بيت / โรแมนติก / หนี้หัวใจใต้กลลวง / บทที่ 7 การท้าทายที่อันตราย

مشاركة

บทที่ 7 การท้าทายที่อันตราย

last update تاريخ النشر: 2025-05-02 18:42:29

ลาริสาก้มหน้าถือกล่องปฐมพยาบาลแน่นในมือ

ฝ่ามือที่บาดเจ็บแสบระคนกับอาการปวดที่ยังแล่นขึ้นตามข้อศอกทุกครั้งที่ขยับ

เธอเดินอย่างระมัดระวังไปตามทางเดินแคบ ๆ

หลบสายตาอยากรู้อยากเห็นที่ไหลวนรอบตัว

เหมือนสัตว์ตัวเล็กที่ถูกโยนเข้าไปในป่าใหญ่ที่ไม่ปรานี

ระหว่างทาง เธอเกือบสะดุดอีกครั้งเพราะขาสั่นจากความเจ็บ

แต่แล้ว...มีมือหนึ่งเอื้อมมาคว้าแขนเธอไว้เบา ๆ

 

"เดี๋ยวฉันช่วย" เสียงนุ่ม ๆ ดังขึ้นข้างหู

 

ส้ม​ พี่สาวร่างเล็กในชุดเสื้อโปโลสีเข้ม ที่ลาริสาได้พบในวันแรกที่เธอถูกส่งตัวเข้ามาอยู่ที่นี่

ส้มเคยเป็นคนแรกที่ยื่นน้ำให้เธอในคืนที่ร้องไห้ไม่หยุด

เคยเป็นคนที่นั่งเงียบ ๆ ข้าง ๆ ตอนที่เธอรู้สึกว่าทั้งโลกนี้ไม่เหลือใคร

ลาริสาเม้มปากแน่น แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้ส้มช่วยพยุงตัวไปนั่งที่ม้านั่งยาวด้านหลัง

 

ส้มไม่ถามอะไรเพิ่มเติม

เพียงแค่ดึงกล่องออกจากมือเธออย่างเบามือ แล้วเริ่มทำแผลให้อย่างเงียบ ๆ

ปลายนิ้วที่พันผ้าพันแผลแน่นแต่ไม่เจ็บ

สัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อในสถานที่แห้งแล้งเช่นนี้

 

"พักก่อนเถอะนะ..." ส้มกระซิบเสียงเบา ขณะพันแผลเสร็จ

"เดี๋ยวฉันจะไปบอกหัวหน้าว่าเธอทำงานไม่ไหว ขอพักคืนนี้"

 

ลาริสาเม้มปากแน่น พยักหน้าเบา ๆ

ไม่กล้าเปล่งเสียงใด เพราะรู้ดีว่าหากพูดออกมา น้ำตาคงไหลโดยไม่อาจกลั้น

สำหรับเธอ​ ส้มคือเสี้ยวหนึ่งของความเป็นคน ที่ยังหลงเหลืออยู่ในที่แห่งนี้

 

...แต่ในมุมหนึ่ง

ซ่อนเร้นอยู่ในเงามืดของโถงห้อง

ดวงตาคู่หนึ่งจับจ้องมาอย่างเกรี้ยวกราด

แยม​ น้องสาวแท้ ๆ ของยุ้ย

พนักงานอีกคนที่เข้ามาทำงานที่นี่พร้อมกันกับพี่สาว

แยมเห็นทุกอย่าง

เห็นพี่สาวของเธอถูกไล่ออก ไม่ใช่ด้วยเกียรติ

แต่ถูกโยนออกไปเหมือนขยะที่ไม่มีค่าอะไร

และเธอรู้ดี...ว่าข้างนอกนั่น ไม่มีใครรอรับยุ้ยอีกแล้ว

เธอออกไปจากที่นี่ทั้ง ๆ ที่ยังไม่หมดสัญญา จึงไม่มีคนส่งเธอกลับบ้านอย่างปลอดภัย

พวกค้ามนุษย์​ พวกขูดรีด​ และความตายที่รออยู่ด้านนอกอย่างเงียบ ๆ

ทั้งหมดนี้

ในสายตาแยม ต้นเหตุก็มีเพียงหนึ่งเดียว

ลาริสา

เด็กใหม่ที่ทำให้ยุ้ยต้องสูญสิ้นทุกอย่าง

สายตาของแยมแข็งกร้าว

ใบหน้าอ่อนวัยที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยความฝัน ตอนนี้เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น

