Share

บทที่ 2

Penulis: เสี่ยวเชวี่ย
พ่อเจียงกับแม่เจียงไม่คาดคิดว่าเธอจะตอบตกลงง่ายดายขนาดนี้ ทั้งคู่จึงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

“คิดดีแล้วจริง ๆ ใช่ไหม? แล้วลูกจะกลับมาเมื่อไหร่? งานแต่งจะให้พวกเราจัดการเลย หรือลูกจะกลับมาเจอคู่แต่งงานก่อนแล้วค่อยปรึกษากันดี?”

เจียงซูถงไม่มีเรี่ยวแรงจะคิดเรื่องพวกนี้แล้ว จึงตอบกลับไปส่ง ๆ

“พ่อกับแม่ตัดสินใจได้เลยค่ะ หนูจัดการธุระทางนี้เสร็จแล้วจะรีบกลับไปทันที”

พ่อเจียงกับแม่เจียงสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าในน้ำเสียงของลูกสาว จึงเอ่ยกำชับอีกสองสามประโยคแล้ววางสายไป

ภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

เจียงซูถงถึงได้พยุงตัวลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

ทว่าตอนผลักประตูออกมาอีกครั้ง เธอก็สบตาเข้ากับต้วนจือสวี่ที่นั่งอยู่บนโซฟาพอดี

“ทำไมถึงกลับมาก่อนโดยไม่บอกกันสักคำล่ะ?”

เจียงซูถงลมหายใจสะดุด เธอก้มหน้าลงเพื่อปิดบังดวงตาที่แดงก่ำ “แบตมือถือหมดก็เลยกลับมา”

เมื่อได้ยินข้ออ้างส่ง ๆ ของเธอ ต้วนจือสวี่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก

เขายื่นมือดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด เพียงแค่กระตุกเบา ๆ ก็ปลดสายรัดชุดคลุมอาบน้ำออกได้อย่างง่ายดาย

แต่เจียงซูถงไม่เปิดโอกาสให้เขา เธอคว้ามือที่กำลังจะล้วงเข้าไปซุกซนเอาไว้แน่น

“ตอนอยู่คลับก็ทำไปตั้งหลายรอบแล้วไม่ใช่เหรอ? เพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงเองนะ?”

ต้วนจือสวี่ไม่ทันสังเกตเห็นความต่อต้านในน้ำเสียงของเธอ เขากลับจับมือเธอไว้แล้วประสานนิ้วทั้งสิบเข้าด้วยกัน

“ตั้งนานแล้วนะ? พี่ไม่รู้เหรอว่าแค่เห็นหน้าพี่ ผมก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้แล้ว? พี่ ผมชอบพี่มากเลยนะ”

พอได้ยินคำหวานที่เขาจงใจหยอดอีกครั้ง เจียงซูถงกลับรู้สึกว่ามันช่างน่าขันสิ้นดี

ชอบเหรอ? ไม่ใช่ว่าแค่เอาไว้ฝึกซ้อมหรอกหรือ?

ห้าปีที่ผ่านมา ทำไปเป็นพันครั้งแล้ว ยังไม่พออีกหรือ?

เธอเบือนหน้าหนีเพื่อหลบริมฝีปากที่กำลังจูบลงมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “งั้นเหรอ? แล้วถ้าต่อไปนายแตะต้องฉันไม่ได้อีกแล้วล่ะ?”

ในที่สุดต้วนจือสวี่ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เขาชะงักไปเล็กน้อย “พี่รักผม ผมก็รักพี่ เราสองคนรักกัน แล้วทำไมผมถึงจะแตะต้องพี่ไม่ได้อีกล่ะ?”

ช่างกล้าพูดคำว่าเราสองคนรักกันออกมาได้

เจียงซูถงไม่ตอบคำถามนั้น เธอกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียน

“ก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อย ขากลับตากฝนมา ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย อยากพักผ่อนแล้ว”

เมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของเธอ ต้วนจือสวี่ก็ไม่คิดจะฝืนใจอีก

เขาก้มลงจูบหน้าผากเธอเบา ๆ สองสามครั้ง แล้วเตรียมจะอุ้มเธอเข้าไปในห้องนอน

แต่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้น โทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้นกะทันหัน เขาจึงหยิบขึ้นมากดดู

เจียงซูถงเหลือบหางตามอง และเห็นชื่อผู้ติดต่อที่บันทึกไว้ว่าฉู่ฉู่

“รุ่นพี่คะ ฉันกลับมาถึงแล้ว แต่ตอนนี้ข้างนอกฝนตกหนักมากเลย ฉันเรียกแท็กซี่ไม่ได้ ทำยังไงดีคะ?”

