Masuk“ถ้าแม่แกไม่ทำหมันซะก่อนป่านนี้แกมีน้องเป็นโขยงแล้วไอ้ลูกชาย จริงมั้ยแม่” คนเป็นพ่อก็ไม่ยอมแพ้
“พอแล้วค่ะ แยกย้ายกันไปอาบน้ำแล้วลงมากินข้าวกันดีกว่าลูก คุณด้วยค่ะ” ปิยมาศบอกลูกๆและสามีก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัวเพื่อสั่งให้แม่ครัวจัดเตรียมอาหารเย็นสำหรับครอบครัว
“วันนี้เป็นยังไงบ้างลูก” เตชทัชถามลูกชายคนรองที่ออกพื้นที่หาเสียงกับลูกทีมเพราะเขาไปช่วยลูกพรรคอีกเขตหนึ่งหาเสียง
“ก็ดีครับชาวบ้านให้การต้อนรับดี วันนี้ผมเจอนายวัชระไปช่วยลูกพรรคหาเสียงด้วยครับ” นวพรรษตอบพ่อและเขาก็ไม่ได้สนใจว่าฝ่ายคู่แข่งจะเล่นนอกกติกาเพราะฐานเสียงเขตคลองสานตระกูลของเขามีฐานเสียงแน่นหนามาตั้งแต่สมัยปู่ย่ามาจนถึงทุกวันนี้
“การแข่งขันมันมีมาทุกยุคทุกสมัยอยู่ที่ใครจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้านช่วยเหลือพวกเขาอย่างจริงใจไม่ใช่ทำตอนที่หาเสียงพอได้เป็น ส.ส.แล้วก็หายหัวไปไม่มาดูดำดูดีชาวบ้านถึงจะซื้อเสียงชาวบ้านเขาก็รับเงินแต่ไม่เลือก จุลก็เข้าถึงชาวบ้านถามไถ่ถึงความเดือดร้อนของพวกเขาหากวันหนึ่งได้เป็น ส.ส. เราก็จะได้ช่วยเหลือได้ถูกถ้าหากพลาดเราก็ส่งต่ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลต่อได้” เตชทัชสอนลูกชายคนรองที่ยอมทำตามคำขอของเขาลงสมัคร ส.ส.เพราะลูกชายคนโตไม่สนใจเลย
“ครับพ่อ แล้ววันศุกร์นี้คุณพ่อจะให้ผมไปอุตรดิตถ์ด้วยมั้ยครับ” นวพรรษถามพ่อตอนนี้เขาก็ออกหาเสียงทุกวันและนักข่าวก็ตามทำข่าวของเขาเพราะเป็นผู้สมัครอายุน้อยและหน้าตาหล่อเหลาเป็นพระเอกได้สบายแต่เขาเลือกทำงานรับใช้ประชาชน
“พ่อกำลังจะบอกจุลพอดี ยังไงก็ไปช่วยลุงพุดเขาหน่อยนะลูก” เตชทัชบอกลูกชายให้ไปช่วยเพื่อนหาเสียงถึงแม้ว่าวุฒิพงษ์จะมีฐานเสียงแน่นแต่เขาเป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องลงไปช่วยลูกพรรคหาเสียงและใช้ชื่อเสียงหน้าตาของลูกชายไปช่วยตอนนี้ข่าวของนวพรรษกำลังดังในโลกโซเซียลเพราะรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาฐานะร่ำรวยนามสกุลดังจึงได้รับความสนใจมากกว่าวัชระผู้สมัครส.ส.เขตเดียวกันซึ่งสองตระกูลเป็นคู่แข่งกันมาตลอดและทางเดชาวงค์จะแพ้ตลอดเช่นกันช่วงหลังจึงลงส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ยังไงก็ได้แน่นอนเพราะเป็นกรรมการพรรคและยังเป็นผู้สนับสนุนพรรค
“ครับพ่อ”
“อ่อ,เจ้าเจ็ทพ่อว่าจะให้นายเมฆมาทำงานกับเจ้าจุลลูกจะว่ายังไง”
“ผมไม่ว่าอะไรครับพ่อ อยู่ที่นายเมฆว่าอยากมาทำงานการเมืองหรือเปล่า” พรรษชลตอบผู้เป็นพ่อและเขาสามารถตอบแทนเมฆาได้เลยว่าหนุ่มรุ่นน้องไม่สนใจแน่นอน
