Masukหญิงสาวที่สูงร้อยหกสิบกว่าเซนยืนแกว่งตัวในชดเดรสสายเดี่ยวลายสก็อตสีดำไปมาอยู่หน้าอพาร์ทเมนต์ ทันใดรถติดฟิลม์สีดำก็แล่นมาจอดเทียบท่า กระจกที่ลดลงมาทำให้เห็นแววตาโกรธเคืองได้อย่างชัดเจน
เฮียแซ็คเคยคิดจะยิ้มกับเขาบ้างไหม หรือชาตินี้เขาทำเป็นอยู่หน้าเดียวเท่านั้น คือหน้าตึง!
"จะขึ้นไม่ขึ้น" เขาถามแต่ไม่มองหน้าเธอ เดาได้เลยว่าเดทแรกนี้ของเธอกับเขานรกดลบันดาลเห็น ๆ
แต่พอเธอก้าวขาขึ้นรถไปได้ไม่ทันไร เสียงโทรศัพท์จากทนายของพ่อก็โทรเข้ามา
"ค่าอากริช อามีอะไรคะ"
"คุณหนูครับ นายท่านถูกยิงอาการสาหัสครับ คุณหนูต้องเดินทางไปอเมริกาพร้อมนายท่านด่วนเลยครับ" หัวใจของดาเนียแทบจะกลายเป็นเถ้าธุลี พอชีวิตเธอจะมีความสุขทีไรไฉนเล่ามันจึงเริ่มเน่าบูดทุกที เจ้ากรรมนายเวรของเธอกะจะไม่ยอมให้เธอได้มีความสุขบ้างเลยใช่ไหม
"ตอนนี้เหรอคะ" เธอไม่อยากกระโตกกระตากให้คนด้านข้างรู้ เธอไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นทั้งนั้น แต่กระนั้นต่อให้เขารู้ก็คงจะไม่ได้รู้สึกเห็นใจเธออยู่ดี
"ผมจองไฟลท์บินให้แล้วครับ เดินทางไปสี่ทุ่มคืนนี้ครับ ทีนี้คุณหนูก็อาศัยช่วงเวลานี้ไปเข้าเรียนสถาบันแฟชั่นที่โน่นเลยดีไหมครับ"
"ในเมื่อเนียอยู่ที่นี่ก็ไม่มีความหมายกับใคร ดังนั้นการไปที่อื่นก็น่าจะดีกว่าค่ะ งั้นเนียจะรีบเตรียมตัวนะคะ อ้อเนียฝากให้แม่นมปีปเตรียมพวกเอกสารในการเดินทางด้วยนะคะ เนียจะไปตามนัดคืนนี้ ขอให้เนียใช้เวลาที่นี่ให้นานที่สุดได้ไหมคะอากริช"
"ยินดีครับคุณเนีย คุณเนียเต็มที่ให้สุดเหวี่ยงไปเลย ก่อนจะต้องไปอยู่ที่โน่นอีกนานแล้วเจอกันครับ"
เมื่อได้ยินว่าเธอจะเตรียมตัวเดินทางไปไหนอะไรสักอย่าง ใบหน้าดุดันจึงปรายตามองอย่างสงสัย และสังเกตเห็นว่าดวงหน้าที่สดใสเมื่อสักครู่อาบเคลือบไปด้วยความโศกเศร้า เป็นใบหน้าแบบเดียวกันในวันนั้นที่เขาเห็นที่โรงแรม
"ถึงแล้ว" เขาบอกแล้วเดินนำเธอไป ดาเนียเดินตามไปไม่พูดอะไร ตอนนี้เธอหวาดหวั่นไปหมดกลัวว่าจะเสียพ่อไป ถ้าเกิดพ่อเป็นอะไรไป ชีวิตนี้เธอจะเหลือใครอีก แล้วใครเล่าจะอยู่ยินดีกับความสำเร็จของเธอ
ดวงหน้าเล็กนั่งกระพริบตาปริบ ๆ ดูหนังสยองขวัญในโรงหนังส่วนตัวที่มีแค่เธอกับเฮียแซ็ค นัยน์ตาที่เต็มด้วยความสับสน กังวล และกลุ้มใจ เสมองใบหน้าหล่อคมคายที่นั่งดูหนังผีตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์
ตึ้ง!!!