หลังจากอ่านข้อความจบ ต้วนจือสวี่ก็วางตัวเจียงซูถงลงบนโซฟา แล้วผุดลุกขึ้นทันที

“พี่ ผมมีธุระด่วนต้องไปจัดการ พี่พักผ่อนไปก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอผม”

พูดยังไม่ทันขาดคำ ประตูก็ถูกปิดกระแทกดังปัง

แววตาของเจียงซูถงไหววูบ เธอเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเงียบ ๆ

หลังจากเป่าผมจนแห้ง เธอก็ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มแล้วปิดไฟ

แม้จะหลับตาลงแล้ว แต่เธอกลับนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ ภายในหัวมีแต่ภาพความทรงจำตลอดหลายปีที่อยู่กับต้วนจือสวี่ฉายวนซ้ำไปมาไม่หยุดหย่อน

เขาเคยประมูลสร้อยคอราคาหลักห้าสิบล้านมาสวมให้เธอด้วยตัวเอง พร้อมคำสัญญาว่าจะซื้อเพชรให้เธอไปตลอดชีวิต

เขาเคยจุดพลุริมทะเลฉลองวันเกิดให้เธอติดต่อกันถึงสามวันสามคืน ทั้งยังยิ้มแล้วบอกว่าจะมอบทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตให้เธอโดยไม่เก็บงำสิ่งใดไว้

เขาเคยอธิษฐานขอพรตอนที่ดาวตกซึ่งหาดูได้ยากในรอบห้าร้อยล้านปีร่วงหล่น โดยบอกว่าจะอยู่เคียงข้างเธอจนตราบฟ้าดินสลาย และจะไม่มีวันปล่อยมือ…

คำสาบานเหล่านั้นยังคงดังก้องอยู่ข้างหู ทว่าวันนี้เธอเพิ่งตาสว่าง ว่าคำพูดพวกนั้นก็เป็นเพียงแค่คำโกหกหลอกลวงเท่านั้น

เขาไม่เคยคิดที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเธอไปจนแก่เฒ่าเลย

ท่ามกลางความรู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่น ร่างกายของเธอก็ร้อนระอุราวกับถูกไฟสุม

ทว่าลึกลงไปในกระดูกและผิวหนังกลับหนาวสะท้านจนร่างสั่นเทาไม่หยุด

ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เหงื่อกาฬแตกพลั่กจนเตียงเปียกชุ่มไปหมด

เมื่อต้วนจือสวี่กลับมาเห็นใบหน้าที่แดงก่ำเพราะพิษไข้ของเธอ ความง่วงงุนที่มีก็มลายหายไปในพริบตา

เขาลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก รีบอุ้มเธอขึ้นมาแล้วพาไปโรงพยาบาลทันที

พอมาถึงโถงทางเดิน เจียงซูถงก็ลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ “ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

“พี่ไข้ขึ้น ผมเลยพามาตรวจ โตป่านนี้แล้ว ทำไมถึงดูแลตัวเองไม่เป็นเลยล่ะ?”

น้ำเสียงของต้วนจือสวี่เจือความร้อนรนและเป็นห่วง เขาประคองเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะหันหลังเดินไปต่อคิว

แต่เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็เหลือบไปเห็นหลินฉู่ฉู่

เขาประหลาดใจมาก “ฉู่ฉู่? ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ฉันเพิ่งไปส่งเธอที่บ้านไม่ใช่เหรอ?”

หญิงสาวสวมชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ เธอดูสดใสน่ารักและบอบบางน่าทะนุถนอม

“พอกลับถึงบ้านก็อยากทำข้าวต้มกินน่ะค่ะ แต่ดันเผลอทำน้ำร้อนลวกมือ ก็เลยมาทำแผลที่โรงพยาบาลสักหน่อย”

เมื่อเห็นหลังมือที่แดงเรื่อของเธอ สีหน้าของต้วนจือสวี่ก็เปลี่ยนไปทันที

เขาลืมเรื่องของเจียงซูถงไปเสียสนิท รีบพาหลินฉู่ฉู่ไปทำประวัติ ตรวจอาการ และรับยา ทิ้งเป้าหมายเดิมของตัวเองไปจนหมดสิ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว

เจียงซูถงมองแผ่นหลังของคนทั้งคู่ที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไปเงียบ ๆ เธอรู้ดีว่าเขาคงไม่กลับมาแล้ว จึงได้แต่แค่นยิ้มสมเพชตัวเอง ก่อนจะฝืนพยุงร่างลุกขึ้นไปต่อคิวตามลำพัง

