Beranda / มาเฟีย / หนี้ร้าง มาเฟียรัก / ช่องทางชำระหนี้(2)

Share

ช่องทางชำระหนี้(2)

last update Tanggal publikasi: 2025-09-09 03:29:43

สูดอากาศเข้าให้เต็มปอด ขันติๆ แต่ตอนนี้ขันแตกแล้ว มนสิชาเดินกระแทกไหล่จิน หั่ว อย่างแรงเพื่อให้เขาหลบทางให้

แล้วก้าวเดินลงบันไดไปอย่างเร็วตรงลิ่วไปที่โรงแรมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลทันที มีเพียงจิน หั่ว ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมนสิชาให้ทัน

โดยมีลูกน้องสองสามคนวิ่งตามหลังมา ตั้งแต่ทำงานกับคุณหวังมาไม่เคยมีใครจะมีปัญหาและปวดหัวได้เท่ากับยัยผู้หญิงคนนี้สักคน คุณหวังคิดอะไรของเขาอยู่จะต่อรองอะไรให้เสียเวลา

มนสิชาเดินมาถึงโรงแรมได้ก็เดินตรงดิ่งไปยังลิฟต์ VIP ที่เธอเคยขึ้นประจำเมื่อหลายวันก่อน แต่ก็ถูกพนักงานวิ่งมาดักไว้ ไม่ให้ขึ้นไปเพราะเธอยังไม่ได้แจ้งว่าขึ้นไปพบใคร และจะขึ้นไปด้วยจุดประสงค์อะไร อีกอย่างรายชื่อเธอก็ไม่ได้อยู่ในลิสต์แล้วตั้งแต่เมื่อเช้า

“ฉันมาหา หวัง จาง...เหว่ย,,, “เธอเอ่ยชื่อลอดผ่านร่องฟันออกมาทีละคำ

“นัดไว้หรือเปล่าคะ”

“ไม่ได้นัดค่ะ แต่ฉันมีธุระสำคัญที่ต้องคุยกับเขา”

“ถ้าไม่ได้นัด ก็ขึ้นไปพบไม่ได้ค่ะ”

มนสิชาถอนหายใจด้วยความเซ็ง แล้วหันกลับไปมองหน้า จิน หั่ว ที่เดินมาถึงพอดี เชิงบอกว่าจะเอายังไง

จิน หั่วจึงพยักหน้าให้พนักงานสาวว่าหลบทางให้เธอขึ้นไป หญิงสาวจึงหลบให้ด้วยท่าทางงงๆ ว่า เจ้าหล่อนเป็นใคร ถึงมีสิทธิพิเศษเข้านอกออกในได้

ทั้งๆ ที่ปกติจะถูกสั่งห้ามนัก ห้ามหนาว่าถ้าไม่ได้นัดไว้หรือไม่มีรายชื่อลงมาใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ขึ้นไป แล้วยิ่งหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวลือหนาหูว่าเจ้านายถูกลอบยิง ทีมรักษาความปลอดภัยก็เข้มงวดมากขึ้น

“ไอ้คนบ้าอำนาจ”

เปิดประตูมาได้คำสบถด่าคำแรกก็ถูกตะโกนใส่ หวัง จางเหว่ย ทันที

ชายหนุ่มที่กำลังนั่งหั่นเนื้อสเต๊กอยู่ มีดในมือถึงกับหยุดนิ่ง เขาเงยหน้าขึ้นมองอย่างช้าๆ ก่อนจะส่งสายตาเย็นเฉียบ พร้อมกับใบหน้าที่บึ้งตึงไปให้

“ที่บ้านเธอไม่สั่งสอนเรื่องมารยาทว่าการจะเข้าห้องคนอื่นต้องเคาะประตูก่อนหรือไง”

เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง แล้ววางมีดลงในจานอย่างช้าๆ เพราะหมดอารมณ์ที่จะกินแล้ว

“สอน แต่ไม่จำ ไม่ใช่สิเลือกที่จะมีมารยาทกับคนที่คู่ควรมากกว่า”

มนสิชาเดินมานั่งลงเก้าอี้ที่อยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานแล้ววางเอกสารลงตรงหน้า จิน หั่ว เดินตามเข้ามาแต่ก็ถูก จางเหว่ย ยกมือขึ้นห้ามเชิงประมาณว่าไม่ต้อง จิน หั่ว เห็นดังนั้นแล้วจึงหันหลังเดินกลับออกไป

