LOGIN03 ส่วนเกินของบ้าน
@โรงพยาบาลเอกชน ทันทีที่ทราบข่าว ราฟาเอลก็รีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลพร้อมลูกน้องคนสนิท แม้สภาพจิตใจจะย่ำแย่แค่ไหน แต่แคทเทอรีนก็คือบุคคลสำคัญในชีวิตเหมือนกัน เพราะหล่อนเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนไฮสคูล แคทเทอรีนเป็นนางแบบสาวชาวอังกฤษที่เข้ามาทำงานอยู่ในเมืองไทย พักหลังเขากับหล่อนไม่ค่อยได้เจอกันเพราะแคทเทอรีนกำลังซุ่มคบกับไฮโซหนุ่มชื่อดัง แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะหล่อนไม่เคยเปิดตัวสักที “กะ…เกิดอะไรขึ้นกับเธอ” สภาพของแคทเทอรีนในตอนนี้ถือว่าปางตาย แถมแพทย์ยังระบุอีกว่าสมองของหล่อนได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่พ้นขีดอันตราย “ข้างห้องบอกว่าได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน จากนั้นคุณแคทเทอรีนก็ร่วงลงมาจากตึกชั้นสามครับ” แพทย์ประจำตัวเอ่ยด้วย น้ำเสียงกระอักกระอ่วนเหมือนรู้อะไรมา ใบหน้าของแคทเทอรีนเต็มไปด้วยร่องรอยของการถูกทำร้ายอย่างหนัก ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำเต็มไปหมด ซึ่งมีทั้งรอยเก่าและรอยใหม่ “แคทเทอรีนไม่ได้ร่วงลงมาเองแน่ๆ ต้องมีคนทำร้ายเธอ!” “เรื่องนี้ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน เห็นตำรวจบอกว่าตอนนี้คนร้ายหนีไปแล้ว” กร๊อดด!! ราฟาเอลกำหมัดแน่นด้วยความเคียดแค้น ใครกันที่ทำร้ายแคทเทอรีนจนอยู่ในสภาพปางตายแบบนี้ ดูจากร่องรอยที่ถูกกระทำแล้ว หล่อนคงโดนทำร้ายร่างกายมาอย่างหนักก่อนจะตกลงมาจากตึกชั้นสาม แคทเทอรีนกำลังซุ่มคบไฮโซ? ต้องเป็นมันแน่ๆ! “แต่หมอขอแจ้งข่าวร้ายก่อนเลยนะครับ เนื่องจากสมองของคุณแคทเทอรีนได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก บางทีเธออาจจะ…เอ่อ….กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา” “มะ….ไม่จริง!!” “หมอแค่สันนิฐานครับเพราะตอนนี้สมองของเธอยังไม่ตอบสนองต่อการรักษา” “ละ….แล้วไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมาเลยหรอครับ” “เรื่องนี้หมอยังให้คำตอบไม่ได้ แต่หมอจะพยายามจนสุดความสามารถเลยครับ” “โถ่….เคท~ ทำไมต้องเป็นเธอ” เขามองร่างของเพื่อนสนิทผ่านกระจก ตอนนี้หล่อนนอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียง มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด สัญญาณชีพค่อนข้างอ่อนบ่งบอกว่าหล่อนยังอยู่ในสภาวะวิกฤต เขาจะลากตัวไอ้ไฮโซนั่นมากราบเท้าแคทเทอรีนให้ได้ ต่อให้มันจะใหญ่โตมาจากไหนก็ตาม ในเมื่อมันทำร้ายผู้หญิง ยังไงมันก็ต้องได้รับโทษ หลังจากนั้นไม่นานราฟาเอลก็ให้นักสืบฝีมือดีตามสืบจนรู้ว่าไอ้ไฮโซคนนั้นคือ ‘อิทธิกร กฤติไกรสน’ ไฮโซชื่อดังที่มีตำแหน่งเป็นถึงรองประธานบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายอัญมณีรายใหญ่ของเอเชีย “มึงกับกูได้เจอกันแน่!!” ทางด้านอิณราเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อขับรถหรูที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุเข้ามาจอดภายในบ้าน หญิงสาวนั่งสงบสติ สูดลมหายใจเข้าลึกๆเรียกสติกลับคืนมาเพราะยังตกอกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนั้นเธอกลัวมาก…กลัวจนไม่กล้าจอดรถลงไปดูเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเป็นเธอ กลัวเรื่องที่เกิดขึ้นจะไปทำลายชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลและมันอาจจะไปกระทบกับงานในบริษัท “ตายแล้วยัยอิน! นี่แกไปทำอะไรมา ทำไมรถถึงมีสภาพแบบนี้” อารียา หรือ เอมี่ ทายาทคนที่สองของบ้านขับรถเข้ามาจอดในโรงเก็บรถ แต่พอเห็นรถหรูมีร่องรอยเหมือนถูกชนถึงกับอดสงสัยไม่ได้ว่าน้องสาวของหล่อนไปทำอะไรมา “คะ….คือว่าอิน…เอ่อ….ประสบอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ” “นิดหน่อยงั้นหรอ แกพูดออกมาไง รู้ไหมรถคันนี้ราคาเท่าไหร่” อารียาเดินเข้ามากระชากร่างของน้องสาวที่ยังอยู่ในอาการสั่นเข้าไปถาม “ตอบมาว่าแกไปขับรถชนใคร!!” “พะ…พี่เอมี่ คือว่าอินได้ตั้งใจนะคะ ทุกอย่างมันเป็นอุบัติเหตุ” “อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าพ่อรู้เรื่องนี้ ท่านจะว่ายังไง” “อย่าบอกพ่อเลยนะคะ อินขอร้อง” “ไม่ได้! เรื่องใหญ่ขนาดนี้ยังไงพ่อก็ต้องรู้” “ไม่ต้องหรอกเอมี่” เสียงกัมปนาทอันทรงพลังของใครบางคนดังขึ้นส่งผลให้อิณราตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าหันกลับไปมองเพราะรู้ดีว่าเสียงนี้คือเสียงของใคร “ท่านผู้กำกับโทรมาเล่าให้พ่อฟังหมดแล้ว” อิณราเบิกตากว้าง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนเป็นพ่อ อารียาเมื่อเห็นดังนั้นหล่อนก็แสยะยิ้มออกมาด้วยความสะใจ แล้วหลีกทางให้บิดาเดินเข้ามา “พ่อคะ คือว่า….โอ้ยย!!” เพี้ยะ!!! ฝ่ามือสากของผู้เป็นพ่อฟาดเข้าที่ใบหน้าของลูกสาวคนเล็กอย่างแรงจนหน้าหัน อิณราหลั่งน้ำตาทันที เพราะท่านไม่เปิดโอกาสให้เธอได้อธิบายเลย “จะแก้ตัวว่าอะไร ห้ะ!! รู้ไหมว่าถ้าเรื่องนี้ถึงหูนักข่าว บริษัทเราจะเป็นยังไง ฉันใช้ให้แกไปงานแทน แล้วทำไมแกถึงขับรถออกไปข้างนอก!!” “อินไปส่งพี่อิฐค่ะ ถ้าอินไม่ไป…ฮึก! พิ่อิฐจะเข้ามาป่วนในงาน คุณพ่อก็รู้ว่าพี่อิฐเป็นคนยังไง" ปทีปยืนจ้องลูกสาวดวงตาแข็งกร้าว