หลังจากพบหมอเสร็จ เธอก็เดินไปที่ห้องฉีดยาเพื่อให้น้ำเกลือ

การต้องนั่งอยู่ที่นี่ถึงสามชั่วโมงทำให้เธอทนไม่ไหวจนเผลอหลับไปกลางคัน

เมื่อไม่มีคนคอยเฝ้า เลือดจึงไหลย้อนสายน้ำเกลือขึ้นไปจนย้อมขวดน้ำเกลือเป็นสีแดงฉาน

พยาบาลรีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาเขย่าตัวปลุกเธอ “ทำไมคุณถึงมาโรงพยาบาลคนเดียวล่ะคะ? ไม่มีใครมาเป็นเพื่อนเลยเหรอ? แล้วครอบครัวกับแฟนไปไหนหมดล่ะคะ?”

เจียงซูถงมองหลังมือของตัวเองที่เริ่มมีรอยช้ำม่วง “ครอบครัวไม่ได้อยู่เมืองนี้ค่ะ ส่วนแฟน... ฉันไม่มีแฟนหรอกค่ะ”

วินาทีต่อมา ต้วนจือสวี่ก็ก้าวยาว ๆ เดินตรงเข้ามาหา

“อาถง!”

พยาบาลที่กำลังเปลี่ยนขวดน้ำเกลือเห็นดังนั้นจึงรีบพูดว่า “คุณเป็นแฟนเธอเหรอคะ? แล้วทำไมถึงไม่มานั่งเฝ้าล่ะ? เมื่อกี้เลือดไหลย้อนสาย เกือบจะเกิดเรื่องแล้วนะคะ”

เมื่อเห็นหลังมือที่บวมเป่งของเธอ ต้วนจือสวี่ก็รีบกุมมันเอาไว้ทันที “ขอโทษนะ พอดีเมื่อกี้บังเอิญเจอเพื่อนก็เลยคุยกันเพลินจนลืมเรื่องสำคัญ พอหันกลับมาพี่ก็หายไปแล้ว ผมต้องเสียเวลาเดินหาตั้งนาน”

เจียงซูถงไม่ได้เปิดโปงคำโกหกของเขา เธอเพียงแค่ส่งเสียงตอบรับเบา ๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 22

    ต้วนจือสวี่ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาล กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนเตะจมูก แสงไฟนีออนบนเพดานสว่างจ้าจนแสบตา เขาพยายามขยับตัว แต่กลับรู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่างราวกับถูกรถทับ จนต้องสูดปากด้วยความเจ็บปวด“ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงของต้วนจือเหยียนดังมาจากด้านข้าง แฝงไปด้วยความเย็นชาและระอาใจต้วนจือสวี่หันหน้าไปมอง เห็นต้วนจือเหยียนนั่งอยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าดำทะมึนจนน่ากลัว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธจัดและผิดหวัง น้ำเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโห “ต้วนจือสวี่ ฉันมีน้องชายแบบแกได้ยังไงกัน? แกไม่รู้หรือไงว่าตัวเองเกือบจะพิการแล้ว?! ในเมื่อฟื้นแล้วก็ไม่ต้องพักฟื้นแล้ว ไสหัวกลับเป่ยเฉิงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วห้ามมาเหยียบที่ฮู่เฉิงอีกเป็นอันขาด!”ต้วนจือสวี่ไม่ได้สนใจคำด่าทอของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ถามอย่างร้อนรนว่า “อาถงล่ะ? เธอได้มาเยี่ยมผมบ้างไหม?”สีหน้าของต้วนจือเหยียนยิ่งดูแย่ลงไปอีก เธออ้าปากกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ประตูห้องพักผู้ป่วยกลับถูกผลักเปิดออกเสียก่อนเจียงซูถงเดินเข้ามา ในมือยังจูงมือกู้เหยียนเอาไว้ด้วยดวงตาของต้วนจือสวี่เป็นประกายขึ้นมาทั

