Share

13

last update publish date: 2026-10-27 13:21:36

“เร่งอะไรนักหนานั่น มาแล้วนี่ยังไงเล่า”

รัตนฤทธิ์โวยเบาๆ เมื่อถูกกึ่งลากกึ่งดึงให้เข้าไปในบริเวณโรงแรมด้วยกัน คนลากหันมาค้อนขวับให้ ก่อนจะมองเขาแบบหัวจรดเท้า พลางถอนใจเฮือก แล้วบ่นพึม

​“ดูสิดู กะจะเอามาเย้ยแฟนเก่าสักหน่อย สภาพได้แค่นี้หรือยังไงกันนายฤทธิ์”

​“โหย...”

รัตนฤทธิ์สะบัดมือให้หลุดจากสาวเจ้า ก่อนจะเท้าเอว แล้ววางมาดนายแบบมือโปร แบบที่เห็นในหน้านิตยสารบ่อยๆ

​“หล่อ ตี๋ เกาหลี ขี้เล่นขนาดนี้ เอาไปเย้ยแฟนเก่า รับรองว่าแฟนเก่าเธอจะต้องตะลึง สะพรึง แล้วก็ร้องไห้ขี้มูกโป่ง เสียดายเธอสุดๆ ละ”

​“ย่ะ” หญิงสาวกลั้นยิ้ม แล้วกอดอก พลางร่ายยาวถึงสภาพของเพื่อนหนุ่ม ที่เธอยืมมาเป็นแฟนชั่วคราว

​“หัวยุ่งเหมือนรังนก หุ่นแห้งๆ ก้างหน่อยๆ หน้าตาก็จัดว่าพอไหวนะ คิ้วเข้ม ตาตี่ มีลักยิ้ม เสียตรงนายมีหนวดหรอมแหรมเหมือนอาแปะ ชุดก็เหมือนกลับมาจากออฟฟิศชัดๆ แล้วดูเพื่อนสิ จัดเต็มขนาดนี้ รู้ปะว่าไปแต่งหน้ามาตั้งแต่ตีสี่ แต่งตัวตั้งแต่หกโมงเช้านะยะ”

หนนี้เป็นรัตนฤทธิ์ที่มองกวาดคนตรงหน้าแบบหัวจรดเท้าบ้าง พลางทำตาโต

​“ตีสี่ ได้แค่นี้นะ ช่างที่ทำให้นี่คนไหนวะ เราจะเอาปืนไปยิงสักทีสิ”

​“ไอ้บ้า นี่ๆๆๆ”

กำปั้นกระหน่ำระรัวมาตามบ่าไหล่ ทำร้ายเขาทันที รัตนฤทธิ์หัวเราะก๊าก แล้วปัดป้องเป็นพัลวัน ก่อนจะโวยวาย

​“อย่าๆ นะ มะเหมี่ยว ทำร้ายเรามากๆ เมคอัพเลือน หัวยุ่ง หน้าเลอะนะเออ ทำมาตั้งแต่ตีสี่ คิดจะให้ไอ้กระรอกนั่นมันหึง มันอาจจะไม่หึงไม่เสียดายนา อาจจะคิดว่าเธอน่าจะเลิกกับมันตั้งนานแล้ว”

​“ไอ้ฤทธิ์ แฟนเก่าเราชื่อกุ้ง ไม่ใช่กระรอก”

จรุกานต์ขำพรืด เธอหอบน้อยๆ เพราะออกแรงมาก มือล้วงเอากระจกออกมาดูสภาพของตนเอง เพราะรัตนฤทธิ์เล่นพูดเสียเธอแทบจะหมดความมั่นใจ

​“ฟันหน้าจอบขนาดนั้น ผมตั้งขนาดนั้น ไอ้เราเห็นทีไรนึกว่ากระรอกตลอด ถ้ามีหางฟูๆ นะใช่เลย”

​“คนอะไรจะมีหาง โอ๊ย...ฉันละเหนื่อย”

จรุกานต์ขำจนเหนื่อย เธอทำหน้าบึ้งใส่รัตนฤทธิ์ พลางเอ่ยออกคำสั่ง

​“มาควงแขนหน่อย ทำสวีตๆ นะยะ จะได้สมบทบาท”

​“ค่าจ้างเป็นก๋วยเตี๋ยวนี่นะ”

​“อย่ามาดูถูกนะยะ ใครบอกว่าจะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว เลี้ยงร้านบนห้างเลยเอ้า!”

