LOGINหญิงสาวเปลี่ยนชุดออกมาจากห้องลองชุดและเป็นชุดที่คล้ายกับเสื้อผ้ากันหนาว แถมยังมีโค้ทตัวยาวคลุมทับอีกที สุริยะเริ่มสงสัยหนักขึ้นที่ดาเนียทำตัวแปลก ๆ คล้ายกับจะรีบเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง
"จะใส่ไปเลยเหรอ ไม่ร้อนหรือไง"
"ใส่เล่น ๆ เดี๋ยวก็ถอดค่ะ เนียไปจ่ายเงินก่อนนะคะ"
"ไม่เป็นไรฉันจ่ายเอง" สุริยะเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ แต่ดาเนียรีบซอยเท้าวิ่งมาประกบเขาจนหัวกระแทกกับแผ่นหลังกว้าง เขาตวัดตาขุ่นมามอง
"คือขอโทษค่ะ จริง ๆ เฮียแซ็คไม่ต้องออกให้เนียหรอก เนียไม่อยากติดค้างใคร"
"พูดอะไรไร้สาระ" เสียงเข้มบอกแล้วเดินนำออกไปจากร้าน ไหล่เล็กห่อลู่เดินตามตัวลีบ จังหวะที่เดินผ่านร้านเครื่องประดับผู้ชายเธอก็สะดุดเข้ากับสร้อยข้อมือคู่รัก จึงแอบย่องเข้าไปซื้อโดยไม่ให้เขาเห็น เฮียแซ็คที่เดินฉับฉับนำไปที่รถถึงไม่เอะใจว่าเธอหายไปไหน เพราะเธอไม่สำคัญกับเขาเท่าไหร่เขาถึงได้เดินนำไปโดยไม่คิดจะรอเธอ แต่ก็ดีแล้วล่ะอย่ามาผูกพันอะไรกับเธอมากนักเลย อีกไม่กี่ชั่วโมงเธอก็จะไปแล้ว
"ขอโทษนะคะที่เนียมาช้า โฮ่ยยเหนื่อยจัง" ดาเนียกระโดดขึ้นมานั่งข้างคนขับ แล้วทำลับลมคมในยัดถุงกระดาษห่อเล็กใส่ลงไปในกระเป๋าอย่างรีบร้อน
"ไปไหนมาอีก แว่บเก่งเหลือเกิน ต่อไปมีแฟน แฟนคงปวดหัวตาย" ทำไมชอบไล่ให้เธอไปมีคนอื่นจัง เฮียแซ็คคนใจไม้ไส้ระกำ
"เขาอาจจะไม่ปวดหัวก็ได้ค่ะ อาจจะมีความสุขม๊ากมากเลยก็ได้ที่ได้เนียเป็นแฟน เพราะเนียสวยและก็ไม่ได้โง่แบบที่ใครบางคนบอกด้วย" สุริยะเลิกคิ้วสูงหลุดยิ้มกับท่าทางสรรเสริญเยินยอตนเองของดาเนีย
ให้ตายเหอะเขาไม่ได้อยากยิ้มแบบนี้มานานแล้ว แต่ยัยเด็กนี่กลับทำให้เขายิ้มออกมาได้
"และก็ไม่มีวันเป็นฉันด้วย เอาล่ะพร้อมจะกลับบ้านหรือยัง หรือจะให้ไปส่งที่ไหน" ดาเนียมองนาฬิกาดิจิตอลในรถของเขาที่บอกเวลาสองทุ่มครึ่ง ถ้าขับรถไปตอนนี้ก็น่าจะถึงก่อนเวลา
"ไป...ไปสนามบินค่ะ"
สุริยะหันขวับจ้องมองใบหน้าที่อ้างว้าง ดวงตากลมหลุบมองกระจกด้านนอกพยายามหลีกเลี่ยงที่จะถูกเขาซักถาม และเขาก็บ้าขับรถไปส่งเธอที่สนามบินโดยไม่ปริปากหรือถามเหตุผลว่ามาทำอะไร
แล้วทำไมเขาจะต้องถามด้วย ไม่ได้สำคัญอะไร ไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไรกัน อยากไปไหนก็ไป เขาไม่สนใจหรอก
