Masuk“วันนี้ให้ฉันไปหาลูกหน่อยได้ไหม”“ขอฉันคิดดูก่อนค่ะ” แล้วเธอก็บิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม แล้วเดินออกจากห้องทำงานของเขาไปทันทีกริชอยากจะตามไป เพื่อจะได้ยินคำตอบที่พอใจมากกว่านั้น แต่คิดว่าไม่คิดเร่งเร้าลีน่าเกินไป ความบาดหมางระหว่างเขากับเธอมันอาจจะมากเกินกว่าจะจบลงง่ายๆเขาอาจจะต้องรออย่างอดทนต่อไปไม่อยากจะยอมรับว่าการที่เขาอยากทำหน้าที่พ่อที่ดีคนหนึ่ง เพราะน้องสาวลงภาพและคลิปของเด็กหญิงลัญจ์นาในไลน์กลุ่มแฟมิลี่ทุกวัน ตั้งแต่วันลืมตามาดูโลก กระทั่งถึงตอนนี้ก็สองเดือนแล้วหน้าตาคล้ายน้องสาวของเขาตอนยังเป็นเด็ก แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เชื่อว่าเป็นลูกของเขาจริงๆ แต่เพราะคำยืนยันของน้องสาว ที่บอกถึงนิสัยใจคอของลีน่าว่าเป็นคนอย่างไร ทำให้เขาเชื่อมั่นว่าเธอพูดความจริงเพราะถึงตอนนี้ที่ลีน่าไม่อยากให้เขามายุ่งเกี่ยวกับลูก เธอก็ยังไม่กล้าโกหกว่าเขาไม่ใช่พ่อของเด็กหญิงลัญจ์นานั่งครุ่นคิดเกี่ยวกับลีน่าและลูกอยู่ครู่ใหญ่ กระทั่งเลขามาเคาะประตูดังรัว พอเขาอนุญาตอีกฝ่ายก็ถลาเข้ามาหน้าตาตื่นตระหนก“เมื่อครู่ข้างล่างโทร. มาบอกค่ะ ว่าคุณลีน่า ที่บอกว่าเป็นภรรยาของคุณกริช โดนรถเฉี่ยวที่ลานจอด
“เรื่องหย่า เรามาทำให้จบๆ เถอะค่ะ” ตรงไปตรงมาอย่างไม่ต้องเสียเวลาอ้อมค้อม“ถ้าเธอให้ฉันมีสิทธิ์เลี้ยงดูลูกด้วยแบบห้าสิบต่อห้าสิบ ฉันจะเซ็นหย่าให้เร็วที่สุด”“จะบ้าเหรอ สิทธิ์แบบครึ่งต่อลูกนี่นะ ใครจะไปตกลงด้วย!”“ไม่ตกลงก็เรื่องของเธอ เพราะยังไงเราจดทะเบียนสมรสกันอยู่ ลูกก็เป็นลูกของฉันด้วยอยู่แล้ว”“รู้ได้ไงว่าเป็นลูกของคุณ!” เธอย้อนกลับ ในประโยคที่เขาเคยพูดเสียงกร้าวกับเธอในวันที่เธอบอกว่าตั้งครรภ์กับเขาเขานิ่งไปชั่วครู่ แล้วตอบเสียงเรียบ“นั่นไม่ใช่ปัญหา ตราบใดที่เรายังมีทะเบียนสมรส เด็กก็เป็นลูกของฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”“ทำไมถึงอยากเป็นพ่อเขา ในเมื่อที่ผ่านมาคุณก็ปฏิเสธมาตลอด” เธอถามเสียงอ่อน สีหน้ามีแววอยากจะรู้คำตอบจริงๆ“เด็กเป็นลูกฉันจริงๆ ไม่ใช่เหรอ มันแปลกอะไรที่ฉันอยากจะเป็นพ่อของเขา”“ที่ผ่านมาคุณไม่ยอมรับ”“ฉันมีสิทธิ์จะคิดแบบนั้นได้ เธอก็น่าจะเข้าใจได้ ว่าเราแต่งงานกันเพราะอะไร และเธอเข้าหาฉันเพื่อมีจุดประสงค์อื่นทั้งนั้น ไม่คิดว่าตัวเองผิดเลยเหรอ ที่ใช้ฉันเป็นเครื่องมือต่อสู้กับพ่อของเธอ และพี่สาวของเธอด้วย!” ลีน่ากลับเป็นฝ่ายนิ่งเงียบไปเสียเอง เพราะสิ่งที่เขาพูดล้