จรุกานต์เอ่ยอย่างใจป้ำ เธอเชิดหน้านิดๆ แล้ววางท่าทีราวกับนางแบบ รัตนฤทธิ์อดขำไม่ได้ ก็ปรกติเพื่อนสาวคนสนิทของเขารายนี้ ออกจะแก่นๆ ห้าวๆ กระโดกกระเดก เจอะเจอกันทีไรก็ใส่แต่กางเกงยีน เสื้อยืดบ้างเสื้อเชิ้ตบ้าง มาวันนี้จัดเต็มในชุดราตรีสีม่วงอ่อนตัวยาวกรุยกราย แต่งหน้าทำผมเต็มที่ แปลกหูแปลกตาไปหมด

​“ว่าแต่หนนี้เลิกจริงนะ เผาจริงนะไม่ใช่เผาหลอก”

เขากระซิบ จรุกานต์กับแฟนหนุ่ม รักๆ เลิกๆ กันมาเป็นหนที่สิบแล้วกระมัง เห็นกลับไปดีกันทุกหน จนเขาคร้านจะลุ้น ว่าคู่นี้ตกลงจะยังไงกันแน่ เพราะเอาใจช่วยจนเหนื่อย จรุกานต์มาปรึกษากับเขาประจำ เกี่ยวกับเรื่องของกรกฏแฟนของเธอ เขาไม่เคยเห็นตัวจริงหรอก เห็นแต่รูปถ่าย จรุกานต์เลยกล้าเอาเขามาเป็นแฟนอุปโลกน์เพื่อจะเย้ยกรกฏ

​“เผาจริงสิยะ อีกอย่างเราสามสิบห้าละ ไม่อยากเสียเวลากับตาบ้าใจโลเลนี่”

เธอทำหน้าเชิด ตอนนี้แผลใจยังแปลบๆ พอจับได้ว่าแฟนคบซ้อน เธอก็เลิกขาดเลยหนนี้ หลังจากงอนกันมาหลายรอบ

​“ตากระรอกนั่นอาจจะเป็นรถไฟขบวนสุดท้ายของเธอแล้วนา คิดดีๆ นามะเหมี่ยว”

​“แหม...เกาะคานดีกว่าย่ะ”

จรุกานต์ว่า พลางขึงตาใส่เพื่อนหนุ่ม เพราะตอนนี้เธอและเขาเข้ามาในบริเวณงานแล้ว เริ่มมีคนรู้จักเอ่ยทักทาย

​“เนียนๆ นะยะ นายฤทธิ์ ห้ามทำเสียแผนละ”

​“ไม่เสียแผนหรอกน่า ยอมเพราะรักเพื่อนหรอกนะ”

เขาย่นจมูก แล้วโอบจรุกานต์เข้ามาหาตัว อย่างจะให้สมบทบาท สายตากวาดมองไปรอบๆ อย่างสำรวจ แน่นอนว่าหนุ่มโสดอย่างเขา ก็ต้องมองหาสาวๆ นั่นแหละ แม้ว่าวันนี้จะสวมบทแฟนหลอกๆ ให้กับเพื่อนสาวก็ตามที

​งานนี้มีแขกมาร่วมงานค่อนข้างหนาตา สาวๆ เรียกได้ว่าสวย น่ารักน่ามองก็หลายคน รัตนฤทธิ์มองไปก็ทำตาเป็นประกายไป จรุกานต์มองตามสายตาของเพื่อนชายแล้วก็แอบหยิกเบาๆ

​“เจ็บนะ” เขาโวย เลยถูกสาวเจ้าขว้างค้อนให้

​“เก็บอาการหน่อยสิยะ ตาวิ้งขนาดนี้ ไม่เนียนเลย ต้องมองแต่เราคนเดียวสิ”

​“แหม...ก็มันอดไม่ได้นี่นา งานนี้สาวสวยเพียบเลย คนนั้นน่ารักเป็นบ้า”

รัตนฤทธิ์ถึงกับกะพริบตาปริบๆ เมื่อมองไปเจอะเจอสาวสวยหุ่นสูงโปร่งเข้าคนหนึ่ง ให้ตายเถอะ! นี่มันสาวในฝันของเขาชัดๆ

​หญิงสาวตัดผมสั้นแค่บ่า ซอยอย่างทันสมัย คาดผมด้วยริบบิ้นสีทองประดับมุก อวดหน้าเรียว นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน จมูกโด่งแหลมแบบสาวยุโรป ริมฝีปากเคลือบสีแดงกุหลาบ เน้นให้ใบหน้าดูขาวและโดดเด่น เธอสวมชุดเดรสสั้นเกาะอกสีม่วนอ่อน ตัวกระโปรงฟูฟ่องสั้นเหนือเข่า อวดแขนขาเรียวยาว เครื่องประดับชิ้นเดียวคือริบบิ้นจัดช่อดอกกุหลาบสีแดง ที่ผูกไว้ที่แขน เธอสวมรองเท้าสายไพล่สีเงิน ทาเล็บเท้าสีแดง

​นี่เป็นการมองผู้หญิงแบบหัวจรดเท้า ภายในเวลาแค่ไม่ถึงสิบวินาที แต่ภาพของเจ้าหล่อนชัดแจ๋วชะมัดในความรู้สึก รัตนฤทธิ์มองตามไปอย่างไม่วางตา แล้วต้องสะดุ้งร้องอูยอีกหน เมื่อถูกเพื่อนสนิทหยิกเอาอีกคราว เขาโอดบ่นกับจรุกานต์สองสามคำ สาวสวยลูกครึ่งคนนั้น ก็หายไปเสียแล้วในบรรดาแขกของงาน

