เข้าสู่ระบบ
กรุงเทพมหานครฯ
ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงหาเสียงเพื่อเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศไทยหลังจากที่ท่านนายกคนปัจจุบันหมดวาระไปก็ต้องเลือกตั้งท่านนายกคนใหม่ของประเทศและตัวแทนของแต่ละพรรคก็ออกหาเสียงกันทุกเขต หัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคต้องไปช่วยลูกพรรคหาเสียงและปราศรัยนโยบายของพรรคว่าจะพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชนยังไงปรับกลยุทธ์แข่งกับพรรคอื่นๆที่ต่างก็ระดมหาเสียงกันทุกวันและต้องเดินทางไปทุกจังหวัดในประเทศไทยที่สมาชิกของพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งของจังหวัดนั้นๆ
“วันพรุ่งนี้ท่านจะเดินทางไปจังหวัดอุตรดิตถ์มั้ยครับ” โกวิทคนสนิทของนายเตชทัช ภัทรกิจโภคินวัยห้าสิบแปดปีหัวหน้าพรรคมหาชนชาวไทยจะต้องไปช่วยลูกพรรคหาเสียงเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ
“ไปสิโก้ะ นายเตรียมรถแล้วบอกเจ้าจุลด้วยนะ” นายเตชทัชบอกคนสนิทให้บอกลูกชายของเขาที่ลงสมัครรับเลือกตั้งส.สครั้งแรกเขตสามย่านและออกหาเสียงทุกวันตระกูลภัทรกิจโภคิน เป็นตระกูลเก่าแก่ที่เล่นการเมืองมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวดจนมาถึงยุคของเตชทัชที่ลงเล่นการเมืองตามรอยพ่อและเขากำลังส่งเสริมลูกชายคนรองให้เจริญรอยตามส่วนลูกชายคนโตนั้นจัดการเรื่องธุรกิจค้าเหล็กและผลิตวัตถุดิบกลุ่มทองแดง ขดลวด ผลิต ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟ หลอดไฟ ของครอบครัวที่มีมาเนิ่นนาน เตชทัชแต่งงานกับคุณปิยะมาศ ก้องเกียรติวานิชลูกสาวของนายอมร ก้องเกียรติวานิช ตอนนั้นตาของเธอเป็นนายกรัฐมนตรีและปริวัตร ภัทรกิจโภคินพ่อของเตชทัชเป็นส.ส.และนั่งตำแหน่งรองนายกจึงทำให้ทั้งสองพบรักกันกลางงานเลี้ยงของพรรคจึงได้คบหากันและเป็นที่พอใจของผู้ใหญ่ที่จะได้ดองกันในที่สุดก็ได้แต่งงานกันมีลูกสามคนเป็นชายสองคนผู้หญิงหนึ่งคน
“ครับท่าน” โกวิทรับคำสั่งของเจ้านายที่เขาติดตามมายี่ห้าสิบปีตั้งแต่เตชทัชเริ่มเล่นการเมืองจากนั้นมาเขาก็เป็นเงาตามตัวเจ้านายมาตลอดจนกระทั่งลูกชายคนโตวัยเดียวกับลูกชายเจ้านายได้เรียนโรงเรียนเดียวกันมหาลัยเดียวกันและยังไปเรียนต่อต่างประเทศด้วยกันด้วยทุนที่เตชทัชสนับสนุนและยังเป็นเพื่อนกันทำให้ครอบครัวของเขาเคารพนับถือเตชทัชกับปิยมาศและจงรักภักดีกับครอบครัวภัทรกิจโภคิน
