Share

14

last update publish date: 2026-10-27 13:23:17

ยอดชีวาแยกตัวออกมาทันที เมื่อรับประทานอาหารมื้อเช้าเสร็จ เธอบอกกล่าวกับทีปต์ว่าจะมาทำงานที่เขามอบหมายให้ หิรัญมองมายังเธออย่างไม่เป็นมิตรตามเคย แล้วชวนพี่ชายไปขลุกทำกิจกรรมกันสองคน เหมือนกับจะดึงตัวทีปต์ไปจากเธออย่างไรอย่างนั้น

​ดีมากเสียอีก...เธอจะได้ไม่ต้องใกล้ชิดเขา จะได้ไม่ต้อง...ทำหน้าที่...

​แก้มสาวแดงเถือกเลยทันที เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ภาพระหว่างเธอและเขา ยามที่ตกอยู่ในห้วงสวาท แวบฉายพาดผ่านเข้ามาในห้วงนึก จนเธอต้องสะบัดหน้าแรงๆ เธอกลายเป็นคนลามกหมกมุ่นไปแล้วหรือยังไงกัน เมื่อคืนนี้ก็แทบนอนไม่หลับ พลิกไปพลิกมา กลิ่นกายที่เขาทิ้งไว้บนเตียงของเธอ ทำให้ยอดชีวาโหยหาไออุ่นที่เคยได้รับจากเขา อ้อมกอดระอุร้อนไปด้วยเพลิงเสน่หา

​“ไม่...ไม่...”

เธอเผลอหลุดบ่นพึมพำออกมา เธอต้องไล่เขาออกไปจากสมองให้ได้สิยอดชีวา อย่าให้ความเสน่หานั้นมามีอิทธิพลเหนือตัวและหัวใจเธอ

​“ทำอะไรอยู่”

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นด้านหลัง ทำให้คนที่กำลังว้าวุ่นกับความคิดของตนจนไม่ได้รับรู้ชั่วคราวกับสิ่งรอบตัวสะดุ้งเฮือก หน้าที่แดงอยู่แล้วแดงจัดยิ่งกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าคนที่เธอกำลังคิดถึงอยู่ กระโดดมาให้เห็นแล้วต่อหน้า

​“คือ...”

ยอดชีวานั่งพับเพียบอยู่บนหญ้านุ่มๆ ใกล้กับแปลงกุหลาบ เธอมานั่งอยู่ในบรรยากาศแบบนี้เพื่อจะตั้งสมาธิทำงาน แต่ไม่ยักกะได้ทำงาน เพราะมัวคิดวนเวียนอยู่แต่กับเขานั่นแหละ ทีปต์เอามือไพล่หลังไว้ แล้วทรุดลงนั่งข้างๆ เธออย่างไม่กลัวว่ากางเกงจะยับเปื้อน

​“ฉันกำลังหาแรงบันดาลใจ เกี่ยวกับกลิ่นน้ำหอม ที่จะทำให้คุณแม่ของคุณน่ะค่ะ”

​“กุหลาบพันธุ์นี้ กลิ่นหอมแรง ดอกใหญ่สวย เอ้า...เผื่อว่าเธอจะได้คิดผสมกลิ่นได้”

เขายื่นช่อดอกกุหลาบให้เธอ ยอดชีวากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเงยมองหน้าเขา ที่ตอนนี้คนให้ทำเป็นเมินไปทางอื่น ถ้าเขาให้เธอเพราะ...เหตุผลอื่นที่ไม่ใช่เหตุผลนี้ที่อยากได้น้ำหอมให้แม่ของเขา เธอคงจะคิดเตลิดไปไกลแล้ว ว่าเขามอบมันให้เธอ เพื่อ...

​จะเพื่ออะไรล่ะ ยอดชีวา หล่อนมันแค่เมียรับจ้าง! เขาจะลงทุนไปเก็บดอกกุหลาบมาให้หล่อนทำไมกัน

​“ขอบคุณค่ะ” เธอรับมาแล้วก็สูดกลิ่นหอมหวานนั่น

“หอมจริงๆ ด้วย กลิ่นหวานไม่ฉุนมาก คุณแม่ของคุณชอบกลิ่นคล้ายๆ แบบนี้หรือคะ”

​“ใช่...แม่ของฉันชอบกุหลาบมาก ฉันก็เลยชอบไปด้วย เพราะคุ้นกับกลิ่นของมันมาตั้งแต่เล็กๆ ชอบว่าดอกไม้ชนิดนี้สวย หอม”

​“เหตุผลที่คุณปลูกกุหลาบไว้เต็มไปหมดสินะคะ ฉันเองก็ชอบดอกกุหลาบเหมือนกัน เวลาที่บานเต็มที่ กลีบดอกที่ซ้อนเป็นชั้นๆ ทำให้คิดถึงกระโปรงของสาวน้อยนักเต้นรำ”