เสียงเอฟเฟกต์ในภาพยนตร์ในช่วงเวลาที่ปีศาจโผล่มาทำให้ดาเนียผู้กลัวผีและความมืดเข้าขั้นเหงื่อแตกเต็มใบหน้า มือของเธอชุ่มโชกด้วยเม็ดเหงื่อจนเปียกชื้น และรู้สึกหนาวขึ้นมาจับขั้วหัวใจ พลันเหตุการณ์ที่เธอถูกเพื่อนสมัยม.ปลายหลอกไป แถมยังทุบตีเธอจนสะบักสะบอม และมีรอยแผลเป็นนูนใหญ่ที่ขาอ่อนด้านใน และคนพวกนั้นก็ปล่อยเธอทิ้งไว้ที่ตึกร้างคนเดียวก็แว่บเข้ามาในโสต
"ฮื้อ.." เสียงร้องครางเพราะความกลัวดังขึ้นข้างหูของสุริยะ มือที่ซีดเซียวยกขึ้นปิดหูสองข้างก้มหน้าก้มตาไม่ยอมดูหนังต่อ เอาแต่หลับตาปี๋ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น
สุริยะตวัดมองคนด้านข้างที่กำลังสั่นระริก และพอเสียงเอฟเฟกต์ที่ชวนหดหู่ดังขึ้นอีกระลอกสองขาเรียวก็ลุกแล้ววิ่งหนีออกไปจากโรง เขาวิ่งตามดาเนียออกไปแล้วเห็นว่าเธอวิ่งเข้าไปในห้องน้ำหญิง เขารอเธออยู่นานจนกระทั่งเธอเดินออกมาด้วยสภาพหน้าตาเปียกชุ่ม นัยน์ตาแดงก่ำ ผิวแก้มใสขาวเปล่งปลั่งระเรื่อเป็นสีอมชมพู
"เอ่อ...คือขอโทษนะคะเนียกลัวผีมากไปหน่อยค่ะ ก็เลยทนดูต่อไม่ไหว"
เขารู้ว่าเธอโกหกเพราะเธอหลบสายตาเขาระหว่างที่กำลังอธิบาย เขาเป็นถึงผู้ได้รับว่าจ้างจากลูกค้าหลายรายให้ตามสืบคดีและธุรกิจสีเทาดำ และบางครั้งก็ได้รับเคสที่จ้างวานให้ปลิดชีพคน แล้วทำไมเขาจะเดาไม่ออกว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังปิดบังซ่อนเร้นบางสิ่งอยู่
"หิวหรือเปล่า" ไหน ๆ ก็มาเดทแล้ว จะพาไปส่งทั้งที่สภาพหน้าตาของยัยเด็กนี่มอมแมมแบบนี้ เดี๋ยวใคร ๆ จะหาว่าเขารังแกเด็ก
สเต็กหมูรสเลิศถูกจิ้มใส่ปากของดาเนียจนแก้มป่อง เมื่อกี้ยังกลัวหนังผีจนหน้าซีดอยู่เลยแต่พอเจอของกินเท่านั้นกลายเป็นคนละคนในพริบตาเดียว
"ม่ายกินเหยอคะ" เพราะเคี้ยวสเต็กจนเต็มปากทำให้คำถามนั้นไม่ได้เป็นรูปประโยคสักเท่าไหร่ สุริยะหั่นสเต็กใส่ปากของตนไม่พูดไม่จาเอาแต่ขบคิดว่าเด็กนี่เป็นอะไร แล้วทำไมเขาต้องรู้สึกเป็นห่วง ทำไมต้องมาจิตตกคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องของดาเนีย "อ้ะ...เนียสั่งให้ค่ะ" ไอศกรีมรสรัมเรซิ่น ซึ่งเป็นรถโปรดของเขาถูกพนักงานเสิรฟ์วางลงตรงหน้า
