LOGINการกลั่นแกล้งและทำร้ายใครสักคน
ไม่ใช่กีฬา ไม่ใช่เกม แต่มันคือการทำลายหนึ่งชีวิต
และคนที่ทำร้ายผู้อื่นด้วยวาจาและการกระทำ ก็ไม่มีวันเป็นผู้ชนะอยู่ดี
-ฮาลาปัญ-
******************
3 ปีผ่านไป
ใจกลางเมืองนิวยอร์ก สาวผมยาวลอนสีน้ำตาลคาราเมลปั่นจักรยานโบกมือทักทายเพื่อนบ้านขณะที่หญิงสาวรีบเดินทางไปรับวุฒิการศึกษาด้วยจักรยานคู่ใจ หลังจากที่พ่อของเธอรักษาตัวร่วมเกือบหกเดือนและหายจนกลับมาแข็งแรงเหมือนคนปกติ เธอก็ส่งพ่อกับพี่เรน ลูกพี่ลูกน้องของเธอกลับไปเมืองไทย และเริ่มต้นชีวิตที่เมืองใหม่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของแม่และเธอยาวนานมาร่วมสามปีเต็ม และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้เดินทางกลับไปประเทศที่เติบโตมาเป็นดาเนีย ประมะเมคินทร์
"หนูเนียจะกลับแล้วเหรอจ๊ะ"
"ใช่ค่ะ" ป้าข้างบ้านเอ่ยทักขณะที่หญิงสาวกำลังลากกระเป๋าใบใหญ่ออกมาอย่างถูลู่ถูกัง
"โชคดีนะหนู มีเวลาก็แวะมาเที่ยวที่นี่บ้างนะ"
"ได้เลยค่ะคุณป้า"
"คุณเนียครับรถพร้อมแล้วครับ" บอดี้การ์ดรุ่นลุงของพ่อที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนถูกส่งมาดูแลเธอตลอดสามปีนี้ และเขาก็เป็นทุกอย่างตั้งแต่งานครัว เย็บปักถักร้อย จนเธอแทบจะเป็นง่อยเลยทีเดียวระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ
เพราะอาการเจ็ทแล็คทำให้ดาเนียที่เดินทางมาถึงประเทศไทยรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ทำให้หัวที่สั่นงึกงักไหลลงจากเบาะรถและเธอก็นอนหลับไปทั้งแบบนั้น พอรู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาอยู่ภายในอะพาร์ตเมนท์ของตัวเองที่จากไปถึงสามปี เธอขยี้ตาไปมาเพื่อปรับสายตาที่พร่าเลือนให้คมชัดขึ้น ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจเล็กน้อย
ดาเนียกวาดดวงตาไปรอบ ๆ ห้องและเห็นว่ามีปิ่นโตตั้งอยู่บนโต๊ะกินข้าวพร้อมกับโน้ตที่เขียนว่า 'กินให้อิ่ม' แต่กลับไม่ได้บอกไว้ว่าเป็นฝีมือของใคร "หรือจะเป็นแม่นมปีป หรือคุณอรุณฉาย บอดี้การ์ดพ่อ หรือพี่เรน เฮ้อ..ช่างมันเหอะหิวจะตายอยู่แล้ว ว่าแต่ใครอุ้มเรามานอนที่ห้องกัน"
ขณะที่ดาเนียกำลังเอร็ดอร่อยกับมื้ออาหารในปิ่นโตลึกลับปริศนา โทรศัพท์ของพิรุณก็ดังขึ้น ดาเนียอมยิ้มรีบกดรับแก้มบวมข้างหนึ่งเพราะอมหมูทอดเอาไว้ในปาก
"มียายยยคะพี่เรน" ทักเสียงใสเคี้ยวแง่บ ๆ จนแก้มพองเหมือนอึ่งอ่าง
