Share

6

last update publish date: 2026-06-05 21:54:21

หลังจากถูเนื้อตัวจนทั่วแล้ว เธอก็จัดการล้างคราบสบู่ออกไปจากตัวของเขา เห็นเขาถูตรงหว่างขายุกยิก เธอก็ไม่พูดอะไร ช่วยตักน้ำราดให้เขาจนสะอาด ก่อนจะยื่นผ้าขาวม้าให้เขาผลัดเปลี่ยน

สุริยันต์เดินตามคนเป็นเมียเข้าไปในบ้าน เธอเช็ดตัวให้เขา ก่อนจะหาเสื้อผ้ามาให้เขาสวมใส่ ท่าทีนิ่งๆ ของเธอทำให้คนความจำเสื่อมนึกเกรงใจขึ้นมาไม่น้อย

“จากสูงสุดสู่สามัญจริงๆ” เขาพูดเบาๆ แต่เธอได้ยินชัดเต็มสองหู

“อะไรกันคะเฮีย”

“จากเซฟเฮ้าส์มาอยู่นี่เหมือนเทวดากับยาจก” เธอฟังแล้วหลุดขำ

“เฮียนอนเถอะ พักผ่อนเยอะๆ จะได้หายเร็วๆ” เธอไม่ได้พูดอะไรแต่บอกให้เขาพักผ่อนเพราะอยากจะไปอาบน้ำและดูลูกเสียหน่อย ฝากไว้กับดอกเหมยตั้งแต่ตอนเย็น

“จะไปไหน” เขาดึงมือของเธอเอาไว้

“หยกจะไปอาบน้ำค่ะ” เธอบอกเขาเสียงนุ่ม

“เมื่อกี้ทำไมไม่อาบด้วยกันล่ะ”

“หยกอาบน้ำช้าค่ะ”

เธอบอกเขาด้วยรอยยิ้ม สุริยันต์ปล่อยแขนของเธอ นอนมองร่างอวบที่เดินออกไปจากห้องไม่วางตา เขาครุ่นคิดอะไรอีกมากก่อนจะเผลอหลับไป กลิ่นหอมจางๆ ที่ลอยมาปะทะจมูกทำเอาคนที่เผลอหลับไปตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ร่างอวบที่เดินเข้ามาในห้องทำให้เขากะพริบตาปริบๆ

“เฮียปวดหัวอีกไหม” เธอมานั่งลงข้างเตียง เอ่ยถามอย่างใส่ใจ

“ไม่ปวด” เขากวาดสายตามองร่างขาวผ่องที่สวมชุดนอนบางเบาเซ็กซี่แล้วรู้สึกร้อนผ่าว

“ไม่ปวดก็ดีแล้วค่ะ เฮียนอนเถอะ ขอโทษที่ทำให้ตื่น เดี๋ยวหยกจะไปดูลูกเสียหน่อย” เธอดึงผ้าห่มมาห่มให้เขาจนถึงอก เขาไม่มีอาการปวดหัวอีกเธอก็เบาใจ

“ฉันไปด้วย” เขารั้งแขนของเธอเอาไว้ พิมพ์รดาพยักหน้าให้อย่างว่าง่าย ตลอดระยะเวลาที่เธอคลอด เขาก็คอยช่วยเธอเลี้ยงลูกอยู่บ่อยๆ บางครั้งพิมพ์รดาก็ไม่อยากให้เขาหายความจำเสื่อมเลยด้วยซ้ำ เพราะเขาจะได้รักเธอรักลูกไปแบบนี้ไปนานๆ แม้เขาจะพูดน้อยหรือไม่ค่อยพูดตามนิสัยดั้งเดิม แต่สายตาห่วงใยรักใคร่ของเขาที่มีให้เธอกับลูกก็ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขไม่น้อย

“คุณหนูหิวนมค่ะคุณหยก” พอไปถึงห้องเด็ก ดอกเหมยก็รีบบอกเจ้านายสาวทันที

“จ้ะ” พิมพ์รดารับลูกมาอุ้มเอาไว้ เธอให้ลูกดื่มนมจากอกเพราะเจ้าตัวเล็กกินนมกระป๋องไม่ได้เนื่องด้วยมีอาการผื่นแพ้ขึ้นตามตัวและท้องเสีย

