Share

บทที่ 8

Penulis: เสี่ยวเชวี่ย
ห้าวันสุดท้ายในเป่ยเฉิง เจียงซูถงใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาล

ตลอดช่วงเวลานั้น ต้วนจือสวี่ไม่ได้ส่งข้อความหาเธอเลยแม้แต่ข้อความเดียว

จนกระทั่งวันออกจากโรงพยาบาล ไม่รู้ว่าเขารู้เรื่องที่เธอเข้าโรงพยาบาลมาจากไหน ถึงได้รีบร้อนตามมา

พอเห็นผ้าพันแผลบนหัวของเธอ สีหน้าของเขาก็เผยความรู้สึกผิดและเป็นห่วงออกมา พร้อมกับรีบอธิบายทันที

“พี่ครับ ตอนนั้นผมรีบไปหน่อย เลยไม่รู้ว่าพี่เข้าโรงพยาบาล พี่ไปโดนอะไรมาเหรอครับ?”

เจียงซูถงไม่อยากอธิบายอะไรมาก จึงเล่าคร่าว ๆ ไปว่า “โดนคนจงใจดักทำร้าย เอาขวดเหล้าฟาด”

ต้วนจือสวี่ชะงักไป แววตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “ใครกล้าทำร้ายพี่? ผมจะไปฆ่าเขา!”

เจียงซูถงหลุบตาลง กำลังจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากเขาจากไปวันนั้น หลินฉู่ฉู่ก็ผลักประตูเข้ามาพอดี

“พี่ซูถง ได้ยินว่าพี่ป่วยอีกแล้ว เป็นอะไรมากไหมคะ?”

พอเห็นเธอ เจียงซูถงก็กลืนคำพูดที่ยังพูดไม่จบลงคอไป น้ำเสียงราบเรียบ

“แผลเล็กน้อย กำลังจะออกจากโรงพยาบาลแล้วล่ะ”

ถามไถ่กันอีกสองสามประโยค พยาบาลก็เข้ามาเตือนพอดี ต้วนจือสวี่จึงออกไปจัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาลก่อน

เจียงซูถงเก็บของเสร็จ ก็เห็นว่าหลินฉู่ฉู่หุบยิ้มไปแล้ว แถมยังมองมาด้วยใบหน้าเย็นชา

“เอาล่ะ ตอนนี้รุ่นพี่ไม่อยู่แล้ว พี่ก็เลิกใช้แผนมารยาเรียกร้องความสนใจได้แล้ว วันนี้ที่ฉันมาก็แค่อยากจะบอกพี่ว่า รุ่นพี่ชอบฉันมาหลายปีแล้ว ชอบมาตั้งแต่มัธยมปลายแล้ว ชาตินี้พี่สู้ฉันไม่ได้หรอก เลิกทำเรื่องเปล่าประโยชน์เถอะ!”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายฉีกหน้ากากจอมปลอมทิ้งและเผยธาตุแท้ออกมา เจียงซูถงก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา

น้ำเสียงของเธอราบเรียบดั่งน้ำนิ่ง “เรื่องที่เธอพูด ฉันรู้หมดแล้ว และฉันก็ไม่เคยคิดจะแย่งกับเธอด้วย”

“ไม่เคยคิดเหรอ? แล้วพี่จะยังหน้าด้านหน้าทนไม่ยอมไปอีกทำไม? อย่าบอกนะว่าคิดว่ารุ่นพี่จะหวั่นไหวกับพี่จริง ๆ ? ผู้หญิงหน้าเงินที่อาศัยหน้าตายั่ว ๆ ปีนขึ้นเตียงผู้ชายแบบพี่ฉันเห็นมาเยอะแล้ว! เขาคงนอนกับพี่จนพรุนไปหมดแล้ว ป่านนี้คงเบื่อไปนานแล้วล่ะ!”

เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพ่นคำด่าทอแสนร้ายกาจพวกนี้ออกมา เจียงซูถงก็อดขมวดคิ้วไม่ได้และสวนกลับไปว่า

“แล้วคนแบบเธอที่มั่วผู้ชายอยู่ยุโรป แต่พอกลับประเทศก็มาทำตัวใสซื่อ จะเรียกว่า“ดอกบัวขาว”หรือ“ชาเขียว”ดีล่ะ?”

พอได้ยินเธอพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของหลินฉู่ฉู่ก็เปลี่ยนไปทันที “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ด้วย?”

