Masukเช้าวันใหม่ ไพลินตื่นแต่เช้าสดชื่นมากมาย เมื่อคืนเธอนอนหลับสนิทแบบมีความสุขมาก สบายใจดีใจที่แดนไทยกลับกรุงเทพฯ ดีเนอะนึกอยากจะมาก็มานึกอยากจะไปก็ไป ก็ดีแล้วไปเสียได้ก็ดี เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยเวลาที่อยู่ใกล้ๆ เขา
หญิงสาวหุงข้าวทำกับข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เข้าไปทำความสะอาดห้องที่เขาพัก เธอปัดกวาดนิดหน่อยปลดมุ้งลงปิดหน้าต่างไว้เหมือนเดิม วันนี้ตั้งใจว่าจะคุยกับยายเรื่องมองหางานใหม่ทำ ไม่อยากทำงานบัญชีแล้ว แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไร แถวบ้านยายอยู่จะทำอะไรขายได้ ร้านกาแฟก็มากมาย ร้านอาหารก็เยอะแยะ หรืออาจเอาผลผลิตในสวนมาแปรรูปขายดี คงต้องหาข้อมูลสักพัก ถ้าจะมาอยู่เฉยๆ เธอคงอยู่ไม่ได้แน่ๆ ที่สำคัญงานหลักของเธอคือดูแลยาย
บางทีอาจจะต้องมาเริ่มงานวาดรูปใหม่แล้วล่ะ งานถักที่เธอเคยทำก็น่าลอง ที่ผ่านมาหญิงสาวทำบ้างไม่ทำบ้าง เอาจริงๆ ลูกค้าเธอก็เยอะมาก เสียแต่ว่างานบางตัวอยู่ที่คอนโด อุปกรณ์บางอย่างเธอไม่ได้ขนกลับมาด้วยเลย ไพลินเข้าห้องค้นงานถักและงานวาดออกมาสำรวจอีกครั้ง เปิดเมลที่เคยติดต่องานกับลูกค้าต่างประเทศ มีลูกค้าทักมาหลายคน พายเอ้ยนี่เธอไปทำอะไรอยู่ มัวแต่ทำงานไม่ได้เปิดดูเมลขายงานเลย ลูกค้ายังคงต้องการงานถักของเธอ บางคนส่งรูปมาให้ หญิงสาวรู้สึกผิดต่อลูกค้ามากที่ละเลย ต่อไปนี้เธอต้องตั้งใจแล้ว งานวาดและงานถักเธอสามารถทำที่บ้านได้ ทำไมเพิ่งมาคิดได้นะพาย เกือบลูกค้าหนีหมดแล้ว
ครบเจ็ดวันแล้วที่ไพลินกลับมาอยู่บ้านกับยาย หลังเตรียมข้าวให้ยายกินแล้วหญิงสาวกำลังจะออกไปรับบัวชมพูมาพักที่บ้านด้วยกันบัวชมพูได้หยุดสองวัน ยังไม่ทันที่จะออกจากบ้านเสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น พ่อโทรมาหญิงสาวขมวดคิ้วปกติพ่อไม่ค่อยโทรหาเธอบ่อยนักหรอก เพิ่งเจอกันก่อนที่จะกลับบ้านสวนนี่นายังไม่ครบเดือนเลย
“สวัสดีค่ะพ่อ เป็นยังไงบ้างคะสบายดีไหมมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ลูก หนูพายอยู่ที่ไหนอยู่กับยายเหรอ”
“ใช่ค่ะพ่อพายกลับมาอยู่บ้านสวนกับยายแล้ว เสียงพ่อไม่ดีเลยทำไมเสียงเหมือนอยู่โรงพยาบาลเลยล่ะคะพ่อ นี่พ่อไม่สบายถึงต้องเข้าโรงพยาบาลเลยเหรอคะ”
ไพลินหาข้อมูลโรงพยาบาลที่พ่อพักรักษาตัว มันต้องมีอะไรแน่ๆ ฟังเสียงพ่อดูเหนื่อยมากวานให้บัวชมพูสอบถามเพื่อนที่โรงพยาบาลที่พ่อเธอพักรักษาตัวว่าพ่อเป็นอะไรกันแน่ เธอโทรไปสอบถามแล้ว เจ้าหน้าที่ตอบคำถามแบบเลี่ยงๆ
