LOGIN“ไม่มีทาง”สองพี่น้องกินข้าวไปก็ต่อปากต่อคำกันไป กระทั่งอิ่ม ก็แยกย้ายกลับห้องตัวเองนริศเปิดประตูเข้ามาก็เห็นเกศสิริกำลังเปลี่ยนผ้าปูที่นอน“เปลี่ยนเองทำไม ทำไมไม่เรียกเด็กรับใช้”“ก็มันเลอะ เออ...เลือดเกดด้วย” เธอบอกพร้อมทำหน้าเขิน เพราะเลือดที่ว่ามันคือหลักฐานว่าเธอเพิ่งเสียสาวครั้งแรกในคืนเข้าหอ“โอเค เข้าใจแล้ว แต่ไม่ได้เจ็บอะไรใช่ไหม”“ไม่ค่ะ” จะบอกว่าเขาอ่อนโยนมาก ก็เขินอีก“แต่ไม่ต้องขนาดซักเองหรอกนะ” นริศแย้งขึ้นเมื่อเกศสิริทำท่าจะหอบผ้าปูที่นอนเข้าไปในห้องน้ำ“ไม่ขนาดนั้น แต่จะขยี้สบู่ให้เลือดหมดไปก่อนส่งซักค่ะ”“เอางั้นเลยเหรอ แต่เสร็จแล้ว อาบน้ำแต่งตัวไปเที่ยวกันนะ”“เที่ยวเหรอคะ” น้ำเสียงตื่นเต้นขึ้นมาทันที“ใช่แล้ว อยากเช็กอินที่ไหนบอกเลย”“แล้วแต่เจ้าถิ่นดีกว่าค่ะ”“โอเคเลยครับ แต่ก่อนไปพี่แวะที่ไร่ก่อนนะ”“ได้เลยค่ะ วันนั้นเย็นแล้ว ยังชมไม่ทั่วไร่เลย วันนี้พาชมให้ทั่วก่อนก็ได้ค่ะ”“อือ ได้เลย”เมื่อเกศสิริจัดการกับผ้าปูที่นอนเรียบร้อยแล้ว เธอก็อาบน้ำแต่งตัวทะมัดทะแม่งพร้อมออกไปเที่ยวกับสามีทั้งนิตินัยและพฤตินัยทันที“จริงๆ แล้วธุรกิจในไร่ไม่ได้ทำให้บ้านพี่รวยอะไรมากมาย
14สามีภรรยาครบถ้วนถึงเมื่อคืนจะนอนดึกกว่าทุกวัน แต่เกศสิริก็ยังตื่นเช้าทันได้ใส่บาตรพร้อมกับแม่สามีที่เด็กรับใช้จัดเตรียมของใส่บาตรวางบนโต๊ะหน้าบ้านไว้เรียบร้อยแล้ว“โอ๊ย หนูเกด ตื่นมาทำไม เมื่อคืนก็น่าจะนอนดึกนะ” ไม่ได้ตั้งใจพูดให้อีกฝ่ายเขินอาย แต่เพราะแปลกใจที่ลูกสะใภ้ตื่นเช้าเหมือนทุกวัน“มันชินแล้วค่ะ ไม่ว่าจะนอนตอนไหน พอเช้าก็ตื่นอัตโนมัติ” จริงๆ แล้วเมื่อคืนก็ไม่ได้นอนดึกอะไรมาก แค่ช้ากว่าทุกคืนแค่ชั่วโมงหรือสองชั่วโมง เธอก็ไม่แน่ใจนัก“โอ๊ย ลูกสะใภ้ฉัน” เกสรพึมพำ จับข้อมืออีกฝ่ายมารอใส่บาตรด้วยกันจากนั้นก็นั่งกินอาหารเช้าด้วยกัน เพราะคนในบ้าน วันนี้ตื่นมากินมื้อเช้าก็แค่เธอกับลูกสะใภ้เท่านั้นเมื่อกินข้าวอิ่มเกสรกับสามีก็ออกไปธุระนอกบ้าน เกศสิริจึงใช้เวลาว่างนั้นคุยกับบิดา รวมทั้งส่งเงินเดือนให้อีกฝ่าย และไม่ลืมส่งภาพงานเลี้ยงฉลองเมื่อวานให้พ่อดูด้วย ซึ่งก็บ่นเหมือนเดิมว่าไม่ชวนมางาน“หนูก็ไม่รู้ว่าเขาจะจัดงานเหมือนกัน” เธอบอกไปตามความจริง“พ่อก็บ่นไปงั้นแหละ คงไม่กล้าไปหรอก เดี๋ยวเขารู้ว่าแกมีพ่อจน”“เขารู้ว่าเราจน แต่ที่หนูกลัวคือ กลัวพ่อจะเป็นเล่นการพนันจนเดือดร้อนเงินบ่