“ตกลงว่าเป็นเรื่องจริงสินะ?”

หลินฉู่ฉู่ทนไม่ไหวอีกต่อไป เงื้อมือขึ้นตบหน้าเธอฉาดใหญ่ “จริงแล้วจะทำไม ฉันบอกแล้วไงว่ามันไม่เกี่ยวกับพี่ ผู้หญิงแก่ ๆ อย่างพี่รีบไปหาผู้ชายซื่อ ๆ สักคนแต่งงานให้ไวเถอะ ระวังหมดประจำเดือนจนมีลูกไม่ได้ แล้วต้องอยู่คนเดียวไปจนตายนะ!”

ความเจ็บแสบที่แล่นปลาบอยู่บนใบหน้า ทำให้เจียงซูถงสูดปากเบา ๆ

เธอจับแก้มที่บวมเป่งขึ้นมาเล็กน้อย แล้วขยับนิ้วมือทั้งห้าของตัวเอง

จากนั้นก็รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ตบหน้าสวนคืนไปฉาดใหญ่

หลินฉู่ฉู่ทนรับความอัปยศนี้ไม่ได้ กำลังจะพุ่งเข้าไปกระชากผมเจียงซูถง แต่ประตูที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกมากะทันหัน

วินาทีที่เห็นต้วนจือสวี่โผล่มา เธอก็บีบน้ำตาออกมาสองสามหยด แล้วโผเข้าสู่อ้อมกอดของเขาทันที

“รุ่นพี่คะ หลังจากที่พี่ออกไป พี่ซูถงก็บอกฉันว่าพวกพี่สองคนคบกันอยู่ ฉันไม่เชื่อเลยอยากจะไปถามพี่ให้แน่ใจ พอเธอได้ยินก็โมโห แล้วก็ตบหน้าฉันค่ะ!”

เมื่อเห็นรอยนิ้วมือทั้งห้าเด่นชัดบนใบหน้าของเธอ ต้วนจือสวี่ก็รู้สึกเลือดขึ้นหน้าทันที

เขาปกป้องเธอไว้ในอ้อมแขน มองไปที่เจียงซูถงด้วยใบหน้าทะมึนทึง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

“เจียงซูถง พี่เลิกทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผลสักทีได้ไหม!”

ตลอดเวลาห้าปีที่คบกันมา นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงซูถงเห็นต้วนจือสวี่โมโหใส่ตัวเอง

แถมยังเป็นเพราะหลินฉู่ฉู่

อาจเป็นเพราะเคยเห็นภาพที่เขายอมทำทุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนนี้มามากเกินไป เจียงซูถงจึงไม่รู้สึกผิดหวัง เจ็บปวด หรือโกรธแค้นอีกแล้ว

เธอเพียงแค่ตอบเขากลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์ความรู้สึกใด ๆ

“ฉันตบเธอจริง แต่เธอก็ตบฉันเหมือนกัน ก็แค่เจ๊ากันไป ทำไมนายไม่ลองถามดูล่ะว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

ต้วนจือสวี่ถึงเพิ่งสังเกตเห็นพวงแก้มที่แดงเถือกของเธอ

เขาเองก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ กำลังจะเอ่ยปากถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่หลินฉู่ฉู่ในอ้อมกอดกลับสลบไปเสียก่อน

เขาลุกลี้ลุกลนขึ้นมาทันที รีบอุ้มเธอวิ่งพุ่งไปที่ห้องตรวจ

ก่อนไป เขาทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียว

“พี่กลับไปก่อน เรื่องพวกนี้ไว้ผมกลับไปแล้วค่อยคุยกัน”

“ไม่มีคำว่าวันหลังอีกแล้ว”

เมื่อมองตามแผ่นหลังที่จากไปของเขา เจียงซูถงก็แค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ

เธอกลับมาที่อพาร์ตเมนต์ แล้วส่งกุญแจคืนให้กับนายหน้า

“รบกวนคุณช่วยแพ็คของที่เหลือในห้องส่งไปที่วิลล่าซีซานหมายเลข 4015 ด้วยนะคะ เก็บเงินปลายทางได้เลย”

นายหน้าเห็นเธอหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางมาตั้งหลายใบ จึงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

“คุณเจียง คุณจะไปจากเป่ยเฉิงแล้วเหรอครับ? จะไม่กลับมาแล้วเหรอ?”