“พายทางโน้นไม่ตอบแต่หนักน่าดู พูว่าพายรีบไปเยี่ยมพ่อเถอะเดี๋ยวจะช้าเดี๋ยวพูให้เพื่อนไปส่งที่บ้านยายเองไม่ต้องห่วงรีบไปเถอะ”
“ขอบใจมากนะพู พายฝากยายด้วยนะ”
“ยายจ๋าพายจะเข้ากรุงเทพฯไปดูพ่อ ตอนนี้พ่อรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลค่ะพายใจไม่ดีเลยค่ะยาย”
“คงไม่เป็นไรหรอกมั้งลูก งั้นก็รีบไปเถอะขับรถดีๆ นะ”
ไพลินไม่ต้องเตรียมอะไรมากกระเป๋าใบเดียวเธอก็เดินทางได้แล้ว หญิงสาวลายายแล้วรีบออกเดินทางทันทีกะไว้ว่าจะไปให้ถึงกรุงเทพฯก่อนค่ำ ไม่เห็นพ่อพูดถึงแม่เลี้ยงกับน้องเลี้ยงของเธอเลย มีอะไรหรือเปล่านะขับรถไปไพลินก็คิดไปต่างๆ นาๆ หญิงสาวใช้ความเร็วอย่างสม่ำเสมอแต่บางครั้งก็เผลอเหยียบเร็วกว่าที่คิดไว้เหมือนกัน นึกห่วงงานเธอเพิ่งรับงานถักเพิ่ม ลูกค้าต่างชาติทั้งนั้นไม่เป็นไรไว้กลับจากเยี่ยมพ่อค่อยกลับมาทำ ในใจหวิวๆ บอกไม่ถูกรู้สึกกังวล ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะมีเรื่องให้กังวล ไม่สบายใจเลย
ระหว่างที่ขับรถมีสายแปลกๆ โทรเข้ามาหาเธอสองครั้ง ไพลินกำลังตัดสินใจว่าจะรับดีหรือไม่รับดี ในที่สุดหญิงสาวก็แวะเติมน้ำมันและเข้าห้องน้ำ คิดว่าถ้าเบอร์แปลกนั่นโทรมาอีกเธอจะรับ และแล้วก็โทรมาจริงๆ เธอเลือกที่จะเข้าไปนั่งคุยบนรถ
“สวัสดีครับ คุณไพลิน กิจษานุรักษ์ ลูกสาวของคุณ พายัพ กิจษานุรักษ์ ใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ คุณเป็นใครคะ แล้วรู้จักฉันได้ยังไง”
“ผมชื่อ อำพล อินทร์สุข เป็นทนายความของบริษัทฯในเครือ เลิศวัฒนากิจ นะครับ ผมเข้าเรื่องเลยนะครับ ทางบริษัทฯเราอยากนัดเจอกับคุณไพลิน เพื่อพูดคุยเรื่องหนี้สินของคุณพายัพ พรุ่งนี้ผมขอเชิญคุณเข้ามาที่สำนักงานตามเวลาที่ผมแจ้งด้วยนะครับ สำคัญมาก”
“ฉันขอถามหน่อยนะคะ แล้วภรรยาและลูกสาวของคุณพายัพมาด้วยไหมคะ ฉันหมายถึงคุณสายสมรและสายทิพย์”
“ผมนัดคุณพายัพ คุณสายสมร คุณสายทิพย์ ไว้แล้วทุกคนจะมาพร้อมกันที่สำนักงานทนายความของเจ้านายผมแล้ว พรุ่งนี้เก้าโมงตรง รบกวนคุณไพลินด้วยนะครับ ผมทำตามหน้าที่หวังว่าคุณจะเข้าใจ เรื่องที่เราจะคุยกันสำคัญมาก และคุณซึ่งเป็นทายาทต้องรับรู้”
"คุณคะแต่เวลานี้พ่อฉันอยู่โรงพยาบาลนะคะจะไปได้ยังไงคะ และดูเหมือนว่าท่านจะไม่สบายมาก พอดีฉันกำลังเดินทางจากต่างจังหวัดเพื่อเยี่ยมพ่อค่ะ ฉันไม่แน่ใจว่าท่านจะไปพบคุณได้ไหม” ไม่รู้ล่ะเธอต้องปกป้องพ่อก่อน
“ผมทราบครับ แต่พรุ่งนี้คุณพายัพต้องเข้ามาพบผมและเจ้านายตามที่ได้นัดกันไว้ ผมไม่สามารถอธิบายทางโทรศัพท์ได้ พรุ่งนี้คุณจะทราบทุกอย่างพร้อมกับทุกคน ยังไงก็ต้องเข้ามานะครับ พรุ่งนี้พบกันสวัสดีครับ"