คนพูดก้มลงมองกุหลาบในมือ เธอเผลอยิ้มเมื่อมือแตะกลีบดอกไม้อ่อนนุ่ม

​“ฉันแค่ทำเพิ่มตรงเรือนกระจก ส่วนที่เหลือเป็นของเจ้าของคนเดิมปลูกไว้ พอมาดูที่นี่ เห็นไร่กุหลาบย่อมๆ แล้วชื่อคฤหาสน์ ฉันก็ซื้อต่อเลยทันที”

​“ที่นี่ชื่ออะไรคะ”

ยอดชีวามองหน้าเขา ทีปต์ยังคงไม่มองเธอ เขามองไปรอบๆ นั่งสบายบนหญ้านุ่ม อาการนั้นผ่อนคลายต่างจากทุกหนนัก

​“คฤหาสน์มันทนา”

​“นางมันทนา จากมัทนะพาธา หรือเปล่าคะ?”

​“เจ้าของที่นี่ชื่อมันทนา แล้วก็สวยมากราวกับนางในวรรณคดี ตำนานดอกกุหลาบ จบอย่างเศร้าสร้อยแบบไหน เจ้าของที่นี่ ก็ไม่ต่างกัน”

​“โอ...”

ตำนานของการเกิดดอกไม้ชนิดนี้ ตามวรรณคดีเรื่องมัทนะพาธา จบลงด้วยการที่นางมันทนา ต้องถูกสาปให้กลายเป็นดอกกุหลาบไปตลอดกาล เพราะความจงรักภักดีในตัวสามีอย่างพระชัยเสน ไม่ยอมมีสามีอื่น เป็นการจบที่เศร้าสร้อยและไม่สมหวังในรัก ใครจะไปนึกว่า เจ้าของคฤหาสน์นี้ที่มีชื่อเดียวกับนางในวรรณคดี จะมีจุดจบเช่นเดียวกัน

​“น่าสงสาร น่าสมเพช กับความรักที่แท้จริง ทั้งชีวิตจริง และเรื่องในวรรณคดี”

เหมือนจะกระทบปมบางอย่างในใจ ทีปต์มีสีหน้าเย็นชา เขายักไหล่ ก่อนจะมองหน้าเธอแบบเต็มตา พลางยิ้มหยัน

​“เธอว่าอย่างนั้นไหม? ยอดชีวา ความรักนี่มันช่างเป็นสิ่งที่เลวร้ายและเหลวไหล”

​“คุณมีอคติกับความรักหรือคะ คุณทีปต์”

คำถามกลับนั้นทำให้เขาสะอึก รอยเศร้าฉายวาบในดวงตา แต่แค่ชั่วแวบ เขาลุกขึ้นยืน และปัดฝุ่นที่กางเกง

​“ฉันไม่ได้อคติ แต่นี่มันคือเรื่องจริง ของคนที่หมกมุ่น ปล่อยใจไปกับคำว่ารัก...”

​“แต่สำหรับฉัน ความรักคือสิ่งที่สวยงามค่ะ ไม่ว่าจะรักแบบไหน รักอะไร มันทำให้เรามีความสุข และชีวิตมีความหมาย”

คำแย้งของเธอ ทำให้ทีปต์ก้มลงมองเธอ ภาพของหญิงสาวน่ารัก โอบอุ้มดอกกุหลาบสีอ่อนหวานเต็มอ้อมแขน เงยมองเขา นัยน์ตาอ่อนโยนยามเอ่ยประโยคในใจเหล่านั้นออกมา ช่างสวยงาม...และน่าถนอมนัก ยอดชีวาเองก็เป็นคล้ายดอกไม้ กุหลาบสีชมพูอ่อนสวย เหมือนกับที่เขาเด็ดมาให้เธอนั่นแหละ หอม หวาน

​“ฉันเป็นคนไร้หัวใจ ยอดชีวา ฉะนั้น...อย่ามาคุยเรื่องนิยามความรักใดๆ กับฉันเลย อ้อ...หน้าที่ของเธอ เรื่องของเรา มันก็จะเป็นแค่หน้าที่ มันไม่มีความรู้สึกใดๆ มาเกี่ยวข้องเช่นกัน หวังว่าเธอคงจะได้รับรู้ไว้นะ”

​คำเอ่ยเหมือนมีดกรีดใจคนฟัง ก่อนจะเดินกรายจากไป ทิ้งให้ยอดชีวานั่งอยู่ตรงนั้นตามลำพัง กุหลาบช่อสวย หอมกรุ่นในอ้อมกอด กลีบของมันแย้มคลี่ งดงามนัก หยดน้ำใสๆ หยาดลงมาต้องกลีบกุหลาบบาง เจ้าของหยดน้ำตานั้น กำลังพยายามกลั้นสะอื้นไว้ มือบางปาดไล้น้ำตาที่ทำท่าจะรินลงมาอีก

