LOGINเสียงคลื่นทะเลที่ซัดเข้าหาฝังทำให้คนที่ทิ้งตัวลงนอนตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ร่างสูงเดินออกไปภายนอก มองท้องน้ำที่ไกลสุดลูกหูลูกตาอย่างเหม่อลอย ภาพบางอย่างวูบเข้ามาในสมอง เขาหลับตากุมศีรษะ รู้สึกปวดจนร้าวไปหมด
“เฮียเป็นอะไรคะ” เสียงที่ดังขึ้นข้างตัวพร้อมมือบางจับประคองร่างที่เซเอาไว้ทำให้เขาหันไปมอง ภาพรางเลือนพวกนั้นก็จางหายไป
“เมื่อกี้เหมือนเห็นภาพอะไรสักอย่าง แต่ปวดหัว”
“อย่าคิดมากเลยค่ะ เดี๋ยวจะปวดหัวอีก”
“ฉันอยากทำงาน เบื่อนอนเต็มทน”
“ไม่ได้ค่ะ”
“ทำไม” เสียงแข็งเอ่ยถาม พิมพ์รดาถอนใจพรืด สุริยันต์ก็ยังเป็นสุริยันต์ผู้เอาแต่ใจตัวเองเช่นเดิม ชอบให้คนอื่นทำตาม ไม่ชอบให้ใครขัดใจ แต่เขาก็ช่างอดทนรอจนเธอคลอดลูก มารยาหญิงยังไงก็ใช้ได้วันยังค่ำ เธออ้อนให้เขาดูแลเขาเลยหยุดอาละวาดไปหลายเดือน
“ให้หายดีก่อนค่ะ หายแล้วอยากจะทำอะไรก็จะไม่ห้ามเลย” จริงๆ เขาหายดีแล้ว แต่เธอยังไม่อยากให้เขาออกไปไหนมาไหนตอนนี้ เพราะเกรงจะมีอันตราย
“เป็นปีแล้วนะ ฉันแข็งแรงดีแล้ว”
“แต่เฮียก็ปวดหัวบ่อย”
“ไอ้ผัวของเมียน้อยฉันมันเป็นใคร” จู่ๆ เขาก็โพล่งถามออกมา ทำเอาพิมพ์รดาใบหน้าเหลอหลา นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เธอเคยประชดเขาว่าเขาไปมีเมียน้อยจนสามีอีกฝ่ายตามมายิงจนบาดเจ็บเสียโฉม แต่มันตั้งแต่เขาฟื้นและนานหลายเดือนแล้ว ความจำเขาโคตรดีจริงๆ
“ทำไมคะ” เธอเลิกคิ้วขึ้นถาม มองเขาตาปริบๆ
“ฉันหายดีแล้วจะไปยิงหัวมัน ผู้หญิงก็สำส่อน มีผัวอยู่แล้วยังจะมีชู้อีก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน พิมพ์รดาเบนหน้าหนี กลั้นขำเอาไว้สุดฤทธิ์สุดเดช
เออแน่ะ! แล้วไม่คิดบ้างเลยเหรอว่าเรื่องที่ตัวเองพูด ตัวเองก็ไปเป็นชู้กับเมียเขา แต่เธอก็ไม่น่าไปโกหกเขาเลย ให้ตายดิ้นสิ!
