LOGINภายในห้องพักของไพลิน แดนไทยกินข้าวอิ่มแล้วแต่ยังไม่ยอมกลับห้องของตัวเอง แต่กว่าจะกินอิ่มเขาก็ลีลาอยู่นั่น ยังคงนั่งอิดออดเล่นอยู่ภายในห้องของเธอ ไม่มีทีท่าว่าจะกลับห้องของตัวเองเลย
ไพลินรีบเก็บถ้วยจานรวมทั้งแก้วน้ำไปล้างโดยเร็ว หวังว่ากลับมาออกมาจากล้างจานเขาจะกลับห้องไปแล้ว เขายังคงวนเวียนอยู่ในห้องของเธอต่อ โดยย้ายไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่ ทำตัวสบายๆ เหมือนเมื่อครั้งที่ยายยังอยู่ ขัดใจแต่ก็ไม่กล้าไล่เขา ถ้าเป็นคนปกติก็ต้องรู้และกลับไปแล้ว แต่นี่เขาเป็นเป็นคนไม่ปกติ ทำไมเธอต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วยนะ ยายจะรู้ไหมว่าคนดีของยายไม่ได้ดีอย่างที่ยายมองเห็น มันแค่เปลือกนอก
“ฉันถามใหม่ก็ได้ เธอมากรุงเทพฯทำไม หรือว่าตามฉันมา” เสียงเขาดังมากกว่าปกติ แต่ก็คงนึกได้ว่าไพลินไม่ชอบให้เขาเสียงดัง ก็ชอบดื้อ ถามไม่ค่อยตอบ บางทีก็ต้องใช้เสียงบ้าง ถ้าเสียงไม่ดังก็ไม่ค่อยจะพูดด้วย ใจเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมอยากตอแย อยากให้ไพลินพูดเยอะๆ เสียงไพลินเวลาพูดน่าฟัง เอาตรงๆ เขาอยากรู้จักให้มากกว่านี้ บางทีก็งงตัวเองเหมือนกัน หนี้ก็อยากได้คืน นึกสงสารหน้าเล็กสวยนั่นเหมือนกัน พรุ่งนี้ยังไม่รู้ตัวเลยว่าจะเจออะไร ใจเขาก็สงสารอีกใจเขาก็นึกสะใจ อยากเห็นว่าเมื่อไพลินรู้เรื่องทุกอย่างแล้วจะทำหน้ายังไง แล้วจะทำยังไงต่อกับภาระหนี้สินของพ่อที่ตัวเองจะต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อไป
“หลงตัวเองมากไปหรือเปล่าคุณ พ่อฉันไม่สบายค่ะ ท่านโทรหาฉันทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องโทร ก่อนหน้านี่เราเพิ่งเจอกันก่อนที่ฉันกลับบ้านสวน เสียงพ่อเหมือนไม่สบายเมื่อเช้าวานคุยกับฉัน ท่านยังอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่เลยบ่ายๆ มาออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่มีคนโทรหาฉันนัดให้ไปเจอพร้อมกับพ่อภรรยาและลูกใหม่ของพ่อ เขาบอกว่าเป็นทนายความ ฉันเลยหวั่นใจว่าต้องเป็นเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ” ไพลินพาซื่อเล่าให้เขาฟังคิดเพียงแต่ว่าถ้าเขาอยากรู้อะไรก็เล่าให้เขาฟังซึ่งมันก็ไม่ใช่ความลับอะไร เมื่อเขารู้แล้วจะได้รีบกลับ
“เธอไม่คิดเหรอว่าพ่อเธออาจนัดเปิดพินัยกรรมแล้วมอบมรดกให้เธอก็ได้”