ริมฝีปากบางขบแน่น​ หัวใจของเธอสาบานเงียบ ๆ ในใจ

ไม่ว่าเมื่อไร​ ไม่ว่าอย่างไร

สักวันหนึ่ง...ฉันจะลากแกลงไปนรกด้วยมือของฉันเอง

 

............................

 

ห้องทำงานส่วนตัว ตึกซาเลียน อินโนเวชั่น​ ​ใน​ฝั่งไทย

ภานุวัฒน์นั่งพิงพนักเก้าอี้ หนังสือเอกสารกระจายอยู่เต็มโต๊ะ

มือถือที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะสั่นครืดขึ้น

เขาชำเลืองตามอง ก่อนจะกดรับสายอย่างไม่เร่งรีบ

 

"ว่าไง" น้ำเสียงเรียบนิ่งเย็นชาจนแทบไม่มีอารมณ์

 

["เกิดเรื่องที่คลับ"]

เสียงอคินดังมาจากปลายสาย

["ลาริสาโดนทำร้าย"]

 

ภานุวัฒน์นิ่งไปชั่ววินาที

ปลายนิ้วที่เคยเคาะแฟ้มข้อมูลอยู่เงียบ ๆ ก็หยุดชะงัก

เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้มากขึ้น

สายตาคมกริบจ้องมองไปยังจุดว่างบนโต๊ะราวกับกำลังไตร่ตรองบางอย่าง

 

"...สร้างแต่ปัญหาจริง ๆ"

 

เขาพูดเสียงเรียบ คล้ายตำหนิกลั้วด้วยความรำคาญ

แต่หากมองให้ลึกกว่านั้น

แววตาใต้แพขนตาคมเข้มกลับสั่นไหวบางเบา

ประกายคุกรุ่นของความห่วงใยเจือจางผ่านในชั่ววินาที...

ก่อนที่เขาจะกดมันกลับไปสู่ความเย็นชาอีกครั้ง

 

"ฉันยังกลับไปไม่ได้ตอนนี้"

น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ

"มีบางอย่างที่ต้องเคลียร์ให้จบฝั่งนี้ก่อน"

 

["แล้วจะให้ทำยังไง?"] อคินถามตรง ๆ

 

ภานุวัฒน์ถอนหายใจเบา ๆ ราวกับเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องรำคาญใจเล็กน้อย

"ดูแลเธอให้ดี...อย่าให้ตายซะก่อน"

เขาพูดด้วยเสียงเย็นชา

"อย่างน้อย...จนกว่าฉันจะกลับไปเคลียร์หนี้กับเธอให้จบ"

 

ไม่มีคำหวาน​ ไม่มีสัญญาว่าจะรีบไปหา

แต่ในจังหวะที่ปลายนิ้วเขาบีบมือถือแน่นขึ้นนิดหนึ่ง

มันบอกได้มากกว่าคำพูดเป็นพันคำ

 

ภานุวัฒน์ตัดสายโดยไม่รอคำตอบจากอคิน

เขาโยนมือถือกลับลงบนโต๊ะอย่างไม่อ่อนโยน

แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หรี่ตาลงช้า ๆ

เสียงของอคินที่บอกว่าลาริสาได้รับบาดเจ็บไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวใจอย่างห้ามไม่อยู่

 

"อย่าโง่ไปทำตัวให้เจ็บอีกล่ะ" 

 

เสียงเขาพึมพำเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว

 

 

...................