“งั้นกลับบ้านกันเถอะวันนี้เหนื่อยกันทั้งวัน” เตชทัชบอกคนสนิทแล้วทั้งสองก็ออกจากห้องทำงานที่สำนักงานของพรรคมหาชนชาวไทยที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณสองกิโลเมตรติดกับตึกสูงสามสิบชั้นของบริษัทPPK อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด(มหาชน)
เมื่อส่งเจ้านายถึงบ้านโกวิทก็หมดหน้าที่เพราะมีลูกน้องอีกสองคนที่เป็นบอดี้การ์ดและคนขับรถคอยดูแลเจ้านายที่บ้านเขาก็กลับบ้านที่อยู่ห่างไปสามซอย
“คุณโก้ะอย่าเพิ่งกลับนะคะ พอดีฉันทำคุกกี้เสร็จเมื่อกี้จะฝากไปให้ชิมหน่อยน่ะ ตุ้มไปหยิบคุกกี้ที่ฉันวางไว้บนโต้ะในครัวมาให้คุณวิทหน่อยสิ” วีราบอกเด็กในบ้านไปหยิบโหลคุกกี้ให้คนสนิทของสามี
“ค่ะคุณผู้หญิง” ตุ้มรับคำสั่งของคุณผู้หญิงของบ้านแล้วเดินไปหยิบโหลคุกกี้ใส่ถุงมาให้โกวิท
“ขอบคุณมากครับคุณเดียร์ ผมขอตัวนะครับท่าน คุณเดียร์” โกวิทรับโหลคุกกี้จากเด็กในบ้านของเจ้านายแล้วยกมือไหว้ขอบคุณและขอตัวกลับบ้าน
สองสามีภรรยามองตามโกวิทเดินออกไปจากบ้านแล้วหันมาคุยกันเรื่องที่ลูกชายคนกลางลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.สมัยแรกจึงต้องลงพื้นที่หาเสียงมากกว่าทุกคนถึงแม้จะมีฐานเสียงที่ปู่และพ่อสร้างไว้ก็ต้องเข้าถึงประชาชนเพื่อรับรู้เรื่องเดือดร้อนของประชาชนในเขตรับผิดชอบของตัวเอง
“ผมว่าจะดึงนายเมฆมาเป็นผู้ช่วยนายจุลนะคุณเดียร์” เตชทัชปรึกษาภรรยาที่ลงพื้นที่ช่วยลูกชายหาเสียงเหมือนกัน
“ก็ดีเหมือนกันค่ะคุณ สองคนนี่เขารู้ใจกันดีแล้วตาเจ็ทจะยอมเหรอคะ” ปิยมาศตอบสามีตอนนี้เมฆาทำงานที่บริษัทในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทหนึ่งในห้าของ PPK อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือเรียกย่อๆว่า พีเคเค กรุ๊ปฯ ซึ่งมี พรรษชล ภัทรกิจโภคิน หรือ เจ็ท ลูกชายคนโตวัย30ปีนั่งเก้าอี้ประธานบริษัทและสามารถบริหารงานทั้งหมดของ พีเคเค กรุ๊ปฯ และ นวพรรษ ภัทรกิจโภคิน หรือ จุล ลูกชายคนรองวัย28ปี เป็นรองประธานบริษัทและเพิ่งลาออกเมื่อต้นปีเพื่อมาลงสมัคร ส.ส.เจริญรอยตามปู่และพ่อส่วน นวพร ภัทรกิจโภคิน หรือ จุ๊บ ลูกสาวคนเล็กวัย 26ปีเพิ่งเรียนจบปริญญาโทจากประเทศอังกฤษกลับมาช่วยงานพี่ชายเมื่อต้นปีพอดีกับนวพรรษลาออกพอดี
“ก็ต้องลองถามทั้งนายเมฆก่อนว่าสนใจมั้ยถ้าไม่ผมก็ไม่บังคับ” เตชทัชแค่คิดไว้หากเมฆาไม่อยากเล่นการเมืองเขาก็ไม่ว่าแต่ต้องหาคนที่ไว้ใจได้ให้มาช่วยงานลูกชายตอนนี้ก็มีเลขาของนวพรรษสองคนที่ดึงมาช่วยงาน
“ดีค่ะคุณ แต่เดียร์ว่าตาเมฆไม่น่าจะชอบงานทางการเมืองนะคะ” ปิยมาศพูดถึงเมฆาที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็กและรักเหมือนลูกคนหนึ่ง
“ยะหู้..มีใครอยู่มั้ยค้าจุ๊บคนสวยกลับมาแล้วค่า” เสียงแหลมเล็กของนวพรดังมาก่อนตัวซึ่งเป็นเรื่องปกติของลูกสาวคนเล็กที่เสียงมาก่อนตัวเสมอ
