Share

บทที่ 4

Penulis: เสี่ยวเชวี่ย
พอได้ยินประโยคนั้น สติที่กำลังมึนเบลอของต้วนจือสวี่ก็ตื่นตัวขึ้นมาชั่วขณะ

เขาลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือเจียงซูถงซึ่งมีสีหน้าย่ำแย่มาก ในใจกระตุกวูบและสร่างเมาขึ้นมาทันที

เขารู้ตัวว่าเมื่อครู่หลุดพูดจามึนเมาออกไปเยอะ แต่จำไม่ได้ว่าพูดอะไรบ้าง จึงทำได้แค่เอ่ยว่า “พี่ เมื่อกี้ผมเมา ผมพูดอะไรไปพี่อย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ”

วินาทีต่อมา มีคนเรียกต้วนจือสวี่จากนอกห้องวีไอพี เขาจูบปลอบใจเธอไปอีกหลายฟอด ถึงได้เดินโซเซกลับไป

หลังจากมองส่งแผ่นหลังของเขาเดินเข้าห้องไปแล้ว เจียงซูถงก็ลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำเงียบ ๆ แล้วยืนอยู่ข้างในนั้นคนเดียวเนิ่นนาน

จนกระทั่งขาทั้งสองข้างชาหนึบ เสียงฝีเท้าจากหน้าประตูถึงได้ทำให้เธอได้สติ

เธอเพิ่งจะขยับตัวผลักประตู ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินชื่อของตัวเอง

“เจียงซูถงคนนั้นไปไหนแล้วล่ะ? ทำไมถึงหนีกลับไปกลางคัน? ฉู่ฉู่ คงไม่ใช่ว่าเห็นรุ่นพี่ช่วยดื่มเหล้าแทนเธอตั้งเยอะ เลยหึงหรอกนะ?”

“ไม่รู้สิ จะไปสนใจเธอทำไมกัน? ฉันรู้จักรุ่นพี่ดี เขาไม่มีทางไปชอบผู้หญิงแก่ ๆ แบบนั้นหรอก”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงดูถูกเหยียดหยามของหลินฉู่ฉู่ เจียงซูถงก็กำมือแน่น

คนข้างนอกไม่รู้ว่าเธออยู่ในนี้ จึงยังคงวิจารณ์กันอย่างไม่เกรงใจ

“ฉันได้ยินมาว่า เธอไม่ใช่แค่เพื่อนสนิทของพี่สาวรุ่นพี่ แต่ยังเป็นแฟนที่รุ่นพี่คบมาตั้งหลายปีด้วย แต่ฉู่ฉู่ เธอวางใจได้เลย รุ่นพี่คบกับเธอก็แค่อยากหาประสบการณ์ความรัก คบเล่น ๆ เท่านั้นแหละ ป้าวัยเฉียดสามสิบที่ริอ่านจะกินหญ้าอ่อน ช่างหน้าไม่อายจริง ๆ”

“ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ เมื่อก่อนรุ่นพี่เคยถูกพวกนักเลงแทงเพราะปกป้องฉันจนเกือบตาย พอฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่เขาทำคือปลอบใจฉัน เขารักฉันมาก รักจนไม่เสียดายชีวิต แล้วผู้หญิงแก่คนนั้นจะนับเป็นอะไรได้?”

“แล้วเธอคิดยังไงล่ะ? ฉันได้ยินมาว่าเมื่อวานหลังจากรุ่นพี่ไปส่งเธอ เขาก็อยู่โต้รุ่งปรึกษากับพวกเพื่อน ๆ เรื่องจะจัดงานวันเกิดให้เธอด้วยนะ ถ้าเขาบอกรักเธอในงานวันเกิด เธอจะตกลงไหม?”