“อืม ไม่กลับมาแล้วค่ะ”

ที่นี่ ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือให้เจียงซูถงต้องอาลัยอาวรณ์อีกต่อไปแล้ว

เธอทอดสายตามองเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินลงไปข้างล่าง โบกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังสนามบิน

ก่อนเครื่องบินจะเทคออฟ แอร์โฮสเตสก็ได้เดินเตือนผู้โดยสารให้ปิดโทรศัพท์มือถือ

เจียงซูถงกดเปิดวีแชตของต้วนจือสวี่ แล้วส่งข้อความหาเขาไปหนึ่งข้อความ

[ต้วนจือสวี่ ความจริงประโยคพวกนั้นในคลับวันก่อน ฉันได้ยินหมดแล้วนะ มีรักถึงมีแค้น ตอนนี้ฉันเหมือนจะไม่ได้เกลียดนายขนาดนั้นแล้ว คงเป็นเพราะว่า ฉันไม่ได้รักนายแล้วเหมือนกัน ข้อดีของการคบกับคนเป็นพี่ก็คือ พี่กล้ารักก็กล้าปล่อย ขอให้นายตามจีบคนในดวงใจสำเร็จนะ เราเลิกกันเถอะ]

สุดท้าย เธอก็ลบช่องทางการติดต่อของเขาทิ้งทั้งหมด

ในวินาทีที่กดปิดเครื่อง เครื่องบินก็ค่อย ๆ ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 22

    ต้วนจือสวี่ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาล กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนเตะจมูก แสงไฟนีออนบนเพดานสว่างจ้าจนแสบตา เขาพยายามขยับตัว แต่กลับรู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่างราวกับถูกรถทับ จนต้องสูดปากด้วยความเจ็บปวด“ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงของต้วนจือเหยียนดังมาจากด้านข้าง แฝงไปด้วยความเย็นชาและระอาใจต้วนจือสวี่หันหน้าไปมอง เห็นต้วนจือเหยียนนั่งอยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าดำทะมึนจนน่ากลัว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธจัดและผิดหวัง น้ำเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโห “ต้วนจือสวี่ ฉันมีน้องชายแบบแกได้ยังไงกัน? แกไม่รู้หรือไงว่าตัวเองเกือบจะพิการแล้ว?! ในเมื่อฟื้นแล้วก็ไม่ต้องพักฟื้นแล้ว ไสหัวกลับเป่ยเฉิงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วห้ามมาเหยียบที่ฮู่เฉิงอีกเป็นอันขาด!”ต้วนจือสวี่ไม่ได้สนใจคำด่าทอของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ถามอย่างร้อนรนว่า “อาถงล่ะ? เธอได้มาเยี่ยมผมบ้างไหม?”สีหน้าของต้วนจือเหยียนยิ่งดูแย่ลงไปอีก เธออ้าปากกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ประตูห้องพักผู้ป่วยกลับถูกผลักเปิดออกเสียก่อนเจียงซูถงเดินเข้ามา ในมือยังจูงมือกู้เหยียนเอาไว้ด้วยดวงตาของต้วนจือสวี่เป็นประกายขึ้นมาทั

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 21

    ต้วนจือเหยียนมองเขาอย่างเย็นชา น้ำเสียงแฝงความเหยียดหยาม “เป็นไปไม่ได้งั้นเหรอ? ต้วนจือสวี่ แกตาสว่างได้แล้ว! อาถงตัดใจจากแกไปตั้งนานแล้ว คนที่เธอรักตอนนี้มีแค่กู้เหยียน ต่อให้แกคุกเข่าจนตายอยู่ตรงนี้ เธอก็ไม่ชายตามองแกแม้แต่แวบเดียวหรอก”ทว่าต้วนจือสวี่กลับเหมือนไม่ได้ยิน เขายังคงจับมือต้วนจือเหยียนไว้แน่น น้ำเสียงเจือความสิ้นหวัง “พี่ พี่ช่วยผมหน่อย... ผมผิดไปแล้วจริง ๆ... ผมขาดเธอไม่ได้...”ต้วนจือเหยียนโกรธจนแทบจะเป็นลม เธอสะบัดมือต้วนจือสวี่ออกอย่างแรง ตะคอกด้วยน้ำเสียงเหลืออดว่า “ต้วนจือสวี่! แกมีสติหน่อยได้ไหม! ตอนนี้แกกลับเป่ยเฉิงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ! ถ้าแกไม่กลับ ฉันจะให้พ่อกับแม่มาจับมัดแกกลับไป!”ต้วนจือสวี่กลับเหมือนไม่ได้ยินสิ่งใด เขายังคงจ้องเขม็งไปที่ประตูทางเข้างานแต่งงาน แววตาเต็มไปด้วยความเว้าวอนต้วนจือเหยียนโกรธจนตัวสั่น ขณะที่กำลังจะหันหลังเดินจากไป กลับได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งอย่างเร่งรีบดังมาจากด้านหลังเธอหันกลับไปมอง ก็เห็นต้วนจือสวี่พุ่งตัวไปยังลานจอดรถของสถานที่จัดงานแต่งราวกับคนบ้าเจียงซูถงกับกู้เหยียนกำลังเตรียมตัวจะขึ้นรถ ต้วนจือสวี่ก็พุ่งพรวดไปที่หน้าต่าง