“ทำไมสอนไม่จำนะลูกคนนี้ ตะโกนโหวกเหวกเสียงดังไม่มีความเป็นกุลสตรีเลยจริง” ปิยมาศบ่นลูกสาวที่นับวันจะห้าวเกินหญิงจนเธอกลัวว่าลูกสาวจะกลายพันธุ์เป็นทอมถ้าจริงเธอก็รับได้ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไรขอแค่เป็นคนดีก็พอ
“โธ่คุณแม่ขา จุ๊บก็เป็นของจุ๊บมาตั้งนานแล้วนะคะ จะให้ทำตัวเหมือนผ้าพับไว้ไม่ไหวหรอกค่ะ” นวพรตอบแม่แล้วนั่งลงกอดท่านอย่างออดอ้อน
“แล้วแบบนี้จะมีบ้านไหนเขาอยากได้ไปเป็นสะใภ้ล่ะลูก” ปิยมาศส่ายหน้าไปมาโอบกอดลูกสาวไว้อย่างแสนรัก
“ไม่มีใครอยากได้ก็ดีสิคุณเดียร์ ลูกสาวคนเดียวผมเลี้ยงได้” คนเป็นพ่อหวงลูกสาวไม่อยากให้ออกเรือนจนกว่าเขาจะเห็นว่าผู้ชายคนนั้นรักลูกสาวของเขาจริง
“ใช่ค่ะคุณพ่อ จุ๊บกลัวเจอผู้ชายเจ้าชู้เหมือนพี่เจ็ทพี่จุลค่ะ” น้องเล็กของบ้านเห็นพี่ชายทั้งสองเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมกันจึงพูดพาดพิงถึงพี่ชายทั้งสอง
“น้อยๆหน่อยน้องรัก พี่ไม่ได้เจ้าชู้แค่มีหลายรักเท่านั้นเองนะครับ” พรรษชลนั่งลงข้างพ่อแล้วตอบน้องสาวที่ย่นจมูกใส่เขา
“พี่เปล่าเจ้าชู้นะยัยจุ๊บ ที่เป็นข่าวก็เพื่อนกันพี่น้องกันทั้งนั้น” นวพรรษตอบน้องสาวยิ้มๆเขาไม่เจ้าชู้เพราะทุกคนเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องท้องชนกันเท่านั้นอยู่ที่ความสมัครใจแลกเปลี่ยนความสุขกันและเขาก็เลือกคบทีละคน
“พี่น้องท้องชนกันเหรอค้าคุณพี่จุล หรือว่ามีตัวจริงแล้วคะ” คนเป็นน้องแซวพี่ชายเพราะตอนนี้คบกับไฮโซสาวคนดัง
“มีที่ไหนล่ะ”
“แหมพี่จุลคะ คบพี่มิ้งค์มานานแล้วไม่ใจอ่อนบ้างเหรอคะ คิกๆๆ” นวพรแซวพี่ชายแล้วหัวเราะ
“ไม่อ่ะ พี่กลัวฟ้าผ่า"
“ค่าพี่ชาย”
“แล้วเมื่อไหร่แม่จะได้อุ้มหลานล่ะลูก จนป่านนี้ยังไม่มีวี่แววเลยนะตาเจ็ท ตาจุล” ปิยมาศถามลูกชายทั้งสองที่ยังไม่มีแฟนมีแต่เพื่อน
“เอาไว้ผมมีแฟนเมื่อไหร่จะบอกคุณแม่เป็นคนแรกเลยครับ” พรรษชลยิ้มให้แม่เขายังไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานเลยในหัวมีแต่เรื่องงาน
“ผมก็เหมือนกันครับ เอาไว้สักสามสิบห้าค่อยคิดครับคุณแม่” เขายังมีอะไรให้ทำอีกมากมายหากถามว่าอยากเป็นส.ส.มั้ยเขาแค่อยากลองหาอะไรใหม่ๆทำยังไงเรื่องงานบริษัทเขาก็ไม่ได้ทิ้งไปเลยเพียงแต่แอบช่วยทำที่บ้านหากเขาได้เป็นส.ส.เขาก็พร้อมสละเวลาเพื่อรับใช้ประชาชนและช่วยเหลือเท่าที่เขาจะทำได้
“เฮ้อ, รู้อย่างนี้แม่มีลูกสักครึ่งโหลก็ดี” ปิยมาศถอนหายใจค้อนลูกชายทั้งสองและพูดประชด
“งั้นเรามาปั้มลูกกันอีกสามคนที่เหลือดีมั้ยคุณ..”
“ฮ่าๆ/ ฮ่าๆๆ /คิกๆๆ..”