"กลับมาแล้วเหรอ อยู่ไหนเนี่ย กินข้าวยัง เหนื่อยหรือเปล่าให้พี่กับพี่ลินไปหาไหม" พี่เรนทำไมพูดจาแปลก ๆ ถ้าไม่ใช่เขาอุ้มเธอเข้ามาส่งในห้องและเตรียมของกินอร่อยนี้ให้ แล้วมันเป็นฝีมือใครกัน
"เนียนึกว่าพี่เรนอุ้มเนียมาที่ห้องซะอีก กับปิ่นโตนี่ด้วยไม่ใช่ฝีมือพี่เรนเหรอคะ" ดาเนียย้อนถามอย่างสงสัย
"ใช่พี่ที่ไหนล่ะ คนอื่นล่ะมั้ง" พิรุณยิ้มกริ่มกับปาลิน ทั้งสองส่งซิกกระซิบกระซาบขณะที่ลูกแฝดทั้งสองก็กำลังปีนป่ายหัวพ่อแม่อย่างอยากรู้อยากเห็น
"อาแช้คคคค่าอาแช้ค" เสียงของพราวมนต์แล่บเข้ามาในโทรศัพท์ จนดาเนียตะขิดตะขวงใจกับชื่อที่หลานตัวน้อยเพิ่งเอ่ยเรียก
"ว่าไงนะจ๊ะน้องมนต์ หนูว่าไงน้า"
"ไม่มีไรเนีย พราวมนต์เล่นไฟแช็คอยู่น่ะ อันตรายมากเลยเดี๋ยวพี่ไปดูลูกก่อนนะ บ๊ายบ้าย" พิรุณรีบตัดบทดื้อ ๆ ดาเนียเลิกคิ้วสูงแต่เพราะท้องยังหิวอยู่จึงได้กลับมาสวาปามข้าวหน้าหมูทอดต่อโดยไม่คิดอะไร
***************
หลังกินเสร็จดาเนียคิดว่าจะไปเดินเล่นที่ห้างเสียหน่อยเธอจึงแอบหนีไปโดยไม่ได้บอกคุณอรุณฉาย บอดี้การ์ดของพ่อ เพราะเธอก็อยากใช้เวลาส่วนตัวบ้าง ถ้ามีคนตามประกบแบบนี้เธอก็อึดอัดอยู่เหมือนกัน
สาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่แต่งตัวธรรมดา เหมือนวัยรุ่นทั่วไปพุ่งตรงเข้าไปในร้านกระเป๋าหรู และเห็นกลุ่มผู้หญิงกลุ่มนึงที่คุ้นหน้าคุ้นตา คล้ายกับคนกลุ่มนั้น กลุ่มคนที่เคยรังแกเธอสมัยอายุ 17 ปี
ดาเนียกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองเดินสำรวจดูกระเป๋าอย่างเงียบ ๆ ทว่าจังหวะที่เธอจะเอื้อมหยิบกระเป๋าสีดำใบสวย มือกับไปชนเข้ากับมือของผู้หญิงอีกคน และเธอจำได้แม่นว่าผู้หญิงคนนี้ก็คือหัวโจกของกลุ่มที่บูลลี่เธอในตอนนั้น ทว่าภาพในอดีตนั้นมันก็ผุดขึ้นมาทำให้สองขาแข็งทื่อและชาไปหมด
"เอ๊ะ...เธอนี่หน้าคุ้น ๆ หน้าลูกครึ่งแบบนี้ ใช่ยัยดาเนียหรือเปล่า"
"เอ่อ...ใช่ฉันเอง ขอตัวก่อนนะ" ดาเนียรีบตอบและรีบเดินหนีแต่กลับถูกมือของอีกสามสาวจากทางด้านหลังกระชากสายกระเป๋าเข้าไปหา
"มีอะไรกับฉัน" นัยน์ตากลมตวัดมอง เธอยอมมามากแล้วเธอจะไม่ยอมให้นังพวกนี้มารังแกเธอได้อีก
"ก็กระเป๋าของเธอที่สะพายอยู่มันรุ่นลิมิเต็ดนี่ สวยดีก็เลยอยากจับดู" แยม หัวโจกสมัยม.ปลายเอ่ยแล้วบีบคางของเธอแล้วจิกด้วยปลายเล็บแหลม
"ปล่อยฉันนะ พวกเธอไม่กลัวใครเห็นเหรอ ที่นี่มันห้างนะ"
"ปล่อยมันไปก่อน" แยมกระซิบหูเพื่อนในแก็งแล้วปล่อยดาเนีย
"ปล่อยก็ได้" ดาเนียโดนผลักจนเกือบเซล้ม แล้วสับขาออกจากห้าง โดยไม่รู้ว่าโดนพวกมันหลอกให้ตายใจ
ขณะที่ดาเนียลงไปเรียกแท็กซี่ที่ชั้นหนึ่งของห้าง
ผลั่ก!
