分享

7

last update publish date: 2026-06-05 21:54:44

“เฮียว่าหยกสมยอมเฮียมากกว่า” เขาเดา เธอย่นจมูกใส่ทันที

“ตอนหยกสิบแปด เฮียสามสิบกว่าแล้วนะ เริ่มแก่แล้วล่ะ”

“แล้วตอนนั้นหยกมีแฟนแล้วเหรอ”

“มีผู้ชายมาจีบเยอะแยะ”

“อ้อ...” เขาร้องขึ้น ปรายตามองคนที่ลูบแผงอกของเขาไปมา

“ไม่อยากนอนใช่ไหม” เขาตะครุบมือของเธอเอาไว้ ลูบมากๆ เขามีอารมณ์

“หยกง่วงแล้วค่ะ” เธอซุกหน้าเข้าหา เขาช้อนใบหน้าขาวนวลของเธอขึ้น

“ไม่น่าเชื่อว่าจะง่วง ลูกกินนมแล้วเธอยังไม่ป้อนนมผัวเลยนะ ผัวก็หิวนมเป็นเหมือนกัน” เขารู้ว่าเธอกำลังยั่วเขา

“อยากกินก็หาทางเอาเองสิคะ” เธอช้อนสายตาขึ้นมอง จริตและลีลายั่วของเธอทำให้เขาพึงพอใจไม่น้อย

“คิดว่าเฮียจะไม่มีทางกินได้หรือไง” เขาเอ่ยถาม น้ำเสียงนั้นผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ”

“ผู้หญิงคลอดลูกนมบวมแบบนี้ทุกคนไหม”

“เฮียน่ะ”

“อะไร” เขาเลิกคิ้วขึ้นถาม

“ชอบพูดตรงๆ”

“ไม่ชอบให้พูดตรงๆ เหรอ”

“เปล่าค่ะ พูดตรงเกิ๊น” เธอเสียงสูงใส่เขา

“เฮียควรช่วยดูดนมให้จะได้ไม่คัด จริงๆ ควรดูดกับลูกคนละเต้าน่าจะดี” เขาไล้เต้านมอวบอิ่มของคนเป็นเมีย

“จะแย่งนมลูกกินเหรอคะ” เอ่ยถามเขาด้วยเสียงที่เริ่มสั่นสะท้าน เขาเปิดเสื้อของเธอออก ค่อยๆ งับดูดปลายยอดถันซ้ายขวา ใช้ปลายลิ้นตวัดลามเลียและดูดรวบเน้นๆ เพื่อเค้นเอาสิ่งที่ต้องออกมา กลิ่นรสของน้ำนมจากทรวงอกของเธอไหลรินออกมาให้เขากลืนกินแบบไม่อั้น

“อื้อ... เฮีย” เธอร้องครางสอดมือเข้าในกลุ่มผมดกหนาของเขาด้วยความรัญจวน ลมหายใจของเธอเร่าร้อนรุนแรงขึ้นตามลำดับ

“คลอดหลายเดือนแล้ว น่าจะไม่มีปัญหาแล้วนะ” เขาลูบไล้สะโพกผายของเธอไปมา สอดแทรกร่างกายแข็งแกร่งเข้ากลางลำตัวของเธอ รั้งชุดนอนของเธอขึ้นไปเหนืออกบดเบียดความเป็นชายที่แข็งคึกเข้าเสียดสีกับร่องสวาทอันฉ่ำเยิ้ม

“พร้อมไหม” เขาใช้นิ้วเขี่ยติ่งสวาทกลางกายสาว ได้ยินเสียงครางกระเส่าของเธอยามที่หยาดน้ำหวานไหลรินท่วมนิ้วแกร่ง

“เฮีย อื้อ...” เธอร้องครางเมื่อกลีบบุปผาได้เผยอแย้มออกต้อนรับการกดคลึงของแก่นชายที่บุกรุกเข้ามาเกินกว่าครึ่ง เขาช้อนสะโพกของเธอให้รองรับการสอดประสานอย่างดุดัน