“เธอ มีอะไร”

“สัญญาเลือดนี่มันคืออะไร คุณจะบ้าเหรอให้ฉันหาเงินมาคืนคุณทุกวันจนครบ 5 ล้าน ตอนที่ฉันตกลงกับคุณมันไม่ใช่แบบนี้”

“ก็ถูกแล้วนี่ เธอเป็นคนบอกเองว่าจะคืนเงินฉันให้ครบ 5 ล้าน ภายใน 6 เดือน”

“ก็ใช่ แต่ฉันหมายถึงทยอยจ่ายไง แบบมีมากจ่ายมาก มีน้อยจ่ายน้อย แต่นี่อะไรคุณให้ฉันหามาให้คุณทุกวัน แล้วฉันต้องหางานทำกี่อย่าง แล้วค่าแรงที่นี่ ชั่วโมงละ 32 ดอลลาร์ ต่อให้ฉันทำงานวันละ 18 ชั่วโมง ยอดเงินที่จะเอามาคืนคุณ คิดเป็นเงินไทยมันไม่กี่บาทเองนะ แล้วคิดดูสิเอาเงิน 20 ล้าน หาร ด้วย 6 เดือน ตกเฉลี่ยแล้วฉันต้องหาเงินมาคืนคุณทุกวัน วันละ 111,111 บาทเลยนะ ไม่มีที่ไหนบนโลกใบนี้หรอกที่จะให้ค่าแรงเยอะแบบนี้”

จางเหว่ย นั่งมองมนสิชาที่เอาแต่คำนวณตัวเลขด้วยท่าทางที่กระหืดกระหอบพร้อมทั้งสาธยายค่าแรงรายวันที่ต้องหามาคืนเขา พอมนสิชาเหลือบสายตามา ชายหนุ่มก็ทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“พูดจบหรือยัง”

“ที่ฉันพูดมาทั้งหมดเนี่ย คุณไม่ได้คิดตามฉันเลยเหรอ” ใบหน้าเริ่มแดงก่ำด้วยความโมโห

“ฟังสิ ฉันก็ฟังเธอมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่งั้นเธอคงไม่ได้มานั่งด่าฉันอยู่แบบนี้หรอก ป่านนี้ ฉันเชือดเธอเป็นชิ้นๆ โยนลงบ่อจระเข้ที่ฉันเลี้ยงไว้ตั้งแต่วันแรกแล้ว”

จางเหว่ยพูดพร้อมกับใช้มีดที่หั่น สเต๊กจี้ไปที่คอขาวๆ ของมนสิชา ทำเอาหญิงสาวถึงกับหน้าซีด กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอแล้วก็กลบเกลื่อนความกลัวเอาไว้

“ก็ใคร ใช้ให้คุณตั้งสัญญาหน้าเลือดนั้นขึ้นมาทำไมละ ใครมันจะหาเงินวันละเป็นแสนๆ มาให้ทัน” จากเสียงแว้ดๆ ก็กลายเป็นน้ำเสียงเรียบๆ

“ฉันหน้าเลือดตรงไหน เธออ่านในสัญญาบรรทัดไหนที่ฉันบอกว่าเธอต้องเอาเงินมาใช้หนี้ฉันวันละแสน ฉันแค่บอกให้เธอเอาเงินมาใช้หนี้ฉันทุกวัน ต่อให้เธอเอาเงินมาให้ฉันวันละบาท ฉันก็รับแต่พอครบ 6 เดือนมันต้องครบ 20ล้าน”

จางเหว่ย พูดพร้อมกับเอามีดลงมาวางไว้ในจานเหมือนเดิม แต่สายตาที่มองมานั้น ทำให้มนสิชาหงุดหงิดในความเจ้าเล่ห์เพทุบายเป็นที่สุด

“แต่ว่า.....”

