แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: เมียเมียลู่
กลางดึก

เคอหนิงร่างหนังสือหย่ากับสีซือเฉิงในห้องทำงานจนเสร็จ วันรุ่งขึ้นเธอก็ไปทำงานที่สำนักงานทนายความตามปกติ

ทว่าเพิ่งจะจอดรถเสร็จ จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงผมเผ้ารุงรังคนหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาตรงหน้า

เคอหนิงกดล็อกประตูรถแทบจะในทันทีด้วยสัญชาตญาณ

“นังสารเลว! ทนายหน้าเลือด! คืนความบริสุทธิ์ให้ลูกชายฉันมานะ!”

ผู้หญิงคนนั้นทำท่าเหมือนคนเสียสติ เธอใช้ก้อนอิฐในมือทุบกระจกรถจนแตกละเอียด เสียงเศษกระจกแตกกระจายดังกราว

เศษกระจกบางส่วนกระเด็นมาโดนตัวเคอหนิง ทำให้แขนของเธอถูกบาดเป็นรอยหลายแห่ง

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นดึงดูดความสนใจของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในลานจอดรถ รปภ. สองสามคนรีบวิ่งเข้ามาช่วยกันล็อกตัวหญิงวัยกลางคนคนนั้นไว้

หนึ่งในนั้นหันมาถามเธอ “ทนายเคอ คุณไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?”

เคอหนิงส่ายหน้า ก่อนจะเปิดประตูและก้าวลงจากรถ

หญิงคนนั้นยังคงก่นด่าไม่หยุด เคอหนิงถึงเพิ่งจำได้ว่าเธอเป็นใคร

เมื่อสามปีก่อน เธอเคยรับทำคดีเด็กสาวคนหนึ่งที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ตอนที่พ่อแม่ของเด็กคนนั้นมาหาเธอ พวกเขาร้องไห้จนแทบขาดใจ แต่น่าเสียดายที่หลักฐานไม่เพียงพอ สำนักงานทนายความหลายแห่งจึงปฏิเสธที่จะรับทำคดีนี้

แต่เคอหนิงเลือกที่จะรับคดีนี้ เธอวิ่งเต้นหาหลักฐานอยู่นานถึงปีครึ่ง ในที่สุดก็ชนะคดี และเด็กหนุ่มที่ก่อเหตุก็ถูกศาลตัดสินจำคุกทั้งหมด

หนึ่งในผู้ก่อเหตุคือลูกชายของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้ ได้ยินมาว่าตอนนั้นเด็กนั่นเพิ่งจะสอบติดโรงเรียนมัธยมชื่อดังด้วยซ้ำ

ผู้หญิงคนนี้เคยพยายามเอาเงินมาฟาดหัวเพื่อติดสินบนให้เคอหนิงถอนตัวจากการเป็นทนายให้เหยื่อ แต่เคอหนิงปฏิเสธไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง

“คุณเคอครับ?”

รปภ. เรียกเธอซ้ำอีกสองสามครั้ง เคอหนิงถึงได้สติกลับมา “คุณดูสิครับว่าจะให้จัดการเรื่องนี้ยังไงดี?”

“แจ้งตำรวจเถอะค่ะ”

เคอหนิงหันกลับไปมองรถของตัวเองที่ถูกทุบจนเละเทะ “อะไรที่ต้องชดใช้ก็ให้เขาชดใช้ อะไรที่ต้องขอโทษก็ต้องขอโทษ”

ส่วนเรื่องอื่น...

เธอหรี่ตาลงเล็กน้อย

คดีนี้ปิดฉากไปปีกว่าแล้ว ถ้าคิดจะแก้แค้นก็ควรจะทำตั้งนานแล้ว จู่ ๆ มาโผล่เอาป่านนี้...