"ขอบคุณนะคะ.....เอ่อคือเนียมีของจะให้ด้วยค่ะ" ดาเนียควักกล่องเครื่องประดับออกมาจากถุงใบเล็กที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าแล้วส่งให้กับสุริยะ เขาหลุบมองแล้วเปิดของในมือของเธอออกมาดู สร้อยสีทองห้อยด้วยแม่กุญแจและลูกกุญแจ
"ให้ทำไม" เขาไม่คิดจะรับมันไปจากมือเธอด้วยซ้ำ
"เผื่อว่าวันหนึ่งเฮียแซ็คจะพบใครสักคนที่ดีที่รักเฮียแซ็ค เนียรู้มาว่าเฮียเคยจะแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้แต่ง"
"ไอ้เรนไอ้ปากพล่อย" กร่นด่าอย่างหงุดหงิด
"ช่วยรับไว้หน่อยได้ไหมคะ ถือว่าเป็นของขวัญแลกกับที่เฮียแซ็คจ่ายค่าเสื้อผ้าพวกนี้ให้ ขอร้องเถอะค่ะ"
บ่อน้ำตาของเธอมันจะแตกอยู่แล้วทำไมเขาไม่รีบรับ ๆ ไปให้สิ้นเรื่อง หรือเขารังเกียจเธอมากจนถึงขนาดไม่อยากรับของจากเธอเชียวหรือ เขาเห็นดวงตากลมพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล
"ขอบใจ" เขารีบรับมาแล้วย่นคิ้วติดกันเหมือนโบว์ใหญ่ ดาเนียยิ้มกว้างเห็นเขี้ยวเล็กสองซี่ด้วยความดีใจ
"ขอบคุณนะคะที่วันนี้พาเนียไปเที่ยว ขับรถกลับดี ๆ นะคะ"
"อือ ฉันไปล่ะ" บอกแล้วหันหลังจากไป ทว่าทำไมเขาต้องรู้สึกหวิว ๆ ข้างในใจด้วย ทำไมใจมันหายแปลก ๆ
"เฮียแซ็ค!" ดาเนียตะโกนไล่หลังแล้ววิ่งตามมา พอเขาเอี้ยวตัวหันกลับไปก็ถูกสองมือเล็กตะครุบที่เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำแล้วโน้มลงไปให้รับจุมพิตนุ่มละมุน แถมยังเป็นจูบที่ไม่ตาสีตาสา จูบเด็กน้อยที่ไม่ได้เรื่องเลยสักนิด
แต่มันกลับทำให้หัวใจของเขาเต้นตูมตาม เต้นจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เป็นไปไม่ได้เขาไม่ได้ตื่นเต้นกับรสจูบอนุบาลของดาเนีย เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ ไม่ได้รู้สึก....
ริมฝีปากอิ่มถอดถอนออก ดวงหน้าสว่างสวยเฉี่ยวแบบเชื้อสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ยิ้มหวานอย่างปลื้มใจ น้ำตาอาบไหลนองแก้มนวลแดง "เนียรักเฮียแซ็คนะคะ และจะรักตลอดไป"
"คุณหนูครับ" เสียงของทนายความกริชตะโกนเรียกดาเนียจากทางด้านหลังพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่ที่ถูกลากเข้ามาหาเธอ พร้อมกับหุ่นสูงโปร่งหน้าตาละม้ายคล้ายพิรุณที่เดินตรงเข้ามาหาเขากับน้องสาวของมัน ขาแว่นสีดำถูกเกี่ยวออกพลางถอนหายใจเฮีอกใหญ่เมื่อเห็นน้องสาวอยู่กับไอ้เพื่อนใจแข็ง
"พี่เรนคะ มาแล้วเหรอ" ดาเนียกระโจนเข้าไปกอดพี่ชาย พิรุณเกลี่ยเช็ดน้ำตาของน้องสาวด้วยสองมืออย่างทนุถนอม จนป่านนี้แล้วเพื่อนซี้ของเขามันก็ยังงมความทุกข์ของตัวเองอยู่เหมือนเดิม โดยไม่รู้เลยว่าใครอีกคนที่มีผลต่อจิตใจกำลังจะจากไปอีกนานแสนนาน