ถ้าเขาอยากจะไปเอาเรื่องผู้ชายคนนั้นขึ้นมาจริงๆ เธอจะตอบว่าอย่างไรดีล่ะ ก็ต้องโกหกอีกตามเคย
“ขำอะไร” เสียงแข็งเอ่ยถาม ทำเอาพิมพ์รดาสะดุ้งโหยง
แน่ะ! ตาดีอีก พิมพ์รดากลั้นขำ หันมาทำหน้าขรึมๆ เหมือนโกรธ
“จะมีปัญญาอะไรไปยิงเขา ผู้ชายคนนั้นไล่ยิงเฮียจนหมดสภาพ พักรักษาตัวอยู่นานเป็นปีกว่าจะหาย นี่ก็ยังไม่ปกติเลย ยังปวดหัวและจำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม”
“วันนั้นฉันคงพลาด” เขาเถียงคอเป็นเอ็น พิมพ์รดาไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือจะทำหน้ายังไงดี คนไม่เคยยอมแพ้อะไรหน้าบึ้งตึง นี่ขนาดความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้ยังเป็นถึงขนาดนี้
“เฮียสัญญาได้ไหมว่าต่อไปนี้จะไม่เจ้าชู้ จะรักหยกและรักลูกคนเดียว”
“เมื่อก่อนฉันไม่รักเธอหรือไง” เขาเลิกคิ้วขึ้น เท้าสะเอวมองนิ่ง ปวดหัวจนแทบระเบิดในเวลานี้
“หยกไม่รู้หรอก ตอบแทนเฮียไม่ได้ว่ารักหรือไม่รัก บางทีหยกก็ไม่เข้าใจเฮีย” อันนี้เธอตอบตามตรง ก่อนจะเดินหนี คนความจำเสื่อมเดินตาม ดึงแขนเอาไว้ รั้งไม่ให้เธอไป
“ต่อจากนี้ไปฉันจะรักเดียวใจเดียว โอเคหรือยัง”
เธอหันมามองอย่างแปลกใจ ก็ได้เห็นความจริงใจในดวงตาคู่นั้น
“ถ้าเฮียความจำเป็นปกติ อาจจะไม่พูดแบบนี้ก็ได้” เธอเม้มปากเข้าหากัน
“แล้วฉันยกย่องผู้หญิงคนอื่นหรือไง” เขาเอ่ยถาม เธอส่ายหน้าไปมา
“ก็แสดงว่าไม่ได้จะเอาใครจริง”
“ไม่เอาหยกจริงด้วย” เธอก้มหน้ามองพื้น
“ไม่เอาจริงจะมีลูกหรือไง ถ้าไม่เอาจริงก็ต้องป้องกัน”
“ก็หยก...” เธอชะงัก จะบอกเขาไปได้ยังไงว่าเธอเจาะถุงยางอนามัย แถมยังกินยาคุมไม่จริงอีก
“ก็หยกอะไร” เขาเลิกคิ้วถาม ต้อนเธอให้จนมุม พิมพ์รดาขมวดคิ้ว ไอ้นิยามตามติดจิกเอาคำตอบอย่างเอาแต่ใจไม่หายไปจากนิสัย ทำไมสมองเสื่อมแล้วไอ้นิสัยพวกนี้ไม่หายไปด้วยนะ
“ช่างมันเถอะ”
“ไม่ชอบคำว่าช่างมัน” แม้จะความจำเสื่อมแต่สุริยันต์ก็คิดว่าเขาต้องได้คำตอบ เขาไม่ชอบอะไรคลุมเครือ ความรู้สึกของเขาคือความชัดเจน
“เฮีย”
“อะไร”
“อดีตลืมมันไปก่อน ไม่ต้องพูดถึงใครอีก ตอนนี้รักษาตัวให้หายดีก่อน”
“ก็ได้” เขาพูดเหมือนไม่ค่อยเต็มใจนัก คล้ายอยากถามอะไรเธออีกมากมายแต่ก็เงียบไป
“เฮียเป็นแค่ผู้ชายธรรมดา เป็นชาวประมง เป็นคนหาปลาอยู่ที่นี่เท่านั้น เฮียจำเอาไว้แค่นั้นก็พอ” พิมพ์รดาเดินหนี ปล่อยให้ร่างสูงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สุริยันต์เบนหน้าไปมองท้องทะเลเบื้องหน้าอีกครั้ง เขาขมวดคิ้วเข้าหากัน รู้สึกหงุดหงิด รู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เขาเคยอยู่ มันช่างไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย
มื้อเย็นวันนั้นภรรยาของเขาทำอาหารมากมาย เขาไม่เคยคิดว่าจะทนอยู่บนเซฟเฮ้าส์นั่นได้นานเป็นปีๆ ด้วยเหตุผลว่าออกไปไหนไม่ได้เพราะมีคนตามฆ่า แต่มันก็ผ่านมาแล้ว อยู่กันมาได้นานนับปี
อาหารทะเลมากมายที่ถูกปรุงอย่างดี กลิ่นหอมกรุ่นทำให้สุริยันต์บอกตัวเองทุกครั้งว่าภรรยาของเขาทำอาหารอร่อยมากแค่ไหน
“ของโปรดเฮียทั้งนั้นเลย” เธอบอกเขา
สุริยันต์มองปลาผัดขิง ต้มยำหม้อใหญ่ กุ้งทอดเกลือ และข้าวผัดปูแล้วน้ำลายสอ
“อร่อย” เขาเอ่ยปากชม คนฟังถึงกับยิ้มกว้าง นานๆ เธอกับเขาจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันแบบนี้ แบบไม่ต้องมีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่เธอเข้ามาช่วยเขาดูแลกิจการอย่างเต็มตัว งานก็ยุ่งเหลือเกิน หัวถึงหมอนบางทีก็แทบจะหลับและมีหลายครั้งถึงกับหลับคาอ่างอาบน้ำจนเขาต้องอุ้มไปนอน
“อร่อยก็ต้องกินเยอะๆ นะคะ”
“อยู่ใกล้ทะเลก็ดีนะ มีอาหารทะเลสดๆ กิน” คนความจำเสื่อมได้ลิ้มรสชาติอาหารทะเลสดๆ ก็เอ่ยชม สุริยันต์มีนิสัยอยู่อย่าง เขาชอบกินอาหารที่ดีที่สุด สดๆ ใหม่ๆ และสะอาดสะอ้าน
“ฉันหาปลาอย่างเดียวเหรอ” เขาเอ่ยถามเมื่อกินไปได้สักระยะหนึ่ง
“ค่ะ” เธอตอบรับเสียงนุ่ม
“แล้วเธอทำงานอะไร”
“ทำปลาเค็ม ปลาแห้ง กุ้งแห้งขาย”
“อ้อ...” เขาร้อง ก่อนจะขมวดคิ้ว เขาตักกับข้าวใส่จานให้เธอ พิมพ์รดาเงยหน้ามองอย่างสงสัย ก็เห็นความห่วงใยในแววตาคู่นั้น เธอรู้สึกว่าก้อนอะไรสักอย่างมันแล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย มันตื้นตันระคนมีความสุขแปลกๆ หลังรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ทั้งสองก็นั่งพักผ่อนกันสักครู่ก่อนจะไปอาบน้ำอาบท่า
พิมพ์รดามองคนตัวสูงที่นุ่งผ้าขาวม้ายืนอยู่ที่โอ่งอาบน้ำใบโต แล้วแทบหลุดขำกับท่าทีเก้ๆ กังๆ ของเขา
“ทำไมฉันไม่คุ้นกับการอาบน้ำแบบนี้เลย” เขาบ่น
“เฮียความจำเสื่อมนี่คะ” คนพูดดึงร่างสูงไปนั่งที่ม้านั่งใกล้โอ่งน้ำ เขาใช้มือสัมผัสน้ำในโอ่งแล้วสะดุ้ง
“เย็นชะมัด” คนพูดมีท่าทีไม่ชอบใจนัก แต่ก็ยอมนั่งลงใกล้ๆ โอ่งน้ำใบใหญ่ เป็นโอ่งลายมังกรลวดลายแปลกตา ดูก็รู้ว่าเป็นของเก่าแก่ เขามองมันอย่างสนใจ
เธอพาสุริยันต์มาอยู่ที่นี่เพราะคิดว่าจะไม่มีใครหาเจอ ที่นี่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของมารดาผู้ล่วงลับไปแล้ว
“อาบสิคะ” พิมพ์รดาบอกอีกฝ่ายหลังจากวางสบู่ก้อนลงตรงหน้า
“อาบให้หน่อยสิ” เขาเงยหน้าบอกเธอเหมือนเด็กตัวโตเอาแต่ใจ พิมพ์รดาไม่พูดว่ากระไร ค่อยๆ ราดน้ำที่เท้าของเขาก่อนเพื่อให้คุ้นชินกับอุณหภูมิของน้ำ แล้วใช้มือฟอกสบู่ลงบนเท้าใหญ่ๆ ของเขาอย่างใส่ใจ คนความจำเสื่อมมองอย่างอึ้งๆ ทอดสายตามองการกระทำที่ไม่มีท่าทีรังเกียจของเธอเงียบๆ
เธอค่อยๆ ราดน้ำที่ตัวของเขา ตั้งแต่ลำคอลงไปยังเท้า มือนิ่มใช้ฟองน้ำถูตัวให้เบาๆ กลิ่นของสบู่ก้อนหอมกรุ่นแตะจมูก
เขานั่งมองเธอตาปริบๆ พิมพ์รดาถูหลังให้เขาแล้วอมยิ้ม สุริยันต์นั่งเงียบกริบไม่ดื้อไม่บ่นอะไร ซึ่งปกติหากไม่ชอบใจอะไรก็จะอาละวาดจนน่าหาไม้เรียวมาตีสักสิบยี่สิบที
...บทส่งท้าย...สุริยันต์เปิดค่ายมวยอีกครั้ง สืบทอดเจตนารมณ์ของเสริมศักดิ์ก่อนตายที่บอกให้เขารักษาค่ายมวยนี้เอาไว้ เขารับศิษย์รุ่นแรก ทั้งหญิงและชายโดยไม่เกี่ยงอายุและเพศในสังคมปัจจุบันมีคนเลวมากขึ้น เด็กและเยาวชนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องรู้จักดูแลป้องกันตัวเอง วิชาการต่อสู้จึงสำคัญมาก ไม่เฉพาะผู้ชายเท่านั้น แต่ผู้หญิงควรมีไว้ติดตัว เอาไว้เพื่อปกป้องตัวเอง“ดูคุณแดนสิคะ แพ้ท้องแทนน้องอัญทุกวันเลย”พิมพ์รดามองคู่ของแดนตะวันที่แพ้ท้องแทนเมียแล้วอมยิ้ม อัญชัญยังแสบซ่าเหมือนเดิมแม้กระทั่งท้อง คนเป็นสามีก็คอยห้ามปรามเพราะหวาดเสียวแทน ดีหน่อยที่ไม่คิดจะปีนป่ายขึ้นต้นไม้เหมือนสมัยก่อน“เฮีย... อยากกินไก่อบฟาง”“กินเก่ง” แดนตะวันบ่นแต่ก็รีบเร่งไปทำให้เมียกิน เขาคลื่นไส้อาเจียนรู้สึกเหม็นเบื่อไปหมด ในขณะที่อัญชัญกินอะไรได้ทุกอย่าง“อร่อยจังเลยค่ะ เฮียกินไหม” เธอยื่นน่องไก่หอมกรุ่นให้เขา แดนตะวันถึงกับส่ายหน้าไปมา“เฮีย”“ครับ” แดนตะวันรับคำเมียตาปริบๆ“อยากกินอะไรบอกอัญมา เดี๋ยวอัญทำให้กิน”“จริงเหรอ” แดนตะวันถามอย่างแปลกใจ ร้อยวันพันปีอัญชัญไม่เคยคิดเข้าครัวทำอะไรให้เขากินเลย“จริงค่ะ เฮี
ในระหว่างที่แดนตะวันกำลังจะจับตัวพิทายส่งตำรวจ พิทายก็หันมาจัดการกับแดนตะวัน มือของมันคืออาวุธมีดที่กรีดเข้ามาตรงแขน จนแดนตะวันเสียหลัก ทำให้ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือดสุริยันต์ได้พาพิมพ์รดาหนีออกมาสมทบ เจอเข้ากับ สรพงศ์ที่กลายเป็นบ้าวิ่งตรงเข้ามาทำร้าย และต่อสู้กับสุริยันต์ คนบ้านั้นกำลังมหาศาล และในจังหวะที่สุริยันต์กำลังจะจัดการกับสรพงศ์ มีดคมๆ จากเงื้อมือของพิทายก็กรีดมาตรง กลางของแผ่นหลัง แต่กลับไม่ระคายผิวของสุริยันต์เลยแม้แต่น้อย