คนที่อ้างว่าเป็นทนายชื่ออำพล วางสายไปแล้ว ไพลินงงจับต้นชนปลายไม่ถูกมันคืออะไร แล้วเธอจะต้องทำยังไงต่อ หญิงสาวโทรเข้าโรงพยาบาลเพื่อเช็คว่าพ่อเธอยังอยู่ที่โรงพยาบาลไหม สรุปว่าพ่อเธอออกจากโรงพยาบาลแล้วเมื่อบ่ายสามโมง หลังจากที่โทรหาเธอไม่นาน จากที่ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลแล้วกลับบ้านเลย กลายเป็นว่าคืนนี้เธอต้องพักที่คอนโดก่อน คงต้องคุยกับพ่ออีกครั้งว่าเรื่องราวเป็นยังไง
คุณอำพลที่ว่านี่ฟังน้ำเสียงเขาพูดน่าเชื่อถือ เกิดอะไรขึ้นกับพ่อของเธอ หรือเรื่องที่เธอเคยได้ยินมาจะเป็นเรื่องจริง พ่อเธอมีปัญหาเรื่องธุรกิจที่ทำ ไพลินไม่อยากคิดไปไกลกว่านั้น หญิงสาวตั้งสติขับรถตรงไปที่คอนโด เธอคงไม่โชคร้ายเจอผู้ชายคนนั้นหรอกนะ หญิงสาวแวะซื้ออาหารเย็น และสำหรับพรุ่งนี้เช้าพรุ่งนี้ ใจไม่ดีเลยเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่และยืดยาว ที่สำคัญดูเหมือนว่าคุณอำพลตั้งใจโทรหาเธอ แสดงว่าเธอต้องมีส่วนในเรื่องของพ่อเหรอ เป็นไงเป็นกันอยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อของเธอกันแน่ สบายใจที่ชมพูไปอยู่เป็นเพื่อนยายไม่งั้นคงห่วงหลายทาง รู้สึกไม่สบายใจไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เลย
ไพลินใช้เวลาขับรถจากบ้านสวนถึงคอนโดสองชั่วโมงนิดๆ เวลายังไม่ถึงเดือนที่เธอลาออกจากงาน มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นกับเธอมากมาย หรือเขาเรียกว่าเข้าวัยเบญจเพศหญิงสาวจะอายุครบยี่สิบห้าปีเต็มอีกไม่กี่วันนี้ ขออย่าให้มีอะไรร้ายแรงเลย หวั่นใจเหลือเกิน
“ยายจ๋าพายถึงคอนโดแล้วนะคะ พอดีพ่อออกจากโรงพยาบาลแล้ว พรุ่งนี้พายนัดเจอกับพ่อ กลับวันไหนเดี๋ยวพายโทรบอกอีกทีนะคะยาย”
"ไม่เป็นไรหรอกหนูพาย ชมพูก็อยู่กับยายตาปานกับเมียก็อยู่ ทำธุระให้เสร็จ จำไว้ว่ามีสตินะลูกไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องตั้งสติให้ดี"
"ได้ค่ะยาย ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไร พายจะมีสติให้มาก ยายพักผ่อนนะคะไม่ต้องห่วงพาย"
หลังคุยกับยายแล้วไพลินจัดการกับอาหารเย็นที่ซื้อมาเมื่อบ่าย และเตรียมอาหารไว้สำหรับพรุ่งนี้เช้า เธอต้องกินให้อิ่มก่อนออกไปตามที่นัดกับคุณอำพล ดูจากสถานที่ๆ คุณทนายอำพลส่งมาให้ไกลจากคอนโดเธอมาก ก่อนที่จะอาบน้ำนอนไพลินค้นหางานวาดและงานถักของเธอที่ทำค้างไว้ เก็บด้ายกระดาษดินสอสำหรับวาดรูป ใส่ตะกร้าเตรียมนำกลับไปที่บ้านสวน ใช้เวลาเหมือนกัน เสร็จแล้วอาบน้ำวันนี้วันพระคืนนี้เธอตั้งใจสวดมนต์ก่อนนอนใช้เวลาเกือบชั่วโมงหญิงสาวก็สวดมนต์ กรวดน้ำที่ระเบียงเสร็จแล้วเตรียมตัวนอนสี่ทุ่มครึ่งพอดี
