Share

บทที่ 3.1

last update publish date: 2026-03-20 07:47:31

ชื่อเสียงของชิงเจี้ยนเองก็อาจนำภัยมาให้เด็กสาว อีกทั้งไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมีคนออกมาตามหาอีกฝ่ายอย่างแน่นอน... ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งความปลอดภัยของเฟิ่งหนิงย่อมต้องมาก่อนสิ่งใด

เห็นเด็กสาวคอตกเซี่ยไห่ถางเองก็รู้สึกเศร้า ---เจ้าก็รู้ว่าข้าจะอยู่ข้างกายเจ้า หากเจ้าต้องการ----

---ข้าไม่มั่นใจในเรื่องนั้น ชีวิตในวังหลวงไม่เหมาะกับท่าน หากข้าถูกขังเอาไว้ในกรง ข้าก็ไม่ต้องการให้ท่านพลอยถูกขังไปด้วย--- เฟิ่งหนิงส่ายหน้าด้วยท่าทีจริงจัง

---ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าถึงที่สุดท่านจะจากไป จะไม่ยอมไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ใด ไม่ว่าพวกเขาจะใช้ข้าเป็นเครื่องต่อรองก็ตาม---

นานมากกว่าที่เซี่ยไห่ถางจะพยักหน้าช้าๆ ด้วยความจนใจ นางให้คำมั่นเช่นนั้นจริงๆ

...ทั้งสองเงียบไปในที่สุด เฟิ่งหนิงนั่งลงหยิบตะเกียบขึ้นมาเงียบๆ เซี่ยไห่ถางจึงเดินไปแตะไหล่อีกฝ่าย ---ตอนนี้ไม่ต้องกังวล กินแล้วนอนเสีย เรื่องอื่นให้เป็นเรื่องของพรุ่งนี้ เราค่อยๆ หาทางออกที่ดีที่สุด---

เฟิ่งหนิงยิ้มบางพร้อมพยักหน้า นางก้มลงพุ้ยข้าวเข้าปาก จนถึงตอนนี้จึงได้รู้ว่าตัวเองทั้งเหนื่อยและหิว เมื่อกินอิ่มปีนขึ้นเตียงนอนก็หลับไปทันที ถึงอย่างนั้นช่วงปลายยามเว่ย[1]เสียงกุกกักก็ปลุกเด็กสาวให้ตื่นขึ้น

เซี่ยไห่ถางกำลังตรวจสอบอาวุธที่มี ทั้งหน้าไม้ ลูกดอก มีดสั้น รวมไปถึงเช็ดกระบี่ของชิงเจี้ยน

---ตื่นแล้วหรือ หิวหรือไม่---

เฟิ่งหนิงส่ายหน้าขณะเดินไปยังอ่างน้ำเย็นเยียบ นางวักน้ำขึ้นล้างหน้าล้างตา จากนั้นเริ่มแต่งตัวโดยที่หญิงสาวอีกคนไม่จำเป็นต้องบอก

เสียงของเซี่ยไห่ถางยังคงดังขึ้น บางครั้งหากไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้า หญิงสาวจะไม่ใคร่ชอบชวนเฟิ่งหนิงสนทนา แต่หากอยู่กันตามลำพังเช่นนี้ก็เป็นข้อยกเว้น

“หวังเซียวผู้นี้เป็นลุงแท้ๆ ของหวังเหมิงแม่ทัพตะวันออกที่เราพบยังป้อมเฉียวหง ได้ยินมาว่าเป็นขุนนางตงฉิน ลุงของเจ้าให้เราไปหาเขาคงเพราะเชื่อใจในตัวอัครเสนาบดีผู้นี้ คืนนี้ไม่แน่ว่าเราอาจได้ค้างคืนที่จวนอัครเสนาบดี”

แต่งตัวเสร็จเฟิ่งหนิงก็เดินมานั่งลงข้างๆ เซี่ยไห่ถาง นางหยิบมีดสั้นออกมาช่วยเช็ดทำความสะอาด

“หลายครั้งที่ชิงเจี้ยนกำชับไม่ให้ข้าสอนเจ้าใช้อาวุธ ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ยังดึงดัน เขาเคยห้ามไม่ให้เจ้าใช้อาวุธพวกนั้นที่เรียนจากข้า แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว”

เซี่ยไห่ถางสวมหน้าไม้ขนาดรอบข้อมือที่ยืดหดได้ให้กับเฟิ่งหนิง

“ลูกดอกข้าทำความสะอาดและเติมจนเต็มแล้ว ยี่สิบเก้านัดไม่ขาดไม่เกิน” นึกถึงลูกดอกที่ปักลงไปยังลำคอของลั่วอวี้ กว่านางจะไปเก็บกลับมาลูกดอกก็หายไปแล้ว!!!

