Share

บทที่ 3

Penulis: เสี่ยวเชวี่ย
หลังจากให้น้ำเกลือเสร็จ ต้วนจือสวี่ก็ประคองเธอกลับบ้าน

พอมาถึงโรงจอดรถ เจียงซูถงก็มองเห็นหลินฉู่ฉู่ยืนรออยู่ข้างหน้า

วินาทีที่เห็นหลินฉู่ฉู่ ต้วนจือสวี่ก็รีบปล่อยมือจากเธอแทบจะในทันที

“ฉู่ฉู่ ทำไมเธอยังไม่กลับอีกล่ะ?”

หลินฉู่ฉู่เพิ่งจะอ้าปากตอบก็หันมาเห็นเจียงซูถงพอดี เธอชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าพลันจางลง

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่ค่ะ ว่าแต่พี่สาวคนนี้คือ...”

เนื่องจากทั้งสองคนตกลงคบหากันแบบลับ ๆ มาตั้งแต่แรก ในเวลานี้ต้วนจือสวี่จึงไม่ต้องกังวลอะไร เขาแนะนำเธอไปตามปกติว่า “เพื่อนสนิทของพี่สาวฉันเอง เธอป่วย พี่สาวก็เลยวานให้ฉันมาหาหมอเป็นเพื่อน”

เมื่อได้ยินคำตอบของต้วนจือสวี่ เจียงซูถงก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาบีบรัดหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงต้องคบกันแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ

ตอนแรกเธอคิดว่าต้วนจือสวี่กลัวต้วนจือเหยียนพี่สาวของเขาจะรู้เรื่อง ทว่าจนถึงวินาทีนี้ เธอถึงได้เข้าใจว่าที่แอบคบกันมาถึงห้าปีและปิดบังคนตั้งมากมาย แท้จริงแล้วเขามีคนที่อยากจะปิดบังแค่คนเดียวเท่านั้น

เขาแค่ไม่อยากให้หลินฉู่ฉู่รู้เรื่องนี้

เธอฝืนยิ้มที่มุมปาก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “สวัสดี ฉันชื่อเจียงซูถง”

เมื่อได้ยินดังนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินฉู่ฉู่ก็กว้างขึ้น เธอแนะนำตัวเองกลับ แล้วถึงค่อยวกเข้าเรื่องสำคัญ

“เพื่อนฉันจัดงานเลี้ยงต้อนรับกลับมาให้ฉันค่ะ รุ่นพี่คะ ฉันอยากเชิญพี่ไปงานด้วยกัน พี่ซูถงก็ไปสนุกด้วยกันสิคะ ถือซะว่าไปทำความรู้จักเพื่อนใหม่”

เจียงซูถงตั้งใจจะปฏิเสธตามสัญชาตญาณ แต่ต้วนจือสวี่กลับชิงตอบตกลงไปเสียก่อน

เมื่อมองดูประตูรถที่เปิดกว้างรอไว้ เธอจึงทำได้เพียงก้มตัวเข้าไปนั่งข้างใน

ตลอดทาง ต้วนจือสวี่คอยสรรหาเรื่องมาคุยและรำลึกความหลังกับหลินฉู่ฉู่ไม่หยุดหย่อน

“รุ่นพี่ บนรถพี่ยังมีลูกอมสตรอว์เบอร์รีติดไว้ตลอดเลยเหรอคะ จำได้ไหมตอนงานเลี้ยงปีใหม่สมัยมัธยมปลาย ฉันต้องขึ้นไปดีดเปียโนบนเวทีแล้วตื่นเต้นมาก พี่ถามฉันว่าทำยังไงถึงจะหายตื่นเต้น ฉันบอกว่าอยากกินลูกอมสตรอว์เบอร์รี พี่ก็ฝ่าฝนตกหนักออกไปซื้อมาให้ หลังจากนั้นพอเจอหน้ากันทีไร พี่ก็ต้องเอาลูกอมสตรอว์เบอร์รีให้ฉันสองเม็ดตลอดเลย”

“เอ๊ะ ตุ๊กตาตั้งหน้ารถตัวนี้คุ้น ๆ นะคะ นี่มันโดราเอมอนตัวที่ฉันเคยทักไปบอกพี่ว่าชอบมากไม่ใช่เหรอ? ไม่คิดเลยว่าพี่จะซื้อมาด้วย”

“รุ่นพี่คะ น้ำหอมบนตัวพี่หอมจังเลย ฉันแค่เคยพูดลอย ๆ ว่าผู้ชายที่ฉีดน้ำหอมกลิ่นนี้ดูมีเสน่ห์มาก พี่ก็ซื้อมาใช้เลยเหรอคะ...”

