Short
นางเอกซูเปอร์สตาร์ไลฟ์สดขอคืนดี แต่ผมจากโลกนี้ไปแล้ว

นางเอกซูเปอร์สตาร์ไลฟ์สดขอคืนดี แต่ผมจากโลกนี้ไปแล้ว

โดย:  จั๊กจั่นทองตัวน้อยจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
9บท
6.2Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ผมกับนางเอกซูเปอร์สตาร์เคยสัญญากันไว้ ว่าขอแค่ผมไลฟ์สดคุกเข่าขอเธอแต่งงานครบเก้าสิบเก้าครั้งแบบเปิดเผย ในการขอแต่งงานครั้งที่ 100 ของผม เธอก็จะประกาศคบกับผมอย่างเป็นทางการ แต่ในการขอแต่งงานครั้งที่หนึ่งร้อยของผม เธอกลับไปอยู่เป็นเพื่อนดาราดาวรุ่งคนใหม่ ไปฝึกเทคนิคการจูบบนเรือยอชต์ส่วนตัวพร้อมรอยยิ้มหวานซึ้ง ผมกลายเป็นตัวตลกไปโดยสิ้นเชิง นางเอกซูเปอร์สตาร์ส่งข้อความมาหาผมด้วยความรู้สึกผิด "การขอแต่งงานครั้งที่ 101 ของนาย ฉันจะตอบตกลง" ครั้งนี้เธอแต่งตัวสวยเหมือนนางฟ้าจุติลงมาบนโลกมนุษย์ แล้วเดินเข้ามาในห้องไลฟ์สดของผม แต่ผมกลับจุดไฟเผาจดหมายขอแต่งงานหนึ่งร้อยฉบับที่เคยเขียนถึงเธอต่อหน้าเธอ เผาใบวินิจฉัยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารของผมที่ซ่อนอยู่ในนั้นด้วย "ไม่มีครั้งที่ 101 อีกแล้ว คุณฟู่"

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

ฟู่ซีโหรวมองจดหมายรักที่กำลังค่อย ๆ ไหม้จนหมด

นึกไม่ถึงว่าเธอจะไม่กลัวอันตราย รีบคว้าเสื้อคลุมสุภาพสตรีมาฟาดดับเปลวไฟอย่างบ้าคลั่ง

เธอตาแดงขณะผลักผมลงบนโซฟาที่เต็มไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ต่อหน้าผู้ชมในไลฟ์นับหมื่นนับแสนคน

"อวี๋เฉิงเฝ่ย คุณหมายความว่ายังไงกันแน่ คุณปั่นหัวฉันเล่นเหรอ"

ผู้จัดการส่วนตัวรีบกดปิดไลฟ์ทันที

ส่วนผมก็เอาแต่เงียบ

ฟู่ซีโหรวขยับเข้ามาอยู่ใกล้ผมขนาดนี้

ใกล้จนผมได้กลิ่นโคโลญจน์แบบเดียวกับไป๋ซืออู๋ที่ยังคงติดอยู่บนตัวเธอ

มันทำให้ผมคิดถึงตอนที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ ตอนที่เธอยังเป็นแค่ตัวประกอบในโรงถ่ายเหิงเตี้ยน เธอกุมมือผมแล้วพูดอย่างจริงจังว่า

"เฉิงเฝ่ย รอให้ฉันได้เป็นนางเอกซูเปอร์สตาร์เมื่อไร ฉันจะแต่งงานกับนายอย่างสมเกียรติที่สุด"

แต่พอเธอได้เป็นนางเอกซูเปอร์สตาร์ขึ้นมาจริง ๆ เธอกลับตั้งเงื่อนไขใหม่กับผมอีก

เธอให้ผมไลฟ์สดขอแต่งงานอย่างเปิดเผยให้ครบ 100 ครั้ง เธอถึงจะยอมลดตัวจากสถานะนางเอกซูเปอร์สตาร์มาประกาศสถานะความสัมพันธ์ของเรา