“ผมว่าพ่อไม่ต้องไปถามมันหรอกครับ นายเมฆมันไม่ทำหรอกผมมีคุณป๋อกับคุณเดลก็พอแล้วครับ” นวพรรษบอกพ่อเขารู้ใจเพื่อนดีว่าไม่ชอบงานการมืองที่ไม่มีเวลาให้ครอบครัวเพราะพ่อของเมฆาเป็นคนสนิทพ่อของเขาซึ่งทำงานเพื่อประชาชนมาตลอดจนไม่มีเวลาให้ครอบครัวสำหรับเขาก็เห็นมาตั้งแต่จำความได้พอโตขึ้นก็รู้สึกเฉยๆ เขาจะตามปู่และพ่อไปหาเสียงบ่อยเพราะสนุกดีและไม่คิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะมาไล่เคาะประตูบ้านเกือบทุกหลังในเขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ เขตธนบุรีเพื่อขอคะแนนเสียง
“งั้นพ่อจะหาคนดูแลเพิ่มให้สองคนละกันแล้วให้นายทีขับรถให้” เตชทัชบอกลูกชายเพราะการสมัครส.ส.ก็มีทั้งดีและไม่ดีบางคนก็คดโกงบางคนก็เล่นสกปรกเพื่อให้ฝ่ายตัวเองได้รับความนิยมเขาเป็นส.ส.มานานก็รู้ดีว่าต้องทำยังไงบ้างเพื่อป้องกันความปลอดภัยให้ตัวเองและลูกน้องส่วนมากเขาไม่ค่อยมีปัญหากระทบกับใครและเขาไว้ใจทวีปให้ตามดูแลลูกชายการที่ให้ทวีปขับรถมันมีเหตุผลเวลาไปหาเสียงก็ต้องจอดรถไว้หากไม่มีคนดูแลอาจจะมีคนไม่หวังดีมาทำอะไรกับรถก็ได้ฉะนั้นเขาจึงเลือกทวีปเป็นคนดูแลความปลอดภ้ยในการเดินทางของลูกชายเช่นเดียวกับเขาไว้ใจสุวิทย์พี่ชายของทวีปขับรถให้มายี่สิบกว่าปี
“ครับพ่อ” นวพรรษเข้าใจพ่อที่เป็นห่วงเขา
“งั้นไปอาบน้ำกันเถอะลูกวันนี้เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว” เตชทัชบอกลูกชายทั้งสองแล้วขึ้นไปอาบน้ำลงมากินอาหารเย็นพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว
เวลา 07.00น.
นวพรรษตื่นตามปกติทุกวันก็มาก็วิ่งออกกำลังกายรอบบ้านก็เห็นปู่เดินออกมาจากบ้านเพื่อออกกำลังเช่นกันชายหนุ่มจึงหยุดรอท่าน
“มอร์นิ่งครับปู่”
“ตื่นเช้านะเจ้าจุล” มิตร ภัทรกิจโภคิน หรือปู่มิตรของหลานๆทักทายหลานชายคนรองที่ตื่นแต่เช้ามาออกกำลังกายทุกวัน
“ถ้าผมไม่ออกกำลังกายก็แย่สิครับปู่ วันหนึ่งเดินหาเสียงรวมกันได้หลายสิบกิโลเลยนะครับ” คนเป็นหลานตอบปู่แล้วเดินออกกำลังกายเป็นเพื่อนท่าน
“ดีแล้วล่ะ เราทำงานเพื่อสังคมและเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในเมื่อเราสมัครใจช่วยเหลือชาวบ้านก็ต้องยอมเหนื่อยกว่าพวกเขา หากเราอยากใด้ใจของชาวบ้านเราต้องเอาความจริงใจแลกกับเขาช่วยเหลือเกื้อกูลพวกเขาด้วยความจริงใจพวกเขาก็จะเห็นความดีของเราเอง” คนเป็นปู่ผ่านเรื่องงานการเมืองมาเกือบทั้งชีวิตและเขาหยุดเล่นการเมืองตอนอายุเจ็ดสิบปีเพราะทำเต็มที่แล้วก่อนจะส่งไม้ต่อให้ลูกชายและเป็นผู้ให้การสนับสนุนและเป็นที่ปรึกษาให้ลูกชายและลูกพรรคที่ให้ความเคารพนับถือและอุดมการณ์เดียวกันแต่ก็มีบ้างที่มีความขัดแย้งในพรรคและพรรคแบ่งพวกกันแต่ก็คุยกันด้วยเหตุผลซื่งมันก็มีปัญหากันทุกพรรค
“ครับปู่..”
