LOGINเพื่อนร่วมงานชายช่วยเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับให้เธอ ขณะที่เธอกำลังจะก้าวขึ้นรถ จู่ ๆ หัวหน้างานก็เดินเข้ามาเรียกไว้ “เสี่ยวหลี่”เธอหันกลับมาด้วยความสงสัย “มีอะไรเหรอคะ?”“ฉันก็กำลังจะกลับพอดี ทางเดียวกันขอติดรถไปด้วยคนสิ” หัวหน้างานพูดพลางตบบ่าเพื่อนร่วมงานชายเบา ๆ “ขอติดรถไปด้วยคนนะ”“แต่ว่า…”เดิมทีทางกลับบ้านของหัวหน้างานมันไม่ได้ผ่านทางนี้เลยสักนิด!ทว่ายังไม่ทันที่เพื่อนร่วมงานชายจะได้เอ่ยปากแย้ง หัวหน้างานก็กวักมือเรียกให้หลี่ลี่ไปนั่งเบาะหลัง ส่วนตัวเองก็เปิดประตูนั่งลงตรงเบาะหน้าข้างคนขับหน้าตาเฉยระหว่างทาง หัวหน้างานสั่งให้เพื่อนร่วมงานชายแวะส่งหลี่ลี่ก่อน พอรถแล่นมาถึงจุดหมายปลายทาง หลี่ลี่ก็กล่าวขอบคุณแล้วลงจากรถเดินจากไปเมื่อมองดูแผ่นหลังของหลี่ลี่ที่ลับหายเข้าไปในทางเข้าเขตหมู่บ้านวิลล่าหรู หัวหน้างานก็ยกมือขึ้นฟาดเข้าที่ท้ายทอยของเพื่อนร่วมงานชายดังป๊าบ “ไอ้หนุ่ม แกแอบชอบเธอเข้าแล้วใช่ไหมล่ะ?”“…เปล่านะครับ” เพื่อนร่วมงานชายแก้ตัวอย่างเก้อเขินทันควัน“พอเลย ไม่ต้องมาทำเป็นเหนียมอายปิดบัง เธออยู่คนละระดับกับพวกเราเลยนะเว้ย อีกอย่าง เธอน่ะมีเจ้าของหัวใจแล้ว”เพ
คนในทีมต่างพากันมองท่าทีของกู้ฉือจวินเป็นหลักแม้คนของหยุนซานจะอยากเลี้ยงต้อนรับพวกเขาด้วยวิธีที่เป็นกันเองและติดดินแบบนี้ แต่ก็ต้องดูด้วยว่ากู้ฉือจวินจะทานอาหารพวกนี้ไหวไหม อีกอย่าง คนพวกนั้นคงยังไม่รู้ว่ากู้ฉือจวินเป็นคนรักความสะอาดมากเป็นพิเศษแผงลอยมื้อดึกข้างทางแบบนี้ ปกติเขาคงไม่ยอมแตะต้องเลยด้วยซ้ำไม่ใช่หรือ?คนในทีมบางคนกำลังจะเอ่ยปากเตือนเรื่องนี้ ทว่ากู้ฉือจวินกลับพูดขึ้นมาก่อน “ร้านนี้แหละครับ”ผู้บริหารระดับสูงของแผนกยิ้มแย้มพลางเลื่อนเก้าอี้เชื้อเชิญ “เชิญท่านนั่งก่อนเลยครับ”หลังจากกู้ฉือจวินนั่งลง คนอื่น ๆ ถึงค่อยทยอยนั่งตาม คนข้างกายดึงทิชชู่เปียกส่งให้ เขาจึงรับมาแกะเช็ดโต๊ะอย่างละเอียดพิถีพิถัน โดยไม่ลืมที่จะช้อนสายตามองไปยังกลุ่มคนทางฝั่งนั้นทันทีที่หลี่ลี่ประสานสายตากับเขา เธอก็รีบหลบตาวูบไปทันที“นั่นคือประธานกู้แห่งกลุ่มวิจัยยาเมืองเจียงเฉิงใช่ไหมนะ?”“ใช่แล้วล่ะ หล่อสุด ๆ ไปเลย! ไม่รู้ว่ามีแฟนหรือยังนะ” เพื่อนร่วมงานหญิงสองสามคนเริ่มออกอาการคลั่งไคล้หลี่ลี่รีบแทรกบทสนทนาขึ้นมาทันควัน “เขามีคู่หมั้นแล้วค่ะ”เป็นไปตามคาด คำพูดเพียงประโยคเดียวดับฝันจินตน
