ระหว่างเดินทางเข้ากรุงเทพฯไพลินขับรถอย่างระมัดระวัง ยายจันหลับไปแล้วหญิงสาวรู้สึกอบอุ่น เธอคิดไว้แล้วว่าสิ้นปีนี้จะกลับไปอยู่กับยาย แต่แค่ยังไม่ได้บอกยาย ไว้กลับไปทำงานครั้งนี้เธอจะแจ้งกับหัวหน้างานให้หาคนมาแทนเธอ และเมื่อได้คนมาแทนแล้ว เธอจะลาออกทันทีระหว่างทางที่ขับรถเข้ากรุงเทพฯไพลินคิดตลอดเวลาว่า ทำไมเธอต้องให้ยายลำบากมา อยู่คอนโดกับเธอด้วย ความสุขของยายคืออยู่บ้านสวน เปลี่ยนใจแล้วพรุ่งนี้ไปทำงานเธอจะเขียนใบลาออกทันที
“ยายจ๋ายาย พายแวะปั้มเข้าห้องน้ำ ลงไปด้วยกันไหมจ๊ะ”
“ถึงไหนแล้วลูก ยายอยากเข้าห้องน้ำเหมือนกัน หลับสนิทเลยหนูพาย ขับรถนิ่งมากเลยนะลูก” ยายจันชมหลานสาวหญิงชราหลับสนิทจริงๆ ถ้าไพลินไม่ปลุกคงยังไม่ตื่นน่าจะเป็นเพราะกินยาด้วย
ไพลินประคองยายลงจากรถพาไปเข้าห้องน้ำ ภาพที่หญิงสาวสวยหุ่นดีที่อยู่ในชุดเดรสผ้าลินนินแขนสั้นคอเชิ้ตยาวเลยเข่าสี่เหลืองไพร ไพลินเป็นคนผิวขาว ใส่เสื้อผ้าสีสดยิ่งขับให้ผิวขาวนวลยิ่งขึ้น ผู้คนที่แวะพักรถระหว่างการเดินที่เดินไปเดินมา อดไม่ได้ที่จะหันหลังกลับไปมอง
“ยายจ๋าเราพักกันก่อนนะ พายว่าจะซื้อกาแฟสักแก้ว เราเข้าไปนั่งพักที่ร้านกาแฟดีกว่าค่ะ”
“ดีเหมือนกันลูกยายอยากกินชาเขียวเหมือนกัน”
“ยายทันสมัยจังเลยน่ารักที่สุด"
หญิงสาวประคองยายจากห้องน้ำเดินไปที่ร้านกาแฟชื่อดัง เธอยิ้มยายทันสมัยจริงๆ ช่วงสายๆ ของวันอาทิตย์แบบนี้ ผู้คนบางตาอาจกำลังเดินทางกลับจากท่องเที่ยว คนและรถยังไม่มากนักสักบ่ายๆ รถคงเยอะกว่านี้
“ยายจ๋านั่งข้างนอกหรือข้างในดี”
“ข้างนอกนี่ดีกว่าลูกอยู่กับแอร์มาตั้งนานข้างนอกนี่โล่งโปร่งดี”
“งั้นยายนั่งรอตรงนี้นะคะ เดี๋ยวพายเข้าไปซื้อน้ำข้างในแป๊ปเดียวค่ะ”
ในร้านกาแฟลูกค้านั่งเรียงรายอยู่ที่บริเวณเก้าอี้และโซฟามากมาย ไพลินได้คิวแล้วระหว่างนั้นหญิงสาวยืนรอเครื่องดื่ม มองออกไปด้านนอกยายจันนั่งหลังพิงเก้าอี้ท่าทางสบาย ด้านหลังของระเบียงที่ยายนั่ง มีต้นไม้ปลูกเต็มพื้นที่อากาศไม่ร้อนมาก เห็นยายแล้วสงสาร คงเพราะห่วงหลานกลัวว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุเหมือนตากับแม่