​โอ...นั่นสินะ เธอจะหวังอะไรละยอดชีวา บิดาของเธอทำให้เขาเกลียด แค้น และมาลงกับเธอ ใบหน้าที่เสียโฉมจนอัปลักษณ์ ไหนจะธุรกิจที่เกือบล่มจมหลังเขาประสบอุบัติเหตุ มันก็มากพอแล้วที่จะทำให้ทีปต์เกลียดพวกเธอนัก

​เธอจะหวังอะไร? หวังเศษเสี้ยวความเห็นใจจากผู้ชายที่ประกาศบอกเธอว่า เขาเห็นความรักเป็นเรื่องน่าสมเพช และเป็นคนไร้หัวใจอย่างนั้นหรือ

​ฮอร์โมนความผูกพันหลังจากที่มีเซ็กซ์กับเขา กำลังเล่นงานเธออย่างหนักหน่วงเข้าแล้วจริงๆ สินะ

​เขาแค่อยากจะเอาดอกกุหลาบไปให้เธอ...แค่นั้น...แต่ดันไปทำอะไรมากกว่าการให้ดอกไม้กับ...กับผู้หญิงที่น่าพึงพอใจมากที่สุด ในรอบระยะเวลาหลายปีกันแน่นะ

​ทีปต์ถอนหายใจ ภาพของยอดชีวาที่ก้มหน้าลงมองดอกไม้ เป็นภาพของเธอก่อนที่เขาจะจากมา มันทำให้เขารู้สึกใจวูบพิกล เขาไม่ได้จะตั้งใจพูดจาให้มันมากมายไปถึงขนาดนั้น แต่เพราะบางเรื่อง มันแทงใจ จนอดพลั้งปากออกมาไม่ได้ อดตั้งกำแพงไว้ไม่ได้ กำแพงแห่งอคติที่ขวางเขาไว้กับผู้คนที่จะเข้ามาสัมผัสตัวตนของเขานั่นเอง

​“เย็นวันนี้ บอกแม่ครัวทำอาหารญี่ปุ่นดีไหมครับพี่ทีปต์ เห็นว่าแกพอจะทำพวกซุปมิโซะ แกงกระหรี่ได้ ผมอยากลองชิมฝีมือดู ว่าจะสู้แม่ครัวที่บ้านใหญ่ได้ไหม”

เสียงคนข้างตัวเอ่ยชวนคุย ปลุกทีปต์ขึ้นจากภวังค์ส่วนตัว เขาหันมามองหน้าคนพูด หิรัญขึ้นจากสระน้ำแล้ว หลังจากว่ายไปกลับแล้วหลายรอบ สองพี่น้องพากันมาว่ายน้ำเล่น หลังจากที่ประชุมเครียดกับทางบริษัททางออนไลน์แล้วเรียบร้อย

​“สั่งเด็กลงไปได้เลย เขาจะได้ไปหาเครื่องไว้ จริงๆ แกงกระหรี่ญี่ปุ่นต้องทิ้งค้างคืนไว้หน่อยนะ จะได้เข้มข้นและอร่อยมากขึ้น”

​“ผมจำได้ว่า พี่ทีปต์เองก็ทำอร่อย”

หิรัญซับน้ำที่เปียกชุ่มตามผิวเนื้อ ทีปต์ยิ้มนิดๆ เขาหยิบเอาไอแพดขึ้นมาเปิด คุยแชตถามไถ่เรื่องงานกับรัตนฤทธิ์ต่อ

​“พี่ไม่ได้ทำครัวนานแล้ว”

​“พวกเราคิดถึงฝีมือทำอาหารของพี่ทีปต์นะครับ บอกตรงๆ เลย ไม่มีใครทำพล่าเนื้อ แล้วก็ก๋วยเตี๋ยวสมุนไพรได้อร่อยเท่าพี่อีกแล้ว คุณแม่บ่นบ่อยๆ ว่าคนครัวทำสู้พี่ไม่ได้”

​“คุณแม่อยากกินงั้นหรือ อืม...ไว้เอาแบบนี้ เดี๋ยวพี่จะให้นายถือไป เป็นของขอโทษดีไหม?”