“จะบ้าเหรอคุณอายุปูนนี้แล้วเดียร์จะเอาแรงที่ไหนคลอดลูกล่ะ” ปิยมาศค้อนสามีและลูกๆทั้งสามที่หัวเราะขำ
“สมัยนี้เขาผ่าคลอดกันแล้วครับคุณแม่ ว่าแต่คุณพ่อไหวเหรอครับ หุหุๆ..” นวพรรษล้อพ่อแล้วหัวเราะในคอ
“ชะช้า..แกดูถูกพ่อซะแล้วเจ้าจุลระดับพ่อแรงดีไม่มีตกโว้ย” คนเป็นพ่อคุยข่มลูกชาย
“จริงเหรอครับ ผมเห็นเดินไปไม่ถึงห้าร้อยเมตรก็หอบแล้วทำเป็นคุย” นวพรรษยังยั่วเย้าพ่ออย่างขำๆ
“ขามากับขากลับต่างกันลิบลับเลยนะครับพี่เจ็ท” นักร้องหนุ่มหล่อมองไปทางกระจกหลังที่น้องโจ น้องจ้าวน้องมอสนอนหลับมีเมฆากับคนสนิทของเขานั่งด้วย“เด็กๆก็เป็นแบบนี้แหละ กินนอนเล่นเที่ยวเอาไว้นายมีลูกเมื่อไหร่ก็จะรู้เองแหละ” พรรษชลตอบนักร้องหนุ่มที่เฝ้ามองน้องสาวคนเล็กของตระกูลมาตั้งแต่งานแต่งงานของยุวันดากับพัทธณเดชแต่ไปไม่ถึงไหนเพราะนักร้องหนุ่มเนื้อหอมเกินไป“คงอีกนานครับ” โป้งพูดเนือยๆมองตรงถนนเพราะความไม่รู้จักพอของเขาทำให้เสียโอกาสเมื่อเจอคนที่ใช่“เอาน่าคนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างอยู่ที่นายจะแก้ไขยังไงก็เห็นนายเทมส์เป็นตัวอย่างแล้วนี่นา พี่เอาใจช่วย” พรรษชลพูดอย่างเข้าใจเพราะเขาผ่านมาก่อนกว่าภรรยาจะเชื่อใจและไว้ใจก็ใช้เวลหลายปีละมันคุ้มค่ามากกับเวลาที่รอคอย“ขอบคุณครับพี่เจ็ท” โป้งขอบคุณพ่อลูกสามที่ประวัติในอดียาวเป็นหางว่าว“นายต้องเชื่อคนมีประสบการณ์มาก่อนนะโป้ง หึๆๆ..” เมฆาพูดแล้วหัวเราะในลำคออย่างขำๆ“เอ่อ ไอ้พ่อคนดี ใครจะเหมือนแกล่ะเห็นเงียบแม่งฟาดเรียบ ดีนะที่ยัยจุ๊บไม่รู้ไม่งั้นแกแย่แน่ๆ” พรรษชลว่าน้องเขยอย่างหมั่นไส้ที่วางตัวดีมาตลอดไม่เหมือนเขากับน้องชายรถออฟโรดขับตามกันก
“พ่อว่าเราค่อยเล่นกันตอนเย็นดีมั้ยครับ เดี๋ยวลูกๆอาบน้ำแต่งตัวเสร็จและกินข้าวเช้ากันแล้วพ่อจะพาไปเที่ยวดูพี่เสือพี่สิงโตที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวดีมั้ยครับ” นวพรรษบอกลูกๆ“โอเคค่า/ ดีคร้าบ/ค้าบ..” เด็กๆต่างก็เห็นด้วยเพราะยังไงก็ได้เล่นน้ำทะเลแต่ไปดูพี่เสือพี่สิงโตก่อนดีกว่าส่วนคนเล็กสุดได้ยินพี่ชายทั้งสองก็คร้าบก็พูดตามเอาพ่อจุลปวดหัวจิ้ดเลยทีเดียว“พี่น้ำยมพี่น้ำวังเป็นผู้ชายต้องพูดครับ น้องน้ำเจ้าพระยาเป็นผู้หญิงต้องพูดว่า ค่ะ” คนเป็นพ่อสอนลูกสาวคนเล็กที่ชอบเลียนแบบพี่สาวพี่ชายพูดและจะพูดแต่คำท้าย“ค่า”“ดีมากลูกรัก งั้นเราไปอาบน้ำกันดีมั้ย” ถึงจะนอนดึกดื่นแค่ไหนหากเป็นเรื่องของลูกๆคุณพ่อลูกดกก็ดูแลลูกๆได้เป็นอย่างดี“ค่ะพ่อจุล/ครับพ่อจุล/ จูง..”