ตอนนี้เท่ากับว่าเธอเหลือยายที่เป็นญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียว ส่วนพ่อเธอไม่เคยคิดที่จะเข้าไปยุ่งกับครอบครัวใหม่ของพ่อ ยายคงรู้ว่ากำลังมีคนแอบมอง ไพลินยิ้มให้ยายเต็มหน้าทำไมรู้สึกอยากกอดยาย เหมือนยายก็คงจะรู้ความรู้สึกของเธอเวลานี้ ยายจันยิ้มตอบกลับมาอย่างอบอุ่นและอ่อนโยน ไพลินกระพริบตาถี่ๆ ไล่น้ำตาก่อนที่มันจะไหลออกมา หลังจากที่แม่เสียไปอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดก็คือกอดของยาย
เก้าอี้ในร้านไม่ว่างไพลินต้องยืนรอเครื่องดื่มร่างสูงของเธอรวมถึงชุดที่สวมใส่ ทำให้ดูโดดเด่นมาก ลักษณะของไพลินเป็นลักษณะที่ผู้ชายไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้ ไม่มีจริตกับผู้ชาย ผู้หญิงแบบไพลินผู้ชายที่คิดจะมาจีบแบบเล่นๆ มักเข้าไม่ถึง และเธอเองก็ไม่เคยเปิดโอกาสให้ใคร รู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลา มีผู้ชายหลายวัยที่รอเครื่องดื่มและนั่งอยู่บริเวณนั้นแอบมองหญิงสาวไม่วางตา
แปลกผู้หญิงแบบไพลินแต่งตัวมิดชิดท่าทางนิ่งๆ กลับเป็นที่สนใจของเหล่าผู้ชาย แต่จะมีผู้หญิงอีกแบบที่พยายามแต่งตัวเปิดเผยเนื้อตัวเพื่อเรียกร้องความสนใจ บางคนอาจคิดว่าเป็นสิทธิ์ของตัวเอง และเป็นความสุขของตัวเองที่จะแต่งตัวแบบไหนก็ได้ แต่บางคนก็ลืมว่าไม่เหมาะสมในบางเวลาและบางสถานที่
“ยายจ๋ามาแล้วค่ะ คนข้างในเยอะจังเลยค่ะยาย ช้านิดนึงยายรอนานไหม”
“ไม่นานหรอกลูกนั่งตรงนี้ลมเย็นมากสบายดี ไม่รู้ดอกอะไรนะหอมมากเลยปลูกอยู่ใกล้ๆ แถวนี้”
“เดี๋ยวพายถ่ายรูปไว้ค่ะ วันเสาร์เดี๋ยวพายพายายไปหาตามร้านต้นไม้ลองไปดูกันว่ามีแบบนี้ไหม”
“หนูพายล่ะลูกเหนื่อยไหมเนี้ย คอยดูแลยายทุกอย่างเลย”
“ไม่ต้องห่วงพายเลยค่ะยาย สบายมากพายไหวอีกชั่วโมงหน่อยๆ ก็ถึงแล้วเราไปกันเลยดีไหมคะ”
ไพลินประคองยายกลับไปที่รถสองยายหลานออกเดินทางอีกครั้งเธอไม่อยากไปถึงที่พักค่ำเพราะรถจะเยอะมาก หญิงสาวขับรถสบายๆ ไม่นานก็ถึงคอนโดไพลินจอดรถหน้าคอนโด และพายายจันเข้าไปนั่งรอที่เก้าอี้หน้าประตูลิฟต์ แล้วรีบขนกระเป๋าลงมาวางไว้ที่พื้นด้านล่าง จากนั้นขับรถวนไปเพื่อหาที่จอดไกลสุดเกือบถึงรั้วคอนโดอีกฝั่ง หญิงสาวมารู้สึกตัวอีกทีรถของตัวเองก็เข้ามาอยู่ท่ามกลางรถหรูคันใหญ่ที่จอดอยู่แล้วโชคดีที่มีที่ว่างให้เธอได้จอดไพลินถอนหายใจอย่างโล่งอก หลังจากวนอยู่สามรอบในที่สุดเธอก็ได้ที่จอดรถ หลังล็อครถเรียบร้อยเธอรีบเดินไปหายายทันทีไม่ได้สังเกตุหรือพิจารณาอะไรรอบๆ ตัวหรือบริเวณนั้นเลย ตอนนี้เธออยากพายายและขนสัมภาระขึ้นห้องให้เร็วที่สุด เป็นห่วงยายกลัวว่าจะรอนาน
ปกติรถเธอจอดตลอดไม่อยู่แค่เสาร์อาทิตย์ วันนี้แปลกรถเยอะมีแต่ราคาแพงๆ ทั้งนั้น หรือว่าที่คอนโดจะมีงาน นอกจากรถเยอะแล้ว ยังมีชายชุดดำแต่งตัวคล้ายตำรวจ หรือบอดี้การ์ดอะไรประมาณน้ัน เดินไปมาแถวที่ลานจอดรถเต็มไปหมด
หญิงสาวมองหายายและสัมภาระ ยายจันหายไปไหนกระเป๋าก็ด้วย อย่าบอกนะว่าขึ้นไปข้างบนห้องแล้ว ไม่น่าใช่ยายจำห้องเธอไม่ได้หรอก และจะขนของไปได้ยังไงคนเดียว ตัดสินใจเข้าไปถามพนักงาน
“คุณคะขอโทษนะคะเห็นคุณยายที่นั่งอยู่ตรงนี้ไหมคะ แล้วพวกกระเป๋าที่วางอยู่ตรงบันได หายไปไหนหมดพอจะทราบไหมคะ”
“อ๋อ....คุณยายที่คุณพายพามานั่งเมื่อสักครู่ใช่ไหมคะ เราพาคุณยายไปที่ห้องแล้วค่ะ แล้วก็ขนกระเป๋าขึ้นไปไว้ให้ที่ห้องข้างบนแล้ว ไม่ต้องห่วงนะคะ”
“เหรอคะ ใจดีจังยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ ที่นี่มีงานอะไรเหรอคะเห็นรถและคนเต็มไปหมดเลย”
“อ้อ..พอดีเจ้าของคอนโดมาตรวจค่ะ พนักงานเลยเยอะหน่อย มาตั้งแต่เมื่อวานแล้วเดี๋ยวก็เสร็จแล้วต้องขอโทษด้วยนะคะที่ต้องหาที่จอดรถไกลเลย”
“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นฉันขอตัวนะคะขอบคุณอีกครั้งที่พายายและกระเป๋าไปส่งที่ห้อง”
“ยินดีค่ะคุณพาย” พนักงานหญิงประจำคอนโดยิ้มให้ไพลิน ก่อนที่จะหันไปทำงานต่อ เธออยู่ที่นี่จนรู้สึกคุ้นเคยกับพนักงานแต่ก็ไม่ไ้ด้สนิทอะไรมาก
เจ้าของคอนโดเหรอ เธอไม่เคยได้ยินว่าเวลามาตรวจคอนโด ทำไมต้องมีบอดี้การ์ดตามมาอารักขาเต็มไปหมดในห้องรับรองลูกค้านี่ก็เหมือนกัน ผู้ชายชุดดำนั่งกันเต็มพื้นที่ ดูเหมือนเป็นบอดี้การ์ดหรือตำรวจนอกเครื่องแบบมากกว่าเป็นพนักงานบริษัทฯ แม้แต่ในลิฟก็ยังมีผู้ชายใส่ชุดดำ ไพลินระวังตัวตลอดเวลาถึงแม้จะเป็นเวลาเลิกงานก็ตาม บางห้องเจ้าของกลับจากทำงานบ้างแล้ว
ห้องของไพลินอยู่ชั้นสิบ พวกผู้ชายชุดดำนี่ดูน่ากลัวมา กเธอไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้ารู้ว่ามีคนจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา มองผ่านแว่นดำด้วย ไม่มีมารยาทหญิงสาวขยับตัวหนีเมื่อมีคนเข้ามาในลิฟต์เพิ่ม เธอถอยหลังไปจนเกือบชิดผนัง ผู้ชายชุดดำตัวสูงใหญ่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ หูไม่ฝาดแน่เธอได้ยินเสียงเขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ยืนใกล้กันขนาดนั้นทำไมถึงจะไม่ได้ยิน นึกใจว่าทำไมลิฟต์หยุดบ่อยจังเธออยากถึงห้องเต็มทีแล้ว เหมือนมีคนกดลิฟต์เล่นวิ่งขึ้นวิ่งลงอยู่นั่น ทำไมต้องเป็นวันนี้ด้วยนะ