“จำเอาไว้ว่าใช้เฉพาะที่จำเป็น เจ้าเคยบอกว่าในเมืองหลวงสังหารคนพร่ำเพรื่อไม่ได้ ดังนั้นขอเพียงพวกเขาเข้าใกล้เจ้าไม่ได้ก็คงเพียงพอแล้ว จุดที่เหมาะที่สุดคือปลายเท้า หัวเข่า แต่หากโดนจุดพวกนี้แล้วคนผู้นั้นยังสามารถเข้าใกล้เจ้า หัวไหล่เหนือไหปลาร้าจะรั้งเขาให้ช้าลงได้”

---ข้ากลัว--- เฟิ่งหนิงยอมรับออกมา

---ข้ารู้ แต่เจ้าจะมีข้าอยู่กับเจ้าเสมอ ที่สำคัญไปกว่านั้น ก่อนชิงเจี้ยนสิ้นใจ เขาส่งจดหมายไปหาหนานฉีหวางแล้ว ได้ยินมาว่าหนานฉีหวางผู้นี้เคยติดค้างมารดาของเจ้าเรื่องหนึ่ง เขาต้องช่วยเจ้าแน่ ขอเพียงมีเขาเจ้าจะปลอดภัย---

เฟิ่งหนิงพยักหน้า

หน้าจวนอัครเสนาบดีมีคนคุ้มกันแน่นหนา หลังแจ้งกับคนดูแลประตูพร้อมส่งหยกเพื่อให้เข้าไปรายงาน ไม่นานหวังเซียวก็วิ่งกระหืดกระหอบออกมา

“ข้าน้อยหวังเซียว ถวายพระพรองค์...” ยังไม่ทันที่หวังเซียวจะกล่าวจบ เซี่ยไห่ถางก็เดินเข้ามาประคองเขาขึ้น

“ท่านอัครเสนาบดี เข้าไปสนทนากันด้านในดีหรือไม่” นางขมวดคิ้วมองไปโดยรอบ

หวังเซียวที่ตื่นเต้นดีใจจนลืมตัวก็คล้ายนึกขึ้นได้ เขาน้ำตาคลอเล็กน้อยจากนั้นรีบผายมือ ขณะที่มองเฟิ่งหนิงเดินผ่านเข้าประตูจวน เขามองตามอีกฝ่ายไปด้วยดวงตายินดียิ่ง

เมื่อทั้งหมดเข้าไปถึงห้องโถงหวังเซียวไล่คนทั้งหมดให้ถอยออกไป “องค์หญิงในที่สุดก็ทรงกลับมา”

“ท่านอัครเสนาบดี นางส่งเสียงไม่ได้ ปีนั้นที่นางกำนัลพานางหลบหนีออกไปจากขบวนเสด็จ นางถูกพิษจนทำลายกล่องเสียง แม้ตอนนี้รักษาหายแต่ยังคงส่งเสียงไม่ได้” เซี่ยไห่ถางคลายความสงสัยให้อัครเสนาบดีชรา ทันทีที่เขามองเฟิ่งหนิงใช้ภาษามือกับเซี่ยไห่ถาง

“อ้อ ที่แท้เป็นเช่นนี้ แล้วเจ้า...”

“ข้า...แซ่เซี่ย นามไห่ถาง”

“เซี่ยไห่ถาง” หวังเซียวเบิกตาอ้าปาก “ไห่ถาง...แซ่เซี่ย หรือว่าเจ้า...เจ้าก็คือบุตรสาวคนเดียวของปราชญ์หญิงแคว้นต้าเยวี่ย?!”

หญิงสาวก่นด่าชิงเจี้ยนไปหลายคำรบ เขาไม่เห็นเคยบอกว่าเซี่ยไห่ถางผู้นี้มีฐานะอะไร บอกเพียงเป็นน้องสาวต่างมารดาเท่านั้น น่าตายนัก!!!