สุริยันต์ชะโงกหน้าเข้าไปดูบุตรสาวตัวน้อยที่ขม้ำดูดนมจากอกของมารดาอย่างมีความสุข เขากะพริบตาปริบๆ ก้อนเนื้อด้านซ้ายเต้นถี่แรงเสมอเมื่อได้สบสายตาไร้เดียงสาคู่นั้น นี่คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาที่เขาต้องดูแล

พิมพ์รดาช้อนสายตาขึ้นมองสามี เธอยิ้มหวานหยดให้เขาคล้ายจะยั่ว สุริยันต์ถึงกับกระแอมกระไอ เธอไม่อายที่เขามาแอบมองเธอให้นมลูก แต่เขากลับรู้สึกเลือดลมสูบฉีดหน้าร้อนผ่าวไปหมด

“สงสัยลูกจะหิวนมน่ะค่ะ” เธอพูดขึ้นเมื่อเขาเดินไปนั่งลงตรงข้าม จ้องมองเธอกับลูกด้วยสายตาสนใจไม่น้อย ลูกคือสิ่งมีชีวิตอันแสนประหลาดล้ำในสายตาของเขา

“อืม...” เขาครางในลำคอเห็นจริงดังนั้นว่าลูกน้อยหิวนมจริงๆ

“เฮียมองอะไรคะ”

“ลูกตะกละเหมือนใคร” เขาเอ่ยถาม มองเด็กน้อยในอ้อมแขนของเธอไม่วางตา พิมพ์รดาหลุดขำกับประโยคคำถามของเขา

“เหมือนเฮียกระมังคะ มาดูใกล้ๆ สิ กินดุเหลือเกิน” เธอยิ้มหวานคล้ายยั่วเขา สุริยันต์เดินเข้าไปมองเหมือนต้องมนตร์สะกด เขาใช้นิ้วจิ้มที่หลังมือเล็กๆ ป้อมๆ ของลูกสาวตัวน้อย ก่อนที่นิ้วเล็กๆ นั้นจะรวบนิ้วของเขากดไปกับเต้านมขาวอวบ

“อุ๊ย!” เธออุทาน เงยหน้ามองเขา สุริยันต์ก้มลงมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน

“เฮียนั่งลงใกล้ๆ สิ” เธอรีบพูดเมื่อเขาทำท่าจะขยับตัวหนีอีกรอบ เจ้าตัวเล็กยังคงกำนิ้วของบิดาเอาไว้แน่นขณะดูดนมอย่างสบายอารมณ์ สุริยันต์ไม่ได้พูดอะไรเขานั่งลงใกล้ๆ เธอ มองปากเล็กๆ บอบบาง ดูดนมอย่างมีความสุขแล้วเผลอยิ้ม

“เฮียยิ้มด้วย” เธอยิ้มตามเมื่อเห็นเขายิ้ม

“ปกติฉันไม่เคยยิ้มหรือไง”

“เคยค่ะแต่น้อยครั้งมากที่เฮียจะยิ้ม เฮียจะยิ้มก็ต่อเมื่อ” เธอชะงัก เขาจะยิ้มและหัวเราะเมื่ออยู่กับครอบครัว เธอได้ส่งข่าวเรื่องของสุริยันต์ไปให้แดนตะวันได้รับรู้แล้ว อีกฝ่ายจึงโล่งใจ หลังจากเข้าไปดูแลกิจการทุกอย่างเต็มตัวและส่งข่าวมาบอกว่าจะปิดกิจการบางอย่างชั่วคราวก่อน แดนตะวันต้องใช้เวลาให้คุ้นเคยกับงานและลูกน้องของสุริยันต์ก่อนจะหาหนอนบ่อนไส้คนที่ส่งข่าวให้พิทาย ส่งคนมาดักซุ่มยิงสุริยันต์ตอนออกจากบ้าน

อัญชัญมีแผนการที่จะหาหนอนบ่อนไส้ ตกลงกันว่าจะทำตามแผน แต่ก็ต้องยุติไปก่อน เพราะเธอคิดว่าอยากจะให้มันตายใจ ยิ่งเวลาผ่านไป มันยิ่งชะล้าใจ สุริยันต์เคยบอกเธอว่าแก้แค้นสิบปียังไม่สาย และเธอก็เห็นจริงตามนั้น

