หนานฉีหวางเฟย

หนานฉีหวางเฟย

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-20
โดย:  หรงเย่า / นาย่าอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
16บท
54views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เขาชอบสะสมยอดฝีมือไว้ข้างกายจึงถูกนางดึงดูด นางจำเป็นต้องใช้เขาปกป้องคนผู้หนึ่ง ดังนั้นชะตาจึงคล้ายถูกผูกเอาไว้กับเขา หนานฉีหวาง เฟิ่งอวิ๋นฉี อ๋องหนุ่มผู้ซึ่งไร้วรยุทธ์ แต่กลับมีฐานะเป็นถึงจอมทัพปกป้องแดนเหนือของแคว้นต้าเยวี่ย ทุกอย่างที่ทำเขาล้วนทำเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง ทำให้ยอดฝีมือและกุนซือมากมายยอมอยู่รับใช้ข้างกาย ในวัยเยาว์เคยถูกลุงแท้ๆ วางยาพิษ ทำให้ร่างกายต่อต้านสมุนไพรและพิษทุกชนิด เซี่ยไห่ถาง หญิงสาวผู้ซึ่งเดินทางมากับองค์หญิงต้าเยวี่ย ฐานะหนึ่งนางเป็นบุตรสาวของปราชญ์ต้าเยวี่ย แต่อีกฐานะของนางกลับเต็มไปด้วยปริศนาที่นางเองก็ไม่อาจไข ที่รู้ๆ คือนางมาจากที่อื่น เป็นที่ที่ไกลมาก เพราะฝีมือของนางทำให้เฟิ่งอวิ๋นฉีรู้สึกสนใจ กระทั่งได้พบกันอีกครั้งเพราะโชคชะตา ทั้งสองจึงถูกผูกเอาไว้ด้วยกัน กระทั่งที่สุดแล้วนางเองจึงพบว่าเขาเป็นบุรุษที่ไม่เลวเลย...

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1.1

ข่าวลือเรื่องที่ลั่วเซิงผู้ซึ่งเป็นถึงจ้าวยุทธ์คนปัจจุบันกำลังจะทำพิธีล้างมือในอ่างทองคำ ทำให้ชาวยุทธ์ที่มีชื่อเสียงต่างพากันเดินทางมายังเสวี่ยซาน ในบรรดาชาวยุทธ์มากมายส่วนหนึ่งมาเพื่อเป็นสักขีพยาน อีกส่วนมาเพื่อชื่นชมความยิ่งใหญ่มั่งคั่งของคนตระกูลลั่ว แต่อีกส่วนกลับมาเพียงเพื่อชมดูความครึกครื้น

หนึ่งในจำนวนคนที่มาเพียงเพื่อชมดูความครึกครื้น ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่าเขาจะมีฐานะเป็นถึงท่านอ๋องแคว้นต้าเยวี่ย บุรุษที่แม้ไม่มีวรยุทธ์แต่กลับสามารถนำพาแคว้นต้าเยวี่ยพ้นภัยจากการรุกรานของแคว้นเป่ยโจว[1]

ลือกันว่าเขาเป็นเพียงบุรุษที่มีท่าทางคล้ายบัณฑิตอ่อนแอ หากแต่เพราะเขารู้จักเลือกใช้คน ดังนั้นข้างกายเขาจึงมียอดฝีมือมากมายอยู่ข้างกายเพื่อรับใช้

ว่ากันว่าแม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องให้เกียรติอนุชาผู้นี้อยู่หลายส่วน ขุนนางในราชสำนักแคว้นต้าเยวี่ยย่อมไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกินเขา ดังนั้นฐานะของเขาในแคว้นต้าเยวี่ยจึงนับว่าเป็นรองเพียงหนึ่ง แต่อยู่เหนือคนทั้งใต้หล้าอย่างแท้จริง

...หนานฉีหวาง เฟิ่งอวิ๋นฉี

การปลอมตัวมาชมดูความครึกครื้นครานี้ นัยหนึ่งมาเพื่อสอดส่องชายแดนตะวันออก อีกนัยก็เพราะข่าวลือที่เริ่มหนาหูขึ้น เกี่ยวกับกองทัพของตงโจวที่ลอบเคลื่อนไหวยังชายแดนตะวันออก