เขารู้เรื่องนี้ก่อนที่อิณราจะกลับมาถึงบ้านเสียด้วยซ้ำเพราะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นเพื่อนสนิทโทรมารายงาน เขารีบสั่งให้ปิดข่าวทันทีเพราะกลัวไปกระทบกับชื่อเสียงของบริษัท “ถ้ามึงไม่รับสายมันทุกอย่างก็จบ ไอ้อิฐจะทำอะไรก็เรื่องของมัน รู้ไหม ตอนนี้มึงสองคนทำให้กูปวดหัวจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว!” “อินขอโทษค่ะคุณพ่อ อินไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ ฮื้อๆๆ” “ไสหัวออกไปให้พ้นหน้ากูซะ! ก่อนที่กูจะหมดความอดทน” “พ่อ…” “อย่ามาเรียกกูว่าพ่อ แค่กูให้มึงใช้นามสกุลด้วยก็ขยะแขยงเต็มทนแล้ว นี่ถ้าแม่มึงกินยาคุม คงไม่มีมารหัวขนอย่างมึงออกมาหรอก!” ปทีปชี้หน้าด่าลูกสาวคนเล็กอย่างเหลืออดเหลือทน อิณราเป็นลูกสาวของเขาก็จริง แต่เป็นลูกที่เกิดจากคนรับใช้ เขากับแม่ของเธอแอบมีความสัมพันธ์กันแบบลับๆจนเรื่องมาแดงขึ้นเพราะคนรับใช้ในบ้านดันท้อง แถมยังเรียกร้องให้เขารับผิดชอบจนเขากับภรรยาเกือบเลิกรากัน ทั้งหมดเป็นแค่แผนการของนังงูพิษที่หวังจะยกระดับของตนเองจนปล่อยให้มีมารหัวขนเกิดมา แต่สุดท้ายเขาก็รับเลี้ยงแค่ลูกแล้วไล่นางงูพิษออกไปจากบ้าน หลังจากนั้นก็ไม่เคยมาสนใจใยดีลูกสาวอีกเลย ทิ้งมารหัวขนไว้ให้ดูต่างหน้า เขาแทบไม่สัมผัสหรือแตะต้องอิณราเลยด้วยซ้ำ ตั้งแต่เล็กจนโตเธอจึงอยู่ในความดูแลของแม่นมมาตลอด ถึงแม่มันจะร่าน แต่อย่างน้อยมันก็ยังเอาการเอางาน “พ่อ ฮื้อๆๆ แล้วอินไม่ใช่ลูกพ่อหรอคะ” “ก็แค่ลูกที่กูไม่ต้องการ ลูกที่เกิดจากแม่ร่านๆ ไม่รู้จะเป็นเหมือนแม่หรือเปล่า” “ฮึก….” อิณราร่ำไห้สะอึกสะอื้นกับคำปรามาสของบิดา ไม่มีครั้งไหนเลยที่ท่านจะพูดดีๆกับเธอ ต่อให้เธอจะสอบได้ที่หนึ่งของห้อง เรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง แต่ท่านก็ไม่เคยแสดงความยินดีด้วยสักครั้ง แม้กระทั่งของขวัญในวันเรียนจบก็ยังไม่มีให้ ทั้งๆที่เธอก็เป็นถึงทายาทคนเล็กของกฤติไกรสน แต่วันรับปริญญากลับไม่มีคนในบ้านไปร่วมแสดงความยินดีสักคน เหมือนเธอเป็นแค่ส่วนเกิน “ออกสิ! คุณพ่อไล่แล้ว สำออยอยู่ได้” อิณรายกมือปาดน้ำตาที่กำลังไหลลงมาไม่ขาดสายแล้วยกมือไหว้ ตอนนี้ท่านอารมณ์ไม่ดี ไว้เมื่อไหร่ที่สถานการณ์ดีขึ้นค่อยกลับมาใหม่ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกไล่ออกจากบ้าน “อินลานะคะ ฮึก….” “เออ! ไปเลย ไปแล้วอย่ากลับมาอีกนะ ตามแม่มึงไปก็ยิ่งดี เพราะกูเกลียดเลือดชั่วๆของพวกมึง!” _______________________65 เพราะฉันไม่ได้รักคุณ!!