พิมพ์รดาหยัดสะโพกขึ้นไปรับการรุกเร้าที่แสนรัญจวน มือน้อยของเธอจับไหล่ของเขาเอาไว้แน่น ริมฝีปากอวบอิ่มร้องครางไม่เป็นส่ำยามที่เขากดคลึงมาหาครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงหอบกระเส่าของเธอดังระงมประสานกับเสียงเนื้อกายที่สอดแทรกเข้าหากันอย่างดุดัน

เธออ้าปากค้างยามที่ร่างกายของเธอถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรงภายใต้ร่างใหญ่ที่บดบี้เข้าหาจนล้ำล้ำลึกมิดเม้น รสชาติกามารมณ์ที่ได้เสพสังวาสทำเอาทั้งสองครางประสานกันลั่นเตียง

“เล่าเรื่องตอนจีบกันใหม่ๆ ให้ฟังหน่อยสิ” สุริยันต์พูดขึ้นหลังจากผ่านพ้นบทรักไปแล้ว เขาดึงเธอมากอดหอม รั้งให้เธออยู่ในอ้อมแขนแกร่ง

“อยากรู้ไปทำไมคะ”

“ก็เผื่อจะจำอะไรได้ขึ้นมาบ้าง”

“ได้สิคะ จะเล่าตั้งแต่เฮียยังเด็กเลย เผื่อเฮียจะจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง จะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดเลยค่ะ และเรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงทั้งหมด” พิมพ์รดาพูดยิ้มๆ

“เดี๋ยวนะ พูดแปลกๆ เหมือนที่เล่าก่อนหน้านี้ไม่ใช่เรื่องจริง”

“เรื่องจริงค่ะ แต่ไม่ทั้งหมด หยกกลัวเฮียวู่วามไปแก้แค้น” เธอถอนใจพรืดใหญ่

“ฉันมีความแค้นกับคนอื่นมากหรือไง”

“ก็มากนะคะ อาจเพราะงานที่เฮียทำ”

“งานที่ฉันทำอย่างนั้นเหรอ หาปลาจับปลานี่นะ”

“ก็มีงานอื่นด้วยค่ะ” เธอถอนใจอีกรอบ บางทีการพูดความจริงอาจจะดีกว่า ถ้าเกิดเขาจำอะไรขึ้นมาได้อาจจะโกรธเธอน้อยลง อีกอย่างการพูดโกหกก็จะทำให้เราต้องโกหกไม่มีที่สิ้นสุด ต้องแต่งเรื่องไปเรื่อยๆ พูดความจริงเสียก็สิ้นเรื่อง

“เธอกับฉันรู้จักกันตั้งแต่เด็กเลยเหรอ”

“ใช่ค่ะ” เธอซุกหน้าเข้าหาอกกว้างของเขา ก่อนจะเริ่มเล่าช้าๆ ด้วยน้ำเสียงนิ่มๆ ภาพในอดีตผุดพรายขึ้นมาอีกครั้ง

หลายปีก่อน... ต่อจากนี้ไปคือเรื่องราวในอดีตตั้งแต่สุริยันต์ยังเด็กๆ

“อยู่ในนี้อย่าออกไปนะลูก” น้ำเสียงของมารดาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ระคนห่วงใย ทั้งตื่นตระหนกทั้งกังวล นรินทร์ลดาดันลูกชายเข้าไปในตู้เก็บของเก่าๆ ทางด้านหลังของตัวบ้าน

“แม่ครับ” เด็กชายสุริยันต์วัยสิบขวบเอ่ยเรียกมารดาเอาไว้อย่างขวัญเสีย

“ห้ามออกมานะลูก จำเอาไว้ว่าห้ามให้ใครเห็นว่าเด็ดขาด แม่รักลูกนะคนดี แม่รักลูกที่สุด” นรินทร์ลดากอดรัดลูกชายแนบอก น้ำตาปริ่มไหลเต็มสองข้างแก้มนวล รู้อยู่เต็มอกว่าอาจจะไม่ได้เจอกับลูกชายอีกแล้ว เพราะไม่รู้จะเอาชีวิตรอดได้ไหม เธอจึงอยากที่จะกอดลูกเอาไว้แบบนี้นานๆ