เมื่อได้รับคำสั่ง รปภ. ก็คุมตัวหญิงคนนั้นเตรียมจะเดินออกไป

ทว่าผู้หญิงคนนั้นกลับดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งเพื่อจะสะบัดให้หลุดจากการจับกุม เสียงด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายดังก้องไปทั่วลานจอดรถ

เคอหนิงทำเป็นหูทวนลมแล้วเดินออกไป

เรื่องในตอนนั้นเธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด จึงไม่คิดจะเก็บเอาคำด่าทอพวกนี้มาใส่ใจ

แต่จิ่งจือกลับนั่งไม่ติด โดยเฉพาะตอนที่เห็นรอยแผลถูกบาดบนแขนของเธอ ไม่ว่ายังไงก็ยืนกรานจะพาเธอไปทำแผลที่โรงพยาบาลให้ได้

เคอหนิงขัดใจเพื่อนไม่ได้ จึงต้องยอมตามไปที่ห้องฉุกเฉิน

บาดแผลรุนแรงกว่าที่คิดเอาไว้ ถึงขั้นมีแผลหนึ่งที่ต้องเย็บ

ระหว่างนั้น จิ่งจือเดินออกไปรับโทรศัพท์

พอเห็นอีกฝ่ายเดินกลับมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี เคอหนิงจึงถามด้วยความเป็นห่วง: “เป็นอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่มีอะไรหรอก ลูกความโทรมาน่ะ”

จิ่งจือแสร้งยิ้มทำทีว่าสบายใจ “จริงสิ เรื่องของเธอกับสีซือเฉิงไปถึงไหนแล้ว? ตั้งใจจะฟ้องหย่าตามกระบวนการกฎหมายจริง ๆ เหรอ?”

เคอหนิงดูออกว่าอีกฝ่ายกำลังเปลี่ยนเรื่อง แต่ก็ไม่ได้พูดเปิดโปง เธอเพียงยกยิ้มมุมปากบาง ๆ “ถ้าไม่ถึงคราวจำเป็นจริง ๆ ฉันก็ไม่อยากเลือกวิธีขึ้นศาล”

ถึงเรื่องที่สีซือเฉิงพิการจะเป็นแค่เรื่องโกหก แต่เรื่องที่เขาเคยเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเธอไว้เป็นเรื่องจริง

ไม่ว่าตอนนี้เขาจะเป็นคนยังไง เคอหนิงก็ไม่เคยคิดจะปฏิเสธสีซือเฉิงในเสี้ยววินาทีนั้น

การที่เธอไม่หยิบยกเรื่องแกล้งพิการมาเป็นข้ออ้างในการหย่าร้าง ก็ถือเป็นการไว้หน้าตระกูลสีและตัวสีซือเฉิงมากพอแล้ว

ถือซะว่า... เป็นการตอบแทนบุญคุณที่เขาเคยช่วยชีวิตเธอไว้ก็แล้วกัน

แม้จิ่งจือจะไม่รู้ว่าเคอหนิงมีแผนอะไรอยู่ในใจ แต่ก็รู้ดีว่าเธอเป็นคนที่มีเหตุผลและคิดรอบคอบ

ทั้งสองคนเดินกลับไปที่สำนักงานทนายความด้วยความรู้สึกที่รู้กันอยู่แก่ใจ

รถของเคอหนิงถูกลากไปซ่อมแล้ว เลิกงานเธอจึงต้องเรียกแท็กซี่กลับ

ทว่าพอเดินออกมาจากสำนักงาน ก็เห็นรถสปอร์ตสไปเกอร์คันคุ้นตาจอดอยู่

จังหวะเดียวกันนั้น กระจกรถก็เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาละมุนละไมของสีซือเฉิง

“หนิงหนิง” เขาส่งยิ้มพลางกวักมือเรียก

เคอหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปหา “คุณมาทำไมคะ?”

“ก็มารับคุณเลิกงานไงครับ”

ทั้งที่ตัวเองเคลื่อนไหวไม่สะดวก แต่ก็ยังยอมถ่อมาตั้งไกลเพื่อรับภรรยากลับบ้าน

ดูยังไงก็ยังเป็นผู้ชายที่คลั่งรักและตามใจภรรยาไม่มีเปลี่ยน

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เคอหนิงคงซาบซึ้งใจจนทำอะไรไม่ถูก

เธอคงจะดึงแขนเขามาเล่าเจื้อยแจ้วไม่หยุดถึงเรื่องที่โดนผู้หญิงเสียสติคนนั้นทุบรถ คงจะอ้อนให้เขาดูแผล และคอยแบ่งปันเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกอย่างในชีวิตให้เขาฟังอย่างไม่ปิดบัง...

แต่ตอนนี้ หลังจากขึ้นรถแล้ว แม้แต่ที่นั่งเธอก็ยังจงใจเว้นระยะห่างจากเขาเสียไกล

สีซือเฉิงสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเธอ ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง กลับถูกเสียงหนึ่งขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน

“โฮ่ง…”

เสียงลูกหมาเห่าแผ่วเบาดึงดูดความสนใจของเคอหนิงไปในทันที

เธอละสายตาจากวิวนอกหน้าต่างกลับมามองในรถ และเพียงเสี้ยววินาที ขอบตาของเธอก็รื้นแดงขึ้นมา

“ชอบไหม?”

ไม่รู้ว่าสีซือเฉิงหยิบกล่องใส่สัตว์เลี้ยงแบบใสออกมาจากไหน ด้านในมีลูกสุนัขพันธุ์บิชองตัวเท่าฝ่ามืออยู่หนึ่งตัว

พอเห็นขอบตาของเคอหนิงแดงก่ำ เขาก็คิดไปว่าเธอคงกำลังซาบซึ้งใจ

เพราะในสายตาของเขา เคอหนิงเป็นคนที่ง้อให้หายโกรธได้ง่ายมาโดยตลอด

สีซือเฉิงกุมมือเธอไว้ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงกว่าเดิม “เรื่องเมื่อวานผมผิดเอง และผมก็รู้ว่าการจากไปของเฉ่าเหมยทำให้คุณเสียใจมาก แต่หนิงหนิง... การเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต่อไปให้เจ้าตัวนี้อยู่เป็นเพื่อนคุณแทนเฉ่าเหมย มันก็เหมือนกันนั่นแหละ”

ลูกหมาตัวนั้นหน้าตาแทบจะถอดแบบมาจากเจ้าเฉ่าเหมยเป๊ะ

ดูออกเลยว่าสีซือเฉิงทุ่มเทและเสียเวลาตามหามาอย่างตั้งใจ

แต่แล้วยังไงล่ะ...

ตัวที่ตายไปแล้วก็คือตายไปแล้ว ต่อให้หน้าตาเหมือนกันแค่ไหน มันก็ไม่ใช่สุนัข บิชองตัวเดิมที่โตมาพร้อมกับเธออีกต่อไปแล้ว...เคอหนิงสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกลั้นน้ำตาที่ทำท่าจะร่วงหล่นลงมาเอาไว้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เรื่องที่คุณรับปากฉันเมื่อวาน ยังนับคำอยู่ไหมคะ?”

แววตาของสีซือเฉิงฉายความสับสนวูบผ่านไปชั่วขณะ แต่เขาก็นึกขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว จึงยิ้มตอบ: “แน่นอนว่าต้องทำตามสิ หนิงหนิงอยากได้อะไรล่ะ?”

“ฉันจำได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทสีซื่อเพิ่งจะขยายสาขาไปเปิดบริษัทลูกที่เมืองข้าง ๆ ไม่สู้... ยกตำแหน่งที่ปรึกษาทางกฎหมายของบริษัทใหม่ให้สำนักงานทนายความของเราดูแลดีไหมคะ?”

ได้ยินดังนั้น สีซือเฉิงก็ชะงักไปเล็กน้อย “ทำไมจู่ ๆ ถึงอยากได้เรื่องนี้ล่ะ?”

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เคอหนิงคงจะปฏิเสธอย่างเกรงใจว่าเธอไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น

แม้กระทั่งตอนที่เคอหนิงเป็นฝ่ายเอ่ยปากทวงถามเมื่อครู่ เขาก็ยังคิดไปว่าเธอคงจะอยากได้รถ บ้าน เครื่องประดับ หรือไม่ก็กระเป๋าแบรนด์เนมทำนองนั้น...

เคอหนิงไม่ได้ตอบคำถามนั้น เธอเพียงแค่ยื่นมือไปรับกล่องสัตว์เลี้ยงมาจากมือของเขา “ทำไมคะ แม้แต่ฉันคุณก็ไม่ไว้ใจเหรอ?”

