LOGINฉันรักลู่เหยี่ยถังมาสิบปี แต่เธอกลับเกลียดฉันเข้ากระดูกดำ เธอเกลียดที่ฉันแย่งตำแหน่งสามีของเธอมา ทำให้คนที่เธอรักสุดหัวใจต้องทนทุกข์และน้อยเนื้อต่ำใจ จนกระทั่งฉันป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เธอกลับเฝ้าอยู่ข้างเตียงในช่วงสุดท้ายของชีวิต ดวงตาแดงก่ำพลางพูดว่า “ซูอิ่งเฉิน ชาติหน้าเราอย่าได้พบกันอีก”
View Moreสองปีต่อมา เพราะฉันประพฤติตัวดีในเรือนจำ ประกอบกับลู่เหยี่ยถังคอยดำเนินการช่วยเหลืออยู่ข้างนอก ฉันจึงได้รับการลดโทษและได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดในวันที่ออกจากคุก ท้องฟ้าแจ่มใส แสงแดดส่องสว่างฉันเดินออกจากประตูเรือนจำ สูดอากาศแห่งอิสรภาพเข้าไปเต็มปอดลู่เหยี่ยถังยืนอยู่ไม่ไกล ในมือถือช่อดอกไม้เธอผอมลงยิ่งกว่าเมื่อสองปีก่อน แววตาเต็มไปด้วยร่องรอยของชีวิตที่ผ่านความผันผวนเมื่อเห็นฉัน เธอก็เดินเข้ามาอย่างตื่นเต้น “อิ่งเฉิน คุณออกมาแล้ว”ฉันมองเธออย่างสงบนิ่ง “คุณลู่ มีธุระอะไรหรือ”เธอชะงักไป แสงในดวงตาหม่นลงทันที“อิ่งเฉิน ฉันมารับคุณกลับบ้าน”“บ้านงั้นเหรอ” ฉันยิ้มเล็กน้อย “ฉันไม่มีบ้าน”“คุณมี บ้านของฉันก็คือบ้านของคุณ” เธอพูดอย่างร้อนรนฉันส่ายหน้า “ลู่เหยี่ยถัง ระหว่างเราจบลงแล้ว”ฉันเดินผ่านเธอไปข้างหน้า“อิ่งเฉิน” เธอตะโกนเรียกจากด้านหลัง “คุณจะไปไหน”“ไปในที่ที่ไม่มีคุณ”ฉันเดินทางตามที่อยู่บนหน้าบัตร ไปหาเฮียเตาเขาเปิดร้านปิ้งย่างแห่งหนึ่ง กิจการกำลังไปได้สวย“มาแล้วเหรอ” เมื่อเห็นฉัน เขาก็ยิ้ม“มาแล้ว” ฉันยิ้มตอบฉันอยู่ทำงานที่ร้านปิ้งย่าง โดยเริ่มจากตำแห
“ก่อนที่ฉันจะตาย คุณบอกฉันว่า ชาติหน้าอย่าได้พบกันอีก”รูม่านตาของลู่เหยี่ยถังหดตัวลงอย่างรวดเร็ว ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้“ฉัน...ฉันฝันเรื่องหนึ่ง...” เสียงของเธอสั่นเครือ “ฉันฝันว่าคุณป่วย แล้วฉันเฝ้าอยู่ข้างเตียงคุณ...”“นั่นไม่ใช่ความฝัน” ฉันขัดเธอ “นั่นคือเรื่องราวในชาติที่แล้วของเรา”ลู่เหยี่ยถังพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เธอยกมือปิดหน้า ร้องไห้จนแทบขาดใจ“อิ่งเฉิน ขอโทษ...ขอโทษ...”“ฉันไม่รู้...ฉันไม่รู้จริง ๆ...”ฉันมองเธอร้องไห้อย่างสงบนิ่ง แต่ในใจกลับไม่มีความรู้สึกใด ๆ หลงเหลือ“ลู่เหยี่ยถัง มันสายเกินไปแล้ว”ฉันลุกขึ้น เตรียมจะเดินจากไป“อิ่งเฉิน” เธอตะโกนขึ้นมา “อย่าไปนะ ขอร้องล่ะ อย่าไป”เธอทุบกระจกอย่างแรง ราวกับต้องการทุบมันให้แตก“ฉันจะใช้ทุกอย่างที่ฉันมีชดใช้ให้คุณ ขอร้องล่ะ ให้โอกาสฉันอีกครั้ง”ฉันหยุดฝีเท้า ก่อนหันกลับไปมองเธอ“ลู่เหยี่ยถัง คุณยังจำสิ่งที่คุณเคยพูดกับ ‘ซูซินรุ่ย’ ได้ไหม”“คุณบอกว่าคุณรักเขา และจะรักเขาตลอดไป”เธอชะงักไป“วันนั้น คนที่อยู่ในรถคือฉัน”ลู่เหยี่ยถังเหมือนถูกฟ้าผ่า ใบหน้าซีดเผือดลงในพริบตา“ไม่...เป็นไปไม่ได้...”“ล
ฉันตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว รีบเบี่ยงตัวหลบ แต่แปรงสีฟันก็ยังเฉี่ยวแก้มของฉันจนเป็นแผล ทิ้งรอยเลือดยาวเอาไว้“ซูอิ่งเฉิน ไอ้สารเลว แกทำให้ฉันต้องติดคุก” นักโทษคนนั้นคำรามเสียงดังฉันจำเขาได้แล้ว เขาคือผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของเครือซู และเป็นหนึ่งในแพะรับผิดแทนในคดีตกแต่งบัญชีครั้งนี้เขาจะต้องถูกซูซินรุ่ยซื้อตัวมาแน่ฉันไม่ถอยหนี แต่พุ่งเข้าไปปล้ำกับเขาทันที ฉันจะไม่ยอมรอความตายอยู่เฉย ๆ ฉันเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง และจะไม่หวาดกลัวอีกฉันใช้แรงทั้งหมดที่มี กดเขาลงกับพื้น แล้วแย่งแปรงสีฟันจากมือของเขามา“ใครเป็นคนสั่งนาย” ฉันถามเสียงเย็นแววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่กลับไม่กล้าพูดอะไรผู้คุมรีบเข้ามาและแยกพวกเราออกจากกันเพราะก่อเหตุทะเลาะวิวาท ฉันจึงถูกส่งเข้าห้องขังเดี่ยวอีกครั้งครั้งนี้เป็นเวลาสิบห้าวันเมื่อออกจากห้องขังเดี่ยว ฉันแทบหมดเรี่ยวแรงฉันมีไข้สูงจนหมดสติไม่รู้สึกตัวฉันขดตัวนอนอยู่บนเตียงข้างห้องน้ำ บางครั้งก็รู้สึกตัว บางครั้งก็สะลึมสะลือไม่มีใครดูแลฉัน ในสถานที่แห่งนี้ หากล้มลงก็หมายถึงถูกคัดออกฉันอาศัยความเจ็บปวดจากความทรงจำในชาติก่อน และสัญชาตญาณ
ตกกลางคืน ทุกคนหลับกันหมดแล้วฉันนอนอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ สูดกลิ่นเหม็นฉุนจนแสบจมูก ลืมตาอยู่จนฟ้าสางฉันบอกตัวเองว่า ซูอิ่งเฉิน นายตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ยังจะกลัวอะไรอีกช่วงหลายวันต่อมา เฮียเตายังคงหาวิธีทรมานฉันสารพัดให้ฉันอาบน้ำเย็น เทอาหารของฉันทิ้ง และให้ฉันทำความสะอาดห้องขังทั้งห้องเพียงคนเดียวแต่ฉันไม่เคยต่อต้านและไม่เคยขอร้อง เพียงชินชาจำยอมรับทุกอย่างปฏิกิริยาของฉันเหมือนชกใส่ก้อนนุ่น ไม่ได้รับการตอบสนองแม้แต่น้อยเมื่อเวลาผ่านไป เฮียเตาก็ดูเหมือนจะรู้สึกหมดสนุกการรังแกคนที่ไม่ร้องไห้ ไม่อ้อนวอน แม้แต่สายตาก็ไม่หลบหนี ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสะใจสักเท่าไรเขามาหาเรื่องฉันน้อยลงเรื่อยๆ สุดท้ายก็ทำเหมือนฉันเป็นเพียงอากาศธาตุเมื่อคนอื่นๆ ในห้องขังเห็นดังนั้น พวกเขาก็ไม่เข้ามาหาเรื่องฉันอีก ฉันไม่ได้รับความช่วยเหลือจากใคร เพียงอาศัยความเงียบและความอดทนของตัวเอง แลกกับมุมหนึ่งที่สงบและไม่มีใครมารบกวนได้ชั่วคราวลู่เหยี่ยถังมาเยี่ยมฉันอยู่หลายครั้ง แต่ฉันปฏิเสธทั้งหมด ฉันไม่อยากพบเธอ และยิ่งไม่อยากให้เธอเห็นสภาพของฉันในตอนนี้วันเวลาในสถานกักกันค่อยๆ สงบลง แต่ฉันรู้ดีว่านี