“ผมก็รักแม่นะครับ” สุริยันต์ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าประโยคนั้นจะเป็นประโยคบอกรักมารดาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ท่านจะจากโลกนี้ไป

“พ่อกับแม่รักลูกนะยันต์ ห้ามส่งเสียงนะลูก อย่าให้ใครรู้ว่าลูกยังอยู่เด็ดขาด” นรินทร์ลดาจัดการล็อกกุญแจเอาไว้อย่างแน่นหนา เสียงปืนที่ดังอยู่ด้านนอกทำให้สุริยันต์ว้าวุ่นใจเป็นอันมาก เด็กน้อยเอามืออุดหูก่อนจะส่ายหน้าไปมาร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัว แต่กลัวใครจะได้ยินเข้าเด็กน้อยจึงยกมือขึ้นกัดเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ตามที่มารดาได้สั่งครามเอาไว้

เด็กน้อยเริ่มหวาดกลัวและห่วงใยมารดาในเวลาเดียวกัน จึงเริ่มดิ้นรนพยายามจะออกมาหามารดา จำภาพที่บิดาโดนยิงตายตั้งแต่อยู่หน้าบ้านได้ติดตา และตอนนี้มารดาของเขากำลังโดนย่ำยีจากฝีมือเพื่อนรักของบิดา พวกมันรุมกันข่มขืนมารดาของเขาจนขาดใจตาย

สุริยันต์ร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำ เขาไม่สามารถออกมาช่วยท่านได้เลย ปากของเด็กชายกัดเข้าหากันจนห้อเลือด ใจอยากออกไปช่วย แต่ภาพที่เห็นจากช่องประตูของตู้เก่าๆ ที่มารดาซ่อนตัวเขาเอาไว้ ทำให้สุริยันต์ขาแข็ง ไม่กล้าออกไป ความคับแค้นใจที่ได้รับทำให้เด็กชายรู้สึกเหมือนอกจะแตกตาย ความคั่งแค้นครั้งนี้เขาจะไม่มีวันลืม  เขาจะต้องทำให้ไอ้สรพงศ์และลูกน้องชั่วๆ ของมันตายตกไปตามกัน

“เฮ้ย! จัดการมันให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือ หาตัวลูกของมันให้เจอด้วย” เสียงที่ดังอยู่ด้านนอกและเสียงคนเดินไปเดินมา ทำให้สุริยันต์ยกมือขึ้นมากัดไม่ให้ตัวเองร้องออกมา เขากำลังหวาดกลัวจนสุดขั้วหัวใจ

“ไม่มีครับเสี่ย” เสียงด้านนอกเอ่ยรายงานขึ้น สุริยันต์จำน้ำเสียงของมันได้ สรพงศ์หรือเสี่ยพงศ์คือเพื่อนบิดาที่ไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด เขาเห็นแค่ขาของมัน แต่เขาจำเสียงของมันได้ดี

“แค่เด็กคนเดียว มึงหาไมเจอเหรอวะไอ้หน้าโง่” สรพงศ์ตวาดลูกน้องดังลั่น เขาไม่ควรปล่อยให้ใครหนีรอดไปได้ ต้องตัดรากถอนโคนให้สิ้นซาก

สุริยันต์จำน้ำเสียงของมันได้ มันคือคนที่ฆ่าล้างครอบครัวของเขา ให้เขาตายเป็นผีเขาก็จะแก้แค้นมันให้สาสม เสียงฝีเท้าที่เดินวุ่นอยู่ข้างนอก ค่อยๆ จางหายไปพร้อมเสียงรถที่แล่นออกไปด้วยความเร็วสูง เหมือนกับว่าพวกมันรีบร้อน

สุริยันต์กระแทกตัวเพื่อจะออกมาจากตู้แต่เขาก็หมดแรงเผลอหลับไปในตู้แห่งนั้น ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเดินไปเดินมาอยู่ด้านนอก