"รู้ได้ไงว่ากินรสนี้" เอ่ยถามขณะเคี้ยวสเต็กในปาก แล้วชำเลืองมองใบหน้าที่กำลังตักรัมเรซิ่นรสโปรดของเขาใส่ปากอย่างคนอดอยากปากแห้ง แถมไอศกรีมยังเลอะขอบปากจนดูไม่ได้ "ค่อย ๆ กินได้ไหม กินมูมมามอย่างกับหมู" สุริยะบ่นแล้วยื่นนิ้วไปเกลี่ยเช็ดขอบปากที่อวบอิ่มอย่างลืมตัว
ดาเนียผงะ เขาเองก็ชะงักงันไม่รู้ว่าตนนั้นเผลอไผลทำสิ่งที่ขัดแย้งกับคำพูดของตนออกไป ก็มือมันไปก่อนใจคิดนี่หว่า เขาไม่ได้อยากจะเช็ดให้สักหน่อย หญิงสาวอมยิ้มแล้วก้มหน้าก้มตากินต่อคราวนี้เธอค่อย ๆ กินอย่างเรียบร้อย เพราะไม่อยากถูกเฮียแซ็คบ่นอีกครั้ง
"อ้อ...เมื่อกี้ถามว่าเนียรู้ได้ไงว่าเฮียแซ็คชอบ เนียเห็นสัมภาษณ์ในเน็ตของเฮียแซ็คค่ะก็เลยทราบ"
"อืม"
"เฮียแซ็ค...พาเนียไปซื้อของได้ไหมคะ รบกวนหรือเปล่า"
"ตามใจ"
ดาเนียฉีกยิ้มอย่างน้อยนี่ก็เป็นเดทแรกในชีวิตของเธอ และก็จะเป็นครั้งสุดท้ายของเธอเช่นเดียวกัน
สนามบินซุสอายุ 23 ปีเตรียมบินไปเรียนปริญญาโทต่อที่อเมริกาชายหนุ่มสูงยาวเข่าดีกระดิกเท้าชะเง้อมองหาเด็กสาวจอมจุ้นซาลาเปาที่โทรบอกว่ากำลังจะถึง แต่รอเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่โผล่หน้ามาสักที จนน้องสาวน้องชายอีกสามคนที่มาส่งแห่กันกลับบ้านไปพร้อมกับคุณอรุณฉายหมดแล้ว ยัยปุกเปาก็ยังไม่ถึง"รออีกหน่อยน่าเดี๋ยวก็มา" ดาเนียตบบ่าลูกชาย"แกดูอาลัยอาวรณ์จังนะเจ้าซุส อย่าบอกนะว่า...รักน้องอ่ะ" สุริยะปรี่เข้ามาเอาแขนคล้องคอลูกชายแล้วเริ่มเปิดประเด็น"รักอะไรครับพ่อ ยัยเปาไม่ใช่สเป็คผม ก็แค่กลัวยัยนั่นร้องไห้ขี้มูกโป่งเฉย ๆ เดี๋ยวจะมาหาว่าผมใจร้ายไม่รอ" รีบปฏิเสธ"เฮียยยย....แฮ่ก ๆ" ซาลาเปาในชุดนักศึกษามหาลัยปีหนึ่งวิ่งหอบเข้ามาหาซุส สุริยะ และดาเนีย ด้านหลังมีพนาธีร์ กับเหมียวเดินตามมาส่งด้วย"ไปลาเฮียซุสสิเปา" แม่เหมียวดันหลังลูกสาวที่เหงื่อแตกเต็มหน้าพวกพ่อแม่ก็เลยปล่อยให้ลูก ๆ ได้มีเวลาบอกลากันเป็นการส่วนตัว"เอ้าผ้าเช็ดหน้าเช็ดซะ เหงื่อเต็มเลย" ควักผ้าเช็ดหน้าส่งให้ซาลาเปาที่หน้าแดงระเรื่อ"เช็ดให้หน่อยสิคะ" อ้อนไม่เคยเปลี่ยน"ไม่ใช่เด็กแล้วนะ โตเป็นสาวแล้วเช็ดเองดิ" บอกปัดสะบัดหน้าหนี"เปา