ทุกครั้งที่ผมยอมกระโดดโลดเต้นอยู่ในไลฟ์สดเหมือนตัวตลก

เธอกลับควงหนุ่มหล่อไม่ซ้ำหน้าไปโผล่ตามโรงแรมหรูทั่วทุกมุมโลก หรือไม่ก็ไปมีค่ำคืนแสนหวานอยู่บนเรือยอชต์ส่วนตัว

ถึงขั้นเคยจดทะเบียนสมรสฟ้าแลบแล้วก็หย่าฟ้าแลบที่สาธารณรัฐกานา เหตุผลก็แค่เพราะอยากลองสัมผัสวัฒนธรรมการแต่งงานของที่นั่น

สิ่งที่ผมเฝ้าใฝ่ฝัน ดูเหมือนคนอื่นจะได้รับมันอย่างง่ายดายเสมอ

พอคิดถึงตรงนี้ ผมก็ยกมุมปากยิ้มเย้ยตัวเอง

"ฟู่ซีโหรว ระหว่างเราไม่มีการขอแต่งงานครั้งที่ 101 อีกแล้ว ฉันเหนื่อยแล้ว เราจบกันแค่นี้เถอะ"

ฟู่ซีโหรวยืนเหม่อมองผมอยู่สองวินาที ท่าทางเหมือนรู้สึกเหลือเชื่อ

จากนั้นก็เหมือนจะคิดอะไรได้ เธอจึงหลุดหัวเราะออกมา

"แค่เพราะการขอแต่งงานครั้งที่ 100 ฉันไม่ได้มา นายก็เลยเผาจดหมายรักทั้งหมดเพื่อแก้แค้นฉันงั้นเหรอ

นายหักหน้าฉันต่อหน้าคนตั้งเยอะขนาดนี้ ในฐานะคู่หมั้น ตกลงว่านายเคยแคร์ความรู้สึกของฉันบ้างไหม"

ผมไม่เข้าใจเลยจริง ๆ นี่คืออิสระที่เธออยากได้มาตลอดไม่ใช่เหรอ

แล้วทำไม ผมถึงไม่รู้สึกถึงความโล่งใจของเธอเลยสักนิด

เมื่อก่อนถ้าเธอพูดแบบนี้ ผมคงยอมลดตัวไปอ้อนวอนขอให้เธอยกโทษให้

แต่ในตอนนี้ หัวใจที่แหลกสลายดวงนี้ มันชินชาจนไม่อยากพูดอะไรอีกแล้ว

อีกอย่าง ผมไม่อยากเอาเวลาชีวิตที่เหลืออยู่ไม่มากไปสิ้นเปลืองกับเธออีกแล้ว

"การขอแต่งงานครั้งที่ 100 มันจบแล้ว เธอกับฉัน ก็จบด้วยเหมือนกัน"

พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของฟู่ซีโหรวก็ผ่อนคลายทันที เธอดูเหมือนมั่นใจมากว่าผมไม่มีวันไปจากเธอได้

"เลิกงอนได้แล้วเฉิงเฝ่ย คบกันมาตั้งเจ็ดปี นายจะปล่อยฉันไปได้เหรอ

นายไม่ต้องห่วง รอนายขอฉันแต่งงานครั้งที่ 101 ครั้งนี้ฉันจะตอบตกลงจริง ๆ ทำให้นายมีหน้ามีตาแน่นอน"

ผมไม่ตอบอะไร ถอดแหวนที่เธอเคยทำให้ผมด้วยมือตัวเอง แล้วโยนมันทิ้งถังขยะไปต่อหน้าเธอ

จากนั้นก็หันหลังเดินจากมา

จางคุน ผู้จัดการส่วนตัวของเธอถามอย่างกังวล "ซีโหรว ครั้งนี้เขาไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม"

ฟู่ซีโหรวมองแผ่นหลังผมที่กำลังเดินห่างออกไปแวบหนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจเต็มเปี่ยม

"ไม่เกินสามวัน เดี๋ยวเขาก็ต้องร้องไห้กลับมาอ้อนวอนขอฉันแต่งงานเหมือนเดิมนั่นแหละ"

