Masukคุณหมออนุญาตให้ยายออกจากโรงพยาบาลได้ ไพลินและบัวชมพูพายายกลับบ้านสวน ชมพูนอนพักที่บ้านของยายจันหนึ่งคืนสองสาวพูดคุยกันสมกับที่ไม่ได้เจอกันหลายเดือนแค่ได้พูดคุยกันเพียงเท่านี้ก็มีความสุขแล้วสำหรับชีวิตของคนธรรมดาที่ชอบใช้ชีวิตเรียบง่ายเหมือนกัน
บ้านของยายเป็นบ้านไม้ทรงไทยโบราณใต้ถุนสูงหลังใหญ่ ปลูกอยู่บนเนื้อที่ยี่สิบไร่ ตัวบ้านแยกออกมาปลูกในเนื้อที่ห้าไร่ แบ่งห้าไร่ไว้ปลูกทุกอย่างที่อยากกิน อีกสิบไร่ยายให้คนเช่า สมัยก่อนอยู่กันครบพร้อมหน้าพร้อมตา มีตา ยาย แม่และพ่อของเธอ แต่หลังจากที่แม่เธอแต่งงานกับพ่อ ทั้งสองคนก็ย้ายเข้าไปอยู่กรุงเทพฯด้วยธุรกิจของพ่อเธออยู่ในกรุงเทพฯทั้งหมด กลับไปหายายกับตาบ้างเดือนละครั้ง กระทั่งตาเสียชีวิตแม่เธอตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่บ้านกับยาย พ่อเธอเดินทางไปมาระหว่างกรุงเทพฯและบ้านยาย หลังๆ มาพ่องานเยอะมากขึ้น กลายเป็นแม่ที่ขับรถพาเธอไปหาพ่อที่กรุงเทพฯ หลังแม่เธอเสียชีวิตไพลินอยู่กับยาย กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเรียนจบได้ทำงานที่กรุงเทพฯทุกเย็นวันศุกร์เธอขับรถกลับมาหายายเกือบทุกสัปดาห์
สมัยที่เธออยู่ด้วยยายเลี้ยงไก่ หมา แมว ไว้เป็นเพื่อน พอเธอไม่อยู่ พวกมันก็ค่อยๆ แก่และทยอยตายไปหมด ยายก็ไม่เลี้ยงสัตว์อีกเลยแค่ลงสวนก็เกือบหมดวันแล้ว นี่คือสิ่งที่ไพลินห่วงมาก ยายเคยเป็นลมในสวนจนฟื้นขึ้นมาเอง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำยายไม่เล่าให้ฟัง เพิ่งมาเผลอพูดเมื่อไม่นานมานี่เอง หญิงสาวพยายามห้ามยายไม่ให้ลงสวนแต่ก็ไร้ผล เธออยู่กรุงเทพฯยายอยู่ต่างจังหวัด มีหรือคนแก่จะฟังยังคงเข้าสวนไปทำโน้นทำนี่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไพลินกับบัวชมพูเข้าไปกราบพระในห้อง สมัยเด็กยายพาสองสาวสวดมนต์บ่อยๆ แต่ด้วยเพราะยังเด็กและเป็นวัยรุ่นทั้งไพลินและบัวชมพูไม่ค่อยมีเวลาสวดมนต์มากนัก ทั้งสองคนเหมือนกันคือ ใช้เวลาไม่มากในวันพระสวดมนต์ก่อนนอน
บ่ายๆ ไพลินขับรถไปส่งบัวชมพูที่โรงพยาบาล แล้วรีบกลับบ้านมาพายายออกไปซื้ออาหารสดเพื่อมาทำกับข้าวกินกัน ยายจันเหมือนคนไม่เคยป่วย คงเพราะได้กำลังใจจากหลานสาว ไพลินเริ่มเก็บเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ของยายบางส่วนใส่กระเป๋าเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ
“หนูพายมาหายายหน่อยลูก”
