Masuk03 ส่วนเกินของบ้าน
@โรงพยาบาลเอกชน ทันทีที่ทราบข่าว ราฟาเอลก็รีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลพร้อมลูกน้องคนสนิท แม้สภาพจิตใจจะย่ำแย่แค่ไหน แต่แคทเทอรีนก็คือบุคคลสำคัญในชีวิตเหมือนกัน เพราะหล่อนเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนไฮสคูล แคทเทอรีนเป็นนางแบบสาวชาวอังกฤษที่เข้ามาทำงานอยู่ในเมืองไทย พักหลังเขากับหล่อนไม่ค่อยได้เจอกันเพราะแคทเทอรีนกำลังซุ่มคบกับไฮโซหนุ่มชื่อดัง แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะหล่อนไม่เคยเปิดตัวสักที “กะ…เกิดอะไรขึ้นกับเธอ” สภาพของแคทเทอรีนในตอนนี้ถือว่าปางตาย แถมแพทย์ยังระบุอีกว่าสมองของหล่อนได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่พ้นขีดอันตราย “ข้างห้องบอกว่าได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน จากนั้นคุณแคทเทอรีนก็ร่วงลงมาจากตึกชั้นสามครับ” แพทย์ประจำตัวเอ่ยด้วย น้ำเสียงกระอักกระอ่วนเหมือนรู้อะไรมา ใบหน้าของแคทเทอรีนเต็มไปด้วยร่องรอยของการถูกทำร้ายอย่างหนัก ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำเต็มไปหมด ซึ่งมีทั้งรอยเก่าและรอยใหม่ “แคทเทอรีนไม่ได้ร่วงลงมาเองแน่ๆ ต้องมีคนทำร้ายเธอ!” “เรื่องนี้ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน เห็นตำรวจบอกว่าตอนนี้คนร้ายหนีไปแล้ว” กร๊อดด!! ราฟาเอลกำหมัดแน่นด้วยความเคียดแค้น ใครกันที่ทำร้ายแคทเทอรีนจนอยู่ในสภาพปางตายแบบนี้ ดูจากร่องรอยที่ถูกกระทำแล้ว หล่อนคงโดนทำร้ายร่างกายมาอย่างหนักก่อนจะตกลงมาจากตึกชั้นสาม แคทเทอรีนกำลังซุ่มคบไฮโซ? ต้องเป็นมันแน่ๆ! “แต่หมอขอแจ้งข่าวร้ายก่อนเลยนะครับ เนื่องจากสมองของคุณแคทเทอรีนได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก บางทีเธออาจจะ…เอ่อ….กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา” “มะ….ไม่จริง!!” “หมอแค่สันนิฐานครับเพราะตอนนี้สมองของเธอยังไม่ตอบสนองต่อการรักษา” “ละ….แล้วไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมาเลยหรอครับ” “เรื่องนี้หมอยังให้คำตอบไม่ได้ แต่หมอจะพยายามจนสุดความสามารถเลยครับ” “โถ่….เคท~ ทำไมต้องเป็นเธอ” เขามองร่างของเพื่อนสนิทผ่านกระจก ตอนนี้หล่อนนอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียง มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด สัญญาณชีพค่อนข้างอ่อนบ่งบอกว่าหล่อนยังอยู่ในสภาวะวิกฤต เขาจะลากตัวไอ้ไฮโซนั่นมากราบเท้าแคทเทอรีนให้ได้ ต่อให้มันจะใหญ่โตมาจากไหนก็ตาม ในเมื่อมันทำร้ายผู้หญิง ยังไงมันก็ต้องได้รับโทษ หลังจากนั้นไม่นานราฟาเอลก็ให้นักสืบฝีมือดีตามสืบจนรู้ว่าไอ้ไฮโซคนนั้นคือ ‘อิทธิกร กฤติไกรสน’ ไฮโซชื่อดังที่มีตำแหน่งเป็นถึงรองประธานบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายอัญมณีรายใหญ่ของเอเชีย “มึงกับกูได้เจอกันแน่!!” ทางด้านอิณราเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อขับรถหรูที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุเข้ามาจอดภายในบ้าน หญิงสาวนั่งสงบสติ สูดลมหายใจเข้าลึกๆเรียกสติกลับคืนมาเพราะยังตกอกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนั้นเธอกลัวมาก…กลัวจนไม่กล้าจอดรถลงไปดูเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเป็นเธอ กลัวเรื่องที่เกิดขึ้นจะไปทำลายชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลและมันอาจจะไปกระทบกับงานในบริษัท “ตายแล้วยัยอิน! นี่แกไปทำอะไรมา ทำไมรถถึงมีสภาพแบบนี้” อารียา หรือ เอมี่ ทายาทคนที่สองของบ้านขับรถเข้ามาจอดในโรงเก็บรถ แต่พอเห็นรถหรูมีร่องรอยเหมือนถูกชนถึงกับอดสงสัยไม่ได้ว่าน้องสาวของหล่อนไปทำอะไรมา “คะ….คือว่าอิน…เอ่อ….ประสบอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ” “นิดหน่อยงั้นหรอ แกพูดออกมาไง รู้ไหมรถคันนี้ราคาเท่าไหร่” อารียาเดินเข้ามากระชากร่างของน้องสาวที่ยังอยู่ในอาการสั่นเข้าไปถาม “ตอบมาว่าแกไปขับรถชนใคร!!” “พะ…พี่เอมี่ คือว่าอินได้ตั้งใจนะคะ ทุกอย่างมันเป็นอุบัติเหตุ” “อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าพ่อรู้เรื่องนี้ ท่านจะว่ายังไง” “อย่าบอกพ่อเลยนะคะ อินขอร้อง” “ไม่ได้! เรื่องใหญ่ขนาดนี้ยังไงพ่อก็ต้องรู้” “ไม่ต้องหรอกเอมี่” เสียงกัมปนาทอันทรงพลังของใครบางคนดังขึ้นส่งผลให้อิณราตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าหันกลับไปมองเพราะรู้ดีว่าเสียงนี้คือเสียงของใคร “ท่านผู้กำกับโทรมาเล่าให้พ่อฟังหมดแล้ว” อิณราเบิกตากว้าง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนเป็นพ่อ อารียาเมื่อเห็นดังนั้นหล่อนก็แสยะยิ้มออกมาด้วยความสะใจ แล้วหลีกทางให้บิดาเดินเข้ามา “พ่อคะ คือว่า….โอ้ยย!!” เพี้ยะ!!! ฝ่ามือสากของผู้เป็นพ่อฟาดเข้าที่ใบหน้าของลูกสาวคนเล็กอย่างแรงจนหน้าหัน อิณราหลั่งน้ำตาทันที เพราะท่านไม่เปิดโอกาสให้เธอได้อธิบายเลย “จะแก้ตัวว่าอะไร ห้ะ!! รู้ไหมว่าถ้าเรื่องนี้ถึงหูนักข่าว บริษัทเราจะเป็นยังไง ฉันใช้ให้แกไปงานแทน แล้วทำไมแกถึงขับรถออกไปข้างนอก!!” “อินไปส่งพี่อิฐค่ะ ถ้าอินไม่ไป…ฮึก! พิ่อิฐจะเข้ามาป่วนในงาน คุณพ่อก็รู้ว่าพี่อิฐเป็นคนยังไง" ปทีปยืนจ้องลูกสาวดวงตาแข็งกร้าว