​เขาได้แต่มองหาอย่างเสียดาย สเปกแบบนี้นานๆ จะเจอะเจอสักหน มาเดี่ยวเสียด้วย แต่ติดขัดที่วันนี้เขามาแบบมีพันธะสัญญากับเพื่อนสนิทนี่สิน่า รัตนฤทธิ์ลอบถอนใจ แล้วโอบเพื่อนข้างตัวให้แน่นเข้า ก่อนจะยิ้มหวานให้กับเจ้าหล่อน ที่ทำหน้างงอยู่พัก ก็ยิ้มหวานตอบเพราะเข้าใจว่าเพื่อนชายเริ่มเล่นบทคนรักเข้าแล้ว เขามองเห็นว่ามีคนกำลังจะมาทักจรุกานต์นั่นเอง ถึงได้ทำสวีตขึ้นมาปุ๊บปั๊บแบบนี้

​“แฟนเหรอ?”

คนทักมองเขาก่อนจะกะพริบตาปริบๆ จรุกานต์ทำหน้าเชิดก่อนจะพยักหน้า

​“จ้ะ”

​“แล้ว...”

ดูเหมือนว่าเพื่อนคนนี้ของหญิงสาวจะไม่มีมารยาทอย่างไรพิกล ถึงได้ทำทีจะมาถามเรื่องแฟนเก่าต่อหน้าแฟนใหม่แบบนี้ ถ้าเกิดว่ารัตนฤทธิ์เป็นคนรักของเธอจริงๆ มีหวังจะได้ด่ากันแน่ๆ กับแม่เพื่อนร่วมงานจอมสาระแนนี่

​“อะไรเหรอ?” จรุกานต์ทำไก๋ ทางนั้นสุดจะอดคันปากได้ เลยพูดออกมาหน้าตาเฉย

​“แฟนเก่าเธอล่ะ น้องกุ้งน่ะ ไปไหนแล้ว”

​“แฟนเก่า ก็ทิ้งไปแล้วละสิยะ ไปกันเถอะฤทธิ์จ๋า ไปนั่งโต๊ะกับเพื่อนๆ ของมะเหมี่ยวดีกว่า”

ว่าแล้วก็ลากเพื่อนหนุ่มให้ตามเธอไปยังโต๊ะที่มีเพื่อนๆ สนิทนั่งโบกมือเรียกเธออยู่ เพื่อนร่วมงานของจรุกานต์มองตามหลังก่อนจะหันมาซุบซิบกับเพื่อนข้างๆ ด้วยสีหน้าสะใจ

​“คอยดูเถอะ ยัยปลา งานนี้งานช้าง มีตบมีต่อยกันแน่ๆ แฟนใหม่ปะทะแฟนเก่า สนุกละแก๊”

​“อะไรของหล่อนยะ ยัยเจี๊ยบ”

เพื่อนของเธอทำตาโตอย่างไม่เข้าใจ เลยโดนหยิกเข้าที ก่อนจะบุ้ยใบ้ให้หันไปมองโต๊ะข้างๆ กันกับโต๊ะที่รัตนฤทธิ์และจรุกานต์เดินไปกันเมื่อครู่ เมื่อเห็นเข้ากับใครบางคนแล้ว ก็ทำตาโตยิ่งกว่าเดิม ปิดปากก่อนจะอุทานออกมาเบาๆ

​“อุ๊ต๊ะ!”

​“เห็นมะ งานนี้มีศึกแน่ๆ”

สาวจอมจุ้นยิ้มกระหยิ่ม ก่อนจะลากแขนกันไปเกาะติดสถานการณ์ใกล้ๆ เรื่องแบบนี้จะพลาดได้อย่างไร มันเป็นว่าที่เรื่องซุบซิบเรื่องใหญ่ในรอบปีเลยก็ว่าได้ของออฟฟิศ แฟนเก่ากับแฟนใหม่มาชนกันโครมแบบนี้

​“ใครน่ะ...”

เพื่อนข้างเธอกระซิบเบาๆ จรุกานต์อมยิ้ม ก่อนจะกระซิบตอบ ตอนนี้เข้าสู่ช่วงงานพิธีแล้ว เจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังให้สัมภาษณ์พิธีกรบนเวที

​“แฟน”

​“ไอ้ย่ะ!”

ทางนั้นอุทาน จรุกานต์ยักไหล่ แล้วแบมือ ทำหน้าแบบว่าฉันสวยเลือกได้ เพื่อนของเธอทำท่าอึกอักพิกล ก่อนจะกระแอมเบาๆ

​“กุ้งมางานนี้ด้วยนะ”

​“รู้” จรุกานต์ตอบ พลางยกแก้วน้ำส้มขึ้นมาจิบ

​“รู้แล้วควงคนอื่นมาทำไม”

เสียงกระซิบห้วนๆ ดังขึ้นด้านหลังเธอ ทำเอาจรุกานต์สะดุ้ง เมื่อหันไปมองเห็นว่าใคร เธอก็ถึงกับหน้าซีด

​“กุ้ง!”

