تسجيل الدخولสมาร์ตโฟนถูกหยิบออกมาส่งข้อความผ่านแชตกลุ่มที่พึ่งสร้างเมื่อกลางวันไปหยกๆ หยง_หยง : ใครว่างบ้าง Star : ทักมาแบบนี้จะชวนไปไหนป่าว หยง_หยง : ไปคลับกัน ใครจะไปบ้าง คุณหนูเห็ด : ไปๆ เพื่อนไปไหนเห็ดไปด้วย หยง_หยง : จริงใจล่ะ ไปด้วยกันไหม จริงใจ : จริงใจดื่มเหล้าไม่เป็นนะ แต่ไปนั่งเป็นเพื่อนได้ คำตอบเป็นมติเอกฉันท์ เราจะไปผับด้วยกัน เจอกันที่หอของจริงใจ ฉันมีแผนพร้อม ทำยังไงจะออกไปที่นี่ได้ แต่ก่อนอื่นก็ต้องเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าให้พร้อมเข้าไว้ แต่งๆ ไปก่อนแม้จะแต่งไม่ค่อยเป็นก็ตามเถอะ “คุณหนูจะไปไหนครับ” “ใครคะ? หมายถึงฉันเหรอ” เมื่อเปิดประตูออกไปก็เจอกับพี่ๆ บอดี้การ์ดทั้งสองคนที่ฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน “เอ่อ…คุณไม่ใช่คุณหนูต้นหยงเหรอครับ” และคิดว่าพวกพี่ๆ ก็ไม่เคยเห็นหน้าฉันมาก่อนเหมือนกัน “ไม่ใช่ค่ะ หนูเป็นเพื่อนต้นหยงกำลังจะกลับแล้ว ส่วนต้นหยงอยู่ด้านในค่ะ” “อ่ออย่างนั้นเองเหรอครับ” “ค่ะ งั้นหนูกลับก่อนนะคะ” ฉันยกมือไหว้พี่บอดี้การ์ดทั้งสองก่อนเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มกริ่มที่สามารถตบตาได้อย่างแนบเนียน เราสามคนรวมตัวกันที่หอของจริงใจ หลังสำรวจความเรียบร้อยเสื้อผ้าหน้าผม ก็พ
“เฮ้ย! เอาพวกมันขึ้นรถ!” คนที่เป็นหัวหน้าเอ่ยสั่งพวกลูกน้องให้กระชากลากถูร่างของเราทั้งสี่คนที่โดนมันจับเข้าในรถเพราะกลัวคนอื่นผ่านมาเห็น แต่ก่อนมันจะได้ทำอย่างนั้น ฉันพบว่าในกลุ่มเรามีคนเป็นมวย นั่นก็คือสตาร์! เธอใช้ฟันกัดแขนของไอ้คนที่มันล็อคคอเธออยู่ จากนั้นก็หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับมันพร้อมประเคนหมัดหนักหน่วงจนมันเซถอยออกไปหลายก้าว “อ้าวเหี้ยเอ้ย! ผู้หญิงตัวนิดเดียวมึงก็สู้มันดิวะ” ไอ้คนเป็นหัวหน้าตะโกนสั่ง พอมันตั้งสติได้และจะเดินเข้ามาจับตัวสตาร์อีกครั้งก็ถูกเธอเล่นงานด้วยการกระโดดขาคู่ใส่ในทันที กระทั่งมันล้มลงนอนตัวยาวหน้าราบไปกับพื้นถนน นั่นล่ะจุดที่ทำให้ทุกคนตกใจปนทึ่งในพละกำลังสุดแกร่งของสตาร์ “กรี๊ด! สตาร์เท่มากๆ เลยอะ บู้เก่งสุดยอดไปเลย” เห็ดร้องเชียร์โดยลืมไปว่าเหตุการณ์มันไม่น่าเป็นใจเลย “ไอ้โง่เอ้ย! ไม่ได้เรื่อง มึงไปจัดการมันดิ” ไอ้หัวหน้าสะบัดศรีษะอย่างใส่อารมณ์ก่อนจะชี้นิ้วสั่งให้คนที่จับตัวจริงใจไปจัดการกับสตาร์ และเป็นเช่นเดิม เธอทำให้มันล้มไปนอนเหมือนเพื่อนมันก่อนหน้านี้ กระทั่งเหลือไอ้หัวหน้ากับพวกฉันสี่คน มันกลืนน้ำลายดังเอื้อกก่อนหยิบปืนออกมาขู่ “ทำตา