เฟิ่งอวิ๋นฉี...บุรุษอ่อนแอปวกเปียกราวกับคนอมโรค กำลังนั่งปะปนอยู่กับชาวยุทธ์มากมายที่กำลังตื่นเต้นงานเลี้ยงอันยิ่งใหญ่ของตระกูลลั่ว ถึงอย่างนั้นข้างกายเขากลับมียอดฝีมือสองคนยืนขนาบซ้ายขวา มองไปยังด้านขวาห่างออกไปสิบก้าวก็มียอดฝีมืออีกสองคน ด้านหลังอีกสาม ซ้ายมืออีกหนึ่ง เห็นชัดว่าการมาครั้งนี้ไม่ได้ประมาทแม้แต่น้อย

ถึงอย่างนั้นไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าพิธีล้างมือในอ่างทองคำของจ้าวยุทธ์ จะยุ่งเหยิงวุ่นวายขึ้นทันทีที่เจ้าของงานปรากฏกาย ลั่วเซิงจ้องเขม็งไปยังบุรุษที่กำลังใช้มือดันล้อรถเข็นซึ่งยึดกับเก้าอี้ไม้เข้ามาช้าๆ รถเข็นรูปร่างประหลาดแต่กลับสามารถทำให้ชายพิการผู้หนึ่ง สามารถขยับเขยื้อน รวมไปถึงเคลื่อนไหวไปตามทางเดิน เรียกความสนใจของผู้คนในงานได้เป็นอย่างดี

บุรุษพิการผู้นั้นไม่ได้รีบร้อน เขาเพียงเข็นรถไปหยุดตรงหน้าลานซึ่งมีบันไดสูง จากนั้นค่อยๆ ยกมือขึ้นถอดหมวกคลุมออกจากศีรษะ ใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยนของเขากลับทำให้ลั่วเซิงถึงกับใบหน้าซีดเผือด

เสียงฮือฮาพร้อมกับเสียงซุบซิบอื้ออึงดังขึ้น เฟิ่งอวิ๋นฉีส่งสัญญาณให้คนของตนใจเย็นๆ รอดูสถานการณ์ตรงหน้า เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนข้างๆ เป็นเชิงถาม

ไป๋จื่อก้าวเข้ามาพร้อมกระซิบเสียงเบา “คนผู้นี้หากข้าน้อยเดาไม่ผิดน่าจะเป็น ชิงเจี้ยน กระบี่เดียวดายผู้มีชื่อเสียงโด่งดังผู้นั้น สิบห้าปีก่อนเพราะเกิดเรื่องชิงรักหักสวาทกับลั่วอวี้ เขาถึงกับสังหารคนในจวนของลั่วอวี้จนสิ้น หลังจากเกิดเรื่องได้เพียงเดือนเดียวลั่วเซิงก็ตามไปแก้แค้น ที่จริงเขานับเป็นคนที่ตายไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าเหตุใดวันนี้จึงปรากฏตัวขึ้น”

เฟิ่งอวิ๋นฉีพยักหน้ารับรู้ จากนั้นสถานการณ์ที่ตึงเครียดก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ร่างของบุรุษวัยกลางคนถูกโยนตัวลอยเข้ามา ร่างท้วมหล่นลงไปตรงหน้ารถเข็นของชิงเจี้ยนอย่างแม่นยำ พร้อมกันนั้นเงาร่างในชุดสีขาวก็เหินกายเข้ามา

นาง...เป็นสตรีที่แต่งกายเช่นบุรุษ

เรือนผมรวบสูงตึงแน่นยึดด้วยปิ่นหยกเรียบๆ ชุดรัดกุมสีขาวทั้งชุด ปลิวสะบัดไปกับสายลมในยามที่นางเหินกายลงยืนบนพื้นอย่างมั่นคง

“วิชาตัวเบาล้ำเลิศ” ไป๋จื่อลอบอุทาน

เฟิ่งอวิ๋นฉีมองใบหน้าเย็นชาของสตรีนางนั้น ท่วงท่าสง่างามแต่กลับดูเยือกเย็นน่ากลัว ไหล่เหยียดตรง แขนข้างหนึ่งไขว้กับบั้นเอวเบื้องหลัง อีกข้างยื่นไปจับพนักรถเข็นของชิงเจี้ยน

“เป็นเขา! ลั่วอวี้ นั่นเป็นลั่วอวี้ไม่ผิดแน่ มิใช่ว่าเขาถูก...ถูกชิงเจี้ยนสังหาร...ดังนั้น....ดังนั้น...”