​“เจ้าบ่าวแอบรักเจ้าสาวมาสามปี โอ...โรแมนติคมากเลยนะครับ แล้วรวบรวมความกล้าบอกรักเจ้าสาวตอนไหน?”

เสียงพิธีกรฉะฉาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังตั้งใจจะตอบคำถาม แขกเกือบทั้งงานเพ่งความสนใจไปที่บนเวที แต่แล้วก็มีเสียงแทรกขึ้นมา

​“คบกันมานานแล้วไงวะ นานแล้วเฮงซวยงี้เหรอ?”

​“เฮงซวยตรงไหนล่ะ”

​“เอ่อ...อะแฮ่ม!”

ขนาดพิธีกรยังได้ยินเสียงทะเลาะทุ่มเถียงนั้น เขาพยายามดึงความสนใจของคนในงานให้กลับมามองเจ้าบ่าวเจ้าสาวอีกหน

​“เชิญเจ้าบ่าวครับ”

เขาส่งไมโครโฟนให้กับเจ้าบ่าว เปิดโอกาสให้เสียงแปลกปลอมดังขึ้นมาขโมยซีน

​“ตรงที่คิดจะคบกันแค่ไปวันๆ นี่แหละ แล้วไหนจะมีกิ๊กสารพัดอีก กูไม่ทนแล้ว!”

​“ใครบอกว่าจะคบไปวันๆ กุ้งจริงจังกับมะเหมี่ยวมาก นี่ถึงกับจะให้แม่ไปขอ แล้วกิ๊กบ้ากิ๊กบอที่ไหนกัน บอกว่าเป็นน้องสาวๆ ไม่ยอมเชื่อ”

​“น้องสาวบ้าอะไรจะหอมกันขนาดนั้น...อะไรนะ กุ้งบอกว่าจะให้แม่ไปขอมะเหมี่ยว”

​“เออสิ!”

กรกฏที่ตอนนี้ลุกขึ้นเถียงกันกับจรุกานต์ฉอดๆ กลางงานแต่ง ท่ามกลางสายตาของแขกหลายร้อยคู่ ไม่อายอะไรอีกต่อไปแล้ว เขาโมโห และหน้ามืดกับการที่เธอควงคนใหม่มาเย้ยกันแบบนี้ เขาดึงแขนของจรุกานต์กระชากเข้ามาหาตัว พร้อมกับประกาศดังก้อง แบบได้ยินไปทั้งห้องบอลรูมที่ใช้จัดงาน

​“กูรักมึง จะแต่งงานกับมึงนี่ละ”

​“อะ...”

​กรกฏดับคำพูดของเธอเสียด้วยจูบ จรุกานต์เบิกตาค้าง แล้วก็หลับตาพริ้ม ตัวอ่อนในอ้อมแขนของคนรัก เธอเองก็รักเขามาก ใจละลายกับคำพูดและการกระทำห่ามๆ บ้าๆ ของเขา

​รัตนฤทธิ์เองก็ถึงกับอึ้ง กับเหตุการณ์ทั้งหมดใครจะไปนึกว่าคนทั้งสองคนบังเอิญมานั่งติดกันพอดี แล้วก็มีอันให้ทะเลาะกันจนงานชาวบ้านเกือบจะแตก ก่อนจะลงเอยด้วย...การขอแต่งงานแบบ...เอ่อ...

​“เอ้า...ดูเหมือนว่าหลังจากคู่ของคุณเป้ กับคุณขวัญแล้ว จะมีคู่แต่งงานใหม่เร็วๆ นี้นะครับ เอ่อ...ปรบมือสิครับ ปรบมือ”

​เสียงปรบมือระรัวดังขึ้น พร้อมกับเสียงเป่าปากล้อเลียน กรกฏเลยยอมถอนจูบ แต่ยังกอดจรุกานต์ไว้แน่นเหมือนกลัวเธอจะเปลี่ยนใจ หญิงสาวที่เป็นเพื่อนของจรุกานต์สะกิดเขา แล้วเอ่ยกระซิบเบาๆ อย่างปลอบใจ

​“เอ่อ...คุณจะออกไปข้างนอกก่อนก็ได้นะคะคุณคงไม่อยากเห็น”

​“คือ...”

ไอ้จะบอกประกาศ ว่าเขาเป็นแฟนกำมะลอ มันก็ใช่ที่ รัตนฤทธิ์ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากงานช้าๆ ตอนนี้ทางทีมงานเปิดเพลงรักให้กับว่าที่คู่แต่งงานสายฟ้าแลบอย่างหวานซึ้ง เป็นเพลงที่เรียกได้ว่าทุกงานจะต้องเปิดอย่างเพลงลูกอม ของวัชราวลี เพื่อนของเขาและแฟนหนุ่มถูกเชิญขึ้นไปบนเวที ดูท่าทางจะมีความสุขกันน่าดู เล่นมาประกาศแต่งงานกันกลางงานแต่งชาวบ้านแบบนี้

​“เฮ้อ...”