ไพลินล้มตัวลงนอนแล้วต้องสะดุ้งเธอเปิดโทรศัพท์และชาร์ตแบตไว้ช่วงนี้ไม่อยากปิดเครื่องเลยเผื่อยาย พ่อ หรือชมพูโทรมา แต่สายที่โทรเข้ามาไม่ใช่ทุกคนที่เธอคิดถึง แดนไทย หญิงสาวถอนหายใจรับหรือไม่รับเธอมัวแต่คิดเรื่องของพ่อ จนลืมไปเลยว่าห้องเขาอยู่ตรงข้ามกับห้องของเธอ หรือเขาเห็นว่าเธอมาไพลินปล่อยให้โทรศัพท์ดังอยู่อย่างนั้น
เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวๆ เหมือนเสียงโทรศัพท์จนเธอทนไม่ไหวเกรงใจห้องข้างๆ นึกโมโหเป็นเขาจริงๆ แดนไทยยืนอยู่หน้าห้อง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ เคาะไม่เกรงใจชาวบ้านเลย” สุดท้ายเธอก็ต้องเปิดประตู
“ทำไมเธอไม่รับโทรศัพท์ฉันล่ะ นั่งไงเสียงยังดังอยู่เลย อย่ามาว่าฉันเลยว่าเคาะประตูไม่เกรงใจใคร เป็นเพราะเธอไม่ยอมรับสาย”
“คุณมีอะไรด่วนไหมคะ ฉันง่วงจะนอนแล้ว”
“ทำไมนอนเร็วเพิ่งสี่ทุ่มกว่าเอง อยู่บ้านสวนเธอนอนดึกจะตาย พอมากรุงเทพฯทำเป็นจะนอนหัวค่ำ อย่ามาโกหกฉันเลย”
“ฉันหิวมีอะไรให้กินไหม”
“เอ่อ....” ไพลินพูดได้แค่นั้น แดนไทยเบียดตัวเข้ามาภายในห้องของเธอแล้ว เขาเดินไปที่ส่วนครัวเปิดตู้เย็นสำรวจดูว่ามีอะไรพอจะกินได้บ้างทำยังกับเป็นห้องของตัวเอง
“ถอยไปค่ะเดี๋ยวฉันทำเอง แต่รับปากก่อนนะคะว่ากินอิ่มแล้วต้องรีบกลับไปห้องคุณ”
“รีบทำมาเถอะน่า ฉันหิวจะแย่แล้วจะยังไงเธอก็ต้องทำอยู่แล้ว จะมามีข้อแม้อะไร”
ไพลินหน้างอ แสดงออกว่าไม่พอใจ
” แล้วมันเรื่องอะไรที่ฉันต้องคอยตามใจคุณตลอดเวลา ฉันว่าไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย เรื่องที่ฉันติดค้างคุณฉันก็ใช้คืนหมดแล้วยังจะมีอะไรที่ต้องข้องเกี่ยวกันอีก ฉันทำให้กินก็ได้แต่พูดดีๆ หน่อยได้ไหม มาขอข้าวเขากินก็พูดให้ดีๆ หน่อย ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องมาเจอคุณอีกจนได้ มีธุระหรอกนะถึงได้มาพักที่นี่ ถ้าไม่ใช่ธุระสำคัญจ้างให้ฉันก็ไม่มา มาแล้วยังมาเจอคนแบบคุณอีก มันน่าเบื่อรู้ไหมคะ”
“ไพลินนี่เธอจะพูดเรื่อยเปื่อยแบบนี้อีกนานไหม แค่ฉันมาขอข้าวเธอกินแค่นี้เธอคิดไปถึงไหนกัน ไม่ใช่เราไม่รู้จักกัน แค่นี้เธอไม่มีน้ำใจเลยเหรอ ไม่เห็นนิสัยเหมือนยายเลย ยายเธอใจดีไม่เรื่องมากไม่พูดมากเหมือนเธอ”
“ไปนั่งรอที่โต๊ะ แล้วก็หยุดพูดทุกอย่างเลย” หญิงสาวถอนหายใจหยิบผ้ากันเปื้อนมาใส่แล้วเริ่มทำกับข้าว ดีที่เธอหุงข้าวไว้แล้วเมื่อเย็นแค่ สุดท้ายก็ได้ไข่เจียวกับแกงจืดสองอย่าง