คนที่สมควรตายสองคนกลับยังคงมีชีวิตอยู่ ส่วนคนที่ยิ่งใหญ่เป็นหนึ่งในยุทธภพอย่างลั่วเซิง กลับปั้นหน้าหลอกลวงผู้คนไปทั่ว เขากล่าวอ้างว่าตำราเพลงกระบี่เดียวดายที่ตนได้มานั้น ไม่ใช่เป็นการช่วงชิงมา แต่กลับพูดได้อย่างไม่ละอายว่าได้มาหลังจากประมือชนะและสังหารชิงเจี้ยนเพื่อแก้แค้นให้ผู้เป็นน้องชาย...

แม้ชิงเจี้ยนยังคงไม่เอ่ยปาก แต่การที่ลั่วอวี้ยังคงมีชีวิตกลับทำให้ผู้คนเริ่มคาดเดาไปต่างๆ นานา

“พะ...พี่ใหญ่ช่วยข้าด้วย นะ...นางฝีมือร้ายกาจยิ่ง นาง...นางยังฝึกกระบี่เดียวดายสำเร็จแล้วด้วย นาง...”

“หุบปาก!!” ลั่วเซิงตวาดดังลั่น

“ลั่วเซิง” อยู่ๆ ชิงเจี้ยนก็ตะโกนเสียงดังเขาหัวเราะออกมาราวกำลังขบขันเสียเต็มประดา “เจ้าช่างลำบากเสียจริงๆ ซ่อนน้องชายเอาไว้หลังเขานานถึงสิบห้าปี จัดฉากว่าข้าสังหารผู้คนเกือบร้อยชีวิต ใช้ข้ออ้างให้คนในยุทธภพมากมายตามล่าสังหารคนรอบกายข้า เพียงเพื่อให้ได้เคล็ดวิชากระบี่เดียวดาย เจ้า...อยากรู้หรือไม่สิบห้าปีมานี้เหตุใดเจ้าจึงฝึกกระบี่เดียวดายไม่สำเร็จสักที”