"โอ้ย อะไรกันเนี่ย ยังจะตามมารังแกกันอีกเหรอ"
ตัวของเธอถูกรั้งให้เดินตามสี่สาวไปอย่างไม่มีทางเลือกเพราะปลายเล็บแหลมของแยมที่จิกลงมาบนข้อมือของเธอมันทำให้เธอสลัดไม่หลุด พอมาถึงระหว่างรถสองคันของเพื่อนในกลุ่ม ร่างกายของดาเนียก็ถูกผลักให้ล้มลงจนหัวโขกเข้ากับกันชนปูนที่จอดรถ
สาวลูกครึ่งรู้สึกได้ว่าหัวของเธอปูดเป็นลูกมะนาว ตอนนี้เธอมึนหัวไปหมด ไหนจะอาการเจ็ทแลคที่ยังไม่หายไป แล้วยังมาเจออริเก่าสี่ตัวนี้อีก
"พวกเธอมันชั่วไม่เปลี่ยน สารเลวไม่เคยหยุดหย่อน ไม่รู้ว่าโตมาเป็นคนได้ยังไง น่าจะไปเป็นสัตว์ในนรกมากกว่า"
เผียะ! เผียะ!
ใบหน้าที่อ่อนแรงหันไปตามแรงฟาดของฝ่ามือ น้ำตาใสรินอาบที่ปลายหาตาด้วยความเจ็บใจ เมื่อก่อนก็แบบนี้ครั้งหนึ่ง เธอก็ยังคงจำช่วงเวลานั้นได้ดี จำได้ทุกวินาทีที่ถูกคนเลวพวกนี้รังแก เธอไม่เคยลืม แต่ก็ไม่คิดว่าฝันร้ายนั้นวนเวียนมาหาเธออีกครั้ง
"ทำไม...ต้องทำกับฉันแบบนี้ ทำไม...โอ๊ย!" ผมสลวยสีน้ำตาลถูกกระชากจากทางด้านหลังใบหน้าบวมแดงจากรอยฝ่ามือเชิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"เพราะแกมันอภิสิทธิ์เยอะกว่าทุกคนไง ทั้งรวยทั้งสวยใคร ๆ ก็รุมจีบกัน เรียนก็เก่ง ดูสิครบเครื่องไปหมด พวกฉันก็อิจฉาน่ะสิแล้วพอพวกฉันไม่มีอย่างเธอ ก็ต้องหาทางกำจัดเธอออกไปให้พ้นลูกกะตา" ตอนนี้เธออยากจะถีบหน้ามันให้หงายแต่พวกมันเล่นหมาหมู่ทั้งล็อคแขนล็อคขาเธอจนแน่นแทบจะขยับเขยื้อนตัวไม่ได้
"ก็พวกเธอมันไม่รู้จักขวนขวายกันเองนี่ ฉันไม่ได้ผิดซะหน่อย"
"ขวนขวายอะไรกัน เธอมันเกิดมาบนกองเงินกองทอง จะไปรู้จักความยากดีมีจนอะไรวะ!!"