“สวัสดีค่ะคุณปู่” ยุวันดาหลานสาวคนโตของมิตรทักทายคุณปู่ของเธอผ่านรั้วตั้นไม้ที่แบ่งเขตบ้าน เธออายุรุ่นเดียวกับนวพรรษ
“จะไปทำงานแล้วเหรอแม่ยู่ยี่” ปู่มิตรเห็นหลานสาวแต่งตัวเรียบร้อยพร้อมไปทำงาน
“ค่ะคุณปู่ ก็มีคนลาออกแล้วงานก็มาตกที่ยี่หมดเลย และเช้านี้มีประชุมและนัดลูกค้าไว้ด้วยค่ะ” ยุวันดาพูดแล้วค้อนญาติหนุ่มที่อายุเท่ากันแต่นวพรรษแก่กว่าเธอไปห้าเดือน
“ฉันรู้ว่าเธอทำได้นะยี่” นวพรรษพูดกับญาติสาวที่แยกเขี้ยวใส่เขา
“ไม่ต้องมายอหรอกย่ะ ยี่ไปก่อนนะคะคุณปู่สวัสดีค่ะ” ยุวันดาพูดจบก็ยกมือไหว้ปู่ก่อนจะไปทำงาน
“จนป่านนี้แม่ยู่ยี่ก็ยังไม่มีแฟนแล้วเมื่อไหร่ปู่จะมีหลานกับเขาบ้างล่ะ” ปู่มิตรบ่นกับหลานชายที่หลานๆไม่มีใครมีแฟนเลยสักคนยิ่งหลานชายคนโตก็เอาแต่ทำงานคนรองก็บอกว่าขอทำหน้าที่ส.ส.ก่อน ส่วนที่เหลือก็บอกว่าขอทำงานก่อน ท่านเองก็แก่แล้วก็อยากมีเหลนเหมือนพวกเพื่อนๆบ้างจะได้ไม่เหงา
“ปู่ต้องไปบอกพี่เจ็ทครับ ผมไม่อยากแซงหน้าพี่ชายถ้าพี่เจ็ทแต่งงานเมื่อไหร่ผมจะหาแฟนครับ” เขายังไม่พร้อมจะมีครอบครัวจึงโยนไปให้พี่ชาย
“งั้นปู่อาจจะตายก่อนที่จะได้เลี้ยงเหลนน่ะสิ” ปู่มิตรพูดอย่างปลงๆเพราะลูกหลานยังไม่มีใครอยากแต่งงานสักคน
“ปู่แข็งแรงจะตายยังไงก็ได้เลี้ยงเหลนแน่นอนครับ ผมไปอาบน้ำก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะไปที่พรรคสาย ฝากลุงเชียรด้วยนะครับ” นวพรรษบอกปู่และวิเชียรคนสนิทของท่านที่ออกกำลังกายกับเจ้านายทุกเช้า
“ครับคุณจุล” วิเชียรยิ้มให้หลานชายเจ้านาย
นวพรรษก็เดินกลับเข้าบ้านหลังใหญ่ที่ครอบครัวของเขาพักอาศัยอยู่เพราะพ่อเป็นลูกชายคนโตของบ้านและมีพี่สาวหนึ่งคนและน้องสาวหนึ่งคนซึ่งบ้านอยูติดกันฝั่งซ้ายเป็นบ้านของ เยาวเรศ หรือเยาว์ พี่สาวคนโตที่แต่งงานกับสุระ หิรัญวัฒน์ เจ้าของบริษัทน้ำผลไม้และส่งออกทั้งผลไม้สดและอบแห้งแปรรูปซึ่งตลาดหลักๆอยู่ที่จีนและโซนเอเชียทั้งหมดและขยายไปยุโรปและอเมริกามีลูกสองคนชายหนึ่งหญิงหนึ่งคนโตเป็นผู้หญิงคือ ยุวันดา หิรัญวัฒน์ หรือยู่ยี่ วัย28ปี จบปริญญาโทจากอังกฤษและเป็นผู้บริหารหฯในห้าบริษัทลูกของPPKอินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และลูกชายคนเล็ก ภาสกร หิรัญวัฒน์ หรือภาส วัย26ปีเรียนจบปริญญาโทจากเมลเบิร์นที่เดียวกับนวพรรษและจบพร้อมกับนวพรกับวัชระลูกชายของอาสาวซึ่งอายุเท่ากันแค่แก่เดือนเท่านั้น