ถึงจิ่งจือจะจงใจปิดบังเรื่องนี้เอาไว้ แต่เธอไม่ใช่คนโง่

ช่วงนี้สถานการณ์ของสำนักงานทนายความไม่ค่อยสู้ดีนัก แถมตัวเธอเองยังมัวแต่ทุ่มเททำคดีให้เจียงซินแบบไม่คิดเงิน จนต้องปฏิเสธคดีอื่น ๆ ที่ติดต่อเข้ามาไปตั้งมากมาย

จิ่งจือคือคนที่ยื่นมือเข้ามามอบงานนี้ให้ ในช่วงเวลาที่เธอตกต่ำและยากลำบากที่สุด เคอหนิงจึงไม่สามารถทนดูอยู่เฉย ๆ ได้

อีกอย่าง... เธอก็มีแผนการส่วนตัวอยู่เหมือนกัน

เคอหนิงเก็บซ่อนประกายความเจ้าเล่ห์ที่วูบผ่านนัยน์ตาเอาไว้มิดชิด เธอแสร้งทำเป็นหยอกล้อกับลูกสุนัขอย่างไม่ใส่ใจ

“จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงล่ะครับ?”

พอเห็นเธอยอมเผยรอยยิ้มออกมา สีซือเฉิงก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกโดยไม่รู้ตัว

“ผลประโยชน์ไม่รั่วไหลไปไหนอยู่แล้ว เป็นภรรยาผมเอง ทำไมผมจะไม่ไว้ใจล่ะ?”

เขายกมือขึ้นลูบผมเคอหนิงเบา ๆ “เอาแบบนี้ก็แล้วกัน คุณร่างสัญญาให้เรียบร้อยแล้วค่อยเอามาให้ผมดูนะ”

“ฉันร่างเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ”

เคอหนิงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เดี๋ยวกลับถึงบ้านแล้วฉันจะเอาให้ดูนะคะ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของสีซือเฉิงแข็งค้างไปชั่วขณะ คล้ายกับคิดไม่ถึงว่าเธอจะเตรียมการทุกอย่างเอาไว้พร้อมสรรพขนาดนี้

พอเห็นเขาเงียบไปพักใหญ่ เคอหนิงจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เป็นอะไรไปคะ?”

“เปล่าครับ ไม่มีอะไร”

สีซือเฉิงดึงสติกลับมา เขายกยิ้มมุมปาก “ผมแค่คิดไม่ถึงน่ะว่า…”

เขาอึกอักเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็เงียบไป สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกมา

เขาหันไปช่วยเธอหยอกล้อลูกหมาเพื่อลดความตึงเครียด เมื่อเห็นว่าบรรยากาศผ่อนคลายลงมากแล้ว จึงอมยิ้มและเอ่ยขึ้นมาว่า “จริงสิหนิงหนิง คุณย่าบอกว่าสุดสัปดาห์นี้ที่บ้านเราจะจัดงานเลี้ยงครอบครัว เพื่อเป็นการเลี้ยงขอบคุณบรรดาญาติสนิทมิตรสหายที่มาช่วยงานของคุณปู่ คุณก็ไปด้วยกันสิครับ”

“งานเลี้ยงครอบครัวเหรอคะ?”

เคอหนิงเงยหน้าขึ้นมองโดยสัญชาตญาณ

พอภาพสีหน้าและคำพูดเหน็บแนมถากถางของคนในตระกูลสีลอยเข้ามาในหัว ความรู้สึกต่อต้านก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที “ช่างเถอะค่ะ ฉันคงไม่ไป อีกอย่างก็ไม่แน่ใจว่าจะว่างหรือเปล่า”

“อย่าดื้อสิครับ”

น้ำเสียงของสีซือเฉิงทุ้มนุ่ม แฝงแววหยอกล้อแกมเกลี้ยกล่อม “คุณย่าท่านก็แค่อยากให้ครอบครัวเราดูรักใคร่กลมเกลียวกัน จะได้ไม่เสียหน้าเวลาอยู่ต่อหน้าคนนอก... อีกอย่าง วันนั้นคนของตระกูลซ่งแห่งเมืองอวิ๋นจิงก็จะมาร่วมงานด้วยนะ”