เขารู้เรื่องนี้ก่อนที่อิณราจะกลับมาถึงบ้านเสียด้วยซ้ำเพราะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นเพื่อนสนิทโทรมารายงาน เขารีบสั่งให้ปิดข่าวทันทีเพราะกลัวไปกระทบกับชื่อเสียงของบริษัท “ถ้ามึงไม่รับสายมันทุกอย่างก็จบ ไอ้อิฐจะทำอะไรก็เรื่องของมัน รู้ไหม ตอนนี้มึงสองคนทำให้กูปวดหัวจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว!” “อินขอโทษค่ะคุณพ่อ อินไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ ฮื้อๆๆ” “ไสหัวออกไปให้พ้นหน้ากูซะ! ก่อนที่กูจะหมดความอดทน” “พ่อ…” “อย่ามาเรียกกูว่าพ่อ แค่กูให้มึงใช้นามสกุลด้วยก็ขยะแขยงเต็มทนแล้ว นี่ถ้าแม่มึงกินยาคุม คงไม่มีมารหัวขนอย่างมึงออกมาหรอก!” ปทีปชี้หน้าด่าลูกสาวคนเล็กอย่างเหลืออดเหลือทน อิณราเป็นลูกสาวของเขาก็จริง แต่เป็นลูกที่เกิดจากคนรับใช้ เขากับแม่ของเธอแอบมีความสัมพันธ์กันแบบลับๆจนเรื่องมาแดงขึ้นเพราะคนรับใช้ในบ้านดันท้อง แถมยังเรียกร้องให้เขารับผิดชอบจนเขากับภรรยาเกือบเลิกรากัน ทั้งหมดเป็นแค่แผนการของนังงูพิษที่หวังจะยกระดับของตนเองจนปล่อยให้มีมารหัวขนเกิดมา แต่สุดท้ายเขาก็รับเลี้ยงแค่ลูกแล้วไล่นางงูพิษออกไปจากบ้าน หลังจากนั้นก็ไม่เคยมาสนใจใยดีลูกสาวอีกเลย ทิ้งมารหัวขนไว้ให้ดูต่างหน้า เขาแทบไม่สัมผัสหรือแตะต้องอิณราเลยด้วยซ้ำ ตั้งแต่เล็กจนโตเธอจึงอยู่ในความดูแลของแม่นมมาตลอด ถึงแม่มันจะร่าน แต่อย่างน้อยมันก็ยังเอาการเอางาน “พ่อ ฮื้อๆๆ แล้วอินไม่ใช่ลูกพ่อหรอคะ” “ก็แค่ลูกที่กูไม่ต้องการ ลูกที่เกิดจากแม่ร่านๆ ไม่รู้จะเป็นเหมือนแม่หรือเปล่า” “ฮึก….” อิณราร่ำไห้สะอึกสะอื้นกับคำปรามาสของบิดา ไม่มีครั้งไหนเลยที่ท่านจะพูดดีๆกับเธอ ต่อให้เธอจะสอบได้ที่หนึ่งของห้อง เรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง แต่ท่านก็ไม่เคยแสดงความยินดีด้วยสักครั้ง แม้กระทั่งของขวัญในวันเรียนจบก็ยังไม่มีให้ ทั้งๆที่เธอก็เป็นถึงทายาทคนเล็กของกฤติไกรสน แต่วันรับปริญญากลับไม่มีคนในบ้านไปร่วมแสดงความยินดีสักคน เหมือนเธอเป็นแค่ส่วนเกิน “ออกสิ! คุณพ่อไล่แล้ว สำออยอยู่ได้” อิณรายกมือปาดน้ำตาที่กำลังไหลลงมาไม่ขาดสายแล้วยกมือไหว้ ตอนนี้ท่านอารมณ์ไม่ดี ไว้เมื่อไหร่ที่สถานการณ์ดีขึ้นค่อยกลับมาใหม่ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกไล่ออกจากบ้าน “อินลานะคะ ฮึก….” “เออ! ไปเลย ไปแล้วอย่ากลับมาอีกนะ ตามแม่มึงไปก็ยิ่งดี เพราะกูเกลียดเลือดชั่วๆของพวกมึง!” _______________________10 ฉันเกลียดเธอราฟาเอลออกจากห้องก่อนฟ้าสว่างขึ้นเช่นเคยเพราะไม่ต้องการให้อิณรารู้ว่าเป็นใคร เขาตรงไปยังชั้นบนสุดของบ้าน ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นบ้านพักตากอากาศติดริมทะเลมีทั้งหมด 3 ชั้น เขาซื้อที่นี่ไว้กะจะให้เป็นของขวัญเวนิตาในวันแต่งงาน แต่ทุกอย่างก็พังทลายลงเพราะฝีมือของผู้หญิงคนนั้น!