"หน้าตาเลอะเทอะหมด อย่าร้องไห้อีกนะคนเก่งของพี่" หลังมือของลูกพี่ลูกน้องที่เปรียบเสมือนพี่ชายแท้ ๆ และพ่ออีกคนของเธอกระซิบนุ่มนวล "ไปอยู่กับทนายกริชก่อน พี่จะคุยกับไอ้หมาบ้าซะหน่อย"
ดาเนียชายตามองสุริยะอย่างอาลัยแต่ก็ยอมเดินไปหาทนายกริช ทันใดนั้นเพื่อนสนิทที่ระดับความสูงไล่เลี่ยกันเดินมาประจันหน้าด้วยแววตาเย็นชาและโกรธกร้าว
"สมใจมึงแล้วนะไอ้แซ็ค ดาเนียจะไม่อยู่เมืองไทยแล้ว มึงจะได้เป็นอิสระจากน้องกูสักที"
"หมายความว่าไงไอ้เรน" เขาถามแต่ก็ยังชำเลืองมองดาเนียเป็นระยะ
"เมื่อคืนพ่อเนียถูกยิงอาการสาหัสกูเลยจะย้ายลุงไปรักษาตัวที่บ้านเกิดเนีย ถ้าลุงกูหายเมื่อไหร่กูจะบินกลับมา แต่เนียจะไม่กลับจนกว่าจะเรียนจบ"
"แล้วไงกูต้องแคร์ด้วยเหรอวะ" เขาเชิดหน้าขึ้นไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ดาเนียจะจากไป
"หึหึ! ไอ้เชี่ยเอ้ย มึงนี่มันจริง ๆ งั้นมึงก็จมอยู่ในโลกมืด ๆ ของมึงไปนะ กูขี้เกียจตื๊อมึงละ อุตส่าห์เชียร์ขนาดนี้ เดี๋ยวกูแม่งไปเชียร์คนอื่นซะเลย"
"ไม่ได้!!!"
ห่าเอ้ย! เขาพูดอะไรออกไปวะ ทำไมถึงพูดไปแบบนั้นวะไอ้แซ็ค
"สรุปมึงจะเอายังไง สามปีนะที่ดาเนียไม่อยู่ มึงไม่กลัวใครจะสวบน้องกูก็ตามใจ"
"ไม่มีใครไม่มีวันได้สวบเนียหรอก เนียต้องเป็นของกูคนเดียว"
"มึงมันชอบคิดได้ตอนที่สายเกินไป สมน้ำหน้าสามปีนี้มึงก็หอนไปนะ" เสียงเข้มแดกดันเพื่อนอย่างหงุดหงิด
สุริยะถอนหายใจเขาเองก็ยังสับสนอยู่ว่าเกิดบ้าอะไรขึ้นมา ทำไมถึงรู้สึกหึงหวงดาเนียทั้งที่ยังไม่เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ หรือเพราะวันทั้งวันนี้เขาได้พบตัวตนที่สดใสของเธอ
ตัวตนของดาเนียที่เปล่งแสงส่งมาถึงสุริยะที่ดำมืดอย่างเขา และพลิกฟื้นคืนดวงอาทิตย์ไร้แสงให้รอดพ้นจากหลุมแห่งความมืดมิดอีกครั้ง ทว่าแสงสุดท้ายที่อบอุ่นนี้กำลังจะจากเขาไปไกล
และเป็นเวลาอีกหลายปีกว่าที่เขาจะได้พบเธออีกครั้ง ทว่าเมื่อวันนั้นมาถึงดาเนียจะหมดรักเขาแล้วหรือยัง
เขาก็แค่จะอยู่รอให้ถึงวันนั้น หากเธอยังมั่นคงต่อความรู้สึกอยู่ล่ะก็ เขาจะพลีกายถวายหัวใจให้เธอเพียงคนเดียว