ณ วัดป่าแห่งหนึ่งซุสวัยหกขวบตัวใหญ่สูงที่สุดในชั้นเรียนอนุบาลสามเดินทางมาพร้อมพ่อกับแม่ อาป่าและอาเหมียวรวมทั้งยัยกระปุกเปาตั้งฉ่ายวัยสองขวบที่ในชุดเอี๊ยมยีนส์เด็กสวมหมวกลายดอกไม้สีหวาน"ปี้ซุ๊ดเหวน้าม" ซาลาเปาวิ่งตามเยาะแยะ ตะโกนไล่หลังว่าหิวน้ำแต่ซุสรีบสับขาหนีไม่สนใจ สาวน้อยเปาท้อนั่งจุ้มปุ๊กลงกับพื้น หน้าแดงระเรื่อเพราะอุณหภูมิของแดดเมืองไทยที่ร้อนตับแล่บเด็กชายหยุดกึกเท้าสะเอวถอนหายใจเดินกลับไปหาและส่งกระติกน้ำที่คอให้ดูด "กินน้ำซะอย่ามางอแง" ซาลาเปาเบะปากเตรียมแผดเสียง "เงียบนะ ถ้าร้องจะทิ้งจริงด้วย" ซุสจิกตาขวางใส่ทำให้มือน้อยรีบอุดปากแล้วดูดน้ำในกระติกของคนพี่อย่างกระหาย"จายย้าย" ว่าแล้วทำแก้มป่องดูดน้ำจนเหลือเพียงครึ่งกระติก"พร้อมยังอ่ะ" เร่งให้เปาลุกขึ้นเพราะพ่อกับแม่เดินไปถึงกุฏิเจ้าอาวาสแล้ว"ฉับมือ ฉับมือปาว" มืออ้วนกลมของซาลาเปายื่นไปหาเด็กชายที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยอมยื่นมือให้จับแต่โดยดี เพราะกลัวจะโดนพ่อกับแม่เอ็ดเข้าอีกที่ไม่ดูแลน้อง ทั้งที่เขาก็มีน้องสาวแท้ ๆ อีกคน แต่แม่กลับเอาเดย์ซีไปฝากให้อาเรนกับอาลินเลี้ยง แล้วหนีบยัยปุกเปานี่มาแทนซุสเดินจับมืออ้วนของน้อ
บ้านเทพเจ้าซุสวันเสาร์อาทิตย์นี้ดาเนียไม่ได้ออกไปดูที่ร้านเพราะรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนผิดปกติจึงนอนตื่นสาย โชคดีที่มีสามีน่ารักแบบเฮียแซ็คและลูกชายแสนแก่นแก้วแบบซุสที่ลุกขึ้นมาช่วยกันทำอาหารเช้าให้แม่ตั้งแต่เช้าตรู่ สองพ่อลูกช่วยกันเก็บกวาดบ้านช่อง ซักผ้า และออกไปรดน้ำต้นไม้ด้วยกันอย่างกระตือรือร้น โดยไม่มีการปลุกเรียกหรือรบกวนแม่ให้รำคาญใจโฮ่ง!!โฮ่ง!!เสียงเห่าของสุรีย์ดังก้องขณะวิ่งไล่กวดสองพ่อลูก เจ้าสุนัขลาบราดอร์สีดำสนิทรีบคาบฟุตบอลหนีแล้ววางแหมะที่เท้าของดาเนีย หญิงสาวที่มีท่าทางอิดโรยอ่อนล้าจึงโน้มตัวลงไปลูบหัวเจ้าหมาน้อยที่กลายเป็นหมาหนุ่มหล่อเหลาตัวใหญ่"เนียเล่นไม่ไหวหรอกสุ วันนี้เหนื่อยยังไงก็ไม่รู้" เธอบ่นแล้วหยิบขนมหมาส่งให้เจ้าหมาลาบราดอร์สีดำพร้อมกับลูบไล่ขนสลวยของมันอย่างเพลิดเพลินใจ"เหนื่อยเหรอที่รัก