหกมาตลอด และตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่ามันไม่ใช่ความจริง ถึงจอมทัพจะบอกให้เธอเลิกคิดถึงเรื่องนี้ แต่มันก็อดไม่ได้อยู่ดี"อ้อม...""ฉันทำพลาดจริงๆ นะริน"".....""เพราะความปากพล่อยของตัวเอง ดึงคนอื่นให้เข้ามาเดือดร้อนด้วย ตอนนี้ก็ยังต้องมาเจอเรื่องน่าหนักใจอีก มันเป็นเวรกรรมจริงๆ สินะ""อย่าคิดแบบนั้นสิอ้อม แกกำลังท้องนะ คิดบวกเข้าไว้"รินรดาพยายามปลอบใจเพื่อนสนิทไม่ให้คิดมาก เพราะตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว ถ้าเอาแต่เครียดแบบนี้มันจะส่งผลกระทบถึงลูกได้
ณ บ้านของจอมทัพ"อึก พี่ครับ ผมไม่ไหวแล้วครับ!" จอมทัพทำท่าทางพะอืดพะอมเหมือนจะอ้วก คนตัวโตวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีพร้อมกับเอามือปิดปากแน่น"ไหวมั้ยคุณ" อ้อมขวัญตามหลังมาติดๆ มือบางลูบหลังสามีเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง นับวันอาการแพ้ท้องของเขาก็หนักขึ้น จากที่ตอนแรกแค่เบื่ออาหาร ตอนนี้ทั้งอาเจียน ทั้งกินอะไรไม่ได้ เหม็นไปหมดเลย"ไหว ไหวครับ อืม..." จอมทัพทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรง"ไปนั่งข้างในดีกว่านะ เดี๋ยวหายาดมให้""ครับ"เธอประคองสามีที่ตัวโตกว่ามากให้กลับมานั่งในห้องนอน ก่อนจะรีบหายาดมมาให้กับเขา"โอเคมั้ยคุณ""โอเคครับ โอเคมาก"เขายิ้มตอบรับคำพูดของตัวเอง ทั้งๆ ที่อาการของเขาดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่ามันไม่โอเคเอาซะเลย จะมาพูดว่าโอเคมากๆ ได้ยังไงกันก๊อก ก๊อก ก๊อก ~เสียงเคาะประตูที่ด้านนอก ก่อนที่จะมีคนเข้ามา ซึ่งก็เป็นแม่บ้านนั่นเอง"คุณจอม คุณอ้อมคะ มีของมาส่งค่ะ""คะ ของอะไรคะ?""ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ พวกเขากำลังขนของลงให้ค่ะ จะให้ขนไปไว้ที่ไหนคะ""เดี๋ยวฉันลงไปดูค่ะ""ผมลงไปด้วยครับ"จอมทัพรีบเสนอตัวขึ้นมาทันที ก่อนที่เธอและเขาจะลงไปที่ด้านล่างด้วยกัน ซึ่งตอนนี้ของที่ว่ากำลังถูกขนลงมา
#โรงพยาบาลเอกชน ...ห้องพักพิเศษ จอมทัพตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการงัวเงียหลังตื่นนอน กลิ่นยาคลุ้งภายในห้องทำให้เขาค่อยๆ ฝืนตัวเองให้ลืมตาขึ้นมอง “พี่ครับ” เสียงแหบแห้งดังขึ้นอย่างแผ่วเบา อ้อมขวัญที่กำลังจัดเตรียมอะไรต่อมิอะไรอยู่ภายในห้องอย่างเงียบๆ ก็หันไปมองด้วยความตกใจ “คุณ! ฟื้นแล้วหรอ?” “ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ” “เรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยคุย ให้หมอตรวจอาการก่อนนะ” อ้อมขวัญพูดก่อนจะกดปุ่มสีแดงตรงหัวเตียง แล้วบอกกับพยาบาลเวรว่าสามีของเธอนั้นฟื้นขึ้นมาแล้ว “เป็นยังไงบ้าง ยังเวียนหัวอยู่ไหม”“อืม ครับ”แกร๊ก ~ ไม่ถึง 5 นาทีคุณหมอและพยาบาลก็พากันเดินกรูเข้ามาภายในห้องพัก เตียงผู้ป่วยของจอมทัพค่อยๆ ปรับระดับขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เขาไม่ต้องรู้สึกเวียนหัวมาก “ร่างกายอ่อนแอเพราะพักผ่อนน้อยนะครับ หมอให้น้ำเกลือแล้ว อาการน่าจะค่อยๆ ดีขึ้นครับ ต่อไปก็ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้อีกนิดนะครับ”“ผมแค่พักผ่อนน้อยเหรอครับ?”“ครับ”“ผมนึกว่า จะเป็นอะไรไปมากกว่านั้นซะอีก”“ไม่มีอะไรอันตรายน่ากลัวครับ หมอตรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ไม่ต้องกังวลไปนะครับ ไม่มีอะไรร้ายแรงอย่างแน่นอน” ไม่ใช่แค่คนรอบตัว