​“ผิดหวังหรือคะ น่าสงสารจัง แต่อะไรที่ไม่ใช่ ก็คือไม่ใช่นะคะ”

เสียงปลอบโยนดังขึ้นด้านหลัง ทำให้เขาหันไปดู เมื่อเห็นว่าเป็นใคร ก็ถึงกับกะพริบตาปริบๆ นั่นมัน...แม่สาวในสเปกของเขานี่นา เจ้าหล่อนเองก็มายืนแกร่วอยู่นอกงานเหมือนกันหรือนี่ เธอเห็นเขามองจ้องแบบนั้นก็ยักไหล่ พลางเอ่ยต่อเสียงใส

​“คุณคงเสียใจมาก แต่พวกเค้าคบกันมานานมากแล้ว ถึงจะรักๆ เลิกๆ แต่กุ้งก็รักคุณมะเหมี่ยวมากจริงๆ คุณก็น่าจะดูออกว่า คุณมะเหมี่ยวเองก็รักกุ้งมาก ฉะนั้นตัดใจเสียนะคะ”

เหมือนคำสั่งกลายๆ เลยละหนนี้ รัตนฤทธิ์ลองรับบทคนเพิ่งโดนหักอกหมาดๆ ดู เขาอยากจะรู้ว่าแม่นางฟ้าตรงหน้า จะมีวิธีพูดแบบไหนให้เขาตัดใจจากจรุกานต์ได้

​“ผมมาทีหลัง แต่ผมก็จริงใจไม่แพ้คนมาก่อนแน่นอน หมอนั่นดูโลเล ไม่แมนเลย ผมอยากให้มะเหมี่ยวดูให้นานกว่านี้ก่อนจะตัดสินใจ”

​“กุ้งเป็นคนเก็บความรู้สึก แล้วก็ไม่ค่อยพูดแก้ตัว กุ้งชอบที่จะให้คนที่รักมองเขาที่ตัวตน และเข้าใจตัวเขาอย่างแท้จริง บางทีเลยปากหนัก แล้วก็เลยกลายเป็นว่าไม่แคร์คุณมะเหมี่ยวบ้าง กิ๊กไปทั่วบ้าง แต่ฉันขอยืนยันเลยล่ะค่ะ ว่ากุ้งน่ะรักเดียวใจเดียว”

​“งานนี้หมอนั่นก็ควงคนอื่นมานี่ครับ รักเดียวใจเดียวตรงไหน”

เขาเถียงทันควัน นางฟ้าของเขาหัวเราะกิ๊ก ให้ตาย...เขาขออุทานคำนี้อีกหนในใจ คนอะไรก็ไม่รู้น่ารักเป็นบ้าเลยสิน่า นัยน์ตาคมกริบส่งประกายวับ ขอบใจแว่นของเขาที่ทำให้เขามองเธอชัดแจ๋ว แม้มันจะทำให้เขาดูหล่อน้อยลงในสายตาสาวๆ เขาก็ยอมละน่า

​“ฉันนี่แหละค่ะ คนที่กุ้งควงมา เค้าควงฉันมาเย้ย...ต้องเรียกว่า ควงมาเพื่อประชดคุณมะเหมี่ยว แต่พอเห็นคุณมะเหมี่ยวมากับคุณ ก็ออกอาการอย่างที่เห็นนั่นแหละค่ะ ต่อมความรักแตก ขอแต่งงานกันเลยทีเดียว”

​“หืม”

​แบบนี้ยังโสดไหมนะ...

​ความหวังของรัตนฤทธิ์ชักจะเรืองรองในหัวใจ เขาแสร้งทำหน้าเศร้ามากขึ้นไปอีก ก่อนจะถอนใจเฮือก

​“แบบนี้ผมก็คงจะหมดหวังจริงๆ แล้วใช่ไหมครับ กับมะเหมี่ยว”

​“ก็...”

มือเรียวเอื้อมมาตบบ่าเขาเบาๆ รอยยิ้มหวานๆ ปลอบใจนั่น ทำให้เขามีความสุขขึ้นอีกมากจริงๆ เลยแหะ

​“สำหรับฉันแล้วคิดว่า พวกเขาเหมาะกันมากที่สุดแล้ว จริงๆ นะคะ คุณไปหาอะไรดื่มที่คลับข้างล่างนี่กับฉันไหมล่ะ”

แม้ว่าจะไม่ใช่หน้าที่ หรือน่าจะเป็นความรับผิดชอบของเธอเลยสักนิด กับการที่หมอนี่อกหัก แต่เห็นสีหน้าของหนุ่มแว่นตี๋คนนี้แล้ว ไหงช่อชนิดากลับรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมที่จะต้องปลอบใจเขาสักนิด ข้อหาที่เพื่อนของเธอทำให้ความรักของเขาล่มกันละหนอ