ทีปต์ว่า เขากำลังจ้องมองที่หน้าจอ เพราะกำลังสนทนากับเลขานุการส่วนตัว

​“ต้องให้พี่ไปด้วยสิครับ แล้วเราก็จัดปาร์ตี้เล็กๆ แบบครอบครัว ดีไหมครับ พี่ทีปต์ เราไม่ได้ทำอะไรแบบนี้นานแล้ว ตั้งแต่ที่พี่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ลองทำดูคงจะสนุกดี ทำอาหารกันเอง เชิญญาติ แล้วเพื่อนๆ คนสนิทมา”

​“หึๆ” รอยยิ้มหยัน ปรากฏที่ริมฝีปากได้รูป หิรัญยังคงพูดต่อเจื้อยแจ้ว

​“ครั้งสุดท้ายที่ผมจำได้ว่าได้กินอาหารฝีมือพี่ทีปต์ ก็งานครบรอบวันเกิดของคุณแม่ วันนั้นเราสนุกกันมากเลย จำได้ไหมครับ มีแขกแค่สิบคน แต่เล่นเอาพ่อครัวเมื่อยไปเลยเพราะทำอาหารจนเหนื่อย”

​“ตอนนี้ใครจะอยากกินอาหารฝีมือพี่กัน แค่เห็นหน้าพี่ ญาติๆ หรือคนรู้จัก ก็เบนหน้าหนี บางคนก็มองอย่างสมเพช มันทุเรศทุรัง จนพลอยทำให้อาหารไม่อร่อยพอดี”

​“โธ่...”

หิรัญถอนใจ เขาเอื้อมมือมาแตะแขนพี่ชายเบาๆ อย่างอ่อนโยน ทีปต์ยักไหล่ เขาเจ็บจนเจ็บไม่เป็นอีกแล้ว กับรูปลักษณ์หน้าผี ที่ทำให้คนรอบข้างมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

​“พี่ทีปต์”

​“เลิกคิดเรื่องจะให้พี่ไปสังสรรค์กับใครเถอะ นิกซ์ พี่อยู่แบบนี้ดีกว่าว่ะ อยู่เงียบๆ ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใคร ชีวิตมันดีกว่าที่จะต้องไปถูกล้อมหน้าล้อมหลัง ด้วยคนหน้าไหว้หลังหลอก”

​“เพราะมันคนเดียว” หิรัญขบกราม อดไม่ได้ที่จะทำหน้าหงุดหงิดให้ทีปต์เห็น

“พี่ทีปต์ผมว่าเปลี่ยนใจเถอะ เรื่อง...”

​“พี่คิดแล้ว ตัดสินใจแล้ว”

ชายหนุ่มตัดบท หิรัญเลยได้แต่ถอนใจ เขาเอนลงกับเก้าอี้ผ้าใบ แล้วหยิบเอาสมาร์ทโฟนของตนเองขึ้นมากดดู ข้อความจากโปรแกรมแชตที่ส่งมาจากใครบางคน ทำให้เขายิ้มบางๆ แล้วส่งข้อความตอบกลับไป หางตาคอยมองพี่ชายต่างเลือดไปด้วย ทีปต์กำลังสนใจกับการติดต่อกับเลขานุการของเขาจนไม่ได้สนใจว่า หิรัญกำลังทำอะไร

​“ถ้าพี่ทีปต์ไม่อยากไปงานเลี้ยงอะไร แล้วถ้าไปเที่ยวแบบครอบครัวล่ะครับ” คำถามลอยๆ นั้นทำให้ทีปต์เลิกคิ้ว เขากำลังคุยงานติดพัน เลยฟังบ้างไม่ฟังบ้าง

​“อืม...”

​“ผมกำลังขอซื้อบ้านพักที่เหนือ จากเพื่อน บ้านสวยมาก ติดกับภูเขา มีต้นนางพญาเสือโคร่งหรือซากูระเมืองไทย ปลูกไว้เยอะเลย สวยมากครับ เอาไว้พักผ่อน พี่ทีปต์สนใจไหมครับ มีแค่พวกเรา”

​“ไว้พี่คิดดูก่อน”

​“ครับ”

​คำตอบนั้นทำให้หิรัญรู้ว่า เขาจะทำอย่างไรให้ทีปต์ยอมออกจากถ้ำ ไปกับเขาหนนี้ และแน่นอนว่า สถานการณ์ที่เขากำลังจะสร้างขึ้น มันจะก่อให้เกิดผลดีกับใครหลายๆ คนแน่นอน เขากำลังอยากจะช่วยเหลือใครบางคน เพื่อ...แน่นอนว่า ต้องเพื่อตัวเขาเองสิ!