“มีอะไรจ๊ะยาย ลืมอะไรหรือเปล่าพายมีกระเป๋าว่างอีกใบมีอะไรก็ใส่เข้าไปเพิ่มได้”
“มานี่มานั่งบนตั่งใกล้ๆ ยายหน่อยลูก”
ยายจันนั่งอยู่บนตั่งตัวใหญ่ข้างๆ ตัวมีหีบไม้สักใบใหญ่สองใบวางอยู่ข้างตัว หนึ่งใบเล็กหนึ่งใบใหญ่ หญิงสาวเดินเข้าไปนั่งลงบนตั่งใกล้ๆ ยาย มองดูหีบไม้ใบใหญ่ที่เปิดฝาแล้ว เอกสารโฉนดที่ดินหลายใบรวมถึงกรมธรรม์ประกันชีวิตหลายใบ รวมถึงเอกสารการเงินหลายอย่างวางไว้อย่างเป็นระเบียบอยู่ในหีบ ยายเปิดหีบอีกใบที่เล็กกว่าใบแรก ภายในมีกล่องเครื่องประดับเล็กใหญ่วางเรียงอย่างเป็นระเบียบ ดูจากสภาพภายนอกกล่องกำมะหยี่เหมือนกับว่า ไม่ได้เปิดออกมาทำความสะอาดเลย ฝุ่นผงเกาะเต็มไปหมด
“หนูพายช่วยยายทำความสะอาดหน่อยสายตาพร่ามัวเหลือเกิน ใส่แว่นแล้วก็ยังไม่ชัดสงสัยจะเสื่อมตามกาลเวลาแล้วล่ะ”
“ยายจ๋า พายว่าหาผ้าขาวมารองดีกว่าพายกลัวว่าจะทำของยายเสียหาย เผื่อตกหล่นไปแย่เลย”
ตู้ไม้สักใบใหญ่แบ่งเป็นสองฝั่งเป็นกระจกใสแบ่งเป็นสามชั้น ภายในมีเสื้อผ้าพับเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบชั้นบนสุดเป็นพวกผ้าผืน ชั้นที่สองเป็นเสื้อพวกผ้าลูกไม้ ชั้นที่สามเป็นผ้าถุง อีกฝั่งที่เป็นกระจกเงาเป็นราวสำหรับแขวนมีชุดผ้าไหมของยายหลายชุดแขวนเรียงไล่สีกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ด้านล่างมีผ้าแพรสำหรับห่ม และผ้าฝ้ายหลายผืน เธอเลือกสีขาวมาหนึ่งผืน
“หนูพายเอาออกมาทำความสะอาดให้หมดเลยนะลูก แล้วช่วยตรวจให้ยายหน่อยตามรายการในสมุดบัญชีเล่มนี้ว่ายังอยู่ครบไหม” ยายจันวางสมุดบัญชีเล่มใหญ่ไว้ข้างๆ ไพลินก่อนที่จะเอนหลังมองหลานสาวนั่งทำความสะอาดเครื่องประดับ หลานสาวคนเดียวถอดแบบแม่มาทุกอย่าง แม่ของไพลินเป็นคนสวยแต่เศร้าอายุไม่ยืน เสียชีวิตไม่นานสามีก็มีภรรยาใหม่ โชคดีเหลือเกินที่ไพลินไม่ใช่คนคิดมาก หลานสาวคนนี้เป็นคนไม่ยึดติดอะไรพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่
ยายจันรู้ว่าเงินที่คุณพายัพโอนให้ไพลินทุกเดือนจำนวนสามหมื่นบาทหลานสาวไม่เคยเอาออกมาใช้เลย เก็บฝากธนาคารทุกบาททุกสตางค์ถึงเวลานี้คงมีจำนวนมากแล้ว ไพลินใช้เงินที่เป็นส่วนของแม่ที่ฝากไว้ให้และเงินของยายจันเอง ลำพังยายจันอยู่คนเดียวไม่ต้องใช้อะไรมาก ข้าวของเครื่องใช้ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ อาหารการกินซื้อเพียงแต่เนื้อสัตว์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยิ่งผักผลไม้นี่น้อยมากที่จะได้ซื้อ เพราะในสวนของยายมีทุกอย่างเกือบครบ