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นละ หมดธุระแล้วใช่ไหม เชิญ!! อ้อ ถ้าเธอเอาเวลาที่มาวิ่งไล่ฉอดๆใส่หน้าฉันไปหางาน ป่านนี้เธอก็คงจะได้งาน ได้เงินแล้ว”

จางเหว่ย ยักคิ้วพร้อมกับกระตุกยิ้มกวนๆ ใส่มนสิชาไป 1ที เธอทำท่าปั้นปึ่ง ลุกขึ้นจะเดินออกไป แต่ท้องเจ้ากรรมที่ไม่มีอะไรไหลผ่านลำไส้ไปเลี้ยงดูพยาธิตัวน้อยเลยก็ดันร้องส่งเสียงเหมือนประท้วงว่า กูหิวข้าวโว้ย.....

“เดี๋ยว”

จางเหว่ยร้องเรียกหญิงสาวที่กำลังจะเดินออกไปพร้อมกับเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหา

“มีอะไรอีกล่ะ”

ด้วยความสูงของจางเหว่ย พอเดินมาอยู่ตรงหน้าแล้วเธอถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นมอง พอสบสายตาเขาเท่านั้นแหละ คุณพระ พอมองใกล้ๆ แล้วความหล่อและผิวพรรณของเขาช่างดีจริงๆ ทำเอาเธอหัวใจเต้นแรงแทบไม่เป็นจังหวะ

“ฉันหิวข้าว”

จางเหว่ยพูดเหมือนเชิญชวนว่าไปกินข้าวกัน แต่ประโยคที่ออกมากลับเหมือนเป็นประโยคบอกเล่าเสียมากกว่า

“แล้วมาบอกฉันทำไม หิวก็ไปกินสิ เมื่อกี้เห็นกำลังกินอยู่นี่”

“ฉันไม่อยากกินสเต๊กแล้ว”

“ก็เรื่องของคุณอีกนั้นละ ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน”

มนสิชาพูดเสร็จก็หันหลังจะเดินออกมาจากห้อง จางเหว่ยจึงคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของหญิงสาวก่อนจะออกแรงดึงเบาๆ กึ่งเดินกึ่งลากเธอออกจากห้อง

“โอ๊ย คุณฉันเจ็บ จะลากฉันไปไหน ปล่อย “

เสียงโหวกเหวกโวยวายของมนสิชาดังไปทั่วบริเวณชั้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เขาผ่อนแรงที่จับแขนไว้ลงสักนิด

จางเหว่ย สั่งลูกน้องให้เอารถออก จิน หั่วได้แต่ทำหน้างงๆ ว่าเจ้านายจะออกไปไหน วันนี้ไม่มีตารางงานที่จะต้องออกไปข้างนอกสักหน่อย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หนี้ร้าง มาเฟียรัก   เริ่มต้นใหม่กับคนตายที่กลับมา(1)

    วันสุดท้ายของการมาเที่ยวที่เกาหลีกับกวิตา มนสิชาขอให้น้องสาวพามายังโรงแรมที่คิดว่าเจเลนพักอยู่เพราะเคยเห็นเขาออกมาจากโรงแรมดังกล่าวผ้าเช็ดหน้าที่เขาเอาพันฝ่ามือเธอในวันนั้น เธออยากเอามาคืน มนสิชาเลือกฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ของโรงแรม เพราะไม่อยากจะเจอหน้าเขาระหว่างเดินออกมาจากโรงแรมมนสิชาหันกลับไปเจอจินหั่วเดินออกมาจากลิฟต์และเดินอ้อมไปชั้นจอดรถด้านหลังโรงแรมพอดี เธอจึงให้กวิตายืนรอหน้าโรงแรม ส่วนตัวเธอก็เดินตามจินหั่วไป“ขอโทษที่ต้องให้รอครับคุณหวัง พอดีผมลืมแฟ้มสัญญาลูกค้าไว้เลยต้องเดินกลับไปเอาใหม่”“อือ ไม่เป็นไร ถ้าเรียบร้อยแล็วก็ไปกันเถอะ”จิน หั่ว รับคำพร้อมกับเดินไปเปิดประตูให้คนเป็นเจ้านาย“จิน หั่วพี่จางเหว่ย”เสียงสั่นเครือเรียกชื่อเขาออกมาเธอแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง กับการโกหกหลอกลวงของผู้ชายที่ตนเองรัก กับคนที่เธอคิดว่าไว้ใจมากที่สุด“เหม่ยอิง”“คุณเหม่ยอิง” พวกเขาเองก็ตกใจไม่ต่างกันมนสิชาไม่อาจฝืนทนยืนอยู