@สามวันถัดมาราฟาเอลยังคนเดินหน้าง้ออิณราต่ออย่างมีความหวัง แต่จนแล้วจนเล่าก็ไม่มีทีท่าว่าหญิงสาวจะใจอ่อนสักที แม้เธอจะไล่เหมือนหมูเหมือนหมา แต่เขายังดันทุลังอยู่ต่อเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของเมียกับลูกและดูเหมือนว่าคนตัวเล็กจะเอาแต่หลบหน้า จนบางครั้งเขาเองก็รู้สึกแย่เหมือนกันที่กลับมาทำลายความสุขของเธอ“ตอนนี้ตำรวจได้เบาะแสแล้วครับ ว่าไอ้อิทธิกรกับอารียาอยู่เมืองไทยครับ” เสียงภาคินรายงานความคืบหน้าของทั้งสองคนให้เจ้านายฟังตอนนีอิทธิกรกับอารียาหลบหนีคดีอยู่ ซึ่งอิทธิกรต้องโทษอย่างหนักหลายคดี ส่วนอารียาก็พลอยมีส่วนเกี่ยวข้องไปด้วยเพราะเป็นคนช่วยให้อิทธิกรหลบหนีตอนนี้คิดว่าพวกมันน่จะใช้เงินสองร้อยล้านจนเกือบหมดแล้ว ถึงได้กลับมาเมืองไทย“รีบตามหาพวกมันให้เจอ แล้วลากตัวไอ้อิทธิกรมาดำเนินคดีซะ กูเป็นห่วงความปลอดภัยของอิณรา”“ตอนนี้ตำรวจกำลังตามล่าตัวอยู่ครับ แต่พวกมันก็ไหวตัวทันทุกที แต่ผมคิดว่าอีกไม่นานน่าจะตามตัวเจอ”“แต่กูเป็นห่วงอิณรา” คิ้วคมของราฟาเอลขมวดยุ่ง มองขึ้นไปบนบ้าน อย่างวันนี้อิณราก็ยังไม่ก้าวเท้าออกจากบ้าน สงสัยไม่อยากเจอหน้าเขาเมียก
64 ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องได้ด้วยกลราฟาเอลออกมานั่งอยู่ข้างนอกคนเดียวเงียบๆ ปล่อยให้ความคิดต่างๆนาๆไหลเวียนอยูในหัว หรือจริงๆแล้วอิณราไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา?ความอึดอัด ความอัดอั้นตันใจอัดแน่นอยู่ในอก ต่อให้วันนี้อิณราไล่เขากลับบ้าน ยังไงก็ไม่มีทางกลับเพราะกว่าเขาจะตามหาเธอจนเจอ ต่อให้แลกด้วยอะไรก็ยอม…ขอแค่ได้หัวใจของอิณรา“พี่ไม่มีวันยอมแพ้หรอก…สักวันอินจะรักพี่” เขาพูดเสียงเบาหวิวคล้ายสายลมพัดผ่านปล่อยให้ตัวเองได้นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยกับเรื่องที่ผ่านมา หรือนี่คือสิ่งที่ฟ้ากำหนดให้เขากับอิณรามาเจอกัน เพราะถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้นในวันนั้น…วันนี้เขาก็คงแต่งงานกับเวนิตาไปแล้วเขาเคยรักเวนิตา…ซึ่งตอนนั้นเป็นรักอันแสนเรียบง่าย เขาสบายใจที่มีเวนิตาอยู่ข้างๆ แม้กระทั่งเธอหายไปกับเจสสิก้าเป็นเดือนๆก็ยังไม่รู้สึกห่วง ต่างจากอิณราที่พอห่างกันแค่วันเดียวก็รู้สึกกระวนกระวายใจ อยากเจอหน้า อยากกอด อยากสัมผัส เขาถึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เข้าใกล้เธอ ต่อให้แลกมาด้วยความเกลียดชังก็ยอมบางครั้งความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเวนิตาอาจเป็นเพียงความแค่สบายใจ ไม่ใช่ความรัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับอิณร
63 ผมจะทำให้คุณรักผมให้ได้อิณราที่แอบยืนฟังอยู่หลังผ้าม่านอย่างเงียบๆ นิ่งงัน สีหน้าราบเรียบไร้ความรู้สึกใดๆ แววตาเย็นเยือกเกินกว่าจะมีใครรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แล้วเขาจะกลับมาอีกทำไม กลับมาทำให้เธอสับสนกับความรู้สึกของตัวเองแม้อิณราจะไม่เห็นด้วยกับการมาของราฟาเอล แต่ด้านอรวีณาที่อยากให้ลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝา อยากให้หลานมีพ่อ ดูแลประคบประหงมราฟาเอลยิ่งกว่าลูกสาวเสียอีก แถมยังจัดแจงที่นอนให้เขานอนประหนึ่งว่าเป็นสมาชิกในบ้าน แต่อิณราก็ไม่กล้าแย้งอะไรหากทั้งหมดเป็นความประสงค์ของผู้เป็นมารดา ตกดึกคืนนั้นจู่ๆอิณราก็เกิดเป็นตะคริวที่ขาด้านขวา หญิงสาวผุดลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าเห่ยเกเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ แต่จนแล้วจนเล่าอาการก็ยังไม่หายสักที“ชะ…ช่วยด้วย แม่ช่วยอินด้วย..."“อิน!!” เสียงอรวีณาวิ่งออกจากห้องเพื่อมาดูลูกสาว แต่อิณราที่ตอนนี้แทบขยับร่างไม่ได้จนไม่สามารถลุกขึ้นไปเปิดประตู และความเจ็บปวดก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ“แม่จ๋า ช่วยอินด้วย!”“อินลุกมาเปิดประตูให้แม่สิลูก” เสียงของคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องร้องตะโกนด้วยความตกใจ“อินลุกไม่ได้ค่ะ อินปวด…โอ้ย!!”เมื่อเห็นท่าไม่ดี อร
62 ผมรักลูกสาวของแม่“แม่!!”“ผู้ชายคนนี้เป็นใคร ไปกอดกับเขาทำไม!” อรวีณาเดินเข้ามาดึงร่างของลูกสาวออกจากชายแปลกหน้าซึ่งมีหน้าตาหล่อเหลาราวกับดารา ก่อนจะให้ลูกสาวมายืนหลบอยู่ข้างหลัง“สวัสดีครับคุณแม่” ราฟาเอลยกมือไหว้อย่างนอบน้อมถ่อมตน ตอนนี้รู้แล้วว่าอิณราสวยได้ใคร ได้แม่มาเต็มๆนี่เองไม่แปลกใจเลยว่าทำไมปทีปถึงเกลียดชังลูกสาวคนเล็กขนาดนี้ ก็หน้าเหมือนแม่อย่างกะโคลนนิ่งออกมา“คุณเป็นใคร เข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วทำไมถึงมากอดลูกสาวของฉัน!”“ผมชื่อราฟาเอลเป็น…เอ่อ…พ่อของลูกในท้องอิณราครับ”“ว่าไงนะ! ราฟาเอล!!”“คะ…คุณแม่รู้จักผมด้วยหรอครับ” ราฟาเอลหน้าซีด เหงื่อตกหากอิณราเล่าความชั่วของเขาให้มารดาฟัง ท่านคงไม่ยอมยกลูกสาวให้แน่ๆ ด่านลูกก็ยังผ่านไม่ได้ ยังต้องมาเจอด่านแม่อีกอรวีณาหรี่ตามองราฟาเอลตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสีหน้านิ่งๆ ทำเอาชายหนุ่มร่างสูงขนลุกซู่ไปทั้งร่าง กลัวถูกไล่ตะเพิดออกจากบ้าน แต่ทันใดนั้น…“ไปหาผ้ามาให้แขกเช็ดตัวสิลูก”“คะ?” “นี่คือคุณราฟเอลสามีของลูกไม่ใช่หรอ รีบไปหาชุดมาให้เขาเปลี่ยนสิ เดี๋ยวก็ไม่สบายเอาหรอก” นางหันไปสั่งลูกสาวก่อนจะหันหน้ามาคุยกั