เจียงซูถงนั่งฟังเงียบ ๆ ถึงได้รู้ว่า ต้วนจือสวี่มักจะทำตัวตามสบายและไม่เคยใส่ใจอะไรเวลาอยู่ต่อหน้าเธอ ทว่าเวลาที่เขาชอบผู้หญิงคนไหนเข้าจริง ๆ เขาก็จะแอบเอาอกเอาใจและพยายามทำในสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นชอบ ไม่ต่างอะไรกับเด็กหนุ่มที่เพิ่งมีความรักครั้งแรกเลย

เธอเงยหน้าขึ้นมองผ่านกระจกมองหลัง แล้วก็สังเกตเห็นใบหูของเขาที่แดงก่ำ

เวลาผ่านไปตั้งนานขนาดนี้แล้ว เขายังจะหวั่นไหวอยู่อีกเหรอ?

ก็จริง เพราะถึงยังไงนั่นก็คือรักแรกของเขา

พอไปถึงบาร์ เจียงซูถงก็ปลีกตัวไปนั่งอยู่ที่มุมหนึ่ง

ส่วนต้วนจือสวี่ก็ไปนั่งข้าง ๆ หลินฉู่ฉู่ด้วยความเคยชิน แถมยังถอดเสื้อคลุมออกไปคลุมขาให้เธอด้วย

คนในห้องวีไอพีกลุ่มนั้นเห็นเข้าก็ส่งเสียงโห่แซวกันขึ้นมาทันที

“ไม่เจอกันตั้งห้าปี จือสวี่ยังเป็นสุภาพบุรุษไม่เปลี่ยนเลยนะ? เดี๋ยวถ้าฉู่ฉู่เล่นเกมแพ้ ก็เทเหล้าให้นายกินแทนได้เลยใช่ไหม?”

“เรื่องแค่นี้ต้องถามอีกเหรอ? จือสวี่ก็ยังไม่มีแฟน แถมไม่มีใครคอยตามคุม ขอแค่ฉู่ฉู่เอ่ยปาก ต่อให้วันนี้เขาต้องดื่มจนตายอยู่ตรงนี้ก็คงเต็มใจอยู่แล้ว”

พอได้ยินแบบนั้น ต้วนจือสวี่ก็เหลือบมองเจียงซูถงตามสัญชาตญาณ

เธอเอาแต่ก้มหน้าดูโทรศัพท์ ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจสิ่งที่พวกเขากำลังพูดกัน

ลึก ๆ แล้วเขาก็ยังแอบรู้สึกกังวลใจ สุดท้ายจึงทนไม่ไหวต้องส่งข้อความหาเธอ

“พี่ครับ ทุกคนไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของเรา ก็เลยแซวเล่นไปงั้นแหละ พี่อย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ วันนี้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับฉู่ฉู่ คงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสผมค่อยเปิดตัวเรื่องของเราให้ทุกคนรู้นะครับ”

คราวหน้าเหรอ?

มันไม่มีคราวหน้าอีกแล้ว

ไม่นานนัก เกมวงเหล้าก็เริ่มต้นขึ้น

ตาแรก เจียงซูถงก็เป็นฝ่ายแพ้ บทลงโทษคือต้องดื่มเหล้าสามแก้ว

ต้วนจือสวี่เอื้อมมือไปกะจะช่วยดื่ม แต่กลับถูกคนอื่นห้ามไว้

“อ๊ะ กฎของเราคือถ้าจะช่วยดื่มต้องให้เจ้าตัวตกลงก่อนนะ! พี่ซูถงน่าจะอายุใกล้สามสิบแล้ว ผ่านสังคมการทำงานมาตั้งหลายปี แค่เหล้าสามแก้วคงไม่ระคายคอหรอกใช่ไหมครับ?”

พอได้ยินว่าอีกฝ่ายจงใจพูดกระทบเรื่องอายุ เจียงซูถงก็รู้สึกเจ็บแปลบในใจ

เธอไม่อยากติดค้างอะไรต้วนจือสวี่อีกก่อนที่จะจากไป จึงตัดสินใจยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มเอง

หลังจากฝืนกลืนเหล้าลงคอจนหมดท่ามกลางความอึดอัด เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ก็ดังเกรียวกราวไปทั่ววง

ตาที่สอง หลินฉู่ฉู่เป็นคนแพ้ เธอหันไปมองต้วนจือสวี่แวบหนึ่ง แล้วทุกคนก็พากันรินเหล้าลงในแก้วของเขาอย่างรู้กัน

เขาเองก็ไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย ยกแก้วขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด

เกมตาหลังจากนั้น หลินฉู่ฉู่ก็แพ้ติด ๆ กัน แก้วของต้วนจือสวี่จึงไม่เคยว่างเปล่าเลย

ผ่านไปไม่นาน เขาก็ดื่มจนเมาแล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

สิบนาทีต่อมา เมื่อยังไม่เห็นเขากลับมา เจียงซูถงจึงเดินออกจากห้องวีไอพีและไปตามหาเขาจนพบที่ตรงบันไดหนีไฟ

พอเห็นหน้าเธอ ต้วนจือสวี่ก็พุ่งเข้ามากอดเธอไว้แน่นพลางพึมพำเสียงเบา

“ฉู่ฉู่ ฉันดีใจมากเลยนะ ในที่สุดฉันก็รอจนเธอกลับมา ชีวิตนี้ฉันอยากอยู่กับเธอแค่คนเดียว ฉันไม่อยากให้เธอต้องเจอเรื่องแย่ ๆ อะไรที่คนอื่นมี ฉู่ฉู่ของฉันก็ต้องมีเหมือนกัน ฉันถึงได้ใช้เวลาเรียนรู้มาตั้งห้าปี ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าต้องง้อแฟนยังไงให้มีความสุข รู้ว่าต้องเตรียมของขวัญแบบไหน รู้ว่าต้องจูบยังไง ฉันจะทำดีกับเธอให้มาก ๆ จะตามใจเธอให้เป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก คบกับฉันนะ? ฉันชอบเธอ ชอบเธอมากจริง ๆ...”

ทุกถ้อยคำกรีดลึกลงกลางใจของเจียงซูถง ราวกับคมมีดที่เชือดเฉือนจนเหวอะหวะ

เธอจ้องมองใบหน้าตรงหน้านิ่งงัน แววตาเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและเจ็บปวดรวดร้าวที่ไม่อาจปิดบัง

ฟันขาวขบเม้มริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปาก เธอถามออกไปอย่างอดไม่ได้ว่า

“ต้วนจือสวี่ ในใจของนาย สรุปแล้วฉันเป็นตัวอะไรกันแน่?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 22

    ต้วนจือสวี่ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาล กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนเตะจมูก แสงไฟนีออนบนเพดานสว่างจ้าจนแสบตา เขาพยายามขยับตัว แต่กลับรู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่างราวกับถูกรถทับ จนต้องสูดปากด้วยความเจ็บปวด“ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงของต้วนจือเหยียนดังมาจากด้านข้าง แฝงไปด้วยความเย็นชาและระอาใจต้วนจือสวี่หันหน้าไปมอง เห็นต้วนจือเหยียนนั่งอยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าดำทะมึนจนน่ากลัว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธจัดและผิดหวัง น้ำเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโห “ต้วนจือสวี่ ฉันมีน้องชายแบบแกได้ยังไงกัน? แกไม่รู้หรือไงว่าตัวเองเกือบจะพิการแล้ว?! ในเมื่อฟื้นแล้วก็ไม่ต้องพักฟื้นแล้ว ไสหัวกลับเป่ยเฉิงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วห้ามมาเหยียบที่ฮู่เฉิงอีกเป็นอันขาด!”ต้วนจือสวี่ไม่ได้สนใจคำด่าทอของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ถามอย่างร้อนรนว่า “อาถงล่ะ? เธอได้มาเยี่ยมผมบ้างไหม?”สีหน้าของต้วนจือเหยียนยิ่งดูแย่ลงไปอีก เธออ้าปากกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ประตูห้องพักผู้ป่วยกลับถูกผลักเปิดออกเสียก่อนเจียงซูถงเดินเข้ามา ในมือยังจูงมือกู้เหยียนเอาไว้ด้วยดวงตาของต้วนจือสวี่เป็นประกายขึ้นมาทั