“ไม่หรอกค่ะ เป็นไปไม่ได้ตั้งแต่พ่อแต่งงานใหม่เราก็เหมือนขาดการกันไปโดยปริยาย แม้แต่เรื่องธุรกิจที่พ่อทำ ถึงเวลานี้ฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าธุรกิจที่พ่อทำคืออะไร อีกอย่างยายก็บอกสอนฉันเสมอว่า อย่าไปยุ่งกับครอบครัวใหม่ของพ่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม
"แล้วพ่อเธอไม่เคยส่งเสียเรื่องเงินเลยเหรอ"
"แอบส่งค่ะ ที่ต้องแอบเพราะพ่อไม่อยากมีปัญหากับครอบครัวใหม่ พ่อฉันส่งเสียฉํนทุกเดือน แต่ฉันไม่เคยใช้เลยยังอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์ในธนาคาร"
“ทำไมต้องเก็บไว้ ทำไมไม่ใช้แล้วเธอใช้เงินจากที่ไหน”
“เรื่องค่าใช้จ่ายของฉันตั้งแต่แม่เสีย ยายเป็นคนส่งเสียฉันทุกอย่าง สมบัติของแม่บ้าง เงินที่ฉันทำงานพิเศษบ้าง”
“แล้วคอนโดนี่ล่ะ รถอีกเธอเอาเงินจากไหนมาซื้อ”
“พ่อฉันซื้อไว้ตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งงานใหม่ รถก็เป็นเงินที่พ่อกับแม่เก็บมาด้วยกันซื้อให้ พ่อบอกว่าดีกว่าไปเช่า”
“แล้วถ้าพ่อเธอมีปัญหาเรื่องเงินจริงๆ เธอจะทำยังไง ถ้าสมมุติว่าภรรยาใหม่เขาไม่รับผิดชอบอะไร ประมาณว่าทิ้งพ่อเธอเลยฉันแค่สมมุติเฉยๆ นะ”
“ถ้าเป็นแบบที่คุณว่าจริงๆ ฉันก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากรับพ่อมาดูแล ส่วนเรื่องธุรกิจฉันไม่มีความรู้ความสามารถหรอกค่ะ อะไรจะเกิดก็คงปล่อยให้มันเกิดเพราะฉันก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อถ้าเหตุมันเกิดขึ้นจริง อย่างที่คุณสมมุติ อาจให้ยายช่วย เพราะฉันมีญาติเหลืออยู่คนเดียวคือยาย หรือบางทีอาจต้องขายสมบัติเก่าใช้หนี้ ถ้าหนี้ของพ่อไม่เยอะเกินกำลังของฉันกับยายที่มีอยู่ก็น่าจะพอใช้หนี้ แต่ฉันขออย่าให้เป็นเรื่องนั้นเลย เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริงพ่อจะน่าสงสารมาก”
“เธอเคยเชื่อใจใครสักคนไหม แล้วถ้าคนๆ นั้นทำให้เธอเจ็บใจ เหมือนเป็นการหักหลัง เธอจะทำยังไงกับคนๆ นั้น”
“คงไม่ทำอะไรหรอกค่ะ มันเป็นสิทธิ์ของเขา คงโกรธเป็นเรื่องธรรมดา ฉันยังไม่เคยเจอกรณีที่คุณถาม บางทีถ้าเจอเหตุการณ์แบบนั้นฉันอาจไม่มีสติก็ได้ แต่สุดท้ายฉันก็คงเอาตัวเองออกมาให้ห่างเขาคนนั้น คงทำได้แค่นั้นจริงๆ ถามทำไมคะ”
“เมื่อไหร่กันที่เธอคิดจะมีคนที่สนิทมากๆ ฉันหมายความว่าคนที่คบกันแบบเป็นแฟน”
“ยังหรอกค่ะฉันยังไม่คิด อยู่แบบไม่มีใครก็ดีอยู่แล้วอย่างน้อยฉันก็มียาย มีชมพู มีพ่อแค่นี้ก็พอแล้ว ฉันอายุยังน้อยยังมีเวลาอีกเยอะ ดึกแล้วคุณกลับได้แล้วค่ะฉันจะนอน พรุ่งนี้ฉันต้องออกไปธุระแต่เช้า”
“ฉันขอโทษนะที่มาแล้วไม่ได้บอกลาเธอเลย จริงๆ ฉันควรโทรบอกเธอสักหน่อย”