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 21

    ต้วนจือเหยียนมองเขาอย่างเย็นชา น้ำเสียงแฝงความเหยียดหยาม “เป็นไปไม่ได้งั้นเหรอ? ต้วนจือสวี่ แกตาสว่างได้แล้ว! อาถงตัดใจจากแกไปตั้งนานแล้ว คนที่เธอรักตอนนี้มีแค่กู้เหยียน ต่อให้แกคุกเข่าจนตายอยู่ตรงนี้ เธอก็ไม่ชายตามองแกแม้แต่แวบเดียวหรอก”ทว่าต้วนจือสวี่กลับเหมือนไม่ได้ยิน เขายังคงจับมือต้วนจือเหยียนไว้แน่น น้ำเสียงเจือความสิ้นหวัง “พี่ พี่ช่วยผมหน่อย... ผมผิดไปแล้วจริง ๆ... ผมขาดเธอไม่ได้...”ต้วนจือเหยียนโกรธจนแทบจะเป็นลม เธอสะบัดมือต้วนจือสวี่ออกอย่างแรง ตะคอกด้วยน้ำเสียงเหลืออดว่า “ต้วนจือสวี่! แกมีสติหน่อยได้ไหม! ตอนนี้แกกลับเป่ยเฉิงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ! ถ้าแกไม่กลับ ฉันจะให้พ่อกับแม่มาจับมัดแกกลับไป!”ต้วนจือสวี่กลับเหมือนไม่ได้ยินสิ่งใด เขายังคงจ้องเขม็งไปที่ประตูทางเข้างานแต่งงาน แววตาเต็มไปด้วยความเว้าวอนต้วนจือเหยียนโกรธจนตัวสั่น ขณะที่กำลังจะหันหลังเดินจากไป กลับได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งอย่างเร่งรีบดังมาจากด้านหลังเธอหันกลับไปมอง ก็เห็นต้วนจือสวี่พุ่งตัวไปยังลานจอดรถของสถานที่จัดงานแต่งราวกับคนบ้าเจียงซูถงกับกู้เหยียนกำลังเตรียมตัวจะขึ้นรถ ต้วนจือสวี่ก็พุ่งพรวดไปที่หน้าต่าง

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 20

    ต้วนจือสวี่ถูกรปภ.ลากตัวออกมานอกประตูใหญ่ของสถานที่จัดงานแต่งงาน ประตูบานหนาปิดลงดัง “ปัง” ตามหลังเขา ตัดขาดความคึกคักและเสียงจอแจด้านใน เขายืนอยู่ข้างนอก ทว่าในหูราวกับยังคงได้ยินเสียงจากด้านใน…เสียงพิธีกรประกาศช่วงเวลาแลกแหวน เสียงหัวเราะโห่ร้องยินดีของแขกเหรื่อ และเสียงจุมพิตแผ่วเบาที่ดังพอจะทำให้เขาใจสลายหัวใจของเขาราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นอย่างแรงจนเจ็บปวดแทบหายใจไม่ออก เขาพุ่งตัวไปที่ประตูแล้วทุบอย่างแรง พลางตะโกนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เปิดประตู! ขอร้องล่ะเปิดประตูเถอะ! อาถง! พี่อย่าแต่งงานกับเขานะ! ผมขอร้อง... พี่อย่าแต่งงานกับเขาเลย!”แต่คนข้างในดูเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงของเขา หรือพูดให้ถูกคือไม่มีใครอยากสนใจเขาสักนิด งานแต่งงานยังคงดำเนินต่อไป เสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ และเสียงอวยพร ราวกับมีดแหลมคมนับไม่ถ้วนที่ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของเขาอย่างโหดเหี้ยมต้วนจือสวี่แนบหน้าผากเข้ากับบานประตูที่เย็นเฉียบ น้ำตาร่วงหล่นลงมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ตัวเองต้องมาอ้อนวอนขอการให้อภัยจากใครสักคนอย่างน่าสมเพชเช่นนี้ก่อนมาที่นี่ เขาคิดหาวิธีไว้มากมาย ถึงขั้นคิด

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 19

    ต้วนจือสวี่ราวกับถูกฟ้าผ่า ร่างทั้งร่างแข็งทื่ออยู่กับที่ ราวกับถูกน้ำเย็นเฉียบสาดรดตั้งแต่หัวจรดเท้า ความเหน็บหนาวทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัวสายตาของเขาจดจ้องเจียงซูถงบนเวทีเขม็ง มองเธอสวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ยืนเคียงข้างผู้ชายอีกคนส่วนต้วนจือเหยียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอก็สวมชุดเพื่อนเจ้าสาว มองเธอด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข ราวกับกำลังเป็นพยานในพิธีการที่แสนงดงามทั้งหมดนี้ กำลังบอกเขาอย่างชัดเจนว่า…นี่คืองานแต่งงานของเจียงซูถงในหัวของเขาขาวโพลนไปหมด หูอื้ออึง ราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมากระทั่งเสียงพิธีกรดังขึ้นอีกครั้ง เขาถึงได้สติกลับมา“คุณเจียงซูถงครับ คุณยินดีที่จะแต่งงานกับคุณกู้เหยียนหรือไม่ ไม่ว่าจะยากดีมีจน เจ็บไข้ได้ป่วย คุณจะยังคงรัก เคารพ และอยู่เคียงข้างเขาไปจนตราบสิ้นลมหายใจหรือเปล่าครับ?”เจียงซูถงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ทอดสายตามองกู้เหยียนอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากประดับรอยยิ้มบาง ๆ ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปาก ต้วนจือสวี่กลับพุ่งพรวดขึ้นไปบนเวทีราวกับคนบ้า ตะโกนเสียงแหบพร่าว่า “ไม่ยินดี! เธอไม่ยินดี!”แขกเหรื่อทั้งงานแตกตื่น สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ต้ว