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 21

    ต้วนจือเหยียนมองเขาอย่างเย็นชา น้ำเสียงแฝงความเหยียดหยาม “เป็นไปไม่ได้งั้นเหรอ? ต้วนจือสวี่ แกตาสว่างได้แล้ว! อาถงตัดใจจากแกไปตั้งนานแล้ว คนที่เธอรักตอนนี้มีแค่กู้เหยียน ต่อให้แกคุกเข่าจนตายอยู่ตรงนี้ เธอก็ไม่ชายตามองแกแม้แต่แวบเดียวหรอก”ทว่าต้วนจือสวี่กลับเหมือนไม่ได้ยิน เขายังคงจับมือต้วนจือเหยียนไว้แน่น น้ำเสียงเจือความสิ้นหวัง “พี่ พี่ช่วยผมหน่อย... ผมผิดไปแล้วจริง ๆ... ผมขาดเธอไม่ได้...”ต้วนจือเหยียนโกรธจนแทบจะเป็นลม เธอสะบัดมือต้วนจือสวี่ออกอย่างแรง ตะคอกด้วยน้ำเสียงเหลืออดว่า “ต้วนจือสวี่! แกมีสติหน่อยได้ไหม! ตอนนี้แกกลับเป่ยเฉิงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ! ถ้าแกไม่กลับ ฉันจะให้พ่อกับแม่มาจับมัดแกกลับไป!”ต้วนจือสวี่กลับเหมือนไม่ได้ยินสิ่งใด เขายังคงจ้องเขม็งไปที่ประตูทางเข้างานแต่งงาน แววตาเต็มไปด้วยความเว้าวอนต้วนจือเหยียนโกรธจนตัวสั่น ขณะที่กำลังจะหันหลังเดินจากไป กลับได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งอย่างเร่งรีบดังมาจากด้านหลังเธอหันกลับไปมอง ก็เห็นต้วนจือสวี่พุ่งตัวไปยังลานจอดรถของสถานที่จัดงานแต่งราวกับคนบ้าเจียงซูถงกับกู้เหยียนกำลังเตรียมตัวจะขึ้นรถ ต้วนจือสวี่ก็พุ่งพรวดไปที่หน้าต่าง

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 20

    ต้วนจือสวี่ถูกรปภ.ลากตัวออกมานอกประตูใหญ่ของสถานที่จัดงานแต่งงาน ประตูบานหนาปิดลงดัง “ปัง” ตามหลังเขา ตัดขาดความคึกคักและเสียงจอแจด้านใน เขายืนอยู่ข้างนอก ทว่าในหูราวกับยังคงได้ยินเสียงจากด้านใน…เสียงพิธีกรประกาศช่วงเวลาแลกแหวน เสียงหัวเราะโห่ร้องยินดีของแขกเหรื่อ และเสียงจุมพิตแผ่วเบาที่ดังพอจะทำให้เขาใจสลายหัวใจของเขาราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นอย่างแรงจนเจ็บปวดแทบหายใจไม่ออก เขาพุ่งตัวไปที่ประตูแล้วทุบอย่างแรง พลางตะโกนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เปิดประตู! ขอร้องล่ะเปิดประตูเถอะ! อาถง! พี่อย่าแต่งงานกับเขานะ! ผมขอร้อง... พี่อย่าแต่งงานกับเขาเลย!”แต่คนข้างในดูเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงของเขา หรือพูดให้ถูกคือไม่มีใครอยากสนใจเขาสักนิด งานแต่งงานยังคงดำเนินต่อไป เสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ และเสียงอวยพร ราวกับมีดแหลมคมนับไม่ถ้วนที่ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของเขาอย่างโหดเหี้ยมต้วนจือสวี่แนบหน้าผากเข้ากับบานประตูที่เย็นเฉียบ น้ำตาร่วงหล่นลงมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ตัวเองต้องมาอ้อนวอนขอการให้อภัยจากใครสักคนอย่างน่าสมเพชเช่นนี้ก่อนมาที่นี่ เขาคิดหาวิธีไว้มากมาย ถึงขั้นคิด

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 19

    ต้วนจือสวี่ราวกับถูกฟ้าผ่า ร่างทั้งร่างแข็งทื่ออยู่กับที่ ราวกับถูกน้ำเย็นเฉียบสาดรดตั้งแต่หัวจรดเท้า ความเหน็บหนาวทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัวสายตาของเขาจดจ้องเจียงซูถงบนเวทีเขม็ง มองเธอสวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ยืนเคียงข้างผู้ชายอีกคนส่วนต้วนจือเหยียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอก็สวมชุดเพื่อนเจ้าสาว มองเธอด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข ราวกับกำลังเป็นพยานในพิธีการที่แสนงดงามทั้งหมดนี้ กำลังบอกเขาอย่างชัดเจนว่า…นี่คืองานแต่งงานของเจียงซูถงในหัวของเขาขาวโพลนไปหมด หูอื้ออึง ราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมากระทั่งเสียงพิธีกรดังขึ้นอีกครั้ง เขาถึงได้สติกลับมา“คุณเจียงซูถงครับ คุณยินดีที่จะแต่งงานกับคุณกู้เหยียนหรือไม่ ไม่ว่าจะยากดีมีจน เจ็บไข้ได้ป่วย คุณจะยังคงรัก เคารพ และอยู่เคียงข้างเขาไปจนตราบสิ้นลมหายใจหรือเปล่าครับ?”เจียงซูถงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ทอดสายตามองกู้เหยียนอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากประดับรอยยิ้มบาง ๆ ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปาก ต้วนจือสวี่กลับพุ่งพรวดขึ้นไปบนเวทีราวกับคนบ้า ตะโกนเสียงแหบพร่าว่า “ไม่ยินดี! เธอไม่ยินดี!”แขกเหรื่อทั้งงานแตกตื่น สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ต้ว

