All Chapters of หนานฉีหวางเฟย: Chapter 1 - Chapter 10

16 Chapters

บทที่ 1.1

ข่าวลือเรื่องที่ลั่วเซิงผู้ซึ่งเป็นถึงจ้าวยุทธ์คนปัจจุบันกำลังจะทำพิธีล้างมือในอ่างทองคำ ทำให้ชาวยุทธ์ที่มีชื่อเสียงต่างพากันเดินทางมายังเสวี่ยซาน ในบรรดาชาวยุทธ์มากมายส่วนหนึ่งมาเพื่อเป็นสักขีพยาน อีกส่วนมาเพื่อชื่นชมความยิ่งใหญ่มั่งคั่งของคนตระกูลลั่ว แต่อีกส่วนกลับมาเพียงเพื่อชมดูความครึกครื้นหนึ่งในจำนวนคนที่มาเพียงเพื่อชมดูความครึกครื้น ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่าเขาจะมีฐานะเป็นถึงท่านอ๋องแคว้นต้าเยวี่ย บุรุษที่แม้ไม่มีวรยุทธ์แต่กลับสามารถนำพาแคว้นต้าเยวี่ยพ้นภัยจากการรุกรานของแคว้นเป่ยโจว[1]ลือกันว่าเขาเป็นเพียงบุรุษที่มีท่าทางคล้ายบัณฑิตอ่อนแอ หากแต่เพราะเขารู้จักเลือกใช้คน ดังนั้นข้างกายเขาจึงมียอดฝีมือมากมายอยู่ข้างกายเพื่อรับใช้ว่ากันว่าแม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องให้เกียรติอนุชาผู้นี้อยู่หลายส่วน ขุนนางในราชสำนักแคว้นต้าเยวี่ยย่อมไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกินเขา ดังนั้นฐานะของเขาในแคว้นต้าเยวี่ยจึงนับว่าเป็นรองเพียงหนึ่ง แต่อยู่เหนือคนทั้งใต้หล้าอย่างแท้จริง...หนานฉีหวาง เฟิ่งอวิ๋นฉีการปลอมตัวมาชมดูความครึกครื้นครานี้ นัยหนึ่งมาเพื่อสอดส่องชายแดนตะวันออก อีกนัยก็เพราะข่าวลือที่เริ่มหนาหู
last updateLast Updated : 2026-03-18
Read more

บทที่ 1.2

อยู่ๆ ชิงเจี้ยนก็ส่งกระบี่ให้หญิงสาวชุดขาว นางมองเขานิ่งก่อนรับกระบี่มาเฟิ่งอวิ๋นฉีหรี่ดวงตามองเมื่อเห็นริมฝีปากของหญิงสาวขยับ ‘ไว้ชีวิต หรือสังหารสิ้นทั้งพี่ทั้งน้อง’ นางถามชิงเจี้ยนแต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายนั่งหันหลังให้ ดังนั้นเฟิ่งอวิ๋นฉีจึงไม่รู้คำตอบจากอีกฝ่าย“ได้ยินมาว่าลั่วเซิงฝีมือร้ายกาจมาก?”ไป๋จื่อได้ยินก็ค้อมกายลงมาหาผู้เป็นนาย กระซิบตอบ “ขอรับ นับจากชิงเจี้ยนที่เคยประมือและเอาชนะเขาได้เมื่อสิบหกปีก่อน จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถเอาชนะเขา แต่ตอนที่เกิดเรื่องการตามล่าล้างแค้น ข้าน้อยเคยได้ยินข่าวลือมาว่าลั่วเซิงใช้คนมากกว่าจึงสามารถเอาชนะกระทั่งแทงอีกฝ่ายไปหลายกระบี่ วันนั้นมีคนเห็นเหตุการณ์ แต่น่าแปลกที่ทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าชิงเจี้ยนตายไปแล้ว”“นาง...น่าจะอายุไม่ถึงสิบแปด?”ไป๋จื่อเลิกคิ้วมองตามสายตาผู้เป็นนาย “นาง?” เขากะพริบตามองเด็กหนุ่มชุดขาวที่กำลังเหินกายขึ้นไปบนแท่นอ่างทองคำ “สตรี?”เฟิ่งอวิ๋นฉีเหลือบสายตามองคนของตนจากนั้นถอนหายใจพร้อมส่ายหน้า “เจ้าสมควรมองคนให้ปรุโปร่งมากกว่านี้ นางไม่พยายามปกปิดแม้แต่น้อยว่าเป็นสตรี นัยว่าที่แต่งตัวเช่นนี้ก็เพื่อความ
last updateLast Updated : 2026-03-18
Read more