หลินฉู่ฉู่ตอบด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง “หึ ก็ต้องรอดูความพยายามของเขาก่อน”

หลังจากเสียงน้ำไหลเงียบลง สองคนที่อยู่ข้างนอกก็หัวเราะหยอกล้อกันพลางเดินห่างออกไป

เจียงซูถงมองรอยเล็บที่จิกฝังลึกบนฝ่ามือของตัวเอง เธอยกมุมปากขึ้น เผยรอยยิ้มที่ขมขื่นอย่างถึงที่สุดออกมา

หลังจากออกจากบาร์ เจียงซูถงก็โบกรถกลับบ้าน

หลังจากพักผ่อนไปหนึ่งคืน เธอก็ไปยื่นเรื่องลาออกจากบริษัท

หัวหน้าแผนกเห็นเหตุผลในการลาออกก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “กลับบ้านเกิดเหรอ ไหนคุณเคยบอกว่าอนาคตจะตั้งรกรากและแต่งงานกับแฟนที่เมืองเป่ยเฉิงไง ทำไมจู่ ๆ ถึงตัดสินใจกลับบ้านเกิดล่ะ?”

เจียงซูถงหลุบตาลง หาข้ออ้างส่งเดชเพื่อปัดไป ในหัวของเธอสับสนวุ่นวายไปหมด

เธอนึกย้อนไปถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในเมืองเป่ยเฉิง ใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยสี่ปี ทำงานสามปี และมีความรักอีกห้าปี

ในช่วงเวลานี้ มีหลายต่อหลายครั้งที่เธอมีโอกาสกลับไปฮู่เฉิง

แต่เพื่อที่จะได้อยู่เคียงข้างต้วนจือสวี่ เธอกลับยอมทิ้งโอกาสเหล่านั้นไปจนหมด

มาถึงตอนนี้ ก็ถึงเวลาที่ต้องไปเสียที

ตำแหน่งแฟนสาวนี้ เธอขอส่งคืนกลับสู่เจ้าของที่แท้จริง

ตลอดสามวันหลังจากนั้น ต้วนจือสวี่ก็ราวกับหายเข้ากลีบเมฆ ไม่มีข่าวคราวใด ๆ เลย

แต่จากรูปภาพและวิดีโอที่เพื่อนของเขาแชร์ลงโซเชียล เจียงซูถงก็รู้ว่าเขาอยู่กับหลินฉู่ฉู่

พวกเขาไปแขวนป้ายขอพรให้กันและกันที่วัด หลบเลี่ยงผู้คนไปเดินเล่นเคียงข้างกันบนชายหาด และจับมือประสานกันแน่นบนรถไฟเหาะ…

ในทุก ๆ รูป ทั้งสองคนต่างขยับเข้าใกล้กันอย่างไม่รู้ตัว

แม้จะไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมเหมือนคู่รัก แต่รอบตัวกลับอบอวลไปด้วยบรรยากาศคลุมเครือของคนที่มีใจให้กัน

เจียงซูถงเปิดดูทีละรูปจนครบ ก่อนจะล็อกหน้าจอมือถือด้วยใบหน้าเรียบเฉย แล้วหยิบกระเป๋าเดินทางออกมา

หลังจากเก็บของใช้จำเป็นเสร็จเรียบร้อย เธอเพิ่งจะเดินออกจากห้องไปกินมื้อค่ำ สายเรียกเข้าจากเพื่อนของต้วนจือสวี่ก็ดังขึ้น

“พี่ซูถง รีบมาโรงพยาบาลเร็วเข้า จือสวี่เกิดเรื่องแล้ว!”

เจียงซูถงลังเลอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจหยิบกุญแจรถออกไป

ถึงยังไงเขาก็เป็นน้องชายของต้วนจือเหยียน ตอนนี้ต้วนจือเหยียนไปเที่ยวต่างประเทศ เธอจึงปล่อยปละละเลยเขาไม่ได้

เมื่อรีบไปถึงหน้าห้องฉุกเฉิน เธอก็เห็นหลินฉู่ฉู่กับต้วนจือสวี่นอนเลือดอาบอยู่บนเตียงรถเข็น โดยมีหมอกำลังช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน

พวกเพื่อน ๆ ของเขากำลังแตกตื่นจนทำอะไรไม่ถูก พากันอธิบายละล่ำละลัก

“เย็นนี้พวกเราตั้งใจจะไปดูพระอาทิตย์ตกบนเขา ฉู่ฉู่บอกว่าไม่ได้ขับรถนานแล้วเลยอยากลองขับดู จือสวี่ก็เลยให้เธอไปนั่งฝั่งคนขับ ผลคือเธอเหยียบคันเร่งสลับกับเบรก รถก็เลยเสียหลักพุ่งชนภูเขา ทั้งสองคนโดนเหล็กเส้นเสียบร่าง ตอนนี้ต้องผ่าตัดเอาเหล็กออกด่วน!”

“แต่เหล็กเส้นแทงเฉียดหัวใจ ตอนนี้ทั้งเมืองมีหมอแค่คนเดียวที่ผ่าตัดเคสนี้ได้ ต่อให้ทุ่มเงินก็หาหมอคนอื่นมาแทนไม่ได้ จือสวี่ที่นั่งข้างคนขับบาดเจ็บสาหัสมาก ส่วนฉู่ฉู่อาการเบากว่า ตอนนี้ยังไม่อันตรายถึงชีวิต พวกเราพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาเข้าห้องผ่าตัดก่อน แต่เขาก็ไม่ยอมฟังเลย พี่ซูถง พี่ช่วยพูดกับเขาทีเถอะ!”

พอได้ยินแบบนั้น หัวใจของเจียงซูถงก็กระตุกวูบ

เธอเดินเข้าไปหาต้วนจือสวี่ มองใบหน้าซีดเผือดและบาดแผลฉกรรจ์ที่เลือดยังคงไหลซึมออกมา แล้วเอ่ยด้วยริมฝีปากสั่นเทา

“ต้วนจือสวี่ นายเข้าห้องผ่าตัดเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

เขาฝืนลืมตาขึ้น ส่ายหน้าช้า ๆ แล้วเค้นเสียงแหบพร่าแผ่วเบาออกมาจากลำคอ

“ช่วย... ช่วยฉู่ฉู่ก่อน ผมไม่อยาก... ไม่อยากให้เธอเป็นอะไรไป”

เจียงซูถงไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไป “นายบ้าไปแล้วเหรอ ตอนนี้ต่อให้เธอยังไม่ผ่าตัดก็ไม่เป็นอะไร แต่นายไม่ผ่าตัดตอนนี้ก็จะต้องตาย! ถ้านายเป็นอะไรไป พ่อแม่นายจะอยู่ยังไง แล้วพี่สาวนายจะทำยังไง?”

“ผม... ไม่สำคัญหรอก ขอแค่ฉู่ฉู่ปลอดภัย... ผมจะทนให้ไหว”

ไฟหน้าห้องฉุกเฉินสว่างขึ้น พยาบาลนำหนังสือยินยอมชะลอการรักษามาให้

เมื่อเห็นว่าเจียงซูถงเอาแต่ยืนนิ่ง ต้วนจือสวี่ก็รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย หยิบปากกามาเซ็นชื่อของตัวเองลงไป

เพื่อหลินฉู่ฉู่แล้ว เขาถึงขั้นไม่เสียดายแม้กระทั่งชีวิตของตัวเองเลยอย่างนั้นเหรอ?