“ไม่จำเป็นหรอกค่ะฉันไม่คิดมาก ไม่ใช่คุณไม่บอกใคร ยายก็รู้ว่าคุณกลับคนเราต่างก็มีเหตุผลส่วนตัวเสมอ ฉันไม่คิดเล็กคิดน้อยยิ่งเรื่องที่จะทำให้ทุกข์ฉันพยายามจะเลี่ยง”
“ฉันขออยู่ต่ออีกสักหน่อยได้ไหม กลับไปที่ห้องฉันก็ไม่มีเพื่อนคุย”
“ถ้าคุณจะอยู่ฉันก็ห้ามคุณไม่ได้อยู่แล้วนี่คะ ต้องถามว่าคุณเคยตามใจคนอื่นบ้างไหมนอกจากทำตามใจตัวเอง กลับกันฉันไม่เคยได้เป็นคนที่ถูกตามใจเลยสักครั้งมุมมองมันต่างกันค่ะ ฉันเข้าใจ”
“เคยคิดไหมว่าถ้ายายกับพ่อเธอไม่อยู่แล้ว หรือบัวชมพูแต่งานไปแล้วเธอจะอยู่ยังไงคนเดียว”
“ก็ไม่ยากนี่คะ ฉันก็อยู่ได้ทุกวันนี้ฉันก็เหมือนอยู่คนเดียวอยู่แล้ว ใช้ชีวิตคนเดียวดีจะตายอาจเสียใจบ้างที่ยายกับพ่อไม่อยู่ แต่มาคิดอีกทีก็อาจถึงเวลาของเขา ถ้าชมพูแต่งานจริงๆ ฉันก็ยินดีกับเพื่อนด้วย ดีใจซะอีกเพื่อนฉันลำบากกว่าฉันมาก จนป่านนี้ชมพูยังต้องส่งเสียน้องให้เรียน ส่งเสียพ่อแม่อยู่เลย ส่วนฉันไม่ต้องส่งเสียใครแค่ดูแลยายกับพ่อให้ดีแค่นั้นเอง ไม่มีอะไรต้องให้คิดมากเลยค่ะ”
“แล้วถ้าสมมุตินะ ถ้าทรัพย์สมบัติทุกอย่างหมดไปหรืออาจต้องใช้หนี้หมด เธอจะใช้ชีวิตอยู่ยังไง”
“ก็คงต้องหางานทำค่ะ ไม่ยากหรอกวิชาความรู้ฉันก็มี แรกๆ อาจจะยากหน่อย แต่ยังไงก็ตามฉันคิดว่าฉันอยู่ได้ ชีวิตต้องเดินต่อไปข้างหน้ายังไงก็ต้องหาวิธีอยู่ต่อให้ได้ฉันคิดแบบนี้” ไพลินตอบตามที่ใจตัวเองคิด
“บางทีเธอก็เป็นผู้ใหญ่กว่าฉันมากเลยนะ” เขายอมรับว่าเด็กไพลินเป็นผู้ใหญ่มาก บางเรื่องเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเขาเสียอีก
“คนเราไม่เหมือนกันค่ะ พิ้นฐานครอบครัวคนเราไม่เหมือนกัน ฉันเกิดมาและเติบโตมากับแม่กับยายที่คอยสั่งสอนให้เจียมเนื้อเจียมตัว ช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ช่วงที่แม่เสียฉันก็ผ่านจุดนั้นมาได้ มาเจอเรื่องที่พ่อไปมีภรรยาใหม่มีน้องใหม่เกิดขึ้นมาอีกหนึ่งคนตอนนั้นฉันตื่นเต้นที่รู้ว่ามีน้อง แต่ก็แค่แป๊ปเดียว ภรรยาใหม่ของพ่อไม่ได้เอ็นดูฉันเลย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาฉันก็คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเจอไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ฉันไม่เคยหวังเต็มร้อยสักอย่างเผื่อความผิดหวังไว้ให้ตัวเองเสมอ เลยไม่ค่อยเสียใจเท่าไหร่ค่ะ แต่อาจจะมีอีกหลายเรื่องที่ฉันยังไม่เจอก็ได้ ไม่แน่อาจมีเรื่องร้ายแรงที่สุดก็ได้ ไว้ถึงเวลานั้นฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าจะยอมรับมันได้ขนาดไหน”
“ยายจันเป็นโรคอะไรเธอถึงต้องคอยดูแลไม่ห่างเลย ถึงขนาดลาอออกจากงานเพื่อไปดูแลยาย”