เสิ่นชูได้รับข้อความจากฮั่วจินเฉิน ถึงเพิ่งได้รู้ความจริงว่าซูซิ่นเฉิงความจำเสื่อมนี่จึงเป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลว่า ทำไมซูซิ่นเฉิงถึงไม่ยอมติดต่อหาพ่อแม่ และไม่ยอมติดต่อหาเธอหรือเสี่ยวเหวินเลยแม้แต่ครั้งเดียวแล้วเธอต้องไปเผชิญกับเรื่องเลวร้ายอะไรมากันแน่ ถึงได้กลายมาเป็นแบบนี้ในปัจจุบัน?เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ในใจของเสิ่นชูทั้งรู้สึกเห็นใจและเจ็บปวดแทนอย่างยิ่ง ไข่มุกเม็ดงามผู้สูงส่งแห่งตระกูลซูในอดีต บัดนี้กลับต้องตกระกำลำบากหลบหนีไปถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถมยังเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด หากสองสามีภรรยาตระกูลซูได้ล่วงรู้ความจริงเข้า คงต้องปวดใจจนแทบแหลกสลายเป็นแน่แต่อย่างไรก็ตาม เธอได้ไหว้วานให้เสี่ยวเหวินช่วยจัดแจงที่พักและดูแลสองสามีภรรยาตระกูลซูเป็นอย่างดีแล้ว รอจนกระทั่งหาตัวซูซิ่นเฉิงพบ ก็จะได้ให้ครอบครัวของพวกเขาได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเสียที…เสี่ยวเหวินจัดแจงให้สองสามีภรรยาตระกูลซูเข้าพักในห้องพักพนักงานที่โรงพยาบาลจัดสรรให้เธอคุณนายซูและประธานซูสลัดคราบความหรูหราสง่างามในอดีตทิ้งไปจนหมดสิ้น เวลานี้ดูไม่ต่างอะไรกับคนวัยกลางคนธรรมดาทั่วไปเลยแม้แต่น้อย หรือกระทั
ภายในห้องอาบน้ำ เธอยืนอยู่ใต้ฝักบัว ปล่อยให้น้ำอุ่นไหลชโลมรดตั้งแต่ไหล่จรดลำคอ ท่ามกลางม่านไอน้ำที่ลอยอบอวล มือของเธอลูบคลำไปที่รอยแผลเป็นจากกระสุนปืนตรงหัวไหล่ แล้วชะงักมือค้างไว้เธอจำไม่ได้เลยว่าทำไมตัวเองถึงถูกยิง และทำไมถึงสูญเสียความทรงจำจนต้องพลัดพรากจากพ่อแม่ แม้กระทั่งจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าในอดีตเธอเคยใช้ชีวิตแบบไหน หรือเคยผ่านความเจ็บปวดขมขื่นอะไรมาบ้างดังนั้นนับตั้งแต่วินาทีที่ผู้จัดการเฉินเอ่ยคำนั้นออกมาว่า ‘ฉันรู้จักพ่อแม่ของเธอ’ เธอจึงหลงคิดไปเองว่าตนได้พบกับคนที่รู้ภูมิหลังชาติกำเนิดของตนเข้าแล้ว ด้วยเหตุนี้เธอจึงยอมติดตามอยู่ข้างกายเขาและคอยทำงานให้อย่างตั้งอกตั้งใจ จนกระทั่งเธอเริ่มตระหนักได้ว่าเขากำลังลักลอบค้าขายยาปลอม ตัวเธอเองก็ต้องทนทุกข์ทรมานและต่อสู้กับความรู้สึกผิดในก้นบึ้งหัวใจมาเนิ่นนานมาวันนี้เมื่อได้รู้ว่าพ่อแม่อาจจะยังคงตามหาเธออยู่ หัวใจของเธอก็พลันบีบรัดแน่นขึ้นมาอีกครั้ง ปวดหนึบจนแทบหายใจไม่ออกเสียงสายน้ำไหลพลันหยุดชะงักลงเธอยื่นมือไปปิดวาล์วน้ำ เส้นผมที่เปียกชุ่มแนบสนิทอยู่ข้างขมับ หยดน้ำไหลรินหยดลงจากปลายคาง กระจกเงาถูกฝ้าไอน้ำบดบังจนมัว เธอจึงใช