“รีบกินแล้วก็รีบกลับนะคะ ดึกมากแล้วพรุ่งนี้ฉันมีธุระต้องตื่นแต่เช้า”
“เรื่องอะไร บอกฉันได้ไหมเผื่อฉันช่วยได้” แกล้งถามไปงั้นแหละ
ไพลินนิ่งไปไม่ตอบคำถามของเขา หญิงสาวลุกไปรินน้ำใส่แก้วมาวางไว้ให้เขาแล้วถอยไปนั่งห่างๆ จะตอบเขาได้ยังไง เธอเองยังไม่รู้เลยว่าเรื่องที่เธอกังวลคือเรื่องอะไร เห็นทีเธอต้องอาบน้ำใหม่ไม่ชอบกลิ่นน้ำมันที่ติดตัวติดผมเวลาทำกับข้าวเลย
“ว่าไงมีเรื่องอะไรที่ทำให้เธอทุกข์ใจกว่าการเป็นห่วงยายจันเหรอ บอกฉันมาเถอะฉันช่วยได้นะ”
“บอกไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉันก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรกันแน่แค่สงสัยว่าคงไม่ใช่เรื่องดี”
“ฉันถามใหม่ก็ได้ เธอมากรุงเทพฯทำไม”
"ไพลินนิ่ง เธอจะตอบเขาว่ายังไงมันเป็นเรื่องส่วนตัวและเธอก็ไม่อยากให้เขารู้"
"ว่าไงล่ะ ฉันว่ามันต้องเป็นเรื่องสำคัญมากใช่ไหมที่อยู่ๆ เธอก็มาปรากฏตัวที่กรุงเทพฯทั้งๆ ที่ไม่่อยากมาเลย"
"ทำไมฉันต้องบอกคุณด้วย ฉันเองก็ยังไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ฉันคิดมันถูกหรือเปล่า"
"เธอก็เล่ามาซิ ฉันช่วยได้จริงๆ นะไหนลองเล่ามาทุกอย่างที่เธอกำลังสับสนนั่นแหละเผื่อฉันปะติดปะต่อเรื่องได้"
"แล้วที่เธอมานี่ใครอยู่กับยาย ไหนวาห่วงยายนักหนาไงแล้วมาได้ยังไง"
"ฉันวานให้ชมพูมาอยู่เป็นเพื่อนยายค่ะ จริงๆ ฉันคิดว่ามาแล้วจะกลับเลยแต่มันมีเรื่่องที่จะต้องให้อยู่ต่อเลยต้องอยู่"
"ก็พูดมาสักทีซิ ร่ำไรอยู่นั่นไม่พูดเมื่อไหร่จะได้รู้สักที บางทีการที่เธอได้พูดออกมาอาจทำให้เธอนอนหลับสนิทก็ได้นะ"
"คุณไว้ใจได้เหรอคะ ฉันยังไม่รู้เลยว่าคุณเป็นใครแล้วจะให้ฉันเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังได้ยังไงกัน"
"นี่เธอยังไม่รู้จักฉันอีกเหรอ เราพบกันตั้งหลายครั้งแล้ว กินข้าวด้วยกัน ฉันก็ไปบ้านยายของเธอมาแล้ว อีกอย่างเธอก็รู้ว่ายายเธอชอบฉันมาก นี่ยังไม่เรียกว่ารู้จักกันอีกเหรอ"ท้ายเสียงเขากระตุกนิดหน่อย อย่ามองโลกในแง่ร้ายนักเลยไพลิน
"ยายชอบคุณ แต่ฉันไม่ได้ชอบคุณนี่คะ คุณไม่น่าไว้ใจ ฉันคิดแบบนี้จริงๆ"
"ก็แล้วแต่ นี่ฉันใจดีแล้วนะปกติฉันไม่ได้ใจดีกับใครง่ายๆ หรอกโดยเฉพาะผู้หญิง ตามใจไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า อย่ามาเสียใจตามหลังล่ะกัน ถึงเวลานั้นใครก็ช่วยเธอไม่ได้" แดนไทยพูดจบแล้ว เขาก็ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย แค่ไข่เจียวกับแกงจืดทำไมมันอร่อยจังเลย