 

 

ณ คอนโดหรูใจกลางเมือง

บรรยากาศยามค่ำคืนอบอวลด้วยกลิ่นไวน์และกลิ่นหอมจาง ๆ ของเทียนอโรม่า

ไฟในห้องสลัวนวลพอให้เห็นรอยยิ้มขี้เล่นของหญิงสาวบนโซฟา

พราวฟ้าดาราสาวสวยในชุดเดรสลำลองนั่งกอดเข่าอยู่ปลายโซฟา

มือเล็กกำลังเล่นจานผลไม้ข้างตัวอย่างเพลิน ๆ ขณะที่สายตาลอบชำเลืองมองชายหนุ่มที่นั่งอีกฟากอย่างไม่วางตา

คีรณัฐ กำลังพูดโทรศัพท์ น้ำเสียงทุ้มต่ำขรึมจริงจังจนแทบกลืนกินบรรยากาศทั้งหมด

 

"ข้อมูลล็อตใหม่ได้มาแล้ว"

"ฉันพร้อมช่วยนายเล่นงานมัน โดยเฉพาะรัฐมนตรีวิศรุต"

 

พราวฟ้าสะดุ้งนิด ๆ เมื่อได้ยินชื่อที่ไม่คาดคิดหลุดออกมาจากปากของเขา

หลังจากวางสายกับภานุวัฒน์ คีรณัฐก็ถอนหายใจเบา ๆ วางมือถือลงข้างตัวอย่างเหนื่อยล้า

พราวฟ้าลุกขึ้นย้ายตัวเองมานั่งข้างเขาอย่างแนบเนียน

มือเล็กวางบนต้นขาเขาเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มซุกซน

"เมื่อกี้...พูดถึงรัฐมนตรีวิศรุตใช่ไหมคะ?"

 

คีรณัฐเลิกคิ้ว​ "คุณรู้จัก?"

 

พราวฟ้าหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะเท้าคางเล่าอย่างไม่ทุกข์ร้อน

"ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ..."

"แต่ครั้งหนึ่ง ผู้จัดการส่วนตัวเคยบอกว่ามีรัฐมนตรีคนหนึ่ง...ชื่อนี้แหละ ติดต่อมาอยากชวนฉันไปทานข้าวด้วย"

เธอยกนิ้วทำท่ากำกับคำพูดอย่างขี้เล่น

"แต่ใคร ๆ ก็รู้ ว่าคำว่า 'ทานข้าว' ของพวกเขา...มันไม่ใช่แค่นั้น"

 

คีรณัฐนิ่งงัน ริมฝีปากเม้มแน่น ดวงตาคมเข้มกดลึกเหมือนกลืนทุกแสงไฟในห้องลงไป

พราวฟ้ายิ้มหวาน ยิ่งเห็นเขาเครียด ก็ยิ่งอยากแหย่

เธอยักคิ้วขี้เล่น

 

"น่าเสียดายนะคะ...ถ้าตอนนั้นฉันยอมตกลง บางทีวันนี้อาจโกอินเตอร์ไปแล้วก็ได้..."

 

เสียงใสราวกับจะยั่วเย้า

รอยยิ้มที่โปรยออกมา มีทั้งเสน่ห์และไฟที่กำลังท้าทายอำนาจเงียบ ๆ ของเขา

คีรณัฐหันขวับมามองเธอ

ในดวงตานั้นมีทั้งความหึงหวง และความปรารถนาที่เดือดพล่านขึ้นทุกขณะ

 

"เธออยากใช้ร่างกายเพื่อแลกกับโอกาสขนาดนั้นเลยเหรอ?"

 

เสียงเขาทุ้มต่ำ ขุ่นจัดกว่าปกติ

พราวฟ้าเพียงยิ้มบาง ๆ ไม่ตอบ แต่จงใจเลื่อนปลายนิ้วไล้ไปตามต้นแขนเขาเบา ๆ

เป็นการท้าทายที่เกือบไร้เดียงสา และอันตรายถึงขีดสุด

 

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 107 เจ้าชายปีศาจกับเจ้าหญิงแห่งแสง