  • หนี้ร้าง มาเฟียรัก   เริ่มต้นใหม่กับคนตายที่กลับมา(2)

    จางเหว่ยไม่ได้ทักทายผู้บริหารบริษัทเลยสักนิดแต่กลับเดินตรงลิ่วมาหาเจ้าของร่างเล็กที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับทุกคนที่มารอต้อนรับต่างยิ้มเก้อ ที่ผู้ร่วมลงทุนไม่ได้สนใจพวกเขาเลย“เหว่ยอิง พะ พี่ขอโทษ”ตั้งแต่เกิดมาเขาแทบจะเอ่ยคำขอโทษนับครั้งได้แต่กลับคนนี้เขาต้องระเว้นไว้มนสิชาตวัดสายตามอง จ้องมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อทั้งดีใจ ทั้งโกรธ แต่ก็เกลียดไม่ลง“มาในฐานะหวัง จางเหว่ย หรือเจเลนคะ แค่คำว่าขอโทษมันช่วยเอาความเสียใจ ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมากลับมาไม่ได้หรอกนะพี่รู้ไหมว่ามันทรมานแค่ไหนกับการที่ต้องเห็นคน ถูกระเบิดตายไปต่อหน้าต่อตา แล้วคน คนนั้นก็คือพี่ ทุกคนเข้าใจว่าพี่ตายไปแล้ว แต่วันนี้มันคืออะไร หุ่นโคลนนิ่งเหรอ”“แต่ที่พี่ ทำไปทั้งหมด มันก็มีเหตุผลนะ”“เหตุผลอะไรคะ มันใหญ่พอที่จะหักล้างกับการที่ต้องหลอกคนอื่นว่าตายไปแล้วไหมคะ”“ที่พี่ต้องทำแบบนี้ ก็เพราะพี่เป็นห่วงว่าถ้าเหม่ยอิง ยังอยู่รอบตัวพี่แล้วจะได้รับอันตราย แค่วันนั้นที่เอาตัวมาบังกระสุนให้พี่ แค่นั้นพี่ก็เจ็บเจียนตายแล้ว พ

  • หนี้ร้าง มาเฟียรัก   เราคือของกันและกัน(จบ)

    หลังจากพิธีแต่งงานที่จัดขึ้นช่วงค่ำอย่างเรียบง่ายได้ผ่านพ้นไป เจ้าบ่าวเจ้าสาวถูกส่งตัวเข้าเรือนหอเปิดประตูเข้ามาได้ จางเหว่ยก็จู่โจมเธอทันทีหลังจากอดทนมานาน เขาสวมกอดจากทางด้านหลัง ระดมจูบหัวไหล่อย่างหิวกระหาย“เดี๋ยวค่ะพี่จางเหว่ยพี่ไม่เหนื่อยเหรอ เรายังไม่ได้อาบน้ำกันเลยนะ”มนสิชาหมุนตัวกลับมาถามผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีทางนิตินัย แต่อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เขากับเธอก็จะเป็นของกันและกัน“หึ ไม่เหนื่อย เพราะพี่เก็บแรงไว้แล้ว แรงทำงานกับแรงทำเรื่องอย่างว่ามันเป็นคนละส่วนกันนะ” เขาบอกเธอยิ้มๆ“แต่พี่รู้ใช่ไหมว่า เหม่ยอิง เอ่อ...ไม่เคยเรื่องอย่างว่า”“ไม่รู้สิ พี่ยังไม่ได้ลอง ต่อให้พี่ไม่ใช่ผู้ชายคนแรก พี่ก็ไม่ได้รังเกียจ เพราะยังไง หัวใจพี่ก็รักผู้หญิงคนนี้ด้วยหัวใจ ไม่ใช่เพียงร่างกายอย่างเดียว”เขากอดเธอเพียงหลวมๆด้วยความสูงที่สูงกว่า เขาโน้มตัวลงมาจูบหน้าผากอย่างแผ่วเบา แล้วเลื่อนลงมาจูบริมฝีปากบางอมชมพู ที่เผยอรับการจุมพิตของเขาจากบทเพลงที่เข้าหาแบบจู่โจมแ