คอนโดคึกคักไปด้วยคนมากมาย และดูเหมือนว่าจะมีคนย้ายเข้ามาพักใหม่ด้วย อย่าบอกนะว่าเป็นลูกหลานของเจ้าของคอนโด ไพลินถอนหายใจในที่สุดก็ถึงชั้นที่เธอพักอาศัยสักที เธอต้องแปลกใจอีกครั้งคนชุดดำสี่ห้าคนที่ยืนอยู่ในลิฟต์ก้าวขาออกไปจากลิฟต์ทุกคนเหมือนว่าพวกเขาตั้งใจขึ้นมาชั้นสิบเหมือนเธอ หรือว่าสิ่งที่เธอคิดจะเป็นจริง หญิงาวยืนนิ่งและดูเหมือนว่าคนชุดดำทั้งหมดก็หยุดพร้อมเธอ
ไพลินหันไปมองหน้าคนเหล่านั้น เธออยากรู้ว่ามันเกี่ยวกับเธอไหม รู้สึกไม่ปกติเลยจริงๆ คนเหล่านั้นหันไปพูดคุยกัน หญิงสาวอาศัยช่วงเวลานั้นรีบเดินไปที่ห้องของเธอและเปิดประตูห้องพาตัวเองเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว เสียงยายเปิดทีวีดูทำไมยายรู้ว่ารีโมทตัวไหนเปิดทีวี วางอยู่ด้วยกันตั้งสองสามอัน แปลกอีกแล้ว
“มาแล้วเหรอลูกหนูพาย”
“กว่าจะมาได้ค่ะยาย คนเยอะจังเลยกว่าจะหาที่จอดรถได้ ปกติไม่เป็นแบบนี้นะคะเลยทำให้ยายลำบากเลย”
“ไม่ลำบากหรอกลูก พนักงานของที่นี่เขาน่ารักมากเลยนะ พายายมาที่ห้องช่วยยกกระเป๋ามาเหมือนเขารู้ว่าหนูพายคงนานกว่าจะหาที่จอดรถได้พวกเขาเลยพายายขึ้นมาส่ง เปิดแอร์เปิดทีวีให้ยายด้วย”
“พายก็ว่าอยู่ ว่าทำไมยายเปิดทีวีได้ พนักงานเขามาเปิดให้นี่เอง”
“พนักงานที่นี่น่ารักกันทุกคนเลยนะ พูดจาดีพอเขารู้ว่ายายมากับหนูพาย เขากุลีกุจอช่วยกันเต็มที่เลย”
ไพลินงงกับคำบอกเล่าของยาย ปกติเธอก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกับพนักงานที่นี่ถึงขนาดเข้ามาในห้องได้ เอาจริงๆ เธอไม่รู้จักใครเลยแค่เห็นหน้า แทบจะไม่เห็นด้วยซ้ำเช้าเธอออกไปทำงานแต่เช้า เย็นกลับค่ำทุกวันช่างเถอะเขาดีด้วยก็ดีแล้ว ไว้วันหลังถ้าได้เจอหน้ากันอีกครั้ง เธออาจจะซื้อขนมมาฝากขอบคุณที่เขาช่วยพายายมาที่ห้องและช่วยขนกระเป๋าขึ้นมาถือว่ามีน้ำใจ จากที่รู้สึกตื่นๆ ที่เห็นแต่ชายชุดดำค่อยรู้สึกปลอดภัยหน่อยแต่เธอก็กังวลใจนิดๆ บอกไม่ถูกว่ากังวลใจเรื่องอะไร
หญิงสาวสลัดความรู้สึกนั้นออกจากหัว แล้วเริ่มจัดการกับกระเป๋าเสื้อผ้าของยาย และสัมภาระที่ขนมาจากบ้านสวนพรุ่งนี้เธอจะไปเขียนใบลาออกไพลินไม่รู้อนาคตเลยว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปชีวิตของเธอจะเปลี่ยนแปลงไปจนแทบไม่เหมือนเดิมเลยอีกเลย