“ยายจ๋าทำไมเครื่องประดับพวกนี้มีมากจัง ล่าสุดพายจำได้ที่เคยทำความสะอาด ยังไม่เยอะขนาดนี้นี่นา ยายซื้อเพิ่มหรือจ๊ะ” ไพลินถามยายมือก็ง่วนทำความสะอาดเครื่องประดับของยาย เธอรู้ว่าบางชุดราคาแพงมากสมัยยายยังสาว รับมรดกมาจากยายทวดอีกที ยายเป็นลูกสาวคนเดียวเช่นกันเลยทำให้สมบัติทุกอย่างไม่มีใครมาแย่ง และยายยังคงรักษาไว้อย่างดี
“ไม่หรอกลูกหนูพายดูดีๆ บัญชีเล่มที่สอง ชั้นล่างเป็นของยายชั้นบนเป็นของแม่หนูพายไงลูก”
“ทำไมเยอะจังเลยจ๊ะยาย พายไม่เคยเห็นของแม่เลย”
“ของพวกนี้แม่ของหนูเขาฝากยายไว้ สั่งไว้ว่าให้เก็บไว้ให้หนูพายมีบางส่วนที่ยายให้เขา หลังๆ มาเขาก็ซื้อเองบ้างงามๆ ทั้งนั้นล่ะลูก เหมาะกับหนูพายเวลาไปงานจะได้ไม่อายใครเขา เดี๋ยวเอาพวกชุดผ้าไหมไปไว้ใส่ด้วยนะลูก ของแม่เราทั้งนั้นแหละเก็บไว้ก็ไม่มีคนใส่”
“เอกสารพวกนี้ยายเพิ่งไปเอามาจากธนาคารก่อนหน้าที่หนูพายจะกลับบ้าน เอกสารพวกนี้เหมือนกันของแม่เราบางส่วน ของยายบางส่วน “
“อ้าวแล้วเอาออกมาทำไมจ๊ะยาย อยู่ในธนาคารก็ดีแล้ว”
“ยายอยากให้หนูพายรู้เห็นว่าบ้านเรามีอะไรบ้าง และยายทำพินัยกรรมไว้หมดแล้วนะ ทรัยพ์สมบัติทุกอย่างเป็นของหนูพายคนเดียว”
“ยายจ๋าพายยังไม่รับหรอก เก็บไว้ที่ยายดีแล้วยังไงเราก็อยู่ด้วยกันเดี๋ยวพายทำหายล่ะแย่เลยค่ะ”
“ไม่หรอกจะหายได้ยังไงทุกอย่างเป็นของดีคนมีบุญและเหมาะสมเท่านั้นถึงจะได้ครอบครอง สมบัติทุกอย่างยายกับแม่ได้มาด้วยความสุจริตไม่ได้คดโกงใครมา และต้องเป็นหนูพายเท่านั้นที่จะได้เป็นเจ้าของรับไว้เถอะลูก ยายให้ทนายทำเอกสารมอบให้หมดแล้วหนูพายก็แค่เซ็นชื่ออย่างเดียว”
“ยายจ๋าไม่เอาจะรีบยกให้พายทำไมจ๊ะ ยังไงยายก็อยู่กับภายอยู่แล้วไม่เห็นต้องรีบโอนให้เลย”
“เอาเถอะน่ารับไปเถอะลูกไม่งั้นยายจะไม่สบายใจ”
“ยายจ๋าเดี๋ยวพายก็กลับมาอยู่ที่นี่กับยายแล้ว ไม่ต้องหรอกค่ะพายว่ามันเยอะเกินไป”
“หนูพายรับไปเถอะลูกยายตั้งใจให้หลานอยู่แล้ว แม่ของหลานเขาก็ตั้งใจมอบให้หลาน”
ไม่ว่าไพลินจะปฏิเสษยังไงยายจันก็ยังยืนยันว่าต้องยกทุกอย่างให้เธออยู่แล้ว ทำเสียตั้งแต่วันนี้ให้เสร็จเรียบร้อย และรับปากว่าจะไปอยู่ที่กรุงเทพฯกับเธอ ไพลินถึงยอมเซ็นรับทุกอย่างจากยาย หลังจากทำความสะอาดเครื่องประดับและตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมดแล้ว ยายยกหีบไม้ทั้งสองใบให้ไพลินเก็บไว้และให้นำไปไว้ที่กรุงเทพฯด้วย