เธอครางออกมาอย่างสุดกลั้นเมื่อป้ายนิ้วปัดป้ายยอดอกที่เหมือนจะแข็งเป็นไตริมฝีปากอุ่นผ่าวจูบเลื้อยมายังลำคอระหง พร้อมเสียงครางทุ้มกระซิบแผ่วข้างหู“ตัวหอม” ก่อนลากลิ้นและริมฝีปากไปยังแอ่งชีพจร กดจูบย้ำๆ ไล้ไปตามสันกระดูกไหปลาร้า ก่อนลงไปยังเนินอก“อื้อ...” เกศสิริครางเสียงหวาน เมื่อมือใหญ่นั้นเคล้นคลึงทรวงอกเธอมากขึ้น“พี่อยากสัมผัสเกศมากกว่านี้” จากนั้นก็ขยับตัวถอดชุดนอนเธอออกจนหมด เหลือเพียงบิกินีติดกายเกศสิริยกมือปิดทรวงอกเพราะเขินอายสายตาร้อนแรงที่กวาดมองไปทั่วร่าง“เกดสวยมาก” เขาจับมือเธอให้ออก และก้มลงจูบที่เนินอก จากนั้นก็ตวัดลิ้นใส่ยอดบัวสีชมพูเบาๆ แต่เกศสิริกลับร้องครางเสียงแผ่ว ก่อนจะร้องดังขึ้น เมื่อลิ้นสากนั้นตวัดไล้เลียหนักขึ้นมือเล็กๆ ของเธอเผลอกดศีรษะเขาแนบลง แอ่นหน้าอกป้อนเขาอย่างเผลอไผล กิริยานั้นยิ่งทำให้คนตัวใหญ่ได้ใจ เขาจูบไปทั่วทรวงอก เน้นย้ำยอดอกทั้งดูดดึงขบเม้ม จนร่างบางสั่นสะท้านราวจับไข้และเธอก็หวีดร้องไม่เป็นภาษาเมื่อนิ้วเรียวของเขาลูบไล้ไปทั่วแผ่นท้องแบนราบ ก่อนแตะลงบนกึ่งกลางลำตัว แล้วสัมผัสเธออย่างอ่อนโยน ปลุกปลอบความหวาดหวั่น เพราะนี่คือประสบการณ์แรกของ
หลังมื้อเที่ยง แขกที่มางานในช่วงเช้าก็ทยอยกลับ กันหมดทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน เพราะตอนสี่โมงครึ่ง งานเลี้ยงสังสรรค์จะเริ่มขึ้น ซึ่งนริศตั้งใจเลี้ยงคนงานในไร่ และคนในหมู่บ้านเรียกได้ว่าเขาเปิดตัวภรรยาให้กับคนทั้งหมู่บ้านได้รู้จักมีการชมและแซว และยุให้หอมแก้มกันบ้าง แม้จะเขิน แต่เกศสิริก็ยินดี ทำให้เกิดเสียงหัวเราะ หยอกล้อกันไปบ้างตามประสาหนุ่มสาวกระทั่งสามทุ่มครึ่ง งานเลี้ยงเลิกรา ก็ยังได้ยินเสียงแซวที่ทำให้แก้มเกศสิริร้อนผ่าว“ขอให้เข้าหอราบรื่นนะ” ตามด้วยเสียงเฮเกศสิริเขินจนต้องขอตัวขึ้นบ้านก่อน แล้วดึงข้อมือนิสราไปด้วยกันเมื่อขึ้นเรือนมา อาบน้ำเรียบร้อยแล้ว กำลังเก้ๆ กังๆ ไม่รู้จะนอนที่ห้องไหน พ่อกับแม่ก็เรียกเกศสิริไปทำพิธีส่งตัวเข้าหอให้ตามประเพณีให้อีกอวยพรสรรพเสร็จจากนั้นก็รีบออกจากห้องไปทันที รวมทั้งนิสราด้วย ทำให้เธอหันไปมองหน้าคนที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ บนเตียง“นอนกันเถอะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” จู่ๆ ก็เอ่ยออกมา“ค่ะ นอน...ก็นอน” เธอตอบกลับเสียงแผ่ว แล้วมองไปยังเตียงกว้าง“พี่นอนด้านไหนคะ ซ้ายหรือขวา” เพราะแม้จะเตียงเดียวกัน แต่คนเราก็ย่อมนอนด้านที่ชอบหรือถนัดนั่นเอง เพรา
