공유

บทที่ 3.1

last update 게시일: 2026-03-20 07:47:31

ชื่อเสียงของชิงเจี้ยนเองก็อาจนำภัยมาให้เด็กสาว อีกทั้งไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมีคนออกมาตามหาอีกฝ่ายอย่างแน่นอน... ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งความปลอดภัยของเฟิ่งหนิงย่อมต้องมาก่อนสิ่งใด

เห็นเด็กสาวคอตกเซี่ยไห่ถางเองก็รู้สึกเศร้า ---เจ้าก็รู้ว่าข้าจะอยู่ข้างกายเจ้า หากเจ้าต้องการ----

---ข้าไม่มั่นใจในเรื่องนั้น ชีวิตในวังหลวงไม่เหมาะกับท่าน หากข้าถูกขังเอาไว้ในกรง ข้าก็ไม่ต้องการให้ท่านพลอยถูกขังไปด้วย--- เฟิ่งหนิงส่ายหน้าด้วยท่าทีจริงจัง

---ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าถึงที่สุดท่านจะจากไป จะไม่ยอมไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ใด ไม่ว่าพวกเขาจะใช้ข้าเป็นเครื่องต่อรองก็ตาม---

นานมากกว่าที่เซี่ยไห่ถางจะพยักหน้าช้าๆ ด้วยความจนใจ นางให้คำมั่นเช่นนั้นจริงๆ

...ทั้งสองเงียบไปในที่สุด เฟิ่งหนิงนั่งลงหยิบตะเกียบขึ้นมาเงียบๆ เซี่ยไห่ถางจึงเดินไปแตะไหล่อีกฝ่าย ---ตอนนี้ไม่ต้องกังวล กินแล้วนอนเสีย เรื่องอื่นให้เป็นเรื่องของพรุ่งนี้ เราค่อยๆ หาทางออกที่ดีที่สุด---

เฟิ่งหนิงยิ้มบางพร้อมพยักหน้า นางก้มลงพุ้ยข้าวเข้าปาก จนถึงตอนนี้จึงได้รู้ว่าตัวเองทั้งเหนื่อยและหิว เมื่อกินอิ่มปีนขึ้นเตียงนอนก็หลับไปทันที ถึงอย่างนั้นช่วงปลายยามเว่ย[1]เสียงกุกกักก็ปลุกเด็กสาวให้ตื่นขึ้น

เซี่ยไห่ถางกำลังตรวจสอบอาวุธที่มี ทั้งหน้าไม้ ลูกดอก มีดสั้น รวมไปถึงเช็ดกระบี่ของชิงเจี้ยน

---ตื่นแล้วหรือ หิวหรือไม่---

เฟิ่งหนิงส่ายหน้าขณะเดินไปยังอ่างน้ำเย็นเยียบ นางวักน้ำขึ้นล้างหน้าล้างตา จากนั้นเริ่มแต่งตัวโดยที่หญิงสาวอีกคนไม่จำเป็นต้องบอก

เสียงของเซี่ยไห่ถางยังคงดังขึ้น บางครั้งหากไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้า หญิงสาวจะไม่ใคร่ชอบชวนเฟิ่งหนิงสนทนา แต่หากอยู่กันตามลำพังเช่นนี้ก็เป็นข้อยกเว้น

“หวังเซียวผู้นี้เป็นลุงแท้ๆ ของหวังเหมิงแม่ทัพตะวันออกที่เราพบยังป้อมเฉียวหง ได้ยินมาว่าเป็นขุนนางตงฉิน ลุงของเจ้าให้เราไปหาเขาคงเพราะเชื่อใจในตัวอัครเสนาบดีผู้นี้ คืนนี้ไม่แน่ว่าเราอาจได้ค้างคืนที่จวนอัครเสนาบดี”

แต่งตัวเสร็จเฟิ่งหนิงก็เดินมานั่งลงข้างๆ เซี่ยไห่ถาง นางหยิบมีดสั้นออกมาช่วยเช็ดทำความสะอาด

“หลายครั้งที่ชิงเจี้ยนกำชับไม่ให้ข้าสอนเจ้าใช้อาวุธ ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ยังดึงดัน เขาเคยห้ามไม่ให้เจ้าใช้อาวุธพวกนั้นที่เรียนจากข้า แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว”

เซี่ยไห่ถางสวมหน้าไม้ขนาดรอบข้อมือที่ยืดหดได้ให้กับเฟิ่งหนิง

“ลูกดอกข้าทำความสะอาดและเติมจนเต็มแล้ว ยี่สิบเก้านัดไม่ขาดไม่เกิน” นึกถึงลูกดอกที่ปักลงไปยังลำคอของลั่วอวี้ กว่านางจะไปเก็บกลับมาลูกดอกก็หายไปแล้ว!!!