​หิรัญดีดลูกคิดรางแก้วเสมอ ว่าอะไรได้ อะไรเสีย และเขาจะไม่มีวันเสียอะไรไปฟรีๆ หรือช่วยใครแบบไม่หวังผลแน่นอน

​ยอดชีวาโยนความเศร้าของตนทิ้งไปเสียชั่วคราว และกำลังเพลินกับการคิดงานตามโจทย์ของทีปต์ เธอคิดกลิ่นของน้ำหอมสำหรับคุณอารยาไว้แล้ว และคิดว่าจะสั่งหัวน้ำหอม มาเริ่มทำการปรุงน้ำหอมแบบจริงๆ จังๆ คงจะต้องสั่งซื้อข้าวของอุปกรณ์มาหลายอย่าง ถ้าเกิดว่าเขาจะให้เธอทำน้ำหอมด้วยตนเอง

​คิดไว้แล้วว่าจะให้อะไรเป็นส่วนประกอบ และตั้งชื่อไว้เฉพาะเรียบร้อย หวังว่าเขาคงจะถูกใจตอนนี้เธอนั่งทำงานอยู่ในห้องสมุดของคฤหาสน์ ทีปต์ให้เครื่องแลปท็อปเธอมาเครื่องหนึ่ง เพื่อใช้ทำงานที่เขามอบหมายให้ตามที่เธอขอ ยอดชีวาเจอสมุดสเกตภาพไม่ได้ใช้วางทิ้งอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ที่เธอเปิดหาอุปกรณ์เครื่องเขียนและกระดาษโน้ต เลยถือวิสาสะนำมันมาใช้ทำงาน เพราะจากสภาพฝุ่นที่เกาะอยู่ หน้ากระดาษว่างเปล่า บอกว่าเจ้าของคงไม่ได้ใช้มันเลย

​เธอลองสเกตภาพของขวดน้ำหอม ตั้งใจจะทำน้ำหอมกลิ่นหวานๆ สำหรับสุภาพสตรีออกมาสองกลิ่น นั่นก็คือโรสดอลล์ และโรส ปริ้นเซส ยอดชีวาพอจะมีฝีมือทางด้านศิลปะ เมื่อได้จับกระดาษ ดินสอ สมองเธอก็สั่งให้มือทำงานปราดๆ อย่างรวดเร็ว และมีความสุขกับจินตนาการของตนเอง

​“อืม...แบบนี้น่าจะใช้ได้ สองกลิ่นนี้ท่าทางจะเข้าท่านะ”

​เธอมองฝีมือการร่างแบบคร่าวๆ ของตนอย่างพอใจ ก่อนจะพลิกหน้ากระดาษไปที่หน้าขาวว่าง อีกนานกว่าจะถึงเวลาอาหารเย็น ที่เธอจะต้องไปนั่งตัวเกร็งเผชิญหน้ากับคนไร้หัวใจ! คิดแล้วก็ให้ถอนใจ และปลงกับชีวิตของตนนัก ที่ต้องมาเจอะเจอะกับเรื่องแบบนี้

​มือของยอดชีวา ค่อยร่าง ค่อยทำงานไปเรื่อยๆ สมองของเธอตอนนี้มันกำลังคิดถึงใครบางคน และก็ถ่ายทอดออกมาทางภาพศิลปะ

​เสียงริงโทนที่ตั้งไว้เฉพาะดังขึ้น เธอกดรับสาย ละมือจากงานตรงหน้า ย่นจมูกและยิ้มให้กับผลงานของตน ก่อนจะกรอกเสียงลงไป

​“ว่ายังไง ยัยอีฟ”

​“เธอนั่นแหละ เป็นยังไงบ้างเบบี้ นี่เรามีอัตชีวิต ชีวประวัติอย่างยาวของนายจ้างเธอ มาเล่าสู่กันฟังนะยะ”

​“หืม?”

​“เดี๋ยวจะส่งให้ทางเมลนะเบบี้ คือบอกตรงๆ ว่าเราก็เริ่มจะสงสารเค้า แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไมต้องทำแบบนี้กับเธอด้วย เฮ้อ...เอาไว้ให้เธอศึกษานายจ้าง...เรียกตรงๆ ว่าผัวเธอน่ะ”

​“ยัยบ้า!” ยอดชีวาอุทาน หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ทางนั้นหัวเราะกิ๊ก ก่อนจะถอนใจ

​“แหม...มาว่าเราบ้า เราพูดความจริงต่างหากเล่า นะ ลองอ่านอะไรหลายๆ อย่างประกอบดู ก่อนประสบอุบัติเหตุ เขาเป็นยังไง แล้วหลังจากนั้น เขาเจอะเจออะไรบ้าง เบบี้”

​“อืม...พ่อของเราทำเรื่องไว้เยอะเลย”

ยอดชีวาเม้มริมฝีปาก หัวใจวูบโหวงไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอคุยกับช่อชนิดาอีกหลายนาทีเกือบครึ่งชั่วโมงได้จึงวางสาย ก่อนจะลองเปิดอีเมลและลองอ่านเรื่องราวของทีปต์ที่เพื่อนรักเรียบเรียงมาให้ดู

​สายตาของเธอสะดุดกับรูปโฉมก่อนการมีแผลเป็นน่าเกลียดของเขา ผู้ชายหล่อเหลา นัยน์ตาสดใสที่มองมา ไม่เหมือนคนที่เธอรู้จักเลยสักนิด ตอนนี้สายตาของเขาเย็นชา รอยยิ้มจากเขาไม่ใช่ยิ้มเพราะอารมณ์รื่นเริง หากเป็นยิ้มหยัน ยิ่งอ่าน ยิ่งมองภาพ ยอดชีวาก็ยิ่งรู้สึกว่า บ่าของเธอ หัวใจของเธอ มันหนักอึ้งไปหมด...