[1] แคว้นทางเหนือของต้าเยวี่ย

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
16
บทที่ 1.1
ข่าวลือเรื่องที่ลั่วเซิงผู้ซึ่งเป็นถึงจ้าวยุทธ์คนปัจจุบันกำลังจะทำพิธีล้างมือในอ่างทองคำ ทำให้ชาวยุทธ์ที่มีชื่อเสียงต่างพากันเดินทางมายังเสวี่ยซาน ในบรรดาชาวยุทธ์มากมายส่วนหนึ่งมาเพื่อเป็นสักขีพยาน อีกส่วนมาเพื่อชื่นชมความยิ่งใหญ่มั่งคั่งของคนตระกูลลั่ว แต่อีกส่วนกลับมาเพียงเพื่อชมดูความครึกครื้นหนึ่งในจำนวนคนที่มาเพียงเพื่อชมดูความครึกครื้น ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่าเขาจะมีฐานะเป็นถึงท่านอ๋องแคว้นต้าเยวี่ย บุรุษที่แม้ไม่มีวรยุทธ์แต่กลับสามารถนำพาแคว้นต้าเยวี่ยพ้นภัยจากการรุกรานของแคว้นเป่ยโจว[1]ลือกันว่าเขาเป็นเพียงบุรุษที่มีท่าทางคล้ายบัณฑิตอ่อนแอ หากแต่เพราะเขารู้จักเลือกใช้คน ดังนั้นข้างกายเขาจึงมียอดฝีมือมากมายอยู่ข้างกายเพื่อรับใช้ว่ากันว่าแม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องให้เกียรติอนุชาผู้นี้อยู่หลายส่วน ขุนนางในราชสำนักแคว้นต้าเยวี่ยย่อมไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกินเขา ดังนั้นฐานะของเขาในแคว้นต้าเยวี่ยจึงนับว่าเป็นรองเพียงหนึ่ง แต่อยู่เหนือคนทั้งใต้หล้าอย่างแท้จริง...หนานฉีหวาง เฟิ่งอวิ๋นฉีการปลอมตัวมาชมดูความครึกครื้นครานี้ นัยหนึ่งมาเพื่อสอดส่องชายแดนตะวันออก อีกนัยก็เพราะข่าวลือที่เริ่มหนาหู
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.2
อยู่ๆ ชิงเจี้ยนก็ส่งกระบี่ให้หญิงสาวชุดขาว นางมองเขานิ่งก่อนรับกระบี่มาเฟิ่งอวิ๋นฉีหรี่ดวงตามองเมื่อเห็นริมฝีปากของหญิงสาวขยับ ‘ไว้ชีวิต หรือสังหารสิ้นทั้งพี่ทั้งน้อง’ นางถามชิงเจี้ยนแต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายนั่งหันหลังให้ ดังนั้นเฟิ่งอวิ๋นฉีจึงไม่รู้คำตอบจากอีกฝ่าย“ได้ยินมาว่าลั่วเซิงฝีมือร้ายกาจมาก?”ไป๋จื่อได้ยินก็ค้อมกายลงมาหาผู้เป็นนาย กระซิบตอบ “ขอรับ นับจากชิงเจี้ยนที่เคยประมือและเอาชนะเขาได้เมื่อสิบหกปีก่อน จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถเอาชนะเขา แต่ตอนที่เกิดเรื่องการตามล่าล้างแค้น ข้าน้อยเคยได้ยินข่าวลือมาว่าลั่วเซิงใช้คนมากกว่าจึงสามารถเอาชนะกระทั่งแทงอีกฝ่ายไปหลายกระบี่ วันนั้นมีคนเห็นเหตุการณ์ แต่น่าแปลกที่ทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าชิงเจี้ยนตายไปแล้ว”“นาง...น่าจะอายุไม่ถึงสิบแปด?”ไป๋จื่อเลิกคิ้วมองตามสายตาผู้เป็นนาย “นาง?” เขากะพริบตามองเด็กหนุ่มชุดขาวที่กำลังเหินกายขึ้นไปบนแท่นอ่างทองคำ “สตรี?”เฟิ่งอวิ๋นฉีเหลือบสายตามองคนของตนจากนั้นถอนหายใจพร้อมส่ายหน้า “เจ้าสมควรมองคนให้ปรุโปร่งมากกว่านี้ นางไม่พยายามปกปิดแม้แต่น้อยว่าเป็นสตรี นัยว่าที่แต่งตัวเช่นนี้ก็เพื่อความ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.3