ข้อตกลงใหม่ลีน่าวางลูกสาววัยหนึ่งเดือนลงบนที่เตียงนอนเบาๆ เมื่อเจ้าตัวเล็กกินนมจากเต้าแล้วก็หลับ และเธอก็อุ้มลูกพาดบ่าเพื่อให้เรอเรียบร้อย ลีน่ามองใบหน้าเล็กๆ นั้นด้วยความรักเอ็นดูอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเดินมานั่งที่โซฟา ที่จัดไว้สำหรับนั่งให้นมลูก และนั่งพักผ่อนสำหรับพี่เลี้ยง ห้องนอนลูกสาวที่ถูกตกแต่งเป็นสีขาว และข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างนั้นมนธิสาเป็นคนจัดการตามคำสั่งของมารดา จริงๆ แล้วตั้งใจจะทำห้องหลานสาวที่บ้านอรุณกิจไพศาล แต่ในเมื่อลีน่ามาอยู่บ้านพัท คุณนภาก็ยังจัดการทุกอย่างให้ครบครัน แถมจ้างพี่เลี้ยงจากศูนย์ดูแลเด็กที่ผ่านประสบการณ์เลี้ยงเด็กมาหลายปี ประสบการณ์คุณแม่มือใหม่ หลายคนเป็นมาม่าบลู หรือภาวะอารมณ์แปรปรวนหลังคลอด เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และสาเหตุหลายอย่าง หลักๆ คือ กังวลเรื่องการดูแลลูก ซึ่งการมีพี่เลี้ยงมืออาชีพดูแลนั้น ลดความกังวลนี้ไปได้ รวมทั้งลีน่าจะได้มีเวลาพักผ่อนได้เต็มที่ เพราะเจ้าตัวก็ขอเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหลัก ลีน่าจึงได้มีเวลาเป็นของตัวเอง หรือออกไปนอกบ้านได้ตามปกติ เพียงแค่ปั๊มน้ำนมใส่ตู้เย็นไว้ให้เพ
“หน้าตาไม่ค่อยเหมือนแกกับฉันเลยนะ” พรทิพย์พึมพำ เพราะเธอกับลีน่านั้นเป็นแม่ลูกที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกันค่อนข้างมาก“เหมือนคนนี้ไหม” ลีน่าหยิบรูปถ่ายวัยเด็กแรกเกิดไม่ต่างจากลูกสาว ที่มนธิสาเอามาอวดให้แม่ดูพรทิพย์หยิบไปดูแล้วมุ่นคิ้ว ถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ“เหมือนนะ ใครเหรอ”“ยัยมนไง คนเมื่อกี้”“น้องสาวผัวแกนี่นะ”เกือบจะตอบว่าไม่ใช่ผัวจริงๆ แต่ก็แค่พยักหน้าเพื่อให้จบๆ ไป“ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แกจะย้ายกลับบ้านผัวเลยหรือเปล่า”“ยัง”“อ้าว ทำไม หรือว่าทะเลาะกัน”“ค่ะ ทำนองนั้น”“เขาไม่ง้อเหรอ”“ไม่”“ยังไงก็แต่งงานกันแล้ว แกก็ไม่ควรจะมานั่งงอนผัว อะไรยอมได้ก็ยอมไปสิ และคุณกริชก็มีทุกอย่างพร้อม จะปล่อยให้หลุดมือง่ายๆ ก็โง่เกินไป” พรทิพย์พูดด้วยน้ำเสียงตำหนิปนห่วงใย กลัวลูกสาวจะมีชีวิตแต่งงานไม่ราบรื่นมีทุกอย่าง ยกเว้นความรักที่ไม่เคยมีให้!ลีน่าอยากจะสวน แต่ยั้งปากทัน เพราะไม่อยากทะเลาะกับแม่ เธอจึงข่มใจแล้วตอบแม่ไปว่า“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เดี๋ยวหนูจัดการเอง”“ก็ดีแล้ว” จากนั้นก็พูดคุยกันเรื่องอื่นๆ รวมทั้งงานดูแลบ้านอรุณกิจไพศาล ที่พัทมอบหมายให้พรทิพย์เป็นคนดูแลทั้งหมด ซึ่งเจ้าตัวก็พอใจ