“ยายเป็นโรคหัวใจค่ะ เบาหวาน ความดัน ต้องพบหมอและกินยาตลอด ยายอายุมากแล้วฉันไม่อยากให้ยายเครียด บั้นปลายของชีวิตอยากให้ยายอยู่อย่างมีความสุข”
“ฉันขอบใจเธอนะสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ตามใจฉัน ขอโทษที่บางครั้งอาจทำให้เธอรำคาญใจ”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณรู้ตัวเองฉันก็ไม่ถือ ต่อไปเราก็คงไม่ต้องเจอกัน “
“ทำไมเธอคิดแบบนั้น ทำไมคิดว่าเราจะไม่ต้องได้เจอกันอีก”
“ก็ไม่มีเหตุผลไหนที่จะต้องเจอกันนี่คะ คุณก็อยู่กรุงเทพฯส่วนฉันก็อยู่ต่างจังหวัด ไม่มีเหตุผลหรืองานอะไรที่เราจะต้องมาเจอกันอยู่แล้ว “
“แต่ถ้าฉันมีปัญหาอยากถามเธอ ฉันโทรหาเธอได้ใช่ไหม”
“ได้ค่ะไม่มีปัญหา แต่ฉันคิดว่าคุณคงไม่มีปัญหาหรอกค่ะสมัยนี้มีบริษัทฯรับปรึกษาเยอะแยะไปไม่จำเป็นต้องเป็นฉันหรอก อีกอย่างฉันคงไม่ว่างเพราะต้องดูแลยาย บางทีอาจต้องดูแลพ่อด้วยอีกคน ไม่ต้องโทรหาฉันดีที่สุดค่ะ เพราะถ้าฉันไม่รับสายหรือรับช้าคุณก็จะอารมณ์ไม่ดี ไม่โทรจะดีกว่าจะได้ไม่โมโห”
“ทำไมเธอคิดว่าฉันขี้โมโห เอาแต่ใจตัวเอง”
“นี่คุณไม่รู้ตัวเลยเหรอคะว่าเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง ฉันว่าคุณอายุไม่น้อยแล้วนะคะ ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองนิสัยเป็นยังไง ก็ไม่ควรที่จะไปตำหนิคนอื่นนะคะ”
“ทำไมเธอถึงกล้าว่ากล้าสอนฉัน”
“ก็คุณถามฉันเอง ฉันก็ตอบตามความเป็นจริง คุณต้องยอมรับตรงนี้ให้ได้ ก่อนที่คุณจะไปว่าคนอื่น”
“แล้วถ้าฉันเปลี่ยนนิสัยตัวเองไม่ได้ล่ะ”
“ก็แล้วแต่คุณเลยค่ะไม่เกี่ยวกับฉัน คุณทำยังไงคุณก็จะได้แบบนั้น”
“หมายความว่ายังไง”
“คุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ ทำไมวันนี้ถามเยอะจังเลยฉันว่าแบบคุณไม่ต้องปรึกษาฉันหรอกค่ะ ประสบการณ์คุณเยอะกว่าฉันมาก คุณรู้ดีว่าตัวเองทำอะไรอยู่แล้วตอนนี้ฉันก็ง่วงนอนมากแล้วด้วย เราแยกย้ายกันไปนอนเถอะค่ะ”
“พรุ่งนี้ฉันมาขอกินข้าวเย็นด้วยได้ไหมที่นี่”
“ฉันคิดว่าเสร็จธุระแล้วจะกลับบ้านสวนเลยค่ะ คงไม่ได้อยู่ต่อเป็นห่วงยายไม่อยากทิ้งยายไว้คนเดียว”
“ไพลินเธอยังไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้ธุระของเธอจะเสร็จไหม รับปากฉันหน่อยก็ได้ไว้ถ้าเธอกลับบ้านสวนจริงๆ ฉันก็ไม่ว่าหรอก”