เผียะ! เผียะ!
ปากอิ่มถูกตบจนเลือดไหลซิบตอนนี้เธอรู้สึกว่าทั้งเนื้อทั้งตัวมันระบมไปหมด จนแทบจะหมดเรี่ยวแรงลุกขึ้น
"เฮ้ยพวกคุณทำอะไรกัน รังแกคนเหรอ" โชคดีที่รปภ.ห้างเดินมา
"ฉันเอาไปนะกระเป๋าใบนี้" แยมชูกระเป๋าของเธอขึ้นและเป็นกระเป๋าที่เฮียแซ็คออกเงินให้กับเธอ ของในกระเป๋าถูกเทกระจาดจนกระจัดกระจายเต็มพื้นไปหมด เธอคลานเก็บของขึ้นมาน้ำตาร่วงเผาะ ๆ รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจกับความเฮงซวยของชีวิต ถึงเธอจะกินดีอยู่ดี แต่เพื่อน ๆ ดีสักคนแทบจะหายากดั่งงมเข็มในมหาสมุทร
"คุณครับ เป็นอะไรไหมครับ" รปภ.แก่ประคองเธอขึ้นมา
"โอเคค่ะ" ดาเนียทำสัญลักษณ์นิ้วว่าโอเคส่งให้ "เรียกแท็กซี่ให้หนูหน่อยนะคะ"
"สภาพคุณควรไปโรงพยาบาลนะครับ"
"ไม่เป็นไรค่ะชินซะแล้ว พอดีเกิดมาในตระกูลแยงกี้ค่ะเจอเรื่องตีรันฟันแทงบ่อย สิว ๆ ค่ะ" ดาเนียแค่นยิ้ม
สนามบินซุสอายุ 23 ปีเตรียมบินไปเรียนปริญญาโทต่อที่อเมริกาชายหนุ่มสูงยาวเข่าดีกระดิกเท้าชะเง้อมองหาเด็กสาวจอมจุ้นซาลาเปาที่โทรบอกว่ากำลังจะถึง แต่รอเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่โผล่หน้ามาสักที จนน้องสาวน้องชายอีกสามคนที่มาส่งแห่กันกลับบ้านไปพร้อมกับคุณอรุณฉายหมดแล้ว ยัยปุกเปาก็ยังไม่ถึง"รออีกหน่อยน่าเดี๋ยวก็มา" ดาเนียตบบ่าลูกชาย"แกดูอาลัยอาวรณ์จังนะเจ้าซุส อย่าบอกนะว่า...รักน้องอ่ะ" สุริยะปรี่เข้ามาเอาแขนคล้องคอลูกชายแล้วเริ่มเปิดประเด็น"รักอะไรครับพ่อ ยัยเปาไม่ใช่สเป็คผม ก็แค่กลัวยัยนั่นร้องไห้ขี้มูกโป่งเฉย ๆ เดี๋ยวจะมาหาว่าผมใจร้ายไม่รอ" รีบปฏิเสธ"เฮียยยย....แฮ่ก ๆ" ซาลาเปาในชุดนักศึกษามหาลัยปีหนึ่งวิ่งหอบเข้ามาหาซุส สุริยะ และดาเนีย ด้านหลังมีพนาธีร์ กับเหมียวเดินตามมาส่งด้วย"ไปลาเฮียซุสสิเปา" แม่เหมียวดันหลังลูกสาวที่เหงื่อแตกเต็มหน้าพวกพ่อแม่ก็เลยปล่อยให้ลูก ๆ ได้มีเวลาบอกลากันเป็นการส่วนตัว"เอ้าผ้าเช็ดหน้าเช็ดซะ เหงื่อเต็มเลย" ควักผ้าเช็ดหน้าส่งให้ซาลาเปาที่หน้าแดงระเรื่อ"เช็ดให้หน่อยสิคะ" อ้อนไม่เคยเปลี่ยน"ไม่ใช่เด็กแล้วนะ โตเป็นสาวแล้วเช็ดเองดิ" บอกปัดสะบัดหน้าหนี"เปา