การที่แดนตะวันไม่ทำธุรกิจแข่งกับพิทายก็ถือเป็นการทำให้ศัตรูตายใจ ไม่ตามไล่ล่าฆ่าฟันกันอีก และยังทำให้ปลอดภัยขึ้นด้วย พิทายก็จะผยองคิดว่าตัวเองเป็นหนึ่ง ซึ่งคนเรานั้นเมื่อถึงเวลาถอยก็ต้องถอย หยุดก็ต้องหยุด แต่ไม่ใช่จะยอมแพ้แต่แค่มีสติและรอเวลาเท่านั้น

พิมพ์รดาวางลูกน้อยให้นอนหลับบนเตียงเล็กๆ หลังจากที่ดื่มนมอิ่มแล้ว สุริยันต์ยังปักหลักอยู่ที่เดิม จะว่าเขารอภรรยาอยู่ก็คงใช่ เป็นความเคยชินที่เขาอยากนอนกอดเธอและหลับไปพร้อมกัน

พอลูกหลับและดอกเหมยเข้ามาช่วยดูแล เขาก็ตามเธอไปยังห้องนอน ห้องเด็กติดกับห้องนอน ถ้ามีอะไร ดอกเหมยก็จะมาเรียก

พิมพ์รดาเดินกลับไปนอนห้องของตัวเอง โดยมีสุริยันต์เดินตามไปติดๆ

“ดอกเหมยดูรักลูกของเรามากนะ” เขาเอ่ยขึ้นเพราะสังเกตสังกาทุกคนที่อยู่รอบตัวเสมอ

“เขาเป็นญาติกับเรานี่คะ” เธอบอกเขาว่าดอกเหมยเป็นญาติฝั่งมารดา

“ไม่หรอก” สุริยันต์พิงร่างไปกับพนักหัวเตียง ดึงร่างอวบของภรรยามาหา โอบกอดเธอเอาไว้หลวมๆ

“ไม่อะไรคะ” เธอเอ่ยถาม สุริยันต์ทำท่าคิดก่อนจะก้มมองคนในอ้อมแขน

“เขาไม่เหมือนญาติ” คนช่างสังเกตวิจารณ์

“ไม่เหมือนญาติยังไงคะ”

“บางครั้งคนเป็นญาติอาจจะไว้ใจไม่ได้เหมือนดอกเหมย” เขาพูดให้คิด

“เฮียหมายความว่า...”

“เขาเหมือนทาสผู้ซื่อสัตย์ ลูกน้องหรือคนรับใช้ของเธอมากกว่า” เขาใช้สรรพนามเรียกชื่อเล่นบ้าง เรียกเธอบ้างแล้วแต่อารมณ์ในขณะหรี่ตามองคนในอ้อมแขนนิ่งๆ ไอ้เรื่องสมองเสื่อมก็ส่วนหนึ่งแต่นิสัยหลายอย่างของสุริยันต์นั้นไม่ได้เสื่อมไปด้วย

“เวลาที่เขามองเธอมันเทิดทูนบูชาและซื่อสัตย์แบบที่หาได้ยากจากการที่แค่เป็นญาติกันเฉยๆ”

“ดอกเหมยเคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้น่ะค่ะ”

“อย่างนั้นเหรอ เขาดูรักเธอมากจริงๆ นะ”

“นอนเถอะค่ะ”

“หรือไม่จริง” เขายังเอ่ยถาม

“เมื่อก่อนเฮียบ้าอำนาจมากเลยนะคะ” เธอเปลี่ยนเรื่อง มือบางลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาด้วยรอยยิ้ม

“จนขนาดนี้จะไปบ้าอำนาจกับใคร พวกบ้าอำนาจคือพวกรวยไม่ใช่เหรอ” เขาเลิกคิ้วขึ้นถาม

“ถึงสมองเสื่อมแต่เฮียก็ยังฉลาดนะ” เธอพูดแล้วอมยิ้ม

“ฉันกับเธอเป็นผัวเมียกันได้ยังไง” คนตรงถามแบบโต่งๆ พิมพ์รดาช้อนสายตาขึ้นมอง

“เฮียบ้ากามปล้ำหยกตั้งแต่เด็ก” เขาทำหน้าเหลอหลา พิมพ์รดาหัวเราะร่วน ก่อนจะเริ่มเห็นใบหน้าบูดบึ้งของเขา