“นี่ไงนิสัยคุณต้องได้ตลอดไม่คิดว่าคนอื่นจะคิดยังไง คุณไม่คิดบ้างเหรอคะว่า ถึงธุระฉันไม่เสร็จฉันก็อยากอยู่คนเดียวบ้าง อีกอย่างคุณเป็นผู้ชายฉันเป็นผู้หญิงถึงไม่มีอะไรก็เถอะ แต่คุณควรที่จะให้เกียรติความเป็นผู้หญิงของฉันบ้าง จริงๆ คุณยิ่งต้องคิดห่วงฉันให้มากกว่านี้ ฉันรู้ว่าคุณเอาแต่ใจตัวเองฉันยังยอมคุณเลย กลับกันคุณก็ต้องยอมฉันบ้าง ฉันเป็นผู้หญิงนะคะ ถ้าคุณมีน้องสาวแล้วมีผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มาทำแบนนี้กับน้องคุณ คุณจะคิดยังไง ช่วยตอบฉันหน่อยได้ไหมคะ ถ้ายังตอบไม่ได้คุณเอาเก็บไปคิดเป็นการบ้านล่ะกัน ตอนนี้จะง่วงแล้วเชิญค่ะ” ไพลินพูดยาวไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจบ้างไหม เธอพูดด้วยเหตุผลทั้งสิ้น ถ้าคิดไม่ได้เธอก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว
“ฉันขอนอนค้างที่นี่ได้ไหม ฉันสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย ขอนอนที่ห้องเล็กนะไพลิน
ไพลินถอนหายใจเสียงดัง นั่นปะไรที่เธอพูดมายาวเหยียดไม่เข้าหูเขาเลยสุดท้ายเขาก็เอาแต่ใจตัวเอง
“ตามใจค่ะแล้วแต่คุณล่ะกัน ส่วนฉันขอตัวไปนอนก่อนและห้ามโทรห้ามไลน์ห้ามเคาะเด็ดขาด ไพลินเดินเข้าห้องของตัวเองล็อคอย่างแน่นหนาปล่อยให้แดนไทยอยู่ด้านนอกคนเดียวอย่างที่เขาอยากอยู่ ไม่เคยเจอใครที่บ้าเท่าเขาเลย อะไรนักหนา คนที่ทำงานกับเขาจะเป็นยังไงนะ ทนอารมณ์ของเขาได้ยังไงกัน แปลกจริงๆ ทำไมเธอถึงต้องมาเจอกับคนแบบนี้ด้วยยิ่งคิดก็ยิ่งงง
ไพลินอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอน ไม่ลืมที่จะโทรหายายและชมพู หวังว่าพรุ่งนี้คงไม่มีเรื่องที่ร้ายแรงอะไร ว่าจะไม่เครียดก็เครียดเหมือนเดิม ไหนจะคนที่อยู่ข้างนอกนั่นอีก หญิงสาวมีลางสังหรณ์ว่าเรื่องมันชอบกล หรือว่าเรื่องพรุ่งนี้จะเกี่ยวกับแดนไทย ไพลินหลับตาพยายามลบความคิดที่มีอยู่ในหัวออกไป คงไ่ม่หรอกเธอคงคิดมากไปเอง สงสัยจะเครียดเรื่องพ่อมากเกินไป กว่าที่หญิงสาวจะหลับก็เกือบเที่ยงคืน
แดนไทยพอใจเขาคว้ากุญแจห้องไพลินแล้วกลับไปห้องของตัวเอง อาบน้ำเรียบร้อยแล้วกลับมาห้องไพลินอีกครั้ง ไม่อยากนอนห้องตัวเองอยากอยู่ที่นี่ ไม่รู้หรอกว่าเหตุผลอะไร เขาแค่ทำตามใจตัวเองก็ไม่ได้เสียหายนี่เขาก็นอนอีกห้องไม่ได้บุกเข้าไปหาเจ้าของห้องสักหน่อย ไม่รู้จักก็เหมือนรู้จักนั่นแหลละ อย่างน้อยยายจันก็ไม่ได้รังเกียจเขา เต็มใจต้อนรับเขาอีกต่างหากมีแต่หลานสาวนี่แหละ รู้สึกว่าจะเรื่องเยอะเหลือเกิน คิดว่าตัวเองอยู่ในโลกนี้คนเดียวหรือยังไง จะอยู่แบบไม่สนใจใครไม่มีสังคมได้ยังไงกัน รู้สึกมีสบายใจเวลาที่ได้คุยกับเด็กไพลิน ถึงแม้ว่าคนที่เขาอยากคุยด้วย จะไม่อยากคุยกับเขาก็ตาม แดนไทยไม่ได้คิดถึงวันพรุ่งนี้ว่าผลจะเป็นยังไง ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องเลยตามเลย บางทีบางเรื่องก็ต้องให้เกิดขึ้นก่อน ถึงจะรู้วิธีแก้ไข