พอเสิ่นชูเห็นรูปถ่ายบนหน้าจอ ก็ตกใจจนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา ด้วยความกลัวว่าตัวเองจะดูผิดไป จึงรีบคว้าโทรศัพท์มาเพ่งมองดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกรอบ ก่อนจะโพล่งออกมา “เป็นเธอจริง ๆ ด้วย!”“คุณแน่ใจนะ?”เสิ่นชูพยักหน้า “แน่ใจค่ะ เป็นเธอจริง ๆ” พูดจบ เธอก็รีบซักไซ้ต่อ “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่คะ?”ฮั่วจินเฉินดึงโทรศัพท์กลับคืนมา “คดียาปลอมของหยุนซานรอบนี้ เธอมีส่วนพัวพันอยู่ด้วยน่ะครับ”“จะเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง…” เสิ่นชูถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ เธอคิดไม่ตกว่าทำไมซูซิ่นเฉิงถึงเข้าไปพัวพันกับคดียาปลอมได้ และยิ่งไม่เข้าใจว่าในเมื่ออีกฝ่ายกลับมาแล้ว ทำไมถึงไม่ติดต่อหาเธอเลยพอนึกถึงคำพูดที่เสี่ยวเหวินเคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ ยิ่งคิดลึกลงไปเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติมากขึ้นเท่านั้นในเมื่อซูซิ่นเฉิงกลับประเทศมาแล้ว ทำไมถึงไม่กลับไปหาพ่อแม่ของตัวเอง? เธอใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองจิง แต่กลับไม่เคยติดต่อหาเธอ แม้กระทั่งเสี่ยวเหวิน หรือแม้แต่พ่อแม่แท้ ๆ ของซูซิ่นเฉิงเองก็ไม่เคยได้รับการติดต่อเลยสักครั้ง นี่มันเป็นเพราะอะไรกันแน่?ฮั่วจินเฉินมองดูคิ้วที่ขมวดมุ่นของเธอ พลางเอ่ยขึ้นช
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว!”ในจังหวะนั้นเอง เสียงลิฟต์ก็ดัง “ติ๊ง” พร้อมกับบานประตูที่เปิดออก เสียงฝีเท้าก้าวเดินใกล้เข้ามากเรื่อย ๆทุกคนพลันปรับสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นทันควัน รีบแยกย้ายกันกลับไปยังโต๊ะทำงานของตนเองหลี่ลี่หันไปมอง หวังน่าปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ตัวแทนหลี่ รบกวนออกมาข้างนอกสักครู่ค่ะ”หลี่ลี่ลุกขึ้นเดินตามหวังน่าออกไปยังทางเดิน “มีอะไรเหรอคะ?”หวังน่าหมุนตัวกลับมา “คุณรู้ไหมคะว่าข้างกายผู้จัดการเฉินยังมีคนสนิทคนไหนอีกบ้าง?”หลี่ลี่ชะงักกึกไปทันที ในหัวพลันนึกถึงซูซิ่นเฉิงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ทว่าเธอยังคงเชื่อมั่นมาตลอดว่าซูซิ่นเฉิงต้องถูกบีบบังคับอย่างแน่นอนเธอเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “คือว่า… ถ้าหากหาตัวเธอเจอแล้ว พวกคุณจะจัดการกับเธอยังไงเหรอคะ?”หวังน่าหรี่ตาลง “คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ…”“ซูเฉิงที่เป็นผู้ช่วยข้างกายผู้จัดการเฉิน เธอไม่มีทางเป็นพวกเดียวกับผู้จัดการเฉินแน่นอนค่ะ เรื่องยาปลอมเธอยังเคยเตือนฉันด้วยซ้ำ! เธอคงจะถูกข่มขู่ถึงได้จำใจต้องทำตามคำสั่งของผู้จัดการเฉินน่ะค่ะ” หลี่ลี่รีบอธิบายหวังน่ามองออกถึงท่