“พูดไร้สาระ”

“จริงๆ หยกเสร็จเฮียตอนอายุสิบแปด” เธอพูดไปขำไป

“หยกอ่อยเฮียหรือเปล่า ท่าทางจะสมยอม” เขาเอ่ยถามอย่างอารมณ์ดีขึ้น สรรพนามที่เรียกขานจึงเปลี่ยนไป เธอชอบเวลาเขาเรียกด้วยชื่อเล่นแบบนี้และแทนตัวเองว่าเฮีย

“หลงตัวเอง หยกน่าจะเจอผู้ชายที่ดีกว่าเฮีย”

“เฮียไม่ดียังไง”

“บ้าอำนาจ บ้ากาม ชอบควบคุม เผด็จการ” เธอว่าเขา

“แต่ก็ยังอยู่ด้วยกันได้นี่นา”

“ก็เพราะว่ารักไงคะ” เธอตอบเขาแล้วมองสบตา สุริยันต์รับรู้ว่าเธอพูดจริงเพราะสายตาสื่อความหมายมันเต็มไปด้วยความอ่อนหวานและความจริงใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สุริยันต์   61

    ...บทส่งท้าย...สุริยันต์เปิดค่ายมวยอีกครั้ง สืบทอดเจตนารมณ์ของเสริมศักดิ์ก่อนตายที่บอกให้เขารักษาค่ายมวยนี้เอาไว้ เขารับศิษย์รุ่นแรก ทั้งหญิงและชายโดยไม่เกี่ยงอายุและเพศในสังคมปัจจุบันมีคนเลวมากขึ้น เด็กและเยาวชนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องรู้จักดูแลป้องกันตัวเอง วิชาการต่อสู้จึงสำคัญมาก ไม่เฉพาะผู้ชายเท่านั้น แต่ผู้หญิงควรมีไว้ติดตัว เอาไว้เพื่อปกป้องตัวเอง“ดูคุณแดนสิคะ แพ้ท้องแทนน้องอัญทุกวันเลย”พิมพ์รดามองคู่ของแดนตะวันที่แพ้ท้องแทนเมียแล้วอมยิ้ม อัญชัญยังแสบซ่าเหมือนเดิมแม้กระทั่งท้อง คนเป็นสามีก็คอยห้ามปรามเพราะหวาดเสียวแทน ดีหน่อยที่ไม่คิดจะปีนป่ายขึ้นต้นไม้เหมือนสมัยก่อน“เฮีย... อยากกินไก่อบฟาง”“กินเก่ง” แดนตะวันบ่นแต่ก็รีบเร่งไปทำให้เมียกิน เขาคลื่นไส้อาเจียนรู้สึกเหม็นเบื่อไปหมด ในขณะที่อัญชัญกินอะไรได้ทุกอย่าง“อร่อยจังเลยค่ะ เฮียกินไหม” เธอยื่นน่องไก่หอมกรุ่นให้เขา แดนตะวันถึงกับส่ายหน้าไปมา“เฮีย”“ครับ” แดนตะวันรับคำเมียตาปริบๆ“อยากกินอะไรบอกอัญมา เดี๋ยวอัญทำให้กิน”“จริงเหรอ” แดนตะวันถามอย่างแปลกใจ ร้อยวันพันปีอัญชัญไม่เคยคิดเข้าครัวทำอะไรให้เขากินเลย“จริงค่ะ เฮี