ที่บ้านสวนของไพลินฤดูฝนวนมาอีกครั้งลมเย็นๆ พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างและประตูบ้านเรือนไทย ทำให้ทั้งบ้านอากาศดีเย็นสบาย เสียงนกร้อง เสียงไก่จากบ้านตาปานขันดังไกลมาถึงบ้านของไพลิน หลังฝนตกเพียงไม่กี่ครั้งต้นไม้ใหญ่รอบบ้านนับวันยิ่งสูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง จะผ่านมากี่ปีทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมหกโมงเช้าแล้วแดนไทยและไพลินยังคงนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง เขาตื่นนานแล้วแต่ยังไม่ลุกจากที่นอน ข้างกายเขาภรรยาแสนสวยยังไม่ตื่น ชายหนุ่มนอนมองภรรยาอย่างแสนรัก ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไม ยิ่งอยู่ด้วยกันจนมีลูกเขาก็ยังรักและยิ่งหลงไพลินมากขึ้นทุกวันไม่มีเบื่อเลย ไพลินมีน้ำมีนวลมากกว่าเมื่อสมัยเป็นสาว ถึงแม้ว่าจะมีลูกแฝด หุ่นของเธอก็กลับมาเท่าเดิมมีแถมยังเปล่งปลั่งมากกว่าสมัยเป็นสาวมาก อาจเป็นเพราะเธอออกกำลังกายเป็นประจำด้วยการว่ายน้ำวันเว้นวัน เหมือนเมื่อสมัยอยู่ที่เกาะสองคืนแล้วที่ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง ปู่กับย่ามารับลูกแฝดชายหญิงของเขาไปดูแล เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ลูกๆ ของเขาครบหนึ่งขวบ ปู่กับย่าอยากเลี้ยงหลาน เห่อหลานมาก ไม่ยอมกลับกรุงเทพฯเลย ปักหลักอยู่ที่บ้านสวนตลอด ทุกสัปดาห์
บ้านสวนของไพลิน แดนไทยจัดเตรียมที่นอนสำหรับไพลินอยู่ที่เตียงเล็กเสร็จแล้ว เขาสงสัยว่าอยู่ๆ ทำไมหญิงสาวนั่งมองหน้าเขานิ่งและนาน เหมือนคิดอะไรอยู่ เขาเชื่อว่าในความคิดนั้นต้องมีเขาอยู่ด้วยแน่ๆ“หนูพาย เป็นอะไรไปครับ มีอะไรหรือเปล่าเห็นนั่งนิ่งๆ นานแล้ว”“ฉันกำลังคิดว่าคุณเคยขอฉันแต่งงานไหม นอกจากบอกว่ารักและอยากอยู่ด้วย คือฉันกำลังงงกับตัวเองว่าถ้าฉันเป็นภรรยาคุณแล้ว ต่อไปเราจะอยู่กันยังไง เวลานี้เราเป็นแฟนกันใช่ไหม ความหวาดกลัว ความเกลียด ความรำคาญที่ฉันเคยมี มันหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และบางครั้งก็รู้สึกสบายใจเหมือนจะมีความสุข ฉันกำลังเรียบเรียงเรื่องราวอยู่ค่ะคิดมาหลายวันแล้ว”“ห่ะ ว่ายังไงนะ หนูพายพูดใหม่หน่อย พี่ไม่ได้หูฝาดใช่ไหม” แดนไทยก้าวขาไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวไพลิน หญิงสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ โต๊ะทำงาน เขานั่งลงคุกเข่าอยู่ต่อหน้าไพลินสองมือจับมือเรียวของเธอขึ้นมากุมไว้ เงยหน้ามองผู้หญิงที่เขารักเต็มตา“หนูพายใช่แล้วมันคือความรัก หนูไม่ได้รังเกียจพี่ สิ่งที่หนูรู้สึก