“จำเอาไว้ว่าใช้เฉพาะที่จำเป็น เจ้าเคยบอกว่าในเมืองหลวงสังหารคนพร่ำเพรื่อไม่ได้ ดังนั้นขอเพียงพวกเขาเข้าใกล้เจ้าไม่ได้ก็คงเพียงพอแล้ว จุดที่เหมาะที่สุดคือปลายเท้า หัวเข่า แต่หากโดนจุดพวกนี้แล้วคนผู้นั้นยังสามารถเข้าใกล้เจ้า หัวไหล่เหนือไหปลาร้าจะรั้งเขาให้ช้าลงได้”

---ข้ากลัว--- เฟิ่งหนิงยอมรับออกมา

---ข้ารู้ แต่เจ้าจะมีข้าอยู่กับเจ้าเสมอ ที่สำคัญไปกว่านั้น ก่อนชิงเจี้ยนสิ้นใจ เขาส่งจดหมายไปหาหนานฉีหวางแล้ว ได้ยินมาว่าหนานฉีหวางผู้นี้เคยติดค้างมารดาของเจ้าเรื่องหนึ่ง เขาต้องช่วยเจ้าแน่ ขอเพียงมีเขาเจ้าจะปลอดภัย---

เฟิ่งหนิงพยักหน้า

หน้าจวนอัครเสนาบดีมีคนคุ้มกันแน่นหนา หลังแจ้งกับคนดูแลประตูพร้อมส่งหยกเพื่อให้เข้าไปรายงาน ไม่นานหวังเซียวก็วิ่งกระหืดกระหอบออกมา

“ข้าน้อยหวังเซียว ถวายพระพรองค์...” ยังไม่ทันที่หวังเซียวจะกล่าวจบ เซี่ยไห่ถางก็เดินเข้ามาประคองเขาขึ้น

“ท่านอัครเสนาบดี เข้าไปสนทนากันด้านในดีหรือไม่” นางขมวดคิ้วมองไปโดยรอบ

หวังเซียวที่ตื่นเต้นดีใจจนลืมตัวก็คล้ายนึกขึ้นได้ เขาน้ำตาคลอเล็กน้อยจากนั้นรีบผายมือ ขณะที่มองเฟิ่งหนิงเดินผ่านเข้าประตูจวน เขามองตามอีกฝ่ายไปด้วยดวงตายินดียิ่ง

เมื่อทั้งหมดเข้าไปถึงห้องโถงหวังเซียวไล่คนทั้งหมดให้ถอยออกไป “องค์หญิงในที่สุดก็ทรงกลับมา”

“ท่านอัครเสนาบดี นางส่งเสียงไม่ได้ ปีนั้นที่นางกำนัลพานางหลบหนีออกไปจากขบวนเสด็จ นางถูกพิษจนทำลายกล่องเสียง แม้ตอนนี้รักษาหายแต่ยังคงส่งเสียงไม่ได้” เซี่ยไห่ถางคลายความสงสัยให้อัครเสนาบดีชรา ทันทีที่เขามองเฟิ่งหนิงใช้ภาษามือกับเซี่ยไห่ถาง

“อ้อ ที่แท้เป็นเช่นนี้ แล้วเจ้า...”

“ข้า...แซ่เซี่ย นามไห่ถาง”

“เซี่ยไห่ถาง” หวังเซียวเบิกตาอ้าปาก “ไห่ถาง...แซ่เซี่ย หรือว่าเจ้า...เจ้าก็คือบุตรสาวคนเดียวของปราชญ์หญิงแคว้นต้าเยวี่ย?!”

หญิงสาวก่นด่าชิงเจี้ยนไปหลายคำรบ เขาไม่เห็นเคยบอกว่าเซี่ยไห่ถางผู้นี้มีฐานะอะไร บอกเพียงเป็นน้องสาวต่างมารดาเท่านั้น น่าตายนัก!!!