บทที่ 1.3

ริมทะเลสาบอันเงียบสงบเงาร่างโดดเดี่ยวกำลังนั่งอยู่บนรถเข็น สายตาเหม่อลอยไม่อาจหาจุดสิ้นสุด กระทั่งทำให้คนที่กำลังยืนมองอยู่ห่างๆ เกิดความกังวลแรงสะกิดจากแขนเสื้อทำให้หญิงสาวก้มหน้าลงมอง เด็กสาววัยสิบสองปีสบตากับนาง เมื่อเห็นนางยังคงนิ่งไม่ขยับเด็กสาวก็รีบยกมือขึ้นใช้ภาษามือ---ท่านรีบเข้าไปหาเขาเร็วเข้า หาไม่เขาอาจกระโดดลงไปในทะเลสาบ---หญิงสาวหัวเราะเสียงเบาจากนั้นใช้ภาษามือพูดคุยกับเด็กสาว ---ข้าไม่ทำอะไรโดยไม่มีผลตอบแทนจำได้หรือไม่ เจ้าต้องเรียกชื่อข้าก่อน จากนั้นข้าจะไปพาเขากลับเข้ามา---[1]เด็กสาวหน้ามุ่ยด้วยความไม่พอใจ ถึงอย่างนั้นนางกลับเม้มปากก่อนพยายามส่งเสียง “....อ...อี...”“ได้แล้วนี่” หญิงสาวยิ้มกว้างด้วยความยินดี “ชิงเจี้ยน หลานสาวของท่านส่งเสียงได้แล้ว!”ชิงเจี้ยนหันกลับมาพร้อมกับเลิกคิ้ว เขาใช้แรงจากฝ่ามือเลื่อนล้อรถเข็นกลับมาหาคนทั้งสอง “เฟิ่งหนิงพูดได้แล้ว?”“นางแค่เรียกชื่อของข้า แม้เสียงจะเบาแต่ก็นับว่าใช่”เมื่อกล่าวถึงตรงนี้หญิงสาวกลับชะงักพร้อมกับมองไปยังทะเลสาบตรงหน้า ดวงตาเผยประกายเศร้าสร้อยขึ้นวูบหนึ่ง ความทรงจำเลือนลางคล้ายเพิ่งเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะพยายามนึก
last updateLast Updated : 2026-03-18
Read more