  • หนี้ร้าง มาเฟียรัก   คือเธอใช่ไหม(2)

    การ์ดในงานจะดึงตัวเธอออกไปแต่มนสิชายกมือห้ามบอกว่าเธอจะออกไปเอง กวิตาเดินเข้ามายืนตรงหน้าพี่สาว ที่หันหลังกลับออกมาจากจุดนั้น เธอเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายคนนั้นเหมือนกับคุณหวังราวกับเป็นคน คนเดียวกัน แต่ผู้ชายคนนั้นก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่คุณหวัง“พี่มน”“ตา พี่คิดถึงเขา คิดถึงมาก พี่จะทำยังไงดี พี่ลืมเขาไม่ได้”“โธ่ พี่มน”กวิตาเดินเข้าไปโอบกอดพี่สาวที่ตอนนี้ร้องไห้ออกมาราวกับจะขาดใจ เธอรับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้นผ่านความเข้มแข็งที่พี่สาวแสดงออกมาเสมอ“พี่เคยคิดว่าพี่จะใช้ชีวิตอยู่ให้ได้ ถ้าพี่ไม่มีเขาแต่ตอนนี้มันทรมานเหลือเกิน ภาพของเขายังคงวนเวียนอยู่พี่จะทำยังไง ฮือๆ”เสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ ตอนนี้มันอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว หัวใจเธอมันเป็นแค่ก้อนเนื้อจะให้แข็งแกร่งแบบหินก็คงไม่ไหวภาพสองสาวยืนกอดกันร้องไห้อยู่ในสายตาชายหนุ่มที่ยืนอยู่ที่เดิม เขาไม่ได้เดินหนีไปไหน ดวงตาคมที่จ้องมองกลับสั่นไหวขาทั้งสองข้างจะก้าวลงไปหาแต่ก็ยับยั้งไว้แล้วตัดสินใจหันหลังกลับเข้าไปยังห้องวีไอพีด้านหลังเหมือนเ

  • หนี้ร้าง มาเฟียรัก   คือเธอใช่ไหม(1)

    6เดือนผ่านไป....ทุกๆเช้ามนสิชาจะตื่นขึ้นมาตักบาตรเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับจางเหว่ยตั้งแต่กลับมาจากฮ่องกงเธอก็ไม่เคยลืมเขาได้สักวัน ยังคงทำอะไรเดิมๆ มีแอบร้องไห้บ้างแต่ก็ยังเข้มแข็งใช้ชีวิตให้ได้ตามปกติ“พี่มน พี่มน อยู่ไหน”เสียงแหลมเล็กตะโกนเข้ามาตั้งแต่หน้าบ้านพร้อมกับวิ่งกระหืดกระหอบ ร้องเรียกหาพี่สาว มนสิชาเงยหน้าจากกองแฟ้มคดีความของลูกความที่เธอนำกลับมาทำที่บ้านด้วยไม่นานเจ้าของเสียงก็เปิดประตูห้องทำงานพรวดพราดเข้ามาโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของห้องด้วยซ้ำ“มีอะไรยัยตา ตะโกนเรียกมาแต่ไกล พี่บอกแล้วใช่ไหมถ้าจะเข้าห้องคนอื่นต้องรู้จักเคาะประตู บอกตั้งกี่ครั้งแล้ว”“ขอโทษค่ะพี่มน ตามัวแต่ดีใจ”“แล้วดีใจอะไรหน้าตาตื่นมาเชียว”“พี่มน ตาได้ตั๋วเข้างานคอนเสิร์ตใหญ่และงานประกาศผลรางวัลที่เกาหลีฟรี พร้อมที่พัก”“เรื่องแค่นี้แล้วทำไมต้องดีใจใหญ่โต เว่อวังอะไรเบอร์นั้น”“โฮก็ต้องดีใจสิพี่มน ต

  • หนี้ร้าง มาเฟียรัก   คนที่จากไป(2)