เจียงซูถงแทบไม่อยากเชื่อสายตา เธอพยายามจะแย่งกระดาษแผ่นนั้นมา ทว่าต้วนจือสวี่กลับใช้มือที่ชุ่มไปด้วยเลือดดึงแขนเสื้อของเธอเอาไว้

“พี่ไม่ใช่... คนในครอบครัวผม... ไม่มีสิทธิ์... ก้าวก่าย... การตัดสินใจ... ของผม”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 22

    ต้วนจือสวี่ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาล กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนเตะจมูก แสงไฟนีออนบนเพดานสว่างจ้าจนแสบตา เขาพยายามขยับตัว แต่กลับรู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่างราวกับถูกรถทับ จนต้องสูดปากด้วยความเจ็บปวด“ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงของต้วนจือเหยียนดังมาจากด้านข้าง แฝงไปด้วยความเย็นชาและระอาใจต้วนจือสวี่หันหน้าไปมอง เห็นต้วนจือเหยียนนั่งอยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าดำทะมึนจนน่ากลัว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธจัดและผิดหวัง น้ำเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโห “ต้วนจือสวี่ ฉันมีน้องชายแบบแกได้ยังไงกัน? แกไม่รู้หรือไงว่าตัวเองเกือบจะพิการแล้ว?! ในเมื่อฟื้นแล้วก็ไม่ต้องพักฟื้นแล้ว ไสหัวกลับเป่ยเฉิงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วห้ามมาเหยียบที่ฮู่เฉิงอีกเป็นอันขาด!”ต้วนจือสวี่ไม่ได้สนใจคำด่าทอของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ถามอย่างร้อนรนว่า “อาถงล่ะ? เธอได้มาเยี่ยมผมบ้างไหม?”สีหน้าของต้วนจือเหยียนยิ่งดูแย่ลงไปอีก เธออ้าปากกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ประตูห้องพักผู้ป่วยกลับถูกผลักเปิดออกเสียก่อนเจียงซูถงเดินเข้ามา ในมือยังจูงมือกู้เหยียนเอาไว้ด้วยดวงตาของต้วนจือสวี่เป็นประกายขึ้นมาทั

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 21

    ต้วนจือเหยียนมองเขาอย่างเย็นชา น้ำเสียงแฝงความเหยียดหยาม “เป็นไปไม่ได้งั้นเหรอ? ต้วนจือสวี่ แกตาสว่างได้แล้ว! อาถงตัดใจจากแกไปตั้งนานแล้ว คนที่เธอรักตอนนี้มีแค่กู้เหยียน ต่อให้แกคุกเข่าจนตายอยู่ตรงนี้ เธอก็ไม่ชายตามองแกแม้แต่แวบเดียวหรอก”ทว่าต้วนจือสวี่กลับเหมือนไม่ได้ยิน เขายังคงจับมือต้วนจือเหยียนไว้แน่น น้ำเสียงเจือความสิ้นหวัง “พี่ พี่ช่วยผมหน่อย... ผมผิดไปแล้วจริง ๆ... ผมขาดเธอไม่ได้...”ต้วนจือเหยียนโกรธจนแทบจะเป็นลม เธอสะบัดมือต้วนจือสวี่ออกอย่างแรง ตะคอกด้วยน้ำเสียงเหลืออดว่า “ต้วนจือสวี่! แกมีสติหน่อยได้ไหม! ตอนนี้แกกลับเป่ยเฉิงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ! ถ้าแกไม่กลับ ฉันจะให้พ่อกับแม่มาจับมัดแกกลับไป!”ต้วนจือสวี่กลับเหมือนไม่ได้ยินสิ่งใด เขายังคงจ้องเขม็งไปที่ประตูทางเข้างานแต่งงาน แววตาเต็มไปด้วยความเว้าวอนต้วนจือเหยียนโกรธจนตัวสั่น ขณะที่กำลังจะหันหลังเดินจากไป กลับได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งอย่างเร่งรีบดังมาจากด้านหลังเธอหันกลับไปมอง ก็เห็นต้วนจือสวี่พุ่งตัวไปยังลานจอดรถของสถานที่จัดงานแต่งราวกับคนบ้าเจียงซูถงกับกู้เหยียนกำลังเตรียมตัวจะขึ้นรถ ต้วนจือสวี่ก็พุ่งพรวดไปที่หน้าต่าง