บทที่ 1.4

รุ่งเช้าวันต่อมาเฟิ่งหนิงกลับเข้มแข็งกว่าที่หญิงสาวคาด เด็กสาวไม่ร้องไห้แม้ด้วงตาแดงก่ำ นางมารู้ทีหลังว่าอีกฝ่ายได้สัญญากับชิงเจี้ยนเอาไว้ หากเขาสิ้นใจห้ามนางร้องไห้เสียใจจนเสียสุขภาพ ให้นางติดตามและเชื่อฟังตนดีๆ อย่าดื้อ อย่าเหลวไหลทั้งสองช่วยกันฝังศพของชิงเจี้ยนเอาไว้ริมทะเลสาบ ข้างๆ กันนั้นยังมีหลุมศพอีกหลุมที่ไม่มีป้ายชื่อ ความลับนี้มีเพียงหญิงสาว เฟิ่งหนิง และชิงเจี้ยนที่ล่วงรู้ว่าหลุมศพนั้นเป็นของผู้ใดเก็บข้าวของจากนั้นเผากระท่อมและออกเดินทาง มองเห็นทะเลสาบลับสายตาหัวใจของเซี่ยไห่ถางสงบกว่าที่คาด หลักฐานหนึ่งเดียวเกี่ยวกับตัวนางอยู่ที่นี่ก่อนหน้านี้นางดำน้ำลงไปยังพื้นผิวทะเลสาบ ที่นั่นมียานรูปทรงประหลาดแต่เป็นวิวัฒนาการล้ำหน้าซึ่งไม่มีทางมีในยุคล้าหลังนี้...มันคือสิ่งที่นำพานางมายังสถานที่แห่งนี้ขณะเดินห่างออกไปจากทะเลสาบ บทสนทนาของนางและชิงเจี้ยนยังคงดังก้องในความทรงจำ ตอนนั้นนางบาดเจ็บและไม่อาจลุกจากเตียง ความทรงจำมากมายที่นางนำมาปะติดปะต่อ‘ข้าอาจเป็น...นักฆ่า’ นางบอกเขาเช่นนั้น‘ตอนนี้เจ้าไม่ใช่แล้ว’ นางจำได้ว่าเขาตอบนางเช่นนั้นตอนที่ร่างกายของนางหายดี ขาทั้งสองข้างของ
last updateLast Updated : 2026-03-18
Read more

บทที่ 2.1

สายข่าวของเฟิ่งอวิ๋นฉีรายงานมาว่าพบการเคลื่อนพลที่น่าสงสัยในแนวเขตชายแดน เขาจำต้องแบ่งคนของตนส่วนหนึ่งออกแกะรอยหญิงสาวชุดขาวผู้นั้น ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของคนคุ้มกัน หากแต่พวกเขากลับไม่อาจขัดคำสั่งผู้เป็นนายมาถึงตอนนี้ข้างกายอ๋องหนุ่มกลับหลงเหลือคนติดตามคุ้มกันเพียงสามคน ดังนั้นตอนที่พบเข้ากับกองกำลังที่กำลังปล้นชิงกวาดต้อนชาวบ้านตามแนวชายแดน พวกเขาจึงได้แต่ยอมถูกกวาดต้อนเข้าไปในป่า ในใจเฟิ่งอวิ๋นฉีหวังว่าคนเหล่านี้อาจพาไปยังแหล่งกบดานมองดูเชลยที่ถูกกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าโจรป่า แต่อาวุธในมือกลับมองออกว่าเป็นทหารปลอมตัวมา เขามั่นใจแล้วว่าสายของตนรายงานถูกต้อง ตงโจวกำลังคิดก่อสงครามขึ้นจริงๆเพียงแต่...ยังไม่ทันได้ถูกกวาดต้อนออกไปจากหมู่บ้านเล็กๆ บุรุษร่างใหญ่กลับถูกโยนเข้ามาตรงหน้าหัวหน้ากองโจรท่ามกลางแสงยามเย็นเพราะพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า หนุ่มน้อยหน้าแฉล้มในชุดรัดกุมสีน้ำเงินก็เดินเข้ามา คิ้วเข้มของเฟิ่งอวิ๋นฉีเลิกขึ้นสูง รอยยิ้มที่มุมปากของเขาค่อยๆ ยกขึ้น“ตามหาตัวแทบพลิกแผ่นดิน ที่ไหนได้นางกลับเดินเข้ามาหาข้าเองเสียได้” เขาพึมพำเสียงเบากับคนของตนหั่วเหิงมองคนของตนที่แน่น
last updateLast Updated : 2026-03-18
Read more