​คงจะเพราะหน้าตาที่บอกว่าเป็นหนุ่มเรียบร้อย แต่งเนื้อแต่งตัวดูดีแบบหนุ่มออฟฟิศ ท่าทีสุภาพของเขากระมัง มันถึงทำให้เธอกล้าที่จะมาชวนเขาพูดคุยหลังจากที่มองเห็นว่าคู่ควงของจรุกานต์ลุกเลี่ยงออกมาจากงาน เธอปล่อยให้คนเข้าใจผิดไปว่าเธอกับกรกฏเป็นคู่ควงกัน เพราะคร้านจะแก้ความเข้าใจผิด ระหว่างที่สองคนนั่นพากันไปบนเวทีพร้อมรอยยิ้มกว้าง ใครต่อใครก็พากันมาปลอบใจเธอ บางคนที่เป็นเพื่อนที่หวังดีแบบสุดๆ ก็มาพูดบอกตรงๆ เลยว่าเธอควรจะออกไปเสียจากงานเพราะจะได้ไม่ทำให้พวกเขาตะขิดตะขวงใจ

​นี่ถ้าเธอรักกรกฏเป็นแฟนเขาจริงๆ ต้องมีรายการฟ้อนเล็บ หรือรำตบก่อนจากแน่ๆ มาทำหักหน้าเธอแบบนี้ ช่อชนิดาเจ็บใจแทนคู่ควงของแฟนสาวของเพื่อนรักขึ้นมาตงิดๆ แล้วก็สงสารด้วย

​“ได้สิครับ”

รัตนฤทธิ์ตอบรับอย่างไม่คิดมากเลย เขาเดินก้าวไปพร้อมๆ เธอ แอบลอบมองเสี้ยวหน้างดงามนั่นด้วยความรู้สึกว่าหัวใจที่มันกำลังเต้นอยู่ มันพองโตจนคับอกอย่างไรพิกล

​คืนนี้เขามีความสุขมาก และคิดว่าตัดสินใจถูกแล้วที่มาช่วยเพื่อนรัก ชายหนุ่มสวมบทเป็นหนุ่มอกหักได้สมบทบาทเลยทีเดียว เขาได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทำความรู้จักกับหญิงสาวที่สวยถูกใจ ชื่อของเธอก็น่ารักนัก

​ช่อชนิดา...เขาคิดอยากจะสานสัมพันธ์ต่อกับหญิงสาวลูกครึ่งคนนี้ ใจมันบอกเลยว่า เธอเป็นคนที่พรหมลิขิตส่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนี้อสูร   บทส่งท้าย โฉมงามในอ้อมกอดของ เจ้าชายอสูร

    หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆ เสร็จสิ้นงานศพของหิรัญ ทีปต์ก็ทำบุญบ้านครั้งใหญ่ เหมือนจะขับไล่เสนียดจัญไรให้ไปให้ไกลเสียจากตระกูลทีฆทัศน์ เขาได้บทเรียนมากมาย จากเรื่องของหิรัญ เขาไล่ประภาออกเพราะหล่อนเหมือนงูพิษที่เลี้ยงไม่เชื่อง ประจักษ์ผู้เป็นลุงและรั้งตำแหน่งสำคัญของคฤหาสน์มันทนา เป็นคนบอกกล่าวกับเจ้านายด้วยตนเอง ว่าหลานสาวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทีปต์ทำตามคำแนะนำนั้น แม้ว่าจะสงสารประภาที่ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ก่อนจะก่นด่ามากมายเมื่อเห็นว่าเขาไล่เธอออกจริงๆ ​คุณอารยาอาการดีขึ้น แม้จะต้องไปทำกายภาพบำบัดบ้าง แต่เธอก็มีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส ยาใจที่ทำให้เธอหายในเร็ววัน นั่นก็คือทายาททีฆทัศน์ตัวน้อยๆ ที่ตอนนี้กำลังน่ารักน่าชัง ด้วยวัยหกเดือน เจ้าหนูทีฆาเป็นขวัญใจของคนทั้งบ้าน คุณอารยาอยากจะเดินได้พร้อมๆ กับหลานชาย เลยขยันไปทำกายภาพ และดูแลรักษาตัวเองตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด​เรื่องของหิรัญเหมือนฝันร้ายของพวกเขา แต่คนตายไปแล้ว และทีปต์เองก็คิดว่าตนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หิรัญเกิดบาดแผลขึ้นในจิตใจ เขายังรักน้องชายนอกไส้ แม้ว่าหิรัญจะทำร้ายเขาอย่างแสนสาหัสก็ตามที ทีปต์อโหสิกรรม จัด