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 20

    ต้วนจือสวี่ถูกรปภ.ลากตัวออกมานอกประตูใหญ่ของสถานที่จัดงานแต่งงาน ประตูบานหนาปิดลงดัง “ปัง” ตามหลังเขา ตัดขาดความคึกคักและเสียงจอแจด้านใน เขายืนอยู่ข้างนอก ทว่าในหูราวกับยังคงได้ยินเสียงจากด้านใน…เสียงพิธีกรประกาศช่วงเวลาแลกแหวน เสียงหัวเราะโห่ร้องยินดีของแขกเหรื่อ และเสียงจุมพิตแผ่วเบาที่ดังพอจะทำให้เขาใจสลายหัวใจของเขาราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นอย่างแรงจนเจ็บปวดแทบหายใจไม่ออก เขาพุ่งตัวไปที่ประตูแล้วทุบอย่างแรง พลางตะโกนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เปิดประตู! ขอร้องล่ะเปิดประตูเถอะ! อาถง! พี่อย่าแต่งงานกับเขานะ! ผมขอร้อง... พี่อย่าแต่งงานกับเขาเลย!”แต่คนข้างในดูเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงของเขา หรือพูดให้ถูกคือไม่มีใครอยากสนใจเขาสักนิด งานแต่งงานยังคงดำเนินต่อไป เสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ และเสียงอวยพร ราวกับมีดแหลมคมนับไม่ถ้วนที่ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของเขาอย่างโหดเหี้ยมต้วนจือสวี่แนบหน้าผากเข้ากับบานประตูที่เย็นเฉียบ น้ำตาร่วงหล่นลงมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ตัวเองต้องมาอ้อนวอนขอการให้อภัยจากใครสักคนอย่างน่าสมเพชเช่นนี้ก่อนมาที่นี่ เขาคิดหาวิธีไว้มากมาย ถึงขั้นคิด

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 19

    ต้วนจือสวี่ราวกับถูกฟ้าผ่า ร่างทั้งร่างแข็งทื่ออยู่กับที่ ราวกับถูกน้ำเย็นเฉียบสาดรดตั้งแต่หัวจรดเท้า ความเหน็บหนาวทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัวสายตาของเขาจดจ้องเจียงซูถงบนเวทีเขม็ง มองเธอสวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ยืนเคียงข้างผู้ชายอีกคนส่วนต้วนจือเหยียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอก็สวมชุดเพื่อนเจ้าสาว มองเธอด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข ราวกับกำลังเป็นพยานในพิธีการที่แสนงดงามทั้งหมดนี้ กำลังบอกเขาอย่างชัดเจนว่า…นี่คืองานแต่งงานของเจียงซูถงในหัวของเขาขาวโพลนไปหมด หูอื้ออึง ราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมากระทั่งเสียงพิธีกรดังขึ้นอีกครั้ง เขาถึงได้สติกลับมา“คุณเจียงซูถงครับ คุณยินดีที่จะแต่งงานกับคุณกู้เหยียนหรือไม่ ไม่ว่าจะยากดีมีจน เจ็บไข้ได้ป่วย คุณจะยังคงรัก เคารพ และอยู่เคียงข้างเขาไปจนตราบสิ้นลมหายใจหรือเปล่าครับ?”เจียงซูถงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ทอดสายตามองกู้เหยียนอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากประดับรอยยิ้มบาง ๆ ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปาก ต้วนจือสวี่กลับพุ่งพรวดขึ้นไปบนเวทีราวกับคนบ้า ตะโกนเสียงแหบพร่าว่า “ไม่ยินดี! เธอไม่ยินดี!”แขกเหรื่อทั้งงานแตกตื่น สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ต้ว