บทที่ 2.2

---ครอบครัวของเรามีกันสามตัว หมีตัวใหญ่คือชิงเจี้ยน หมีอีกตัวคือไห่ถาง ส่วนตัวเล็กคือเสี่ยวหนิง เรามีกันเพียงสามตัวในป่าใหญ่ ทุกวันออกหาของกินอิ่มหนำ ชีวิตเรียบง่ายสงบสุขผ่านไปวันแล้ววันเล่า เราไม่ต้องการสิ่งใด ขอเพียงครอบครัวเรามีสามตัวพร้อมหน้าเช่นทุกๆ วัน---ขณะที่มองเฟิ่งหนิงเดินไปนั่ง ต้าหู่ก็เดินเข้ามาถึงตัวเซี่ยไห่ถาง นางหลบกรงเล็บที่กำลังตะปบลงมาของชายร่างใหญ่ การเคลื่อนไหวรวดเร็วจนคนตรงหน้าไม่คาดคิด หญิงสาวหมุนตัวฟาดสันมือเข้าลำคอของอีกฝ่าย“อึก!” เสียงเบาๆ ดังขึ้นจากลำคอต้าหู่ แต่เขายังไม่ทันขยับเงาร่างปราดเปรียวก็เหยียบเท้าลงบนเข่าเขา หยัดตัวขึ้นฟาดศอกลงไปยังกลางกระหม่อมอย่างแรงเสียงตุบดังขึ้นตอนที่เฟิ่งหนิงสะดุ้ง แท้ที่จริงก็คือร่างใหญ่ของต้าหู่ล้มลงบนพื้นคนของหั่วเหิงเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งโกรธกรุ่น สหายถูกเล่นงานตรงหน้าถึงสองคน พวกเขาทุกคนหยิบอาวุธกรูกันเข้ามาหมายโจมตีหญิงสาว นางเลิกแขนเสื้อขึ้นจากนั้นยิงหน้าไม้ออกไปเป็นแนววงกลมเสียงสวบๆ ดังขึ้นติดๆ กัน ยังไม่ทันได้เข้าใจอะไรดีร่างของบุรุษล่ำสันกลับล้มลงคนแล้วคนเล่า กลางหน้าผากมีรอยเลือดทั้งยังมีอาวุธสังหารเสียบคาอยู่ ดวงต
last updateLast Updated : 2026-03-19
Read more

บทที่ 2.3

เฟิ่งหนิงหันไปสบตากับเซี่ยไห่ถางแต่หญิงสาวส่ายหน้าน้อยๆ บอกเป็นเชิงว่าอย่าแสดงท่าทีใดๆ“ข้ากับสหายกำลังเดินทางเข้าต้าเยวี่ย ที่นี่เป็นชายแดนตงโจว-ต้าเยวี่ย มีข่าวว่าที่นี่กำลังจะเกิดสงครามสองแคว้น เจ้ากับน้องชายเองก็คงกำลังหนีสงครามเข้าไปยังต้าเยวี่ยกระมัง ถ้าอย่างไรมิสู้พวกเรา...”“เสี่ยวหนิง ไปล้างหน้าล้างตากันดีหรือไม่” เซี่ยไห่ถางกล่าวตัดบท นางลุกขึ้นคว้าห่อสัมภาระอีกมือคว้าข้อมือเฟิ่งหนิง ลากให้ลุกขึ้นและออกเดินตามนางไปเฟิ่งอวิ๋นฉีอ้าปากค้างกะพริบตามองตามไป หลังจากนั้นอยู่ๆ เขาก็หัวเราะออกมาเสียงเบา...ไม่เคยมีผู้ใดกล้าเสียมารยาทกับเขาเช่นนี้มาก่อน ยิ่งไม่นับว่าอีกฝ่ายเป็นสตรีชายหนุ่มยกมือเท้าคางมองตามร่างของคนทั้งสองเดินตรงไปยังบ่อน้ำของหมู่บ้าน จากนั้นหญิงสาวก็ตักน้ำขึ้นมาวักล้างมือล้างหน้า กระทั่งช่วยดูแลเด็กน้อยข้างกาย ซึ่งเขาเดาได้ไม่ยากว่าเป็นสตรีเช่นกัน“นายท่าน” เสี่ยวเฮยมองตามสายตาของผู้เป็นนาย“จับตาดูพวกนางเอาไว้ให้ดี”“ท่านคิดว่าพวกนางจะลอบออกไป? เพราะอะไรหรือขอรับ ดูแล้วนางน่าจะเป็นจอมยุทธ์หญิงที่มีคุณ...” เสี่ยวเฮยขมวดคิ้วกล่าวยังไม่ทันจบก็มองดูชาวบ้าน ชายหนุ่มให้
last updateLast Updated : 2026-03-19
Read more