​ภาพของเขาและหญิงสาวสวย ที่บอกว่าเป็นอดีตคู่หมั้น ยิ่งทำให้เธอสะท้อนในอกนัก นี่หรือเปล่าหนอ? เธอคนนี้ที่ทำให้เขาต้องเย้ยเหยียดไปทุกสิ่ง และกลายเป็นคนไร้หัวใจ

​เธอยิ่งรู้เรื่องของเขามากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งเปลี่ยนความรู้สึก จากหวาดกลัว อยากเกลียดเขานักที่ทำแบบนั้นกับเธอ กลายเป็นเห็นอกเห็นใจ และอยากจะทำให้เขายิ้มแบบอื่นให้เธอบ้าง รอยยิ้มจากใจ ที่ไม่ใช่รอยยิ้มหยันโลกแบบนี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนี้อสูร   บทส่งท้าย โฉมงามในอ้อมกอดของ เจ้าชายอสูร

    หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆ เสร็จสิ้นงานศพของหิรัญ ทีปต์ก็ทำบุญบ้านครั้งใหญ่ เหมือนจะขับไล่เสนียดจัญไรให้ไปให้ไกลเสียจากตระกูลทีฆทัศน์ เขาได้บทเรียนมากมาย จากเรื่องของหิรัญ เขาไล่ประภาออกเพราะหล่อนเหมือนงูพิษที่เลี้ยงไม่เชื่อง ประจักษ์ผู้เป็นลุงและรั้งตำแหน่งสำคัญของคฤหาสน์มันทนา เป็นคนบอกกล่าวกับเจ้านายด้วยตนเอง ว่าหลานสาวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทีปต์ทำตามคำแนะนำนั้น แม้ว่าจะสงสารประภาที่ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ก่อนจะก่นด่ามากมายเมื่อเห็นว่าเขาไล่เธอออกจริงๆ ​คุณอารยาอาการดีขึ้น แม้จะต้องไปทำกายภาพบำบัดบ้าง แต่เธอก็มีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส ยาใจที่ทำให้เธอหายในเร็ววัน นั่นก็คือทายาททีฆทัศน์ตัวน้อยๆ ที่ตอนนี้กำลังน่ารักน่าชัง ด้วยวัยหกเดือน เจ้าหนูทีฆาเป็นขวัญใจของคนทั้งบ้าน คุณอารยาอยากจะเดินได้พร้อมๆ กับหลานชาย เลยขยันไปทำกายภาพ และดูแลรักษาตัวเองตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด​เรื่องของหิรัญเหมือนฝันร้ายของพวกเขา แต่คนตายไปแล้ว และทีปต์เองก็คิดว่าตนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หิรัญเกิดบาดแผลขึ้นในจิตใจ เขายังรักน้องชายนอกไส้ แม้ว่าหิรัญจะทำร้ายเขาอย่างแสนสาหัสก็ตามที ทีปต์อโหสิกรรม จัด

  • หนี้อสูร   39

    ยอดชีวามองเพื่อนด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ช่อชนิดายิ้มแหยพลางเอื้อมมือจะไปบีบมือเธอ แต่เธอชักหนีเสียก่อน แล้วหันมองข้างหน้าต่างรถที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง ท่าทีเย็นชาของเพื่อนสนิททำให้ช่อชนิดาอดรนทนไม่ไหว ต้องคว้าเจ้าหล่อนมากอด หากถูกปัดป้อง แล้วทำหน้าบึ้งใส่​“โธ่...เบบี้จ๋า หายโกรธนะ เราจะพาเบบี้ไปดูแลที่กรุงเทพฯ อยู่คนเดียวได้ยังไงกันนั่น”​“จะพาเราไปที่ไหน”เสียงหวานเอ่ยขึ้น พร้อมกับสายตาดุๆ ที่ตวัดมองไปยังด้านหลังของคนที่นั่งข้างคนขับ รัตนฤทธิ์หันมายิ้มให้กับเธอ เพราะเห็นหน้าเขานี่แหละ ยอดชีวาถึงได้รู้ว่ามันชักจะไม่ชอบมาพากล และรู้ว่าถูกเล่นตลกก็ตอนที่รถแล่นไกลออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้พาเธอไปที่วัดซึ่งเพื่อนรักบอกไว้แต่แรกว่าจะพาเธอไปทำบุญ​“ไปที่บ้าน...”​“บ้านใคร” ยอดชีวาเอ่ยขัดก่อนที่เพื่อนรักจะพูดจบ หน้าหวานงอง้ำ แล้วเธอก็ไม่ยอมพูดจาอีกเลย ช่อชนิดาเอื้อมมือไปสะกิดรัตนฤทธิ์ ที่หันมายิ้มแหยส่งให้เธอ หญิงสาวไม่กล้าคุยอะไรอีก เพราะรู้ว่าเพื่อนรักกำลังโกรธจัดมาก เป็นแบบนี้แล้วถึงที่หมาย ยอดชีวาจะอาละวาดหรือเปล่าหนอ​คุณรับผิดชอบด้วย ยัยเบบี้โกรธฉันมาก...​เดี๋ยวผมจะให้กำลังใจ จุ๊บ..