สนามบินซุสอายุ 23 ปีเตรียมบินไปเรียนปริญญาโทต่อที่อเมริกาชายหนุ่มสูงยาวเข่าดีกระดิกเท้าชะเง้อมองหาเด็กสาวจอมจุ้นซาลาเปาที่โทรบอกว่ากำลังจะถึง แต่รอเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่โผล่หน้ามาสักที จนน้องสาวน้องชายอีกสามคนที่มาส่งแห่กันกลับบ้านไปพร้อมกับคุณอรุณฉายหมดแล้ว ยัยปุกเปาก็ยังไม่ถึง"รออีกหน่อยน่าเดี๋ยวก็มา" ดาเนียตบบ่าลูกชาย"แกดูอาลัยอาวรณ์จังนะเจ้าซุส อย่าบอกนะว่า...รักน้องอ่ะ" สุริยะปรี่เข้ามาเอาแขนคล้องคอลูกชายแล้วเริ่มเปิดประเด็น"รักอะไรครับพ่อ ยัยเปาไม่ใช่สเป็คผม ก็แค่กลัวยัยนั่นร้องไห้ขี้มูกโป่งเฉย ๆ เดี๋ยวจะมาหาว่าผมใจร้ายไม่รอ" รีบปฏิเสธ"เฮียยยย....แฮ่ก ๆ" ซาลาเปาในชุดนักศึกษามหาลัยปีหนึ่งวิ่งหอบเข้ามาหาซุส สุริยะ และดาเนีย ด้านหลังมีพนาธีร์ กับเหมียวเดินตามมาส่งด้วย"ไปลาเฮียซุสสิเปา" แม่เหมียวดันหลังลูกสาวที่เหงื่อแตกเต็มหน้าพวกพ่อแม่ก็เลยปล่อยให้ลูก ๆ ได้มีเวลาบอกลากันเป็นการส่วนตัว"เอ้าผ้าเช็ดหน้าเช็ดซะ เหงื่อเต็มเลย" ควักผ้าเช็ดหน้าส่งให้ซาลาเปาที่หน้าแดงระเรื่อ"เช็ดให้หน่อยสิคะ" อ้อนไม่เคยเปลี่ยน"ไม่ใช่เด็กแล้วนะ โตเป็นสาวแล้วเช็ดเองดิ" บอกปัดสะบัดหน้าหนี"เปา
ณ วัดป่าแห่งหนึ่งซุสวัยหกขวบตัวใหญ่สูงที่สุดในชั้นเรียนอนุบาลสามเดินทางมาพร้อมพ่อกับแม่ อาป่าและอาเหมียวรวมทั้งยัยกระปุกเปาตั้งฉ่ายวัยสองขวบที่ในชุดเอี๊ยมยีนส์เด็กสวมหมวกลายดอกไม้สีหวาน"ปี้ซุ๊ดเหวน้าม" ซาลาเปาวิ่งตามเยาะแยะ ตะโกนไล่หลังว่าหิวน้ำแต่ซุสรีบสับขาหนีไม่สนใจ สาวน้อยเปาท้อนั่งจุ้มปุ๊กลงกับพื้น หน้าแดงระเรื่อเพราะอุณหภูมิของแดดเมืองไทยที่ร้อนตับแล่บเด็กชายหยุดกึกเท้าสะเอวถอนหายใจเดินกลับไปหาและส่งกระติกน้ำที่คอให้ดูด "กินน้ำซะอย่ามางอแง" ซาลาเปาเบะปากเตรียมแผดเสียง "เงียบนะ ถ้าร้องจะทิ้งจริงด้วย" ซุสจิกตาขวางใส่ทำให้มือน้อยรีบอุดปากแล้วดูดน้ำในกระติกของคนพี่อย่างกระหาย"จายย้าย" ว่าแล้วทำแก้มป่องดูดน้ำจนเหลือเพียงครึ่งกระติก"พร้อมยังอ่ะ" เร่งให้เปาลุกขึ้นเพราะพ่อกับแม่เดินไปถึงกุฏิเจ้าอาวาสแล้ว"ฉับมือ ฉับมือปาว" มืออ้วนกลมของซาลาเปายื่นไปหาเด็กชายที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยอมยื่นมือให้จับแต่โดยดี เพราะกลัวจะโดนพ่อกับแม่เอ็ดเข้าอีกที่ไม่ดูแลน้อง ทั้งที่เขาก็มีน้องสาวแท้ ๆ อีกคน แต่แม่กลับเอาเดย์ซีไปฝากให้อาเรนกับอาลินเลี้ยง แล้วหนีบยัยปุกเปานี่มาแทนซุสเดินจับมืออ้วนของน้อ