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 18

    ทันทีที่ส่งข้อความออกไป ในกลุ่มแชตก็แทบจะระเบิด[โอ้ จือสวี่ ในที่สุดนายก็คิดได้แล้วเหรอ? ไม่ชอบหลินฉู่ฉู่แล้วจริง ๆ เหรอ?][มันควรจะเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้ว! ผู้หญิงอย่างหลินฉู่ฉู่ ไม่คุ้มให้เสียเวลาด้วยหรอก!][แต่ทางเจียงซูถงนี่สิ... นายทำร้ายเธอไว้เจ็บแสบขนาดนั้น เธอจะยอมยกโทษให้นายเหรอ?]ต้วนจือสวี่มองข้อความในกลุ่ม นิ้วเรียวพิมพ์ลงบนหน้าจออย่างรวดเร็ว [ฉันเลิกชอบหลินฉู่ฉู่ไปตั้งนานแล้ว ที่ผ่านมาก็แค่อาลัยอาวรณ์ไปเอง ช่วงที่อยู่กับเธอในหัวฉันมีแต่อาถง เมื่อก่อนฉันคิดไม่ได้ แต่ตอนนี้คิดได้แล้ว]ในกลุ่มเงียบไปไม่กี่วินาที ก่อนจะกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง[ไอ้น้อง นายคิดได้ก็ดีแล้ว! ผู้หญิงอย่างหลินฉู่ฉู่ไม่คู่ควรให้นายไปทุ่มเทให้หรอก นายคงยังไม่รู้ละสิว่าพอภาพหลุดบนเตียงของเธอถูกแฉ หุ้นของตระกูลหลินก็ดิ่งฮวบจนตอนนี้ล้มละลายไปแล้ว หลินฉู่ฉู่โดนพ่อแม่ทุบตีและด่าทอทั้งวัน ได้ยินมาว่าครอบครัวพวกเขาเตรียมตัวจะย้ายออกจากเป่ยเฉิงแล้ว]ต้วนจือสวี่ขมวดคิ้ว แต่ในใจกลับไม่มีความรู้สึกหวั่นไหวใด ๆ เขาหมดความสนใจในเรื่องของหลินฉู่ฉู่ไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เขาแค่อยากหาเจียงซูถงให้พบโดยเร็วที่สุด เ

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 17

    อีกด้านหนึ่งที่ฮู่เฉิงเจียงซูถงตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเริ่มแต่งหน้าทำผม ชุดแต่งงานที่สั่งตัดพิเศษขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ ขับเน้นเอวคอดกิ่วและช่วงไหล่ที่สง่างามของเธอวินาทีที่เธอสวมชุดแต่งงาน ทุกคนในห้องต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง“พระเจ้าช่วย อาถง เธอสวยเกินไปแล้ว!” เหล่าเพื่อนสนิทที่รายล้อมอยู่รอบตัวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมเจียงซูถงยิ้มบาง ๆ สายตาทอดมองไปในกระจกภาพของเธอในกระจกนั้นสวยงามราวกับภาพวาด มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขจาง ๆ“เจ้าบ่าวมาแล้ว!” จู่ ๆ ก็มีคนตะโกนขึ้นเจียงซูถงหันกลับไป และเห็นกู้เหยียนเดินเข้ามาเขาสวมชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บมาอย่างประณีต รูปร่างสูงโปร่ง บุคลิกดูสง่างามและสูงส่งสายตาของเขาจับจ้องมาที่เจียงซูถง แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างไม่ปิดบัง“อาถงสวยไหมคะ?” คนในห้องเอ่ยถามเขาพร้อมรอยยิ้มกู้เหยียนไม่ได้ตอบ แต่กลับเดินตรงดิ่งไปหาเจียงซูถง โน้มตัวลงประทับจูบแผ่วเบาที่ลำคอของเธอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยน “สาวน้อยของฉัน สวยที่สุดในโลกเลย”ใบหน้าของเจียงซูถงแดงระเรื่อ เธอค้อนเบา ๆ “ฉันจะสามสิบอยู่แล้ว ยังจะมาเรียกสาวน้อยอีก”กู้เหยียน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status