มือหนาเปิดประตูเข้าไปภายในห้องที่ถูกตกแต่งไว้เป็นอย่างดี มีทั้งของเล่นเด็ก เสื้อผ้าเด็กอ่อน หนังสือนิทานสำหรับเด็ก หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงเด็กอ่อน ถูกเก็บไว้ในห้องนี้หมด ดวงตาคมเศร้าสลดทุกครั้งที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้ มือสั่นค่อยๆเคลื่อนไปสัมผัสเตียงนอนเด็กอย่างแผ่วเบาครั้งแรกที่รู้ว่าเวนิตาท้อง เขาดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ ด้วยความที่เป็นคนเห่อลูกเลยแอบไปซื้อของพวกนี้มาเก็บไว้โดยที่เวนิตายังไม่รู้ ราฟาเอลต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้เมื่อมองไปยังภาพคนรักที่ถูกตั้งอยู่บนโต๊ะ เขาหยิบรูปของเธอขึ้นมาสวมกอดราวกับว่าเวนิตายังอยู่ตรงนี้ หนึ่งอาทิตย์ที่เธอหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย นักประดาน้ำบอกว่าร่างของเธออาจจะลอยไปไกลจนหาไม่เจอแล้ว เขาขับเรือตามหาร่างของเธอทุกวันเผื่อว่าศพของเธอจะลอยขึ้น ...แต่ก็ไร
09 สลบคาอกอิณรานั่งตัวเกร็ง กำสาบเสื้อไว้แน่นเพราะข้างในไม่ได้ใส่อะไร พอเห็นดังนั้นราฟาเอลก็กระแทกลมหายใจด้วยความหงุดหงิดกับความเหนียมอายของเธอทั้งๆที่เขาเองก็สัมผัสมาทุกซอกทุกมุมแล้วมือแข็งดั่งคีมเหล็กกระชากร่างของเธอเข้ามาใกล้ ไม่สนใจอาการป่วยของเธอเลยด้วยซ้ำ จากนั้นเขาก็บังคับให้เธอถอดเสื้อผ้าออก แม้หญิงสาวจะออกแรงขัดขืนแต่สุดท้ายเสื้อผ้าก็หลุดออกจากร่างอยู่ดี“ยะ…อย่า”“จะอายทำไม มากกว่านี้ฉันก็ทำมาแล้ว” แม้ผิวกายของเธอจะร้อนรุ่มแค่ไหนแต่เขาก็ไม่ได้มองว่ามันเป็นอุปสรรคเลย อิณรากัดริมฝีปากสั่นระริกเมื่อเขาซุกใบหน้าเข้าที่ซอกคอแล้วขบเม้มอย่างหื่นกระหาย ทั้งอับอาย และโกรธตัวเองที่ไม่สามารถต้านทานแรงมหาศาลของซาตานร้ายได้ไม่รู้ด้วยซ้ำเขาเป็นใคร หน้าตาเป็นยังไง คงโหดร้ายไม่ต่างจากนิสัย“ฮึก….” อิณราทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนร้องไห้น้ำตาไหลริน ปล่อยให้ชายหนุ่มบันเทิงกับเรือนร่างอย่างเอาแต่ใจ ความร้อนจากแก้มแดงแผ่มาถึงร่างสูงใหญ่ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ ประกบริมฝีปากลงไปที่ปากร้อนแสนอวบอิ่ม มอบจุมพิตแสนป่าเถื่อนจนหญิงทนมองภาพนั้นไม่ไหว หลับตาแน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาไม่ขาดสายราฟาเ