“แล้วนี่...จอมยุทธ์ชิงเจี้ยนเล่า เหตุใดไม่มาด้วย”

“เขาตายไปแล้ว” วูบหนึ่งนางมองเห็นดวงตาวูบไหวด้วยความตกใจของหวังเซียว เห็นชัดว่าชิงเจี้ยนรู้จักกับอัครเสนาบดีแคว้นต้าเยวี่ยเป็นอย่างดี

“ท่านอัครเสนาบดี ข้ามีเรื่องหนึ่งอย่างขอร้องท่าน”

[1] ช่วงเวลาบ่ายสามโมง

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 12.3 จบ

    หญิงสาวหัวเราะ “เขาเป็นกุนซือคู่ใจท่าน พูดถึงเขาท่านต้องทำร้ายเขาทุกครั้งเลยหรือ” เห็นชัดว่าสนิทและไว้ใจกันถึงเพียงนี้“เอาเถิดกลับไปครานี้ข้าให้เขาลาพักออกท่องเที่ยวบ้างก็ได้” เฟิ่งอวิ๋นฉีถอนหายใจ “แต่อยู่ที่เขาว่าจะยอมไปหรือไม่นะ”...ปีนั้นมีบันทึกกล่าวว่าหนานฉีหวางและหวางเฟยไม่อยู่ที่หลานโจว ผู้ที่นำกองทัพมีชัยเหนือต้าหวางเป่ยโจวคือองค์หญิงเฟิ่งจวินหนิง ศิษย์รักของหนานฉีหวางผู้ซึ่งลือกันว่านางพูดไม่ได้เรื่องนี้ได้ยินไปถึงที่ใดก็ล้วนมีแต่เสียงชื่นชม หนานฉีหวางเก่งกาจแม้ไร้วรยุทธ์ หนานฉีหวางเฟยเองก็ไม่แตกต่าง ปีนั้นนางนำทัพมีชัยเหนือองค์หญิงตัวเอ่อซือซือ กระทั่งตอนนี้องค์หญิงเฟิ่งจวินหนิงเองก็เป็นดังลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นต่อมาบันทึกต้าเยวี่ยยังกล่าวว่าหนานฉีหวางทรงร่างกายอ่อนแอ หวางเฟยทรงอยู่เป็นเพื่อนสวามีเงียบๆ ในจวน เรื่องการทหารและการรบ ล้วนมีองค์หญิงเฟิ่งจวินหนิงดูแลทั้งสิ้น แม้แต่ราชบุตรเขยเองก็เป็นบุรุษที่แต่งเข้าจวน ทั้งยังทำหน้าที่กุนซือผู้เฉลียวฉลาดหลายสิบปีต่อมา...บนเตียงนอนกว้างใหญ่เฟิ่งอวิ๋นฉีในวัยหกสิบห้านอนหายใจรวยริน เขาป่วยกระเสาะกระแสะมาหลายปี บัดนี้อาการหนักไม่อาจ

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 12.2

    เขาฟังประโยคนั้นของนางด้วยความซาบซึ้ง “ข้ามีความสุขมาก และแน่นอนข้ายินดี”“เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ ไป ลุกขึ้นได้”“หา” เฟิ่งอวิ๋นฉีกะพริบตามองนาง “ไป ไปไหน”“ก็เข้าหอน่ะสิ” นางกล่าวออกมาอย่างโจ่งแจ้ง “ถึงเวลาพิสูจน์แล้วว่าท่านเป็นบุรุษที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องดังเช่นที่ท่านเคยกล่าวหรือไม่”“ชะ ช้าก่อน หวางเฟย นี่เจ้า”เซี่ยไห่ถางเห็นสีหน้าของเขาก็หัวเราะออกมา “ข้าเพียงล้อท่านเล่น ต้องจริงจังถึงเพียงนี้?”เฟิ่งอวิ๋นฉีถึงกับพูดไม่ออก “เจ้าล้อเล่น?” เขาหน้าบึ้ง “แต่ข้าจริงจังนะ” กล่าวจบเขาก็อุ้มนางขึ้นจากนั้นเดิมไปที่เตียงม่านหน้าเตียงสีแดงถูกปลดลง เจ้าสาวเจ้าบ่าวส่งเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข หลังหยอกล้อกันไปมาในที่สุดก็เงียบเสียงลง หลงเหลือเอาไว้เพียงความสุขที่ลอยละล่องในอากาศ...บ่าวสาวในที่สุดก็เข้าหอแล้วสามปีต่อมา...ริมทะเลสาบไม่ไกลจากเสวี่ยซาน ปรากฏกระท่อมหลังเล็กที่สร้างขึ้นลวกๆ ข้างๆ กันนั้นหนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีกำลังยืนเคียงข้างกันพร้อมกับมองไปหลุมศพสองหลุม เซี่ยไห่ถางไม่นึกว่านางต้องรอถึงสามปีกว่าจะได้กลับมายังสถานที่แห่งนี้“เฟิ่งอวิ๋นฉี”“ว่าอย่างไร”“รู้หรือไม่ว่าสถานที่นี้สำคัญ

