로그인ตอนกินข้าว สามีคีบขิงมาให้ฉันจนพูนตะเกียบ แล้วบอกให้ฉันกินเยอะๆ ฉันมองดูอาหารบนโต๊ะที่ทุกจานล้วนใส่ขิง พลางปล่อยให้น้ำตาไหลรินอย่างเงียบงัน “คนที่ชอบกินขิงไม่ใช่ฉัน คุณจำคนผิดแล้ว ฉันกินขิงแล้วจะอ้วก” ตอนที่เครื่องบินของฉันตกเมื่อหลายปีก่อน เพื่อเห็นแก่ลูก สามีเลยไปหาตัวแทนที่หน้าตาคล้ายฉันมากมาคอยดูแลเขา แต่เมื่อฉันกลับมา กลับพบว่าพวกเขามองตัวแทนคนนั้นเป็นฉันไปตั้งนานแล้ว ฉันมองพวกเขาเป็นครอบครัว แต่ไม่ว่าตัวแทนคนนั้นจะใส่ร้ายป้ายสีฉันกี่ครั้ง พวกเขาก็ยังคงเลือกผู้หญิงคนนั้นเสมอ ก่อนนอน ลูกชายที่ไม่ได้เจอกันมาสามปี จู่ๆ ก็เป็นฝ่ายเดินมาหาฉันที่ห้อง ฉันดีใจมากจนเนื้อเต้น อยากจะเข้าไปกอดลูกชายที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปีให้ชื่นใจ แต่ประโยคแรกที่ลูกพูดออกมา กลับทำเอาฉันรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ “คุณช่วยไสหัวออกไปจากบ้านของผมได้ไหม?” ฉันทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ ค่อยๆ หลับตาลงอย่างแผ่วเบา “ได้ ถ้ามันคือสิ่งที่ลูกต้องการ”
더 보기โจวฉู่เซวียนยังคงตื๊อไม่เลิก แต่ฉันไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงกับเขาอีกแล้วจังหวะที่ฉันลุกขึ้นเตรียมจะเดินหนี โจวซิงก็โพล่งขึ้นมา“ถ้าคุณอยากให้ผมเรียกคุณแบบนั้นก็ได้ฮะ แต่คุณต้องกลับบ้านไปกับพวกเรานะ”พอได้ยินเขาพูดแบบนั้น ฉันก็อึ้งไปนิดนึง ก่อนจะดึงสติกลับมาได้ แล้วยิ้มส่ายหน้า“ไม่ต้องหรอก”นึกว่าวันนั้นฉันจะปฏิเสธไปเด็ดขาดพอแล้วซะอีก แต่สองพ่อลูกตระกูลโจวก็ยังไม่ยอมกลับไปอยู่ดีโจวฉู่เซวียนถึงขั้นไปเหมาโฮมสเตย์ข้างๆ ทั้งหลัง เพื่อจะได้มาคอยตามตอแยฉันได้สะดวกๆฉันรำคาญจนไม่รู้จะรำคาญยังไง แต่ก็จนปัญญาจะให้ไปไล่แขกของเพื่อนบ้านก็ใช่เรื่องฉันคิดว่าไม่ช้าก็เร็วพวกเขาก็คงจะถอดใจไปเอง เลยขี้เกียจจะสนใจแต่ใครจะไปคิดล่ะว่าพวกเขายังไม่ทันจะถอดใจ โฮมสเตย์ของฉันกลับเจอเรื่องซวยเข้าซะก่อนวันนั้นเฉินเนี่ยนไปส่งแขกที่สถานีรถไฟความเร็วสูง จู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์ร่างยักษ์หลายคนบุกเข้ามาในโฮมสเตย์พวกมันไม่พูดพร่ำทำเพลง เห็นข้าวของอะไรก็ทุบทำลายทิ้งหมดแขกพากันตกใจวิ่งหนีเตลิดออกไปข้างนอกแล้วฉันก็หันไปเห็นโจวฉู่เซวียนยืนอยู่กลางลานบ้านพอดีฉันทึกทักเอาเองว่าเป็นคนของเขาที่จ้างมาป่วน เ
ต่อมา พวกเราก็แต่งงานกันเวลาผ่านไปอีกสามปี ฉันกับเฉินเนี่ยนเปิดโฮมสเตย์ริมทะเลด้วยกัน แถมยังมีลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักด้วยกันหนึ่งคนฉันตั้งชื่อให้เธอว่าเฉินเยว่ มีชื่อเล่นว่าดวงจันทร์น้อยในเมื่อดวงดาวไม่อยากอยู่เคียงข้างฉัน งั้นก็ปล่อยให้พระจันทร์อยู่เป็นเพื่อนฉันแทนก็แล้วกันตอนที่โจวฉู่เซวียนตามมาจนถึงที่นี่ ดวงจันทร์น้อยเพิ่งจะหัดเดินได้ไม่นานพอเห็นเธอ โจวฉู่เซวียนยังไม่ทันจะได้พูดอะไร โจวซิงกลับขอบตาแดงก่ำขึ้นมาก่อน“เด็กคนนี้เป็นใคร?”โจวซิงพุ่งตัวเข้ามาด้วยความโมโห ดูเหมือนอยากจะผลักดวงจันทร์น้อยให้ล้มลง“โจวซิง นายจะทำอะไร!”