  • สุริยันต์   60

    ในระหว่างที่แดนตะวันกำลังจะจับตัวพิทายส่งตำรวจ พิทายก็หันมาจัดการกับแดนตะวัน มือของมันคืออาวุธมีดที่กรีดเข้ามาตรงแขน จนแดนตะวันเสียหลัก ทำให้ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือดสุริยันต์ได้พาพิมพ์รดาหนีออกมาสมทบ เจอเข้ากับ สรพงศ์ที่กลายเป็นบ้าวิ่งตรงเข้ามาทำร้าย และต่อสู้กับสุริยันต์ คนบ้านั้นกำลังมหาศาล และในจังหวะที่สุริยันต์กำลังจะจัดการกับสรพงศ์ มีดคมๆ จากเงื้อมือของพิทายก็กรีดมาตรง กลางของแผ่นหลัง แต่กลับไม่ระคายผิวของสุริยันต์เลยแม้แต่น้อย ทั้งสองต่อสู้กันจนพลัดตกหน้าผาไปทั้งคู่ พิมพ์รดาตะโกนเรียกสุริยันต์อย่างตกใจกำลังตำรวจเข้ามาที่ค่ายมวยเก่าแก่ของเสริมศักดิ์ ช่วยกันจับกุมคนของพิทายเอาไว้ แดนตะวันนั้นได้ส่งหลักฐานให้ตำรวจที่อยู่เบื้องหลังการให้พี่ชายปลอมตัวเข้าไปสืบเรื่องขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ทางภาคใต้ของประเทศข่าวการจับกุมบ่อนการพนัน การค้ามนุษย์ และคลิปโหดๆ ที่เผยแพร่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ และคนที่มีเมมเบอร์ต้องจ่ายเงินเท่านั้นถึงจะดูคลิปพวกนี้ได้ถูกปราบปรามอย่างหนักสุริยันต์ฟื้นขึ้นมาด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส เขาเห็นร่างของพิทายถูกเสียบด้วยกิ่งไม้แหลมอยู่หน้าปากถ้

  • สุริยันต์   59

    “นายคิดว่ามันจะสอนให้นายจริงๆ เหรอครับ” ลูกน้องคนสนิทของสรพงศ์เอ่ยถาม“สอนสิ เพราะฉันเคยดูดวงให้ตัวเองว่าสักวันหนึ่งฉันจะได้เรียนวิชานี้จากลูกศิษย์ของไอ้เสริมศักดิ์ หลังจากฉันเรียนสุดยอดวิชานี้สำเร็จ ฉันก็จะฆ่ามันซะ แล้วคนที่จะครอบครองสุดยอดเคล็ดวิชานี้ ก็คือฉันคนเดียวเท่านั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” สรพงศ์หัวเราะอย่างชั่วร้ายสุริยันต์กลับมายังห้องคุมขัง เขาใช้มีดกรีดรอยแผลเป็นที่ขาออกเป็นทางยาว ก่อนจะดึงกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกฝังเอาไว้ที่ขาออกมา ชายหนุ่มใช้ผ้าพันแผลห้ามเลือดเอาไว้ ก่อนจะเปิดอ่านจดหมายของอาจารย์ก่อนที่เขาจะออกมาจากค่ายมวยของอาจารย์เสริมศักดิ์ เขาได้รับจดหมายจากท่านมาหนึ่งฉบับ เสริมศักดิ์มีวิชาการดู ดวงและทำนายฤกษ์ยามได้อย่างแม่นยำอาจารย์ของเขาได้ดูดวงเอาไว้ให้เขา ก่อนจะสอนเคล็ดลับสุดยอดเวชาให้ ท่านบอกว่าดวงของเขาเหมาะที่จะเรียนวิชานี้ และเป็นผู้ที่เหมาะสมจะได้รับการถ่ายทอดวิชานี้จากท่านเป็นที่สุดสุริยันต์ค่อยๆ อ่านจดหมายที่อาจารย์ของเขาเขียนเอาไว้ ดวงของเขานั้นเหนือกว่าสรพงศ์ และเขาจะเป็นคนที่ฆ่าสรพงศ์เพื่อล้างแค้นให้อาจารย์คนก่อนที่เป็นเจ้าของเคล็ดวิชาเพื่อแก้แค้น และล้างแค้