ริมทะเลสาบอันเงียบสงบเงาร่างโดดเดี่ยวกำลังนั่งอยู่บนรถเข็น สายตาเหม่อลอยไม่อาจหาจุดสิ้นสุด กระทั่งทำให้คนที่กำลังยืนมองอยู่ห่างๆ เกิดความกังวลแรงสะกิดจากแขนเสื้อทำให้หญิงสาวก้มหน้าลงมอง เด็กสาววัยสิบสองปีสบตากับนาง เมื่อเห็นนางยังคงนิ่งไม่ขยับเด็กสาวก็รีบยกมือขึ้นใช้ภาษามือ---ท่านรีบเข้าไปหาเขาเร็วเข้า หาไม่เขาอาจกระโดดลงไปในทะเลสาบ---หญิงสาวหัวเราะเสียงเบาจากนั้นใช้ภาษามือพูดคุยกับเด็กสาว ---ข้าไม่ทำอะไรโดยไม่มีผลตอบแทนจำได้หรือไม่ เจ้าต้องเรียกชื่อข้าก่อน จากนั้นข้าจะไปพาเขากลับเข้ามา---[1]เด็กสาวหน้ามุ่ยด้วยความไม่พอใจ ถึงอย่างนั้นนางกลับเม้มปากก่อนพยายามส่งเสียง “....อ...อี...”“ได้แล้วนี่” หญิงสาวยิ้มกว้างด้วยความยินดี “ชิงเจี้ยน หลานสาวของท่านส่งเสียงได้แล้ว!”ชิงเจี้ยนหันกลับมาพร้อมกับเลิกคิ้ว เขาใช้แรงจากฝ่ามือเลื่อนล้อรถเข็นกลับมาหาคนทั้งสอง “เฟิ่งหนิงพูดได้แล้ว?”“นางแค่เรียกชื่อของข้า แม้เสียงจะเบาแต่ก็นับว่าใช่”เมื่อกล่าวถึงตรงนี้หญิงสาวกลับชะงักพร้อมกับมองไปยังทะเลสาบตรงหน้า ดวงตาเผยประกายเศร้าสร้อยขึ้นวูบหนึ่ง ความทรงจำเลือนลางคล้ายเพิ่งเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะพยายามนึก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.4
รุ่งเช้าวันต่อมาเฟิ่งหนิงกลับเข้มแข็งกว่าที่หญิงสาวคาด เด็กสาวไม่ร้องไห้แม้ด้วงตาแดงก่ำ นางมารู้ทีหลังว่าอีกฝ่ายได้สัญญากับชิงเจี้ยนเอาไว้ หากเขาสิ้นใจห้ามนางร้องไห้เสียใจจนเสียสุขภาพ ให้นางติดตามและเชื่อฟังตนดีๆ อย่าดื้อ อย่าเหลวไหลทั้งสองช่วยกันฝังศพของชิงเจี้ยนเอาไว้ริมทะเลสาบ ข้างๆ กันนั้นยังมีหลุมศพอีกหลุมที่ไม่มีป้ายชื่อ ความลับนี้มีเพียงหญิงสาว เฟิ่งหนิง และชิงเจี้ยนที่ล่วงรู้ว่าหลุมศพนั้นเป็นของผู้ใดเก็บข้าวของจากนั้นเผากระท่อมและออกเดินทาง มองเห็นทะเลสาบลับสายตาหัวใจของเซี่ยไห่ถางสงบกว่าที่คาด หลักฐานหนึ่งเดียวเกี่ยวกับตัวนางอยู่ที่นี่ก่อนหน้านี้นางดำน้ำลงไปยังพื้นผิวทะเลสาบ ที่นั่นมียานรูปทรงประหลาดแต่เป็นวิวัฒนาการล้ำหน้าซึ่งไม่มีทางมีในยุคล้าหลังนี้...มันคือสิ่งที่นำพานางมายังสถานที่แห่งนี้ขณะเดินห่างออกไปจากทะเลสาบ บทสนทนาของนางและชิงเจี้ยนยังคงดังก้องในความทรงจำ ตอนนั้นนางบาดเจ็บและไม่อาจลุกจากเตียง ความทรงจำมากมายที่นางนำมาปะติดปะต่อ‘ข้าอาจเป็น...นักฆ่า’ นางบอกเขาเช่นนั้น‘ตอนนี้เจ้าไม่ใช่แล้ว’ นางจำได้ว่าเขาตอบนางเช่นนั้นตอนที่ร่างกายของนางหายดี ขาทั้งสองข้างของ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.1