“เอาล่ะยายสบายใจแล้วทุกอย่าง เรื่องที่ดินไม่ต้องห่วงยายทำรั้วรอบขอบชิดชัดเจน ไม่เคยมีปัญหากับที่ข้างเคียง ท้ายสวนปานกับเมียเขายังอยู่กับเรานะหนูพาย ยายยกที่ดินให้เขาห้าไร่แยกออกไปต่างหาก จ้างเขาให้ดูแลสวนให้ และให้เขาเช่าที่เราทำกิน ดีกว่าปล่อยที่ดินไว้เฉยๆ ต้องดูแลเขานะ ลูกเขายังเล็ก เห็นว่าลูกสองคนกำลังเรียนมัธยมด้วยกันทั้งคู่ เขาก็ดีช่วยยายมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เป็นคนซื่อทั้งผัวทั้งเมีย ยายก็ได้อาศัยพวกเขา”
“พายจำได้จ๊ะยาย เดี๋ยวพรุ่งนี้ก่อนเข้ากรุงเทพฯพายว่าจะแวะไปหาลุงกับป้าเขาสักหน่อยจะฝากสวนฝากบ้าน ให้เขามาดูให้บ่อยๆ”
“ดีๆ ลูกนี่ยายลืมไปเลยนะว่าเราจะไม่อยู่บ้านเกือบเดือนจริงอย่างที่หนูพายพูดไปบอกเขาให้แวะมาดูบ้านให้เราสักหน่อย คนสมัยนี้ไว้ใจยากไม่รู้ว่าใครเป็นใคร”
ไพลินเก็บสมบัติที่ยายให้ใส่ตู้เซฟไว้อย่างดี ยายออกไปทำกับข้าวสำหรับมื้อเย็น ยายจันรู้ว่าหลานสาวไม่ค่อยได้กินของอร่อยๆ นักที่กรุงเทพฯทุกเวลาเป็นเวลาเร่งด่วนทั้งวัน อาจจะทั้งคืนด้วยก็ได้ ไม่เหมือนต่างจังหวัด ที่มีเวลาเร่งด่วนก็แค่ช่วงเช้า เด็กๆ ไปโรงเรียน และช่วงเด็กเลิกเรียน คนจะเยอะอีกครั้งก็พนักงานโรงงาน และข้าราชการเลิกงาน
ยายจันสงสารหลานสาว หญิงชรารู้ว่าไพลินมีโครงการกลับมาอยู่บ้าน หลานสาวไม่ได้อยากอยู่ในเมืองใหญ่ แค่เพียงอยากหาประสบการณ์โชคดีที่ทำงานไพลินเป็นที่รักของทุกคน ด้วยนิสัยที่อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ก้าวร้าวทำให้คนที่พบเห็นเมตตา
ที่เห็นว่ามีปัญหากับหนูพายของยายก็คือแม่เลี้ยงและน้องเลี้ยงเพียงสองคนเท่านั้น แน่นอนอยู่แล้วคงเป็นเจ้ากรรมนายเวรของหลานสาวที่ต้องมาเจอสองคนนั่น คนเราต้องมีเรื่องราวผูกพันกันมาแต่ชาติปางก่อนชาตินี้ถึงได้มาพบและรู้จักกัน ยายจันสบายใจแล้วที่ได้มอบทรัยพ์สินทุกสิ่งทุกอย่างให้หลานสาว ต่อไปถ้าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ห่วงอะไรแล้ว สิ่งที่ไพลินเพิ่งได้รับรวมกับเงินสดในธนาคารรวมๆ แล้วก็หลายสิบล้านเลยทีเดียวมีใช้ไปจนเฒ่าจนแก่ก็ไม่มีวันหมด เพราะยายจันรู้ว่าหลานสาวคนเดียวเป็นประหยัดไม่ฟุ้งเฟ้อ