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 12.1

    บทส่งท้ายหลังจากสงครามจบลงเซี่ยไห่ถางนอนหลับไปนานถึงสองวันสองคืน เฟิ่งอวิ๋นฉีเห็นว่านางเหน็ดเหนื่อยจึงคอยปรนนิบัติอยู่ข้างๆ นานๆ ครั้งจะออกไปยังห้องหนังสือหาตำราให้เฟิ่งหนิงอ่าน จากนั้นชี้แนะนางสักหลายประโยคแล้วรีบกลับไปยังเรือนพักกระทั่งวันที่สามหวางเฟยจึงตื่นเต็มตาทั้งยังดูกระปรี้กระเปร่าภาพแรกที่นางลืมตาขึ้นมาเห็นในตอนเช้าตรู่ นั่นก็คือใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นสวามี เขาเองก็หลับสนิทไม่รู้สักนิดว่านางกำลังนอนจ้องหน้าตนอยู่ภาพการเฉลิมฉลองชัยชนะในวันนั้นยังคงติดตา เฟิ่งอวิ๋นฉีที่จ้องจอกสุราในมือนิ่งอย่างใช้ความคิด อยู่ๆ เซี่ยไห่ถางก็นึกขึ้นได้ว่าในวันเสกสมรสเขาพยายามคล้องแขนดื่มสุรามงคลกับนาง“ตื่นแล้วหรือ” เขางัวเงียตื่น “หิวหรือไม่ เจ้าไม่ได้กินข้าวเลยได้แต่ดื่มน้ำแกง เหนื่อยมากกระมังออกศึกบางคราก็ไม่มีเวลาแม้แต่จะดื่มน้ำ” เขาลุกขึ้นจากนั้นเดินไปยกน้ำมาให้นางล้างหน้า“เฟิ่งอวิ๋นฉี นี่มันหน้าที่ของสาวใช้”“ข้ารู้ แต่สองวันมานี้ข้าสั่งไม่ให้พวกนางเข้ามาใกล้เรือนพักเพราะเกรงว่าจะรบกวนการพักผ่อนของเจ้า” เขาช่วยนางล้างหน้าล้างตาอย่างคล่องแคล่ว“สองวัน? เช่นนั้นท่านเองก็ไม่ได้ไปที่ค่าย