“พี่พล พี่พล พี่ลดา!” เสียงคุ้นเคยคืออาของเขา นั่นคือเสียงของเกื้อและนุชนารถ

“อาเกื้อ อาเกื้อ ผมอยู่นี่ ผมอยู่นี่” สุริยันต์ใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระแทกตู้ เสียงนั้นทำให้เกื้อกับนุชนารถเผยยิ้มออกมา รีบไปหาไม้มางัดตู้ที่คล้องกุญแจเอาไว้

“ยันต์” เสียงของเกื้อทำให้สุริยันต์ถลาออกมาหา เกื้อกับนุชนารถกอดร่างหลานชายเอาไว้แน่น ร่างเด็กน้อยสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ในปากเต็มไปด้วยคราบเลือดที่แห้งกรังไปแล้ว

“ปลอดภัยแล้วนะลูก” นุชนารถเอ่ยปลอบหลานชายตัวน้อย

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • สุริยันต์   61

    ...บทส่งท้าย...สุริยันต์เปิดค่ายมวยอีกครั้ง สืบทอดเจตนารมณ์ของเสริมศักดิ์ก่อนตายที่บอกให้เขารักษาค่ายมวยนี้เอาไว้ เขารับศิษย์รุ่นแรก ทั้งหญิงและชายโดยไม่เกี่ยงอายุและเพศในสังคมปัจจุบันมีคนเลวมากขึ้น เด็กและเยาวชนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องรู้จักดูแลป้องกันตัวเอง วิชาการต่อสู้จึงสำคัญมาก ไม่เฉพาะผู้ชายเท่านั้น แต่ผู้หญิงควรมีไว้ติดตัว เอาไว้เพื่อปกป้องตัวเอง“ดูคุณแดนสิคะ แพ้ท้องแทนน้องอัญทุกวันเลย”พิมพ์รดามองคู่ของแดนตะวันที่แพ้ท้องแทนเมียแล้วอมยิ้ม อัญชัญยังแสบซ่าเหมือนเดิมแม้กระทั่งท้อง คนเป็นสามีก็คอยห้ามปรามเพราะหวาดเสียวแทน ดีหน่อยที่ไม่คิดจะปีนป่ายขึ้นต้นไม้เหมือนสมัยก่อน“เฮีย... อยากกินไก่อบฟาง”“กินเก่ง” แดนตะวันบ่นแต่ก็รีบเร่งไปทำให้เมียกิน เขาคลื่นไส้อาเจียนรู้สึกเหม็นเบื่อไปหมด ในขณะที่อัญชัญกินอะไรได้ทุกอย่าง“อร่อยจังเลยค่ะ เฮียกินไหม” เธอยื่นน่องไก่หอมกรุ่นให้เขา แดนตะวันถึงกับส่ายหน้าไปมา“เฮีย”“ครับ” แดนตะวันรับคำเมียตาปริบๆ“อยากกินอะไรบอกอัญมา เดี๋ยวอัญทำให้กิน”“จริงเหรอ” แดนตะวันถามอย่างแปลกใจ ร้อยวันพันปีอัญชัญไม่เคยคิดเข้าครัวทำอะไรให้เขากินเลย“จริงค่ะ เฮี

  • สุริยันต์   60

    ในระหว่างที่แดนตะวันกำลังจะจับตัวพิทายส่งตำรวจ พิทายก็หันมาจัดการกับแดนตะวัน มือของมันคืออาวุธมีดที่กรีดเข้ามาตรงแขน จนแดนตะวันเสียหลัก ทำให้ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือดสุริยันต์ได้พาพิมพ์รดาหนีออกมาสมทบ เจอเข้ากับ สรพงศ์ที่กลายเป็นบ้าวิ่งตรงเข้ามาทำร้าย และต่อสู้กับสุริยันต์ คนบ้านั้นกำลังมหาศาล และในจังหวะที่สุริยันต์กำลังจะจัดการกับสรพงศ์ มีดคมๆ จากเงื้อมือของพิทายก็กรีดมาตรง กลางของแผ่นหลัง แต่กลับไม่ระคายผิวของสุริยันต์เลยแม้แต่น้อย ทั้งสองต่อสู้กันจนพลัดตกหน้าผาไปทั้งคู่ พิมพ์รดาตะโกนเรียกสุริยันต์อย่างตกใจกำลังตำรวจเข้ามาที่ค่ายมวยเก่าแก่ของเสริมศักดิ์ ช่วยกันจับกุมคนของพิทายเอาไว้ แดนตะวันนั้นได้ส่งหลักฐานให้ตำรวจที่อยู่เบื้องหลังการให้พี่ชายปลอมตัวเข้าไปสืบเรื่องขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ทางภาคใต้ของประเทศข่าวการจับกุมบ่อนการพนัน การค้ามนุษย์ และคลิปโหดๆ ที่เผยแพร่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ และคนที่มีเมมเบอร์ต้องจ่ายเงินเท่านั้นถึงจะดูคลิปพวกนี้ได้ถูกปราบปรามอย่างหนักสุริยันต์ฟื้นขึ้นมาด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส เขาเห็นร่างของพิทายถูกเสียบด้วยกิ่งไม้แหลมอยู่หน้าปากถ้

  • สุริยันต์   59

    “นายคิดว่ามันจะสอนให้นายจริงๆ เหรอครับ” ลูกน้องคนสนิทของสรพงศ์เอ่ยถาม“สอนสิ เพราะฉันเคยดูดวงให้ตัวเองว่าสักวันหนึ่งฉันจะได้เรียนวิชานี้จากลูกศิษย์ของไอ้เสริมศักดิ์ หลังจากฉันเรียนสุดยอดวิชานี้สำเร็จ ฉันก็จะฆ่ามันซะ แล้วคนที่จะครอบครองสุดยอดเคล็ดวิชานี้ ก็คือฉันคนเดียวเท่านั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” สรพงศ์หัวเราะอย่างชั่วร้ายสุริยันต์กลับมายังห้องคุมขัง เขาใช้มีดกรีดรอยแผลเป็นที่ขาออกเป็นทางยาว ก่อนจะดึงกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกฝังเอาไว้ที่ขาออกมา ชายหนุ่มใช้ผ้าพันแผลห้ามเลือดเอาไว้ ก่อนจะเปิดอ่านจดหมายของอาจารย์ก่อนที่เขาจะออกมาจากค่ายมวยของอาจารย์เสริมศักดิ์ เขาได้รับจดหมายจากท่านมาหนึ่งฉบับ เสริมศักดิ์มีวิชาการดู ดวงและทำนายฤกษ์ยามได้อย่างแม่นยำอาจารย์ของเขาได้ดูดวงเอาไว้ให้เขา ก่อนจะสอนเคล็ดลับสุดยอดเวชาให้ ท่านบอกว่าดวงของเขาเหมาะที่จะเรียนวิชานี้ และเป็นผู้ที่เหมาะสมจะได้รับการถ่ายทอดวิชานี้จากท่านเป็นที่สุดสุริยันต์ค่อยๆ อ่านจดหมายที่อาจารย์ของเขาเขียนเอาไว้ ดวงของเขานั้นเหนือกว่าสรพงศ์ และเขาจะเป็นคนที่ฆ่าสรพงศ์เพื่อล้างแค้นให้อาจารย์คนก่อนที่เป็นเจ้าของเคล็ดวิชาเพื่อแก้แค้น และล้างแค้