สามสัปดาห์แล้วที่ยายมาอยู่กับไพลิน หญิงสาวสังเกตุว่ายายมีความสุขก็จริงแต่ก็ไม่สุขที่สุด เธอรู้ว่ายายคิดถึงบ้านสวน คนแก่ไม่ชินกับคอนโดป่าปูนมันไม่ธรรมชาติ“ยายจ๋าพายไปทำงานก่อนนะคะ”“เดินทางปลอดภัยนะลูก ไม่ต้องห่วงยาย”ไพลินอยู่ในชุดกระโปรงสั้นเหนือเข่า เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวรองเท้าส้นสูง ยายห่อข้าวใส่กล่องให้เธอไปกินที่บริษัทฯไพลินไม่บอกยายว่าลาออกแล้ว กรองกาญเข้าใจในเหตุผลของเธอดีว่าจำเป็นจริงๆเมื่อมีพนักงานใหม่เข้ามาทำงาน ไพลินเลยถือโอกาสวันนี้คุยกับหัวหน้าจะพายายกลับบ้านเลย เพราะเหลือเวลาแค่สัปดาห์เดียว“มีอะไรหรือเปล่าพาย เรื่องยายหรือเปล่า”“ใช่ค่ะพี่กรอง ยายดูไม่มีความสุขเลย พายอยากพายายกลับบ้านค่ะเหลือเวลาอีกอาทิตย์เดียว พายขอไปเลยได้ไหมคะ ”กรองกาญถอนหายใจเสียดายก็เสียดาย พนักงานดีๆซื่อสัตย์ ทำงานดีนิสัยดีแบบนี้สมัยนี้หายากมากและที่สำคัญไพลินโสด เวลามีงานเร่งงานด่วนไม่เคยขัดช่วยงานได้ทุกอย่างแต่ด้วยเหตุผลเธอต้องยอมปล่อยไพลินไป อีกไม่แน่วันข้างหน้าอาจได้มาร่วมงานกันอีก“งั้นก
สามสัปดาห์แล้วที่ยายมาอยู่กับไพลิน หญิงสาวสังเกตุว่ายายมีความสุขก็จริงแต่ก็ไม่สุขที่สุด เธอรู้ว่ายายคิดถึงบ้านสวน คนแก่ไม่ชินกับคอนโดป่าปูนมันไม่ธรรมชาติ“ยายจ๋าพายไปทำงานก่อนนะคะ”“เดินทางปลอดภัยนะลูก ไม่ต้องห่วงยาย”ไพลินอยู่ในชุดกระโปรงสั้นเหนือเข่า เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวรองเท้าส้นสูง ยายห่อข้าวใส่กล่องให้เธอไปกินที่บริษัทฯไพลินไม่บอกยายว่าลาออกแล้ว กรองกาญเข้าใจในเหตุผลของเธอดีว่าจำเป็นจริงๆเมื่อมีพนักงานใหม่เข้ามาทำงาน ไพลินเลยถือโอกาสวันนี้คุยกับหัวหน้าจะพายายกลับบ้านเลย เพราะเหลือเวลาแค่สัปดาห์เดียว“มีอะไรหรือเปล่าพาย เรื่องยายหรือเปล่า”“ใช่ค่ะพี่กรอง ยายดูไม่มีความสุขเลย พายอยากพายายกลับบ้านค่ะเหลือเวลาอีกอาทิตย์เดียว พายขอไปเลยได้ไหมคะ ”กรองกาญถอนหายใจเสียดายก็เสียดาย พนักงานดีๆซื่อสัตย์ ทำงานดีนิสัยดีแบบนี้สมัยนี้หายากมากและที่สำคัญไพลินโสด เวลามีงานเร่งงานด่วนไม่เคยขัดช่วยงานได้ทุกอย่างแต่ด้วยเหตุผลเธอต้องยอมปล่อยไพลินไป อีกไม่แน่วันข้างหน้าอาจได้มาร่วมงานกันอีก“งั้นก