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 11.5

    ตัวเอ่อซือซือโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ นางรู้ว่าเซี่ยไห่ถางทำเช่นนี้ก็เพื่อยั่วยุตน “อาวุธไร้ตา หากเกิดการล้มตายก็อย่าได้ดึงสองแคว้นมาเกี่ยวพัน”“ได้” เซี่ยไห่ถางใช้สองขาหนีบท้องม้า นางดึงกระบี่ออกมาจากนั้นกระตุ้นม้าให้ออกวิ่ง กระบวนท่าที่หนึ่ง...การจู่โจมจากบนหลังม้า!กล่าวถึงการใช้กระบี่... กระบี่เดียวดายของชิงเจี้ยนยังนับว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้า กำลังภายในของเซี่ยไห่ถางนับว่าไม่เป็นสองรองใคร การต่อสู้ของนางที่เดิมทีเป็นนักฆ่า การลงมือจึงทั้งเด็ดขาดและดุดันไม่นานตัวเอ่อซือซือผู้ซึ่งเป็นนักรบหญิงจากทุ่งหญ้า ทั้งยังนับเป็นนักรบบนหลังม้าที่ไม่เคยพ่ายแพ้ ตอนนี้กลับตกลงจากหลังม้าล้มกลิ้งอยู่บนพื้นหญ้าม้าของตัวเอ่อซือซือแตกตื่นวิ่งกลับไป เซี่ยไห่ถางเองก็กระโดดลงจากหลังม้า นางปล่อยให้ม้าเดินออกไปจากวงการต่อสู้ “หนึ่งกระบวนท่า ท่านพ่ายแพ้ต่อไปต้องการต่อสู้แบบใด”ตัวเอ่อซือซือโกรธจนพุ่งเข้ามา นางกำลังจู่โจมด้วยหมัดมวย กระบวนท่าทั้งหนักแน่นและดุดัน เพียงแต่เซี่ยไห่ถางกลับโอนอ่อนลดทอนความแข็งกร้าว นางใช้เพียงฝ่ามือทานข้อมือที่จู่โจมเข้ามา ไม่นานก็ใช้ฝ่ามือกระแทกร่างของตัวเอ่อซือซือออกไป“ความโกรธไม

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 11.4

    “เป็นเจ้า!” องค์หญิงของเป่ยโจวชี้มือไปยังเซี่ยไห่ถาง จดจำได้ว่าอีกฝ่ายปลอมตัวเป็นนางกำนัลเข้าไปในกระโจมของตน “เจ้านั่นเองที่ลอบเข้าไปในกระโจมของข้า”ตัวเอ่อซือซือไสม้าเข้ามาใกล้กำแพงเมืองโดยไม่ฟังเสียงห้ามของทหารเซี่ยไห่ถางยกมือห้ามพลธนูไม่ให้ทำร้ายอีกฝ่าย สงครามดูเหมือนจะยุติหากยังสังหาร หรือลงมือทำร้ายองค์หญิงของเป่ยโจว นั่นจะยิ่งเป็นการยั่วยุให้สงครามดำเนินต่อไป สองฝ่ายต่างฝ่ายต่างก็บาดเจ็บล้มตาย นางไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียอีก“องค์หญิงทรงหมายถึงเรื่องใดหรือเพคะ”“เจ้าอย่ามาตีหน้าซื่อ เจ้าปลอมตัวเข้าไปช่วยหนานฉีหวางในกระโจมของข้า”เซี่ยไห่ถางหัวเราะ “องค์หญิงทรงเข้าพระทัยผิดแล้ว หม่อมฉันและหนานฉีหวางไม่เคยข้ามชายแดนไปยังเป่ยโจว เช่นนั้นจะเข้าไปในกระโจมขององค์หญิงได้อย่างไร แม้สวามีของหม่อมฉันแต่งชายาแล้ว แต่ชื่อเสียงก็ยังคงต้องรักษา การที่ทรงตรัสว่าเขาอยู่ในกระโจมของพระองค์เรื่องนี้นับเป็นเรื่องเสียหายนะเพคะ”ไม่มีหลักฐานทั้งยังจับคนไม่ได้ ตัวเอ่อซือซือเจ็บใจยิ่งนัก “เจ้าเคยพูดว่าหากสามารถเอาชนะเจ้าในสามกระบวนท่า ไม่ว่าผู้ใดล้วนสามารถเข้าจวนหนานฉีหวางฝู่ เป็นถึงหวางเฟยเจ้าคงไม่