    “วันนี้…ครูริสาจะเล่านิทานเรื่องหนึ่งที่ไม่มีอยู่ในหนังสือไหนเลย” เสียงหวานของเธอดังขึ้นเบา ๆ แต่เรียกความสนใจได้ทันที “เรื่องนี้...เกี่ยวกับเจ้าชายผู้หนึ่งที่กลายเป็นปีศาจ และเจ้าหญิงคนหนึ่งที่มีหัวใจเปล่งแสง เหมือนดวงดาวในคืนมืดที่สุด” “ชื่อเรื่องว่าอะไรครับ!” เด็กชายตัวจ้อยคนหนึ่งถามเสียงดัง “ชื่อว่า... เจ้าชายปีศาจกับเจ้าหญิงแห่งแสงสว่าง จ้ะ” เสียงฮือฮาเล็ก ๆ ดังขึ้นรอบวง ก่อนที่ทุกคนจะนิ่งฟังอีกครั้ง “นานมาแล้ว... มีอาณาจักรหนึ่งที่เงียบงัน ไม่มีแสงแดด ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีดอกไม้บาน ที่นั่น…คือโลกของเจ้าชายผู้ถูกสาป เขาเคยมีหัวใจที่ดี แต่เมื่อหัวใจนั้นแตกสลายจากเรื่องร้าย ๆ เขาก็ปิดมันไว้แน่น และไม่ยอมให้แสงใดเข้าไปอีกเลย” “แล้วเขากลายเป็นปีศาจเหรอคะ?” เด็กหญิงผูกโบว์ถามขึ้นเสียงแผ่ว “ใช่จ้ะ...เขากลายเป็นปีศาจที่มีดวงตาเศร้า และไม่เคยยิ้มอีกเลย แต่ลึก ๆ แล้ว...เขาก็แค่อยู่คนเดียวจนลืมวิธีจะรักใครเท่านั้นเอง” ครูริสาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มแล้วทำเสียงกระซิบ “วันหนึ่ง…เจ้าชายคิดแผนการขึ้นมา เขาจะพาใครสักคนมาอยู่กับเขา…สักคนที่มีหัวใจอบอุ่น เขาจึงวางกับดัก วางแผนการ

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 106 วันแห่งการเริ่มต้น

    ลาริสาตาโตทันที​ “อะไรนะคะ?” “ผมมีบริษัทที่ต้องดูแล ผมไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ตลอดเวลา แต่ผมเชื่อว่าคุณ…จะดูแลเด็ก ๆ ที่นี่ได้ดีที่สุด” เธอสั่นศีรษะเบา ๆ ริมฝีปากยังอ้าค้าง “แต่…ริสาไม่เคยคิดเลยว่าจะ—” “ผมคิดไว้แล้ว” เขายิ้มบางเบา “ผมไม่ต้องการแค่ภรรยา…แต่ต้องการ ‘หุ้นส่วนชีวิต’ คนที่ผมไว้ใจ คนที่ผมรู้ว่า…ถ้าเธออยู่ตรงนี้ ทุกอย่างจะไม่พัง” ลาริสาน้ำตาซึมอีกครั้ง​ ไม่ใช่เพราะอ่อนไหว​ แต่เพราะหัวใจของเธอได้รับการยอมรับ ทั้งจากเขา…และจากโลกที่เธอเคยรู้สึกเหมือนไม่มีที่ยืน เขาดึงมือเธอขึ้นมากดจูบเบา ๆ ที่หลังมือ “นี่คือบ้านของเรา…และทุกอย่างที่ผมสร้างไว้ทั้งหมดนี้ ผมอยากให้มันเป็นของคุณ ไม่ใช่เพราะคุณต้องการ แต่เพราะคุณ ‘คู่ควร’ กับมัน…” ........................ เช้าวันพิเศษ แสงอรุณอ่อนโยนปกคลุมทั่วบ้านหลังใหม่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน เสียงพระสวดเบา ๆ ดังกังวานอยู่ในห้องโถงกลางบ้าน กลิ่นธูปและดอกไม้สดหอมฟุ้งทั่วห้อง ลาริสาสวมชุดไทยสีงาช้างอ่อน ผ้าสไบปักดิ้นทองพาดบ่าดูงดงามราวเจ้าหญิงในนิทาน ดวงตาคู่นั้นมีแววเขินอายปนความปลื้มปิติในทุกการเคลื่อนไหว ข้างเธอ​ นาราและพราว