ชั่วพริบตานั้นเอง เลือดฝาดบนใบหน้าของเคอหนิงก็จางหายไปจนซีดเผือด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก   บทที่ 100

    เขาลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งเหยาะ ๆ ตามไปติด ๆ “นายครับ นี่คุณจะไปไหนครับเนี่ย?” “เมืองหลิน”“หลิน”ทีแรกเขาพยักหน้ารับ ก่อนจะโพล่งออกมาด้วยความตกใจ “กลับเมืองหลินเหรอครับ? นี่คุณคงไม่ได้จะไปหาคุณเคอหรอกใช่ไหม?!” ลู่วั่งเฉินไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ “ไม่ได้นะครับ!” ฟางอี้รีบพุ่งเข้าไปขวางเร็วกว่าใคร “คุณก็รู้ดีว่าตอนนี้คุณชายรองกับคุณชายสามกำลังรอหาจุดอ่อนมาข่มขู่คุณอยู่ ถ้าขืนปล่อยให้พวกเขารู้เข้า…” เขาถอนหายใจด้วยความร้อนรนใจ “นายครับ วางใจเถอะ ทางคุณเคอผมคอยจับตาดูให้อยู่ตลอด รับรองว่าไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไรไปเด็ดขาด” “อีกอย่าง ตอนนี้คุณเคอก็ปลอดภัยดีแล้ว ผมคอยติดตามข่าวเธออยู่ตลอด ถ้าเกิดเรื่องผิดปกติขึ้นมาจริง ๆ ผมจะรีบรายงานคุณเป็นคนแรกแน่นอนครับ!”“เลิกพูดพล่ามได้แล้ว” บรรยากาศรอบตัวลู่วั่งเฉินลดต่ำลงจนน่าอึดอัด แผ่กลิ่นอายเย็นเยียบออกมาบางเบา “ฉันถามแค่ว่า... เคอหนิงได้รับบาดเจ็บได้ยังไง?” “คือเธอ…” ฟางอี้อ้ำอึ้ง คล้ายอยากจะพูดแต่ก็ชะงักไป “คือว่าเธอ…”ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาจากด้านนอก เป็นคนในทีมเลขานุการของลู่วั่งเฉินนั่นเอง ทว่าลู่วั่งเฉินไ

  • หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก   บทที่ 99

    เมืองอวิ๋นจิง ซ่งซื่อกรุ๊ปหลังจากฟางอี้สแกนนิ้วเข้างาน เขาก็เดินไปเคาะประตูห้องทำงานประธาน รอจนได้ยินเสียงตอบรับว่า “เชิญครับ” จากด้านใน ถึงได้กล้าผลักประตูเข้าไป “นายครับ ข่าวสด ๆ ร้อน ๆ เพิ่งออกจากเตาเลย คุณเคอจะมาที่เมืองอวิ๋นจิงแล้วนะครับ!” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างปิดไม่มิด มือที่กำลังเซ็นเอกสารของลู่วั่งเฉินชะงักไปเล็กน้อย เขาตวัดสายตาขึ้นมอง สบเข้ากับดวงตาเปื้อนยิ้มของฟางอี้ แล้วจู่ ๆ ในใจก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “เคอหนิงมาเมืองอวิ๋นจิง แล้วนายจะดีใจหน้าบานไปทำไม?” “เอ๋?” ฟางอี้ชะงักไปเล็กน้อย “นี่คุณไม่ดีใจเหรอครับ?”ลู่วั่งเฉินถึงกับไปไม่เป็นเมื่อโดนย้อนถาม “พอเลย เลิกกวนประสาทฉันได้แล้ว” ชายหนุ่มกระแอมเบา ๆ กลบเกลื่อน พลิกหน้าเอกสารในมือ ทำทีเป็นกวาดสายตาอ่าน ทั้งที่ความจริงไม่ได้เข้าหัวเลยสักตัวอักษรเดียว ก่อนจะแกล้งถามด้วยท่าทีนิ่งขรึมว่า “รู้ไหมว่าเคอหนิงมาทำอะไรที่เมืองอวิ๋นจิง?” “น่าจะมาเรื่องงานนะครับ” ฟางอี้ยืดตัวตรง “คดีภรรยาฆ่าสามีที่กำลังเป็นข่าวดังในเมืองอวิ๋นจิงช่วงนี้น่ะครับ” “แม่ของเด็กผู้ชายคนหน

  • หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก   บทที่ 98

    หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เคอหนิงก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ลองโทรหาเขาอีกสักรอบดีไหม อย่างน้อยก็ถามไถ่สถานการณ์ดู หรือไม่ก็ลองไปพบลูกความก่อนก็ได้” “ไม่ได้!”จิ่งจือปฏิเสธแทบจะในทันที “ร่างกายเธอยังไม่หายดีเลยนะ ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง” “ไม่เป็นไรหรอก เขาอุตส่าห์ติดต่อมาทั้งที ลองทำความเข้าใจดูก่อนก็ไม่เสียหายอะไรนี่” เคอหนิงส่งยิ้มเชิงปลอบโยนให้จิ่งจือ “ถ้ารับได้ก็รับ ถ้ารับไม่ได้ก็แค่ปฏิเสธไป” เมื่อได้ยินคำว่าครอบครัวเดิมมีปัญหาหัวใจของเคอหนิงก็พลันรู้สึกปวดแปลบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะหัวอกเดียวกัน หรือไม่ก็คงรู้สึกสงสาร เคอหนิงจึงไม่อยากปฏิเสธคดีนี้ไปดื้อ ๆ จิ่งจือมองเธออยู่นาน ในที่สุดก็ขัดใจไม่ได้ จึงยอมต่อสายกลับไปหาปลายทางอีกครั้งต่อหน้าเคอหนิง หลังพูดคุยกันสั้น ๆ สองสามประโยคเธอก็วางสาย “เอาล่ะ เขาบอกว่าอีกสองวันจะมาที่เมืองหลิน ถึงตอนนั้นค่อยคุยกันต่อหน้า” “มาเมืองหลินเหรอ” เคอหนิงประหลาดใจเล็กน้อย “เขาไม่ได้อยู่เมืองหลินหรอกเหรอ” จิ่งจือพยักหน้า “ก็ฉันบอกแล้วไงว่าครอบครัวเขาย้ายบ้านไปตั้งแต่ตอนเขายังเด็ก ตอนนี้เหมือนจะตั้งรกรากอยู่ที่เ

  • หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก   บทที่ 97

    “นี่คุณ!” สีซือเฉิงคาดไม่ถึงเลยว่าเคอหนิงจะปฏิเสธหน้าตาย ปลายนิ้วที่สั่นเทาชี้ไปยังเศษแก้วบนพื้น “เศษแก้วก็ยังอยู่ตรงนี้ น้ำร้อนก็เจิ่งนองเต็มพื้น เคอหนิง คุณเป็นคนกล้าทำแต่ไม่กล้ารับตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” “ประธานซีพูดแบบนี้ก็แปลกไปหน่อยมั้งคะ?” น้ำเสียงเจือรอยยิ้มหยันดังขึ้นจากด้านหลัง จิ่งจือยืนพิงกรอบประตูพลางปรายตาเย็นชาจ้องมองซีซือเฉิง “เคอหนิงของพวกเราเพิ่งถูกหมอวินิจฉัยว่ามีภาวะสมองกระทบกระเทือนระดับปานกลาง ตอนที่อยากดื่มน้ำก็เลยหน้ามืดมือสั่น เผลอทำกาน้ำร้อนตกแตก จะตื่นตูมอะไรนักหนาคะ?” หญิงสาวทั้งสองคนรับลูกกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย รุมต้อนสีซือเฉิงจนขยับตัวไม่รอด แววตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในพริบตา “พวกเธอคิดว่าหมอกับตำรวจโง่นักหรือไง? ถ้าเจียงซินแจ้งความขึ้นมา เคอหนิงคิดจะรับมือยังไง?” “คนที่อยากแจ้งความเกรงว่าจะไม่ได้มีแค่คุณเจียงคนเดียวนะคะ” เคอหนิงช้อนสายตาขึ้นเล็กน้อย “ฉันเองก็ได้รับบาดเจ็บ ถ้าว่ากันตามหลักเหตุผล ฉันก็ควรจะแจ้งความเหมือนกัน” สีซือเฉิงขมวดคิ้ว “ผมเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าจะช่วยคุณตามหาตัวคนร้ายให้?” “แล้วยังไงคะ? พอหาเจอแล้ว คุณตั้งใจจะ

  • หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก   บทที่ 96

    “ฉัน...” เจียงซินชะงักจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ “ที่ฉันทำไปก็เพราะ...” “กรี๊ดดดด” เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วห้องพักผู้ป่วย เคอหนิงไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้อธิบาย เธอคว้ากาต้มน้ำเพื่อสุขภาพตรงหัวเตียงแล้วปาใส่ทันที น้ำร้อนจัดด้านในเป็นน้ำที่จิ่งจือเพิ่งรินให้ก่อนจะออกไปคุยโทรศัพท์เมื่อครู่ มันร้อนลวกเดือดพล่าน และสาดรดลงบนศีรษะของเจียงซินอย่างจัง กาแก้วหล่นกระแทกพื้นแตกกระจาย เจียงซินยกมือกุมพวงแก้ม ร่างคุดคู้ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นพร้อมกับแหกปากร้องลั่น เคอหนิงมองไม่เห็นว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บหนักแค่ไหน แต่จากรอยเลือดที่ไหลซึมตามง่ามนิ้ว เดาว่าใบหน้าน่าจะถูกเศษแก้วบาดเข้าแล้ว เป็นจังหวะเดียวกับที่สีซือเฉิงหิ้วขนมหวานร้านโปรดของเคอหนิงกลับมาพอดี ทันทีที่ก้าวออกจากลิฟต์ เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากห้องพักผู้ป่วยของเคอหนิง ชายหนุ่มแทบจะพุ่งถลาเข้าไป และภาพแรกที่เห็นเมื่อเปิดประตูคือเจียงซินในสภาพใบหน้าอาบเลือด ในขณะที่เคอหนิงยังคงนั่งตีหน้าตายอยู่บนเตียงผู้ป่วย “ซินซิน!” ถุงขนมร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังตุบ สีซือเฉิงรีบล้วงผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าเสื้อมากดซับบาดแผ

  • หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก   บทที่ 95

    “รอให้คุณหายดีก่อน แล้วผมจะเซ็นใบหย่าให้” วินาทีที่สีซือเฉิงเอ่ยประโยคนี้ออกมา เขารู้สึกราวกับนักโทษประหารที่ถูกส่งตัวขึ้นแท่น รอรับคมมีดที่จ่ออยู่ตรงลำคอ ทั้งที่ไม่อยากตาย แต่กลับไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย “แต่ก่อนหน้านั้น ผมจะช่วยตามหาคนที่ทำร้ายคุณให้เจอ ถือซะว่า...” เขาหลุบตาลง น้ำเสียงเจือความสั่นเครือที่ยากจะสังเกตเห็น “ถือซะว่านี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมจะทำให้คุณก็แล้วกัน” สิ้นคำ เขาก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไป โจวเหยียนที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก พอเห็นสีซือเฉิงเดินออกมาก็รีบสาวเท้าเข้าไปหาทันที “ท่านประธานครับ นายหญิงน้อยเธอ...” “ฟื้นแล้วล่ะ” สีซือเฉิงยกมือขึ้นนวดคลึงหว่างคิ้ว เผยให้เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่หาดูได้ยาก “ไปสืบมาว่าใครเป็นคนทำร้ายเคอหนิง เรื่องนี้จะปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ไม่ได้” โจวเหยียนพยักหน้ารับคำอย่างเห็นด้วย หลังจากสั่งงานเสร็จ สีซือเฉิงก็ไม่ได้กลับเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยอีก เขามองผ่านกระจกหน้าประตูเข้าไป เห็นจิ่งจือกำลังนั่งปอกแอปเปิลให้เคอหนิงอยู่ข้างเตียง จู่ ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อก่อนเวลาที่เคอหนิงป่วย เธอจะชอบกินขนมหวานร้านหนึ่งที่ย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status