คุณทัตเทพและคุณดรุณีขอตัวพักผ่อนหลังจากที่พูดุคุยเรื่องของดารณี คนแก่สองคนตื่นเต้นนอกจากเรื่องของลูกชายคนโตแล้ว เรื่องของลูกสาวคนเล็กก็ทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อและแม่พองโต แดนไทยขอตัวขึ้นไปข้างบนหลังจากพ่อกับแม่เขาพักผ่อน ตรงไปที่ห้องของไพลิน"หนูดาไปไหนแล้วครับ""พอดีคุณมาร์คโทรมาค่ะเลยขอตัวไปคุยที่ห้องสักพักแล้ว""อ่อ พ่อกับแม่ตื่นเต้นกันใหญ่พอรู้ว่าหนูดามีคนสนใจ"แดนไทยนั่งเอนหลังบนโซฟาตัวเดียวกับไพลิน“คุณไม่ไปทำงานเหรอคะ”“พี่ทำงานที่บ้านได้ หนูพายถักอะไรอีกเหรอไหนว่าส่งลูกค้าหมดแล้ว”"ถักชุดเครื่องนอนแล้วก็พวกผ้าม่านประตู ม่านหน้าต่างให้พี่ดาค่ะ ช่วงนี้น่าจะว่างยาวก็เลยถักให้""แล้วไม่มีของตัวเองบ้างเหรอ ถักให้แต่คนอื่น""มีค่ะที่บ้านสวนเต็มเลย ที่คอนโดก็มี""พรุ่งนี้เราไปเก็บเครื่องประดับที่คอนโดกันไหม หนูพายจะได้ไปดูห้องด้วย ป่านนี้ฝุ่นคงเยอะมาก ล่าสุดที่พี่ไปนอนก็ถือว่าเยอะมากเลยนะ""คิดไว้เหมือนกันค่ะ เอ่อ....คุณคะฉันทำความสะอาดคอนโดเสร็จแล้วว่าจะกลับบัานสวนเลยค่ะ คิดไว้ว่าน่าจะอยู่ที
แดนไทยกับไพลินพักที่โรงแรมหกวันแล้ว ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน เขาให้เกียรติหญิงสาวทุกอย่าง คอยดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง บางครั้งคิดน้อยใจไพลินนิ่งมาก ถึงจะให้ความสนิทสนมกับเขาเหมือนว่าจะมีใจ แต่ก็นิ่งเกิน ยิ่งเวลาที่ทำงาน เหมือนไม่มีเขาอยู่ด้วย“เป็นอะไรไปคะ เงียบจัง” ไพลินเริ่มรู้สึกว่าเงียบ ปกติแดนไทยจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาและเรื่องงานให้เธอฟังตลอด“กลัวหนูพายรำคาญ เดี๋ยวไม่มีสมาธิทำงาน” แดนไทยนอนอยู่ข้างๆ ไพลินที่กำลังนั่งถักกระเป๋า“ไม่รำคาญหรอกค่ะ กลัวคุณเบื่อมากกว่า วันๆ นั่งๆ นอนๆ เฝ้าฉันทำงาน” ไพลินวางมือจากการทำงานเอียงตัวมามองคนที่นอนข้างๆ อยู่แบบนี้ทุกวันตั้งแต่ขึ้นจากเกาะ“ขอดูมือหน่อยได้ไหม ทำไมขยันจังเลยตั้งใจจะทำถึงเมื่อไหร่กันเชียวไม่เบื่อหรือไงนะไพลินยื่นมือให้เขาอย่างว่าง่าย ทำเอาคนที่นอนอยู่ยิ้มจนตาหยีดึงมือของไพลินมาวางไว้ที่หัวใจตัวเอง“ข้างนี้ใช่ไหมที่ซ้นหายดีแล้วนะ” เขาถามทั้งที่หลับตาอยู่“หายดีแล้วค่ะ ทำงานได้สบายๆ เลย”“วันพรุ่งนี