  • หนี้อสูร   38

    หิรัญรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่เปลี่ยนเป็นเอ่ยชื่นชม เมื่อเห็นพี่ชายของเขา ในสภาพที่มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งเดิม เดินตรงเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน ทีปต์ยิ้มตอบเล็กน้อย แต่นัยน์ของเขามันไม่ยิ้มด้วยเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะทรุดลงนั่งตรงกันข้ามกันกับน้องชาย สายตาคมกล้าจ้องเขม็ง มองอาการของหิรัญ ที่ยังคงเอ่ยพร่ำชมเชยถึงความสมบูรณ์แบบของการผ่าตัดศัลยกรรม​“ไม่น่าเชื่อเลยครับพี่ทีปต์ หมอที่นั่นเก่งจริงๆ พี่ทีปต์ไม่ได้หน้าตาน่าเกลียดแบบเดิมแล้ว มันยอดมาก ไม่มีแม้แต่รอยสักรอย หมอเก่งมากๆ”​“พี่ลบรอยแผลเป็นนั่นไปแล้ว แผลเป็นที่ทำให้ชีวิตของพี่พลิกผันไปมากมาย แผลเป็นที่ทำร้ายพี่ได้อย่างหนักเหลือเกิน นิกซ์” คำพูดนั้นทำให้หิรัญเลิกคิ้วนิดหน่อย แต่ก็ยังยิ้มส่งให้กับทีปต์​“ดีแล้วครับ พี่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ผมคิดว่ามันจะสดใสแน่นอน”​“พี่ยังเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ นิกซ์ จนกว่าพี่จะจัดการกับแผลเป็นอีกแผลหนึ่งก่อน แผลนี้มันใหญ่มากเสียด้วย และที่สำคัญ พี่ต้องขอความร่วมมือจากนายในการกำจัด”​“เอ...ผมตามไม่ทัน พี่ทีปต์หมายความว่าอะไรหรือครับ”​“นายยังไงล่ะ นิกซ์ แผลเป็นของทีฆทัศน์ สิ่งที่นายทำ มันเป็นเหมือนแผลร้าย ที่ก

  • หนี้อสูร   37

    นัยน์ตาสีนิลคมกริบนั่น รูปหน้าเรียวได้ส่วน ริมฝีปากนั่น...​มันช่างเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอม ถ้าเธอจมูกไม่เพี้ยน เขาก็ยังใช้กลิ่นเดียวกัน ต่างกันแค่คนตรงหน้าเธอ ดูเปิดเผย จริงใจ และอบอุ่นกว่าเขามากนัก เป็นส่วนที่แตกต่างกันมาก แต่เหตุไฉน ใจเธอกลับวนเวียนไปคิดถึงแต่อสูรใจร้ายอย่างทีปต์ มากกว่าคนตรงหน้าเธอ ที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกับพิมพ์กันมา ทั้งที่เขาดูอ่อนโยนและเอาใจเธอนัก ไม่รังเกียจแม้รู้ว่าเธอตั้งครรภ์แบบไม่สามารถบอกได้ว่าพ่อของเด็กในท้องคือใคร ​“ผมซื้อมาฝาก ไปลองชิมมาแล้วอร่อยมาก เห็นคุณบอกว่าอยากกินขนมไทยๆ” เขายื่นถุงพลาสติกบรรจุขนมหน้าตาน่ากินส่งให้เธอ ยอดชีวายิ้มน้อยๆ แล้วเอื้อมมือรับ ชายหนุ่มชักมือกลับ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้ม​“อุตส่าห์ซื้อของมาฝาก ใจคอจะไม่ต้อนรับแขกเลยหรือครับ”​“เชิญเข้ามาก่อนก็ได้ค่ะ” เธอไขกุญแจให้เขา พลางย่นจมูกอย่างลืมตัว ท่าทีน่ารักนั้นทำให้ธนัยมองเธอตาปรอย เขามองใบหน้าหวานนั่นอย่างชื่นชมเปิดเผย แทบจะช่วยประคองด้วยซ้ำ เมื่อยอดชีวาทำท่าจะสะดุดล้ม เธอต้องปัดมือของเขาที่ทำท่าจะเอื้อมมาจับเธอไว้ แล้วพึมพำบอกว่าไม่เป็นไร​หญิงสาวรับแขกของ