เนียจะป่วยหรือเปล่า" คนที่ได้ยินว่าภรรยาบ่นว่าเหนื่อยรีบรุดเดินเข้ามาดู ทั้งที่ใบหน้าชุ่มเหงื่อพลางหยิบผ้าเย็นมาซับทำความสะอาด จากนั้นจึงส่งผ้าอีกผืนให้ลูกชายที่เหงื่อโชกพอกัน"แม่เนียเป็นอะไรครับพ่อ" ถามพ่อที่กำลังนั่งจินตนาการไปไกลว่าอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงแบบนี้หรือว่าบ
"อ้ามเก่งมากเลยลูก" ดาเนียที่อยากมีลูกสาวใจจะขาดแต่หลังจากรอบก่อนที่วางแผนจะมีทายาทคนที่สองก็ล่วงเลยมาเกือบสามปีพอดี สรุปยังไม่ได้ปั๊มลูกกับเฮียแซ็คอย่างเป็นทางการ ตอนนี้เลยทำได้แต่นั่งป้อนอาหารบดให้กับซาลาเปาลูกสาวของพี่ป่าและเหมียว ซุสที่เล่นเตะฟุตบอลกับสุรีย์และดงดิบจนเหนื่อยจึงเดินมาหาแม่ในบ้าน"แม่จ๋าซุสหิว" ลูกชายนั่งลงข้างแม่มองหน้าที่กำลังส่งตาแป๋วลุกวาวมาให้ เด็กชายหันซ้ายหันขวาไม่เข้าใจว่าน้องมองหน้าตนทำไมจึงได้จ้องกลับอย่างไม่ยอม ซาลาเปาอ้าปากรับข้าวบดจากอาดาเนีย ดวงตาก็จับจ้องไปยังพี่ซุสไม่หยุด"ซุสไปตักข้าวผัดกินสิลูกแม่ครอบฝาชีไว้ตรงโน้นน่ะ แม่ป้อนข้าวเปาก่อน" บอกลูกชายให้หากินเอาเอง"แล้วทำไมต้องป้อนยัยกระปุกเปานี่ ทำไมไม่หากินเอง" อิจฉาทำท่าทางขึงขัง"น้องยังช่วยตัวเองไม่ค่อยได้ เดี๋ยวซุสมีน้องก็เข้าใจเองแหละจ้ะ" คุณแม่พูดให้ลูกชายเข้าใจ ซุสลงจากเก้าอี้เดินกระแทกเท้าปึ้งปั้งไปตักข้าวกินเอง สายตาคอยลอบมองซาลาเปาตลอดเวลา"แอ้แอ้" ซาลาเปาชี้มือไปที่ซุส ดาเนียหลุดขำ"ทำไมคะเฮียซุสของแม่หล่อใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวแม่จองพี่ซุสไว้ให้เปานะดีไหมลูก" คุณแม่หยอกล้อเล่นกับซาลาเปาวัยหนึ่ง
แม่ลูกสองคนวิ่งโต้คลื่นอยู่หน้าชายหาดส่วนตัวของโรงแรม ดาเนียในชุดทูพีชสองชิ้นสีน้ำเงินตัดรับกับผิวขาวเหมือนน้ำนมหัวเราะร่าเริงกวักน้ำใส่ซุสที่อายุครบสองขวบกับอีกสามเดือน หลังจากที่พักฟื้นและเน้นทำงานที่บ้านแทนก็เพิ่งจะได้มีเวลามาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ สุริยะที่นั่งอ่านหนังสือเรื่อง Bad Apollo หนังสือนิยายของตนเอง