บ้านกิจษานุรักษ์ คุณทัตเทพและคุณดรุณีกำลังปรึกษากันเรื่องแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองคนดีใจที่ทั้งคู่ตกลงพูดคุยกันได้ ดีใจกับลูกชายที่สุด พ่อกับแม่ทุกข์ใจช่วงระยะเวลาเกือบ 1 ปี ที่แดนไทยจมจ่ออยู่กับความเสียใจไม่เป็นอันทำงานทำการ เสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ไพลินต้องไปลำบากระหกระเหินอยู่แห่งหนใดก็ไม่รู้ ลูกทุกข์เท่าไหร่ พ่อแม่ทุกข์หนักยิ่งกว่า แดนไทยก็เหลือเกิน ดื่มตลอดเวลาทำใจไม่ได้ ครึ่งปีแรกเกือบเอาชีวิตไม่รอดครึ่งปีหลังมาต้องจับเข่าคุยกัน พ่อแม่แก่ลงทุกวัน น้องสาวทำงานคนเดียวทุกคนขอร้องให้เขากลับมาทำงาน จะได้ว่างเว้นจากการรู้สึกผิดบ้าง ดีขึ้นมานิดหน่อย ก็ยังไม่วายดื่มลดลงเพียงเล็กน้อย แดนไทยอยู่บ้านสวนและคอนโดของไพลินตลอด กลับบ้านแค่เสาร์อาทิตย์ ร่างกายซูบผอมไม่ดูแลตัวเอง ปล่อยผมยาวรุงรัง คุณทัตเทพล้มป่วยเพราะเหนื่อยจากการทำงานหนักนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้แดนไทยคิดไทยรู้ว่าตัวเองทำผิดกับครอบครัว ผิดกับไพลินแล้วยังไม่พอ ยังมาต้องทำให้พ่อแม่น้องลำบาก หลังจากนั้นคุณทัตเทพและคุณดรุณีก็ได้เห็นว่าแดนไทยกลับมาทำงาน และทำหนักกว่าเดิมเขาทุ่มเทกับงานไม่สนใจเรื่องอื่น ทำจนไม่มีเวลาพ
ช่วงเวลาที่อยู่บนเกาะกับไพลิน แดนไทยมีความสุขมาก เขาทำงานได้ติดต่อธุรกิจได้เหมือนเดิมไม่มีปัญหาเลย ต่อไปนี้ไม่ว่าไพลินจะไปที่ไหน เขาก็จะตามไปทุกที่ ฝนซานักท่องเที่ยวเริ่มขึ้นไปทำธุระบนฝั่ง รวมทั้งแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองเก็บเสื้อผ้าทุกอย่างไปหมด ไพลินคิดว่าจะไม่กลับมาแล้ว เธอจะแวะไปดูบ้านที่กำลังสร้าง หลังจากนั้นจะกลับบ้านสวนไปใช้ชีวิตปกติของเธอ พิเศษหน่อยที่ครั้งนี้เธอมีคนติดตาม เชื่อว่าเขาไม่ปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียวแน่ๆ เริ่มกังวัลกับบ้านที่จะกำลังสร้าง ในเมื่อบ้านสวนยังเป็นของเธอ ก็ไม่อยากมีบ้านที่นี่แล้ว ตัวคนเดียวจะมีทำไมหลายหลังแดนไทยจองโรงแรมใกล้ๆ กับหมู่บ้านของไพลิน เขาเป็นคนจ่ายทั้งหมดห้ามไม่ให้ไพลินจ่าย เขาเห็นแบบบ้านแล้วชอบ ไพลินกับเขาชอบอะไรคล้ายๆ กัน ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองหรอกมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ที่เมืองนี้โรงแรมเยอะสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวรถของรีสอร์ทไปส่งทั้งสองคนที่โรงแรมที่จองไว้ แดนไทยประทับใจเขาได้พูดคุยกับเจ้าของรีสอร์ท มีโอกาสเขาต้องกลับไปอีกแน่“ฉันขอแวะซื้อเสื้อผ้าใหม่สักชุดนะคะ ของคุณด้วยว่าจะซักผ้าที่มาจากเกาะค่ะ ติดทรายเต็มเล