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 105 ไม่มีใครต้องถูกทอดทิ้งไว้กับอดีต

    เมื่อรถจอดลงหน้าบ้าน เธอก็ทำท่าจะเปิดประตูลงเองตามปกติ แต่เสียงเขาห้ามไว้ก่อน “เดี๋ยว ผมไปด้วย” เขาเปิดประตูฝั่งตัวเองแล้วเดินอ้อมมาที่เธอ ขณะเธอหันมามองด้วยความแปลกใจ “คุณจะ…เข้าไปเหรอคะ?” เธอถามเบา ๆ น้ำเสียงยังเต็มไปด้วยความสั่น เขาพยักหน้า ช้า ๆ หนักแน่น “ผมอยากไหว้แม่ของคุณ…” “ก็ในเมื่อคุณเป็นผู้หญิงที่ผมรัก​ แม่ของคุณ…ก็คือคนที่ผมเคารพด้วยหัวใจ” เขาพูดเรียบ ๆ แต่ทุกคำกลับแน่นลึกเหมือนสัญญาที่ออกมาจากหัวใจ และนั่นเพียงพอที่จะทำให้เธอพยักหน้า ยิ้มจาง ๆ แล้วพาเขาเดินตามเข้าบ้านไปอย่างเงียบ ๆ เสียงเปิดประตูบ้านไม้ดังเบา ๆ ในยามเย็น ลาริสาก้าวเข้ามาเงียบ ๆ ข้างกายมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินตามเข้ามาช้า ๆ เขาไม่ได้ใส่สูท ไม่ได้มีภาพลักษณ์ของนักธุรกิจใหญ่โต…มีเพียงเสื้อเชิ้ตแขนยาวธรรมดา กับสีหน้าเรียบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยแรงใจที่แน่วแน่ ป้านวลที่จัดโต๊ะอาหารอยู่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นผู้มาใหม่ “แม่คะ…” ลาริสาเรียกเบา ๆ แล้วเอ่ยเสียงแผ่วข้าง ๆ รถเข็น “นี่คือคุณภานุวัฒน์ค่ะ…” แววตาคุณภาวินีขยับวูบ​ ไม่มีคำถาม ไม่มีความประหลาดใจ มีเพียงสายตาที่ไล่มองเขาช้า ๆ เหมือน

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 104 ก็ว่าแล้ว...มันไม่ธรรมดาแน่

    ขาของเธอสั่นน้อย ๆ จนต้องยึดแขนเขาไว้แน่น เขาจึงแกล้งเอ่ยเสียงเบาแฝงแววขบขัน “ดูเหมือนร่างกายคุณจะอ่อนแอไปหน่อยนะครับ…สงสัยต้องพามาออกกำลังกายแบบนี้บ่อย ๆ” “หยุดเลย!” เธอตีเขาอีกครั้ง ใบหน้ายังแดงเรื่อ ดวงตาวาววับทั้งขวยเขินทั้งหมั่นไส้ “เย็นนี้รอผมนะ เดี๋ยวผมไปส่ง” เขาพูดขณะจัดปกเสื้อให้เธอเรียบร้อย เธอพยักหน้าช้า ๆ ยิ้มจาง ๆ พลางสูดหายใจลึก เตรียมจะกลับเข้าไปในชั้นเรียนอีกครั้ง และในจังหวะที่เธอก้าวออกจากประตู เธอก็ยังได้ยินเสียงเขาไล่หลังมาเบา ๆ ว่า “แต่ถ้าคุณคิดถึงผมก่อนถึงเวลาเลิกงาน ก็แวะมาหาผมที่ห้องนี้ได้ตลอดนะครับ” ... เสียงเปิดประตูดังแผ่วขณะลาริสาก้าวกลับเข้ามาในห้องเรียน แสงจากหน้าต่างทอดผ่านโต๊ะไม้ยาวในบรรยากาศเงียบสงบ นักเรียนยังคงก้มหน้าตั้งใจเขียนแบบฝึกหัดตามคำสั่งจากครูพี่เลี้ยงที่คุมชั้นไว้ชั่วคราว เธอกลืนน้ำลายเบา ๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง ขาที่ยังสั่นเล็กน้อยในทุกก้าวทำให้เธอต้องเกาะขอบโต๊ะด้านหน้าไว้ ริมฝีปากร้อนผ่าว ดวงตาแอบเหลือบมองบานประตูหลังห้องที่เธอเพิ่งเดินผ่านราวกับภาพเมื่อครู่นั้นยังซ้อนทับอยู่ตรงนั้น ‘คุ