สายข่าวของเฟิ่งอวิ๋นฉีรายงานมาว่าพบการเคลื่อนพลที่น่าสงสัยในแนวเขตชายแดน เขาจำต้องแบ่งคนของตนส่วนหนึ่งออกแกะรอยหญิงสาวชุดขาวผู้นั้น ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของคนคุ้มกัน หากแต่พวกเขากลับไม่อาจขัดคำสั่งผู้เป็นนายมาถึงตอนนี้ข้างกายอ๋องหนุ่มกลับหลงเหลือคนติดตามคุ้มกันเพียงสามคน ดังนั้นตอนที่พบเข้ากับกองกำลังที่กำลังปล้นชิงกวาดต้อนชาวบ้านตามแนวชายแดน พวกเขาจึงได้แต่ยอมถูกกวาดต้อนเข้าไปในป่า ในใจเฟิ่งอวิ๋นฉีหวังว่าคนเหล่านี้อาจพาไปยังแหล่งกบดานมองดูเชลยที่ถูกกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าโจรป่า แต่อาวุธในมือกลับมองออกว่าเป็นทหารปลอมตัวมา เขามั่นใจแล้วว่าสายของตนรายงานถูกต้อง ตงโจวกำลังคิดก่อสงครามขึ้นจริงๆเพียงแต่...ยังไม่ทันได้ถูกกวาดต้อนออกไปจากหมู่บ้านเล็กๆ บุรุษร่างใหญ่กลับถูกโยนเข้ามาตรงหน้าหัวหน้ากองโจรท่ามกลางแสงยามเย็นเพราะพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า หนุ่มน้อยหน้าแฉล้มในชุดรัดกุมสีน้ำเงินก็เดินเข้ามา คิ้วเข้มของเฟิ่งอวิ๋นฉีเลิกขึ้นสูง รอยยิ้มที่มุมปากของเขาค่อยๆ ยกขึ้น“ตามหาตัวแทบพลิกแผ่นดิน ที่ไหนได้นางกลับเดินเข้ามาหาข้าเองเสียได้” เขาพึมพำเสียงเบากับคนของตนหั่วเหิงมองคนของตนที่แน่น
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-18
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.2
---ครอบครัวของเรามีกันสามตัว หมีตัวใหญ่คือชิงเจี้ยน หมีอีกตัวคือไห่ถาง ส่วนตัวเล็กคือเสี่ยวหนิง เรามีกันเพียงสามตัวในป่าใหญ่ ทุกวันออกหาของกินอิ่มหนำ ชีวิตเรียบง่ายสงบสุขผ่านไปวันแล้ววันเล่า เราไม่ต้องการสิ่งใด ขอเพียงครอบครัวเรามีสามตัวพร้อมหน้าเช่นทุกๆ วัน---ขณะที่มองเฟิ่งหนิงเดินไปนั่ง ต้าหู่ก็เดินเข้ามาถึงตัวเซี่ยไห่ถาง นางหลบกรงเล็บที่กำลังตะปบลงมาของชายร่างใหญ่ การเคลื่อนไหวรวดเร็วจนคนตรงหน้าไม่คาดคิด หญิงสาวหมุนตัวฟาดสันมือเข้าลำคอของอีกฝ่าย“อึก!” เสียงเบาๆ ดังขึ้นจากลำคอต้าหู่ แต่เขายังไม่ทันขยับเงาร่างปราดเปรียวก็เหยียบเท้าลงบนเข่าเขา หยัดตัวขึ้นฟาดศอกลงไปยังกลางกระหม่อมอย่างแรงเสียงตุบดังขึ้นตอนที่เฟิ่งหนิงสะดุ้ง แท้ที่จริงก็คือร่างใหญ่ของต้าหู่ล้มลงบนพื้นคนของหั่วเหิงเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งโกรธกรุ่น สหายถูกเล่นงานตรงหน้าถึงสองคน พวกเขาทุกคนหยิบอาวุธกรูกันเข้ามาหมายโจมตีหญิงสาว นางเลิกแขนเสื้อขึ้นจากนั้นยิงหน้าไม้ออกไปเป็นแนววงกลมเสียงสวบๆ ดังขึ้นติดๆ กัน ยังไม่ทันได้เข้าใจอะไรดีร่างของบุรุษล่ำสันกลับล้มลงคนแล้วคนเล่า กลางหน้าผากมีรอยเลือดทั้งยังมีอาวุธสังหารเสียบคาอยู่ ดวงต
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-19
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.3