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 20

    ต้วนจือสวี่ถูกรปภ.ลากตัวออกมานอกประตูใหญ่ของสถานที่จัดงานแต่งงาน ประตูบานหนาปิดลงดัง “ปัง” ตามหลังเขา ตัดขาดความคึกคักและเสียงจอแจด้านใน เขายืนอยู่ข้างนอก ทว่าในหูราวกับยังคงได้ยินเสียงจากด้านใน…เสียงพิธีกรประกาศช่วงเวลาแลกแหวน เสียงหัวเราะโห่ร้องยินดีของแขกเหรื่อ และเสียงจุมพิตแผ่วเบาที่ดังพอจะทำให้เขาใจสลายหัวใจของเขาราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นอย่างแรงจนเจ็บปวดแทบหายใจไม่ออก เขาพุ่งตัวไปที่ประตูแล้วทุบอย่างแรง พลางตะโกนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เปิดประตู! ขอร้องล่ะเปิดประตูเถอะ! อาถง! พี่อย่าแต่งงานกับเขานะ! ผมขอร้อง... พี่อย่าแต่งงานกับเขาเลย!”แต่คนข้างในดูเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงของเขา หรือพูดให้ถูกคือไม่มีใครอยากสนใจเขาสักนิด งานแต่งงานยังคงดำเนินต่อไป เสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ และเสียงอวยพร ราวกับมีดแหลมคมนับไม่ถ้วนที่ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของเขาอย่างโหดเหี้ยมต้วนจือสวี่แนบหน้าผากเข้ากับบานประตูที่เย็นเฉียบ น้ำตาร่วงหล่นลงมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ตัวเองต้องมาอ้อนวอนขอการให้อภัยจากใครสักคนอย่างน่าสมเพชเช่นนี้ก่อนมาที่นี่ เขาคิดหาวิธีไว้มากมาย ถึงขั้นคิด

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 19

    ต้วนจือสวี่ราวกับถูกฟ้าผ่า ร่างทั้งร่างแข็งทื่ออยู่กับที่ ราวกับถูกน้ำเย็นเฉียบสาดรดตั้งแต่หัวจรดเท้า ความเหน็บหนาวทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัวสายตาของเขาจดจ้องเจียงซูถงบนเวทีเขม็ง มองเธอสวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ยืนเคียงข้างผู้ชายอีกคนส่วนต้วนจือเหยียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอก็สวมชุดเพื่อนเจ้าสาว มองเธอด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข ราวกับกำลังเป็นพยานในพิธีการที่แสนงดงามทั้งหมดนี้ กำลังบอกเขาอย่างชัดเจนว่า…นี่คืองานแต่งงานของเจียงซูถงในหัวของเขาขาวโพลนไปหมด หูอื้ออึง ราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมากระทั่งเสียงพิธีกรดังขึ้นอีกครั้ง เขาถึงได้สติกลับมา“คุณเจียงซูถงครับ คุณยินดีที่จะแต่งงานกับคุณกู้เหยียนหรือไม่ ไม่ว่าจะยากดีมีจน เจ็บไข้ได้ป่วย คุณจะยังคงรัก เคารพ และอยู่เคียงข้างเขาไปจนตราบสิ้นลมหายใจหรือเปล่าครับ?”เจียงซูถงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ทอดสายตามองกู้เหยียนอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากประดับรอยยิ้มบาง ๆ ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปาก ต้วนจือสวี่กลับพุ่งพรวดขึ้นไปบนเวทีราวกับคนบ้า ตะโกนเสียงแหบพร่าว่า “ไม่ยินดี! เธอไม่ยินดี!”แขกเหรื่อทั้งงานแตกตื่น สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ต้ว