พายัพเลิกให้ค่าเด็กสาว เปลี่ยนเป็นนอนไถมือถือเรื่อยๆ แต่ก็ไถอยู่เกือบชั่วโมงยังไม่เห็นวี่แววเธอจะเปิดประตูออกมา ในที่สุดเดือดร้อนจนต้องเอากุญแจมาไข สิ่งที่พายัพเห็นคือต้นหยงนอนหลับไปแล้ว เธอหลับพิงผนังห้องน้ำใต้เรนชาวเวอร์ตัวก็เปียกไปหมด พายัพเห็นอย่างนั้นถึงกับกุมขมับ เขาย่อตัวลงช้อนร่างเล็กแนบอ้อมกอดและคราวนี้ก็ได้เห็นใบหน้าบวมและจมูกสีแดงระเรื่อที่คงจะผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ “ร้องไห้จนหลับในห้องน้ำเนี่ยนะ เหอะ! ปวดหัวกับเธอจริงๆ” บ่นเสียงเข้มก่อนอุ้มต้นหยงออกจากห้องน้ำ พาร่างอ่อนปวกเปียกวางบนโซฟาตัวนุ่มใน walk in closet ทำการเช็ดตัวและสวมเสื้อผ้าให้ราวเด็กสาวเป็นตุ๊กตา เช้าวันรุ่งขึ้น ต้นหยงเปิดเรียนวันแรก ถึงแม้จะรู้สึกไม่สบายนิดหน่อยแต่ก็ไม่อยากทำตัวเองอ่อนแอไปมากกว่านี้ เธอจึงรีบลุกอาบน้ำแต่งตัวเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่งวันแรก “ผู้ใหญ่มาส่งไม่คิดจะยกมือไหว้หน่อยเหรอ” “ขอบคุณที่มาส่งค่ะ” เธอทำตามที่เขาต้องการด้วยสีหน้าว่างเปล่าไร้ความรู้สึก ต้นหยงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนนี้เขาพาเธอออกมาจากห้องน้ำตั้งแต่เมื่อไร ตื่นเช้ามาก็เห็นเขานอนกอดอยู่แล้ว “อืม เอาเงินไว้ใช้”
พายัพอุ้มร่างเด็กสาววางบนเตียงก่อนที่ตัวเขาจะก้าวขึ้นคร่อม ชายหนุ่มซุกไซ้ผิวกายขาวละเอียดอย่างโหยหา มือสากฟอนเฟ้นหน้าอกอวบอิ่ม หูก็คอยฟังเสียงประตูอยู่ทุกขณะ แกร๊ก! “พี่พายัพอยู่ในนี้…รึเปล่าคะ” บานประตูเปิดออกด้วยน้ำมือของผู้มาใหม่ ประโยคหลังทำเอาเจ้าตัวแทบพูดไม่ออกเมื่อได้เห็นภาพบัดสีบัดเถลิงตรงหน้าที่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น “กรี๊ดดด! ทำอะไรกันน่ะ” เสียงกรีดร้องของมะปรางทำให้พายัพแสยะยิ้มในขณะที่ต้นหยงลุกลี้ลุกลนถอยออกจากตัวเขาพร้อมดึงคอเสื้อที่ตกพาดไหล่ให้กลับเข้าที่เข้าทาง สายตากลมสวยเบิกมองผู้มาใหม่อย่างตกใจ “พี่พายัพทำอะไรคะ! เรียกปรางมาที่นี่เพื่อจะให้ปรางดูพี่เล่นหนังสดกับเด็กคนนี้เหรอ” น้ำเสียงเดือดจัดเค้นถามชายหนุ่มผู้ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ต่างกับเธอที่ใจรุ่มร้อนเป็นไฟ “ก็อย่างที่ปรางเห็น” “พี่พายัพ! นี่พี่บ้าไปแล้วเหรอ พี่กำลังนอกใจปรางอยู่นะ ทำไมยังพูดแบบนี้อีก!” เธอมองเขาด้วยอารมณ์โกรธและไม่เข้าใจ ขณะที่สายตาเฉี่ยวก็ตวัดจ้องต้นหยง นังเด็กร้ายเงียบ วันนั้นเห็นซื่อๆ ใสๆ คิดว่าคงเป็นเด็กเรียบร้อยคนหนึ่ง แต่ความเป็นจริงแล้วกลับใจร่าน แรดไม่เลือกแม้แต่คนที่มีเจ้าของ “พี