  • หนี้อสูร   39

    ยอดชีวามองเพื่อนด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ช่อชนิดายิ้มแหยพลางเอื้อมมือจะไปบีบมือเธอ แต่เธอชักหนีเสียก่อน แล้วหันมองข้างหน้าต่างรถที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง ท่าทีเย็นชาของเพื่อนสนิททำให้ช่อชนิดาอดรนทนไม่ไหว ต้องคว้าเจ้าหล่อนมากอด หากถูกปัดป้อง แล้วทำหน้าบึ้งใส่​“โธ่...เบบี้จ๋า หายโกรธนะ เราจะพาเบบี้ไปดูแลที่กรุงเทพฯ อยู่คนเดียวได้ยังไงกันนั่น”​“จะพาเราไปที่ไหน”เสียงหวานเอ่ยขึ้น พร้อมกับสายตาดุๆ ที่ตวัดมองไปยังด้านหลังของคนที่นั่งข้างคนขับ รัตนฤทธิ์หันมายิ้มให้กับเธอ เพราะเห็นหน้าเขานี่แหละ ยอดชีวาถึงได้รู้ว่ามันชักจะไม่ชอบมาพากล และรู้ว่าถูกเล่นตลกก็ตอนที่รถแล่นไกลออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้พาเธอไปที่วัดซึ่งเพื่อนรักบอกไว้แต่แรกว่าจะพาเธอไปทำบุญ​“ไปที่บ้าน...”​“บ้านใคร” ยอดชีวาเอ่ยขัดก่อนที่เพื่อนรักจะพูดจบ หน้าหวานงอง้ำ แล้วเธอก็ไม่ยอมพูดจาอีกเลย ช่อชนิดาเอื้อมมือไปสะกิดรัตนฤทธิ์ ที่หันมายิ้มแหยส่งให้เธอ หญิงสาวไม่กล้าคุยอะไรอีก เพราะรู้ว่าเพื่อนรักกำลังโกรธจัดมาก เป็นแบบนี้แล้วถึงที่หมาย ยอดชีวาจะอาละวาดหรือเปล่าหนอ​คุณรับผิดชอบด้วย ยัยเบบี้โกรธฉันมาก...​เดี๋ยวผมจะให้กำลังใจ จุ๊บ..

  • หนี้อสูร   38

    หิรัญรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่เปลี่ยนเป็นเอ่ยชื่นชม เมื่อเห็นพี่ชายของเขา ในสภาพที่มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งเดิม เดินตรงเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน ทีปต์ยิ้มตอบเล็กน้อย แต่นัยน์ของเขามันไม่ยิ้มด้วยเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะทรุดลงนั่งตรงกันข้ามกันกับน้องชาย สายตาคมกล้าจ้องเขม็ง มองอาการของหิรัญ ที่ยังคงเอ่ยพร่ำชมเชยถึงความสมบูรณ์แบบของการผ่าตัดศัลยกรรม​“ไม่น่าเชื่อเลยครับพี่ทีปต์ หมอที่นั่นเก่งจริงๆ พี่ทีปต์ไม่ได้หน้าตาน่าเกลียดแบบเดิมแล้ว มันยอดมาก ไม่มีแม้แต่รอยสักรอย หมอเก่งมากๆ”​“พี่ลบรอยแผลเป็นนั่นไปแล้ว แผลเป็นที่ทำให้ชีวิตของพี่พลิกผันไปมากมาย แผลเป็นที่ทำร้ายพี่ได้อย่างหนักเหลือเกิน นิกซ์” คำพูดนั้นทำให้หิรัญเลิกคิ้วนิดหน่อย แต่ก็ยังยิ้มส่งให้กับทีปต์​“ดีแล้วครับ พี่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ผมคิดว่ามันจะสดใสแน่นอน”​“พี่ยังเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ นิกซ์ จนกว่าพี่จะจัดการกับแผลเป็นอีกแผลหนึ่งก่อน แผลนี้มันใหญ่มากเสียด้วย และที่สำคัญ พี่ต้องขอความร่วมมือจากนายในการกำจัด”​“เอ...ผมตามไม่ทัน พี่ทีปต์หมายความว่าอะไรหรือครับ”​“นายยังไงล่ะ นิกซ์ แผลเป็นของทีฆทัศน์ สิ่งที่นายทำ มันเป็นเหมือนแผลร้าย ที่ก

  • หนี้อสูร   37

    นัยน์ตาสีนิลคมกริบนั่น รูปหน้าเรียวได้ส่วน ริมฝีปากนั่น...​มันช่างเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอม ถ้าเธอจมูกไม่เพี้ยน เขาก็ยังใช้กลิ่นเดียวกัน ต่างกันแค่คนตรงหน้าเธอ ดูเปิดเผย จริงใจ และอบอุ่นกว่าเขามากนัก เป็นส่วนที่แตกต่างกันมาก แต่เหตุไฉน ใจเธอกลับวนเวียนไปคิดถึงแต่อสูรใจร้ายอย่างทีปต์ มากกว่าคนตรงหน้าเธอ ที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกับพิมพ์กันมา ทั้งที่เขาดูอ่อนโยนและเอาใจเธอนัก ไม่รังเกียจแม้รู้ว่าเธอตั้งครรภ์แบบไม่สามารถบอกได้ว่าพ่อของเด็กในท้องคือใคร ​“ผมซื้อมาฝาก ไปลองชิมมาแล้วอร่อยมาก เห็นคุณบอกว่าอยากกินขนมไทยๆ” เขายื่นถุงพลาสติกบรรจุขนมหน้าตาน่ากินส่งให้เธอ ยอดชีวายิ้มน้อยๆ แล้วเอื้อมมือรับ ชายหนุ่มชักมือกลับ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้ม​“อุตส่าห์ซื้อของมาฝาก ใจคอจะไม่ต้อนรับแขกเลยหรือครับ”​“เชิญเข้ามาก่อนก็ได้ค่ะ” เธอไขกุญแจให้เขา พลางย่นจมูกอย่างลืมตัว ท่าทีน่ารักนั้นทำให้ธนัยมองเธอตาปรอย เขามองใบหน้าหวานนั่นอย่างชื่นชมเปิดเผย แทบจะช่วยประคองด้วยซ้ำ เมื่อยอดชีวาทำท่าจะสะดุดล้ม เธอต้องปัดมือของเขาที่ทำท่าจะเอื้อมมาจับเธอไว้ แล้วพึมพำบอกว่าไม่เป็นไร​หญิงสาวรับแขกของ