  • สุริยันต์   58

    เดชร้องโหยหวนลั่นคุก ในขณะที่ผู้คุมเข้ามาสงบศึกเอาไว้ ใครกล้าหือก็จะโดนไม้กระบองตีเข้าให้เดชถูกพาไปรักษาตัวเพราะนอนตัวงอกุมมือข้อด้วยความเจ็บ ทำให้ทุกคนในที่นั้นมองสุริยันต์อย่างตกตะลึงในวิชาการต่อสู้ของอีกฝ่าย ด้วยว่าเดชเก่งกล้าสามารถ ไม่เคยมีใครล้มเดชได้สักคน“นายอยากเจอ” เป็นประโยคสั้นๆ ง่ายๆ ในขณะที่นักโทษคนอื่นถูกพากลับไปขัง สุริยันต์ก็ถูกพาไปยังห้องห้องหนึ่งเขาถูกผลักเข้าไปในนั้น สุริยันต์หรี่ตามองใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่หลังเก้าอี้“ฉันเห็นฝีมือของนายแล้ว พิทายส่งคนเก่งเข้ามาในคุกเลยนะคราวนี้” เสียงของชายชราที่หมุนเก้าอี้ตัวใหญ่มาหา ทำให้สุริยันต์ตาลุกวาบ แว็บเดียวก่อนที่มันจะจางหายไปเขาเห็นหน้าจอขนาดใหญ่ที่สามารถมองดูโรงอาหารของเรือนจำได้ทุกซอกทุกมุมว่าใครกำลังทำอะไรบ้างหัวใจของสุริยันต์เต้นแรงถี่กระชั้นแทบจะหลุดออกมาจากอกเมื่อเห็นฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวของเขามันหายหัวไปนานหลายปี ที่แท้ก็มีความสุขอยู่ในคุกนี่เอง มันไม่ได้ลำบากอะไรเลยสักนิด ไม่ได้รับผลกรรมอะไรเลยใช่แล้ว... ไอ้แก่ที่อยู่ตรงหน้าเขาคือไอ้สรพงศ์ มันติดคุกตลอดชีวิตและไม่มีท่าทีว่าจะออกไปจากคุก ผมบนศีรษะนั้นหงอกขาวบ่ง

  • สุริยันต์   57

    นั่นทำให้สุริยันต์รู้ว่ามีการส่งยาเสพติดเกิดขึ้นแต่ไม่ได้ส่งจริงๆ ยาเสพติดล๊อตนั้นคือล๊อตใหญ่ที่จะส่งเข้าไปในเรือนจำ และตำรวจพวกนั้นก็เป็นตำรวจปลอม จริงๆ คือคนของพิทายที่ปลอมตัวมาจับกุมเขากับนพและพวกอาการบาดเจ็บของสุริยันต์ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี จนเขาหายเป็นปกติ เพื่อที่จะได้ทำงานใหญ่ต่อไปสุริยันต์ใจเย็น ทำตามที่นพแนะนำทุกอย่าง เพื่อที่จะได้ในสิ่งที่เขาต้องการ ทำงานใหญ่ใจต้องนิ่ง และเขาจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะนั่นหมายถึงชีวิตและครอบครัวที่รักของเขา“รอบนี้ของจริง” หลังจากสุริยันต์ฟื้นขึ้นมารอบนี้ และอาการทุกอย่างหายเป็นปกติ นพก็วางแผนการทำงานว่าต้องทำอะไรบ้าง รอบนี้เขาจะต้องขนยาเสพติดจริงๆ และให้ตำรวจจับจริงๆ เพื่อจะได้ลำเลียงยาเข้าเรือนจำได้เป็นผลสำเร็จสุริยันต์มองรูปถ่ายของบุตรสาวตัวน้อยแล้วยกขึ้นมาจุ๊บเบาๆ เขาเสร็จสิ้นภารกิจนี้ก็หมายความว่าเขาจะได้อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขภารกิจลับๆ ที่ต้องคอยจัดการกับพวกค้ายาเสพติดและตัวการใหญ่ที่ยังอยู่ในคุก เป็นเรื่องที่เขาต้องทำเงียบๆ สืบทอดจากบิดาและผู้เป็นอา เขาไม่เคยบอกเรื่องงานลับๆ นี้กับใครนอกจากคุยกับนายใหญ่ด้วยตัวเองบิดาและผ