ไพลินนั่งกอดอกมองแดนไทยกินข้าว นึกขวางเขา เป็นญาติก็ไม่ใช่แค่คนห้องตรงข้าม แค่คุยกับยายถูกคอ แต่เธอต้องมานั่งทำกับข้าวให้กิน
ที่บ้านสวนของไพลินฤดูฝนวนมาอีกครั้งลมเย็นๆ พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างและประตูบ้านเรือนไทย ทำให้ทั้งบ้านอากาศดีเย็นสบาย เสียงนกร้อง เสียงไก่จากบ้านตาปานขันดังไกลมาถึงบ้านของไพลิน หลังฝนตกเพียงไม่กี่ครั้งต้นไม้ใหญ่รอบบ้านนับวันยิ่งสูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง จะผ่านมากี่ปีทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมหกโมงเช้าแล้วแดนไทยและไพลินยังคงนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง เขาตื่นนานแล้วแต่ยังไม่ลุกจากที่นอน ข้างกายเขาภรรยาแสนสวยยังไม่ตื่น ชายหนุ่มนอนมองภรรยาอย่างแสนรัก ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไม ยิ่งอยู่ด้วยกันจนมีลูกเขาก็ยังรักและยิ่งหลงไพลินมากขึ้นทุกวันไม่มีเบื่อเลย ไพลินมีน้ำมีนวลมากกว่าเมื่อสมัยเป็นสาว ถึงแม้ว่าจะมีลูกแฝด หุ่นของเธอก็กลับมาเท่าเดิมมีแถมยังเปล่งปลั่งมากกว่าสมัยเป็นสาวมาก อาจเป็นเพราะเธอออกกำลังกายเป็นประจำด้วยการว่ายน้ำวันเว้นวัน เหมือนเมื่อสมัยอยู่ที่เกาะสองคืนแล้วที่ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง ปู่กับย่ามารับลูกแฝดชายหญิงของเขาไปดูแล เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ลูกๆ ของเขาครบหนึ่งขวบ ปู่กับย่าอยากเลี้ยงหลาน เห่อหลานมาก ไม่ยอมกลับกรุงเทพฯเลย ปักหลักอยู่ที่บ้านสวนตลอด ทุกสัปดาห์
บ้านสวนของไพลิน แดนไทยจัดเตรียมที่นอนสำหรับไพลินอยู่ที่เตียงเล็กเสร็จแล้ว เขาสงสัยว่าอยู่ๆ ทำไมหญิงสาวนั่งมองหน้าเขานิ่งและนาน เหมือนคิดอะไรอยู่ เขาเชื่อว่าในความคิดนั้นต้องมีเขาอยู่ด้วยแน่ๆ“หนูพาย เป็นอะไรไปครับ มีอะไรหรือเปล่าเห็นนั่งนิ่งๆ นานแล้ว”“ฉันกำลังคิดว่าคุณเคยขอฉันแต่งงานไหม นอกจากบอกว่ารักและอยากอยู่ด้วย คือฉันกำลังงงกับตัวเองว่าถ้าฉันเป็นภรรยาคุณแล้ว ต่อไปเราจะอยู่กันยังไง เวลานี้เราเป็นแฟนกันใช่ไหม ความหวาดกลัว ความเกลียด ความรำคาญที่ฉันเคยมี มันหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และบางครั้งก็รู้สึกสบายใจเหมือนจะมีความสุข ฉันกำลังเรียบเรียงเรื่องราวอยู่ค่ะคิดมาหลายวันแล้ว”“ห่ะ ว่ายังไงนะ หนูพายพูดใหม่หน่อย พี่ไม่ได้หูฝาดใช่ไหม” แดนไทยก้าวขาไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวไพลิน หญิงสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ โต๊ะทำงาน เขานั่งลงคุกเข่าอยู่ต่อหน้าไพลินสองมือจับมือเรียวของเธอขึ้นมากุมไว้ เงยหน้ามองผู้หญิงที่เขารักเต็มตา“หนูพายใช่แล้วมันคือความรัก หนูไม่ได้รังเกียจพี่ สิ่งที่หนูรู้สึก