  • สุริยันต์   58

    เดชร้องโหยหวนลั่นคุก ในขณะที่ผู้คุมเข้ามาสงบศึกเอาไว้ ใครกล้าหือก็จะโดนไม้กระบองตีเข้าให้เดชถูกพาไปรักษาตัวเพราะนอนตัวงอกุมมือข้อด้วยความเจ็บ ทำให้ทุกคนในที่นั้นมองสุริยันต์อย่างตกตะลึงในวิชาการต่อสู้ของอีกฝ่าย ด้วยว่าเดชเก่งกล้าสามารถ ไม่เคยมีใครล้มเดชได้สักคน“นายอยากเจอ” เป็นประโยคสั้นๆ ง่ายๆ ในขณะที่นักโทษคนอื่นถูกพากลับไปขัง สุริยันต์ก็ถูกพาไปยังห้องห้องหนึ่งเขาถูกผลักเข้าไปในนั้น สุริยันต์หรี่ตามองใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่หลังเก้าอี้“ฉันเห็นฝีมือของนายแล้ว พิทายส่งคนเก่งเข้ามาในคุกเลยนะคราวนี้” เสียงของชายชราที่หมุนเก้าอี้ตัวใหญ่มาหา ทำให้สุริยันต์ตาลุกวาบ แว็บเดียวก่อนที่มันจะจางหายไปเขาเห็นหน้าจอขนาดใหญ่ที่สามารถมองดูโรงอาหารของเรือนจำได้ทุกซอกทุกมุมว่าใครกำลังทำอะไรบ้างหัวใจของสุริยันต์เต้นแรงถี่กระชั้นแทบจะหลุดออกมาจากอกเมื่อเห็นฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวของเขามันหายหัวไปนานหลายปี ที่แท้ก็มีความสุขอยู่ในคุกนี่เอง มันไม่ได้ลำบากอะไรเลยสักนิด ไม่ได้รับผลกรรมอะไรเลยใช่แล้ว... ไอ้แก่ที่อยู่ตรงหน้าเขาคือไอ้สรพงศ์ มันติดคุกตลอดชีวิตและไม่มีท่าทีว่าจะออกไปจากคุก ผมบนศีรษะนั้นหงอกขาวบ่ง

  • สุริยันต์   57

    นั่นทำให้สุริยันต์รู้ว่ามีการส่งยาเสพติดเกิดขึ้นแต่ไม่ได้ส่งจริงๆ ยาเสพติดล๊อตนั้นคือล๊อตใหญ่ที่จะส่งเข้าไปในเรือนจำ และตำรวจพวกนั้นก็เป็นตำรวจปลอม จริงๆ คือคนของพิทายที่ปลอมตัวมาจับกุมเขากับนพและพวกอาการบาดเจ็บของสุริยันต์ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี จนเขาหายเป็นปกติ เพื่อที่จะได้ทำงานใหญ่ต่อไปสุริยันต์ใจเย็น ทำตามที่นพแนะนำทุกอย่าง เพื่อที่จะได้ในสิ่งที่เขาต้องการ ทำงานใหญ่ใจต้องนิ่ง และเขาจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะนั่นหมายถึงชีวิตและครอบครัวที่รักของเขา“รอบนี้ของจริง” หลังจากสุริยันต์ฟื้นขึ้นมารอบนี้ และอาการทุกอย่างหายเป็นปกติ นพก็วางแผนการทำงานว่าต้องทำอะไรบ้าง รอบนี้เขาจะต้องขนยาเสพติดจริงๆ และให้ตำรวจจับจริงๆ เพื่อจะได้ลำเลียงยาเข้าเรือนจำได้เป็นผลสำเร็จสุริยันต์มองรูปถ่ายของบุตรสาวตัวน้อยแล้วยกขึ้นมาจุ๊บเบาๆ เขาเสร็จสิ้นภารกิจนี้ก็หมายความว่าเขาจะได้อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขภารกิจลับๆ ที่ต้องคอยจัดการกับพวกค้ายาเสพติดและตัวการใหญ่ที่ยังอยู่ในคุก เป็นเรื่องที่เขาต้องทำเงียบๆ สืบทอดจากบิดาและผู้เป็นอา เขาไม่เคยบอกเรื่องงานลับๆ นี้กับใครนอกจากคุยกับนายใหญ่ด้วยตัวเองบิดาและผ