บ้านเทพเจ้าซุสวันเสาร์อาทิตย์นี้ดาเนียไม่ได้ออกไปดูที่ร้านเพราะรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนผิดปกติจึงนอนตื่นสาย โชคดีที่มีสามีน่ารักแบบเฮียแซ็คและลูกชายแสนแก่นแก้วแบบซุสที่ลุกขึ้นมาช่วยกันทำอาหารเช้าให้แม่ตั้งแต่เช้าตรู่ สองพ่อลูกช่วยกันเก็บกวาดบ้านช่อง ซักผ้า และออกไปรดน้ำต้นไม้ด้วยกันอย่างกระตือรือร้น โดยไม่มีการปลุกเรียกหรือรบกวนแม่ให้รำคาญใจโฮ่ง!!โฮ่ง!!เสียงเห่าของสุรีย์ดังก้องขณะวิ่งไล่กวดสองพ่อลูก เจ้าสุนัขลาบราดอร์สีดำสนิทรีบคาบฟุตบอลหนีแล้ววางแหมะที่เท้าของดาเนีย หญิงสาวที่มีท่าทางอิดโรยอ่อนล้าจึงโน้มตัวลงไปลูบหัวเจ้าหมาน้อยที่กลายเป็นหมาหนุ่มหล่อเหลาตัวใหญ่"เนียเล่นไม่ไหวหรอกสุ วันนี้เหนื่อยยังไงก็ไม่รู้" เธอบ่นแล้วหยิบขนมหมาส่งให้เจ้าหมาลาบราดอร์สีดำพร้อมกับลูบไล่ขนสลวยของมันอย่างเพลิดเพลินใจ"เหนื่อยเหรอที่รัก เนียจะป่วยหรือเปล่า" คนที่ได้ยินว่าภรรยาบ่นว่าเหนื่อยรีบรุดเดินเข้ามาดู ทั้งที่ใบหน้าชุ่มเหงื่อพลางหยิบผ้าเย็นมาซับทำความสะอาด จากนั้นจึงส่งผ้าอีกผืนให้ลูกชายที่เหงื่อโชกพอกัน"แม่เนียเป็นอะไรครับพ่อ" ถามพ่อที่กำลังนั่งจินตนาการไปไกลว่าอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงแบบนี้หรือว่าบ
"อ้ามเก่งมากเลยลูก" ดาเนียที่อยากมีลูกสาวใจจะขาดแต่หลังจากรอบก่อนที่วางแผนจะมีทายาทคนที่สองก็ล่วงเลยมาเกือบสามปีพอดี สรุปยังไม่ได้ปั๊มลูกกับเฮียแซ็คอย่างเป็นทางการ ตอนนี้เลยทำได้แต่นั่งป้อนอาหารบดให้กับซาลาเปาลูกสาวของพี่ป่าและเหมียว ซุสที่เล่นเตะฟุตบอลกับสุรีย์และดงดิบจนเหนื่อยจึงเดินมาหาแม่ในบ้าน"แม่จ๋าซุสหิว" ลูกชายนั่งลงข้างแม่มองหน้าที่กำลังส่งตาแป๋วลุกวาวมาให้ เด็กชายหันซ้ายหันขวาไม่เข้าใจว่าน้องมองหน้าตนทำไมจึงได้จ้องกลับอย่างไม่ยอม ซาลาเปาอ้าปากรับข้าวบดจากอาดาเนีย ดวงตาก็จับจ้องไปยังพี่ซุสไม่หยุด"ซุสไปตักข้าวผัดกินสิลูกแม่ครอบฝาชีไว้ตรงโน้นน่ะ แม่ป้อนข้าวเปาก่อน" บอกลูกชายให้หากินเอาเอง"แล้วทำไมต้องป้อนยัยกระปุกเปานี่ ทำไมไม่หากินเอง" อิจฉาทำท่าทางขึงขัง"น้องยังช่วยตัวเองไม่ค่อยได้ เดี๋ยวซุสมีน้องก็เข้าใจเองแหละจ้ะ" คุณแม่พูดให้ลูกชายเข้าใจ ซุสลงจากเก้าอี้เดินกระแทกเท้าปึ้งปั้งไปตักข้าวกินเอง สายตาคอยลอบมองซาลาเปาตลอดเวลา"แอ้แอ้" ซาลาเปาชี้มือไปที่ซุส ดาเนียหลุดขำ"ทำไมคะเฮียซุสของแม่หล่อใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวแม่จองพี่ซุสไว้ให้เปานะดีไหมลูก" คุณแม่หยอกล้อเล่นกับซาลาเปาวัยหนึ่ง