สามเดือนต่อมา...“โอ๊ย หลานฉัน คือเริ่ดมาก เกิดมาก็หน้าสวยเป๊ะเลย เหมือนอาไม่มีผิด” มนธิสาพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงดี๊ด๊าจนคนที่เพิ่งคลอดลูกออกมาถึงกับถอนหายใจแรงอย่างเอือมๆแต่ก็เถียงไม่เต็มปากเต็มคำ เพราะลูกสาวของเธอที่มีชื่อว่าเด็กหญิงลัญจ์นา อรุณกิจไพศาลนั้นมีส่วนคล้ายกับมนธิสาอยู่บ้าง เมื่ออีกฝ่ายเอาภาพวัยเด็กมาอวดเพื่อยืนยันความเหมือนของตัวเองกับหลานสาวตัวน้อย“ยังอีก ยังไม่เลิกโม้” พีชที่เพิ่งปอกผลไม้มาวางบนโต๊ะ ถึงกับต้องบ่น เพราะมนธิสาย้ำถึงความสวยของหลานที่เพิ่งลืมตามาดูโลกว่าเหมือนตัวเองจนเขากับลีน่าเอือมระอาลีน่าเพิ่งคลอดเมื่อเช้า หลังจากน้ำคร่ำแตกมาตั้งแต่ตอนดึก เพราะอยากคลอดธรรมชาติจึงทนปวดท้องเพื่อให้ปากมดลูกเปิดในระดับที่สามารถเบ่งคลอดได้อยู่หลายชั่วโมงเพราะเพิ่งผ่านงานศพของบิดาและพี่สาวของอีกฝ่าย หนึ่งสัปดาห์ก่อนกำหนดคลอด มนธิสาจึงอาสามาอยู่เป็นเพื่อนลีน่า และเป็นจังหวะที่พัทไปธุระเรื่องงานที่ต่างประเทศด้วย ตอนนี้เขาก็ยังไม่กลับมา“คุณพัทจะกลับเมื่อไหร่เหรอ” มนธิสาละสายตาจากเตียงเข็นของหลานสาวที่ยังหลับอยู่ หันไปถามลีน่าหลายเดือนที่ผ่านมา จากการไปมาหาสู่ลีน่ามาตลอด ทำ
สิ้นเวรสิ้นกรรมต่อกัน เท้าที่เปลือยเปล่าเดินยำไปบนพื้นหญ้าอย่างช้าๆ บรรยากาศยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังลับจากขอบฟ้า ทิ้งสีแดงระเรื่อปนสีส้มจาง ดูสวยงาม สายลมพัดผ่านหอบเอากลิ่นดอกไม้ที่อยู่ในบริเวณสวนหอมอวลอยู่รอบกาย เธอแหงนหน้าสูดเข้าเต็มปอดด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย พลางลูบท้องที่ครรภ์ย่างเข้าเดือนที่ 7 ของตัวเองเบาๆ แล้วพึมพำออกมา “วันนี้อากาศดีมากๆ เลยลูก ท้องฟ้าก็ส๊วย สวย” “มีความสุขจริงนะ!”เสียงห้วนกระด้างดังมาจากเบื้องหลัง ทำให้เธอหยุดเดิน ร่างกายสั่นเทา เพราะไม่รู้ว่าจะโดนกลั่นแกล้งอะไรกระทั่งร่างถูกผลักให้ล้มลงกับพื้นหญ้า ถูกคร่อมโดยเจ้าของร่างอวบอ้วน เธอดิ้นรนสุดแรง เพราะอีกฝ่ายหยิบก้อนหิน เงื้อมือหมายจะทุบที่หน้าท้องของเธอ ลีน่ากรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงด้วยความกลัวแล้วเสียงประตูห้องก็ดังรัว นั่นทำให้เธอสะดุ้งตื่น หายใจหอบแรง เหงื่อกาฬโซมกาย มองไปรอบตัว ถึงรู้ว่าตนเองแค่ฝันร้ายห้องนอนยังสลัวลาง มีเพียงแสงจากโคมไฟมุมห้อง มองดูนาฬิกาที่โต๊ะข้างเตียง เพิ่งตีห้า ฟ้ายังไม่สางเลย และเสียงเคาะประตูยังดังอยู่ เธอจึงค่อยๆ ลุกเดินไปเปิด เห็นใบหน้