08 จะเอาฉันหรือลูกน้องของฉันหลังจากทานข้าวทานยาเสร็จอิณราก็ผล่อยหลับไปด้วยฤทธิ์ของยา กระทั่งตื่นขึ้นมาอีกทีช่วงหัวค่ำ รู้สึกเหนียวเนื้อเหนียวตัวทำให้เธอกำลังจะลุกไปอาบน้ำ และเป็นจังหวะที่ป้าน้อยเอาอาหารเย็นมาให้พอดี“จะลุกไปอาบน้ำใช่ไหมคะ” นางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงก่อนจะวางถาดอาหารลงบนพื้นแล้ววิ่งไปประคองร่างเล็ก “ตัวยังร้อนๆอยู่เลยนี่”ดูเหมือนว่าอาการของเธอยังไม่ดีขึ้นเพราะตัวยังรุมๆอยู่ หญิงสาวร่างเล็กขยับกายลุกอย่างยากลำบากเพราะตอนนี้ปวดเหมื่อยไปทั้งร่าง ไม่รู้เป็นเพราะพิษไข้หรือเป็นเพราะถูกกระทำอย่างป่าเถื่อน“ขอบคุณคุณป้ามากๆนะคะ”อิณราฝืนยิ้มบางๆแทนคำขอบคุณ กัดฟันพยุงร่างอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงของตัวเองเข้าห้องน้ำ ทันทีที่ก้าวขาก็เกิดความเจ็บแปล๊บทั่วร่างจนเข่าแทบทรุด แต่ก็ต้องอดทนเดินต่อเพราะตอนนี้ร่างกายสกปรกเหลือเกิน“ป้าจะส่งหนูไว้ตรงนี้ อาบเสร็จแล้วให้ร้องเรียกนะ เดี๋ยวป้ามาช่วยพยุง”“ค่ะ” หญิงสาวรับคำแล้วพยักหน้ารับ ทันทีที่ประตูห้องน้ำถูกปิดลง น้ำตาที่แห้งเหือดไปได้สักพักก็ไหลทะลักออกมาอีกรอบ โชคดีที่ห้องน้ำเป็นโถสุขภัณฑ์แบบชักโครกทำให้เธอสามารถนั่งอาบน้ำได้โด
07 ทรมานใจคนตัวสูงฝากฝังแก่นกายเข้าไปอย่างลำลึกก่อนจะปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นเข้าไปในกลีบกุหลาบบวมเป่งที่ถูกทารุณอย่างหนัก ความร้อนจัดในร่างกายระเบิดออกมาอย่างแรงพร้อมกับเสียงคำรามลั่นห้องเมื่อเขาได้พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของอารมณ์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาดึงท่อนเอ็นออก แล้วพลิกร่างของคนที่สลบเหมือดไปแล้วให้นอนหงาย ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห้งเกรอะ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปปลดพันธาการ “มันยังไม่จบแค่นี้หรอกอิณรา ตราบใดที่ฉันยังหาตัวพี่ชายของเธอไม่เจอ อย่าหวังว่าชีวิตของเธอจะมีความสุข!!”กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่น ดวงตาคมกริบฉายแววโหดเหี้ยมไร้ความปราณี ในเมื่อพวกมันทำลายความสุขของเขา…เขาก็จะทำให้พวกมันกระอักเลือดตายทีละคนจนกว่าลูกของมันจะได้รับโทษในคุก“กฎหมายทำอะไรพวกมึงไม่ได้ แต่กูนี่แหละจะเป็นคนตัดสินเอง!”ราฟาเอลออกจากห้องในช่วงเช้ามืดก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น เพราะไม่ต้องการให้เธอรู้ว่าเขาเป็นใคร แต่ก็ไม่ลืมกำชับให้แม่บ้านคนสนิทเข้าดูแลเธอ“อย่าให้เธอรู้เด็ดขาดว่าผมเป็นใคร”“ป้าไม่บอกหรอกค่ะ ว่าแต่คุณราฟาเอลไปจับลูกเต้าเหล่าใครมาล่ะเนี่ย”“ทายาทคนเล็กตระกูลกฤติไกรสนครับ”