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 103 รู้แล้วใช่ไหมว่าผมรักคุณขนาดไหน

    ริมฝีปากร้อนจัดแตะแผ่วที่ลาดไหล่เธออย่างอ้อยอิ่ง ราวกับซึมซับทุกคำตอบที่ยังไม่หลุดจากริมฝีปาก “ฉัน…รู้ใจตัวเองแล้ว…” เสียงเธอสั่นพร่าราวกับจะขาดหายทุกครั้งที่เขาแตะต้อง “ฉันรักคุณ…ฉันยอมรับ…แม้ว่าฉันจะไม่รู้เลยว่า…คุณรู้สึกยังไงกับฉันกันแน่…คุณรัก…หรือคุณแค้น…หรือคุณเกลียดกันแน่…” คำพูดนั้นทำให้เขาชะงัก ปลายนิ้วที่กำลังไล้ต่ำอยู่แถวเอวหยุดค้างอยู่กลางอากาศชั่วขณะ แววตาเขานิ่งงันเหมือนจมหายไปกับบางสิ่งที่อัดแน่นในอก ก่อนที่ชั่ววินาทีนั้น เขาจะก้มหน้าลงอีกครั้ง​ พร้อมกระซิบเสียงแผ่วชิดริมผิวเนื้อ “คุณยังไม่รู้อีกหรอ…ว่าตอนนี้ผมรู้สึกยังไงกับคุณ…” มือเขาเลื่อนไปที่กระดุมเสื้อเธอ แล้วค่อย ๆ ปลดมันทีละเม็ด ทุกจังหวะช้า…แต่ชัดเจนและแน่วแน่ เธอสั่นสะท้าน พยายามยกมือขึ้นห้าม…แต่เรี่ยวแรงที่มีดูไร้น้ำหนักเมื่อเขารั้งเธอไว้แน่นขึ้น “ผมไม่ได้อยากครอบครองคุณเพราะความแค้น…” เขากระซิบ “ผมไม่ได้แตะต้องคุณเพราะต้องการทำร้าย…” “แต่เพราะทุกครั้งที่มองคุณ ผมหยุดตัวเองไม่ได้…” และยิ่งเขาพูด…ปลายนิ้วก็ยิ่งลึกซึ้ง ทุกคำสารภาพหลุดออกจากปากเขา พร้อมกับสัมผัสที่รุกล้ำเข้าไปทีละนิด ทีละลมหายใจ

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 102 จะไม่หนีหัวใจของตัวเองอีกแล้ว