ที่บ้านสวนของไพลินฤดูฝนวนมาอีกครั้งลมเย็นๆ พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างและประตูบ้านเรือนไทย ทำให้ทั้งบ้านอากาศดีเย็นสบาย เสียงนกร้อง เสียงไก่จากบ้านตาปานขันดังไกลมาถึงบ้านของไพลิน หลังฝนตกเพียงไม่กี่ครั้งต้นไม้ใหญ่รอบบ้านนับวันยิ่งสูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง จะผ่านมากี่ปีทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมหกโมงเช้าแล้วแดนไทยและไพลินยังคงนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง เขาตื่นนานแล้วแต่ยังไม่ลุกจากที่นอน ข้างกายเขาภรรยาแสนสวยยังไม่ตื่น ชายหนุ่มนอนมองภรรยาอย่างแสนรัก ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไม ยิ่งอยู่ด้วยกันจนมีลูกเขาก็ยังรักและยิ่งหลงไพลินมากขึ้นทุกวันไม่มีเบื่อเลย ไพลินมีน้ำมีนวลมากกว่าเมื่อสมัยเป็นสาว ถึงแม้ว่าจะมีลูกแฝด หุ่นของเธอก็กลับมาเท่าเดิมมีแถมยังเปล่งปลั่งมากกว่าสมัยเป็นสาวมาก อาจเป็นเพราะเธอออกกำลังกายเป็นประจำด้วยการว่ายน้ำวันเว้นวัน เหมือนเมื่อสมัยอยู่ที่เกาะสองคืนแล้วที่ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง ปู่กับย่ามารับลูกแฝดชายหญิงของเขาไปดูแล เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ลูกๆ ของเขาครบหนึ่งขวบ ปู่กับย่าอยากเลี้ยงหลาน เห่อหลานมาก ไม่ยอมกลับกรุงเทพฯเลย ปักหลักอยู่ที่บ้านสวนตลอด ทุกสัปดาห์
บ้านสวนของไพลิน แดนไทยจัดเตรียมที่นอนสำหรับไพลินอยู่ที่เตียงเล็กเสร็จแล้ว เขาสงสัยว่าอยู่ๆ ทำไมหญิงสาวนั่งมองหน้าเขานิ่งและนาน เหมือนคิดอะไรอยู่ เขาเชื่อว่าในความคิดนั้นต้องมีเขาอยู่ด้วยแน่ๆ“หนูพาย เป็นอะไรไปครับ มีอะไรหรือเปล่าเห็นนั่งนิ่งๆ นานแล้ว”“ฉันกำลังคิดว่าคุณเคยขอฉันแต่งงานไหม นอกจากบอกว่ารักและอยากอยู่ด้วย คือฉันกำลังงงกับตัวเองว่าถ้าฉันเป็นภรรยาคุณแล้ว ต่อไปเราจะอยู่กันยังไง เวลานี้เราเป็นแฟนกันใช่ไหม ความหวาดกลัว ความเกลียด ความรำคาญที่ฉันเคยมี มันหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และบางครั้งก็รู้สึกสบายใจเหมือนจะมีความสุข ฉันกำลังเรียบเรียงเรื่องราวอยู่ค่ะคิดมาหลายวันแล้ว”“ห่ะ ว่ายังไงนะ หนูพายพูดใหม่หน่อย พี่ไม่ได้หูฝาดใช่ไหม” แดนไทยก้าวขาไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวไพลิน หญิงสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ โต๊ะทำงาน เขานั่งลงคุกเข่าอยู่ต่อหน้าไพลินสองมือจับมือเรียวของเธอขึ้นมากุมไว้ เงยหน้ามองผู้หญิงที่เขารักเต็มตา“หนูพายใช่แล้วมันคือความรัก หนูไม่ได้รังเกียจพี่ สิ่งที่หนูรู้สึก