ระหว่างเดินทางเข้ากรุงเทพฯไพลินขับรถอย่างระมัดระวัง ยายจันหลับไปแล้วหญิงสาวรู้สึกอบอุ่น เธอคิดไว้แล้วว่าสิ้นปีนี้จะกลับไปอยู่กับยาย แต่แค่ยังไม่ได้บอกยาย ไว้กลับไปทำงานครั้งนี้เธอจะแจ้งกับหัวหน้างานให้หาคนมาแทนเธอ และเมื่อได้คนมาแทนแล้ว เธอจะลาออกทันทีระหว่างทางที่ขับรถเข้ากรุงเทพฯไพลินคิดตลอดเวลาว่า ทำไมเธอต้องให้ยายลำบากมา อยู่คอนโดกับเธอด้วย ความสุขของยายคืออยู่บ้านสวน เปลี่ยนใจแล้วพรุ่งนี้ไปทำงานเธอจะเขียนใบลาออกทันที“ยายจ๋ายาย พายแวะปั้มเข้าห้องน้ำ ลงไปด้วยกันไหมจ๊ะ”“ถึงไหนแล้วลูก ยายอยากเข้าห้องน้ำเหมือนกัน หลับสนิทเลยหนูพาย ขับรถนิ่งมากเลยนะลูก” ยายจันชมหลานสาวหญิงชราหลับสนิทจริงๆ ถ้าไพลินไม่ปลุกคงยังไม่ตื่นน่าจะเป็นเพราะกินยาด้วยไพลินประคองยายลงจากรถพาไปเข้าห้องน้ำ ภาพที่หญิงสาวสวยหุ่นดีที่อยู่ในชุดเดรสผ้าลินนินแขนสั้นคอเชิ้ตยาวเลยเข่าสี่เหลืองไพร ไพลินเป็นคนผิวขาว ใส่เสื้อผ้าสีสดยิ่งขับให้ผิวขาวนวลยิ่งขึ้น ผู้คนที่แวะพักรถระหว่างการเดินที่เดินไปเดินมา อดไม่ได้ที่จะหันหลังกลับไปมอง“ยายจ๋าเราพักกันก่อนนะ พายว่าจะซื
คุณหมออนุญาตให้ยายออกจากโรงพยาบาลได้ ไพลินและบัวชมพูพายายกลับบ้านสวน ชมพูนอนพักที่บ้านของยายจันหนึ่งคืนสองสาวพูดคุยกันสมกับที่ไม่ได้เจอกันหลายเดือนแค่ได้พูดคุยกันเพียงเท่านี้ก็มีความสุขแล้วสำหรับชีวิตของคนธรรมดาที่ชอบใช้ชีวิตเรียบง่ายเหมือนกันบ้านของยายเป็นบ้านไม้ทรงไทยโบราณใต้ถุนสูงหลังใหญ่ ปลูกอยู่บนเนื้อที่ยี่สิบไร่ ตัวบ้านแยกออกมาปลูกในเนื้อที่ห้าไร่ แบ่งห้าไร่ไว้ปลูกทุกอย่างที่อยากกิน อีกสิบไร่ยายให้คนเช่า สมัยก่อนอยู่กันครบพร้อมหน้าพร้อมตา มีตา ยาย แม่และพ่อของเธอ แต่หลังจากที่แม่เธอแต่งงานกับพ่อ ทั้งสองคนก็ย้ายเข้าไปอยู่กรุงเทพฯด้วยธุรกิจของพ่อเธออยู่ในกรุงเทพฯทั้งหมด กลับไปหายายกับตาบ้างเดือนละครั้ง กระทั่งตาเสียชีวิตแม่เธอตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่บ้านกับยาย พ่อเธอเดินทางไปมาระหว่างกรุงเทพฯและบ้านยาย หลังๆ มาพ่องานเยอะมากขึ้น กลายเป็นแม่ที่ขับรถพาเธอไปหาพ่อที่กรุงเทพฯ หลังแม่เธอเสียชีวิตไพลินอยู่กับยาย กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเรียนจบได้ทำงานที่กรุงเทพฯทุกเย็นวันศุกร์เธอขับรถกลับมาหายายเกือบทุกสัปดาห์สมัยที่เธออยู่ด้วยยายเลี้ยงไก่ หมา แมว ไว้เป็นเพื่อน พอเธอไม่อ