ณ วัดป่าแห่งหนึ่งซุสวัยหกขวบตัวใหญ่สูงที่สุดในชั้นเรียนอนุบาลสามเดินทางมาพร้อมพ่อกับแม่ อาป่าและอาเหมียวรวมทั้งยัยกระปุกเปาตั้งฉ่ายวัยสองขวบที่ในชุดเอี๊ยมยีนส์เด็กสวมหมวกลายดอกไม้สีหวาน"ปี้ซุ๊ดเหวน้าม" ซาลาเปาวิ่งตามเยาะแยะ ตะโกนไล่หลังว่าหิวน้ำแต่ซุสรีบสับขาหนีไม่สนใจ สาวน้อยเปาท้อนั่งจุ้มปุ๊กลงกับพื้น หน้าแดงระเรื่อเพราะอุณหภูมิของแดดเมืองไทยที่ร้อนตับแล่บเด็กชายหยุดกึกเท้าสะเอวถอนหายใจเดินกลับไปหาและส่งกระติกน้ำที่คอให้ดูด "กินน้ำซะอย่ามางอแง" ซาลาเปาเบะปากเตรียมแผดเสียง "เงียบนะ ถ้าร้องจะทิ้งจริงด้วย" ซุสจิกตาขวางใส่ทำให้มือน้อยรีบอุดปากแล้วดูดน้ำในกระติกของคนพี่อย่างกระหาย"จายย้าย" ว่าแล้วทำแก้มป่องดูดน้ำจนเหลือเพียงครึ่งกระติก"พร้อมยังอ่ะ" เร่งให้เปาลุกขึ้นเพราะพ่อกับแม่เดินไปถึงกุฏิเจ้าอาวาสแล้ว"ฉับมือ ฉับมือปาว" มืออ้วนกลมของซาลาเปายื่นไปหาเด็กชายที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยอมยื่นมือให้จับแต่โดยดี เพราะกลัวจะโดนพ่อกับแม่เอ็ดเข้าอีกที่ไม่ดูแลน้อง ทั้งที่เขาก็มีน้องสาวแท้ ๆ อีกคน แต่แม่กลับเอาเดย์ซีไปฝากให้อาเรนกับอาลินเลี้ยง แล้วหนีบยัยปุกเปานี่มาแทนซุสเดินจับมืออ้วนของน้อ
บ้านเทพเจ้าซุสวันเสาร์อาทิตย์นี้ดาเนียไม่ได้ออกไปดูที่ร้านเพราะรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนผิดปกติจึงนอนตื่นสาย โชคดีที่มีสามีน่ารักแบบเฮียแซ็คและลูกชายแสนแก่นแก้วแบบซุสที่ลุกขึ้นมาช่วยกันทำอาหารเช้าให้แม่ตั้งแต่เช้าตรู่ สองพ่อลูกช่วยกันเก็บกวาดบ้านช่อง ซักผ้า และออกไปรดน้ำต้นไม้ด้วยกันอย่างกระตือรือร้น โดยไม่มีการปลุกเรียกหรือรบกวนแม่ให้รำคาญใจโฮ่ง!!โฮ่ง!!เสียงเห่าของสุรีย์ดังก้องขณะวิ่งไล่กวดสองพ่อลูก เจ้าสุนัขลาบราดอร์สีดำสนิทรีบคาบฟุตบอลหนีแล้ววางแหมะที่เท้าของดาเนีย หญิงสาวที่มีท่าทางอิดโรยอ่อนล้าจึงโน้มตัวลงไปลูบหัวเจ้าหมาน้อยที่กลายเป็นหมาหนุ่มหล่อเหลาตัวใหญ่"เนียเล่นไม่ไหวหรอกสุ วันนี้เหนื่อยยังไงก็ไม่รู้" เธอบ่นแล้วหยิบขนมหมาส่งให้เจ้าหมาลาบราดอร์สีดำพร้อมกับลูบไล่ขนสลวยของมันอย่างเพลิดเพลินใจ"เหนื่อยเหรอที่รัก