ทั้งสองต่อสู้กันจนพลัดตกหน้าผาไปทั้งคู่ พิมพ์รดาตะโกนเรียกสุริยันต์อย่างตกใจกำลังตำรวจเข้ามาที่ค่ายมวยเก่าแก่ของเสริมศักดิ์ ช่วยกันจับกุมคนของพิทายเอาไว้ แดนตะวันนั้นได้ส่งหลักฐานให้ตำรวจที่อยู่เบื้องหลังการให้พี่ชายปลอมตัวเข้าไปสืบเรื่องขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ทางภาคใต้ของประเทศข่าวการจับกุมบ่อนการพนัน การค้ามนุษย์ และคลิปโหดๆ ที่เผยแพร่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ และคนที่มีเมมเบอร์ต้องจ่ายเงินเท่านั้นถึงจะดูคลิปพวกนี้ได้ถูกปราบปรามอย่างหนักสุริยันต์ฟื้นขึ้นมาด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส เขาเห็นร่างของพิทายถูกเสียบด้วยกิ่งไม้แหลมอยู่หน้าปากถ้
“นายคิดว่ามันจะสอนให้นายจริงๆ เหรอครับ” ลูกน้องคนสนิทของสรพงศ์เอ่ยถาม“สอนสิ เพราะฉันเคยดูดวงให้ตัวเองว่าสักวันหนึ่งฉันจะได้เรียนวิชานี้จากลูกศิษย์ของไอ้เสริมศักดิ์ หลังจากฉันเรียนสุดยอดวิชานี้สำเร็จ ฉันก็จะฆ่ามันซะ แล้วคนที่จะครอบครองสุดยอดเคล็ดวิชานี้ ก็คือฉันคนเดียวเท่านั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” สรพงศ์หัวเราะอย่างชั่วร้ายสุริยันต์กลับมายังห้องคุมขัง เขาใช้มีดกรีดรอยแผลเป็นที่ขาออกเป็นทางยาว ก่อนจะดึงกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกฝังเอาไว้ที่ขาออกมา ชายหนุ่มใช้ผ้าพันแผลห้ามเลือดเอาไว้ ก่อนจะเปิดอ่านจดหมายของอาจารย์ก่อนที่เขาจะออกมาจากค่ายมวยของอาจารย์เสริมศักดิ์ เขาได้รับจดหมายจากท่านมาหนึ่งฉบับ เสริมศักดิ์มีวิชาการดู ดวงและทำนายฤกษ์ยามได้อย่างแม่นยำอาจารย์ของเขาได้ดูดวงเอาไว้ให้เขา ก่อนจะสอนเคล็ดลับสุดยอดเวชาให้ ท่านบอกว่าดวงของเขาเหมาะที่จะเรียนวิชานี้ และเป็นผู้ที่เหมาะสมจะได้รับการถ่ายทอดวิชานี้จากท่านเป็นที่สุดสุริยันต์ค่อยๆ อ่านจดหมายที่อาจารย์ของเขาเขียนเอาไว้ ดวงของเขานั้นเหนือกว่าสรพงศ์ และเขาจะเป็นคนที่ฆ่าสรพงศ์เพื่อล้างแค้นให้อาจารย์คนก่อนที่เป็นเจ้าของเคล็ดวิชาเพื่อแก้แค้น และล้างแค้
เดชร้องโหยหวนลั่นคุก ในขณะที่ผู้คุมเข้ามาสงบศึกเอาไว้ ใครกล้าหือก็จะโดนไม้กระบองตีเข้าให้เดชถูกพาไปรักษาตัวเพราะนอนตัวงอกุมมือข้อด้วยความเจ็บ ทำให้ทุกคนในที่นั้นมองสุริยันต์อย่างตกตะลึงในวิชาการต่อสู้ของอีกฝ่าย ด้วยว่าเดชเก่งกล้าสามารถ ไม่เคยมีใครล้มเดชได้สักคน“นายอยากเจอ” เป็นประโยคสั้นๆ ง่ายๆ ในขณะที่นักโทษคนอื่นถูกพากลับไปขัง สุริยันต์ก็ถูกพาไปยังห้องห้องหนึ่งเขาถูกผลักเข้าไปในนั้น