คุณทัตเทพและคุณดรุณีขอตัวพักผ่อนหลังจากที่พูดุคุยเรื่องของดารณี คนแก่สองคนตื่นเต้นนอกจากเรื่องของลูกชายคนโตแล้ว เรื่องของลูกสาวคนเล็กก็ทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อและแม่พองโต แดนไทยขอตัวขึ้นไปข้างบนหลังจากพ่อกับแม่เขาพักผ่อน ตรงไปที่ห้องของไพลิน"หนูดาไปไหนแล้วครับ""พอดีคุณมาร์คโทรมาค่ะเลยขอตัวไปคุยที่ห้องสักพักแล้ว""อ่อ พ่อกับแม่ตื่นเต้นกันใหญ่พอรู้ว่าหนูดามีคนสนใจ"แดนไทยนั่งเอนหลังบนโซฟาตัวเดียวกับไพลิน“คุณไม่ไปทำงานเหรอคะ”“พี่ทำงานที่บ้านได้ หนูพายถักอะไรอีกเหรอไหนว่าส่งลูกค้าหมดแล้ว”"ถักชุดเครื่องนอนแล้วก็พวกผ้าม่านประตู ม่านหน้าต่างให้พี่ดาค่ะ ช่วงนี้น่าจะว่างยาวก็เลยถักให้""แล้วไม่มีของตัวเองบ้างเหรอ ถักให้แต่คนอื่น""มีค่ะที่บ้านสวนเต็มเลย ที่คอนโดก็มี""พรุ่งนี้เราไปเก็บเครื่องประดับที่คอนโดกันไหม หนูพายจะได้ไปดูห้องด้วย ป่านนี้ฝุ่นคงเยอะมาก ล่าสุดที่พี่ไปนอนก็ถือว่าเยอะมากเลยนะ""คิดไว้เหมือนกันค่ะ เอ่อ....คุณคะฉันทำความสะอาดคอนโดเสร็จแล้วว่าจะกลับบัานสวนเลยค่ะ คิดไว้ว่าน่าจะอยู่ที
แดนไทยกับไพลินพักที่โรงแรมหกวันแล้ว ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน เขาให้เกียรติหญิงสาวทุกอย่าง คอยดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง บางครั้งคิดน้อยใจไพลินนิ่งมาก ถึงจะให้ความสนิทสนมกับเขาเหมือนว่าจะมีใจ แต่ก็นิ่งเกิน ยิ่งเวลาที่ทำงาน เหมือนไม่มีเขาอยู่ด้วย“เป็นอะไรไปคะ เงียบจัง” ไพลินเริ่มรู้สึกว่าเงียบ ปกติแดนไทยจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาและเรื่องงานให้เธอฟังตลอด“กลัวหนูพายรำคาญ เดี๋ยวไม่มีสมาธิทำงาน” แดนไทยนอนอยู่ข้างๆ ไพลินที่กำลังนั่งถักกระเป๋า“ไม่รำคาญหรอกค่ะ กลัวคุณเบื่อมากกว่า วันๆ นั่งๆ นอนๆ เฝ้าฉันทำงาน” ไพลินวางมือจากการทำงานเอียงตัวมามองคนที่นอนข้างๆ อยู่แบบนี้ทุกวันตั้งแต่ขึ้นจากเกาะ“ขอดูมือหน่อยได้ไหม ทำไมขยันจังเลยตั้งใจจะทำถึงเมื่อไหร่กันเชียวไม่เบื่อหรือไงนะไพลินยื่นมือให้เขาอย่างว่าง่าย ทำเอาคนที่นอนอยู่ยิ้มจนตาหยีดึงมือของไพลินมาวางไว้ที่หัวใจตัวเอง“ข้างนี้ใช่ไหมที่ซ้นหายดีแล้วนะ” เขาถามทั้งที่หลับตาอยู่“หายดีแล้วค่ะ ทำงานได้สบายๆ เลย”“วันพรุ่งนี