  • สุริยันต์   56

    “นายรู้ได้ยังไง” สุริยันต์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย“ฉันได้ยินน่ะ”“อืม... ใช่ ก็ตามนั้น” สุริยันต์ครางในลำคอ คล้ายจะยอมรับออกมา“นายมีบุญคุณกับฉัน เราก็เหมือนพี่น้องกัน ถ้านายมีปัญหาฉันจะช่วยนายเอง” ประโยคนั้นของนพทำให้สุริยันต์ได้เจอกับคนที่เขารอคอยมานานนพพาเข้าไปรู้จักกับนทีได้อย่างง่ายดาย โดยไม่เป็นที่ระแวงสงสัย และไม่นานเขาก็ได้เจอกับพิทาย“หน่วยก้านดีนี่ แต่ฝีมือมันได้เรื่องหรือเปล่าวะ” พิทายเอ่ยถาม มองอย่างสนใจ“นายจะลองทดสอบฝีมือมันก่อนก็ได้นะครับ” นพพูดขึ้น ทำให้พิทายโบกไม้โบกมือไปมา“ฉันยังไม่ได้คิดจะรับเพื่อนของนายเข้ามาทำงานสักหน่อย”“แต่คุณนทีบอกว่า...” นพเอ่ยขึ้นแต่พิทายยกมือขึ้นเบรกเอาไว้เสียก่อน“นทีแค่บอกฉันเฉยๆ ว่านายจะพาเพื่อนมาฝากเนื้อฝากตัวด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะรับมันมาทำงานด้วยสักหน่อยนี่หว่า” นพหน้าเสียเล็กน้อย แต่สุริยันต์ก็ส่ายหน้าไปมาให้นพว่าไม่เป็นไรสองหนุ่มกลับมาขึ้นรถหลังจากที่ทำความรู้จักกับนายใหญ่เรียบร้อยแล้ว สุริยันต์พอจะรู้นิสัยของพิทายดี หมอนี่มันไม่ไว้ใจใครง่ายๆ เพราะคงเคยโดนมาแล้ว มันคงมีแบบทดสอบอะไรเขาสักอย่าง ซึ่งเขาได้เตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว

  • สุริยันต์   15

    สุริยันต์ทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้น เพราะเขาเห็นแววตาจริงจังของนักรบอย่างชัดเจน ผู้หญิงที่ดียังมีอีกเยอะ สำส่อนแบบนั้นวินๆ กันทั้งคู่เขาว่าเหมาะที่สุดแล้วสุริยันต์คิดว่ายาหยีคงไม่ได้คิดจะจริงจังอะไรกับนักรบนักหรอก คงหวังหลอกเอาเงินก็แค่นั้นเอง“ขอโทษคุณยันต์มากๆ ครับที่ให้รอนาน รถเสียระหว่างทางน่ะครับ”

  • สุริยันต์   14

    “ถึงเวลาฉันจะบอกเธอเอง”เกื้อกราบลาเสริมศักดิ์อีกครั้งก่อนจะพาหลานชายขึ้นรถกลับบ้าน เขาพาหลานชายไปสอบเข้าโรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัด ในตอนนั้นแดนตะวันคือน้องชายตัวน้อยที่อายุเพียงแค่หนึ่งขวบเศษ สุริยันต์ถูกฝึกให้รักน้อง รักครอบครัว อาทั้งสองของสุริยันต์ให้ความรักเขาอย่างเต็มที่ นั่นทำให้สุริยันต์รู

  • สุริยันต์   13

    สุริยันต์ต่อสู้กับมันยิบตา ด้วยเลือดนักสู้เขาไม่ยอมตายแน่ๆ มันจับเขาฟาดลงกับพื้น เด็กชายร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บจุก เขารู้สึกว่าซี่โครงในร่างกายหักเป็นเสี่ยงๆ มึนหัวจนแทบลุกไม่ไหว พอพลิกกลับมามันก็กระโจนเข้าใส่เขากลิ้งหนีทำให้มันพลาดจัดการเขาไม่ได้ มันเลยโมโหหนักสุริยันต์กระโดดขึ้นมายืนจังก้า ระหว

  • สุริยันต์   12

    “ปีนแบบนั้นเมื่อไหร่จะไปถึง อยากถึงฝั่งโน่นเร็วๆ ไหม” เสริมศักดิ์เอ่ยถาม สุริยันต์หันกลับไปมองโดยขยับมือจับเชือกทางด้านหลังเพื่อหมุนกายไปมอง“มันไกลครับ” เขาตอบเสริมศักดิ์ที่จู่ๆ ก็โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้“เดี๋ยวช่วย”“ช่วยยังไงครับ”“ฉันจะทำให้เธอไปถึงฝั่งโน่นได้เร็วขึ้น” เสริมศักดิ์ดึงมีดออกมา“จะทำ

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status