สุริยันต์หรี่ตามองใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่หลังเก้าอี้“ฉันเห็นฝีมือของนายแล้ว พิทายส่งคนเก่งเข้ามาในคุกเลยนะคราวนี้” เสียงของชายชราที่หมุนเก้าอี้ตัวใหญ่มาหา ทำให้สุริยันต์ตาลุกวาบ แว็บเดียวก่อนที่มันจะจางหายไปเขาเห็นหน้าจอขนาดใหญ่ที่สามารถมองดูโรงอาหารของเรือนจำได้ทุกซอกทุกมุมว่าใครกำลังทำอะไรบ้างหัวใจของสุริยันต์เต้นแรงถี่กระชั้นแทบจะหลุดออกมาจากอกเมื่อเห็นฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวของเขามันหายหัวไปนานหลายปี ที่แท้ก็มีความสุขอยู่ในคุกนี่เอง มันไม่ได้ลำบากอะไรเลยสักนิด ไม่ได้รับผลกรรมอะไรเลยใช่แล้ว... ไอ้แก่ที่อยู่ตรงหน้าเขาคือไอ้สรพงศ์ มันติดคุกตลอดชีวิตและไม่มีท่าทีว่าจะออกไปจากคุก ผมบนศีรษะนั้นหงอกขาวบ่ง
นั่นทำให้สุริยันต์รู้ว่ามีการส่งยาเสพติดเกิดขึ้นแต่ไม่ได้ส่งจริงๆ ยาเสพติดล๊อตนั้นคือล๊อตใหญ่ที่จะส่งเข้าไปในเรือนจำ และตำรวจพวกนั้นก็เป็นตำรวจปลอม จริงๆ คือคนของพิทายที่ปลอมตัวมาจับกุมเขากับนพและพวกอาการบาดเจ็บของสุริยันต์ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี จนเขาหายเป็นปกติ เพื่อที่จะได้ทำงานใหญ่ต่อไปสุริยันต์ใจเย็น ทำตามที่นพแนะนำทุกอย่าง เพื่อที่จะได้ในสิ่งที่เขาต้องการ ทำงานใหญ่ใจต้องนิ่ง และเขาจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะนั่นหมายถึงชีวิตและครอบครัวที่รักของเขา“รอบนี้ของจริง” หลังจากสุริยันต์ฟื้นขึ้นมารอบนี้ และอาการทุกอย่างหายเป็นปกติ นพก็วางแผนการทำงานว่าต้องทำอะไรบ้าง รอบนี้เขาจะต้องขนยาเสพติดจริงๆ และให้ตำรวจจับจริงๆ เพื่อจะได้ลำเลียงยาเข้าเรือนจำได้เป็นผลสำเร็จสุริยันต์มองรูปถ่ายของบุตรสาวตัวน้อยแล้วยกขึ้นมาจุ๊บเบาๆ เขาเสร็จสิ้นภารกิจนี้ก็หมายความว่าเขาจะได้อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขภารกิจลับๆ ที่ต้องคอยจัดการกับพวกค้ายาเสพติดและตัวการใหญ่ที่ยังอยู่ในคุก เป็นเรื่องที่เขาต้องทำเงียบๆ สืบทอดจากบิดาและผู้เป็นอา เขาไม่เคยบอกเรื่องงานลับๆ นี้กับใครนอกจากคุยกับนายใหญ่ด้วยตัวเองบิดาและผ
“นายรู้ได้ยังไง” สุริยันต์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย“ฉันได้ยินน่ะ”“อืม... ใช่ ก็ตามนั้น” สุริยันต์ครางในลำคอ คล้ายจะยอมรับออกมา“นายมีบุญคุณกับฉัน เราก็เหมือนพี่น้องกัน ถ้านายมีปัญหาฉันจะช่วยนายเอง” ประโยคนั้นของนพทำให้สุริยันต์ได้เจอกับคนที่เขารอคอยมานานนพพาเข้าไปรู้จักกับนทีได้อย่างง่ายดาย