    ทางด้านมีนาเองก็อยากปล่อยให้มนสิชาได้อยู่กับตัวเองเพื่อจะได้ทำใจให้ได้เร็วๆ แม้เธอเองจะช่วยอะไรไม่ได้แต่ก็ยินดีที่จะอยู่ข้างๆเหมือนกับที่มนสิชาคอยอยู่ข้างเธอเมื่อ4ปีที่แล้วมีนานั่งคิดอะไรคนเดียวเพลินๆพลันก็มีเสียงเรียกเข้าจากมือถือดังขึ้น เธอเห็นว่าเป็นใครโทรมาก็รีบกดรับสายทันที“ว่าไงคะแม่”“จะกลับวันไหน หลานฉันร้องไห้งอแงเรียกหาแต่แม่มันทั้งวัน”เสียงสิบแปดหลอดวิ่งผ่านปลายสายมา มีนาถึงกับยิ้มออกมา“พรุ่งนี้มีนก็กลับแล้วค่ะ แล้วยัยหนูหลับแล้วเหรอคะ”“แม่ให้กินนม หลับไปแล้ว ตื่นมาเดี๋ยวก็ถามหาแกอีก”“มีนก็คิดถึงลูกค่ะ มีนจะรีบกลับนะคะ ตอนนี้ยัยมนก็ดีขึ้นบ้างแล้ว”“อือ ดีแล้ว นึกถึงวันที่หนูมนคอยช่วยเหลือแกตอนท้อง ตอนนี้หนูมนทุกข์ใจ เราเองก็ต้องอยู่คอยช่วยเหลือ เพื่อทดแทนบุญคุณ”“ค่ะ แม่ มีนรู้ค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะแล้วเจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”มีนาวางสายจากแม่แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ หวนคิดถึงวันที่เธอถูกคนใจร้ายทิ้งไป แถมยังอุ้มท้องตั้งแต่อายุ2

  • หนี้ร้าง มาเฟียรัก   รหัสลับ(2)

    “แต่มนจำอะไรไม่ได้เลย แล้วจะช่วยอะไรคุณได้บ้างคะ”เธอเองก็มีสีหน้าวิตกกังวลได้ชัดเจน เธอจะช่วยเขาได้อย่างไร ในเมื่อสมองเธอจำอะไรไม่ได้สักอย่างแม้แต่ชื่อตัวเอง“พี่ไม่ได้หวังว่าให้มนจำอะไรได้ ถ้าพี่จะต้องเสียแก๊งที่คุณปู่สร้างมา นั่นก็หมายความว่ามันเป็นโชคชะตาของพี่

  • หนี้ร้าง มาเฟียรัก   รหัสลับ(1)

    เสียงปืนดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวเด็กน้อยผมหยิกเดินร้องไห้อยู่ท่ามกลางดงกระสุน ได้ยินเพียงเสียงตะโกนออกมาจากที่ใดที่หนึ่ง“เหม่ยอิงอย่าออกมาลูก มันอันตราย”เด็กน้อยหันไปตามเสียงเรียกแต่ทว่าเธอกลับเจ็บแปลบที่ขมับขวามีเพียงเลือดสีแดงสดไหลออกมา แล้วท

  • หนี้ร้าง มาเฟียรัก   มนสิชาคือเหม่ยอิง(1)

    “จางเหว่ยอยู่ไหม” เสียงแหบพร่าของหยาง จื่อ สอบถามบอดี้การ์ดหน้าห้องทำงานที่คอยเป็นยามเฝ้ารักษาความปลอดภัย“บอกเขาว่าหยาง จื่อ มาขอพบ”บอดี้การ์ดรับคำ ก่อนจะกดปุ่มสัญญาณสื่อสารที่หูแจ้งให้ด้านในทราบ เมื่อได้รับคำตอบจากปลายทางเขาก็เคาะป

  • หนี้ร้าง มาเฟียรัก   ผู้หญิงของจางเหว่ย(2)

    “คุณทำบ้าอะไรเนี่ย”“ทำบ้าอะไรเหรอ ฉันต้องถามเธอมากกว่า นี่นะเหรอธุระที่เธอบอก คิดอะไรอยู่ถึงได้มาจดทะเบียนสมรสกับใครที่ไหนก็ไม่รู้”“ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้แล้วฉันจะอยู่ที่นี่ได้ยังไง ฉันจะทำงานหาเงินมาใช้หนี้คุณต่อได้ยังไง ทำไมคุณไม่คิดบ้าง”เธ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status