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Mark’k
Mark’k
สนุกมาก พึ่งอ่านนิยายเรื่องแรกเลยย
2026-08-03 11:52:04
1
0
9
บทที่ 1
ฟู่ซีโหรวมองจดหมายรักที่กำลังค่อย ๆ ไหม้จนหมดนึกไม่ถึงว่าเธอจะไม่กลัวอันตราย รีบคว้าเสื้อคลุมสุภาพสตรีมาฟาดดับเปลวไฟอย่างบ้าคลั่งเธอตาแดงขณะผลักผมลงบนโซฟาที่เต็มไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ต่อหน้าผู้ชมในไลฟ์นับหมื่นนับแสนคน"อวี๋เฉิงเฝ่ย คุณหมายความว่ายังไงกันแน่ คุณปั่นหัวฉันเล่นเหรอ"ผู้จัดการส่วนตัวรีบกดปิดไลฟ์ทันทีส่วนผมก็เอาแต่เงียบฟู่ซีโหรวขยับเข้ามาอยู่ใกล้ผมขนาดนี้ใกล้จนผมได้กลิ่นโคโลญจน์แบบเดียวกับไป๋ซืออู๋ที่ยังคงติดอยู่บนตัวเธอมันทำให้ผมคิดถึงตอนที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ ตอนที่เธอยังเป็นแค่ตัวประกอบในโรงถ่ายเหิงเตี้ยน เธอกุมมือผมแล้วพูดอย่างจริงจังว่า"เฉิงเฝ่ย รอให้ฉันได้เป็นนางเอกซูเปอร์สตาร์เมื่อไร ฉันจะแต่งงานกับนายอย่างสมเกียรติที่สุด"แต่พอเธอได้เป็นนางเอกซูเปอร์สตาร์ขึ้นมาจริง ๆ เธอกลับตั้งเงื่อนไขใหม่กับผมอีกเธอให้ผมไลฟ์สดขอแต่งงานอย่างเปิดเผยให้ครบ 100 ครั้ง เธอถึงจะยอมลดตัวจากสถานะนางเอกซูเปอร์สตาร์มาประกาศสถานะความสัมพันธ์ของเราทุกครั้งที่ผมยอมกระโดดโลดเต้นอยู่ในไลฟ์สดเหมือนตัวตลกเธอกลับควงหนุ่มหล่อไม่ซ้ำหน้าไปโผล่ตามโรงแรมหรูทั่วทุกมุมโลก ห
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
"หลายปีที่ผ่านมาก็เป็นแบบนี้ เขาไม่มีวันทิ้งฉันไปไหนหรอก"จางคุนพยักหน้า "ก็ใช่ อวี๋เฉิงเฝ่ยจะไปตัดใจจากเธอได้ยังไง ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาคลั่งรักเธอ ยอมทำเรื่องโง่ ๆ เพื่อเธอไม่รู้ตั้งเท่าไร"เป็นอย่างนั้นจริงด้วยหลายปีมานี้ผมรักเธอจนไม่เหลือศักดิ์ศรี รักจนใจพัง จนตรวจเจอโรคมะเร็งก็เหมือนที่เขาว่ากันว่า 'คนที่ได้รับความรักมักไม่กังวลอะไร'แต่ว่า...ต่อไปนี้จะไม่มีอีกแล้วผมหัวเราะเยาะตัวเอง ก่อนจะสาวเท้าออกจากที่นี่ให้เร็วขึ้นวันต่อมา ฟู่ซีโหรวควงดาราหนุ่มที่เป็นข่าวฉาวด้วยกันมาเดตที่บริษัทเพื่อนร่วมงานพากันมองผมด้วยสายตาเป็นห่วงแต่ผมเดินไปยื่นใบลาออกเหมือนคนไม่เป็นอะไร ผู้จัดการฝ่ายบุคคลถึงกับประหลาดใจ"อวี๋เฉิงเฝ่ย นายเป็นผู้จัดการดาราที่เก่งมากนะ ทำไมจู่ ๆ คิดจะลาออกล่ะ เป็นเพราะนางเอกซูเปอร์สตาร์มีคนใหม่ใช่ไหม"ผมเม้มริมฝีปากอย่างเหนื่อยอ่อนทุกคนก็เลยคิดว่า ไม่ว่าผมจะอยู่หรือไป สาเหตุทั้งหมดล้วนมาจากฟู่ซีโหรวไม่มีใครคิดเลยว่าผมทำเพื่อตัวเอง"จะคิดอย่างนั้นก็ได้ครับ""แต่นายลาออกบุ่มบ่ามแบบนี้ ถ้าเธอรู้เข้าคงได้อาละวาดแน่" ผู้จัดการฝ่ายบุคคลบ่นพึมพำ แต่สุดท้ายก็ยอ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