ฝั่งขวาเป็นบ้านของอภิสร น้องสาวคนเล็กที่แต่งงานกับ ดร.วิทูร วิระโชติ หนุ่มไฮโซตระกูลเก่าแก่ซึ่งเป็นตระกูลที่รับราชการมานมนานเป็นทูตกันทั้งตระกูลแต่วิทรูลือกเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศมีลูกสองคนชายหนึ่งหญิงหนึ่งคนโตเป็นผู้ชาย วัชระ วีระโชติ หรือเต้นท์ วัย26ปี จบปริญญาโทจากอังกฤษพร้อมกับนวพรและภาสกรจึงมาทำงานพร้อมกัน คนเล็ก อนิมา วีระโชติ หรือตาล วัย22ปี กำลังเรียนอยู่ที่เมลเบิร์นประเทศออสเตรเลียที่เดียวกับนวพรรษ
“ขามากับขากลับต่างกันลิบลับเลยนะครับพี่เจ็ท” นักร้องหนุ่มหล่อมองไปทางกระจกหลังที่น้องโจ น้องจ้าวน้องมอสนอนหลับมีเมฆากับคนสนิทของเขานั่งด้วย“เด็กๆก็เป็นแบบนี้แหละ กินนอนเล่นเที่ยวเอาไว้นายมีลูกเมื่อไหร่ก็จะรู้เองแหละ” พรรษชลตอบนักร้องหนุ่มที่เฝ้ามองน้องสาวคนเล็กของตระกูลมาตั้งแต่งานแต่งงานของยุวันดากับพัทธณเดชแต่ไปไม่ถึงไหนเพราะนักร้องหนุ่มเนื้อหอมเกินไป“คงอีกนานครับ” โป้งพูดเนือยๆมองตรงถนนเพราะความไม่รู้จักพอของเขาทำให้เสียโอกาสเมื่อเจอคนที่ใช่“เอาน่าคนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างอยู่ที่นายจะแก้ไขยังไงก็เห็นนายเทมส์เป็นตัวอย่างแล้วนี่นา พี่เอาใจช่วย” พรรษชลพูดอย่างเข้าใจเพราะเขาผ่านมาก่อนกว่าภรรยาจะเชื่อใจและไว้ใจก็ใช้เวลหลายปีละมันคุ้มค่ามากกับเวลาที่รอคอย“ขอบคุณครับพี่เจ็ท” โป้งขอบคุณพ่อลูกสามที่ประวัติในอดียาวเป็นหางว่าว“นายต้องเชื่อคนมีประสบการณ์มาก่อนนะโป้ง หึๆๆ..” เมฆาพูดแล้วหัวเราะในลำคออย่างขำๆ“เอ่อ ไอ้พ่อคนดี ใครจะเหมือนแกล่ะเห็นเงียบแม่งฟาดเรียบ ดีนะที่ยัยจุ๊บไม่รู้ไม่งั้นแกแย่แน่ๆ” พรรษชลว่าน้องเขยอย่างหมั่นไส้ที่วางตัวดีมาตลอดไม่เหมือนเขากับน้องชายรถออฟโรดขับตามกันก
“พ่อว่าเราค่อยเล่นกันตอนเย็นดีมั้ยครับ เดี๋ยวลูกๆอาบน้ำแต่งตัวเสร็จและกินข้าวเช้ากันแล้วพ่อจะพาไปเที่ยวดูพี่เสือพี่สิงโตที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวดีมั้ยครับ” นวพรรษบอกลูกๆ“โอเคค่า/ ดีคร้าบ/ค้าบ..” เด็กๆต่างก็เห็นด้วยเพราะยังไงก็ได้เล่นน้ำทะเลแต่ไปดูพี่เสือพี่สิงโตก่อนดีกว่าส่วนคนเล็กสุดได้ยินพี่ชายทั้งสองก็คร้าบก็พูดตามเอาพ่อจุลปวดหัวจิ้ดเลยทีเดียว“พี่น้ำยมพี่น้ำวังเป็นผู้ชายต้องพูดครับ น้องน้ำเจ้าพระยาเป็นผู้หญิงต้องพูดว่า ค่ะ” คนเป็นพ่อสอนลูกสาวคนเล็กที่ชอบเลียนแบบพี่สาวพี่ชายพูดและจะพูดแต่คำท้าย“ค่า”“ดีมากลูกรัก งั้นเราไปอาบน้ำกันดีมั้ย” ถึงจะนอนดึกดื่นแค่ไหนหากเป็นเรื่องของลูกๆคุณพ่อลูกดกก็ดูแลลูกๆได้เป็นอย่างดี“ค่ะพ่อจุล/ครับพ่อจุล/ จูง..”