บ้านกิจษานุรักษ์ คุณทัตเทพและคุณดรุณีกำลังปรึกษากันเรื่องแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองคนดีใจที่ทั้งคู่ตกลงพูดคุยกันได้ ดีใจกับลูกชายที่สุด พ่อกับแม่ทุกข์ใจช่วงระยะเวลาเกือบ 1 ปี ที่แดนไทยจมจ่ออยู่กับความเสียใจไม่เป็นอันทำงานทำการ เสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ไพลินต้องไปลำบากระหกระเหินอยู่แห่งหนใดก็ไม่รู้ ลูกทุกข์เท่าไหร่ พ่อแม่ทุกข์หนักยิ่งกว่า แดนไทยก็เหลือเกิน ดื่มตลอดเวลาทำใจไม่ได้ ครึ่งปีแรกเกือบเอาชีวิตไม่รอดครึ่งปีหลังมาต้องจับเข่าคุยกัน พ่อแม่แก่ลงทุกวัน น้องสาวทำงานคนเดียวทุกคนขอร้องให้เขากลับมาทำงาน จะได้ว่างเว้นจากการรู้สึกผิดบ้าง ดีขึ้นมานิดหน่อย ก็ยังไม่วายดื่มลดลงเพียงเล็กน้อย แดนไทยอยู่บ้านสวนและคอนโดของไพลินตลอด กลับบ้านแค่เสาร์อาทิตย์ ร่างกายซูบผอมไม่ดูแลตัวเอง ปล่อยผมยาวรุงรัง คุณทัตเทพล้มป่วยเพราะเหนื่อยจากการทำงานหนักนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้แดนไทยคิดไทยรู้ว่าตัวเองทำผิดกับครอบครัว ผิดกับไพลินแล้วยังไม่พอ ยังมาต้องทำให้พ่อแม่น้องลำบาก หลังจากนั้นคุณทัตเทพและคุณดรุณีก็ได้เห็นว่าแดนไทยกลับมาทำงาน และทำหนักกว่าเดิมเขาทุ่มเทกับงานไม่สนใจเรื่องอื่น ทำจนไม่มีเวลาพ
ช่วงเวลาที่อยู่บนเกาะกับไพลิน แดนไทยมีความสุขมาก เขาทำงานได้ติดต่อธุรกิจได้เหมือนเดิมไม่มีปัญหาเลย ต่อไปนี้ไม่ว่าไพลินจะไปที่ไหน เขาก็จะตามไปทุกที่ ฝนซานักท่องเที่ยวเริ่มขึ้นไปทำธุระบนฝั่ง รวมทั้งแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองเก็บเสื้อผ้าทุกอย่างไปหมด ไพลินคิดว่าจะไม่กลับมาแล้ว เธอจะแวะไปดูบ้านที่กำลังสร้าง หลังจากนั้นจะกลับบ้านสวนไปใช้ชีวิตปกติของเธอ พิเศษหน่อยที่ครั้งนี้เธอมีคนติดตาม เชื่อว่าเขาไม่ปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียวแน่ๆ เริ่มกังวัลกับบ้านที่จะกำลังสร้าง ในเมื่อบ้านสวนยังเป็นของเธอ ก็ไม่อยากมีบ้านที่นี่แล้ว ตัวคนเดียวจะมีทำไมหลายหลังแดนไทยจองโรงแรมใกล้ๆ กับหมู่บ้านของไพลิน เขาเป็นคนจ่ายทั้งหมดห้ามไม่ให้ไพลินจ่าย เขาเห็นแบบบ้านแล้วชอบ ไพลินกับเขาชอบอะไรคล้ายๆ กัน ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองหรอกมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ที่เมืองนี้โรงแรมเยอะสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวรถของรีสอร์ทไปส่งทั้งสองคนที่โรงแรมที่จองไว้ แดนไทยประทับใจเขาได้พูดคุยกับเจ้าของรีสอร์ท มีโอกาสเขาต้องกลับไปอีกแน่“ฉันขอแวะซื้อเสื้อผ้าใหม่สักชุดนะคะ ของคุณด้วยว่าจะซักผ้าที่มาจากเกาะค่ะ ติดทรายเต็มเล