13 เข้าหอ “โอ๊ยแก สวยงามดั่งนางในวรรณคดีเลยอะ เสียดายไอ้พีชไม่มาเห็น” นิสราเอ่ยเสียงตื่นเต้น เมื่อเห็นเกศสิริในชุดไทยสีงาช้าง ขับสีผิวขาวผุดผาดลออ รูปร่างบอบบางอ้อนแอ้นอรชร แต่ก็มีส่วนเว้าโค้งดึงดูดสายตา“แกก็เว่อร์” เกศสิริว่าวันนี้มารดาของสามีจัดเต็ม นอกจากชุดไทย ช่างแต่งหน้าทำผม พร้อมด้วยช่างภาพก็มาพร้อมรวมทั้งงานช่วงเช้าที่จะมีพิธีรดน้ำสังข์ เพื่อให้ญาติผู้ใหญ่อวยพร หลังจากนั้นก็มีงานเลี้ยงแขกทั้งหมู่บ้าน กินไปตั้งแต่เที่ยงยันสองทุ่ม อาหารเครื่องดื่มสั่งมาจากร้านอาหารในเมืองแบบจัดเต็ม“จริ๊งแก เนอะพี่เนส”“อือๆ” นริศที่แต่งชุดไทยราชประแตนที่แม่เตรียมไว้ให้พยักหน้ารับ มองเจ้าสาวของตัวเองด้วยสายตาชื่นชม“พี่เนสก็หล่อประดุจ ขุนพระหรือท่านเจ้าคุณจากละครย้อนยุค”“ฟังดูแก่” นริศว่า แล้วเอื้อมมือยีหัวน้องสาวอย่างมันเขี้ยวเห็นท่าทางตื่นเต้นกับเสื้อผ้าเครื่องประดับของเขากับเกศสิริ ก็นึกสะท้อนถึงวันจดทะเบียนสมรสของน้องสาวกับกรรณเพราะนิสราไม่ยอมที่จะแต่งตัวด้วยชุดไทย หรือชุดสวยๆ ในวันนั้น ด้วยเหตุผลว่า‘ใส่ยังไงก็อ้วน ไม่สวย’เจ้าตัวเลยใส่ชุดแค่ให้เรียบร้อย ดูเหมือนจะเป็นชุดที่ใส่ทำบุญ
“เฮ้ย แกเจอไหมเกด!” นิสราห่วงเพื่อนสนิททันทีกว่าจะโดนคมปากของสาวแซ่บเล่นงาน“เจอ” เกศสิริตอบ แล้วยิ้มเอ็นดูท่าทีตกใจของเพื่อนสนิท“แล้วไงๆ” นิสราทำสีหน้าตื่นเต้น“ไม่มีอะไรหรอก”“แต่พี่ว่าเชอรี่น่าจะหายหน้าไปพักหนึ่ง หรือหายไปเลย” นริศนั่นเองที่ตอบแทนคนตัวเล็ก“เฮ้ย ถามจริง หรือยัยเชอรี่คิดได้แล้ว”“ก็ไม่เชิง” นริศตอบแล้วปรายตามองเกศสิริด้วยสีหน้าล้อเลียน เพราะคำพูดของอีกฝ่าย บ่งบอกว่าเกศสิริคนเรียบร้อยนั้น ก็ไม่ใช่ย่อยหรอกนะ‘ถ้าจะมาวุ่นวายกับ...ผัวของเธอ’“เกดก็หวังว่าเขาจะไม่มาวุ่นวายกับพี่เนสอีก”เกศสิริเอ่ยเสียงเรียบ หันไปส่งยิ้มให้เขา ยิ้มเย็นๆ แต่ทำให้นริศเย็นยะเยือกไปถึงไขสันหลัง“หนูเกดกินเยอะๆ นะ เดี๋ยวไปลองชุดกัน” เกสรเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มแหยของลูกชายเอ็นดูปนขำจนอยากหัวเราะ แต่ดูเหมือนพ่อของลูกเก็บอาการไม่อยู่“เนสก็กินเยอะๆ นะ” พร้อมตักอาหารใส่จานให้ลูกชาย“ครับพ่อ”จากนั้นนริศก็ตักอาหารใส่จานให้เกศสิริอย่างเอาใจ เพราะการเผชิญหน้ากับเชอรี่ครั้งแรก ถึงจะทำหน้าเรียบนิ่งได้ แต่ในใจน่าจะขุ่นมัวอยู่พอสมควรกินอิ่ม ทุกคนแยกย้าย แต่นริศพาเกศสิริไปเจอกับแมวชื่อนิก และสุนัขชื่อ