“ฮ่าๆๆ/คิกกๆๆ..” นวพรรษกับลูกๆหัวเราะพร้อมกันเมื่อคนเล็กสุดพูดตามพี่ๆและพูดไม่ชัด“บ้านนี้เสียงดังอะไรกัน” เมฆาอุ้มน้องจิ๋วเดินมาหน้าเต็นท์แล้วน้องโจกับน้องจ้าวก็ช่วยกันเปิดเต็นท์มองลุงจุลกับพี่น้องที่หัวเราะกันเสียงดัง“พวกเราขำน้องน้ำเจ้าพระยาค่ะคุณอาเมฆ น้องโจ น้องจ้าวเดี๋ยวพวกเราจะไปเที่ยวสวนสัตว์ค่ะ” น้องน้ำฟ้าบอกน้องๆทั้งสอง“จริงเหรอค่
“หมดแรงกันเลยเหรอครับพี่” นักร้องหนุ่มถามรุ่นพี่ทั้งหลายขำๆ“นานๆได้วิ่งขนาดนี้ทำเอาขาอ่อนไปเหมือนกันแหละ” นวพรรษตอบหนุ่มรุ่นน้องที่แสดงออกว่าชอบน้องสาวของเขาแต่ดันมีข่าวรักสามเส้ากับดารานักร้องสาวแบบนี้ใครจะไปอยากได้มาเป็นน้องเขยล่ะ“แกถนัดแต่ออกกำลังกายในร่มน่ะสิ” พีรวัสล้อเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ก็เพราะเล่นแต่กีฬาในร่มถึงทำให้มีลูกดกกว่าใคร“หรือแกไม่ชอบวะ”“แกก็ถามมาได้ใครจะไม่ชอบล่ะ เป็นกิจกรรมโปรดของฉันเลยเพื่อน” พีรวัสตอบทันควันเขาคิดว่าผู้ชายทุกคนต้องชอบเหมือนกันหมด“นึกว่าแกจะปฏิเสธ” จิรายุพูดขึ้นเพราะเขาก็ชอบออกกำลังกายในร่มมากกว่ากลางแจ้งแบบนี้“พี่มิ้งล่ะครับ ชอบกีฬาแบบไหน” ภาสกรถามเพื่อนพี่ชายแล้วยิ้มเขาไม่ได้มองว่าเมทิราเป้นผู้หญิงเพราะหน้าตาท่าทางร่างกายของเธอเหมือผู้ชายเจ้าสำอางมากกว่าแล้วหล่อกว่าพระเอกดังที่นั่งข้างเขาอีก“พี่ได้หมดทั้งกีฬาในร่มและกลางแจ้งมันก็ท้าทายตื่นเต้นดี” เมทิรพูดแล้วยกยิ้มมุมปาก“พูดได้ดีมาไอ้แมน สมกับเป็นคาสโนว่าตัวพ่อเลยเพื่อน” พีรวัสชมเพื่อนกึ่งหมั่นไส้และต้องยอมรับว่าเมทิรานั้นเนื้อหอมกับเพศเดียวกันและขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้มีสาวๆมากมายสุดท้ายก็มี
“ขอบใจมานะนายใบ” เตชทัชขอบใจนายใบคนดูแลบ้านที่อยู่มานานตั้งแต่รุ่นพ่อจนมารุ่นลูกก็ยังอยู่ช่วยดูแลบ้านเป็นอย่างดี“พ่อจะไปดูหลังบ้านสักหน่อย” ปู่มิตรบอกลูกหลานแล้วเดินไปพร้อมกับวิเชียรและทุกคนก็เดินตามไปด้วย“เด็กสนุกกันใหญ่เลยนะคะคุณพ่อดูสิ” เยาวเรศพูดกับพ่อแล้วนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างพ่อที่นั่งบนม้านั่งอัลลอยด์สีขาว“พวกลูกตอนเด็กๆก็แบบนี้แหละเล่นน้ำกันไม่ยอมขึ้นจนแม่ของพวกลูกต้องขู่ว่าถ้าไม่ฟังจะไม่พามาเที่ยวทะเลอีกนั่นแหละถึงได้ยอมขึ้นจากน้ำ” ปูมิตรพูดถึงความหลังยิ้มๆ“ใช่ค่ะคุณพ่อ ตองจำได้ตนนั้นเราไปปราณฯกันแล้วเล่นน้ำจนตองไม่สบายถูกคุณแม่ทำโทษไม่พามาเที่ยวทะเลกันเป็นปีเลยค่ะ” อภิสรก็จำได้ว่าตอนนั้นเธอน่าจะหกเจ็ดขวบได้“เห็นหลานๆแล้วพวกเราก็แก่กันเยอะเลยเนาะพี่เยาว์” เตชทัชพูดอย่างขำๆในอ้อมแขนมีน้องมดที่ชี้มือชี้ไม้ไปหาพี่ๆ“อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขจะไปสนใจทำไมจริงมั้ยเดียร์ ตอง” เยาวเรศตอบน้องชายแล้วหันไปพูดกับน้องสะใภ้“แน่นอนค่ะพี่เยาว์” ปิยมาศตอบพี่สาวของสามีแล้วยิ้มๆ“งั้นเราไปหาพี่ๆดีกว่านะลูก” เตชทัชบอกน้องมดแล้วพาหลานสาวเดินลงไปดูหลานๆเพราะลูกชายลูกสะใภ้ลูกเขยช่วยกันขนของเข้าบ้า
“งั้นนอนรอพี่จุลเลยครับลูก” นวพรรษลุกขึ้นเดินไปเลือกหนังสือนิทานเรื่องราชสีห์กับหนูแล้วกลับมาที่เตียงมีลูกๆทั้งสี่และภรรยานอนรอฟังเขาเล่านิทานให้ฟังเสียงห้าวดังกังวานดุดันเป็นราชสีห์แล้วเปลี่ยนเสียงสองเป็นหนูน้อยควบคุมระดับเสียงสูงเสียงต่ำเพื่อเรียกร้องให้ลูกๆสนใจผ่านไปไม่ถึงครึ่งเรื่องสองแฝดและน้องชายทั้งสองก็ตาหรี่ปรือฝืนตัวเองเพื่อจะฟังนิทานให้จบแต่ทนความง่วงไม่ไหวก็หลับไปตามๆกันรวมถึงแม่ของลูกที่หลับไปก่อนลูกๆทั้งสี่“ฝันดีครับลูกหมูน้อยของพ่อจุล” นวพรรษก้มลงหอมแก้มลูกๆทุกคนก่อนจะจูบกลีบปากอิ่มแม่ของลูกเบาๆ“ฮืม..ลูกหลับแล้วเหรอคะ” วีรินทร์งัวเงียมองสามีและลูกที่นอนกลางเตียงส่วนเธอกับสามีต้องนอนประกบไว้ทั้งสองฝั่ง“เรียบร้อยแล้วครับที่รัก”“ฝันดีค่ะพี่จุล ฮืมม..” วีรินทร์บอกฝันดีสามีเบาๆแล้วถูกปิดกลีบปากอิ่มอย่างอ่อนหวานกระหวัดปลายลิ้นหยอกเย้าลิ้นนุ่มอย่างดูดดื่มก่อนจะถอนออกไม่งั้นได้อุ้มแม่ของลูกไปบอกรักแน่“หืมม...ฝันดีครับที่รัก” นวพรรษถอนจูบออกมองสบตากับภรรยาด้วยความรักสุดหัวใจก่อนจะไปนอนฝั่งของตัวเองมองดูผลผลิตฝีมือของตัวเองอย่างภูมิใจไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ต้องขอบคุณพิมลภัสท
“ใครคิดกันเนี่ยไม่ได้ค่ะ เยาว์ต้องตบรางวัลหลานๆหน่อยแล้วค่ะ” เยาวเรศพูดขึ้นเพราะหลานๆน่ารักกันเหลือเกิน“จริงค่ะพี่เยาว์ ตองร่วมด้วยค่ะ”“แล้วจะขาดผมได้ยังไงครับ” เตชทัชพูดขึ้นแล้วทั้งสามพี่น้องภัทรกิจโภคินก็ตรงไปหน้าเวทีหยิบดอกกุหลาบที่ประดับเป็นพุ่มสวยงามคนละสีเพื่อเด็กๆจะได้ไปรับรางวัลถูกเมื่อเพลงจบก็ได้รับเสียงปรบมือดังลั่นทำให้เด็กๆยิ้มชอบใจก่อนจะไปรับดอกไม้จากคุณปู่คุณย่าที่นำมามอบให้เป็นรางวัล“สวัสดีครับทุกท่าน