ตลอดหลายปีที่คบกัน ทุกครั้งที่ผมอยากจะไปดูหนังในโรงหนังเหมือนคู่รักคู่อื่น ๆ เธอมักจะเขย่าแขนผมแล้วกระซิบอ้อนวอน"ตอนนี้ฉันเป็นศิลปินนะ ถ้าโดนแอบถ่ายขึ้นมา ไม่ใช่แค่งานของฉันจะมีปัญหา แต่นายเองก็อาจจะโดนขุดคุ้ยประวัติไปด้วย ฉันกลัวว่านายจะเสียหายไงล่ะ"แต่หลังจากที่เธอได้เป็นศิลปินเต็มตัว ถ้าไม่สร้างกระแสคู่จิ้นกับดาราชายคนนี้ ก็ควงนักร้องหนุ่มคนนั้นไปเที่ยวเกาะบาหลีด้วยกันคำพูดพวกนั้นที่เคยใช้ปะเหลาะผมยังคงก้องอยู่ในหู เหมือนมันกำลังหัวเราะเยาะให้กับความรักอันลึกซึ้งของผมระหว่างที่หนังฉายไปได้ครึ่งเรื่องไป๋ซืออู๋ก็ขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเธออย่างสนิทสนม"พี่ซีโหรวครับ ข้างนอกโรงหนังมีแต่นักข่าวเต็มไปหมดเลย พวกเราชิงออกไปก่อนดีไหม พวกเราไปก่อนนะ นายค่อยตามออกมาทีหลังแล้วกัน" ฟู่ซีโหรวไม่ได้ถามความเห็นของผมสักคำพากันเดินจากไปพร้อมกับเขาเลยส่วนผมยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม ปล่อยใจดูหนังจนจบเรื่องอย่างเงียบ ๆผมจะไม่ยอมทนทุกข์ทรมาน หรือกระวนกระวายใจเพราะผู้หญิงที่ไม่รักผมอีกต่อไปแล้วเวลาและความรักที่เหลืออยู่หลังจากนี้ ผมจะขอมอบมันให้กับตัวเองหลังจากดื่มด่ำกับหนังจ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
"นายชอบก็ดีแล้ว เฉิงเฝ่ยนายสบายใจได้เลย ฉันพูดคำไหนคำนั้น การขอแต่งงานครั้งที่ 101 ของนาย ฉันจะใส่ชุดเจ้าสาวมาร่วมงานแน่นอน ถึงตอนนั้นเรื่องสถานที่กับการตกแต่งเดี๋ยวฉันจัดการเอง นายแค่แต่งตัวเป็นเจ้าบ่าวที่หล่อที่สุดก็พอ ฉันจะเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อย ต่อไปนี้นายห้ามอารมณ์เสียใส่ฉันอีกนะ"ผมมองดูใบหน้าที่จริงจังของเธอ"ต่อไปนี้ฉันจะไม่ก้าวก่ายเธออีกแล้ว"เธอชะงักนิดหน่อย ในที่สุดก็เริ่มสัมผัสได้ถึงการทำอย่างขอไปทีจากท่าทีของผมเธอเตรียมจะมากุมมือผมไว้แต่เสียงริงโทนโทรศัพท์อันเร่งรีบก็ขัดจังหวะเธอ หลังจากกดรับสายแค่ไม่กี่วินาที เธอก็หันมามองผมด้วยสายตารู้สึกผิด"ผู้กำกับบอกว่าต้องไปถ่ายซ่อมอีกสองสามฉากน่ะ ฉันต้องไปแล้ว"ผมไม่ได้คิดจะเปิดโปงคำโกหกของเธอเพราะผมได้ยินเสียงของไป๋ซืออู๋ชัดเจนมาก"ฉันเข้าใจ เธอไปจัดการธุระเถอะ"เมื่อเห็นผมใจกว้างผิดปกติ แววตาของฟู่ซีโหรวกลับฉายแววลนลาน เธอเม้มปากแน่นก่อนจะพูดอย่างตะกุกตะกักอีกประโยคหนึ่ง"งานขอแต่งงานคืนพรุ่งนี้ ฉันจะใส่ชุดเจ้าสาวมานะ เรามาจัดพิธีขอแต่งงานให้ยิ่งใหญ่กัน ถึงตอนนั้น ข่าวเรื่องความรักมาราธอนเจ็ดปีระหว่างผู้จัดก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
ไป๋ซืออู๋ที่สวมชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์และถือแหวนเพชรขอแต่งงานอยู่ในมือ รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันทีเขาหน้าเจื่อน ถามอย่างกระอักกระอ่วนว่า "พี่ซีโหรวครับ ผมไง...พี่ไม่มีความสุขเหรอ"ฟู่ซีโหรวไม่สนใจเขาด้วยซ้ำ สายตาเธอกวาดมองไปรอบ ๆ พยายามมองหาเงาร่างของผมแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าไป๋ซืออู๋กดเสียงต่ำ อ้อนวอนเสียงเบา "พี่ซีโหรว ตอนนี้กำลังไลฟ์สดทั่วประเทศอยู่นะครับ อย่าทำให้ผมหน้าแตกจนไม่มีที่ยืนเลยนะ"สมกับที่เป็นนางเอกซูเปอร์สตาร์ ฟู่ซีโหรวปรับเปลี่ยนสีหน้าอารมณ์ได้เร็วมากเมื่อเห็นผู้หญิงตรงหน้ากลับมามีท่าทีอ่อนอ่อนโยนเหมือนสายน้ำอีกครั้ง ไป๋ซืออู๋จึงยิ้มร่าแล้วพูดว่า "อวี๋เฉิงเฝ่ยน่ะ สุดท้ายก็สำนึกได้แล้วว่าคนที่ไม่ถูกรักต่างหากคือชู้ เขาเลยบอกให้ผมพยายามไขว่คว้าความสุขของตัวเองเอาไว้ จะว่าไป บางทีเขาก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกันนะ..."หน้ากากอันอ่อนโยนของฟู่ซีโหรวพลันแตกสลาย เธอกัดฟันคาดคั้น "นายไปพูดอะไรกับเขา?! ระหว่างฉันกับนายมันก็แค่การสร้างกระแสทางธุรกิจ นายคงไม่ได้คิดว่าที่ฉันซื้อของแบรนด์เนมให้ แปลว่าฉันชอบนายหรอกนะ?"ฟู่ซีโหรวในตอนนี้ราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมจะระเบิดอา
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
ไม่นานเครื่องบินแลนดิ้งลงที่อวิ๋นหนาน ผมมาพักฟื้นร่างกายที่บ้านสวนหลังเล็กที่แม่ทิ้งไว้ให้ อาการปวดรุนแรงทำให้ผมข่มตาหลับไม่ลง กลางดึกหลังจากที่ผมเพิ่งฉีดยาแก้ปวดให้ตัวเองไปเข็มหนึ่ง สายโทรศัพท์จากพ่อก็ดังขึ้นพ่อด่ากราดใส่ผมทันที "แกเปลี่ยนเบอร์ใหม่แล้วไม่บอกพ่อสินะ ฉันเลี้ยงแกเสียข้าวสุกจริง ๆ! แกเป็นบ้าไปแล้วเหรอไอ้ลูกเวร? แกยอมทนอยู่กับเธอมาตั้งกี่ปี ตอนนี้จวนเจียนจะแต่งงานกันอยู่แล้ว แต่ดันหนีเนี่ยนะ? แกรู้ไหมว่าเธอเปย์แกตั้งเท่าไร? ทรัพย์สินทุกอย่างที่เธอมีในตอนนี้ ครึ่งหนึ่งมันต้องเป็นของแก ขอแค่แกยอมแต่งงานกับเธอ แกก็มีเงินไปซื้อบ้านให้น้องชายแกได้แล้ว..."ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "พ่อเป็นห่วงผมจริง ๆ หรือว่าเป็นห่วงเงินดาวน์บ้านของเย่าจู่กันแน่"พ่อขบเขี้ยวเคี้ยวฟันตอบกลับมา "เออ! ฉันเสียดายเงิน แล้วฉันก็เจ็บใจแทนแกด้วย!"ผมหัวเราะเยาะตัวเอง "ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมวางสายนะ""แกมันโง่ดักดาน คิดอะไรไม่เป็น ฉันขุนข้าวน้ำเลี้ยงแกจนโตขนาดนี้ ตอนนี้แกคิดจะไม่เหลียวแลพ่อแท้ ๆ ของตัวเองแล้วล่ะสิ" พูดไปพูดมา ปลายสายก็มีเสียงชายชราร้องไห้"พ่อต้องการเงินเท่าไร"ปลาย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
เธอยังถึงขั้นประกาศความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับผมผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ ทั้งยังยอมรับเรื่องพฤติกรรมเลวร้ายสารพัดที่เคยทำไว้กับผมด้วย หวังว่าผมจะผ่านมาเห็นและยอมให้อภัยเธอตอนที่เจี๋ยหมิงเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ผมกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เลยไม่สนใจสักนิดด้วยซ้ำแค่พูดเสียงเรียบว่า "วันหลังเรื่องที่เกี่ยวกับเธอ ฉันไม่อยากได้ยินอีกแล้ว เธอไม่เกี่ยวข้องอะไรกับฉัน ฉันไม่อยากเจอเธออีกแล้วด้วย..."เจี๋ยหมิงตามใจผม เผยสีหน้าโล่งใจที่ในที่สุดผมก็ตาสว่างสักที "ได้เลยเพื่อน ฉันจะกันยัยนั่นไว้ให้ห่างที่สุด ไม่ยอมให้โผล่มาจัดฉากกวนใจนายอีกเด็ดขาด"อาการป่วยของผมทรุดหนักลงเรื่อย ๆ ความเจ็บปวดรุมเร้าจนนอนไม่หลับเกือบทั้งคืนเป็นประจำกลางดึกคืนหนึ่ง มีเบอร์แปลกโทรเข้ามาที่มือถือของผม ทันทีที่ได้ยินเสียง ผมก็รู้ทันทีว่าเป็นเสียงของฟู่ซีโหรว"อวี๋เฉิงเฝ่ย ฉันรู้ว่านายกำลังฟังอยู่ นายงอนฉันพอหรือยัง ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง เพราะก่อนหน้านี้ฉันเอาแต่ใจตัวเองเกินไป...แต่ลึก ๆ ฉันรักนายมาตลอดนะ นายยกโทษให้ฉัน แล้วเรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ดีไหม เราไปรักษาตัวที่ต่างประเทศกันนะ ที่นั่นมีเทคโนโลย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