06 พรหมจรรย์แลกกับความแค้น “ได้โปรด….อย่าทำฉัน ฮรื้ออ!!”อิณราดิ้นรนหนีสัมผัสรุกรานจากร่างสูง เขาใช้ร่างหนาตรึงร่างของเธอเอาไว้แล้วกรีดนิ้วไปตามรอยแยกของกลีบกุหลาบ สัมผัสได้ถึงความเนียนนุ่มราวกับผัวเด็ก“อย่า....อื้ออ!!”ราฟาเอลแสยะยิ้มด้วยความพึงพอใจ กลีบกุหลาบยังไร้ความชุ่มฉ่ำ นั่นก็เท่ากับว่าเธอต้องเจ็บปวดแน่ๆถ้าเขาสอดมังกรยักษ์เข้าไป และเขาต้องการให้เธอทรมานจนแทบขาดใจตายลงตรงหน้ามือหนาหยิบถุงยางอนามัยไซส์ใหญ่เกินมาตรฐานขึ้นมาสวมใส่เป็นเกาะป้องกันเพระกลัวจะติดโรค ส่วนเรื่องท้องค่อยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลูกน้องก็แล้วกันเพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากเป็นพ่อของลูกใครยกเว้นเวนิตา“ถอยไปนะ! ถอยออกไป!!” เขาโยนเศษซองถุงยางอนามัยใส่หน้าเธอ แล้วหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาใครบางคน ซึ่งประโยคนั้นทำให้เธอแทบลืมหายใจ“เตรียมตัวให้พร้อม หลังจากที่กูจัดการนังนี่เสร็จ พวกมึงเตรียมรับช่วงต่อได้เลย”“คนเลว! ไอ้ชั่ว! ไอ้สารเลว ฮื้อๆๆ แกทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง!!” น้ำตาไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก พยายามกระตุกมือออกจากพันธนาการแต่ก็ได้มาซึ่งความเจ็บปวดราฟาเอลแสยะยิ้มมุมปากหลังจากสวมถุงยางอนามัยเสร็จ ก
05 ฉันปล่อยเธอแน่….หมายถึงปล่อยใน“ได้โปรดอย่าทำแบบนี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ ฮรื้อออ!!” อิณรากรีดร้องลั่นราวกับคนเสียขวัญเมื่อถูกร่างใหญ่กระชากขึ้นมาแล้วเหวี่ยงลงบนเตียง พร้อมกระโจนมาคร่อมทับตัวเธอเอาไว้ มือทั้งสองข้างถูกตรึงไว้เหนือหัว ร่างหนากดน้ำหนักลงมากักขังเธอไว้ภายใต้อาณัติคนตัวเล็กทั้งดิ้น ใช้เท้าถีบ แต่ก็ไร้ความหมายเพราะทำอะไรซาตานร้ายไม่ได้อยู่ดี“ยะ….อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฮื้อๆๆ ฉันยอมแล้ว ยอมแล้ว…”“งั้นก็บอกที่อยู่พี่ชายของเธอมา เพราะฉันจะฆ่ามันพร้อมกันกับเธอ” เขาตรึงแขนทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างคว้าหมับเข้าที่ปลายคาง ออกแรงบีบจนคนใต้ร่างนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลทะลักทันที “ฉันไม่รู้ ไม่รู้จริงๆว่าเขาไปไหน”“แต่เธอเป็นคนขับรถไปส่งมันไม่ใช่หรอ”“ฉันขับรถไปส่งเขาที่ท่าเรือ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่รู้อีกเลยว่าเขาไปไหน”“รู้ทั้งว่าพี่ชายเธอไปทำอะไรมา แต่ก็ยังพามันหนี เลวทั้งพี่ทั้งน้อง!!”“ฉะ…ฉันไม่รู้ว่าพี่อิฐทำไปอะไรมา เขาแค่ทะเลาะกับแฟน”“โกหก! เธอรู้อะไรไหม...” ยิ่งพูดก็ยิ่งออกแรงบีบคางมนจนกระดูกแทบหัก “พี่ชายเธอหนีคดีข้อห