“แล้วนี่...จอมยุทธ์ชิงเจี้ยนเล่า เหตุใดไม่มาด้วย”

“เขาตายไปแล้ว” วูบหนึ่งนางมองเห็นดวงตาวูบไหวด้วยความตกใจของหวังเซียว เห็นชัดว่าชิงเจี้ยนรู้จักกับอัครเสนาบดีแคว้นต้าเยวี่ยเป็นอย่างดี

“ท่านอัครเสนาบดี ข้ามีเรื่องหนึ่งอย่างขอร้องท่าน”

[1] ช่วงเวลาบ่ายสามโมง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 4.4

    ในงานเลี้ยงซึ่งเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความครื้นเครง เซี่ยไห่ถางกลับมองไม่ออกว่างานเลี้ยงนี้จัดขึ้นเพื่อเฟิ่งหนิงจริงๆ หรือเป็นเพียงงานเลี้ยงที่เปิดโอกาสให้ขุนนางทั้งหลายสามารถอวดอ้างความร่ำรวย มั่งคั่ง กระทั่งสามารถเปิดโอกาสให้บุตรสาวตระกูลขุนนางใหญ่ สามารถเข้ามาพบปะกับบุตรชายตระกูลสูงศักดิ์ จากนั้นก็ยกยอกันไปมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเงยหน้าขึ้นมองฮ่องเต้ที่พระพักตร์เรียบเฉย ฮองเฮาที่วางท่าสูงส่งสง่างาม ส่วนเฟิ่งหนิงผู้เป็นเจ้าของงานกลับเพียงนั่งเงียบ แม้นานๆ ครั้งจะมีของกินน่าสนใจเด็กสาวก็จะเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกายที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือการที่สตรีจวนต่างๆ ล้วนผลัดกันส่งสายตาหวานซึ้งไปให้หนานฉีหวาง ซึ่งบัดนี้เอาแต่สนใจสุราและอาหารเลิศรสตรงหน้า แม้แต่คนงามที่กำลังร่ายรำด้วยท่าทีอ่อนช้อย เขาก็ไม่แม้แต่จะชายตาแล---เฮ้อ น่าเบื่อยิ่ง--- หญิงสาวลอบใช้ภาษามือกับเฟิ่งหนิง ---ข้าอยากไปสูดอากาศด้านนอก เจ้าจะไปด้วยหรือไม่ หากไปอีกครู่หนึ่งตามออกมานะ ใช้ข้ออ้างว่าจะไปสุขาก็แล้วกัน---เฟิ่งหนิงพยักหน้าช้าๆ จากนั้นมองตามเซี่ยไห่ถางที่เดินออกมาจากโถงจัดงานเลี้ยง ไม่นานหญิงสาวทั้งสองก็มาพบกันที่ทางเดิน

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 4.3

    “นั่นสิลำบากแย่เลย แต่ข้าว่าก็ดีนะ ใช่หรือไม่จวินหนิง วันๆ ไม่ต้องพูดกับผู้ใด ไม่มีใครคอยกวนใจด้วย อยู่เงียบๆ ก็ออกจะสงบ แต่อาจลำบากหากวันใดแต่งงานถึงอย่างนั้นข้าก็ว่าผู้ที่แต่งงานกับเจ้าต้องเข้าใจแน่ๆ ดีไม่ดีหากแต่งให้บุรุษที่ยอมพูดมากๆ หน่อย ชีวิตบั้นปลายอาจไม่เงียบเหงา”“ทำไมเล่าเพคะองค์หญิง”“ก็เขาพูดแทนหมดแล้วอย่างไรเล่า” กล่าวจบทั้งสองก็หัวเราะออกมาราวกับพานพบเรื่องตลกขบขันเฟิ่งหนิงและเซี่ยไห่ถางเพียงมองเฟิ่งจิ้งและซวี่อิงอิงต่างเล่นละครรับกันไปมาด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ มองเผินๆ อาจดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจ แต่การย้ำเรื่องเดิมๆ ไปมา ทั้งที่เรื่องเฟิ่งหนิงไม่อาจส่งเสียงพูดเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ฮ่องเต้รักเฟิ่งหนิงมากจนกำชับเรื่องนี้กับทุกๆ ตำหนักให้ระมัดระวัง ไม่มีทางที่สตรีตรงหน้าทั้งสองจะไม่รู้...ถึงอย่างนั้นอยู่ๆ ก็มีเสียงทักทายขึ้นจากอีกฟาก“บังเอิญยิ่งข้ากำลังจะไปหาที่ตำหนัก เฟิ่งหนิงที่แท้เจ้าเองก็ออกมาเดินเล่นหรอกหรือ” หนานฉีหวางเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม ในมือยังมีกล่องไม้ลงรักขนาดเล็กแกะลายงดงาม“ถวายพระพรเสด็จอาเพคะ”“ถวายพระพรท่านอ๋อง”เฟิ่งหนิงและเซี่ยไห่ถางเพียงยอบกายให้เขาจาก