ผมขอพูดอะไรกับหลานๆสักเล็กน้อยก่อนที่เราจะได้รับชมมินิคอนเสิร์ตของคุณโป้ง หลานๆของปู่ฟังทางนี้ลูก ดอกกุหลาบที่พวกหนูได้รับวันนี้เป็นรางวัลที่ปู่ย่าทุกคนมอบให้พรุ่งนี้เอาไปรับรางวัลดอกละหนึ่งหมื่นบาทที่ปู่ๆย่าๆนะลูก สีแดงไปรับที่ปู่กับคุณย่าเดียร์ สีเหลืองไปรับที่คุณย่าเยาว์กับคุณปู่ไก่ สีขาวไปรับรางวัลที่คุณย่าตองกับคุณปู่เซ็นต์เก็บไว้ให้ดีนะลูก” เตชทัชพูดจบเสียงปรมมือดังขึ้นแล้วญาติๆแขกบางคนก็มอบรางวัลเล็กๆน้อยๆให้เด็กๆเป็นที่สนุกสนานเมื่อเตชทัชและเด็กๆลงจากเวทีก็เป็นหน้าที่ของนักร้องหนุ่มกับเพื่อนที่ร้องเพลงให้ทุกคนได้ขยับแข้งขยับขากันอย่าสนุกส่วนเด็ๆก็หอบดอกกุหลาบข
เมื่อเพื่อนเจ้าสาวทั้งหมดออกไปแล้วทั้งห้องก็เหลือวีรินทร์กับเจ้าสาวและช่างแต่งหน้าทำผมที่นั่งดื่มกาแฟรับประทานอาหารว่างอยู่มุมห้องหลังจากเหนื่อยมาตั้งแต่บ่ายโมง“ตื่นเต้นมั้ยคะพี่จุ๊บ” วีรินทร์ถามเจ้าสาวเพราะเธอไม่รู้ว่าเป็นยังไงตอนที่เธอแต่งงานก็เป็นพิธีเรียบง่ายแต่อบอุ่นแม้เธอจะไม่ได้ใส่ชุดเจ้าสา
“จะทำอะไรก็ระวังด้วยละกัน ตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามคงจับตามองนายอยู่” พรรษชลเตือนน้องชายถึงเขาไม่ได้ลงสมัครลงเลือกตั้งส.ส.แต่เขาก็รู้ทุกอย่างเพราะปู่และพ่อก็เป็นส.ส.และเป็นอดีตรงนายกรัฐมนตรีมาก่อนมันจึงอยู่ในสายเลือด“ครับพี่ชาย ผมไปนะ” นวพรรษขึ้นรถที่ชรินเปิดประตูรอเจ้านายเมื่อนวพรรษขึ้นรถแล้วทวีปก็ขับรถ
“พี่จุลออกไปหาเสียงทุกวันเลยเหรอคะคุณป้า” รุ่งลาวัลย์ถามถึงชายหนุ่มที่เธอหมายปองเพราะเพราะเขาทั้งหล่อทั้งเก่งเพียบพร้อมด้วยฐานะและชาติตระกูลซึ่งพ่อแม่ของเธอก็เห็นด้วยเคยแย้มๆจะจับคู่เธอกับนวพรรษแต่เตชทัชกับปิยมาศไม่เห็นด้วยเพราะไม่อยากบังคับลูกหากเธอกับนวพรรษรักใคร่ชอบพอกันเองก็ไม่ขัดข้อง“ก็ออกทุก
กรุงเทพมหานครฯตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงหาเสียงเพื่อเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศไทยหลังจากที่ท่านนายกคนปัจจุบันหมดวาระไปก็ต้องเลือกตั้งท่านนายกคนใหม่ของประเทศและตัวแทนของแต่ละพรรคก็ออกหาเสียงกันทุกเขต หัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคต้องไปช่วยลูกพรรคหาเสียงและปราศรัยนโยบายของพรรคว่าจะพัฒนา