เนียจะป่วยหรือเปล่า" คนที่ได้ยินว่าภรรยาบ่นว่าเหนื่อยรีบรุดเดินเข้ามาดู ทั้งที่ใบหน้าชุ่มเหงื่อพลางหยิบผ้าเย็นมาซับทำความสะอาด จากนั้นจึงส่งผ้าอีกผืนให้ลูกชายที่เหงื่อโชกพอกัน"แม่เนียเป็นอะไรครับพ่อ" ถามพ่อที่กำลังนั่งจินตนาการไปไกลว่าอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงแบบนี้หรือว่าบ
"อ้ามเก่งมากเลยลูก" ดาเนียที่อยากมีลูกสาวใจจะขาดแต่หลังจากรอบก่อนที่วางแผนจะมีทายาทคนที่สองก็ล่วงเลยมาเกือบสามปีพอดี สรุปยังไม่ได้ปั๊มลูกกับเฮียแซ็คอย่างเป็นทางการ ตอนนี้เลยทำได้แต่นั่งป้อนอาหารบดให้กับซาลาเปาลูกสาวของพี่ป่าและเหมียว ซุสที่เล่นเตะฟุตบอลกับสุรีย์และดงดิบจนเหนื่อยจึงเดินมาหาแม่ในบ้าน"แม่จ๋าซุสหิว" ลูกชายนั่งลงข้างแม่มองหน้าที่กำลังส่งตาแป๋วลุกวาวมาให้ เด็กชายหันซ้ายหันขวาไม่เข้าใจว่าน้องมองหน้าตนทำไมจึงได้จ้องกลับอย่างไม่ยอม ซาลาเปาอ้าปากรับข้าวบดจากอาดาเนีย ดวงตาก็จับจ้องไปยังพี่ซุสไม่หยุด"ซุสไปตักข้าวผัดกินสิลูกแม่ครอบฝาชีไว้ตรงโน้นน่ะ แม่ป้อนข้าวเปาก่อน" บอกลูกชายให้หากินเอาเอง"แล้วทำไมต้องป้อนยัยกระปุกเปานี่ ทำไมไม่หากินเอง" อิจฉาทำท่าทางขึงขัง"น้องยังช่วยตัวเองไม่ค่อยได้ เดี๋ยวซุสมีน้องก็เข้าใจเองแหละจ้ะ" คุณแม่พูดให้ลูกชายเข้าใจ ซุสลงจากเก้าอี้เดินกระแทกเท้าปึ้งปั้งไปตักข้าวกินเอง สายตาคอยลอบมองซาลาเปาตลอดเวลา"แอ้แอ้" ซาลาเปาชี้มือไปที่ซุส ดาเนียหลุดขำ"ทำไมคะเฮียซุสของแม่หล่อใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวแม่จองพี่ซุสไว้ให้เปานะดีไหมลูก" คุณแม่หยอกล้อเล่นกับซาลาเปาวัยหนึ่ง
แม่ลูกสองคนวิ่งโต้คลื่นอยู่หน้าชายหาดส่วนตัวของโรงแรม ดาเนียในชุดทูพีชสองชิ้นสีน้ำเงินตัดรับกับผิวขาวเหมือนน้ำนมหัวเราะร่าเริงกวักน้ำใส่ซุสที่อายุครบสองขวบกับอีกสามเดือน หลังจากที่พักฟื้นและเน้นทำงานที่บ้านแทนก็เพิ่งจะได้มีเวลามาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ สุริยะที่นั่งอ่านหนังสือเรื่อง Bad Apollo หนังสือนิยายของตนเอง