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 4.2

    เรื่องที่องค์หญิงเฟิ่งจวินหนิงกลับวังหลวง ถือได้ว่าเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจมากแล้ว ถึงอย่างนั้นเรื่องที่บุตรสาวปราชญ์หญิงเซี่ยปรากฏตัว ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในความคิดของผู้ใดมาก่อนทุกอย่างเป็นไปตามที่เฟิ่งอวิ๋นฉีกล่าว ขอเพียงหญิงสาวแสดงท่าทีสุขุมห่างเหิน วางตัวให้เย่อหยิ่งสูงส่ง ไม่ว่าจะเป็นนางกำนัล ขันที รวมไปถึงเหล่าราชองครักษ์ในวังหลวง ทุกคนล้วนแสดงท่าทีกริ่งเกรงทั้งสิ้นได้ยินเฟิ่งหนิงกล่าวว่าปราชญ์หญิงเซี่ยทั้งเคร่งครัดและจริงจังในกฎธรรมเนียม ปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบจารีตอันดีงาม ตลอดชีวิตสร้างเพียงคุณงามความดีมีชื่อเสียงอันน่าเลื่อมใส แต่เพราะอาการป่วยนางจึงปลีกตัวไปจากเมืองหลวง กระทั่งมีข่าวว่าคลอดบุตรสาวคนหนึ่งเงียบๆ ก่อนสิ้นใจ“ทูลองค์หญิง อีกสองวันจะมีงานเลี้ยงต้อนรับที่ทรงกลับมา ดังนั้นฮองเฮาจึงส่งนางกำนัลและขันทีเข้ามาดูแลเรื่องต่างๆ ให้ ขอทรงมีรับสั่ง...” กล่าวจบขันทีที่รายงานก็กระอักกระอ่วน เนื่องจากลืมไปว่าเฟิ่งจวินหนิงไม่อาจส่งเสียงพูด“สมควรทำเช่นไรก็ทำเช่นนั้น พวกเจ้าออกไปได้แล้ว” เสียงเย็นเยียบของเซี่ยไห่ถางทำให้ขันทีผู้นั้นสะดุ้ง เขาค้อมกายลงต่ำรับคำจากนั้นรีบล่าถอ

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 4.1

    ไม่ใช่แค่เฟิ่งอวิ๋นฉีที่มองเซี่ยไห่ถางในชุดอิสตรีทางการเก้าชั้นด้วยสายตาประหลาดใจ หญิงสาวเองก็มองเขาในชุดขุนนางประดับหมวกยศด้วยสายตาไม่ต่างกัน ในยามที่เขาอยู่ข้างนอกเขาคล้ายคุณชายบัณฑิตที่ดูไร้พิษสง แต่เมื่อสวมชุดขุนนางเขากลับดูน่าเกรงขามกว่าที่คิดเฟิ่งอวิ๋นฉีมองชุดสีม่วงเข้มปักลายพร้อมผมยาวสลวยที่เกล้ายึดด้วยปิ่นหยก ฮูหยินอัครเสนาบดีช่างเป็นคนที่มีสายตาแหลมคม ในระยะเวลาอันสั้นกลับสามารถหาชุดและเครื่องประดับที่เหมาะสมกับหญิงสาวมาได้ช่าง...น่านับถือยิ่งนักเมื่อสวมชุดบุรุษนางดูสง่าผ่าเผยและองอาจเยี่ยงชาวยุทธ์ แต่เมื่อสวมชุดของอิสตรีแม้ยังคงมีท่าทีไม่คุ้นชิน แต่นางกลับยังคงน่ามองทั้งยังไม่เหลือคราบจอมยุทธ์หญิงซึ่งสามารถสังหารคนโดยที่ตาไม่กะพริบ“สองมือสอดประสานปล่อยแขนเสื้อทิ้งตัวลงตรงหน้าขา ยืดหลังตรง เดินให้ช้าลง หรุบดวงตาลงต่ำเล็กน้อย ไม่ต้องมอง ไม่ต้องสนใจผู้ใด ปราชญ์เซี่ยเป็นคนเย่อหยิ่งไม่หวั่นไหวกับสิ่งรอบข้าง เจ้าทำเช่นนางได้ย่อมกีดกันพวกที่ชอบสร้างปัญหาออกไปให้ห่าง พวกเขาไม่มีทางกล้าล่วงเกินเจ้าหากรู้ว่าเจ้าเป็นบุตรสาวของนาง”เซี่ยไห่ถางทำตามสิ่งที่เฟิ่งอวิ๋นฉีกระซิบบอก จากนั้น