ฉันรีบเบี่ยงตัวเข้าไปขวางหน้าดวงจันทร์น้อยไว้ทันทีเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่โดนฉันตวาดเสียงดังใส่ขนาดนี้ โจวซิงถึงกับตาแดงก่ำ มองฉันด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ“เธอเป็นลูกสาวฉัน”พอได้ยินคำตอบของฉัน ทั้งสองคนก็หน้าถอดสีไปตามๆ กันรูม่านตาของโจวฉู่เซวียนหดเกร็ง เขามองดวงจันทร์น้อยด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาดวงจันทร์น้อยตกใจกับสายตานั้น เพิ่งจะเบะปากร้องไห้ ฉันก็รีบคว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้แนบอกเสียก่อนส่วนโจวซิงก็ก้าวขึ้นมาข้างหน้าอีกก้าว จ้องดวงจันท
ถึงขั้นยอมทำร้ายภรรยาตัวเองจนเกือบตายเพื่อเธอพอได้รับสาย ไป๋เจินกลับดีใจขึ้นมาลึกๆ ตั้งแต่เรื่องวางเพลิงถูกเปิดโปง โจวฉู่เซวียนก็ไล่เธอออกจากบ้านไปแต่ดูจากตอนนี้แล้ว เวลาสามปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้สูญเปล่าเสียทีเดียว โจวฉู่เซวียนก็ยังขาดเธอไม่ได้อยู่ดี ถึงได้รีบโทรเรียกให้เธอกลับไปหาแบบนี้ไงทว่าพอไป๋เจินเดินเข้าไปในคฤหาสน์ เธอกลับต้องยืนตลึงเห็นเพียงโจวฉู่เซวียนนั่งอยู่บนโซฟาตรงข้ามประตูใหญ่ ส่วนโซฟาทั้งสองข้างก็มีพ่อกับแม่ของฉันนั่งอยู่สถานการณ์แบบนี้เห็นได้ชัดเลยว่าคือการตั้งศาลเตี้ยไต่สวนชัดๆเมื่อเห็นภาพนี้ ไป๋เจินก็หันขวับเตรียมจะเดินหนี แต่ก็สายไปเสียแล้วโจวฉู่เซวียนปาหลักฐานปึกใหญ่ใส่หน้าไป๋เจินเต็มแรง“ฝีมือเธอทั้งนั้น! ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันกับช่านช่านจะพรากจากกันไปหลายปีขนาดนี้ได้ยังไง!”ไป๋เจินเองก็เป็นคนรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง รีบออกรับหน้าโยนความผิดใส่ตัวทันทีเธอรีบพุ่งเข้าไปกอดโจวฉู่เซวียนไว้แน่น“พี่เซวียน ฉันผิดไปแล้วค่ะ ฉันก็แค่รักพี่มากเกินไป ตอนนั้นฉันหน้ามืดตามัวไปหน่อย ยกโทษให้ฉันเถอะนะ ต่อไปครอบครัวเรามาใช้ชีวิตด้วยกันดีๆ เถอะ”แต่โจวฉู่เซวียนกลับ
ผู้ชายคนนั้นบอกว่าเขาชื่อโจวฉู่เซวียน เป็นสามีของฉันส่วนคนแก่และเด็กที่อยู่ข้างๆ ก็คือพ่อแม่และลูกชายของฉันแต่ฉันกลับไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่นักพอเห็นพวกเขา ในใจของฉันก็มักจะรู้สึกปวดหนึบขึ้นมาลึกๆ เสมอถ้าพวกเขาเป็นครอบครัวของฉันจริงๆ แล้วทำไมฉันถึงได้รู้สึกเสียใจขนาดนี้ล่ะหมอบอกว่าฉันแค่ความจำเสื่อมชั่วคราว ยังมีโอกาสที่จะฟื้นความทรงจำกลับมาได้ฉันดีใจมากที่ได้ยินแบบนั้น เพราะฉันจะได้กลับมาจำพวกเขาได้อีกครั้งแต่สีหน้าของโจวฉู่เซวียนกลับดูเคร่งเครียด ราวกับไม่อยากให้ฉันนึกถึงอดีตขึ้นมาได้อีกฉันไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามออกไปหลังออกจากโรงพยาบาล โจวฉู่เซวียนก็พาฉันกลับมาที่บ้าน พ่อแม่และลูกชายของฉันต่างก็อาศัยอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกันเพียงแต่บางครั้ง พวกเขาก็มักจะมองฉันด้วยสายตาที่ดูซับซ้อนอ่านยากแล้วก็ลูกชายของฉันด้วยฉันชอบเข้าไปกอดเขาแต่เขากลับมักจะทำตัวอึดอัดและห่างเหินอยู่เสมอราวกับว่า… ราวกับว่าฉันไม่ใช่แม่ของเขาอย่างนั้นแหละฉันตกใจกับข้อสันนิษฐานนี้ของตัวเอง แต่โจวฉู่เซวียนก็มักจะคอยปลอบใจว่าฉันคิดมากไปเองฉันรู้สึกคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้มากๆ