บทที่ 2.4

ท่ามกลางความสิ้นหวัง...เฟิ่งอวิ๋นฉีอุ้มเด็กหญิงคนหนึ่ง ส่วนอีกมือคว้าข้อมือของเด็กชายวัยไม่เกินหกขวบ กลุ่มคนทั้งหมดถูกล้อมเอาไว้ด้วยกองกำลังที่มากฝีมือ จากจุดที่เขายืนอยู่สามารถมองเห็นประตูป้อมที่เปิดแง้มออก เงาร่างบนหลังม้าที่กำลังควบม้าออกมาตามมาด้วยฝุ่นดินชุดสีน้ำเงินเข้มปลิวสะบัดกับแรงลม เส้นผมยาวสลวยที่ถูกมัดรวบสูงพลิ้วไหวขึ้นลงตามจังหวะการควบขับม้าศึกพ่วงพีสีดำทะมึนแสงแดดส่องประกายกับกระบี่ที่เพิ่งถูกดึงออกจากฝักซึ่งห้อยอยู่กับบังเหียนม้าอยู่ๆ ใบหน้าของเฟิ่งอวิ๋นฉีก็ปรากฏรอยยิ้ม หัวใจของเขาเต้นรัวแต่ภาพทุกอย่างก็ราวกับเชื่องช้าลง ชั่วขณะนั้นไม่รู้เพราะอะไรเขาจึงมั่นใจว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยทุกคนจะต้องปลอดภัย...ความวุ่นวายสับสนหลังชาวบ้านสามารถเข้ามาในป้อม ทำให้เฟิ่งอวิ๋นฉีคลาดกับหญิงสาวอีกครั้ง เขาสอบถามคนของตนที่เข้ามาสมทบกระทั่งสามารถพาชาวบ้านเข้ามาในป้อมได้อย่างปลอดภัย แต่ทุกคนล้วนยืนยันว่านางไม่ได้ผ่านเข้าประตูมาหน้าประตูหลงเหลือเพียงม้าสีดำตัวหนึ่ง แต่คนกลับหายไปแล้ว...เฟิ่งอวิ๋นฉีขมวดคิ้วมองไปรอบๆ เขามองเห็นแผ่นหลังคุ้นเคยที่กำลังเดินแทรกผู้คนไปยังด้านหนึ่งของกำแพงเม
last updateLast Updated : 2026-03-20
Read more