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 11.3

    ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์ไล่ขุนนางคนอื่นๆ ออกไป จะอย่างไรนางก็มีฐานะเป็นฮองเฮา เขาย่อมให้เกียรตินางไม่อาจให้ขุนนางหรือคนอื่นๆ เห็นนางเป็นเช่นนี้ในห้องโถงกว้างขวางมีฮ่องเต้ ฮองเฮา เฟิ่งอวิ๋นฉี ซวี่เลี่ย และซวี่เหิง รอบด้านมีองครักษ์เกราะดำยืนหันหลังคอยคุ้มกัน ฮองเฮามองไปยังเฟิ่งอวิ๋นฉีด้วยดวงตาเกลียดชัง“ทุกอย่างเป็นเพราะเจ้า!”“กระหม่อมรั้งอยู่ชายแดนเหนือมาโดยตลอด ไม่เคยล่วงเกินพระองค์เลยสักครั้ง ที่ทรงมาถึงวันนี้ก็ล้วนแล้วแต่ทรงทำตัวเองทั้งสิ้น”ชายหนุ่มส่ายหน้าไม่ยอมรับความผิดที่ถูกโยนโครมมาให้ เขารู้ว่าฮองเฮาวางแผนทำอะไร เขาไม่จำเป็นต้องจัดการด้วยตัวเองเพราะรู้ดีว่าซวี่เหิงเป็นแม่ทัพที่เห็นแก่ส่วนรวมการกระทำทั้งหมดนั้นแม่ทัพซวี่ไม่เคยรู้เห็น ดังนั้นจะจัดการกับฮองเฮามีเพียงให้คนตระกูลซวี่จัดการจึงจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดซวี่เลี่ยวางแผนสังหารซวี่เหิงแต่อีกฝ่ายรอดมาได้ กองทัพตระกูลซวี่กว่าครึ่งเป็นคนของซวี่เหิง ดังนั้นเมื่อเกิดการต่อสู้เมื่อคนของซวี่เหิงเห็นผู้เป็นนายก็ชะงักการจู่โจม มีเพียงคนของซวี่เลี่ยบุกเข้ามาและพาตัวเข้ามาถึงจุดจบฮ่องเต้ทรงพระพักตร์เย็นชา “นับจากวันนี้เจ้าจะถูกส่งต

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 8.1

    ตลอดการเดินทางขึ้นเหนือโดยการปิดบังฐานะ นับตั้งแต่ออกจากวังหลวงทุกอย่างล้วนราบรื่นดี กระทั่งผ่านไปสองวันหลังจากพ้นเขตเมืองหลวง เซี่ยไห่ถางก็มองออกถึงความเคร่งเครียดของผู้ติดตามมองดูเฟิ่งอวิ๋นฉีที่ยังคงมีท่าทีผ่อนคลาย บางครายังหันมายั่วโมโหนางด้วยการเกี้ยวพา หญิงสาวยังนึกว่าเขาไม่ได้รับรู้ถึงสถานกา

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 7.3

    “แล้ว?...” เฟิ่งอวิ๋นฉีตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว“เขาก็จะพบว่าตนเองไร้ลมปราณ ไร้วรยุทธ์”นางในเวลานี้ดูร้ายกาจเจ้าเล่ห์ แต่เขาก็ชอบ!!!!“เจ้าทำลายวรยุทธ์หลี่กงกง!? สวรรค์! นั่นยอดฝีมือคนสนิทของฮองเฮาเลยนะ ฮ่าๆๆ”เสียงหัวเราะของหนานฉีหวาง ทำให้นางกำนัลที่ยืนห่างออกมาต่างประหลาดใจ พวกนางเตรียมตัวเข้าไปปรนนิ

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 6.6

    หากไม่ใช่เพราะตัวเขาเองก็อยู่ในที่เกิดเหตุ เรื่องนี้ไม่มีทางมีเบาะแสให้โยงมาถึงฮองเฮาโดยเด็ดขาด หลักฐานและพยานทั้งหมดจะชี้ไปยังซูเฟย แต่นี่แม้ทุกอย่างชี้ไปยังซูเฟยแต่ตัวเขากลับเป็นคนของฮองเฮาแม้กล่าวคนอื่นจะเชื่อว่าบังเอิญไปเห็นเหตุการณ์ แต่คนอย่างหนานฉีหวางไม่ใช่คนโง่งม เขาต้องสงสัยอยู่แล้วว่าเรื

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 6.4

    “เสด็จอาเสด็จมาก็ดีแล้ว มีนางกำนัลเห็นว่ามีคนลอบเข้าไปด้านในตำหนักหมู่ตาน บุรุษผู้นั้นก็คือคุณชายลู่ เจ้ากรมโยธาธิการเองก็เพิ่งทราบเรื่อง”“อ้อ ที่แท้ก็มีเรื่องเช่นนี้” อ๋องหนุ่มพยักหน้าราวเพิ่งรู้เรื่อง“รีบเข้าไปกันเถิดเพคะ ชักช้าคนอาจหนีไปได้ กล้าวางแผนทำเช่นนี้ในวังหลวงต้องจับมาลงโทษให้สาสม” นั

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status