แม่ลูกสองคนวิ่งโต้คลื่นอยู่หน้าชายหาดส่วนตัวของโรงแรม ดาเนียในชุดทูพีชสองชิ้นสีน้ำเงินตัดรับกับผิวขาวเหมือนน้ำนมหัวเราะร่าเริงกวักน้ำใส่ซุสที่อายุครบสองขวบกับอีกสามเดือน หลังจากที่พักฟื้นและเน้นทำงานที่บ้านแทนก็เพิ่งจะได้มีเวลามาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ สุริยะที่นั่งอ่านหนังสือเรื่อง Bad Apollo หนังสือนิยายของตนเอง ฉีกยิ้มกว้างไปยังดวงหน้าสดใสของภรรยาและลูกชาย"เฮียคะซุสหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะค่ะ" ชะโงกหน้าเข้ามาหาสามีที่กำลังอ่านนิยายเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่ติดอันดับขายดีในเว็บอเมซอน"คร้าบบ" จูงมือภรรยาและลูกชายขึ้นฝั่งไปด้วยกัน"อร่อยมากเลยคร้าบ" ซุสพูดชัดถ้อยชัดคำจิ้มกุ้งชุปแป้งทอดเคี้ยวเสียงดังกรุบกรอบและส่งให้พ่อกับแม่กัดคนละคำ "กินเร็วครับ กุ้งอร่อยมาก" ชื่นชมไม่หยุดปาก"อึ้มจริงด้วยลูก" พ่อยิ้มกว้างพยักหน้าเห็นด้วยกับรสชาติที่แสนอร่อย"พ่อพ่อซุสอยากได้แบบนั้นค้าบ" ยิ้มตาหยีชี้นิ้วไปยังอีกครอบครัวที่มีเด็กหญิงเด็กชายนั่งล้อมเต็มโต๊ะ"ซุสอยากได้น้องเหรอ" คนเป็นพ่อสบโอกาสยิ้มกริ่มเหล่มองคุณแม่ที่กำลังนั่งเป่าปากเพราะยำหอยนางรมที่สั่งมาเผ็ดมาก"หืม...พ่อลูกวางแผนอะไรกันอีกคะ" หรี
ทุกคนกรูกันมาที่โรงพยาบาลแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปพูดคุยกับสุริยะที่ทำแผลบริเวณหัวไหล่เสร็จเรียบร้อยไม่ยอมนอนพักหรือแอดมิทดูอาการ เพราะเขาบอกว่าตนเองไหวและต้องการนั่งเฝ้าภรรยาที่หน้าห้องผ่าตัดเพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะกลับออกมาอย่างปลอดภัย ชายหนุ่มกำลังนั่งกุมขมับสองข้ามก้มหน้ามองพื้น ตัวของเขาอาบเปื้อนเลือดของดาเนีย บ่ากว้างสองข้างกระตุกวูบไหวหัวใจของเขาโหวงเหวงไร้ทิศทาง สมองขาวโพลนไปหมด ภาพที่ดาเนียถูกยิงยังติดตา ภาพที่เธอบอกว่ารักเขานั้นติดตรึงในโสต เสียงลั่นไกปืนกึกก้องดังสนั่นจนทำให้จิตใจว้าวุ่นไปหมดฝีเท้าของผู้กล้าเดินเข้ามาหาเขา เสียงเตาะแตะของรองเท้าเด็กนั้นทำให้เขาหลุดจากภวังค์ได้สำเร็จ ใบหน้าอาบชุ่มน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองลูกชาย"ผ่อจ๋า" เสียงแหบแห้งวิ่งโผเข้ามาสวมกอดพ่อ"ซุส...ฮึก" รวบกอดลูกจมมิดสะอึกสะอื้นอย่างควบคุมไม่ได้"เนียยูหน่าย" ถามแล้วกอบกุมหน้าพ่อให้ตอบคำถาม"แม่ไม่สบายครับ" เกลี่ยแก้มขาวแล้วกอดตัวลูกชายอีกครั้ง"ไอ้แซ็คกินน้ำกินท่าก่อน" พิรุณส่งผ้าเย็น น้ำและนมให้เพื่อนรักกับหลานชาย "เดี๋ยวกูให้ลินดูแลซุสเอง มึงจะอยู่โรงพยาบาลก็อยู่ไป กูจะอยู่เป็นเพื่อน มึงเชื่อมือไอ้เอลเถ