ตั้งแต่กลับจากร้านอาหาร ภาพบาดตาบาดใจยังติดในหัวอย่างไม่อาจลบออกได้ง่ายๆ ฉันเอาแต่คิดมากจนแสดงออกทางสีหน้าชัดเจน เห็ดที่อยู่ด้วยกันก็คิดว่าฉันไม่สบายจริงๆ ถึงได้หาหยูกยามาให้ด้วยความเป็นห่วงครืด! ครืด!โทรศัพท์มือถือที่วางบนโต๊ะสั่นขึ้น ฉันรีบลุกคว้ามาไว้ที่ตัวอย่างไวเพราะกลัวว่าคนโทรเข้าอาจเป็นคุณพายัพ ฉันไม่อยากให้เห็ดเห็นแล้วตั้งคำถาม แค่นี้ก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้วหากแต่ปลายสายไม่ใช่เขาอย่างที่นึกมโนแต่เป็นพี่ตะวันซึ่งอยู่ประจำที่โซนห้องนั่งเล่นต่างหาก“มีอะไรเหรอคะ” ฉันลุกออกมาคุยมือถือนอกระเบียงกรอกน้ำเสียงเรียบเรื่อยเฉื่อยชาโดยที่เพื่อนรักกำลังมองอย่างสงสัยว่าบุคคลปลายสายคือใคร(คุณต้นหยงครับ คืนนี้คงให้คุณเห็ดค้างด้วยไม่ได้เพราะเจ้านายจะมาที่นี่นะครับ)“คุณพายัพจะมาค้างที่นี่เหรอคะ”(นายไม่ได้บอกว่าจะมาค้างรึเปล่า แต่ยังไงคุณต้นหยงก็ต้องให้เพื่อนกลับไปก่อนครับ)“ก็ได้ค่ะ งั้นหนูรบกวนพี่ตะวันไปส่งเห็ดหน่อยได้ไหมคะ”(ได้ครับ)ฉันวางสายจากพี่ตะวันด้วยสีหน้าอ่อนเพลีย แค่รู้ว่าคนใจร้ายจะมาที่นี่หลังจากเขาห่างหายไปหลายวันก็แทบอยากตีหัวเองให้สลบไปซะจะได้ไม่ต้องตื่นมารับรู้หรือรับฟังอะไ
ต้นหยง | partหลายวันมานี้ทำให้ฉันแปลกใจอยู่พอสมควรที่คุณพายัพหายหน้าหายตาไปเลย แทบจะไม่มีคำสั่งใดๆ จากเขารบกวนจิตใจฉัน สภาพจิตใจจึงเหมือนดอกไม้ได้รับน้ำชโลมดิน มีความสุขและร่าเริงกว่าหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา“เกินไปปะหยง เกินไปสุดๆ อะ” เสียงนี้คือคุณหนูเห็ดเพื่อนรักของฉันเอง เธอขอมาดูคอนโดที่ฉันบอกว่าเจ้านายซื้อให้หลังจากต้องสารภาพกับเห็ดว่าไม่สามารถพักที่เดียวกับเธอได้ตามเคยสัญญาไว้เห็ดไม่โกรธอะไรฉันเลย แต่เธอกำลังทึ่งกับความหรูหราของคอนโดนี้มากกว่า สายตาของเห็ดเป็นแบบเดียวกับตอนที่ครอบครัวฉันมาเยือนครั้งแรกเป๊ะๆ“แกจะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น คอนโดที่ป๊าแกจะซื้อให้ก็ไม่ต่างอะไรกับที่นี่เลยค่ะ”“ฮือ แต่ฉันชอบที่นี่มากกว่าอะ นี่ถ้าเกิดชั้นนี้มีห่องว่างนะ ฉันให้ป๊าซื้อให้ไปแล้ว จะได้อยู่ใกล้ๆ แกไง” เห็ดพูดจบก็เข้ามาคล้องแขนฉันพร้อมฉีกยิ้มน่ารักตามฉบับคนนุ่มนิ่มอย่างเธอฉันว่าโชคดีแล้วล่ะที่ชั้นนี้เต็มหมด ไม่อย่างนั้นถ้าเห็ดซื้อคอนโดเดียวกันมีหวังฉันปิดเรื่องคุณพายัพไม่ได้แน่“เจ้านายแกนี่ใจดีจังเลยนะ ซื้อคอนโดให้อยู่จะได้ติวหนังสือลูกชายสะดวก ไหนจะมีบอดี้การ์ดประจำตัวให้อีก ฉันชักอยากจะเห็นหน