“ฮ่าๆๆ/คิกกๆๆ..” นวพรรษกับลูกๆหัวเราะพร้อมกันเมื่อคนเล็กสุดพูดตามพี่ๆและพูดไม่ชัด“บ้านนี้เสียงดังอะไรกัน” เมฆาอุ้มน้องจิ๋วเดินมาหน้าเต็นท์แล้วน้องโจกับน้องจ้าวก็ช่วยกันเปิดเต็นท์มองลุงจุลกับพี่น้องที่หัวเราะกันเสียงดัง“พวกเราขำน้องน้ำเจ้าพระยาค่ะคุณอาเมฆ น้องโจ น้องจ้าวเดี๋ยวพวกเราจะไปเที่ยวสวนสัตว์ค่ะ” น้องน้ำฟ้าบอกน้องๆทั้งสอง“จริงเหรอค่
“หมดแรงกันเลยเหรอครับพี่” นักร้องหนุ่มถามรุ่นพี่ทั้งหลายขำๆ“นานๆได้วิ่งขนาดนี้ทำเอาขาอ่อนไปเหมือนกันแหละ” นวพรรษตอบหนุ่มรุ่นน้องที่แสดงออกว่าชอบน้องสาวของเขาแต่ดันมีข่าวรักสามเส้ากับดารานักร้องสาวแบบนี้ใครจะไปอยากได้มาเป็นน้องเขยล่ะ“แกถนัดแต่ออกกำลังกายในร่มน่ะสิ” พีรวัสล้อเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ก็เพราะเล่นแต่กีฬาในร่มถึงทำให้มีลูกดกกว่าใคร“หรือแกไม่ชอบวะ”“แกก็ถามมาได้ใครจะไม่ชอบล่ะ เป็นกิจกรรมโปรดของฉันเลยเพื่อน” พีรวัสตอบทันควันเขาคิดว่าผู้ชายทุกคนต้องชอบเหมือนกันหมด“นึกว่าแกจะปฏิเสธ” จิรายุพูดขึ้นเพราะเขาก็ชอบออกกำลังกายในร่มมากกว่ากลางแจ้งแบบนี้“พี่มิ้งล่ะครับ ชอบกีฬาแบบไหน” ภาสกรถามเพื่อนพี่ชายแล้วยิ้มเขาไม่ได้มองว่าเมทิราเป้นผู้หญิงเพราะหน้าตาท่าทางร่างกายของเธอเหมือผู้ชายเจ้าสำอางมากกว่าแล้วหล่อกว่าพระเอกดังที่นั่งข้างเขาอีก“พี่ได้หมดทั้งกีฬาในร่มและกลางแจ้งมันก็ท้าทายตื่นเต้นดี” เมทิรพูดแล้วยกยิ้มมุมปาก“พูดได้ดีมาไอ้แมน สมกับเป็นคาสโนว่าตัวพ่อเลยเพื่อน” พีรวัสชมเพื่อนกึ่งหมั่นไส้และต้องยอมรับว่าเมทิรานั้นเนื้อหอมกับเพศเดียวกันและขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้มีสาวๆมากมายสุดท้ายก็มี
“ขอบใจมานะนายใบ” เตชทัชขอบใจนายใบคนดูแลบ้านที่อยู่มานานตั้งแต่รุ่นพ่อจนมารุ่นลูกก็ยังอยู่ช่วยดูแลบ้านเป็นอย่างดี“พ่อจะไปดูหลังบ้านสักหน่อย” ปู่มิตรบอกลูกหลานแล้วเดินไปพร้อมกับวิเชียรและทุกคนก็เดินตามไปด้วย“เด็กสนุกกันใหญ่เลยนะคะคุณพ่อดูสิ” เยาวเรศพูดกับพ่อแล้วนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างพ่อที่นั่งบนม้านั่งอัลลอยด์สีขาว“พวกลูกตอนเด็กๆก็แบบนี้แหละเล่นน้ำกันไม่ยอมขึ้นจนแม่ของพวกลูกต้องขู่ว่าถ้าไม่ฟังจะไม่พามาเที่ยวทะเลอีกนั่นแหละถึงได้ยอมขึ้นจากน้ำ” ปูมิตรพูดถึงความหลังยิ้มๆ“ใช่ค่ะคุณพ่อ ตองจำได้ตนนั้นเราไปปราณฯกันแล้วเล่นน้ำจนตองไม่สบายถูกคุณแม่ทำโทษไม่พามาเที่ยวทะเลกันเป็นปีเลยค่ะ” อภิสรก็จำได้ว่าตอนนั้นเธอน่าจะหกเจ็ดขวบได้“เห็นหลานๆแล้วพวกเราก็แก่กันเยอะเลยเนาะพี่เยาว์” เตชทัชพูดอย่างขำๆในอ้อมแขนมีน้องมดที่ชี้มือชี้ไม้ไปหาพี่ๆ“อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขจะไปสนใจทำไมจริงมั้ยเดียร์ ตอง” เยาวเรศตอบน้องชายแล้วหันไปพูดกับน้องสะใภ้“แน่นอนค่ะพี่เยาว์” ปิยมาศตอบพี่สาวของสามีแล้วยิ้มๆ“งั้นเราไปหาพี่ๆดีกว่านะลูก” เตชทัชบอกน้องมดแล้วพาหลานสาวเดินลงไปดูหลานๆเพราะลูกชายลูกสะใภ้ลูกเขยช่วยกันขนของเข้าบ้า
“งั้นนอนรอพี่จุลเลยครับลูก” นวพรรษลุกขึ้นเดินไปเลือกหนังสือนิทานเรื่องราชสีห์กับหนูแล้วกลับมาที่เตียงมีลูกๆทั้งสี่และภรรยานอนรอฟังเขาเล่านิทานให้ฟังเสียงห้าวดังกังวานดุดันเป็นราชสีห์แล้วเปลี่ยนเสียงสองเป็นหนูน้อยควบคุมระดับเสียงสูงเสียงต่ำเพื่อเรียกร้องให้ลูกๆสนใจผ่านไปไม่ถึงครึ่งเรื่องสองแฝดและน้องชายทั้งสองก็ตาหรี่ปรือฝืนตัวเองเพื่อจะฟังนิทานให้จบแต่ทนความง่วงไม่ไหวก็หลับไปตามๆกันรวมถึงแม่ของลูกที่หลับไปก่อนลูกๆทั้งสี่“ฝันดีครับลูกหมูน้อยของพ่อจุล” นวพรรษก้มลงหอมแก้มลูกๆทุกคนก่อนจะจูบกลีบปากอิ่มแม่ของลูกเบาๆ“ฮืม..ลูกหลับแล้วเหรอคะ” วีรินทร์งัวเงียมองสามีและลูกที่นอนกลางเตียงส่วนเธอกับสามีต้องนอนประกบไว้ทั้งสองฝั่ง“เรียบร้อยแล้วครับที่รัก”“ฝันดีค่ะพี่จุล ฮืมม..” วีรินทร์บอกฝันดีสามีเบาๆแล้วถูกปิดกลีบปากอิ่มอย่างอ่อนหวานกระหวัดปลายลิ้นหยอกเย้าลิ้นนุ่มอย่างดูดดื่มก่อนจะถอนออกไม่งั้นได้อุ้มแม่ของลูกไปบอกรักแน่“หืมม...ฝันดีครับที่รัก” นวพรรษถอนจูบออกมองสบตากับภรรยาด้วยความรักสุดหัวใจก่อนจะไปนอนฝั่งของตัวเองมองดูผลผลิตฝีมือของตัวเองอย่างภูมิใจไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ต้องขอบคุณพิมลภัสท
“ใครคิดกันเนี่ยไม่ได้ค่ะ เยาว์ต้องตบรางวัลหลานๆหน่อยแล้วค่ะ” เยาวเรศพูดขึ้นเพราะหลานๆน่ารักกันเหลือเกิน“จริงค่ะพี่เยาว์ ตองร่วมด้วยค่ะ”“แล้วจะขาดผมได้ยังไงครับ” เตชทัชพูดขึ้นแล้วทั้งสามพี่น้องภัทรกิจโภคินก็ตรงไปหน้าเวทีหยิบดอกกุหลาบที่ประดับเป็นพุ่มสวยงามคนละสีเพื่อเด็กๆจะได้ไปรับรางวัลถูกเมื่อเพลงจบก็ได้รับเสียงปรบมือดังลั่นทำให้เด็กๆยิ้มชอบใจก่อนจะไปรับดอกไม้จากคุณปู่คุณย่าที่นำมามอบให้เป็นรางวัล“สวัสดีครับทุกท่าน