เฟิ่งหนิงหันไปสบตากับเซี่ยไห่ถางแต่หญิงสาวส่ายหน้าน้อยๆ บอกเป็นเชิงว่าอย่าแสดงท่าทีใดๆ“ข้ากับสหายกำลังเดินทางเข้าต้าเยวี่ย ที่นี่เป็นชายแดนตงโจว-ต้าเยวี่ย มีข่าวว่าที่นี่กำลังจะเกิดสงครามสองแคว้น เจ้ากับน้องชายเองก็คงกำลังหนีสงครามเข้าไปยังต้าเยวี่ยกระมัง ถ้าอย่างไรมิสู้พวกเรา...”“เสี่ยวหนิง ไปล้างหน้าล้างตากันดีหรือไม่” เซี่ยไห่ถางกล่าวตัดบท นางลุกขึ้นคว้าห่อสัมภาระอีกมือคว้าข้อมือเฟิ่งหนิง ลากให้ลุกขึ้นและออกเดินตามนางไปเฟิ่งอวิ๋นฉีอ้าปากค้างกะพริบตามองตามไป หลังจากนั้นอยู่ๆ เขาก็หัวเราะออกมาเสียงเบา...ไม่เคยมีผู้ใดกล้าเสียมารยาทกับเขาเช่นนี้มาก่อน ยิ่งไม่นับว่าอีกฝ่ายเป็นสตรีชายหนุ่มยกมือเท้าคางมองตามร่างของคนทั้งสองเดินตรงไปยังบ่อน้ำของหมู่บ้าน จากนั้นหญิงสาวก็ตักน้ำขึ้นมาวักล้างมือล้างหน้า กระทั่งช่วยดูแลเด็กน้อยข้างกาย ซึ่งเขาเดาได้ไม่ยากว่าเป็นสตรีเช่นกัน“นายท่าน” เสี่ยวเฮยมองตามสายตาของผู้เป็นนาย“จับตาดูพวกนางเอาไว้ให้ดี”“ท่านคิดว่าพวกนางจะลอบออกไป? เพราะอะไรหรือขอรับ ดูแล้วนางน่าจะเป็นจอมยุทธ์หญิงที่มีคุณ...” เสี่ยวเฮยขมวดคิ้วกล่าวยังไม่ทันจบก็มองดูชาวบ้าน ชายหนุ่มให้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-19
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.4
ท่ามกลางความสิ้นหวัง...เฟิ่งอวิ๋นฉีอุ้มเด็กหญิงคนหนึ่ง ส่วนอีกมือคว้าข้อมือของเด็กชายวัยไม่เกินหกขวบ กลุ่มคนทั้งหมดถูกล้อมเอาไว้ด้วยกองกำลังที่มากฝีมือ จากจุดที่เขายืนอยู่สามารถมองเห็นประตูป้อมที่เปิดแง้มออก เงาร่างบนหลังม้าที่กำลังควบม้าออกมาตามมาด้วยฝุ่นดินชุดสีน้ำเงินเข้มปลิวสะบัดกับแรงลม เส้นผมยาวสลวยที่ถูกมัดรวบสูงพลิ้วไหวขึ้นลงตามจังหวะการควบขับม้าศึกพ่วงพีสีดำทะมึนแสงแดดส่องประกายกับกระบี่ที่เพิ่งถูกดึงออกจากฝักซึ่งห้อยอยู่กับบังเหียนม้าอยู่ๆ ใบหน้าของเฟิ่งอวิ๋นฉีก็ปรากฏรอยยิ้ม หัวใจของเขาเต้นรัวแต่ภาพทุกอย่างก็ราวกับเชื่องช้าลง ชั่วขณะนั้นไม่รู้เพราะอะไรเขาจึงมั่นใจว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยทุกคนจะต้องปลอดภัย...ความวุ่นวายสับสนหลังชาวบ้านสามารถเข้ามาในป้อม ทำให้เฟิ่งอวิ๋นฉีคลาดกับหญิงสาวอีกครั้ง เขาสอบถามคนของตนที่เข้ามาสมทบกระทั่งสามารถพาชาวบ้านเข้ามาในป้อมได้อย่างปลอดภัย แต่ทุกคนล้วนยืนยันว่านางไม่ได้ผ่านเข้าประตูมาหน้าประตูหลงเหลือเพียงม้าสีดำตัวหนึ่ง แต่คนกลับหายไปแล้ว...เฟิ่งอวิ๋นฉีขมวดคิ้วมองไปรอบๆ เขามองเห็นแผ่นหลังคุ้นเคยที่กำลังเดินแทรกผู้คนไปยังด้านหนึ่งของกำแพงเม
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-20
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3.1