คุณทัตเทพและคุณดรุณีขอตัวพักผ่อนหลังจากที่พูดุคุยเรื่องของดารณี คนแก่สองคนตื่นเต้นนอกจากเรื่องของลูกชายคนโตแล้ว เรื่องของลูกสาวคนเล็กก็ทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อและแม่พองโต แดนไทยขอตัวขึ้นไปข้างบนหลังจากพ่อกับแม่เขาพักผ่อน ตรงไปที่ห้องของไพลิน"หนูดาไปไหนแล้วครับ""พอดีคุณมาร์คโทรมาค่ะเลยขอตัวไปคุยที่ห้องสักพักแล้ว""อ่อ พ่อกับแม่ตื่นเต้นกันใหญ่พอรู้ว่าหนูดามีคนสนใจ"แดนไทยนั่งเอนหลังบนโซฟาตัวเดียวกับไพลิน“คุณไม่ไปทำงานเหรอคะ”“พี่ทำงานที่บ้านได้ หนูพายถักอะไรอีกเหรอไหนว่าส่งลูกค้าหมดแล้ว”"ถักชุดเครื่องนอนแล้วก็พวกผ้าม่านประตู ม่านหน้าต่างให้พี่ดาค่ะ ช่วงนี้น่าจะว่างยาวก็เลยถักให้""แล้วไม่มีของตัวเองบ้างเหรอ ถักให้แต่คนอื่น""มีค่ะที่บ้านสวนเต็มเลย ที่คอนโดก็มี""พรุ่งนี้เราไปเก็บเครื่องประดับที่คอนโดกันไหม หนูพายจะได้ไปดูห้องด้วย ป่านนี้ฝุ่นคงเยอะมาก ล่าสุดที่พี่ไปนอนก็ถือว่าเยอะมากเลยนะ""คิดไว้เหมือนกันค่ะ เอ่อ....คุณคะฉันทำความสะอาดคอนโดเสร็จแล้วว่าจะกลับบัานสวนเลยค่ะ คิดไว้ว่าน่าจะอยู่ที
แดนไทยกับไพลินพักที่โรงแรมหกวันแล้ว ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน เขาให้เกียรติหญิงสาวทุกอย่าง คอยดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง บางครั้งคิดน้อยใจไพลินนิ่งมาก ถึงจะให้ความสนิทสนมกับเขาเหมือนว่าจะมีใจ แต่ก็นิ่งเกิน ยิ่งเวลาที่ทำงาน เหมือนไม่มีเขาอยู่ด้วย“เป็นอะไรไปคะ เงียบจัง” ไพลินเริ่มรู้สึกว่าเงียบ ปกติแดนไทยจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาและเรื่องงานให้เธอฟังตลอด“กลัวหนูพายรำคาญ เดี๋ยวไม่มีสมาธิทำงาน” แดนไทยนอนอยู่ข้างๆ ไพลินที่กำลังนั่งถักกระเป๋า“ไม่รำคาญหรอกค่ะ กลัวคุณเบื่อมากกว่า วันๆ นั่งๆ นอนๆ เฝ้าฉันทำงาน” ไพลินวางมือจากการทำงานเอียงตัวมามองคนที่นอนข้างๆ อยู่แบบนี้ทุกวันตั้งแต่ขึ้นจากเกาะ“ขอดูมือหน่อยได้ไหม ทำไมขยันจังเลยตั้งใจจะทำถึงเมื่อไหร่กันเชียวไม่เบื่อหรือไงนะไพลินยื่นมือให้เขาอย่างว่าง่าย ทำเอาคนที่นอนอยู่ยิ้มจนตาหยีดึงมือของไพลินมาวางไว้ที่หัวใจตัวเอง“ข้างนี้ใช่ไหมที่ซ้นหายดีแล้วนะ” เขาถามทั้งที่หลับตาอยู่“หายดีแล้วค่ะ ทำงานได้สบายๆ เลย”“วันพรุ่งนี