61 คำตอบของหัวใจวันนี้อิณราอยู่บ้านคนเดียวเพราะแม่ของเธอออกไปส่งขนมที่ตลาด ฝนกระหนำตกลงมาอย่างหนักทำให้สาวท้องแก่ใกล้คลอดรีบเดินไปปิดประตู จากนั้นก็รีบวิ่งไปปิดหน้าต่างเพราะหยาดน้ำฝนสาดเข้ามาจนเปียกถึงพื้นบ้านและในจังหวะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปปิดหน้าต่าง ก็มีมือเรียวยาวของใครบางคนดึงหน้าต่างเอาไว้ กึก!ดวงกลมโตสีน้ำตาลเบิกกว้างอย่างตกตะลึง เผลออ้าปากค้างอย่างลืมตัว กระพริบตาขึ้นลงหลายครั้งเพื่อมองให้ชัดว่าภาพข้างหน้าใช่เขาจริงๆหรือแค่ตาฝาดชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาชิดกรอบหน้าต่าง ความสูงของเขาพอดีกับหน้าต่างอย่างเหมาะเจาะ ใบหน้าหล่อสลักราวกับรูปปั้น ดวงตาคมกริบสีนิล จมูกโด่งเป็นสันรูปกับใบหน้าเรียวยาวได้รูป เส้นผมสีดำมีเม็ดฝนเกาะแพรวพราว เรือนร่างกำยำอันแสนคุ้นเคยที่ไม่ได้สัมผัสมานานถึงหกเดือนเต็มเขาคือผู้ชายที่สร้างตราบาปไว้ให้เธออย่างไม่น่าให้อภัย“คุณราฟาเอล!” พอได้สติ อิณราก็รีบดึงหน้าต่างเข้ามา แต่ก็ช้ากว่า เพราะราฟาเอลออกแรงกระชากแค่นิดเดียวก็หลุดจากมือของเธอ “มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย ฉันไม่อยากเจอหน้าคุณ!”“เดี๋ยวก่อนสิอิณรา ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอ” ราฟาเ
60 เจ้าของหัวใจ“คะ…คุณราฟาเอลคะ คือว่าป้า” ริมฝีปากของนางสั่นระริก หัวใจหล่นไปอยู่ที่พื้นด้วยความหวาดกลัว เพราะความลับที่ปกปิดเอาไว้แตกกระเจิงโดยเพื่อนบ้าน“ป้าปิดบังผมทำไมครับ ป้ามีความสุขหรอที่เห็นผมเจ็บปวด กินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะคิดถึงอิณรา” ราฟาเอลถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือไม่คิดว่าป้าน้อยผู้ที่เขารักและไว้ใจจะทำกันได้ขนาดนี้ “ฟังป้าก่อนนะคะ ป้าไม่ได้ตั้งใจปิดบังคุณ แต่หนูอินขอร้องเอาไว้”“ว่าอะไรนะครับ”“หนูอินขอร้องเอาไว้ว่าห้ามบอกคุณ เธอคงเจ็บมาเยอะ จนไม่ไว้ใจคุณอีก” ป้าน้อยเม้มริมฝีปากสั่นระริกเข้าหากัน ใบหน้าซีดถอดสี ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับราฟาเอล“อะ…อิณราพูดแบบนั้นจริงๆหรอครับ”“ค่ะ ป้าก็ไม่รู้จะทำยังไง ป้าไม่อยากโกหกคุณ แต่ป้าก็ต้องทำเพราะหนูอินขอร้องเอาไว้”“อิณรา….เกลียดผมมากเลยใช่ไหมครับ” “…” ป้าน้อยไม่กล้าตอบ เพราะรู้ว่าคำตอบนั้นอาจจะไปกระทบถึงจิตใจของอีกฝ่ายราฟาเอลยกมือกุมขมับ เขาตามหาอิณราจนสุดล่าฟ้าเขียว สูญเงินไปหลายล้าน ไม่คิดว่าเธอจะอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกนี้เอง ถ้าวันนั้นเขาเอะใจสักนิด คงเจออิณราไปนานแล้วเธอคงเกลียดเขามาก แม้กระทั่งหน้าก็ยัง