บทที่ 3.1

ชื่อเสียงของชิงเจี้ยนเองก็อาจนำภัยมาให้เด็กสาว อีกทั้งไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมีคนออกมาตามหาอีกฝ่ายอย่างแน่นอน... ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งความปลอดภัยของเฟิ่งหนิงย่อมต้องมาก่อนสิ่งใดเห็นเด็กสาวคอตกเซี่ยไห่ถางเองก็รู้สึกเศร้า ---เจ้าก็รู้ว่าข้าจะอยู่ข้างกายเจ้า หากเจ้าต้องการ-------ข้าไม่มั่นใจในเรื่องนั้น ชีวิตในวังหลวงไม่เหมาะกับท่าน หากข้าถูกขังเอาไว้ในกรง ข้าก็ไม่ต้องการให้ท่านพลอยถูกขังไปด้วย--- เฟิ่งหนิงส่ายหน้าด้วยท่าทีจริงจัง---ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าถึงที่สุดท่านจะจากไป จะไม่ยอมไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ใด ไม่ว่าพวกเขาจะใช้ข้าเป็นเครื่องต่อรองก็ตาม---นานมากกว่าที่เซี่ยไห่ถางจะพยักหน้าช้าๆ ด้วยความจนใจ นางให้คำมั่นเช่นนั้นจริงๆ...ทั้งสองเงียบไปในที่สุด เฟิ่งหนิงนั่งลงหยิบตะเกียบขึ้นมาเงียบๆ เซี่ยไห่ถางจึงเดินไปแตะไหล่อีกฝ่าย ---ตอนนี้ไม่ต้องกังวล กินแล้วนอนเสีย เรื่องอื่นให้เป็นเรื่องของพรุ่งนี้ เราค่อยๆ หาทางออกที่ดีที่สุด---เฟิ่งหนิงยิ้มบางพร้อมพยักหน้า นางก้มลงพุ้ยข้าวเข้าปาก จนถึงตอนนี้จึงได้รู้ว่าตัวเองทั้งเหนื่อยและหิว เมื่อกินอิ่มปีนขึ้นเตียงนอนก็หลับไปทันที ถึงอย่างนั้นช่ว
last updateLast Updated : 2026-03-20
Read more

บทที่ 3.2

“เชิญกล่าว”“การกลับมาของเฟิ่ง...องค์หญิงเฟิ่งจวินหนิง ท่านให้คนที่ไว้ใจได้เข้าไปกราบทูลฝ่าบาท อย่าให้ผู้ใดนอกจากฝ่าบาทล่วงรู้จนกว่าจะมีเกี้ยวจากวังหลวงมารับนางเข้าวังหลวงพรุ่งนี้เช้า ท่านทำได้หรือไม่”หวังเซียวขมวดคิ้ว “หรือเจ้าคิดว่า...องค์หญิงอาจทรงถูกปองร้าย?”“นางต้องหลบเร้นไปด้วยเหตุใดท่านคงไม่ต้องให้ข้าพูดย้อนความอีกกระมัง”“แต่เรื่องนั้นสอบสวนและปิดคดีไปแล้ว เป็นแม่นมของ...”“ท่านเชื่อเช่นนั้นหรือ เชื่อว่าเพียงนางกำนัลชราคนเดียวจะกล้าวางแผนลอบปลงพระชนม์อวี๋กุ้ยเฟยและองค์หญิงของแคว้นต้าเยวี่ย?”หวังเซียวเงียบไปในทันที เขาเองก็เคยสงสัยว่าคดีนี้ปิดได้ง่ายดายจนเกินไป แม้เงื่อนงำมากมายแต่กลับยากจะคลี่คลายสืบสาว ได้แต่พยายามส่งคนออกตามหาองค์หญิงไปทั่ว ผ่านไปสามปีกลับไร้ร่องรอยจนถึงวันนี้...“ตกลงข้าจะทำเช่นที่เจ้าว่า ข้าจะให้คนไปเตรียมเรือนพัก เจ้ากับองค์หญิงก็พักเสียที่นี่ ข้ารับรองว่าที่นี่ปลอดภัยแน่นอน”“เช่นนั้นก็รบกวนท่านอัครเสนาบดีด้วย”ตำหนักหล่วนเฟิ่งเป็นที่พำนักของหนานฉีหวางที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทาน ทุกครั้งที่เฟิ่งอวิ๋นฉีเดินทางเข้ามายังเมืองหลวง เขาก็จะพำนักในวังหลวงไม่ได้มี
last updateLast Updated : 2026-03-20
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status