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 18

    ทันทีที่ส่งข้อความออกไป ในกลุ่มแชตก็แทบจะระเบิด[โอ้ จือสวี่ ในที่สุดนายก็คิดได้แล้วเหรอ? ไม่ชอบหลินฉู่ฉู่แล้วจริง ๆ เหรอ?][มันควรจะเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้ว! ผู้หญิงอย่างหลินฉู่ฉู่ ไม่คุ้มให้เสียเวลาด้วยหรอก!][แต่ทางเจียงซูถงนี่สิ... นายทำร้ายเธอไว้เจ็บแสบขนาดนั้น เธอจะยอมยกโทษให้นายเหรอ?]ต้วนจือสวี่มองข้อความในกลุ่ม นิ้วเรียวพิมพ์ลงบนหน้าจออย่างรวดเร็ว [ฉันเลิกชอบหลินฉู่ฉู่ไปตั้งนานแล้ว ที่ผ่านมาก็แค่อาลัยอาวรณ์ไปเอง ช่วงที่อยู่กับเธอในหัวฉันมีแต่อาถง เมื่อก่อนฉันคิดไม่ได้ แต่ตอนนี้คิดได้แล้ว]ในกลุ่มเงียบไปไม่กี่วินาที ก่อนจะกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง[ไอ้น้อง นายคิดได้ก็ดีแล้ว! ผู้หญิงอย่างหลินฉู่ฉู่ไม่คู่ควรให้นายไปทุ่มเทให้หรอก นายคงยังไม่รู้ละสิว่าพอภาพหลุดบนเตียงของเธอถูกแฉ หุ้นของตระกูลหลินก็ดิ่งฮวบจนตอนนี้ล้มละลายไปแล้ว หลินฉู่ฉู่โดนพ่อแม่ทุบตีและด่าทอทั้งวัน ได้ยินมาว่าครอบครัวพวกเขาเตรียมตัวจะย้ายออกจากเป่ยเฉิงแล้ว]ต้วนจือสวี่ขมวดคิ้ว แต่ในใจกลับไม่มีความรู้สึกหวั่นไหวใด ๆ เขาหมดความสนใจในเรื่องของหลินฉู่ฉู่ไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เขาแค่อยากหาเจียงซูถงให้พบโดยเร็วที่สุด เ

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 17

    อีกด้านหนึ่งที่ฮู่เฉิงเจียงซูถงตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเริ่มแต่งหน้าทำผม ชุดแต่งงานที่สั่งตัดพิเศษขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ ขับเน้นเอวคอดกิ่วและช่วงไหล่ที่สง่างามของเธอวินาทีที่เธอสวมชุดแต่งงาน ทุกคนในห้องต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง“พระเจ้าช่วย อาถง เธอสวยเกินไปแล้ว!” เหล่าเพื่อนสนิทที่รายล้อมอยู่รอบตัวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมเจียงซูถงยิ้มบาง ๆ สายตาทอดมองไปในกระจกภาพของเธอในกระจกนั้นสวยงามราวกับภาพวาด มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขจาง ๆ“เจ้าบ่าวมาแล้ว!” จู่ ๆ ก็มีคนตะโกนขึ้นเจียงซูถงหันกลับไป และเห็นกู้เหยียนเดินเข้ามาเขาสวมชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บมาอย่างประณีต รูปร่างสูงโปร่ง บุคลิกดูสง่างามและสูงส่งสายตาของเขาจับจ้องมาที่เจียงซูถง แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างไม่ปิดบัง“อาถงสวยไหมคะ?” คนในห้องเอ่ยถามเขาพร้อมรอยยิ้มกู้เหยียนไม่ได้ตอบ แต่กลับเดินตรงดิ่งไปหาเจียงซูถง โน้มตัวลงประทับจูบแผ่วเบาที่ลำคอของเธอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยน “สาวน้อยของฉัน สวยที่สุดในโลกเลย”ใบหน้าของเจียงซูถงแดงระเรื่อ เธอค้อนเบา ๆ “ฉันจะสามสิบอยู่แล้ว ยังจะมาเรียกสาวน้อยอีก”กู้เหยียน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status