ไพลินออกเดินทางจากคอนโดแต่เช้า หญิงสาวขับรถมุ่งหน้าไปยังเส้นทางสายตะวันออก เธอขับรถแบบสบายๆ กว่าจะถึงบ้านยายก็น่าจะใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงครึ่ง แต่ถ้าเวลาปกติที่สบายดีอาจขับเร็วกว่านี้ ห่วงความปลอดภัยของตัวเองช้าหรือเร็วก็ถึงบ้านยายเหมือนกัน เมื่อเช้าโทรถามอาการยายกับเพื่อนพยาบาล เบาใจที่บัวชมพูดูแลยายให้เป็นอย่างดีบัวชมพูเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอ สองสาวเรียนด้วยกันตั้งแต่ชั้นประถมจนจบมัธยมปลาย บัวชมพูอยากเป็นหมอ แต่ด้วยว่าที่บ้านมีอาชีพทำนาทำสวนพ่อกับแม่ไม่สามารถส่งเสียให้เรียนหมอได้ เธอเลยเบนเข็มมาเรียนพยาบาลแทน อย่างน้อยก็ได้รักษาคนช่วยคนเหมือนกัน บ้านบัวชมพูอยู่คนละอำเภอกับไพลิน บัวชมพูสอบติดพยาบาลได้สมใจ ส่วนเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐบาลได้ที่กรุงเทพฯในคณะที่อยากได้ เวลาที่ยายไม่สบายบัวชมพูจะช่วยอำนวยความสะดวกที่โรงพยาบาลให้ทุกอย่าง ยกเว้นว่าวันไหนที่เพื่อนเข้าเวรดึกอีกแปดสิบกิโลเมตรก็จะถึงบ้านยาย มีโทรศัพท์มาจากที่ทำงาน ไพลินจอดรถข้างทางเพื่อรับสาย“สวัสดีค่ะพี่กรองมี มีอะไรหรือเปล่าคะ”“พายถึงไหนแล้ว”“อีกแป
กรุงเทพมหานคร สำนักงานทนายความ เลิศวัฒนากิจ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านเศรษฐกิจ ที่ขณะนี้ทนายความกำลังเรียบเรียงเอกสารของลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระเงินกู้ไว้ให้เจ้านายพิจารณาแดนไทย เลิศวัฒนากิจ เจ้าของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สำนักงานตรวจสอบบัญชี โรงแรม หลายสาขากระจายไปตามจังหวัดใหญ่ๆ ของประเทศไทย พ่อกับแม่เขาได้รับมรดกมาจากปู่กับย่า เรียกว่ารวยมาตั้งแต่เกิด พ่อกับแม่เขาวางมือทางธุรกิจปล่อยให้เขากับน้องสาวบริหารงาน น้องสาวเขารับหน้าที่ดูแลการเงินทั้งหมด ส่วนเขารับหน้าที่ดูแลงานบริหารทั้งหมด พ่อกับแม่เขาวางงานไว้ดี พนักงานเก่าไว้ใจได้เกือบทุกคน เขากับน้องสาวทำงานสบายๆ จะยุ่งเวลาสิ้นเดือนเท่านั้นเพราะต้องเซ็นเอกสาร เขากับน้องเดินทางไปทั่วเมืองไทยเพื่อตรวจดูธุรกิจ ทรัพย์สินที่มีมากมายใช้ชาตินี้ก็ไม่หมด รวยแบบเงียบๆ ไม่ฟุ้งเฟ้อไม่หรูหรา ทุกคนยังคงใช้ชีวิตปกติเหมือนคนธรรมดาทั่วไปทั้งสองพี่น้องโสดมาก แดนไทยโสดเพราะเขาไม่รักใคร มีผู้หญิงจำนวนมากที่ยอมเป็นแค่คู่นอนของเขา แดนไทยไม่เอาเปรียบใคร มีสัมพันธ์กัน เขาก็ตอบแทนทุกคนไม่ว่าจะเป็นเงินทอง บ้าน รถ ที่ดิน และสิ่งสำคัญที่เขาจะต้องเจรจาก