บ้านกิจษานุรักษ์ คุณทัตเทพและคุณดรุณีกำลังปรึกษากันเรื่องแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองคนดีใจที่ทั้งคู่ตกลงพูดคุยกันได้ ดีใจกับลูกชายที่สุด พ่อกับแม่ทุกข์ใจช่วงระยะเวลาเกือบ 1 ปี ที่แดนไทยจมจ่ออยู่กับความเสียใจไม่เป็นอันทำงานทำการ เสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ไพลินต้องไปลำบากระหกระเหินอยู่แห่งหนใดก็ไม่รู้ ลูกทุกข์เท่าไหร่ พ่อแม่ทุกข์หนักยิ่งกว่า แดนไทยก็เหลือเกิน ดื่มตลอดเวลาทำใจไม่ได้ ครึ่งปีแรกเกือบเอาชีวิตไม่รอดครึ่งปีหลังมาต้องจับเข่าคุยกัน พ่อแม่แก่ลงทุกวัน น้องสาวทำงานคนเดียวทุกคนขอร้องให้เขากลับมาทำงาน จะได้ว่างเว้นจากการรู้สึกผิดบ้าง ดีขึ้นมานิดหน่อย ก็ยังไม่วายดื่มลดลงเพียงเล็กน้อย แดนไทยอยู่บ้านสวนและคอนโดของไพลินตลอด กลับบ้านแค่เสาร์อาทิตย์ ร่างกายซูบผอมไม่ดูแลตัวเอง ปล่อยผมยาวรุงรัง คุณทัตเทพล้มป่วยเพราะเหนื่อยจากการทำงานหนักนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้แดนไทยคิดไทยรู้ว่าตัวเองทำผิดกับครอบครัว ผิดกับไพลินแล้วยังไม่พอ ยังมาต้องทำให้พ่อแม่น้องลำบาก หลังจากนั้นคุณทัตเทพและคุณดรุณีก็ได้เห็นว่าแดนไทยกลับมาทำงาน และทำหนักกว่าเดิมเขาทุ่มเทกับงานไม่สนใจเรื่องอื่น ทำจนไม่มีเวลาพ
ช่วงเวลาที่อยู่บนเกาะกับไพลิน แดนไทยมีความสุขมาก เขาทำงานได้ติดต่อธุรกิจได้เหมือนเดิมไม่มีปัญหาเลย ต่อไปนี้ไม่ว่าไพลินจะไปที่ไหน เขาก็จะตามไปทุกที่ ฝนซานักท่องเที่ยวเริ่มขึ้นไปทำธุระบนฝั่ง รวมทั้งแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองเก็บเสื้อผ้าทุกอย่างไปหมด ไพลินคิดว่าจะไม่กลับมาแล้ว เธอจะแวะไปดูบ้านที่กำลังสร้าง หลังจากนั้นจะกลับบ้านสวนไปใช้ชีวิตปกติของเธอ พิเศษหน่อยที่ครั้งนี้เธอมีคนติดตาม เชื่อว่าเขาไม่ปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียวแน่ๆ เริ่มกังวัลกับบ้านที่จะกำลังสร้าง ในเมื่อบ้านสวนยังเป็นของเธอ ก็ไม่อยากมีบ้านที่นี่แล้ว ตัวคนเดียวจะมีทำไมหลายหลังแดนไทยจองโรงแรมใกล้ๆ กับหมู่บ้านของไพลิน เขาเป็นคนจ่ายทั้งหมดห้ามไม่ให้ไพลินจ่าย เขาเห็นแบบบ้านแล้วชอบ ไพลินกับเขาชอบอะไรคล้ายๆ กัน ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองหรอกมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ที่เมืองนี้โรงแรมเยอะสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวรถของรีสอร์ทไปส่งทั้งสองคนที่โรงแรมที่จองไว้ แดนไทยประทับใจเขาได้พูดคุยกับเจ้าของรีสอร์ท มีโอกาสเขาต้องกลับไปอีกแน่“ฉันขอแวะซื้อเสื้อผ้าใหม่สักชุดนะคะ ของคุณด้วยว่าจะซักผ้าที่มาจากเกาะค่ะ ติดทรายเต็มเล