  • สุริยันต์   56

    “นายรู้ได้ยังไง” สุริยันต์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย“ฉันได้ยินน่ะ”“อืม... ใช่ ก็ตามนั้น” สุริยันต์ครางในลำคอ คล้ายจะยอมรับออกมา“นายมีบุญคุณกับฉัน เราก็เหมือนพี่น้องกัน ถ้านายมีปัญหาฉันจะช่วยนายเอง” ประโยคนั้นของนพทำให้สุริยันต์ได้เจอกับคนที่เขารอคอยมานานนพพาเข้าไปรู้จักกับนทีได้อย่างง่ายดาย โดยไม่เป็นที่ระแวงสงสัย และไม่นานเขาก็ได้เจอกับพิทาย“หน่วยก้านดีนี่ แต่ฝีมือมันได้เรื่องหรือเปล่าวะ” พิทายเอ่ยถาม มองอย่างสนใจ“นายจะลองทดสอบฝีมือมันก่อนก็ได้นะครับ” นพพูดขึ้น ทำให้พิทายโบกไม้โบกมือไปมา“ฉันยังไม่ได้คิดจะรับเพื่อนของนายเข้ามาทำงานสักหน่อย”“แต่คุณนทีบอกว่า...” นพเอ่ยขึ้นแต่พิทายยกมือขึ้นเบรกเอาไว้เสียก่อน“นทีแค่บอกฉันเฉยๆ ว่านายจะพาเพื่อนมาฝากเนื้อฝากตัวด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะรับมันมาทำงานด้วยสักหน่อยนี่หว่า” นพหน้าเสียเล็กน้อย แต่สุริยันต์ก็ส่ายหน้าไปมาให้นพว่าไม่เป็นไรสองหนุ่มกลับมาขึ้นรถหลังจากที่ทำความรู้จักกับนายใหญ่เรียบร้อยแล้ว สุริยันต์พอจะรู้นิสัยของพิทายดี หมอนี่มันไม่ไว้ใจใครง่ายๆ เพราะคงเคยโดนมาแล้ว มันคงมีแบบทดสอบอะไรเขาสักอย่าง ซึ่งเขาได้เตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว

  • สุริยันต์   34

    พิมพ์รดารู้สึกหัวหมุนไม่น้อย ร่างกายของเธอกำลังเร่าร้อนและแทบแตกดับ รอบกายของเธอดูช่างพลิกคว่ำพลิกหงายไปหมด มันอบอวลไปด้วยกลิ่นรักกลิ่นเสน่หาที่ลอยมาแตะจมูก มันสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่า เธอพร่ำบอกเขาว่าแทบจะขาดใจอยู่รอมร่อ ทุกอย่างกำลังจะไปถึงจุดหมายปลายทางแห่งความสุขสองร่างสั่นกระตุกหลังจากเสียงคร

  • สุริยันต์   33

    สุริยันต์ผละออกห่าง เขาลูบไล้ผิวขาวผ่องของเธอไปทั่วสรรพางค์กาย ด้วยความเสน่หา“เฮียแกล้งหยกอีกแล้วใช่ไหมคะ”“แกล้งยังไง” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“แกล้งทำแบบนี้เดี๋ยวก็ทิ้งหยกเอาไว้ให้ค้างอยู่กลางอากาศ”“วันนี้ไม่ทิ้ง เฮียสัญญา” เขาตอบรับด้วยคำมั่นสัญญา“วันนี้เอาจริงเหรอคะ” เธอถามเสียงสั่นๆ ร

  • สุริยันต์   32

    “อย่ายอกันเลยค่ะ พี่วรรณก็เก่ง ถ้าไม่มีพี่วรรณหยกคงแย่” อรวรรณเป็นคนขยันทำงานซื่อสัตย์และทุ่มเทกับงานเหมือนเป็นเจ้าของร้านเสียเอง นั่นทำให้เธอไว้วางใจว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยหากไม่ได้เข้ามาดูทุกวัน และสุริยันต์ก็คอยแวะเวียนเข้ามาทุกอาทิตย์ เขาแวะเวียนไปดูกิจการทุกอย่างด้วยตัวเอง คอยตรวจสอบและเช็คความ

  • สุริยันต์   31

    หลายปีมานี้มันแกร่งขึ้นมาก สั่งสมลูกน้องเก่งๆ เอาไว้มากมาย ฉันเคยคิดว่าถ้าไอ้สองคนผัวเมียนั่นตาย มันจะเกรงกลัวไม่กล้าเปิดศึกกับเราอีกแต่ผิดคาดมันยิ่งฮึกเหิมประกาศศึกกับเรา เป็นคู่แข่งกับเราทุกอย่าง” สองคนผัวเมียที่พิทายพูดถึงคือเกื้อกับนุชนารถ“ผมไม่มีวันลืมความแค้นที่มันทำเอาไว้กับผมกับลูกพลับได้ห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status