"ฟู่ซีโหรว เธอเป็นถึงนางเอกซูเปอร์สตาร์ใหญ่โตไม่ใช่เหรอ เธอยังจำผู้ชายที่ยอมไปร่วมโต๊ะอาหาร ช่วยเธอกินเหล้าเจรจาธุรกิจจนอ้วกแตกอ้วกแตนคนนั้นได้ไหม เธอลองไปคิดดูหน่อยไหม เขายังหนุ่มแต่ต้องมาป่วยแบบนี้มันเพราะใครกัน?! ฟู่ซีโหรว เธอมันไม่ใช่คนเลยจริง ๆ ! ตอนแรกที่เธอยังเป็นดาราโนเนม เขาเป็นคนประคบประหงมผลักดันเธอ เลือกที่จะร่วมสู้ไปกับเธอ แต่เกือบสิบปีมานี้ เธอปั่นหัวเขามาตั้งกี่ครั้งแล้ว! เธอปล่อยให้ผู้ชายอกสามศอกคนหนึ่งต้องอับอายต่อหน้าคนขนาดนั้น แถมยังกล้าอ้างเรื่องงานเพื่อไปทำตัวคลุมเครือกับผู้ชายคนอื่นอีก เธอยังมีจิตสำนึกอยู่บ้างไหม?!"ฟู่ซีโหรวยืนฟังด้วยสายตาว่างเปล่า เหมือนวิญญาณถูกสูบออกไปแล้วเธอคิดไปเองตลอดว่าอวี๋เฉิงเฝ่ยก็แค่โกรธเธอชั่วครั้งชั่วคราว ผ่านไปไม่นานก็จะให้อภัยเธอเหมือนเมื่อก่อน และเฝ้ารอคอยที่จะได้แต่งงานกับเธอเธอปักใจเชื่อแบบนั้นจริง ๆจากนั้นฟู่ซีโหรวก็ทำตัวเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ เธอรีบเอื้อมมือไปกระชากชายเสื้อของเจี๋ยหมิง "ฉันอยากเจอเขา... ได้โปรดบอกฉันทีเถอะ ขอร้องละ... เฉิงเฝ่ยเขาอยู่ที่ไหน?!"เจี๋ยหมิงสะบัดมือเธอออก "ผู้หญิงอย่างเธอนี่มันน่ารังเกียจ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
"จะเป็นไปได้ยังไง มันเป็นไปไม่ได้!"แววตาของชายขี้เมาพลันสว่างวาบ เขาพึมพำกับตัวเองไม่หยุด เหมือนพยายามจะหลอกตัวเอง "ถ้ามันไม่อยากดูแลฉัน ก็แค่ไม่ต้องสนใจกันสิ... จะมาแต่งเรื่องอัปมงคลแบบนี้หลอกฉันทำไม"เมื่อเจี๋ยหมิงเห็นสีหน้าของเขา และนึกเชื่อมโยงถึงเรื่องราวต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ ก็เอ่ยปากถามคำถามสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ที่สุดออกไป"คุณลุงครับ ทั้ง ๆ ที่ อวี๋เฉิงเฝ่ย เป็นลูกแท้ ๆ ของคุณ แต่ทำไมกัน ทำไมคุณถึงต้องทำกับเขาแบบนี้ด้วยครับ คุณดีกับลูกเลี้ยงขนาดนั้น ทำไมไม่ยอมแบ่งเศษความรักมาให้ลูกแท้ ๆ ของตัวเองบ้าง"พ่อของโดนถามจนทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ ปากบ่นพึมพำไม่หยุด "มันเป็นลูกชายฉัน ฉันลำบากเลี้ยงมันมาจนโต ตอนนี้มันมีน้องชายแล้ว คนในบ้านจะได้พึ่งพาอาศัยกัน คนอื่นจะได้นึกถึงน้ำใจมัน ตอนนี้ฉันแก่ไร้น้ำยาแล้ว วันข้างหน้าถ้ามันมีเรื่องเดือดร้อนอะไร อย่างน้อยที่บ้านก็ยังมีคนคอยช่วยพยุงมัน... แฟนมันเป็นถึงดาราดังระดับนั้นแถมไม่ขาดแคลนเงินทอง ในข่าวบอกว่าได้เงินตั้งวันละสองล้านแปด ฉันขอเงินมันแค่สามแสน ถ้ามันไม่อยากให้ก็ไม่ต้องให้สิ จะแต่งเรื่องแบบนี้มาหลอกฉันทำไม... อวี๋เฉิงเฝ่ยมันเป็นลู
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status