  • หนี้อสูร   36

    ช่อชนิดาเฝ้าแอบมองหญิงสาวในชุดกระโปรงสีหวาน ที่กำลังล็อกประตูรั้วบ้าน หันหลังให้กับเธออย่างไม่ทันระวังตัว ร่างบางจึงปราดจากที่ซ่อน แล้วตรงเข้าประชิดทันที มือบางรวบเอวเล็กของอีกฝ่ายไว้ ทางนั้นร้องอุทานอย่างตกใจ ​“ยัยเบบี้ โอย...ดีใจจริงๆ จับตัวได้แล้ว”​“อีฟ” ยอดชีวากะพริบตาปริบๆ หน้าแดงสลับซีดด้วยความรู้สึกหลากหลายปนเป ช่อชนิดารัดเธอไปกอดไว้แน่น ก่อนจะละล่ำละลัก อุทานซ้ำๆ ​“อย่าไปไหนอีกนะ อย่าไปไหนอีกเลย เพื่อนรัก เราดีใจเหลือเกิน โอย...เบบี้ ดีใจจริงๆ”​“เราก็ดีใจอีฟ ฮือๆ เราดีใจที่เจออีฟ”​“แล้วหนีมาทำไมถึงนี่ จะบ้าหรือยังไงกัน หนีมาไม่บอกไม่กล่าว หลังงานศพพ่อเธอ เธอก็หายไปเลย อะไรกันน่ะ เราทั้งงง ทั้งใจหาย จะเป็นบ้าที่เพื่อนรักหนีหายมา เกิดอะไรขึ้น”​“ไปคุยกันในบ้านดีกว่า เรื่องมันยาว แต่ว่าอีฟตามหาเราได้ยังไงกันนี่” ยอดชีวาปาดน้ำตาแห่งความดีใจที่รินไหลออกทิ้ง แล้วยิ้มกว้างให้กับเพื่อนรัก มือทั้งสองจับกันแน่น เหมือนกลัวว่าที่เห็นตรงหน้าจะเป็นภาพลวงตา​“เราตามเพจของเบบี้มายังไงล่ะ ดีนะที่เบบี้เปิดเพจไว้ เพจขายน้ำหอมของเบบี้น่ะ เราจำได้ว่าอีเมลนั้นเป็นอีเมลของเบบี้ ที่ติดต่อ ก็เร

  • หนี้อสูร   35

    ​ทีปต์อ่านจดหมายด้วยมือที่สั่นเทา เขานั่งทรุดลงอย่างหมดแรง ตู้ที่เปิดอ้าไว้ แง้มให้เห็นว่าของภายในถูกเก็บกวาดไปจนเกลี้ยง ของทุกสิ่งที่เป็นของยอดชีวาอันตธานออกไปจากห้องนี้ เหมือนที่เธอเดินไปจากชีวิตเขา หิรัญยืนพิงกรอบประตู มองดูพี่ชายของเขาที่นั่งนิ่งเหมือนหิน เขาเดินก้าวเข้าไปใกล้ แล้วตบบ่าของทีปต์เบาๆ ก่อนจะเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงทุ้ม​“ปล่อยเขาไปเถอะครับพี่ทีปต์”​“ยอดชีวาแท้งลูก พี่จะปล่อยเขาไปแบบนั้นได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มเม้มปาก “แล้วเรื่องฤทธิ์มันอะไรกัน พี่งงไปหมดแล้ว”​“ถ้าไม่แท้ง พี่จะแน่ใจได้ยังไงกันว่าเป็นลูกของพี่ นังเด็กนั่นก็บอกแจงในจดหมายอยู่ ว่าเป็นลูกใครกันแน่ หึ!สันดานร่านนัก ไอ้เพื่อนเลวนั่นก็เหลือเกิน ผมมีพยานนะครับพี่ทีปต์ ประภาเด็กรับใช้เป็นพยานให้ได้ ว่าเคยเห็นพวกมัน...”​“พอเถอะ พอที พี่อยากอยู่คนเดียว” ทีปต์ปัดมือที่โอบไหล่เขาออก ก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด หิรัญลุกขึ้น มองหน้าทีปต์ที่ตอนนี้อ่านความรู้สึกไม่ออก ว่ากำลังคิดอย่างไรกันแน่ จดหมายจากยอดชีวายับยู่ยี่อยู่ในมือเขา นัยน์ตาคมของเขาฉายแววเย็นชา ไม่แสดงความรู้สึก ทั้งที่ตอนแรกมันฉายแววเจ็บปวดอย่างเหลือแสน สิ่งท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status