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 18

    ทันทีที่ส่งข้อความออกไป ในกลุ่มแชตก็แทบจะระเบิด[โอ้ จือสวี่ ในที่สุดนายก็คิดได้แล้วเหรอ? ไม่ชอบหลินฉู่ฉู่แล้วจริง ๆ เหรอ?][มันควรจะเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้ว! ผู้หญิงอย่างหลินฉู่ฉู่ ไม่คุ้มให้เสียเวลาด้วยหรอก!][แต่ทางเจียงซูถงนี่สิ... นายทำร้ายเธอไว้เจ็บแสบขนาดนั้น เธอจะยอมยกโทษให้นายเหรอ?]ต้วนจือสวี่มองข้อความในกลุ่ม นิ้วเรียวพิมพ์ลงบนหน้าจออย่างรวดเร็ว [ฉันเลิกชอบหลินฉู่ฉู่ไปตั้งนานแล้ว ที่ผ่านมาก็แค่อาลัยอาวรณ์ไปเอง ช่วงที่อยู่กับเธอในหัวฉันมีแต่อาถง เมื่อก่อนฉันคิดไม่ได้ แต่ตอนนี้คิดได้แล้ว]ในกลุ่มเงียบไปไม่กี่วินาที ก่อนจะกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง[ไอ้น้อง นายคิดได้ก็ดีแล้ว! ผู้หญิงอย่างหลินฉู่ฉู่ไม่คู่ควรให้นายไปทุ่มเทให้หรอก นายคงยังไม่รู้ละสิว่าพอภาพหลุดบนเตียงของเธอถูกแฉ หุ้นของตระกูลหลินก็ดิ่งฮวบจนตอนนี้ล้มละลายไปแล้ว หลินฉู่ฉู่โดนพ่อแม่ทุบตีและด่าทอทั้งวัน ได้ยินมาว่าครอบครัวพวกเขาเตรียมตัวจะย้ายออกจากเป่ยเฉิงแล้ว]ต้วนจือสวี่ขมวดคิ้ว แต่ในใจกลับไม่มีความรู้สึกหวั่นไหวใด ๆ เขาหมดความสนใจในเรื่องของหลินฉู่ฉู่ไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เขาแค่อยากหาเจียงซูถงให้พบโดยเร็วที่สุด เ

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 17

    อีกด้านหนึ่งที่ฮู่เฉิงเจียงซูถงตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเริ่มแต่งหน้าทำผม ชุดแต่งงานที่สั่งตัดพิเศษขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ ขับเน้นเอวคอดกิ่วและช่วงไหล่ที่สง่างามของเธอวินาทีที่เธอสวมชุดแต่งงาน ทุกคนในห้องต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง“พระเจ้าช่วย อาถง เธอสวยเกินไปแล้ว!” เหล่าเพื่อนสนิทที่รายล้อมอยู่รอบตัวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมเจียงซูถงยิ้มบาง ๆ สายตาทอดมองไปในกระจกภาพของเธอในกระจกนั้นสวยงามราวกับภาพวาด มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขจาง ๆ“เจ้าบ่าวมาแล้ว!” จู่ ๆ ก็มีคนตะโกนขึ้นเจียงซูถงหันกลับไป และเห็นกู้เหยียนเดินเข้ามาเขาสวมชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บมาอย่างประณีต รูปร่างสูงโปร่ง บุคลิกดูสง่างามและสูงส่งสายตาของเขาจับจ้องมาที่เจียงซูถง แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างไม่ปิดบัง“อาถงสวยไหมคะ?” คนในห้องเอ่ยถามเขาพร้อมรอยยิ้มกู้เหยียนไม่ได้ตอบ แต่กลับเดินตรงดิ่งไปหาเจียงซูถง โน้มตัวลงประทับจูบแผ่วเบาที่ลำคอของเธอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยน “สาวน้อยของฉัน สวยที่สุดในโลกเลย”ใบหน้าของเจียงซูถงแดงระเรื่อ เธอค้อนเบา ๆ “ฉันจะสามสิบอยู่แล้ว ยังจะมาเรียกสาวน้อยอีก”กู้เหยียน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status