ฉีกยิ้มกว้างไปยังดวงหน้าสดใสของภรรยาและลูกชาย"เฮียคะซุสหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะค่ะ" ชะโงกหน้าเข้ามาหาสามีที่กำลังอ่านนิยายเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่ติดอันดับขายดีในเว็บอเมซอน"คร้าบบ" จูงมือภรรยาและลูกชายขึ้นฝั่งไปด้วยกัน"อร่อยมากเลยคร้าบ" ซุสพูดชัดถ้อยชัดคำจิ้มกุ้งชุปแป้งทอดเคี้ยวเสียงดังกรุบกรอบและส่งให้พ่อกับแม่กัดคนละคำ "กินเร็วครับ กุ้งอร่อยมาก" ชื่นชมไม่หยุดปาก"อึ้มจริงด้วยลูก" พ่อยิ้มกว้างพยักหน้าเห็นด้วยกับรสชาติที่แสนอร่อย"พ่อพ่อซุสอยากได้แบบนั้นค้าบ" ยิ้มตาหยีชี้นิ้วไปยังอีกครอบครัวที่มีเด็กหญิงเด็กชายนั่งล้อมเต็มโต๊ะ"ซุสอยากได้น้องเหรอ" คนเป็นพ่อสบโอกาสยิ้มกริ่มเหล่มองคุณแม่ที่กำลังนั่งเป่าปากเพราะยำหอยนางรมที่สั่งมาเผ็ดมาก"หืม...พ่อลูกวางแผนอะไรกันอีกคะ" หรี
ทุกคนกรูกันมาที่โรงพยาบาลแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปพูดคุยกับสุริยะที่ทำแผลบริเวณหัวไหล่เสร็จเรียบร้อยไม่ยอมนอนพักหรือแอดมิทดูอาการ เพราะเขาบอกว่าตนเองไหวและต้องการนั่งเฝ้าภรรยาที่หน้าห้องผ่าตัดเพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะกลับออกมาอย่างปลอดภัย ชายหนุ่มกำลังนั่งกุมขมับสองข้ามก้มหน้ามองพื้น ตัวของเขาอาบเปื้อนเลือดของดาเนีย บ่ากว้างสองข้างกระตุกวูบไหวหัวใจของเขาโหวงเหวงไร้ทิศทาง สมองขาวโพลนไปหมด ภาพที่ดาเนียถูกยิงยังติดตา ภาพที่เธอบอกว่ารักเขานั้นติดตรึงในโสต เสียงลั่นไกปืนกึกก้องดังสนั่นจนทำให้จิตใจว้าวุ่นไปหมดฝีเท้าของผู้กล้าเดินเข้ามาหาเขา เสียงเตาะแตะของรองเท้าเด็กนั้นทำให้เขาหลุดจากภวังค์ได้สำเร็จ ใบหน้าอาบชุ่มน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองลูกชาย"ผ่อจ๋า" เสียงแหบแห้งวิ่งโผเข้ามาสวมกอดพ่อ"ซุส...ฮึก" รวบกอดลูกจมมิดสะอึกสะอื้นอย่างควบคุมไม่ได้"เนียยูหน่าย" ถามแล้วกอบกุมหน้าพ่อให้ตอบคำถาม"แม่ไม่สบายครับ" เกลี่ยแก้มขาวแล้วกอดตัวลูกชายอีกครั้ง"ไอ้แซ็คกินน้ำกินท่าก่อน" พิรุณส่งผ้าเย็น น้ำและนมให้เพื่อนรักกับหลานชาย "เดี๋ยวกูให้ลินดูแลซุสเอง มึงจะอยู่โรงพยาบาลก็อยู่ไป กูจะอยู่เป็นเพื่อน มึงเชื่อมือไอ้เอลเถ


![สิงขร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