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 3.4

    “ในเมื่อคนก็ได้พบแล้ว เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเห็นจะดี กลางยามเฉิน[1]ข้าจะนำรถม้ามารับองค์หญิงเข้าวังหลวง” เฟิ่งอวิ๋นฉีลุกขึ้น เขาหรุบดวงตาลงซุกซ่อนประกายเจ้าเล่ห์ไม่ให้เผยออกมา“ช้าก่อน” เซี่ยไห่ถางขมวดคิ้วก่อนเอ่ยปากรั้งเขาเอาไว้ “ท่านอ๋อง ไม่ทราบหากข้าขอรบกวนเวลาสักครู่จะทรงสะดวกหรือไม่”ไม่มีใครเห็นว่ามุมปากของอ๋องหนุ่มมีรอยยิ้มผุดขึ้น เขาหมุนตัวกลับมามองนาง “แม่นางเชิญกล่าว”หญิงสาวมองทุกคนด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ นางก้มลงมองเฟิ่งหนิงจงใจพูดกับอีกฝ่ายโดยไม่ใช้ภาษามือ “กลับเรือนไปก่อน ข้ายังมีเรื่องที่ต้องหารือกับท่านอ๋อง”เฟิ่งหนิงมองคนทั้งสองสลับกัน ---ข้าอยู่ไม่ได้หรือ---“ข้าสัญญาจะเล่าให้ฟังทุกเรื่อง”เฟิ่งหนิงพยักหน้าจากนั้นเดินออกไปอย่างเชื่อฟัง หวังเซียวเห็นเช่นนั้นก็เข้าใจจึงขอตัวออกไปด้านนอก คนของเฟิ่งอวิ๋นฉีเองก็ถอยออกไปห่างจากประตู“แม่นางเซี่ยมีเรื่องใดหรือ”“เดาว่าทรงตระหนักดีถึงความนัยที่ชิงเจี้ยนเขียนในจดหมาย”“ก็ไม่นับว่าคาดเดายาก การลอบปลงพระชนม์พระสนมไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่คดีกลับปิดลงอย่างมีเงื่อนงำ ฮ่องเต้แม้ทรงอยากสืบสาวแต่เพราะขาดทั้งพยานและหลักฐานให้เกี่ยวโยงไปหาคนที่อย

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 3.3

    “ไม่ปิดบังท่าน ข้ามาเพราะมีเรื่องหนึ่งอยากปรึกษา” ด้วยตลอดมาเขาเองก็ตระหนักดีว่าหวังเซียวเป็นขุนนางตงฉิน อีกทั้งองค์หญิงเฟิ่งจวินหนิงที่หลบเร้นไปหลายปี กลับเลือกที่จะมาหาหวังเซียว ดังนั้นเฟิ่งอวิ๋นฉีจึงไม่อยากอ้อมค้อม เขาส่งจดหมายให้อีกฝ่ายทันทีหวังเซียวอ้าปากค้างทันทีที่เปิดจดหมาย “นะ...นี่เป็นลายมือของชิงเจี้ยน ใช่แน่ๆ ข้าจำไม่ผิด ไม่มีทางจำผิด”“ชิงเจี้ยน?” เฟิ่งอวิ๋นฉีขมวดคิ้วหวังเซียวยิ้มก่อนถอนหายใจออกมา “เรื่องนี้หากจะเท้าความก็ยาวเล็กน้อย ท่านอ๋องอยู่ชายแดนเหนือตลอดดังนั้นอาจไม่เคยได้ยิน เดิมทีนั้นปราชญ์หญิงแคว้นต้าเยวี่ยไม่ได้มีอวี๋กุ้ยเฟยเป็นน้องสาวเพียงคนเดียว แท้ที่จริงพวกนางยังมีพี่ชายอีกคน คนผู้นี้ก็คือกระบี่เดียวดายชิงเจี้ยน น่าเสียดายที่เขาสิ้นใจไปเมื่อไม่นานมานี้ ยังดีที่หลังเขาสิ้นใจแม่นางเซี่ย บุตรสาวคนเดียวของปราชญ์หญิงก็พาองค์หญิงเฟิ่งจวินหนิงเดินทางกลับเมืองหลวง”“ช้าก่อน” เฟิ่งอวิ๋นฉีเลิกคิ้วก่อนหันไปสบตาคนสนิทของตนทั้งสองที่ต่างก็มีท่าทีประหลาดใจ อ๋องหนุ่มจ้องหวังเซียวเขม็ง “ท่านบอกว่าหลังชิงเจี้ยนสิ้นใจ หนึ่งสตรี หนึ่งเด็กสาว เดินทางจากตะวันออกมายังเมืองหลวง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status