โดยไม่เป็นที่ระแวงสงสัย และไม่นานเขาก็ได้เจอกับพิทาย“หน่วยก้านดีนี่ แต่ฝีมือมันได้เรื่องหรือเปล่าวะ” พิทายเอ่ยถาม มองอย่างสนใจ“นายจะลองทดสอบฝีมือมันก่อนก็ได้นะครับ” นพพูดขึ้น ทำให้พิทายโบกไม้โบกมือไปมา“ฉันยังไม่ได้คิดจะรับเพื่อนของนายเข้ามาทำงานสักหน่อย”“แต่คุณนทีบอกว่า...” นพเอ่ยขึ้นแต่พิทายยกมือขึ้นเบรกเอาไว้เสียก่อน“นทีแค่บอกฉันเฉยๆ ว่านายจะพาเพื่อนมาฝากเนื้อฝากตัวด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะรับมันมาทำงานด้วยสักหน่อยนี่หว่า” นพหน้าเสียเล็กน้อย แต่สุริยันต์ก็ส่ายหน้าไปมาให้นพว่าไม่เป็นไรสองหนุ่มกลับมาขึ้นรถหลังจากที่ทำความรู้จักกับนายใหญ่เรียบร้อยแล้ว สุริยันต์พอจะรู้นิสัยของพิทายดี หมอนี่มันไม่ไว้ใจใครง่ายๆ เพราะคงเคยโดนมาแล้ว มันคงมีแบบทดสอบอะไรเขาสักอย่าง ซึ่งเขาได้เตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว
“คิดเรื่องอนาคตน่ะค่ะ” เธอขยับมานั่งบนตักของเขา สุริยันต์รวบเอวของเธอเอาไว้ เธอชอบจับมือของเขาไปลูบไล้หน้าท้องนูนๆ ของตัวเองเขาก็ชอบสัมผัสมันเช่นกัน หลายครั้งที่รับรู้ถึงอาการสั่นสะเทือนในช่องท้องของเธอ บ่งบอกว่าทารกในครรภ์กำลังตอบรับการทักทายของฝ่ามือคนเป็นพ่อ“คิดว่ายังไง” เขาเอ่ยถามอย่างอยากรู้
พิมพ์รดารู้สึกหัวหมุนไม่น้อย ร่างกายของเธอกำลังเร่าร้อนและแทบแตกดับ รอบกายของเธอดูช่างพลิกคว่ำพลิกหงายไปหมด มันอบอวลไปด้วยกลิ่นรักกลิ่นเสน่หาที่ลอยมาแตะจมูก มันสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่า เธอพร่ำบอกเขาว่าแทบจะขาดใจอยู่รอมร่อ ทุกอย่างกำลังจะไปถึงจุดหมายปลายทางแห่งความสุขสองร่างสั่นกระตุกหลังจากเสียงคร
“เฮียว่าหยกสมยอมเฮียมากกว่า” เขาเดา เธอย่นจมูกใส่ทันที“ตอนหยกสิบแปด เฮียสามสิบกว่าแล้วนะ เริ่มแก่แล้วล่ะ”“แล้วตอนนั้นหยกมีแฟนแล้วเหรอ”“มีผู้ชายมาจีบเยอะแยะ”“อ้อ...” เขาร้องขึ้น ปรายตามองคนที่ลูบแผงอกของเขาไปมา“ไม่อยากนอนใช่ไหม” เขาตะครุบมือของเธอเอาไว้ ลูบมากๆ เขามีอารมณ์“หยกง่วงแล้วค่ะ” เธอซ
หลังจากถูเนื้อตัวจนทั่วแล้ว เธอก็จัดการล้างคราบสบู่ออกไปจากตัวของเขา เห็นเขาถูตรงหว่างขายุกยิก เธอก็ไม่พูดอะไร ช่วยตักน้ำราดให้เขาจนสะอาด ก่อนจะยื่นผ้าขาวม้าให้เขาผลัดเปลี่ยนสุริยันต์เดินตามคนเป็นเมียเข้าไปในบ้าน เธอเช็ดตัวให้เขา ก่อนจะหาเสื้อผ้ามาให้เขาสวมใส่ ท่าทีนิ่งๆ ของเธอทำให้คนความจำเสื่อมน






![สี่ผัวคลั่งรัก [5P] + [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