  • หนี้อสูร   36

    ช่อชนิดาเฝ้าแอบมองหญิงสาวในชุดกระโปรงสีหวาน ที่กำลังล็อกประตูรั้วบ้าน หันหลังให้กับเธออย่างไม่ทันระวังตัว ร่างบางจึงปราดจากที่ซ่อน แล้วตรงเข้าประชิดทันที มือบางรวบเอวเล็กของอีกฝ่ายไว้ ทางนั้นร้องอุทานอย่างตกใจ ​“ยัยเบบี้ โอย...ดีใจจริงๆ จับตัวได้แล้ว”​“อีฟ” ยอดชีวากะพริบตาปริบๆ หน้าแดงสลับซีดด้วยความรู้สึกหลากหลายปนเป ช่อชนิดารัดเธอไปกอดไว้แน่น ก่อนจะละล่ำละลัก อุทานซ้ำๆ ​“อย่าไปไหนอีกนะ อย่าไปไหนอีกเลย เพื่อนรัก เราดีใจเหลือเกิน โอย...เบบี้ ดีใจจริงๆ”​“เราก็ดีใจอีฟ ฮือๆ เราดีใจที่เจออีฟ”​“แล้วหนีมาทำไมถึงนี่ จะบ้าหรือยังไงกัน หนีมาไม่บอกไม่กล่าว หลังงานศพพ่อเธอ เธอก็หายไปเลย อะไรกันน่ะ เราทั้งงง ทั้งใจหาย จะเป็นบ้าที่เพื่อนรักหนีหายมา เกิดอะไรขึ้น”​“ไปคุยกันในบ้านดีกว่า เรื่องมันยาว แต่ว่าอีฟตามหาเราได้ยังไงกันนี่” ยอดชีวาปาดน้ำตาแห่งความดีใจที่รินไหลออกทิ้ง แล้วยิ้มกว้างให้กับเพื่อนรัก มือทั้งสองจับกันแน่น เหมือนกลัวว่าที่เห็นตรงหน้าจะเป็นภาพลวงตา​“เราตามเพจของเบบี้มายังไงล่ะ ดีนะที่เบบี้เปิดเพจไว้ เพจขายน้ำหอมของเบบี้น่ะ เราจำได้ว่าอีเมลนั้นเป็นอีเมลของเบบี้ ที่ติดต่อ ก็เร

  • หนี้อสูร   35

    ​ทีปต์อ่านจดหมายด้วยมือที่สั่นเทา เขานั่งทรุดลงอย่างหมดแรง ตู้ที่เปิดอ้าไว้ แง้มให้เห็นว่าของภายในถูกเก็บกวาดไปจนเกลี้ยง ของทุกสิ่งที่เป็นของยอดชีวาอันตธานออกไปจากห้องนี้ เหมือนที่เธอเดินไปจากชีวิตเขา หิรัญยืนพิงกรอบประตู มองดูพี่ชายของเขาที่นั่งนิ่งเหมือนหิน เขาเดินก้าวเข้าไปใกล้ แล้วตบบ่าของทีปต์เบาๆ ก่อนจะเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงทุ้ม​“ปล่อยเขาไปเถอะครับพี่ทีปต์”​“ยอดชีวาแท้งลูก พี่จะปล่อยเขาไปแบบนั้นได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มเม้มปาก “แล้วเรื่องฤทธิ์มันอะไรกัน พี่งงไปหมดแล้ว”​“ถ้าไม่แท้ง พี่จะแน่ใจได้ยังไงกันว่าเป็นลูกของพี่ นังเด็กนั่นก็บอกแจงในจดหมายอยู่ ว่าเป็นลูกใครกันแน่ หึ!สันดานร่านนัก ไอ้เพื่อนเลวนั่นก็เหลือเกิน ผมมีพยานนะครับพี่ทีปต์ ประภาเด็กรับใช้เป็นพยานให้ได้ ว่าเคยเห็นพวกมัน...”​“พอเถอะ พอที พี่อยากอยู่คนเดียว” ทีปต์ปัดมือที่โอบไหล่เขาออก ก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด หิรัญลุกขึ้น มองหน้าทีปต์ที่ตอนนี้อ่านความรู้สึกไม่ออก ว่ากำลังคิดอย่างไรกันแน่ จดหมายจากยอดชีวายับยู่ยี่อยู่ในมือเขา นัยน์ตาคมของเขาฉายแววเย็นชา ไม่แสดงความรู้สึก ทั้งที่ตอนแรกมันฉายแววเจ็บปวดอย่างเหลือแสน สิ่งท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status