    เธอพูดต่อทั้งที่เสียงยังเรียบ​ แต่เนื้อเสียงกลับกัดลึกยิ่งกว่าคำใด “ฉันเห็นนะคะ ฉันเห็นคุณเปิดประตูรถให้เธอ ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ แล้วยังเดินเข้าไปในร้านด้วยกัน…มันเป็นภาพที่ชัดเจนจนไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรเลยด้วยซ้ำ” เธอยิ้มบาง แต่ในดวงตาเต็มไปด้วยความตัดพ้อที่พยายามกลบไว้ในรอยยิ้มประชด “พวกคุณดูเหมาะกันดีนะคะ สวย หล่อ สมกันดี ฉันขอโทษที่เผลอเข้ามายุ่งเรื่องของคนอื่น” เขาไม่ตอบทันที แต่เสียงที่หลุดจากปากในวินาทีนั้น กลับทุ้มต่ำ…และตรงประเด็นอย่างน่าตกใจ “คุณหึงเหรอ?” คำถามที่ทิ่มแทงลงไปตรงใจ ลาริสาสะบัดหน้า เธอกำลังจะลุกหนี แต่เขากลับไม่ปล่อยให้เธอไปง่าย ๆ “ฉันจะหึงทำไมคะ?” เธอพูดเร็ว “คุณไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน คุณจะควงใครไปถ่ายรูปก็เรื่องของคุณ” เพียงแค่นั้น…เขาก็รู้แล้ว รู้โดยไม่ต้องถามต่อ เขายกมือขึ้นช้า ๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้แก้มเธอแผ่วเบา สายตาของเขามองตรงเข้าไปในดวงตาเธอที่กำลังสั่น และในขณะที่เธอกำลังจะขยับตัวหลบ เขาก็รั้งเธอแน่นขึ้นเล็กน้อย เสียงของเขาแผ่ว…แต่ชัดเจนจนไม่มีพื้นที่ให้เข้าใจผิดอีกต่อไป “ฟังผมนะ…” เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่นกระทบผิวแก้มเธอ “ผู้ห

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 89 โครงการสนับสนุนการศึกษา

    พราวฟ้าหัวเราะจนน้ำตาเล็ด ไม้บาร์บีคิวในมือแทบร่วง นารายกมือปิดปาก หัวเราะจนน้ำตาซึม ธีภพสำลักน้ำในแก้วจนต้องวางลง ส่วนคีรณัฐหัวเราะพลางฟาดหลังเพื่อนเบา ๆ “เล่นใหญ่มาก!” เขาว่า “นี่คิดจะซื้อโรงเรียนเหมือนซื้อคอนโดเลยหรือไง?” “ไม่แปลกหรอก” นารายิ้มทั้งน้ำตา “ถ้าเพื่อเธอคนนั้น เขาคงกล้าทำมากกว่

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 86 คุณสามารถปฏิเสธได้

    ภานุวัฒน์ หยิบขนมชิ้นหนึ่งขึ้นแกะ แล้วค่อย ๆ ใส่เข้าปาก เขาเคี้ยวช้า ๆ คล้ายตั้งใจให้ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยนัยยะแฝง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ “ถูกใจครับ…” แววตาของเขายังคงจับจ้องไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่เงียบ ๆ ใกล้โต๊ะ “คุณลาริสานี่...รู้ใจผมตลอดเลยนะครับ” เสียงทุ้มที่เจือรอยยิ้มบาง ๆ ทำเอาอุณหภ

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 69 ความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัย

    ในที่แห่งนั้น เธอถูกกระชากศักดิ์ศรี ถูกทุบร่าง ถูกบังคับให้ยิ้ม ใช้ร่างกายแลกกับลมหายใจ ทุกคืน เธออธิษฐานให้ตาย แต่ทุกเช้า… เธอกลับยังหายใจ เจ็บ และอยู่​ อยู่… เพื่อรอวันล้างคืนทุกหยาดน้ำตาที่เคยกลืน แล้ววันหนึ่ง​ เธอก็ลุกขึ้น เดินไปหาคนคุม และพูดกับเขาด้วยเสียงเรียบเย็นว่า “ฉันจะหาผู้หญิง

  • หนี้หัวใจใต้กลลวง   บทที่ 67 การหลบหนี

    เมื่อเดินถึงห้องอาหารด้านล่าง กลิ่นข้าวสวยหอมร้อน ๆ ตลบอบอวล กลุ่มพนักงานไม่กี่คนกำลังกินข้าว พูดคุยกันด้วยเสียงเบา ๆ ลาริสาเดินตามส้มไปนั่งยังมุมด้านในสุดใกล้หน้าต่าง เป็นมุมที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน มีผ้าม่านบางกั้นแสงแดดไว้ให้พอดีตา ระหว่างที่ตักข้าวอย่างเงียบ ๆ เธอก็เงยหน้าขึ้นถามอย่างพอเหม

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status