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 18

    ทันทีที่ส่งข้อความออกไป ในกลุ่มแชตก็แทบจะระเบิด[โอ้ จือสวี่ ในที่สุดนายก็คิดได้แล้วเหรอ? ไม่ชอบหลินฉู่ฉู่แล้วจริง ๆ เหรอ?][มันควรจะเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้ว! ผู้หญิงอย่างหลินฉู่ฉู่ ไม่คุ้มให้เสียเวลาด้วยหรอก!][แต่ทางเจียงซูถงนี่สิ... นายทำร้ายเธอไว้เจ็บแสบขนาดนั้น เธอจะยอมยกโทษให้นายเหรอ?]ต้วนจือสวี่มองข้อความในกลุ่ม นิ้วเรียวพิมพ์ลงบนหน้าจออย่างรวดเร็ว [ฉันเลิกชอบหลินฉู่ฉู่ไปตั้งนานแล้ว ที่ผ่านมาก็แค่อาลัยอาวรณ์ไปเอง ช่วงที่อยู่กับเธอในหัวฉันมีแต่อาถง เมื่อก่อนฉันคิดไม่ได้ แต่ตอนนี้คิดได้แล้ว]ในกลุ่มเงียบไปไม่กี่วินาที ก่อนจะกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง[ไอ้น้อง นายคิดได้ก็ดีแล้ว! ผู้หญิงอย่างหลินฉู่ฉู่ไม่คู่ควรให้นายไปทุ่มเทให้หรอก นายคงยังไม่รู้ละสิว่าพอภาพหลุดบนเตียงของเธอถูกแฉ หุ้นของตระกูลหลินก็ดิ่งฮวบจนตอนนี้ล้มละลายไปแล้ว หลินฉู่ฉู่โดนพ่อแม่ทุบตีและด่าทอทั้งวัน ได้ยินมาว่าครอบครัวพวกเขาเตรียมตัวจะย้ายออกจากเป่ยเฉิงแล้ว]ต้วนจือสวี่ขมวดคิ้ว แต่ในใจกลับไม่มีความรู้สึกหวั่นไหวใด ๆ เขาหมดความสนใจในเรื่องของหลินฉู่ฉู่ไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เขาแค่อยากหาเจียงซูถงให้พบโดยเร็วที่สุด เ

  • สุดสายทางรัก...พักใจไว้ที่เธอ   บทที่ 17

    อีกด้านหนึ่งที่ฮู่เฉิงเจียงซูถงตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเริ่มแต่งหน้าทำผม ชุดแต่งงานที่สั่งตัดพิเศษขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ ขับเน้นเอวคอดกิ่วและช่วงไหล่ที่สง่างามของเธอวินาทีที่เธอสวมชุดแต่งงาน ทุกคนในห้องต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง“พระเจ้าช่วย อาถง เธอสวยเกินไปแล้ว!” เหล่าเพื่อนสนิทที่รายล้อมอยู่รอบตัวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมเจียงซูถงยิ้มบาง ๆ สายตาทอดมองไปในกระจกภาพของเธอในกระจกนั้นสวยงามราวกับภาพวาด มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขจาง ๆ“เจ้าบ่าวมาแล้ว!” จู่ ๆ ก็มีคนตะโกนขึ้นเจียงซูถงหันกลับไป และเห็นกู้เหยียนเดินเข้ามาเขาสวมชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บมาอย่างประณีต รูปร่างสูงโปร่ง บุคลิกดูสง่างามและสูงส่งสายตาของเขาจับจ้องมาที่เจียงซูถง แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างไม่ปิดบัง“อาถงสวยไหมคะ?” คนในห้องเอ่ยถามเขาพร้อมรอยยิ้มกู้เหยียนไม่ได้ตอบ แต่กลับเดินตรงดิ่งไปหาเจียงซูถง โน้มตัวลงประทับจูบแผ่วเบาที่ลำคอของเธอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยน “สาวน้อยของฉัน สวยที่สุดในโลกเลย”ใบหน้าของเจียงซูถงแดงระเรื่อ เธอค้อนเบา ๆ “ฉันจะสามสิบอยู่แล้ว ยังจะมาเรียกสาวน้อยอีก”กู้เหยียน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status