ชื่อเสียงของชิงเจี้ยนเองก็อาจนำภัยมาให้เด็กสาว อีกทั้งไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมีคนออกมาตามหาอีกฝ่ายอย่างแน่นอน... ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งความปลอดภัยของเฟิ่งหนิงย่อมต้องมาก่อนสิ่งใดเห็นเด็กสาวคอตกเซี่ยไห่ถางเองก็รู้สึกเศร้า ---เจ้าก็รู้ว่าข้าจะอยู่ข้างกายเจ้า หากเจ้าต้องการ-------ข้าไม่มั่นใจในเรื่องนั้น ชีวิตในวังหลวงไม่เหมาะกับท่าน หากข้าถูกขังเอาไว้ในกรง ข้าก็ไม่ต้องการให้ท่านพลอยถูกขังไปด้วย--- เฟิ่งหนิงส่ายหน้าด้วยท่าทีจริงจัง---ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าถึงที่สุดท่านจะจากไป จะไม่ยอมไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ใด ไม่ว่าพวกเขาจะใช้ข้าเป็นเครื่องต่อรองก็ตาม---นานมากกว่าที่เซี่ยไห่ถางจะพยักหน้าช้าๆ ด้วยความจนใจ นางให้คำมั่นเช่นนั้นจริงๆ...ทั้งสองเงียบไปในที่สุด เฟิ่งหนิงนั่งลงหยิบตะเกียบขึ้นมาเงียบๆ เซี่ยไห่ถางจึงเดินไปแตะไหล่อีกฝ่าย ---ตอนนี้ไม่ต้องกังวล กินแล้วนอนเสีย เรื่องอื่นให้เป็นเรื่องของพรุ่งนี้ เราค่อยๆ หาทางออกที่ดีที่สุด---เฟิ่งหนิงยิ้มบางพร้อมพยักหน้า นางก้มลงพุ้ยข้าวเข้าปาก จนถึงตอนนี้จึงได้รู้ว่าตัวเองทั้งเหนื่อยและหิว เมื่อกินอิ่มปีนขึ้นเตียงนอนก็หลับไปทันที ถึงอย่างนั้นช่ว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-20
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3.2
“เชิญกล่าว”“การกลับมาของเฟิ่ง...องค์หญิงเฟิ่งจวินหนิง ท่านให้คนที่ไว้ใจได้เข้าไปกราบทูลฝ่าบาท อย่าให้ผู้ใดนอกจากฝ่าบาทล่วงรู้จนกว่าจะมีเกี้ยวจากวังหลวงมารับนางเข้าวังหลวงพรุ่งนี้เช้า ท่านทำได้หรือไม่”หวังเซียวขมวดคิ้ว “หรือเจ้าคิดว่า...องค์หญิงอาจทรงถูกปองร้าย?”“นางต้องหลบเร้นไปด้วยเหตุใดท่านคงไม่ต้องให้ข้าพูดย้อนความอีกกระมัง”“แต่เรื่องนั้นสอบสวนและปิดคดีไปแล้ว เป็นแม่นมของ...”“ท่านเชื่อเช่นนั้นหรือ เชื่อว่าเพียงนางกำนัลชราคนเดียวจะกล้าวางแผนลอบปลงพระชนม์อวี๋กุ้ยเฟยและองค์หญิงของแคว้นต้าเยวี่ย?”หวังเซียวเงียบไปในทันที เขาเองก็เคยสงสัยว่าคดีนี้ปิดได้ง่ายดายจนเกินไป แม้เงื่อนงำมากมายแต่กลับยากจะคลี่คลายสืบสาว ได้แต่พยายามส่งคนออกตามหาองค์หญิงไปทั่ว ผ่านไปสามปีกลับไร้ร่องรอยจนถึงวันนี้...“ตกลงข้าจะทำเช่นที่เจ้าว่า ข้าจะให้คนไปเตรียมเรือนพัก เจ้ากับองค์หญิงก็พักเสียที่นี่ ข้ารับรองว่าที่นี่ปลอดภัยแน่นอน”“เช่นนั้นก็รบกวนท่านอัครเสนาบดีด้วย”ตำหนักหล่วนเฟิ่งเป็นที่พำนักของหนานฉีหวางที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทาน ทุกครั้งที่เฟิ่งอวิ๋นฉีเดินทางเข้ามายังเมืองหลวง เขาก็จะพำนักในวังหลวงไม่ได้มี
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-20
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status