ฉีกยิ้มกว้างไปยังดวงหน้าสดใสของภรรยาและลูกชาย"เฮียคะซุสหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะค่ะ" ชะโงกหน้าเข้ามาหาสามีที่กำลังอ่านนิยายเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่ติดอันดับขายดีในเว็บอเมซอน"คร้าบบ" จูงมือภรรยาและลูกชายขึ้นฝั่งไปด้วยกัน"อร่อยมากเลยคร้าบ" ซุสพูดชัดถ้อยชัดคำจิ้มกุ้งชุปแป้งทอดเคี้ยวเสียงดังกรุบกรอบและส่งให้พ่อกับแม่กัดคนละคำ "กินเร็วครับ กุ้งอร่อยมาก" ชื่นชมไม่หยุดปาก"อึ้มจริงด้วยลูก" พ่อยิ้มกว้างพยักหน้าเห็นด้วยกับรสชาติที่แสนอร่อย"พ่อพ่อซุสอยากได้แบบนั้นค้าบ" ยิ้มตาหยีชี้นิ้วไปยังอีกครอบครัวที่มีเด็กหญิงเด็กชายนั่งล้อมเต็มโต๊ะ"ซุสอยากได้น้องเหรอ" คนเป็นพ่อสบโอกาสยิ้มกริ่มเหล่มองคุณแม่ที่กำลังนั่งเป่าปากเพราะยำหอยนางรมที่สั่งมาเผ็ดมาก"หืม...พ่อลูกวางแผนอะไรกันอีกคะ" หรี
ทุกคนกรูกันมาที่โรงพยาบาลแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปพูดคุยกับสุริยะที่ทำแผลบริเวณหัวไหล่เสร็จเรียบร้อยไม่ยอมนอนพักหรือแอดมิทดูอาการ เพราะเขาบอกว่าตนเองไหวและต้องการนั่งเฝ้าภรรยาที่หน้าห้องผ่าตัดเพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะกลับออกมาอย่างปลอดภัย ชายหนุ่มกำลังนั่งกุมขมับสองข้ามก้มหน้ามองพื้น ตัวของเขาอาบเปื้อนเลือดของดาเนีย บ่ากว้างสองข้างกระตุกวูบไหวหัวใจของเขาโหวงเหวงไร้ทิศทาง สมองขาวโพลนไปหมด ภาพที่ดาเนียถูกยิงยังติดตา ภาพที่เธอบอกว่ารักเขานั้นติดตรึงในโสต เสียงลั่นไกปืนกึกก้องดังสนั่นจนทำให้จิตใจว้าวุ่นไปหมดฝีเท้าของผู้กล้าเดินเข้ามาหาเขา เสียงเตาะแตะของรองเท้าเด็กนั้นทำให้เขาหลุดจากภวังค์ได้สำเร็จ ใบหน้าอาบชุ่มน้ำตาเงยหน้าขึ้นมองลูกชาย"ผ่อจ๋า" เสียงแหบแห้งวิ่งโผเข้ามาสวมกอดพ่อ"ซุส...ฮึก" รวบกอดลูกจมมิดสะอึกสะอื้นอย่างควบคุมไม่ได้"เนียยูหน่าย" ถามแล้วกอบกุมหน้าพ่อให้ตอบคำถาม"แม่ไม่สบายครับ" เกลี่ยแก้มขาวแล้วกอดตัวลูกชายอีกครั้ง"ไอ้แซ็คกินน้ำกินท่าก่อน" พิรุณส่งผ้าเย็น น้ำและนมให้เพื่อนรักกับหลานชาย "เดี๋ยวกูให้ลินดูแลซุสเอง มึงจะอยู่โรงพยาบาลก็อยู่ไป กูจะอยู่เป็นเพื่อน มึงเชื่อมือไอ้เอลเถ