ผมขอพูดอะไรกับหลานๆสักเล็กน้อยก่อนที่เราจะได้รับชมมินิคอนเสิร์ตของคุณโป้ง หลานๆของปู่ฟังทางนี้ลูก ดอกกุหลาบที่พวกหนูได้รับวันนี้เป็นรางวัลที่ปู่ย่าทุกคนมอบให้พรุ่งนี้เอาไปรับรางวัลดอกละหนึ่งหมื่นบาทที่ปู่ๆย่าๆนะลูก สีแดงไปรับที่ปู่กับคุณย่าเดียร์ สีเหลืองไปรับที่คุณย่าเยาว์กับคุณปู่ไก่ สีขาวไปรับรางวัลที่คุณย่าตองกับคุณปู่เซ็นต์เก็บไว้ให้ดีนะลูก” เตชทัชพูดจบเสียงปรมมือดังขึ้นแล้วญาติๆแขกบางคนก็มอบรางวัลเล็กๆน้อยๆให้เด็กๆเป็นที่สนุกสนานเมื่อเตชทัชและเด็กๆลงจากเวทีก็เป็นหน้าที่ของนักร้องหนุ่มกับเพื่อนที่ร้องเพลงให้ทุกคนได้ขยับแข้งขยับขากันอย่าสนุกส่วนเด็ๆก็หอบดอกกุหลาบข
จังหวัดอุตรดิตถ์บ้านปูนสองชั้นขนาดห้าห้องนอนหลังขนาดกลางห่างจากแม่แม่น้ำน่านประมาณห้าสิบเมตรของนายกำพล พิชัยสงคราม ลูกชายคนเล็กนายฉลอง เสี่ยใหญ่เจ้าของท่าทรายรายใหญ่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ มีพี่ชายหนึ่งคน นายยอดชาย พิชัยสงคราม เป็นผู้รับช่วงต่อกิจการของครอบครัวที่กำพลไม่มีสิทธิ์เพราะเลือกออกมาสร้างครอ
“จะทำอะไรก็ระวังด้วยละกัน ตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามคงจับตามองนายอยู่” พรรษชลเตือนน้องชายถึงเขาไม่ได้ลงสมัครลงเลือกตั้งส.ส.แต่เขาก็รู้ทุกอย่างเพราะปู่และพ่อก็เป็นส.ส.และเป็นอดีตรงนายกรัฐมนตรีมาก่อนมันจึงอยู่ในสายเลือด“ครับพี่ชาย ผมไปนะ” นวพรรษขึ้นรถที่ชรินเปิดประตูรอเจ้านายเมื่อนวพรรษขึ้นรถแล้วทวีปก็ขับรถ
“พี่จุลออกไปหาเสียงทุกวันเลยเหรอคะคุณป้า” รุ่งลาวัลย์ถามถึงชายหนุ่มที่เธอหมายปองเพราะเพราะเขาทั้งหล่อทั้งเก่งเพียบพร้อมด้วยฐานะและชาติตระกูลซึ่งพ่อแม่ของเธอก็เห็นด้วยเคยแย้มๆจะจับคู่เธอกับนวพรรษแต่เตชทัชกับปิยมาศไม่เห็นด้วยเพราะไม่อยากบังคับลูกหากเธอกับนวพรรษรักใคร่ชอบพอกันเองก็ไม่ขัดข้อง“ก็ออกทุก
“ถ้าแม่แกไม่ทำหมันซะก่อนป่านนี้แกมีน้องเป็นโขยงแล้วไอ้ลูกชาย จริงมั้ยแม่” คนเป็นพ่อก็ไม่ยอมแพ้“พอแล้วค่ะ แยกย้ายกันไปอาบน้ำแล้วลงมากินข้าวกันดีกว่าลูก คุณด้วยค่ะ” ปิยมาศบอกลูกๆและสามีก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัวเพื่อสั่งให้แม่ครัวจัดเตรียมอาหารเย็นสำหรับครอบครัว“วันนี้เป็นยังไงบ้างลูก” เตชทัชถาม







